สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเรื่องการเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศไทย โดยเรียกร้องการศึกษาสาเหตุและปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดความรุนแรงมากกว่าครั้งอื่น ๆ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความน่าลงทุนของประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการบริหารการระบายน้ำ การจราจร สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข และการปกป้องพื้นที่บางพื้นที่ให้พ้นจากการถูกภาวะน้ำท่วม
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กระผม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้กรุณาใช้สิทธิในการขอให้มีการประชุมร่วม ๒ สภา คือประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีครับว่า เมื่อท่านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ แล้ว หมายความว่า ท่านต้องฟังมากกว่าพูดนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ คือคณะรัฐมนตรีมาขอฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภา ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศของ การโต้ตอบกันระหว่างสมาชิกฝ่ายรัฐบาลกับสมาชิกฝ่ายค้าน เนื่องจากไม่ใช่เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราพูดถึงปัญหามหาอุทกภัย ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสําคัญ ๒ ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะรัฐมนตรีให้ประกอบการพิจารณาในการดําเนินการทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ในอนาคต เนื่องด้วยผมเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมดและพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศไม่อยาก ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดซ้ําอีกในฤดูฝนที่กําลังจะถึงในอีก ๗-๘ เดือนข้างหน้า
ประเด็นแรก ก็คือสาเหตุของการเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ ๕๐ ปี ของประเทศไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าน้ําท่วมคือปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติ แต่เราต้องยอมรับความจริงครับว่าน้ําท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว มีสาเหตุและปัจจัยเสริมที่ทําให้เกิดความรุนแรงมากกว่า ครั้งอื่น ๆ ซึ่งหลายคนก็บอกว่ามากที่สุดในรอบ ๕๐ ปี เท่าที่ผมประมวลและติดตาม เสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน พอจะจับประเด็นที่พี่น้องประชาชนเกิดความสงสัย ซึ่งอยากจะให้รัฐบาลรับเป็นประเด็นไว้ศึกษาต่อยอด ถอดบทเรียนออกมาให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบต่อไปในอนาคต ได้แก่เรื่องอะไรบ้างครับ
๑. ประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งประกอบด้วยเรื่องจังหวะ การระบายน้ํานั้นมีข้อบกพร่องอย่างไรหรือไม่ ผมเองมีหนังสือเป็นหลักฐานจากหน่วยงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยครับท่านประธาน ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ในหนังสือฉบับนี้ เขาบอกว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้มีการประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อขอพร่องน้ํา จากเขื่อนสิริกิติ์ เพราะเห็นว่าเริ่มจะเข้าสู่วิกฤติตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ แต่ไม่ได้รับ การอนุญาตจากที่ประชุมอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ํา ซึ่งทุกท่านคง ทราบดีว่าอนุกรรมการชุดนี้คือชุดที่มีอํานาจหน้าที่ในการอนุญาตในการที่เขื่อนจะระบายน้ํา ออกมานะครับ จนกระทั่งวันที่ ๔ สิงหาคม เขาต้องรายงานซ้ําว่าเขื่อนมีความสามารถรองรับน้ํา ได้อีก ๑,๖๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น เพราะความจุขณะนั้นไปถึง ๘๒.๙๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วเขาก็บอกด้วยครับว่าตัวเลขเฉลี่ยอีก ๑ เดือนข้างหน้านั้นเขื่อนสิริกิติ์ไม่พอรองรับแน่ เพราะตัวเลขขั้นต่ําต่อเดือนที่จะเข้ามาคือ ๒,๗๑๔ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือสูงสุดคือ ๕,๕๖๙ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คือตัวอย่างในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ํา นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของการปกป้องพื้นที่บางพื้นที่ให้พ้นจากการถูกภาวะน้ําท่วม ประเด็นการบริหารความเสี่ยงในเรื่องการระบายน้ําว่าเราจะยอมรับให้บางพื้นที่ถูกท่วม และบางพื้นที่ไม่ถูกท่วม โดยอาศัยหลักการยอมเสียนิ้วเพื่อรักษามือ การยอมเสียมือ เพื่อรักษาแขน หรือการยอมเสียแขนเพื่อรักษาชีวิต เพื่อป้องกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของ ประเทศหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งคือประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาเรามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างอ่อนแอมากท่านประธาน เราจึงเจอประเด็นปัญหา โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับลําน้ํา ได้แก่ การปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ําลําน้ํา การปล่อยให้ลําน้ําตื้นเขินโดยปราศจากการเหลียวแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นถัดมา คือการไร้กฎเกณฑ์ในการพัฒนาประเทศชาติ โดยไม่สนใจใยดี กับกฎหมายผังเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าขณะนี้ประเทศไทย มีการประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัดเพียงแค่ ๑๓ จังหวัดใน ๗๗ จังหวัด ที่เหลือไปค้างอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปค้างอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ไปค้างอยู่ตาม หน่วยงานปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ ผลที่ตามมาคือทําให้เราพัฒนาประเทศชาติโดยไร้ทิศทาง พื้นที่ที่ควรจะสงวนไว้เป็นพื้นที่ทางน้ําผ่านเป็นแก้มลิงก็เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง เพราะฉะนั้น อย่าโอดครวญกันเลยครับว่าทําไมน้ําจึงถูกกักมาเป็นท่อน ๆ นะครับ
สุดท้ายก็คือสาเหตุของการขาดเอกภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วม เรามีปัญหาเรื่องแตกเขตปกครอง เรามีปัญหา ทะเลาะเบาะแว้งกันตั้งแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ---------------------------------------------------- - ๔ ๔ / ๑ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือท้องถิ่นอื่น ๆ เป็นเหมือนกันหมดครับ ที่สุดนําไปสู่ปัญหาความขัดแย้งของผู้คนในท้องถิ่นด้วยการพัง ประตูระบายน้ํา ด้วยการทําลายคันกั้นน้ํา ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมประมวลเป็นสาเหตุ ที่ทําให้เกิดวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งนี้
สําหรับเรื่องที่ ๒ คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมจะก้าวข้ามในเรื่องของ การพูดถึงเรื่องการบริหารการระบายน้ําออกจากพื้นที่น้ําท่วมขัง เนื่องจากผมเชื่อว่าขณะนี้ รัฐบาลและ กทม. ตั้งหลักได้แล้วในการระบายน้ําเริ่มเห็นผลแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอให้ รัฐบาลรับเป็นประเด็นไปคิดต่อยอด เวลาที่เหลือผมไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียด เรื่องที่ผม อยากจะเสนอให้รัฐบาลรับไปเป็นประเด็นต่อยอดก็คือ
๑. แผนอพยพผู้คน ศูนย์ต่าง ๆ ขณะนี้ท่านจัดงบประมาณให้เขาต่อหัว ๙๐ บาทต่อวัน ไม่เพียงพอครับ แล้วงบที่ท่านส่งลงไปนั้นไปถึงอย่างล่าช้าและไม่เท่ากับ จํานวนคนที่มีอยู่จริง
๒. แผนจราจรขนส่ง หลังจากที่ผมพูดในที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว ดีขึ้น มีรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น แต่ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีรับไปก็คือแผนจราจรและขนส่งนั้น ขอให้ มีแผนเรื่องของการกู้พื้นผิวจราจรในเส้นทางที่เริ่มจะมีน้ําลดลงนะครับ ท่านต้องช่วยเร่ง ในการกู้ขึ้นมาเพื่อเปิดทางจราจรให้มากขึ้น การจราจรสะดวกขึ้น การขนส่งสินค้า อุปโภค บริโภคที่ขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ก็จะดีขึ้น
ท่านประธานครับ ขออีก ๓๐ วินาทีนะครับ แผนต่อไปก็คือ แผนเรื่อง สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข กราบเรียนครับว่าเรื่องนี้หลังจากที่ผมพูดไปปัญหาเรื่องขยะ ก็ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ กระตุ้นเรื่องแผนการจัดเก็บขยะ มูลฝอยทั้งในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมขังและรถเข้าไม่ถึงแต่ไม่ถูกน้ําท่วมขังนะครับ ซึ่งจะมี ผลกระทบต่อปัญหาสาธารณสุขในอนาคต ถ้าท่านล่าช้าในเรื่องนี้จะมีปัญหาเรื่องสาธารณสุข และไปสิ้นเปลืองงบประมาณตรงนั้น
แผนต่อไป คือแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้ผมกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับว่ามีประเด็นที่ท่านต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้เลยว่าคนที่จะรับ การเยียวยานั้นท่านเอาอะไรเป็นเกณฑ์ จะต้องมีบ้านเลขที่ จะต้องมีทะเบียนบ้านไหม ถ้าท่าน ใช้เกณฑ์นี้ผมกราบเรียนท่านว่าท่านจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต เนื่องจากพี่น้องต่างจังหวัด ที่มาทํางานในกรุงเทพฯ พักอาศัยที่พักที่นายจ้างจัดให้ เช่าอพาร์ทเมนท์ (Apartment) เช่าหอพัก พวกนี้ไม่มีทะเบียนบ้านทั้งหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านจะเอาเกณฑ์ ทะเบียนบ้านในการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายพี่น้องประชาชนส่วนนี้จะหลุดรอดออกไปจาก การได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล
สุดท้ายแผนพัฒนาสังคมและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ณ วันนี้ต้องคิดต่อยอดไปเลย ครับว่า หลังน้ําลดทําอย่างไรนะครับ นักลงทุนต่างชาติต่างมองถึงวิธีการบริหารจัดการของ ประเทศไทยอยู่ ขณะนี้เริ่มมีข่าวแล้วครับว่าบริษัทประกันภัยต่างชาติจะไม่รับประกันต่อ สําหรับธุรกิจของประเทศไทยที่จะทําประกันภัยน้ําท่วม เพราะเขาเห็นว่าเราไม่มีฝีมือพอ ในการบริหารจัดการ เขามีความเสี่ยงมากที่จะรับประกันภัยต่อจากประเทศไทย เมื่อนั้นละครับ นักลงทุนต่างชาติจะไม่มาประเทศไทย เพราะลงทุนในประเทศไทยแล้วไม่สามารถทํา ประกันภัยได้ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ
สุดท้ายก็ฝากความหวังไว้ครับว่าต่อไปอย่าเปลี่ยนรัฐบาลช่วงฤดูฝนนะครับ เพราะจะหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ขอบพระคุณครับ