เทพไท เสนพงศ์ พูดถึงปัญหาน้ำท่วมและวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการรับมือของรัฐบาล โดยเน้นย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเอาชนะได้ด้วยการวางแผนและความรู้ความสามารถในการแก้ไข เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องความล้มเหลวของศูนย์บริหารจัดการน้ำท่วม (ศปภ.) และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศปภ.) ในการสื่อสารกับประชาชนและดำเนินการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาน้ําท่วม ตามที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หลายฝ่ายก็ตระหนักว่ามันเป็น ภัยธรรมชาติ แต่ทั้งหมดมนุษย์เราสามารถที่จะเอาชนะธรรมชาติได้ในบางกรณีถ้าหากว่า เราได้มีการวางแผนอย่างดีแล้วก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเพื่อเอาชนะ ภัยธรรมชาติให้ได้ อุทกภัยครั้งนี้ผมต้องยอมรับกับท่านประธานว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใหญ่ไปกว่าความสามารถของรัฐบาล ที่สามารถจะบรรเทาเบาบางหรือแก้ปัญหาได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลชุดนี้ได้ใช้วิธีการตั้งศูนย์ ศปภ. ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการที่จะรับมือแก้ปัญหาอุทกภัย ครั้งนี้ ในทัศนะของผม ผมคิดว่า ๕ ด้านครับ
เรื่องแรก เรื่องการตั้งศูนย์ ศปภ. เพื่อบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย ก็อยาก จะเรียนว่าดูโครงสร้าง ดูตัวบุคคล รัฐบาลตั้งบุคคลผิดฝาผิดฝั่งมาตั้งแต่ต้น ซึ่งผมได้แสดง ความเห็นผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว การตั้ง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ขึ้นมาเป็น ผู้อํานวยการศูนย์ ผมอยากจะเรียนว่าท่านประชาท่านเป็นบุคคลที่มีความสามารถ แต่ความสามารถของท่านในการแก้ปัญหาน้ําท่วม ผมคิดว่าไม่เหมาะสมกับบุคลิกและ ประสบการณ์ของท่าน ผมแปลกใจมากตรงที่ว่า ศปภ. น่าจะเป็นศูนย์แก้ปัญหาของรัฐบาล ที่จะใช้แขนขาของกระทรวงมหาดไทยได้มากที่สุด เพราะงานในลักษณะเช่นนี้ต้องยอมรับกับ ท่านประธานว่าเป็นงานของกระทรวงมหาดไทยโดยแท้ แต่รัฐบาลไม่เลือกใช้คนที่อยู่ใน กระทรวงมหาดไทยนั่นก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้าดูโครงสร้างดูอํานาจ ท่านควบตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกตําแหน่งหนึ่งด้วย ถ้าหากว่าได้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. ผมคิดว่าความก้าวหน้า หรือความเหมาะสมในการแก้ปัญหาน่าจะดีขึ้น นั่นก็คือโครงสร้างการบําบัดทุกข์บํารุงสุขของ กระทรวงมหาดไทย ควบคุม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงยันถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. ก็จะทําให้โครงสร้างการบริหารจัดการแก้ปัญหาได้สะดวกยิ่งขึ้นและเป็นจริงมากยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลก็เลือกใช้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ กรมราชทัณฑ์ ผมก็อยากจะถามท่านประธานว่าลําพังคุกจะย้ายนักโทษที่จะช่วยตัวเอง ก็ลําบากสาหัสสากรรจ์แล้ว ท่านจะมีเวลาที่จะมาดูแลควบคุมงานทั้งหมดได้อย่างไร แม้กระทั่งการพูดถึงเรื่องการขุดคลองที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าควรจะให้รัฐมนตรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปดูแลเรื่องการขุดคลอง ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เรามีรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นอธิบดีกรมชลประทานเก่านะครับ ก็สามารถที่น่าจะมี ความรู้ความสามารถและเหมาะสมกับงานมากกว่า แต่รัฐบาลก็ไม่ทํา
เรื่องที่ ๒ ความล้มเหลวเรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร ท่านประธานก็จะเห็นว่าการออกทีวีแถลงข่าวของ ศปภ. ในช่วงตอนค่ําทุกวัน ประชาชน ก็เฝ้ารอฟังว่าเราจะมีข่าวสารใหม่ ๆ อะไรหรือไม่ แต่ที่สุดท่านก็จะเห็นว่าเป็นการรายงาน ความเคลื่อนไหวของมวลน้ําว่าท่วมตรงไหนบ้าง ท่วมอย่างไร มิหนําซ้ําความเป็นเอกภาพ ในการแถลงข่าว ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการแย่งชิงกัน ออกทีวีเพื่อที่จะเสนอหน้าต่อพี่น้องประชาชน การใช้สื่อของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่อง ๑๑ ออกมาสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าล้มเหลวท่านประธาน เหมือนกับการจัดเกมโชว์ (Game show) เรียลลิตี้โชว์ (Reality show) เกี่ยวกับน้ําท่วม เป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลได้ตั้ง ศปภ. ขึ้นมาตั้งทีมโฆษกเพื่อที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ก็ต้องเรียนอีกละครับท่านประธานว่าก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมโฆษก ที่ไม่มีประสบการณ์ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะบางท่าน เป็นแค่นักล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) จ่ายเงินให้กับสื่อมวลชน เพราะคิดว่าประสบความสําเร็จ จากการเลือกตั้ง แล้วก็จะมาตั้งเป็นโฆษกได้ สุดท้ายก็ล้มเหลว ท่านประธานก็เห็นว่า ก็ไปยืมมืออาชีพ อย่างศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ ขึ้นมาเพื่อกอบกู้ แต่นั่นก็สายไป เสียแล้วครับท่านประธานครับ เพราะความเชื่อถือมันล้มหายตายจากไปเสียแล้ว ผมอยากจะ เรียนนะครับว่าการให้ข้อมูลการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนใน ศปภ. ถ้าท่านประธานจะได้ดู จากความเคลื่อนไหวของ โซเชียล มีเดีย (Social Media) ท่านประธานก็จะได้เห็นว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างรุนแรง เขาไม่เชื่อถือรัฐบาล เขาไม่เชื่อถือ ศปภ. เขาไม่เชื่อถือทีมงานของทีมโฆษก แม้กระทั่งการใช้ สื่อช่อง ๑๑ ประชาชนกลับไปให้ความสําคัญกับสื่อฟรีทีวีในช่องอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีคนติดตามข่าวสารจากช่องนี้มากที่สุด แล้วเราก็จะได้เห็นว่าพระเอกในการแก้ปัญหาแล้วก็คนที่ประชาชนให้ความเชื่อถือมากที่สุด ไม่ใช่เป็นผู้บริหาร ศปภ. แต่กลับเป็นนักวิชาการอิสระอย่างดอกเตอร์เสรี ศุภราทิตย์ และดอกเตอร์อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ทั้ง ๆ ที่บทบาทหน้าที่เหล่านี้น่าจะเป็นบุคคล มาจากของรัฐบาล แต่ว่าความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นล้มเหลวไป
ความล้มเหลวในส่วนที่ ๓ ผมคิดว่าในเรื่องของการบริหารจัดการในการ แก้ปัญหา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าต้องยอมรับความจริงว่าใน ศปภ. ขาดความเป็นเอกภาพในการที่จะทํางาน ในการสั่งการ ท่านประธานจะเห็นว่าประธาน ศปภ. ก็ออกมาพูดอีกอย่างหนึ่ง คณะกรรมการที่เป็นรัฐมนตรีบางท่านก็มาพูดอีกอย่างหนึ่ง สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับพี่น้องประชาชน ช่วงเวลาไม่กี่นาทีประธานต้องออกมา แก้ข่าวชุลมุนชุลเกจนประชาชนเห็นได้ว่า ศปภ. เป็นศูนย์ปั้นภาพจริง ๆ คือพยายาม สร้างภาพกันแต่ละคนเหมือนกับในลักษณะการที่จะออกทีวี ใครออกได้ออกเอาในลักษณะ เช่นนั้น ไม่นับถึงเรื่องระบบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการแจกจ่ายถุงยังชีพ ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวก เอาของที่พี่น้องประชาชนบริจาคไปใช้ ในนามของตัวเองมากมาย อย่างกรณีของพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีบอกว่าได้บริจาคของมา แล้วมี ส.ส. บางท่านบางคนเอาชื่อไปติดแล้วก็ไปบริจาค ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานจะหาว่า ผมยกเมฆหรือใส่ร้าย ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมมีหลักฐานชัดเจนครับ ท่านประธาน อย่างน้อยเห็นนะครับว่าของบริจาคเรือลํานี้เป็นชื่อของแม่ทองใบบริจาคให้ แต่มีการติดสติกเกอร์บอกว่า ใช้ในราษฎร (คนเสื้อแดงเท่านั้น) อีกหลายท่านครับเอาของ บริจาคจากหน่วยราชการจากอดีตผู้สมัครมาหาเสียงล่วงหน้าแล้วก็ติดชื่อตัวเอง เอาของจาก กทม. แล้วก็ใส่ชื่อตัวเองแจก รวมไปถึง ส.ก. ส.ข. รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้รับของบริจาค และติดชื่อของตัวเองไปบริจาค ไปแจกจ่ายพี่น้องประชาชนเพื่อเอาหน้า ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานครับว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พวกผมเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ในลักษณะ การเลือกปฏิบัติการ ๒ มาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะโฆษณาตลอดว่ารังเกียจ ในระบบ ๒ มาตรฐาน แล้วก็ใช้ระบบนี้ ข้อหานี้หาเสียงมาโดยตลอด การบริหารจัดการ ในเรื่องการเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่ารัฐบาลไม่ได้ มีการวางแผนเรื่องกลไกการตลาด เรื่องการดูแลสินค้า ควบคุมคลังสินค้าได้ดีเท่าที่ควร สินค้าขาดตลาดจํานวนมากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ว่าทั้งหมดเป็นความล้มเหลว ซึ่งผมมีเวลาน้อยมากครับท่านประธาน ผมพูด ๕ ข้อ แต่ว่าได้ แค่ ๓ ข้อ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมยังมีแนวเสนอกับรัฐบาลชุดนี้ ในเรื่องทางออกของรัฐบาล แต่ว่าเมื่อเวลาจํากัดผมจะขออนุญาตอภิปรายแค่นี้ แล้วก็คง จะต้องไปใช้สื่อมวลชนแถลงข่าวเพื่อเสนอทางออกกับรัฐบาล ขอขอบคุณครับ