รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สุณีย์ เหลืองวิจิตร หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพิจิตร โดยเสนอแนวทางแก้ไขโดยการพัฒนาบึงสีไฟเป็นแก้มลิง และขอให้รัฐบาลพิจารณาใช้แนวทางนี้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ ส่วนนายกรัฐมนตรีควรต่อสู้กับปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชน

นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตนําเรียนปัญหาและแนวทาง แก้ไขต่อกรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัยพร้อมภาพถ่ายประกอบต่อท่านประธาน รัฐสภาผ่านไปยังรัฐบาล ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ดังที่ทราบว่าปีนี้หลายจังหวัด ถูกน้ําท่วมหนัก ๑ ในนั้นรวมจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นบ้านเกิดของดิฉัน และเป็นจังหวัดแรก ที่ถูกน้ําท่วมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เนื่องจากจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ําท่วมขังทุกปี จะท่วมขังประมาณ ๑-๒ เดือนน้ําก็จะแห้ง แต่ในปีนี้มีมวลน้ํามหาศาล ทําให้จังหวัดพิจิตรถูกน้ําท่วมขังเป็นเวลานานถึง ๔ เดือนเศษ เนื่องจากจังหวัดพิจิตรนั้นมีแม่น้ํา ๒ สาย คือแม่น้ําน่านและแม่น้ํายมมีความตื้นเขิน กักเก็บน้ําได้น้อย เวลาหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําให้ใช้ในการเกษตร เวลาหน้าน้ําก็ถูกน้ําท่วมซ้ําซาก ซึ่งชาวจังหวัดพิจิตรประสบปัญหาอย่างนี้อยู่เป็นประจํา ดังภาพถ่ายที่จะได้เสนอให้กับ ที่ประชุมได้ดูนะคะ ขอภาพถ่ายด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานคะนี่จะเห็นว่าเป็นภาพถ่ายของแม่น้ํายม ซึ่งจะเห็นว่าเวลาหน้าแล้งนั้นจะตื้น และรถยนต์จะวิ่งผ่านได้ เด็กนั้นจะใช้เตะฟุตบอลเล่นกันในแม่น้ํายมที่ตื้นเขินนะคะ ส่วนหน้า น้ําท่วมน้ําก็จะท่วมซ้ําซาก จากปัญหาน้ําท่วมหนักในปีนี้ จังหวัดพิจิตรมีผู้เสียชีวิตถึง ๕๓ ราย ผู้ได้รับความเดือดร้อน ๕๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ไร่นาเสียหายมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กําลังใจ และรับฟังปัญหาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ําท่วมทั้งจังหวัดพิจิตรและอีกหลายจังหวัดที่น้ําท่วม ดิฉันได้ประสานประชาชนและตัวแทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ําท่วมดังกล่าว จังหวัดพิจิตรได้ข้อสรุปแนวทางเบื้องต้นว่าจะพัฒนาบึงสีไฟเป็นแก้มลิงตามแนวพระราชดําริ เพื่อรองรับน้ําที่ผันมาจากแม่น้ําน่านและแม่น้ํายมสู่บึงสึไฟ บึงสีไฟเป็นบึงขนาดใหญ่อันดับ ๔ ของประเทศไทย ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๕,๓๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ํา ๑,๓๐๐ ไร่ จะมีพื้นที่ที่สามารถ พัฒนาเป็นแก้มลิงได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่เศษ หากขุดลอกได้ความลึก ๔ เมตรก็จะสามารถ กักเก็บน้ําได้ ๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าหากขุดลอกได้ลึก ๘ เมตรก็จะสามารถเก็บน้ําได้ ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังในภาพที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ในเรื่องของแผนที่จะพัฒนาบึงสีไฟเป็น แก้มลิง นอกจากนี้ก็ให้สํารวจพื้นที่สาธารณะที่มีพื้นที่ขนาด ๕๐ ไร่ขึ้นไปจนถึง ๕๐๐ ไร่ เพื่อเตรียมขุดลอกเป็นพื้นที่แก้มลิงขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ําในฤดูน้ําหลาก และนํามาใช้ ในฤดูน้ําแล้ง ท่านประธานที่เคารพรัก จากการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ของจังหวัดพิจิตรเพียงจังหวัดเดียว คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ําท่วมได้ทั้งประเทศ ดิฉันจึง ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้ช่วยกันศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา น้ําท่วมทุกจังหวัด เพื่อนํามาบูรณาการร่วมกัน เช่น สมมุติว่าจังหวัดพิษณุโลกเก็บน้ําได้ ๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จังหวัดนครสวรรค์เก็บน้ําได้ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ถ้าได้ศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคตหากมีมวลน้ําอย่างมหาศาล อย่างน้อยก็จะช่วยชะลอการไหลของมวลน้ําได้ พร้อมทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และความเสียหายของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครที่เป็น หัวใจหลักของประเทศก็ไม่ควรได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ดิฉันได้เห็นภาพสนามบินดอนเมืองถูกน้ําท่วม เครื่องบินที่จอดอยู่ที่สนามบินก็ถูกน้ําท่วมด้วย เช่นกัน โชคดีที่เรายังมีสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมทั้งใน และระหว่างประเทศ ทําให้ดิฉันคิดถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ท่านนั้นมีความตั้งใจ และมีความมุ่งมั่นเร่งสร้างสนามบินสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะถูกกล่าวหาโจมตีต่าง ๆ นานา แต่ดิฉันเชื่อว่าหนทางจะพิสูจน์ม้ากาลเวลาจะพิสูจน์คน แล้ววันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในผลงานที่ท่านทําไว้ได้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย และประเทศไทยเป็นอย่างมาก ถ้าหากเราไม่มีสนามบินสุวรรณภูมิรองรับอีกแห่งหนึ่ง ประเทศไทยก็จะไม่สามารถติดต่อกับ นานาประเทศได้ อาจทําให้เศรษฐกิจเสียหายมากกว่านี้ ถ้าทุกจังหวัดทุกภาคส่วนได้ร่วมกัน ศึกษาปัญหาหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นําเสนอต่อท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ดิฉันเชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้จะไม่มีญัตติปัญหาน้ําท่วม ซ้ําซาก น้ําแล้งซ้ําซากค้างในสภาอีกต่อไปค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรและคนไทยทั้งประเทศ ฝากเป็น กําลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีต่อสู้กับปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ให้พ้นวิกฤติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้แถลงไว้ว่า จะสลายทุกข์สร้างสุขให้กับประชาชน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้งใจทํา อย่างดีที่สุดในขณะนี้ค่ะ