นรีวรรณ จินตกานนท์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูและความช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนและความชัดเจนของข้อมูลในการช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการวางแผนระยะยาว เช่น การวางแผนระดับชาติและศูนย์ภัยพิบัติระดับชุมชน เพื่อป้องกันและเตรียมตัวรับภัยพิบัติ และเสนอให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นช่วยเหลือในการฟื้นฟูเชิงเศรษฐกิจ
เรียนท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ สมาชิกวุฒิภาควิชาการ ดิฉันขออนุญาตเรียนเสนอข้อคิดเห็นบางประการในเรื่องปัญหาภัยพิบัติอันเกิดมาจาก อุทกภัยที่เรากําลังพูดถึงกันในครั้งนี้ ดิฉันก็เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ ก็ต้อง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับพี่น้องชาวไทยที่ท่านประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ต้องชื่นชมทุกท่านที่ท่านมีความอดทนแล้วก็ต่อสู้นะคะ พวกเราเอง ก็ขอเป็นกําลังใจให้ทุกท่าน และขอเรียนว่าเพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาหลาย ๆ ท่านก็ประสบ ภัยพิบัติเช่นเดียวกับทุก ๆ ท่านนะคะ
ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอความคิดเห็นบางประการ ดิฉันเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดถึงเรื่องของการดําเนินงานที่จะต้องเป็นการดําเนินงาน แบบบูรณาการ การบริหารจัดการแบบที่มีการวางแผนแล้วก็มีประสิทธิภาพ การช่วยเหลือ ที่จะต้องทั่วถึง แล้วก็ข้อมูล การให้ข้อมูลที่ชัดเจนให้ประชาชนได้เข้าใจแล้วก็ไม่มีข้อมูล ที่ทําให้เกิดการสับสน ดิฉันอยากจะขอเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องของการที่จะให้ชุมชน มีส่วนร่วมนะคะ ปัจจุบันนี้เราทราบดีว่าชุมชนของเรามีความเข้มแข็งแล้วก็มีชุมชนมากมาย ที่พอจะช่วยตัวเองได้ ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักท้องถิ่นของเราเองดีกว่าคนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น เพราะฉะนั้น ความช่วยเหลือต่าง ๆ ถ้าสามารถจะผ่านชุมชนโดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมย่อมที่จะเกิด ประโยชน์ การช่วยเหลือด้านอาหารถ้าสามารถที่จะส่งอาหารเข้าไปช่วยถึงชุมชน ถ้าชุมชนมี สถานที่ที่จะทําอาหารเองก็ให้ชุมชนรวมตัวกันเอง ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ชุมชนก็จะได้มีกิจกรรมที่จะทํา ไม่มีความเครียด ถ้าไม่มีสถานที่ก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมได้ว่า จะต้องการกี่คน ดิฉันเชื่อแน่ว่าการกระทําอย่างนี้จะทําให้มีความทั่วถึงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การช่วยเหลือซึ่งจะคุมไปถึงเรื่องของการที่เราจะฟื้นฟูมีประสิทธิภาพแล้วก็ทําได้ อย่างรวดเร็ว ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอว่าน่าจะมีศูนย์ลงทะเบียนผู้ประสบภัยที่เป็น วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) แต่ศูนย์นี้คงจะต้องไปอยู่มาตั้งแต่ระดับชุมชน คือ จะต้องเป็นเครือข่าย จะต้องมีตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัด แล้วก็จนกระทั่งมาถึงส่วนกลาง แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าทางภาครัฐจะต้องกําหนดให้ ชัดเจนว่าจะต้องการข้อมูลอะไร และที่สําคัญเขาจะได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้คงต้องชัดเจนเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ และควรจะต้องมี การตอบเลยว่าถ้าท่านมาลงทะเบียนแล้วท่านจะได้รับคําตอบในเรื่องของการช่วยเหลืออะไร เมื่อไร ไม่ใช่ว่าให้ท่านมาติดตามเอาเอง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ดิฉัน อยากจะเรียนเสนอ นอกจากนี้แล้วอยากจะเรียนเสนอว่าการฟื้นฟูชุมชนในเชิงกายภาพ ถ้าหากว่าเราจะพิจารณาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนน บ้าน ระบบระบายน้ํา ไฟฟ้าอะไร ทั้งหลาย ภาครัฐเตรียมข้อมูลให้ชุมชนว่าจะฟื้นฟูอย่างไรเพื่อที่จะให้ไม่เป็นการกันน้ํา จะฟื้นฟูบ้านอย่างไร จะมีแบบบ้านที่จะต้องเป็นไต้ถุนสูงหรืออย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันคิดว่าภาครัฐจะต้องเตรียมไว้ให้ได้ สิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนเสนอก็คือว่าน่าจะมีการตั้ง ศูนย์กลางชุมชนในแต่ละชุมชน ซึ่งในสภาวะปกติศูนย์นี้ก็จะเป็นที่ประชุมที่ทํากิจกรรมต่าง ๆ แต่ในสภาวะของภัยพิบัติ ศูนย์นี้ต้องอยู่ในสภาวะที่พร้อม อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะให้ ประชาชนเข้าไปเป็นที่พักพิง เป็นที่อาศัยของประชาชนได้ ต้องมีอาหาร มีทุกอย่าง ที่จะพร้อม อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์
อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนฝากไว้สั้น ๆ ว่าอยากจะขอให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ รายย่อย พ่อค้าแม่ค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มักจะตกขอบอยู่เป็นประจํา คือผู้ด้อยโอกาส เด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ก็ขอความกรุณาทางภาครัฐได้กรุณาเตรียมไว้ให้ครบถ้วน ด้วยนะคะ นอกจากนี้แล้วอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอว่าน่าที่จะได้มีการดูแลในเรื่องของ อาชีพในชุมชนด้วย เพราะว่าในบางครั้งเขาอาจจะยังไม่สามารถจะกลับไปประกอบอาชีพ เดิมของเขาได้ จะมีการอบรมเสริมอาชีพระยะสั้นอย่างไร ทั้งนี้ ขออนุญาตเรียนว่าต้องให้เป็น การทําอย่างทั่วถึงนะคะ การฟื้นฟูทั้งเชิงกายภาพและเชิงเศรษฐกิจ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนเสนอว่าถ้าให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย ตลอดจนโรงเรียน สถาบันการศึกษาระดับสูงทุกระดับทั้งหลายก็สามารถที่จะ ระดมสรรพกําลัง แล้วนักศึกษาเองก็พร้อมที่จะออกมาช่วยและเป็นการสร้างจิตสํานึก ให้นักศึกษาได้ทําประโยชน์เพื่อสังคมด้วย
ในประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันคิดว่าดิฉันอาจจะมีเวลาที่จะเสนอ ก็คือการวางแผน ระยะยาว ดิฉันเห็นด้วยว่าจะต้องมีการวางแผนระดับชาติที่จะเป็นการวางแผนเชิงบูรณาการ ที่จะป้องกัน และเห็นด้วยที่จะต้องมีการบริหารจัดการน้ําเชิงบูรณาการเช่นเดียวกัน ในส่วนที่ ดิฉันอยากจะเสนอก็เช่นเดียวกันก็จะเน้นที่ชุมชน ดิฉันขอเรียนเสนอว่า ให้พิจารณาศูนย์ภัยพิบัติระดับชุมชน เพื่อที่จะช่วยปฏิบัติการระดับเล็ก ในท้องที่ และในขณะเดียวกันก็ขออนุญาตว่าให้แผนป้องกันภัยพิบัตินี้ได้รับการเผยแพร่ ให้กับชุมชนทุกชุมชน เพื่อที่ชุมชนจะได้เกิดการตระหนักมีความรู้ แล้วก็เตรียมตัวที่จะรับกับ ภัยพิบัติได้ทันสถานการณ์ ขอขอบพระคุณค่ะ