รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ภิญโญ สายนุ้ย หารือเรื่องภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ และไม่สามารถแก้ไขให้ไม่ท่วมได้ เนื่องจากน้ำทะเลหนุนและน้ำที่เกิดขึ้นมาจากภายนอก และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่ดำเนินการเยียวยาประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ มหันตภัย ภัยพิบัติน้ําท่วมในคราวนี้เกิดปัญหากับประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากว่า คนทั่วประเทศมีบ้านอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านประธานครับ เหตุที่เกิด ภัยพิบัติถ้าย้อนกลับเบื้องหลังการถ่ายทํา ท่านปุระชัยก็ได้พูดอย่างละเอียดเมื่อกี้ ผมก็ได้ยืม ท่านมาหน่อยหนึ่ง และท่านธานีก็รวบรวมก่อนผม ทําให้ผมได้องค์ความรู้เพิ่มเติม ท่านประธานครับ เหตุที่เกิดภัยพิบัติที่สําคัญที่สุดก็เนื่องจากว่า พระผู้เป็นเจ้าได้กําหนด สุริยะจักรวาลให้อยู่อย่างที่เป็นอยู่ และเมื่ออยู่อย่างนี้แล้วฝนที่รวบรวมจากถิ่นอื่นมาตกที่ ประเทศไทยตอนเหนือไหลลงสู่อ่าวไทย อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมหันตภัยเกิดอย่างนี้ น้ํามาก อย่างนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ และท่วมแน่นอน เพียงแต่ว่าในขณะที่น้ํากําลังจะท่วมนั้นได้มีการ เบี่ยงเบนน้ําไปในบางทิศทางที่เพื่อรักษาสิ่งสําคัญที่เป็นก่อสร้างหรือว่าเขตพระราชวัง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธานครับ น้ําต้องท่วมแน่นอน ไปไหนไม่พ้น เนื่องจากว่า น้ําทะเลหนุน โดยเฉพาะวันนี้ครับท่านประธาน ในขณะที่ผมกําลังพูดอยู่นี้ผมเข้าใจว่า ที่ถนนพระราม ๒ ถึงแล้ว ท่านประธานครับ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาให้ไม่ท่วมได้ เนื่องจากว่า น้ํามาแล้ว น้ําทะเลหนุนด้วย วันนี้ขึ้น ๑ ค่ํา หลังลอยกระทงน้ําหนุนสูงสุดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะเก่งอย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าทําไม่ได้ที่จะให้มันพ้นภัยนี้ไปได้ น้ําที่รวม ออกแม่น้ําเจ้าพระยาก็ออกช้า จะเจาะถนนก็ไปได้ช้า ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดผลกระทบต่อ ประชาชนค่อนข้างที่จะมากเป็นพิเศษในรอบ ๑๐๐ ปีดังที่บางท่านได้กล่าวไปแล้ว

ในทางด้านที่สําคัญที่ผมจะลงลึกเพื่อที่จะไม่ซ้ําซ้อนกับท่านที่อภิปราย ที่ผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยา ในส่วนของทุกกระทรวงที่ได้ร่วมมือกันได้ ดําเนินการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทําให้บางท้องที่นั้น ไม่ท่วม ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ติดเขตแม่น้ําเจ้าพระยาอย่างเขตเทศบาลนครนนทบุรี อันนี้เป็น ความสามารถของกลุ่มท่านนายกสมนึก ธนเดชากุล นะครับ ๔ ตําบลตรงนั้นไม่ท่วมครับ ตําบลท่าทราย ตําบลบางกระสอ ตําบลบางเขน ตําบลสวนใหญ่ ตําบลตลาดขวัญ อันนี้เป็นความสามารถครับ แต่ในเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ดําเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการครับท่าน ไม่มีในคําสั่งเลยว่าให้ดําเนินการ อย่างไร แต่กระทรวงศึกษาธิการโดยสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน แล้วก็สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนแล้วก็ สพฐ. ครับ หน่วยอพยพทั้งหลาย แล้วก็ที่สําคัญอีกหน่วยหนึ่งครับ หน่วยอิสระอย่างคุรุสภา และสํานักงาน สกสค. ครับ ได้เยียวยาร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ถึงแม้จะมีการดําเนินการของกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ตาม แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตนิดเดียวว่า ดําเนินการไปก่อน โรงเรียนดําเนินการไปก่อนนะครับ กระทรวงดําเนินการไปก่อน ไม่แน่ใจว่า จะเบิกงบไหน แต่เท่าที่สังเกตงบประมาณผ่านวาระหนึ่ง ไปนั้นมีงบกลางค่อนข้างเยอะ แต่ผมว่าคณะกรรมการที่พิจารณางบบกลางโดยผ่าน ครม. นั้น ท่านประธานครับ ฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ฝากถึง ครม. ว่าในการจัดสรรงบตรงนี้ที่จัดลงไปหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหลายนั้น บางหน่วยงานไม่มีคนจะทําอย่างไร เช่น พม. สํานักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ไม่มีคนทํางาน แต่ว่าเป็นหน้าที่ตรงที่จะเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน จากภัยพิบัติในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอย่างไรก็แล้วแต่ มันก็จะต้อง เยียวยาไปให้ได้ถึงแม้จะได้น้อยได้มาก แต่อีก ๒ เดือนข้างหน้าผมเข้าใจว่าภัยแล้งจะเยือนมาอีก มันหมุนเวียนอยู่กับประเทศไทยไม่มีวันจบนะครับ ผมยังเข้าใจว่าเหตุสําคัญที่สุดที่เกิด ทําให้น้ํานั้นไม่สามารถที่จะไหลวนอย่างรวดเร็วได้นั้นเกิดจากว่าคลองคูทั้งหลายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นได้ถูกฝังกลบไปด้วยหมู่บ้านทั้งหลายที่ไปฝังกลบเพื่อสร้างหมู่บ้าน หลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลานี้น้ําท่วม น้ําเน่า แล้วก็ไหลลงทะเลคงไม่หมดคงขังอยู่ เป็นระยะเวลานานท่านประธานครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมฝากเป็นครั้งสุดท้ายว่างบประมาณ ที่ได้ไปนั้นจัดสรรให้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ได้สู้ ใจสู้และทําไปก่อนแล้วนะครับ เยียวยา ในทุก ๆ ด้าน อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะทั้งหลาย จึงฝากท่านประธานถึงรัฐบาล ให้ช่วยคิดเรื่องนี้โดยเฉพาะมีคณะกรรมการซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งไปแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานครับ