รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เผดิมชัย สะสมทรัพย์ หารือเรื่องการดูแลแรงงานที่มีปัญหาหลังเกิดน้ำท่วม โดยแบ่งเป็น 2 ภาคส่วน คือ แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว และเรียกร้องการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากภาครัฐ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน วันนี้มีทั้งหมด ๘ ชั่วโมง ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกาที่เราเปิดประชุมนะครับ ผมคิดว่าผมนั่งฟังมาตลอด แล้วนั่งอยู่บนนี้ด้วย นอกจากลงไปข้างล่างไม่ถึง ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาที ไปทําภารกิจแล้วก็ขึ้นมานั่งต่อ บางครั้งผมอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมานานครับ เพื่อนสมาชิก ท่านบุญยอด อาจจะมากกว่าท่านบุญยอดเสียด้วยซ้ํา ผมต้องเคารพคําถามของท่านสมาชิก ทุกคนทุกฝ่าย วันนี้มีคําถามของพรรคท่าน แล้วคนที่ผมเชื่อว่าเป็นคําถามที่ดีแล้วจะเป็น ที่กระจ่างแก่ประชาชนทางบ้าน เพราะท่านก็ได้พูดตลอดไม่ว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าสภา เท่านั้นที่จะไขปัญหาให้ประชาชนเรากระจ่าง วันนี้ผมต้องการจะเดินแนวทางร่วมกัน ในลักษณะแบบนั้นครับ เมื่อสักครู่ไม่นานนัก ส.ส. นครศรีธรรมราช ถ้าจําไม่ผิดคือคุณนริศา จากจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพรรคท่าน ได้มีประเด็นคําถามซึ่งน่าสนใจเฉกเช่นเดียวกับ ตอนเช้า ท่านอดีตรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านมีคําถามตรงกันครับ ผมพยายามจะนั่งนิ่งตั้งแต่เช้านั่งอยู่บนนี้มา ๗-๘ ชั่วโมง เพื่อจะดูว่าคําถามอะไรที่ เพื่อนสมาชิกเป็นห่วง เพราะครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดอุทกภัยกับบ้านเมืองเราหรอกครับ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องทําหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ดีที่สุด ไม่โทษกัน ไม่ว่ากัน ทําอะไร บกพร่องมาว่ากันในนี้ ทําอะไรผิดก็ไปหาข้อมูลมาให้ไขกระจ่างกันในนี้ ในเมื่อผมต้องการ จะบอกว่าข้อข้องใจของท่านเพื่อนสมาชิกทั้งสองท่านนั้นมีความเป็นห่วงเรื่องแรงงานว่า น้ําท่วมแล้วจะทําอย่างไรกับผู้ใช้แรงงานตั้งหลายแสนคน คนจะตกงานหรือไม่ พี่น้องเรา จะแย่ไหมถ้าหากว่าหลังจากนี้ไปถ้าบริษัทต่าง ๆ ๗ นิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งบริษัทเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกตั้งเยอะ ถ้าขาดสภาพแล้วไม่มีแรงงาน ไม่มีงานทําจะทําอย่างไร นี่เป็นข้อที่ผม ตั้งใจจะฟังข้อมูลแล้วขึ้นมาชี้แจง เพราะถ้าเป็นประเด็นนี้เราก็นั่งคิดว่าจะเอาถึงเที่ยงคืน หรือไม่ แต่คิดแล้วว่าถ้าเกิดมีประเด็นซ้ํากันอีกหลังจากนี้นี่เราจะไปรอตอบทีเดียวหรือไม่ หรือตอบในระหว่างนี้เพื่อให้รู้ว่าคนที่กําลังจะข้องใจในเรื่องนี้เขาจะได้เข้าใจ แล้วก็ไม่ต้องมา ยกคําถามตอบอีก เพื่อสงวนเวลาให้เรื่องที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นด้วยครับ นั่นคือเหตุผลนะครับ คุณบุญยอด ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นเลยนะครับ และวันนี้ ๗ อุตสาหกรรมของเรานั้น ๑๐,๐๐๐ กว่าบริษัท พี่น้องเราตามตัวเลขต้องแบ่งเป็น ๒ ประเภทนะครับ ว่ามีผู้ใช้แรงงาน เป็นคนไทยแล้วก็เป็นแรงงานต่างด้าวอย่างที่เราเข้าใจดี หลังจากเกิดอุทกภัย ท่านนายกรัฐมนตรีของเราก็เริ่มให้ความสนใจว่าห่วงมาตั้งแต่ก่อนเดือนกันยายนเสียด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ห่วงบอกว่าพอเริ่มต้นขึ้นมาจะให้ผู้แทน หรือรัฐมนตรีนั้นไปดูแลจังหวัดต่าง ๆ ตอนนั้นท่วมประมาณ ๑๒ จังหวัดหรือ ๑๓ จังหวัด ผมเองเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ก็ได้ไปอยู่ที่จังหวัดชัยนาท เพราะระหว่างนั้นจังหวัดชัยนาท เริ่มท่วม และทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้เลิกดูแลจังหวัดชัยนาทอย่างที่ท่านเข้าใจ วันนี้เราลงมาแล้ว เราใช้ผู้ว่าราชการจังหวัด เราใช้กลไกของผมครับคือกระทรวงแรงงาน เพราะเรามี กระทรวงแรงงานประจําอยู่ทุกจังหวัด ๗๗ จังหวัด เราใช้อธิบดีลงไปตรวจสอบ เราใช้ความ ดูแลของ ๘ อําเภอจังหวัดชัยนาทว่าระดับน้ําเป็นอย่างไร พี่น้องเราเป็นอย่างไร มีการไป ทําอาหารให้ทานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ไปทําอาหารให้พี่น้องของเราทาน เรามีการซ่อม เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไม้สอยทางไฟฟ้าเราก็ยังอยู่ประจํา ที่จังหวัดชัยนาท และวันนี้ก็ท่วมลงมาเรื่อย ๆ อย่างที่ท่านทราบ ก็มาเกิดปัญหาที่ พระนครศรีอยุธยา ก็เกิดพี่น้องแรงงานก็มีปัญหา เมื่อมีปัญหาขึ้นมาสิ่งที่เรากังวลก็เหมือนกับ ที่ท่านสุเทพและท่านนริศาเป็นห่วง ฉะนั้นก็เลยเกิดปัญหาว่าเราจะทําอย่างไร ผมก็เลยต้อง อย่างที่ท่านตามข่าวมาเรื่อย ๆ ผมก็เป็นห่วงในฐานะที่เป็นเจ้าของกระทรวงแรงงาน เรารู้ปั๊บ เราแบ่งเป็น ๒ ภาคส่วน เราก็เลยดูกันระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็คือท่านรัฐมนตรีสันติ ก็จะดูแลส่วนที่เป็นคนไทย เพื่อนมนุษย์ทั้งหมด ส่วนผมจะแยกพี่น้องที่มีแรงงานต่างด้าวเพื่อแยกบัญชี แยกประเภท แยกความชัดเจน เพราะแรงงานต่างด้าวนั้นท่านก็รู้ว่าผมเมื่อน้ําท่วมพระนครศรีอยุธยานั้น ผมได้นําแรงงานต่างด้าวทั้งหมดนั้นไปที่ศูนย์วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เพราะขณะนั้น จังหวัดนครปฐมนั้นยังไม่มีปัญหา จังหวัดปทุมธานีก็ยังไม่มีปัญหา จังหวัดนนทบุรีก็ยังไม่มีปัญหา ในเรื่องของแรงงานน้ําท่วม เมื่อไปถึงตรงนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจดีครับ ท่านเป็นห่วงอยู่เรื่อย ถึงภาพลักษณ์ของประเทศเป็นหลัก ว่าถ้าเราดูแลพี่น้องคนไทยผู้ใช้แรงงานนั้นให้ดูเหมือนกัน ให้เฉกเช่นเป็นคนงานไทยเพราะว่าเรามีหน่วยงานของเอ็นจีโอเรามีหน่วยงานของไอแอลโอ (ILO) เรามีไอโอเอ็ม (IOM) เรามีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ไม่ว่าจะ เอเอพี (AAP) ซีเอ็นเอ็น (CNN) เขาไปทําข่าวที่ศูนย์วัดไร่ขิง ซึ่งเราได้ทําอย่างมีระบบว่าระบบของเรานั้นมีพี่น้อง ทํางานมาอย่างไร ๔ ระบบ เช่น มาโดยถูกต้อง คือทําเอ็มโอยู (MOU) กับนายจ้างมาก่อน มีพิสูจน์สัญชาติเป็นอันดับที่ ๒ ๓. มีการทําเวิร์ค เพอร์มิท (Work permit) นั่นก็หมายถึงว่า ในอดีตเคยหลบเลี่ยงเข้ามาทํางานผิด เราก็ขึ้นมาให้เวิร์ค เพอร์มิท ประมาณปีหนึ่งนะครับ หลังจากนั้นสุดท้ายก็คือผู้ที่หลบหนีแล้วยังไม่ได้มีเวิร์ค เพอร์มิท เราก็มีการไปทําที่ศูนย์วัดไร่ขิง ให้ครบวงจร ให้การดูแลเขาอย่างดี เพื่อให้นานาประเทศต่าง ๆ ว่าถ้ามาทํางาน ในประเทศไทยแล้วถึงเกิดอะไรก็แล้วแต่ ประเทศเรารับผิดชอบ ประเทศเราให้การดูแล ประเทศเรามีมนุษยธรรมสูงในการที่จะทําให้ทุกคนเข้าใจ แล้วก็มั่นใจเชื่อมั่นในประเทศไทย ว่ามาลงทุนประเทศเรานั้นจะได้รับการดูแลให้เฉกเช่นกับคนไทย ฉะนั้นเป็นเรื่องที่พวกเรา ควรจะเข้าใจว่ารัฐบาลได้พยายามอย่างสุดซึ้ง ส่วนแรงงานที่จะตกงานนั้นไม่ว่าจะเป็นบริษัท โตโยต้า ฮอนด้า เขาได้รับปากมาแล้ว เราไปแยกแยะว่าเขาจะสู้ต่อ เขาจะทําต่อ บังเอิญ เมืองไทยนั้นเป็นซัพพลาย เชน (Supply chain) ที่ยิ่งใหญ่ นั่นหมายถึงนอกจากผลิตแล้ว ก็ยังผลิตอุตสาหกรรมย่อยที่ว่าเอสเอ็มอี (SME) ขณะนี้บริษัทแม่คือบริษัทญี่ปุ่นต่าง ๆ ก็ได้พยายามติดต่อหรือได้ทํากับเราเรียบร้อยแล้วว่าจะเอาแรงงานที่ระหว่างรอให้โรงงาน ทําเสร็จสิ้นแล้วไปทํางานในต่างประเทศ เพื่อผลิตชิ้นส่วนไปยังประเทศ ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา หรือแคนาดา ไม่ว่าจะอังกฤษ อย่างที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นเข้าใจถูกต้องแล้วครับ และขณะนี้ก็กําลัง ทําวีซ่าทําการอนุมัติให้ไปที่บริษัทแม่เขาที่ญี่ปุ่นเพื่อใช้แรงงานไทยที่มีความสามารถตรงนี้ อยู่แล้วจะได้มีเงินเดือนและก็ทําชิ้นส่วนระหว่างที่น้ําเรายังท่วมโรงงานยังไม่สามารถ รีคัฟเวอร์ (Recover) ได้ก็ไปทําที่ญี่ปุ่นหลายพันคน ขณะนี้ก็ได้ทํากันไปแล้วนะครับว่า สภาพการตกงานนั้นผมไม่เชื่อว่าจะมีเยอะ ขณะนี้หลังน้ําท่วมมาจนถึงปัจจุบันมีบริษัท ขอปิดกิจการทั้งหมด ๑๕ โรงงาน ๑๕ โรงงานประกอบไปที่พระนครศรีอยุธยานั้น ๑๐ โรงงาน ๔ โรงงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ๑ โรงงานอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วจํานวนคน ที่จะต้องถูกปิดกิจการนั้นมีแค่ ๔,๐๐๐ กว่าคน แต่เรามีอัตรางานที่จะจ้างให้กับพี่น้องของเรานั้น สํารองไว้ถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนในขณะปัจจุบัน และเราก็ได้ลงในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์เดลินิวส์หรือทุกฉบับ มติชน ข่าวสด ไทยรัฐ เราลงทุกวันครับเพื่อให้รู้ว่าไปทํางานที่ไหน จังหวัดไหน ทําอย่างไรอย่างชัดเจนจนกระทั่งถึง ปัจจุบันครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่อยากให้ท่านนั้นคลายกังวลนะครับว่าเราได้ทําอะไรไปบ้าง เพราะฉะนั้นเราต้องการจะพึ่งสภากัน สภาก็รัฐมนตรีก็ต้องตอบ เพราะว่าถ้าไม่ทํางานไม่ตอบ ท่านก็ไม่รู้ ประชาชนก็ไม่รู้ว่าเราจะทําอะไร นั่นคือสิ่งที่ผมอยากถ้าหากมีปัญหาและไม่เข้าใจ เรื่องนี้ก็ยินดีที่จะตอบคําถามต่อ

ส่วนเมื่อกี้นี้เป็นส่วนของเรื่องอยากให้เกิดความเชื่อมั่นว่าขณะนี้น้ําก็ท่วม แม้กระทั่งจังหวัดของผมก็ไม่ต้องพูดถึงว่ากี่เมตรเราไม่พูด เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าน้ําจะต้องเดิน จากข้างบนมาถึงข้างล่าง แล้วทางจังหวัดผมหรือจังหวัดสมุทรสาครนั้นเป็นปลายน้ําที่จะต้อง รับน้ําจากข้างบน เราจะทําอย่างไรที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราต้องเตรียมตัวทําอย่างไร เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ แม้กระทั่งเมื่อสักครู่นี้ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เพราะว่าได้พาดพิงผมนิดหนึ่ง คือคุณรังสิมาเจอผม เพราะเมื่อวานท่านอภิปรายบอกว่ามาม่า นี่ไปแจกพี่น้องเป็นมาม่าหมูสับ เมื่อเช้าผมก็พยายามจะอธิบายให้ฟังบอกเมื่อวานที่อภิปราย นี่ความจริงมาม่าหมูสับผมกินบ่อย ผมกินรสต้มยํากุ้งมันจะฉีกซอง ไม่ใช่ว่าเอามาม่าแล้วมี หมูสับและไปต้มให้พี่น้องเขาทาน ผมว่าถ้าใครทานมาม่าบ่อย ๆ ก็จะเข้าใจว่า พี่น้องอิสลามพอเห็นซองหมูสับก็คงไม่ได้เอาหมูสับใส่ไปด้วยหรอกครับ ก็เลยอยากอธิบายให้ ฟังว่าบางครั้งความเข้าใจหรือความคลาดเคลื่อนหรือความที่จะเกิดประเด็น เพราะว่าในช่วง อุทกภัยนั้นมีวิกฤติทั่วกันไปหมด เพราะฉะนั้นการที่จะทํางานระหว่างกรุงเทพมหานคร หรือพระนครศรีอยุธยา นครปฐมจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมจะเพียรพยายามบอกพี่น้อง ให้ออกมาศูนย์พักพิง เพราะว่าต่างจังหวัดนั้นเข้าไปทีจะไปส่งอาหารยากเย็นกว่า กทม. มาก เพราะพี่น้องอยู่กระจัดกระจายกันไปในทุ่งในหญ้าต่าง ๆ เพราะท่านส่วนใหญ่บ้านนอกนั้น จะมีอาชีพเกษตรกรทําสวน ทําไร่ บ่อปลาเลี้ยงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการไปเมื่อน้ําสูงถึง ๑ เมตร ๒ เมตร อย่างผมเริ่มไปชัยนาทนั้นผมใส่ถุงยังชีพไป ๓๐ ถุง ผมไปเดี๋ยวเดียวนี่กว่าจะถึง ตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง ท่านคิดดูสิครับว่ายากลําบากแค่ไหน เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้พี่น้องนั้น ออกมาศูนย์พักพิง เพราะฉะนั้นจังหวัดนครปฐมก็อยากให้มีศูนย์พักพิง เพราะเราจะได้ ทําอาหารสดโภชนาการให้เขาทานทุกวัน ทุกมื้อรู้ตัวเลขที่แน่นอน ผมมีเรื่องเสียใจ ความจริง คําว่าถุงปลิดชีพนั้นเกิดจากชื่อผมเอง เพราะเมื่อ ๒ วันที่แล้วเพราะถุงยังชีพนี่ละที่ปลิดชีพ คนนครปฐม ตําบลบางกระทึกผมไป ๑ คนนะครับ เพราะไปเสียบมาม่าไฟช็อตแล้วก็ดูดตาย อายุ ๓๕ ปี ผมเลยบอกว่าบางครั้งเจตนาของเราที่ไปให้ถุงยังชีพนี่แต่ไปปลิดชีพเขานะครับ ตรงนั้นก็เลยเป็นคําพังเพยที่ผมเกริ่นมาว่าทําไมคนเราเวลาพี่น้องเพื่อนร่วมชาติเรากําลัง เดือดร้อนทําไมต้องไปซ้ําเติม ท่าเรือที่ผมไปพระนครศรีอยุธยา ท่าเรือผมไปวัดมงคลบพิตร ไปเยี่ยมพี่น้องที่พระนครศรีอยุธยาระหว่างที่น้ําท่วมมาก ท่านเชื่อไหมเข้าไปถึง วัดมงคลบพิตร ๑,๕๐๐ บาท เพื่อที่จะขนถุงยังชีพไปแจกพี่น้องที่ติดอยู่วัดมงคลบพิตรนั้น ๑๐๐ กว่าคน คิดค่าเรือไป-กลับ ๓,๐๐๐ บาท ไป ๑,๕๐๐ บาท กลับ ๑,๕๐๐ บาท นี่ละครับ ที่เรียกว่าในช่วงอย่างนี้พวกเราต้องหนักแน่น พี่น้องของเราที่ทําแรงงานโรงงานปิดไปอยู่ ต่างจังหวัดก็ส่วนใหญ่กลับภูมิลําเนา ก็ยังมีคนไปหลอกเขาว่าจะไปทํางานต่างประเทศไหม ถ้าไปทําอิสราเอลหรือไปออสเตรเลีย มีงานเยอะแยะ ขอก่อน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ใช้ช่วงโอกาสแบบนี้ไปซ้ําเติมกับ พวกเราที่จะต้องมีความยากลําบาก ผมก็ขอขอบคุณที่จะใช้เวทีสภานี้ให้พวกเราทราบถึงว่า จะไปทํางานต่างประเทศนั้นอย่างไรก็ต้องผ่านกรมการจัดหางานของกระทรวงแรงงานเป็นหลัก อย่าไปหลงเชื่อบริษัทต่าง ๆ อย่าไปหลงพวกที่มีอาชีพเป็นมิจฉาชีพใช้ความซ้ํารอย ประชาชน เลยไม่ยอมออกจากบ้านต่างจังหวัดครับ เพราะกลัวโจรผู้ร้าย เขารักบ้าน เขาห่วงบ้าน เขาไม่เคยมีพฤติกรรมที่มานอนรวมกันในศูนย์พักพิง ผมเข้าใจ และผมพยายามจะสร้าง ความเข้าใจกับคนบ้านผม หรือคนที่ไหนที่อยู่ต่างจังหวัด ให้เข้าใจว่าเป็นผม ผมก็ไม่อยาก จะไปอยู่รวมกับใคร วันนี้แปลกหน้า เราก็พยายามหาวิธีมีกิจกรรมให้เขา ให้เกิดความรู้สึกว่า มันง่ายกว่าที่เราจะเอาถุงยังชีพหรือเอาอาหารขึ้นไปถึงที่ละ ๒-๓ ชั่วโมงก็บูดเน่า ก็เกิดเป็น กรณีเป็นปัญหาขึ้นมาอีก บางครั้งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ทั้งผู้นําเรือเข้าไปให้ด้วย เหมือน ๒ คน พ่อลูกที่บางเลนกอดคอกันตายเพราะว่าเอาอาหาร ทําอาหารเสร็จกลับบ้านจะไปแจกคน ต้องเสียชีวิตไปทั้งคู่ ทั้งพ่อและลูก อันนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ผมก็อยากให้สภานี้ช่วยเข้าใจกัน ผมรู้ทุกคนเกิดความเครียด คนจังหวัดผมบางตําบลก็เกิดความเครียดไม่อยากให้น้ําเข้าบ้าน ตัวเอง ก็กั้นกัน ก็ทะเลาะกัน ฉะนั้นวันนี้ก็ขอให้ความรู้สึกว่าที่ผมพยายามจะรู้ว่าจังหวัดผมเอง จังหวัดนครปฐมหรือจังหวัดสมุทรสาคร แน่นอนที่สุดเพราะเราอยู่ติดกับแม่น้ําท่าจีน เป็นที่ระบายน้ําฝั่งตะวันตก เรารู้ว่าชะตากรรมจะเกิดขึ้นแก่จังหวัดเราอย่างไร แต่เราต้อง เตรียมพร้อมครับ เพื่อเห็นแก่คนที่อื่น ผมไม่อยากให้กรุงเทพฯ เดือดร้อน ผมไม่ใช่ผู้เสียสละ ผมรู้ว่าต้องลงแม่น้ําท่าจีน ผมรู้ว่าต้องไประบายออกทางจังหวัดสมุทรสาคร เราเตรียมพร้อม แล้วครับ อย่างน้อยให้ประชาชนผมนั้นมีความสามัคคีและเข้าใจและร่วมกันออกมาอยู่ ศูนย์พักพิง มาอยู่กันเป็นหมู่เป็นเหล่า มาอยู่พร้อมกันให้เกิดความเข้าใจ เพราะเราไม่อยาก ให้เกิดปัญหาถึงเสียชีวิตและง่ายต่อการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้ประเด็น เล็ก ๆ น้อย ๆ ทางการเมืองต้องเอามาเป็นปัญหาครับ อยากให้สภานี้ออกความคิดเห็นว่า จะช่วยกันอย่างไร กระผมก็มีเรื่องแค่นี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ