รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ประวัติ ทองสมบูรณ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเสนอแนวทางให้รัฐบาลและคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละจังหวัด

นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา มหาสารคาม

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมดีใจครับ ที่เห็นรัฐบาลได้เสนอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในเรื่องของปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ซึ่งก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับในช่วงระยะเวลา ๓ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ น้ําท่วมภาคเหนือตอนล่างและลงมาถึงกรุงเทพมหานครในขณะนี้ และหลายภูมิภาคที่เกิด อุทกภัย ไม่ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ซึ่งคาดคิดว่าอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ใจจริงไม่อยากจะให้เกิดเลย ผมก็คงจะไม่ไปพูดถึงปัญหาที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะทุกท่าน ผมเชื่อมั่นว่าท่านทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี เราได้ทําทุกสิ่งทุกอย่างในการที่จะนําสิ่งของข้าวของออกไปแจกจ่าย ร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ สีนั้นสีนี้ เราทําเพื่อประเทศชาติ และประชาชนของเรา ซึ่งในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ําอุทกภัยที่มันเกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งจากที่ ผมฟังและเราได้มีการพูดคุยตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมา แล้วก็ได้รับฟังคําชี้แจง จากท่านรัฐมนตรี และจากที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ นะครับ ๒ วันผมก็ฟังส่วนใหญ่ เรื่องน้ํากันทั้งนั้น โดยสภาพปัญหาแต่ละพื้นที่ แต่ละแห่ง ท่านก็อภิปรายโดยสภาพ และในปัญหาสิ่งที่มันเกิดขึ้น ความขัดแย้งอะไรต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบอุทกภัย ในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ผ่านสภาไปเมื่อคืนนี้ ผมก็ดีใจครับ เงินตั้ง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณ มหาศาล ถ้าหากคิดว่างบประมาณส่วนนี้จะได้ไปดําเนินการในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน อีกระยะเวลาคงไม่เกิน ๖๐ วัน ๒ เดือน ๒ เดือนเศษ ๆ ก็คงจะได้มีการผ่าน ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราตั้งขึ้นมา แล้วก็ทางวุฒิสภาของเราก็คงจะได้พิจารณา ในขั้นตอนสุดท้าย ก็อยากจะเร่งรีบให้งบประมาณตัวนี้ผ่านไปโดยเร็ว เพื่อจะไปแก้ไขปัญหา บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านประธานรัฐสภา ไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณทุกท่านก็คงจะทราบกันดี เมื่อถึงชั้นคณะกรรมาธิการ วิสามัญในการพิจารณา ท่านก็คงจะไปตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาอีก อาจจะ ๕ คณะ หรือ ๖ คณะ แล้วก็ติดตามตรวจสอบแต่ละด้าน แล้วก็ตัดเงินงบประมาณ เงินงบประมาณ ที่รัฐบาลเสนอเข้ามานี่ทุกปี ท่านอาจจะตัด ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ดีครับที่ทางกรรมาธิการวิสามัญท่านได้ทํางานอย่างขยันขันแข็ง แล้วก็รักษา ผลประโยชน์ในเชิงงบประมาณ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับว่า เงินในส่วนที่ตัดทอนลงมาแล้ว เงินงบแปรญัตตินี่ผมอยากจะฝากท่านจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งในความเป็นจริงว่า ส.ส. หรือ ส.ว. เราไปยุ่งเกี่ยวเรื่องเงินงบประมาณไม่ได้ เราไม่สามารถไปแทรกแซง ในการบริหารงานของกระทรวงต่าง ๆ ไม่ได้ แต่ในปีนี้มันเป็นปีที่วิกฤติครับ ผมอยากจะขอ เสนอแนะแนวทางในการที่จะนําเงินงบประมาณไปแก้ปัญหาในพื้นที่แต่ละจังหวัดที่มัน เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ โดยไม่ได้บอกว่าทางซีกผู้แทนฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล หรือท่านจะได้ไป คนละกี่สิบล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท อันนี้ผมคงไม่ได้ไปพูดถึงตรงนั้น แต่อยากจะฝากบอกว่า สมมุติว่าในจังหวัด ๆ หนึ่งมีผู้แทนราษฎร ๕-๖ ท่าน จังหวัดเล็ก จังหวัดน้อยหรือจังหวัดใหญ่ โดยเฉลี่ยกันในงบแปรญัตติที่ท่านได้ตัดออกไปแล้ว อาจจะได้ ประมาณสักจังหวัดละ ๕๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสามารถเอาไปดําเนินการ โครงการใหญ่ ๆ ได้ขอร้องเถอะครับโครงการเล็ก ๆ ขุดลอกลําห้วยเล็ก ๆ ในตําบลในหมู่บ้าน ให้ อบต. ให้เทศบาลเขาทําดีกว่าครับ และทําถูกกว่าด้วย แล้วก็ดีกว่าด้วย ให้เขาตรวจสอบ กันเอง เราไปทําโครงการงบประมาณใหญ่ ๆ นะครับ ไปทําแก้มลิง ไปทําประตูระบายน้ํา ไปทําฝาย ไปทําระบบชลประทานอะไรต่าง ๆ นะครับ หรือในพื้นที่ใดที่มีความจําเป็น เร่งด่วนที่ท่านอยากจะไปแก้ไขปัญหาในจังหวัดนั้น ๆ โดยให้ประชาชนได้รับทราบนะครับ ผมก็อยากจะฝากทางท่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ประเทศไทยในอนาคตขึ้นมานะครับ จะเป็นคณะ กยอ. ก็ดี กยน. ก็ดีนะครับ เราตั้งขึ้นมามากมายเวลาบ้านเมืองมีปัญหา เราก็ตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ปัญหาขึ้นมาทุกครั้ง หลายครั้งที่ผ่านมา ผมก็ติดตามอยู่ตลอดว่ารัฐบาลชอบไปตั้งกรรมการขึ้นมา แต่ถ้าตั้งแล้วก็ต้องให้อํานาจ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ อยากจะให้มีข้อสรุปเพราะว่าสภาเราทั้งสภาล่าง สภาบน เราตั้งกรรมาธิการมาจนเหนื่อยแล้ว ในเรื่องปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะอุทกภัย ภัยแล้ง เหลืออีกสักไม่กี่เดือนก็ต้องพูดเรื่องภัยแล้งอีกแล้ว ผมไม่อยากจะให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น วนเวียนซ้ําซาก ถ้าหากว่าท่านแก้ไขอย่างเป็นระบบนะครับ ทุกท่านได้ศึกษากัน ผมว่าศึกษา กันมากพอแล้วทางสภาผู้แทนราษฎรผมฟังอยู่ตลอด ส.ว. เราก็ศึกษามา ๓ ปีเศษ ๆ ที่ผมศึกษาเป็นประธาน เป็นอนุกรรมาธิการอะไรต่าง ๆ ที่เราได้ข้อสรุปที่จะแก้ไขปัญหา ของบ้านของเมืองในเรื่องของระบบชลประทานก็ดี หรือระบบอุทกภัย ภัยแล้ง น้ําท่วมอะไร ต่าง ๆ ถ้าคิดว่าเรามีแผนแม่บทนะครับ อยากจะฝากทั้งท่านคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านเรื่องบริหารจัดการเรื่องน้ํานะครับ เรามีสภาอุตสาหกรรม เรามีสภาหอการค้า เรามีสมาคมธนาคารไทย ที่จะมาร่วมกัน แต่อย่างหนึ่ง ที่ทางคณะกรรมการไม่ได้พูดถึง นั่นก็คือสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เราผ่านกฎหมายจัดตั้งตาม พ.ร.บ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ เมื่อต้นปี และขณะนี้เขาก็มีการเลือกตั้งไปแล้วนะครับ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนะครับ มีประธานอะไรต่าง ๆ เรียบร้อยรอ ๒๓ ท่าน เท่านั้นเอง ผมอยากจะให้ทุกภาคส่วนได้มามีส่วนร่วมนะครับ เพื่อจะได้ขับเคลื่อน ประเทศไทยของเรา เพื่อที่จะสร้างความรักความสามัคคีให้ทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะ ภาครัฐบาลอย่างเดียวครับ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะภาคเกษตรกร ให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการตัดสินใจ เพราะว่าประเทศไทย ไม่ใช่ของรัฐบาลหรือของพวกเรา มันเป็นของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ถ้าหากว่า เราไม่ร่วมกันแก้ไข ณ วันนี้ครับ ซึ่งเป็นบทเรียนใหญ่แล้วนี้ ผมคิดว่าอนาคตอีกกี่สิบปี ร้อยปี ลูกหลานเรามันก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้ แล้วก็จะหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ