ปัญญา เบญจศิริวรรณ หารือเรื่องอุทกภัยน้ำท่วม โดยแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ประสบภัยพิบัติ และเสนอแนะแนวทางในการจัดการกับปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร รวมถึงการดูแลผู้ประสบภัยและพัฒนาการป้องกันภัยพิบัติในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายปัญญา เบญจศิริวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องอุทกภัยน้ําท่วมในวันนี้เป็นอิชชู (Issue) ที่ทุกคนให้ความสนใจ เป็นอย่างยิ่ง และสําหรับผู้ที่ประสบภัยพิบัติผมขออนุญาตร่วมแสดงความเสียใจด้วย และขอชื่นชมข้าราชการและผู้ที่มีจิตอาสา จิตสาธารณะที่ได้ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ําท่วม ในขณะนี้นะครับ
ผมคิดว่าประเด็นเรื่องการบริหารจัดการน้ําได้มีท่านผู้เชี่ยวชาญและผู้รู้ ได้พูดกันไปมากพอสมควรแล้ว และเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ให้คําแนะนําและเสนอ ความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย สําหรับในกรณีภัยพิบัติที่ในปัจจุบันไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แล้วก็ในต่างประเทศหลายประเทศ เช่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ดี ในประเทศจีนในขณะนี้ก็ผ่านมาแล้วนะครับ บังกลาเทศก็ดี หรือว่าญี่ปุ่นเขามีประสบการณ์ มากกว่าเรานะครับ การที่เราจะหาความร่วมมือกับทางประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อได้มีการ ดําเนินการที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้นก็จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ สําหรับประเทศเรานี้ในขณะที่ เกิดปัญหาขึ้นมาการตั้งศูนย์ไครซิส แมนเนจเมนท์ โอเปอเรชั่น เซ็นเตอร์ (Crisis Management Operation Center) ซึ่งควรที่จะตั้งขึ้นมาทันทีที่เมื่อเราได้ทราบว่า จะเกิดปัญหานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว คือทุกภาคส่วนควรจะต้องรู้ว่า หน้าที่แต่ละคนจะต้องทําอะไร ไม่ใช่ว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ตั้งศูนย์ ศปภ. ขึ้นมาก็เริ่มสั่งการกันนะครับ ความจริงตั้งแต่สมัยสึนามิแล้ว หลังจากสึนามิแล้วมันก็ควรจะมีศูนย์อันนี้ตั้งขึ้นมาเป็น แผนป้องกันภัยพิบัติของชาติ ซึ่งผมเข้าใจว่าคงมีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้มีการซักซ้อมกัน หรือไม่ทราบว่าอย่างไร พอเริ่มเกิดปัญหาครั้งนี้ขึ้นมาก็เรียกว่าอาจจะต่างคนต่างก็ต้องรอ คําสั่งจากทางระดับข้างบนนะครับ ซึ่งความจริงเมื่อเกิดเรื่องนี้ใครจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร แผนอพยพนี้มันควรจะต้องเซ็ทอัพ (Set up) ไว้อย่างดีแล้วนะครับ มีศูนย์ที่จะให้คนไปอยู่ ได้มีการคอมมูนิเคชั่น (Communication) จะต้องทําอย่างไร จะต้องเตรียมการอพยพอย่างไร แล้วศูนย์ที่ไปอยู่นี่จะต้องมีการดูแลอย่างดีนะครับ ก็เป็นเรื่องที่เป็นบทเรียนที่เราควรจะต้อง ใช้นํามาเตรียมการในโอกาสต่อไปนะครับ
สําหรับเรื่องของการดูแลป้องกันทรัพย์สินของประชาชนนี่นะครับ ในปัจจุบันนี้ก็มีการให้ประชาชนไปจอดรถกันบนทางด่วน ซึ่งผมคิดว่าควรจะหาสถานที่ให้ เขาไปจอดรถกันในที่มันปลอดภัย หาตํารวจอะไรไปดูแลเขาสักหน่อยก็จะช่วยป้องกัน
ในส่วนของตรงนี้ได้นะครับ ในส่วนของบูรณาการข้อมูลนะครับ อย่าง กทม. ก็ให้แจ้งเตือนภัยเป็นเขตไปนะครับ ซึ่งกว้างเกินไปครับ ผมคิดว่ามันน่าจะมีการเตือนภัย ที่มันแคบกว่านี้ให้รู้ว่าในแต่ละจุด เช่น เป็นสัก ๑ ตารางเมตร หรือ ๒ ตารางกิโลเมตร ในแต่ละบริเวณนี่ก็น่าจะให้ข้อมูลที่ดีกว่านี้นะครับ ในขณะนี้ทางเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการบูรณาการข้อมูลนะครับ เป็นศูนย์ดาตา เซ็นเตอร์ (Data Center) ที่จะเป็นจุดเป็น ดีลิฟเวอร์ ซอร์ส (Deliver Source) สําหรับคนทั่วไป อันนี้ก็อยากจะเสนอ ให้ทางกระทรวงไอซีทีให้บูรณาการข้อมูลให้ดีกว่านี้นะครับ ในโอกาสต่อไปหลังจาก ที่ในขณะนี้ก็คือเป็นเรื่องของการที่จะช่วยผู้ที่ประสบภัยในศูนย์อพยพทางด้านแพทย์ ก็ยังขาดแคลนอยู่ค่อนข้างมากนะครับ มีผู้ที่เป็นแพทย์ที่อยู่ในบริเวณที่ไม่มีปัญหาก็อยากจะ มาช่วยอยู่บ้างนะครับ จะมีทางอย่างไรที่จะให้ทางแพทย์ได้ช่วยใช้ระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ (Teleconference) หรืออะไรที่จะทําให้ทางผู้ที่ประสบภัยหลังจากผ่านมาแล้วประมาณ ๔ อาทิตย์ขึ้นไปก็จะเริ่มมีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ขึ้นมานะครับ แล้วก็ตรงศูนย์ที่อพยพนี้ ก็ควรจะมีแพทย์ที่จะเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลนะครับ ให้โรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า มาช่วยนะครับ
กรณีปัญหาเรื่องของมวลชนแต่ละจุด ๆ การที่ไปทําลายกําแพงพนังกั้นน้ํา ทางศูนย์ควรจะมีนีโกชิเอเตอร์ (Negotiator) หรือว่ามีผู้ที่เข้าไปเจรจานะครับ เพราะว่า เขาก็เสียหายเดือดร้อนมานาน และเขาก็ต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อที่จะป้องกันกรุงเทพฯ ชั้นใน ในลักษณะอย่างนี้ควรจะมีกลุ่มที่เป็นนักเจรจาที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาลเข้าไปเสนอ ให้ทางผู้ที่ประสบภัยเดือดร้อนมานานได้รับการเยียวยา ได้รับการดูแลเป็นพิเศษนะครับ
สําหรับในอนาคตบทเรียนครั้งนี้เราคงต้องได้มาหารือกันว่าจะทําอย่างไร ที่จะป้องกันปัญหาเช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป ก็คิดว่าทางรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาซึ่งเชื่อว่าคงจะได้บูรณาการข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็ใช้บทเรียนครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ขึ้นมาอีกในอนาคตนะครับ ขอบคุณครับ