พีระ มานะทัศน์ หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเสนอข้อเสนอ 6 ข้อเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้และการปรับโครงสร้างองค์กรในการบริหารจัดการน้ำ และเรียกร้องให้มีเส้นทางขนส่งสินค้า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของรัฐบาลในการสร้างโอกาสให้คนไทยสามารถพึ่งพาตัวเองและช่วยเหลือตัวเองได้
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา กระผมเองขอให้กําลังใจกับทางรัฐบาลรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วยที่ได้ตั้งใจทํางาน ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ก็ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาเรื่องของน้ําในปีนี้นั้นมากเป็นพิเศษ เรียกว่าในรอบ ๒๐๐ กว่าปีตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มานั้น ครั้งนี้มากที่สุด เมื่อปี ๒๔๘๕ ตอนนั้นน้ํามาก แต่ยังไม่เท่ากับปีนี้ ผมได้สอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กระผมเอง ได้ติดตามข่าวจากทุกภาคส่วน สิ่งที่เห็นคิดว่าเป็นพลังที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ในสิ่งที่ดี ก็คือว่า พลังของประชาชนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการทํางานแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้ อันนี้ผมถือว่าเรื่องสําคัญ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมานั้นเราเกิดปัญหามากมายด้วยกัน ปัญหาน้ําท่วมผมคิดว่าเราแก้ได้ แต่ปัญหาความแตกแยกของคนนั้น ตรงนี้ครับจะเป็นโอกาส ที่ดีมาก ผมมีข้อเสนอ ๖ ข้อนะครับสั้น ๆ
เรื่องแรกก็คือว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดําเนินการในการที่จะบริหารจัดการน้ํา ในอนาคตแบบบูรณาการ คือต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน อยากจะให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ให้เขาเป็นเจ้าภาพที่แท้จริงในพื้นที่ เพราะว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มันก็จะเกี่ยงกันระหว่างพื้นที่ เพราะว่าน้ํามันเชื่อมโยงกันนะครับ ถ้าเรามองดูจากสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยนี่ จากภาคเหนือต้นน้ํานี่ น้ําปิง น้ําวัง น้ํายม น้ําน่าน อย่างเช่นจังหวัดลําปาง ไม่น่าเชื่อว่าปีนี้น้ําท่วมสนามบิน เครื่องบินลงที่ สนามบินจังหวัดลําปางไม่ได้ ต้องไปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พอน้ําจาก เหนือลงมาก็ลงมาสุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยาเรื่อยลงมา นี่ตอนกลางแล้ว ภาคเหนือตอนล่างลงมาสู่ตอนกลาง แล้วก็จะมาลงกรุงเทพฯ ขณะนี้กําลังเดือดร้อน กันอยู่ทุกหย่อมหญ้า เพราะฉะนั้นต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน
ประการที่ ๒ คือระบบข้อมูลต้องชัดเจนกว่านี้ ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมานี่ เราขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ําขนาดใหญ่ขนาดนี้ เราขาดเครื่องมือที่สําคัญ ๆ เราไม่ได้มีการเตรียมพร้อมเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นข้อมูลนี่ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก อยากให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยจัดทําระบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์เชื่อมโยง ระหว่างข้อมูลภาคดาวเทียม ภาคพื้นดิน ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ของพี่น้องประชาชนด้วย ตรงนี้จะทําให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ แล้วมีเป้าหมายร่วมกันทุกหน่วยงาน
ประการที่ ๓ สมควรอย่างยิ่งจะต้องปรับโครงสร้างองค์กรในการบริหาร จัดการน้ํา จะเป็นกระทรวง ทบวง กรม อย่างไรก็แล้วแต่ กระทรวงน้ําหรืออะไรที่เราพูดกัน ก็อยากให้ทํานะครับ เพราะฉะนั้นแล้วมันจะเกิดปัญหาตามมาก็คือว่าต่างคนต่างทํา ของใคร ของมัน ข้อมูลแต่ละส่วนก็ว่ากันไปคนละทิศคนละทางไม่มาบรรจบเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้อยากจะฝากไว้ว่าโครงสร้างของการบริหารจะมีส่วนสําคัญในการที่จะไปสู่ความสําเร็จ ของการแก้ไขปัญหาในอนาคต
ประการที่ ๔ ที่มีคนพูดกันมากก็คือเรื่องฟลัดเวย์ มอเตอร์ เวย์ (Motor way) ที่ผมอยากจะให้เทียบกับมอเตอร์เวย์คือว่าเราน่าจะมี วอเตอร์ เวย์ (Water way) เป็นคลองระบายน้ําขนาดใหญ่สามารถขนส่งสินค้าโดยเฉพาะบ้านเราส่วนใหญ่ก็อยู่ในราบลุ่ม เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก สินค้าที่นํามาขายส่วนใหญ่ก็เป็นข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ซึ่งต้องอาศัยเส้นทางทางน้ําเป็นค่าขนส่งที่ถูกที่สุดแล้วจะต้องใช้เป็นเส้นทางขนส่ง การคมนาคม ระบายน้ําในคราวเดียวกันด้วย ขอให้เป็นคลองขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอียิปต์ คลองสุเอซ หรือคลองปานามา เป็นตัวอย่างนะครับ เราน่าจะทํา คลองขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรซึ่งต้นทุนต่ํา ที่สุดแล้วจะเป็นการประหยัดพลังงานในอนาคตได้ด้วย อันนี้ขอฝากเป็นข้อคิดเห็นนะครับ
ประการที่ ๕ อยากจะให้รัฐบาลรีบเตรียมเงินสักก้อนหนึ่งครับ ผันเงินเข้าสู่ ชนบท ผมมีประสบการณ์เมื่อปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นคนตกงานไม่มีงานทํา คนมันเครียดครับ ไม่มีอาชีพ ไม่มีอาหารการกิน ไม่มีปัจจัย ๔ มันก็หันไปหากินเหล้าบ้าง บางคน ไปค้ายาเสพติดบ้าง สังคมตรงนี้น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นรัฐบาลอาจจะผันเงิน อัดฉีดเม็ดเงิน ลงสู่รากหญ้าในพื้นที่ คนที่ตกงานกลับไปพื้นที่ได้ทํามาหากินได้ชั่วครั้งชั่วคราวนะครับ อย่างน้อยก็มีอาหารการกินอยู่โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อยากจะให้รัฐบาลรีบ ดําเนินการตรงนี้นะครับ อาจจะเรียกว่าผันเงินแบบสมัยท่านอาจารย์คึกฤทธิ์อะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสังคมในพื้นที่ก็อยากจะฝากเป็นข้อคิดเห็นนะครับ
และประการสุดท้าย ก็คือว่ากลุ่มที่ประกอบธุรกิจขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรม หลายแห่งน้ําท่วมต้องหยุดกิจการคนต้องตกงาน ก็มีเงินอยู่เพียงส่วนหนึ่งใช้ไปใช้มาก็จะหมด ตอนนั้นจะเครียดแล้วครับ อาหารการกินก็ลําบาก จะรอรับแจกอยู่ก็ใช่ที่ เพราะว่าคนไทย นี่นะครับอยากจะพึ่งตัวเองอยากจะช่วยตัวเองอยู่แล้วล่ะ แต่ว่าไม่มีโอกาส เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องสร้างโอกาสในการที่จะฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม แล้วก็ภาคใช้แรงงานจะได้มีงานทํา มีอาชีพ มีรายได้ ให้เขายืนหยัดอยู่ได้ในสังคมนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องหลัก ๆ ที่ผมอยาก จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี หลายท่านนะครับ ผมก็ชื่นชมท่านทํางานอย่างเต็มความสามารถอยู่ แต่ว่าในสิ่งที่ผมเสนอนี่เป็นทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก็อยากจะฝากเป็น ข้อสังเกตแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ