วีรวิท คงศักดิ์ หารือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินและเสนอแนวคิดการช่วยเหลือประชาชนด้วยการบริการแบบ Single point service เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกในการรายงานและขอความช่วยเหลือ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณา มาให้ความกระจ่างในมุมมองของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะว่า ในส่วนที่ผ่านมานั้นวุฒิสภากับรัฐบาลอาจจะมองสถานภาพไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผมอยากเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมองว่าขณะนี้บ้านเมืองเราสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ แต่เอกสารในญัตติ ที่ออกมานั้นยังใช้ว่าเป็นปัญหาภัยพิบัติ ถ้าภัยพิบัตินั้นภาษาอังกฤษใช้คําว่าดิสแอสเทอร์ (Disaster) แต่ถ้าเผื่อเป็นวิกฤตินั้นหมายถึงว่าเป็นไครซิส (Crisis) ถ้าเป็นวิกฤติแล้ว กระบวนการจะต้องใช้วิธีการบริหารจัดการ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะย้อนว่าในตอนที่สมาชิก วุฒิสภาได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ได้เสนอให้รัฐบาลมีการบริหารจัดการวิกฤติ ด้วยการประกาศพระราชกําหนดว่าด้วยการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพราะเรามองว่าจะต้องใช้การบริหารจัดการ กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่า สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้อ่านไว้เมื่อตอนหัวค่ํานั้นคงจะไม่ครบถ้วน เพราะว่าในนิยามมาตรา ๔ ของพระราชกําหนดนี้ได้เขียนไว้ในตอนท้ายว่า หรือป้องปัดและ แก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง คําว่าฉุกเฉิน และร้ายแรง ก็เป็นไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดครับ คือไม่คาดคิดมาก่อน เพราะคําว่า ฉุกเฉินนั้นภาษาอังกฤษก็ทราบแล้วว่ามันมาจากคําว่าซัดเดน อันฟอร์ซีน ไครซิส (Sudden unforeseen crisis) ก็คือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน เหตุการณ์นี้ใช่ครับ เป็นฉุกเฉิน แต่ในเรื่องนี้วุฒิสภาเราก็เคารพในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะไม่ใช้ พระราชกําหนด เพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องของผลทางการเมืองหรือในส่วนอื่นก็ตาม แต่ทางวุฒิสภาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการปฏิรูประบบงานความมั่นคง ได้ลองศึกษาดูว่ามันมีหนทางอื่นที่เป็นเครื่องมือของรัฐที่น่าจะหยิบมาใช้ สิ่งเหล่านั้น ก็คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่เหมือนกันว่ารัฐบาลกําลังจะทําและเป็นนโยบาย ของรัฐบาลก็คือเรื่องของแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ ท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทท่านคง จะเห็นเล่มนี้ดีคือนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติ เพราะได้ผ่านมือท่านไปเมื่อตอน ปลายเดือนที่แล้วนี้เอง ในเรื่องของผลการซ้อมการแก้ไขภัยวิกฤติ ที่เราเรียกว่าเป็น กระบวนการฝึกซ้อม เมื่อวันที่ ๑๔-๑๖ ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อว่า ไครซิส แมนเนจเมนท์ เอ็กเซอร์ไซส์ ๒๐๑๑ หรือ ซีเมกซ์ ๑๑ (CMX 11) สิ่งพวกนี้เป็นคําตอบหลายอย่างที่ออกมาว่า รัฐบาลน่าจะหยิบแผนการเตรียมพร้อมแห่งชาตินั้นเข้ามาใช้ในวิกฤติตรงนี้ ท่านสามารถจะมี เครื่องมือในทางบริหารที่ทําให้ทันกับสถานการณ์ เพราะว่าหลายส่วนที่ออกมานั้นตรงกับ ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การซ้อมนั้นบอกว่าการพัฒนาระบบการแจ้งเตือน โดยกําหนด แนวทางการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยให้มีความชัดเจน และให้แจ้งเตือนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ และควรใช้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประชาสัมพันธ์ได้กําหนดแนวทางในเรื่องนี้ ประชาชนจะได้ทราบว่าการอพยพนั้นเป็นอย่างไร และรัฐบาลมีแผนที่จะอพยพเข้าไปอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมยกเป็นตัวอย่างในช่วงเวลาสั้น ๆ ว่าสิ่งอันนี้คืออยากจะให้รัฐบาล ได้พิจารณาเอาแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติเข้ามาใช้ เพียงแต่ว่ากระบวนการนั้นท่านปรับ ศปภ. ของท่านที่ปฏิบัติงานไม่ค่อยได้ผลในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นที่เชื่อถือนั้นเข้าไปสู่ ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในแผนก็คือ ศปฉ.ปภ. คือศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในเรื่องของการป้องกัน สาธารณภัย ซึ่งผมอยากกราบเรียนว่าเรื่องนี้อยากจะให้รัฐบาลกระชับในเรื่องของ การบริหารจัดการในวิกฤติขณะนี้โดยใช้ระบบการบริหารความเสี่ยงคือ ไครซิส แมนเนจเมนท์ (Crisis management) เข้ามาใช้อย่างแท้จริง และรัฐบาลจะได้แก้ไขได้นะครับ ในการรบ ท่านก็ทราบดีว่าการรบที่ยืดยื้อนั้นจะเสียหายมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขณะนี้น้ําท่วมอยู่ใน พื้นที่ต่าง ๆ ๒-๓ สัปดาห์และเป็นน้ําสีดําทั้งนั้น อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีไปดูนะครับ แถว ๆ ฐานเสียงท่านที่สายไหมนั่นน้ําดําเลย น้ําดํานั้นเกิดจากอะไรครับ ทุกอย่างจะเป็นพิษ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือโรคระบาดจะต้องแน่นอน มีสัตว์ที่เสียชีวิตในบริเวณน้ําท่วมอย่างน้อย ที่เห็นได้ชัดคือไก่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัว และหมู และสิ่งต่าง ๆ ที่ตาย ซากสัตว์เหล่านี้จะเป็นพิษ ที่เข้ามาสู่คนกรุงเทพมหานครในทุกส่วน เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อรัฐบาลไม่เร่งรัดกระชับในเรื่อง ของการบริหารวิกฤตการณ์ให้เร็วขึ้น โดยปรับเอาแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติเข้ามาใช้บูรณาการ ทุกอย่าง สิ่งที่ดีของอันนี้ครับจะมีระบบของการบูรณาการซึ่งผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี โกวิทท่านทราบดี เป็นแต่เพียงว่ากระตุ้นให้รัฐบาลนํามาใช้และเกิดผลที่ดีที่สุดนะครับ
ในประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากว่า ทางรัฐบาลเองนั้นได้มีแนวคิด ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน โดยที่ตามระเบียบนั้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยในยามฉุกเฉิน ๕,๐๐๐ บาท โดยกระทรวงมหาดไทยนะครับ แล้วก็ช่วยเหลือค่าเสียหายด้านที่พักอาศัย ๓๐,๐๐๐ บาท กระทรวงมหาดไทย และทรัพย์สินที่ประสบอุทกภัย ๑๐,๐๐๐ บาท โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นไปได้ไหมครับรัฐบาลจะ ดําเนินการให้เข้าจุดเดียวที่คนที่เดือดร้อนนั้นสามารถจะรายงานด้วยแบบฟอร์มชุดเดียวกัน และให้ความสะดวกกับประชาชน แล้วก็เป็นซิงเกอร์ พอยท์ เซอร์วิส (Single point service) ขอบคุณครับ