จารุพรรณ กุลดิลก หารือเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการน้ำท่วมอย่างมีรายละเอียดและนวัตกรรม รวมถึงการรับฟังผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในการแก้ไขปัญหานี้ และเสนอให้มีการบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติเพื่อเตรียมการในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การช่วยเหลือผู้อพยพ และการลงทุนในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะคะ ดิฉัน ส.ส. จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอชื่นชมทั้งรัฐบาลและภาคประชาชน และใครก็ตามที่เสียสละได้ช่วยเหลือประเทศไทยอย่างจริงใจในทุกวันนี้นะคะ
ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กมากเมื่อเทียบกับทั้งโลกค่ะท่านประธานคะ ปัญหาที่เราเผชิญในวันนี้ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือปัญหาสิ่งแวดล้อม และคนส่วนใหญ่ของ ทั้งโลกนี่ได้เข้าใจปัญหานี้แล้ว ปัญหาก็คือประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหา น้ําท่วมหนักเหมือนกัน แต่ว่าไม่เคยมีการบันทึกเอาไว้ เพราะฉะนั้นในแง่การจัดการ ไม่ใช่เพียงแต่ว่าจะจัดการอย่างไร แต่ในรายละเอียดจะต้องจัดการอย่างไร เมื่อน้ํามาถึง จะต้องจัดการอย่างไร ตรงนี้ไม่มีบันทึกในรายละเอียดไว้ แต่ในรัฐบาลนี้ได้มีการบันทึกไว้ อย่างละเอียดแล้ว ดิฉันได้เฝ้าดูการทํางานของ ศปภ. ได้เห็น ส.ส. หลาย ๆ ท่าน ทั้งรัฐบาลเอง ฝ่ายรัฐบาลเองหรือทุก ๆ ฝ่ายวิ่งมาที่ ศปภ. วิ่งมาเสนอความคิดนะคะว่าเมื่อน้ํามาจะต้อง จัดการอย่างไร เกิดนวัตกรรมมากมาย มีสิ่งประดิษฐ์มากมาย มีทั้งเรือประดิษฐ์ มีทั้งเสื้อชูชีพ ประดิษฐ์ ภาคประชาชนก็มาช่วยกัน ตรงนี้เกิดขึ้นนะคะ ตรงนี้ดิฉันอยากจะให้เห็นว่า มีทั้งประชาชนไม่ใช่เฉพาะภายในประเทศ แต่ว่าต่างประเทศก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เข้ามาช่วยเหลือ และการที่รัฐบาลต้อนรับชาวต่างชาติก็ทําได้น่าประทับใจไม่ปฏิเสธ ซึ่งในระดับโลกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติขนาดใหญ่ขณะนี้ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็จะรับฟังจาก ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริง ๆ ในระดับโลก เพราะว่าเขาเกิดปัญหามาก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วรัฐบาล ก็สามารถทําได้ดี ดังนั้นอยากจะให้มาฟังผู้เชี่ยวชาญชาวสวิต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจัดการ อุทกภัยระดับโลกได้มาเยือนประเทศไทย บางท่านเป็นอธิบดีกรมน้ําของสวิตเซอร์แลนด์ บางครั้งได้ทํางานกับเซิร์น (CERN) ซึ่งเป็นสถาบันพลังงานระดับใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก็ให้เห็น แล้วว่าผู้เชี่ยวชาญได้มาทํางานกับ ศปภ. และได้ข้อสรุปดังนี้ค่ะ
จากการที่ผู้เชี่ยวชาญได้ไปตรวจเยี่ยมเขื่อนต่าง ๆ แล้วก็ตรวจสอบภาคพื้นดิน จากผลกระทบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ตรวจสอบ โรงงานผลิตบางเขน ติดต่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญที่ ศปภ. ประชุมกับเจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุข ไปดูแนวคันกั้นกระสอบต่าง ๆ คุณภาพน้ํา สภาพทั่วไป แล้วก็มีการ ประเมินโดยการจําลองโดยคอมพิวเตอร์ ผลสรุปก็คือว่า การปรับตัวและการรับมืออุทกภัย ทุกคนทําได้อย่างดีเยี่ยม และเห็นว่าเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นภัยพิบัติที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขนาดและจํานวนของน้ําที่ท่วมเกินการควบคุมนั้นเสียหาย ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ แม้กระทั่งเครื่องมือระดับดีที่สุดของโลกก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถควบคุมได้เพราะเป็นอิทธิพล ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า แอนโทรโพเจนิก เอฟเฟค (Anthronoginic effect) ซึ่งเป็น ผลกระทบของการอยู่อาศัยของประชากรมนุษย์ทั้งโลกอันนี้เป็นคําศัพท์เฉพาะ ซึ่งทําให้เห็น แล้วว่าชาวโลกมีความเห็นตรงกันนะคะว่าขณะนี้ประเทศไทยกําลังเผชิญในสิ่งที่เรียกว่า เป็นภัยพิบัติระดับโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้กําลังใจทุก ๆ ท่านที่กําลังทํางาน อยู่ในขณะนี้ แต่ละท่านก็เชื่อว่า เมื่อได้รับกําลังใจแล้วก็คงไม่ได้ทํางานหนักน้อยลง แต่กลับจะไปมีกําลังใจ ในการทํางานหนักมากยิ่งขึ้นนี่นะคะว่า ต่อไปจะมีการบันทึกอย่างเป็นระบบ แล้วก็ในการที่ น้ําได้ท่วมตรงไหนจะมีปฏิบัติการอย่างไร เครื่องมืออุปกรณ์จะเป็นอย่างไร
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนะว่าในการจัดการน้ําในลุ่มน้ํา เจ้าพระยานั้น ภารกิจสําคัญก็คือเรื่องการชลประทานและการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลนี้ ดิฉันเชื่อว่าท่านจะเน้นย้ําต่อไปก็คือ การป้องกันน้ําเป็นภารกิจสําคัญด้วยสําหรับการจัดการ ควบคุมปริมาณน้ํา การปล่อยน้ําในอนาคต ตรงนี้ก็เป็นส่วนสําคัญที่เป็นข้อที่ผู้เชี่ยวชาญ หลาย ๆ ท่านได้บอก ส่วนการนําประสบการณ์ของต่างประเทศเป็นข้อมูลในการพิจารณา แก้ไขในอนาคตนั้นก็เป็นเรื่องสําคัญ และดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลนี้ก็ได้รับข้อมูลต่าง ๆ และได้มา ทําประมวลเป็นสถิติและเป็นข้อมูลที่สามารถทําให้ชาวโลกเชื่อมั่นตัดสินใจว่าจะต้องแก้ไข อย่างไร
และในส่วนที่ ๓ ก็คือในระดับรัฐสภา ดิฉันขอเสนอให้มีตัวแทนร่วมแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลกด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สําคัญในฐานะตัวแทน ของประชาชนคนหนึ่งอยากจะส่งเสียงแทนประชาชนว่าตอนนี้เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียว ได้แล้ว เราจะต้องช่วยแก้ไขปัญหาในระดับโลกด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะ เน้นย้ําเรื่องนี้เป็นภารกิจหลักเช่นเดียวกัน คือสิ่งแวดล้อมของโลกนะคะ
ทีนี้เท่าที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาในหลาย ๆ ปี ดิฉันขออยาก ให้ขึ้นสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งข่าวสารที่พวกเรากําลังสับสนมากมาย วันนี้เรามาดูว่าชาวโลก เขามองประเทศไทยอย่างไรนะคะ เชิญห้องโสตทัศนูปกรณ์เปิดข่าวสักนิดหนึ่งนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ดิฉันขอสรุปสั้น ๆ ก็คือว่าเท่าที่ติดตามข่าวหลาย ๆ สํานัก ที่เห็นบนสไลด์ก็คือ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ซีเอ็นเอ็นจะได้ชื่นชมว่าประเทศไทยได้สามารถจัดการภัยพิบัติอย่างดี เพราะฉะนั้นประชาชน คนไทยรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติและปรับตัวรับมือได้อย่างดี
สไลด์ต่อไปนะคะ ก็เป็นข่าวต่อเนื่องกันมานี่ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์
สไลด์ถัดไปค่ะ ก็คือประชาชนเขาได้เรียนรู้ เนื่องจากเขาเป็นชาวโลกซึ่งได้ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของโลก เพราะฉะนั้นเขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วและรู้ว่าอันนี้เป็น ภารกิจสําคัญของโลก เขาทําข่าวโดยการทําให้เห็นว่าทุกวันนี้ชาวโลกจะช่วยประเทศไทย ได้อย่างไร เขาเรียนรู้และได้ข้อสรุปตรงนี้จึงได้ดําเนินการ
สไลด์ต่อไปนะคะ ก็เป็นข่าวถัดไปว่าท่านจะช่วยเหลือผ่านองค์กรต่าง ๆ ได้อย่างไร
สไลด์ถัดไปจะทําให้เห็นว่าเขาก็เข้ามาดูว่าศูนย์พักพิงผู้อพยพมีคุณภาพ อย่างไร ซึ่งก็ได้ระบุว่ามีคุณภาพ ๕ ดาวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีองค์กรไหน หน่วยงานไหน ที่เป็นสีฟ้าเข้าไปบริจาครับได้ มีทั้งสภากาชาดและที่อื่น ๆ มากมาย ทั้งรัฐบาลแล้วก็มี เบอร์โทรศัพท์ให้ นี่คือความเห็นใจของชาวโลกที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในวันนี้
สไลด์ถัดไปได้เลยนะคะ ข่าวในสํานักอื่น ๆ ก็เช่นกัน อย่างรอยเตอร์ (Reuter) ก็ได้แสดงความห่วงใยและเห็นความกังวลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการแก้ไขปัญหาอย่างท่วงที การทํางานเข้มแข็งของหน่วยแพทย์สาธารณสุข ข่าวเอเอฟพี (AFP) ชื่นชมรัฐ ได้รับมือภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว มีการทํางานร่วมมือกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา และกระทรวงกลาโหมต่าง ๆ ของทั่วโลก บลูมเบิร์ก (Bloomberg) ก็บอกว่ายังคงจะมีการ ลงทุนในประเทศไทย ระดับน้ําได้ลดลงแล้ว และได้มีความพยายามของภาครัฐในการป้องกัน พื้นที่สําคัญทางเศรษฐกิจ ข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) บอกว่าข้าวในประเทศไทยยังคงคลังอยู่มาก และยังมีอนาคตอยู่กับประเทศไทยอีกมากมาย นี่คือข่าวที่ดิฉันรวบรวมมาในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมา และจากที่ส่วนตัวได้ดูข่าวสารบ้านเมืองทั่วโลกจะทําให้เห็นว่าข่าวสารของ ต่างประเทศดีขึ้น ๆ เป็นลําดับ แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง และมาในปีนี้ก็ดีขึ้นมาก ภายใต้รัฐบาลนี้ และดิฉันเห็นแนวโน้มว่าข่าวสารและความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวโลก จะมีต่อไปภายใต้การนําของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ