นริศา อดิเทพวรพันธุ์ หารือเรื่องวิกฤตการณ์น้ำท่วมไทยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติ พร้อมเรียกร้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เร่งด่วนและรัฐบาลให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ประเด็นที่ดิฉันอยากจะอภิปราย ก็คือวิกฤตการณ์น้ําท่วมไทยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติ ได้อย่างไร เหตุการณ์น้ําท่วมในขณะนี้ส่งผลให้โรงงานกว่า ๑๐,๐๐๐ โรงงานจมน้ํา นิคมอุตสาหกรรม ๗ นิคมจมน้ําไปเรียบร้อยแล้ว และแห่งที่ ๘ กําลังจะจม คนงานในระบบแรงงานตกงานไปแล้วกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน นี่ยังไม่นับแรงงานในอุตสาหกรรม ที่ต่อเนื่อง โรงงานดังกล่าวที่ดิฉันได้กล่าวมานั้นตอนนี้ได้หยุดการผลิตและไม่ทราบว่า จะมีกําหนดเปิดได้อีกครั้งเมื่อไร โรงงานเหล่านี้ได้ผลิตสินค้าที่ครอบคลุมทุกประเภท ของสินค้าแล้วก็ไม่ใช่ผลิตสินค้าที่จําหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโรงงาน ซึ่งผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นดิฉันอยากจะ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะคะว่ารุนแรงมากขนาดไหน ซีอีโอ (CEO) ของ บริษัท แอปเปิลค่ะ ได้กล่าวขึ้นมาว่า ณ ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท แอปเปิลนั้น ได้รับกระทบกระเทือนเนื่องจากภาวะน้ําท่วมในประเทศไทย บริษัท โตโยต้าค่ะ ไม่เฉพาะ โรงประกอบ ๓ โรงที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้นที่จะต้องหยุดการผลิตรถยนต์โตโยต้า แต่ยังส่งผลให้โรงงานอีก ๔ โรงงาน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ ในประเทศแคนาดาจะต้องหยุดผลิตไปเช่นเดียวกันเนื่องจากขาดชิ้นส่วนในการผลิต ท่านประธานคะจากผลของการหยุดผลิตรถยนต์โตโยต้าซึ่งมีการประมาณค่าของ ความเสียหายไว้ว่า ๓ เดือนที่โตโยต้าต้องลดกําลังการผลิตอาจจะทําให้สูญเสียรายได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านเยน บริษัท ฮอนด้าค่ะ บริษัทซึ่งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะซึ่งมีปัญหาในเรื่อง ของโรงประกอบซึ่งจมน้ําอาจจะต้องหยุดการผลิต ๖-๑๐ เดือน สําหรับโรงงานนี้เป็นโรงงาน ขนาดใหญ่ มีกําลังการผลิตทั้งสิ้นในแต่ละปีถึง ๒๔๐,๐๐๐ คันต่อปี และยังส่งผลไปให้ บริษัทประกอบรถยนต์ฮอนด้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ประเทศบราซิล หรืออยู่ที่ประเทศอังกฤษก็ได้รับ ผลกระทบเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ค่ะท่านประธานคะเป็นสิ่งที่ทําให้นักลงทุนมองว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในความเสี่ยงอย่างที่สุดและมีโอกาสอย่างมากค่ะ ที่ประเทศเหล่านี้จะเบนเข็มหนีจากเมืองไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังการอภิปรายจาก ท่านผู้อภิปรายหลายท่านรวมถึงรัฐบาล ได้พยายามที่จะบอกว่าภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อนี้จริง ดิฉันยอมรับค่ะ แต่ท่านประธานก็คงจะมีความเชื่อเหมือนกับดิฉัน นะคะว่า ยิ่งเราต้องการที่จะเอาชนะธรรมชาติที่ยากขึ้นมากเท่าไร เราก็จะต้องมีผู้นํา ที่มีความสามารถมากขึ้นแค่นั้น ก็เหมือนกับสุภาษิตไทยที่ว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ หรือเชื่อผู้นําชาติจะพ้นภัย ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้นําที่ดีย่อมที่จะบรรเทาความรุนแรงของปัญหาให้ลงไปอยู่ในระดับที่รับได้หรือสูญเสีย น้อยที่สุด ถ้ามาดูถึงรัฐบาลนี้ค่ะภายใต้การนําของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะคะ จะพบถึงความสับสน สร้างความผิดพลาดจนเกิดความเสียหายอย่างไม่น่าให้อภัย จนไม่สามารถที่จะประเมินความเสียหายได้ ดิฉันขอประเมินสถานการณ์น้ําที่ผิดพลาด ของรัฐบาลนี้
วันที่ ๙ ตุลาคมค่ะ ผอ.ศปภ. ได้บอกว่าสามารถที่จะคุมสถานการณ์น้ํา ที่ทะลักเข้านิคมโรจนะได้แล้ว และในวันเดียวกันค่ะน้ําก็ทะลักเข้านิคมโรจนะทั้ง ๓ เฟส (Phase) เสียหายไป ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้เสียชีวิตถึง ๔ คน วันที่ ๑๓ โฆษก ศปภ. เฉลยว่านิคมไฮเทคกําลังกลับสู่สภาวะปกติ และในวันเดียวกันค่ะคันกั้นน้ํานิคมไฮเทคก็พังไป โรงงาน ๑๔๓ แห่งได้จมน้ํา
วันที่ ๑๗ ศปภ. ยืนยันว่าน้ําจะไม่เข้าท่วมนิคมนวนครอย่างแน่นอน แต่ในวันเดียวกันค่ะน้ําก็เข้าท่วมนิคมนวนครและยังมีน้ําสูงกว่า ๒ เมตร โรงงาน ๒๗๗ แห่ง ได้เกิดความเสียหาย
นี่ค่ะเป็นความผิดพลาดของการบริหารงานของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้คงปฏิเสธ ถึงการที่จะไม่รับผิดชอบในการที่ท่านส่งข้อมูลที่สับสนและผิดพลาดออกมาทําให้ ผู้ประกอบการได้รับความเสียหายอย่างถึงที่สุดนะคะ ดิฉันต้องขอเรียกร้องค่ะว่ารัฐบาล จะต้องให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลที่รวดเร็ว ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์เพื่อ ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการนั้นได้ตัดสินใจได้ประทังให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน