จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร โดยเสนอแนวคิดและข้อเสนอหลายประการ เช่น การส่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปดูสถานการณ์น้ำที่ภาคเหนือ การเปิดประตูระบายน้ำกรุงเทพมหานคร การจัดตั้ง "วอร์รูม" เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และการจัดการน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร โดยใช้กำลังช่วยกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เมื่อกี้ประสานงานกับวิป (Whip) รัฐบาล ขออนุญาตเพิ่มเวลาในส่วนของกรุงเทพมหานครเป็น ๑๓ นาที ได้ตกลงกับ วิปไว้เรียบร้อยแล้วครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผมในฐานะตัวแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ เสียงในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ซึ่งขณะนี้น้ําก็ยัง ท่วมอยู่นี่นะครับ ไล่ไปตั้งแต่ลาดกระบัง ข้าง ๆ ผมนี่ครับ ดอกเตอร์ธีรรัตน์ ข้างหลังผมนี้ก็ หลักสี่ครับ คุณสุรชาติ เทียนทอง คุณการุณ โหสกุล เขตดอนเมือง คุณอนุสรณ์ ปั้นทอง เขตบางเขน คุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ สายไหม แล้วก็เรื่อยไปจนถึงคุณพลภูมิ ที่บึงกุ่ม และคันนายาว คุณไพโรจน์ที่ลาดกระบัง แล้วก็คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่มีนบุรี รวมทั้งท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่ง แม้จะอยู่ในเขต ๕ ก็คือคุณลีลาวดี วัชรโรบล แต่ก็ได้รับ ภัยพิบัติครั้งนี้เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีข้อเสนอดี ๆ ครับ ไม่อยากจะไปว่า ใครอีกแล้ว เพราะวันนี้มันต้องจับมือจับไม้ร่วมกันเดินทางไปพร้อม ๆ กันกับมหาอุทกภัย ครั้งนี้ครับท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตเลียนแบบพรรคฝ่ายค้าน วันนี้ผมจะขออนุญาต เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงาครับท่านประธานครับ เห็นฝ่ายค้านเขามีรัฐมนตรีเงา หลายคน ก็เลยอยากจะลองเป็นบ้างครับ ผมจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการแก้ไข ปัญหาในกรุงเทพมหานครนั้น ถ้าผมเป็นผู้ว่า กทม. เงานะครับ ท่านประธานครับ อันดับแรก ที่ผมจะทําก่อนเลยครับ จะตั้งใจฟังแล้วก็จะติดตามสถานการณ์น้ําที่ขณะนี้ ถ้าเราย้อนหลังไป ๓ เดือนที่แล้วท่านประธานครับ ผมจะไปดูที่ภาคเหนือ หรือไม่ก็เปิดโทรทัศน์ดูครับ หรือไม่ ก็ให้ที่ปรึกษากรุงเทพมหานครช่วยกันดูครับว่าภาคเหนือน้ํามันมามากมาน้อยขนาดไหน มาถึงจังหวัดตากหรือยัง กําแพงเพชรหรือยัง นครสวรรค์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานครเมื่อไร นี่คือวิธีคิดของผมแบบเด็ก ๆ ครับ แต่ท่านประธานครับ ที่ผ่านมา ๓ เดือน เราเฝ้าดูแต่ข่าวโทรทัศน์ครับ แล้วก็ลุ้นระทึกกันครับ คน กทม. ก็เป็นพวกตื่นทรายครับ ผมก็เป็นครับ ๒ เดือนที่แล้วคิดอย่างเดียวหาซื้อทรายที่ไหน วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไรหรอกครับ นั่งตั้งกระสอบทรายกันไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้ามีโอกาสนะครับท่านประธานครับ ผมจะส่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครับ ช่วยกรุณานั่ง บขส. สีส้มนี่ละครับไปดูหน่อย นครสวรรค์น้ําเข้ามาถึงหรือยัง ถ้ามันมาแล้วมัน จะท่วม กทม. ไหม แล้ววางแผนอย่างเป็นระบบครับ ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าท่านทําหรือไม่นะครับ แต่ถ้าเป็นผมผมจะทําแบบนั้นครับ และที่น่าแปลกใจก็คือว่าถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่า กทม. แล้วก็มี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ในพรรคเดียวกัน ผมจะเรียกมาปรึกษาทันทีครับ
เรื่องต่อมา ท่านประธานครับ ถ้าผมได้มีโอกาสบุญมาวาสนาส่งนี่นะครับ ผมจะสั่งเร่งเปิดประตูระบายน้ํากรุงเทพมหานครทุกตอนครับท่านประธานครับ ตั้งแต่ฝั่ง ทิศตะวันออกทําตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้วท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ผมขับรถไปที่ คลอง ๒ คลอง ๓ คลอง ๔ ครับ ผมไปจัดรายการวิทยุที่วิทยาลัยธัญบุรีท่านประธานครับ น้ําในช่วงเดือนตุลาคมต้นเดือนครับ กําลังสบาย ๆ คนนั่งตกปลากันชิว (Chew) ๆ ครับ ถ้าวันนั้นผมเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมสั่งเปิดประตูเรียบเลย ตั้งแต่ตะวันออก มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก จัดเต็มไปแล้วท่านประธานครับ แล้วก็ค่อย ๆ ไหลรินน้ํามาเรื่อย ๆ ผ่านกรุงเทพมหานคร ผ่านอุโมงค์ยักษ์ที่ท่านผู้ว่าคนปัจจุบันโฆษณาไว้ นี่ละครับ ป่านนี้อยู่เดือนท่านประธานครับ น้ําในฝั่งตะวันออก โอ้โฮสบายครับลดระดับลง ถึงเวลาน้ําเหนือมามากก็ค่อย ๆ ผันผ่านคลองต่าง ๆ จะได้ไม่ต้องไปยืมเครื่องสูบน้ํา ท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาครับ ถ้าผมได้มีโอกาสเป็นผู้ว่าราชการ แล้ววันนี้ถ้าเผื่อผมเป็น ผู้ว่า กทม. เงานี่นะครับ ผมจะตั้งวอร์รูม (War room) กรุงเทพมหานครครับ ลดการกดดัน พี่น้องประชาชนที่จะไปรื้อคันกันน้ําบิ๊กแบ็กบ้าง ไปเปิดประตูระบายน้ําบ้าง เขตผมคลองสามวาเต็ม ๆ ท่านประธานครับ ท่วมมาตั้งแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ชาวบ้าน เครียดครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครบอกเขาไหมว่า ฝั่งตะวันออก ๒-๓ แขวงนั้นเป็นพื้นที่รับน้ํา มีหมู่บ้านไปปลูกกันเรียบร้อยท่านประธานครับ หน้าแล้งคิดง่าย ๆ ครับก็คือการปลูกบ้านในบึงบอระเพ็ดตอนน้ําแห้งนั่นเอง ถ้าอย่างนี้ ประชาชนรู้ใครจะบ้าไปซื้อละครับ อย่างนี้ กทม. ถ้าผมเป็นนะครับ ผมประกาศเลยเขตนี้ ท่านไม่ต้องไปอยู่กันเพราะเป็นบึงบอระเพ็ดแห้ง ๆ เดี๋ยวพอหน้าฝนน้ําท่วม อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมจะทํานะครับ ถ้ามีโอกาสครับผมเสนออย่างนี้ครับ การจะแก้ปัญหาในพื้นที่ ประตูระบายน้ําท่านประธานครับ ผมมีจดหมายฉบับหนึ่งที่ถืออยู่นี่นะครับ ไม่ได้ให้ ท่านประธานดูครับ แค่ชูเล่น ๆ ครับ เป็นจดหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงนาม เปิดประตูระบายน้ําคลองสามวาเพิ่มอีก ๒๐ เซนติเมตรครับ สุดท้ายก็ไปให้สัมภาษณ์กัน สนุกสนาน นายกรัฐมนตรีไปตามใจม็อบ (Mob) นี่กรุงเทพมหานครนะ ถ้าจังหวัดปทุมธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมจะไปที่ประตูระบายน้ําคลองสามวาทันทีครับ วันนั้นผมไปท่านประธานครับโดนโห่ ถามผู้ว่า กทม. ไปไหน ผมบอกผมนี่ละ ผู้ว่า กทม. เงา สุดท้ายผมก็เรียนสายกับ ผู้หลักผู้ใหญ่ครับ บอกว่าท่าน ๑ ทางเลือก คือถ้าท่านไม่เปิดประตูน้ําคลองสามวานะครับ ประชาชนรุมฮือซึ่งจะจัดตั้งจากไหนอย่างไร นักการเมืองเกี่ยวข้องไม่รู้ แต่ประชาชนฮือ รื้อแน่นอนครับ พอรื้อเกิดอะไรขึ้นครับ ชาวบ้านก็เดือดร้อน อย่างนี้โยนให้รัฐบาลตัดสินใจ ได้หรือครับ กทม. ต้องช่วยกัน ถ้าผมมีโอกาสผมจะบอกเอาละครับท่านครับ ปัญหามีอยู่ ๒ อย่าง ถ้าไม่เปิดประตูระบายน้ําเพิ่มอีกเล็กน้อยลดความกดดัน ชาวบ้านรื้อคุมไม่ได้จะเอา แบบไหน ผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็ต้องตัดสินใจแบบนั้นครับ ลดความกดดันแล้วค่อย เจรจาครับ ตกลงอย่างไรแน่เป็นเรื่องของ กทม. หรือเป็นเรื่องของรัฐบาลครับ ก็ไม่ว่ากัน อีกครับ
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครมี ๕๐ เขต มีน้ําท่วม ๒๐ เขตครับ ๓๐ เขต ผอ. ทําอะไรครับ เอาละท่านอาจจะสั่งการก็ได้ แต่ถ้าเป็นผมเป็น ผู้ว่า กทม. ผมจะสั่งการเลยผู้อํานวยการเขต ๓๐ เขตผนึกกําลังเหมือนที่รัฐบาลทําแบบนี้ ละครับ ท่านไปประกบเขตที่มีปัญหา สามวามีปัญหาหนักเอา ๒ เขตที่ชั้นในที่จิบไวน์กัน สบาย ๆ เอามานั่งประชุมร่วมกันแล้วเอากําลังช่วยกันครับ เขตหนึ่งท่านประธานทราบไหมครับ มีพนักงานที่เป็นทั้งเจ้าหน้าที่ประจําและไม่ประจําประมาณ ๑,๐๐๐ คนครับ มีรถยนต์ หลายร้อยคันครับ มีสตางค์ครับ ส.ส. อย่างผม ๑ คนประชากร ๑๖๐,๐๐๐ คน ประชากร แฝงอีก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน สิริรวมแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ คน ผมเข้าไปวันหนึ่งท่านประธานครับ ๔ หมู่บ้าน โดยด่าตลอดครับ ไม่เห็น ส.ส. ไม่เห็น กทม. เป็นหน้าที่ของผู้ว่า กทม. สั่ง ผอ. เขต กําลังมีมากกว่าผม ผมมีรถปิกอัพ ๒ คันท่านประธานครับ มีลูกน้อง ๕ คน วันหนึ่งเข้า ๕ หมู่บ้านก็เพลียแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมมีโอกาสเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมจะสั่ง ท่านประธานมีคนประท้วงครับ