นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องอุทกภัยในภาคเหนือ โดยเน้นย้ำว่าความรับผิดชอบต่ออุทกภัยนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพี่น้องชาวไทยทุกคน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่แสดงภาพอุทกภัยเพื่อช่วยให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการและเรียกร้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขอให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมเอง ก็ถือเปรียบเสมือนว่าอยู่ต้นน้ําก็ว่าได้ คืออยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และผมพยายามที่จะอธิบาย ในเชิงสร้างสรรค์ถึงปัญหาและอุปสรรคของอุทกภัยที่มันเริ่มเกิดในช่วงระยะเวลา แล้วก็ อิทธิพลพายุต่าง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าในช่วงระยะเวลาผมคงจะไม่กล่าวว่า ใครเป็นนายกรัฐมนตรี หรืออดีตนายกรัฐมนตรีเป็นใคร เพราะผมเชื่อได้ว่าวันนี้เองปัญหา อุทกภัยความรับผิดชอบ ผมว่าพี่น้องชาวไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่สิ่งที่สําคัญครับ พายุนี่ครับ โดยเฉพาะน้ําที่จะเข้าสู่ในพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคเหนือตอนบน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนต่าง ๆ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล มันเริ่มตั้งแต่กรกฎาคมแล้วครับ ต้นกรกฎาคมน้ําไหลท่วมเข้ามาแล้วครับ ซึ่งจะประกอบด้วยพายุต่าง ๆ ผมอยากให้ทาง เจ้าหน้าที่ได้ฉายภาพเพื่อจะได้รู้นะครับว่ามันมีพายุอะไรบ้าง แล้วก็มาในช่วงระยะเวลาไหน
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านจะเห็นนะครับ เริ่มแรกวันที่ ๒๕ มิถุนายน พายุโซนร้อนไหหม่าได้เริ่มเข้ามาแล้วครับ นี่คือช่วงของ เดือนมิถุนายนนะครับ แล้วถัดต่อมาพายุโซนร้อนนกเตน วันที่ ๒๕-๓๑ กรกฎาคม แล้วก็ต่อมาพายุโซนร้อนไห่ถาง วันที่ ๒๗-๒๘ กันยายน แล้วก็มาวันที่ ๒๘-๓๐ พายุไต้ฝุ่นเนสาด แล้วก็นาลแก วันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคม จะเห็นได้ว่าพายุเข้ามาทั้งหมด ๕ ลูกด้วยกัน ในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ที่ผมเรียนให้ทราบ เพราะฉะนั้นเองผมจะกราบเรียนต่อไปว่า วันที่ ๑ กรกฎาคม น้ําในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่ของอําเภอบางระกํา ท่วมข้าวแล้วครับ ท่วมพืชไร่ครับ แล้วสิ่งสําคัญน้ําในพื้นที่บางระกํามีปริมาณน้ําตก ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่ามากครับ โดยปกติเองในพื้นที่ที่ว่าน้ําท่วมที่ท่านนายกรัฐมนตรี เอาบางระกําโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา โดยปกติแล้วที่ผ่าน ๆ มาถ้าแม่น้ํายมสูงขึ้น ก็จะระบายลงสู่แม่น้ําน่าน โดยจะมีทางระบายน้ํา ๒ ทางด้วยกัน ก็คือดีอาร์ (DR) ๒.๘ กับ ดีอาร์ ๑๕.๘ ในช่วงระยะเวลา แต่ท่านทราบไหมครับว่าในช่วงของวันที่ ๒๐ สิงหาคม น้ําจากแม่น้ําน่านสูงกว่าแม่น้ํายม ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ก็แสดงว่าแม่น้ําน่านระบาย เข้าไปสู่แม่น้ํายมสูงขึ้น ก็ทําให้ในพื้นที่ของอําเภอบางระกําท่วม เปรียบเทียบเวลาแล้ว ๓ เดือนเต็ม ๆ ครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าวันนี้เองท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นใจครับ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ หลังจากเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม กว่า กกต. จะรับรอง กว่าจะได้โปรดเกล้าฯ แล้วกว่าที่จะได้แถลงนโยบายนี่ละครับ เมื่อนายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายแล้วถึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย แล้วก็ไปจังหวัดพิจิตร ผมพูดในพรรคว่าในพื้นที่อําเภอบางระกํา ก็ท่วมนะ ในช่วงนั้นเองแล้วนายกรัฐมนตรีก็ลงไปในพื้นที่ของอําเภอบางระกําทําให้ เกิดอําเภอบางระกําโมเดลเกิดขึ้น ในช่วงนั้นเองครับผมอยากจะอธิบายให้ท่านประธาน ทราบว่าอยากจะให้ดูปริมาณน้ําในเขื่อนครับ ขอภาพที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ดูช่วงระยะเวลาของเดิมครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๓ คือเส้นน้ําในเขื่อนของภูมิพล แล้วมาดู ในช่วงของปี ๒๕๕๔ นี่คือระดับน้ําของเขื่อนภูมิพลเช่นกัน ในกรอบระยะเวลาเดียวกัน ลองเปรียบเทียบนะครับ ช่วงในวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ระดับน้ําอยู่ที่เท่าไรครับ ผลต่างนะครับ ผลต่างของน้ําตามหลักแม่น้ําเขื่อนภูมิพลจุน้ําได้ ๑๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ดูระดับในช่วงของเดือนสิงหาคม วันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบในระยะเวลา เดียวกันของปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ ต่างกันที่ ๕,๔๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะมองเห็นได้ว่า วันนี้เองจะบอกว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารแล้วน้ําในเขื่อน ถ้าท่านดูจากเส้นกราฟจะตอบพี่น้องประชาชนคนได้ทั้งประเทศครับ แล้วลองไปดูของเขื่อนสิริกิติ์สิครับ ไปภาพที่ ๓ ครับ เช่นกันครับท่านประธาน ท่านลองดูนะครับ ในช่วงของวันที่ ๒๕ ที่นายกรัฐมนตรีได้รับตําแหน่งเป็นอย่างไรครับ จะเห็นได้นะครับ เส้นกราฟสีแดงปี ๒๕๕๔ ระดับน้ําค่าเฉลี่ยระยะเวลา วัน เดือน ปีเดียวกัน ค่าเฉลี่ยต่างกันอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรแล้วครับ พอท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับ ตําแหน่งปุ๊บก็เปิดน้ําระบายน้ําจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่แม่น้ําน่านนะครับ ด้านแม่น้ําน่านก็ล้นลงสู่ พื้นที่อําเภอบางระกํา แล้วปัญหาก็ตามมาเรื่อยครับ ไม่ว่าจะมาในจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ก็ไล่มานะครับ เพราะฉะนั้นเองวันนี้ผมถึงเรียนให้ทราบว่าผมจะพูด อยู่เสมอว่าในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดสุโขทัย ผมยอมรับว่าปัญหา อุทกภัยเกิดซ้ําซากทุกปี ผมถึงพูดอยู่เสมอว่าในพื้นที่ของอําเภอบางระกําก็ดีนะครับ จะมีภูมิคุ้มกันในการที่จะแก้ปัญหา และในการที่จะร่วมอยู่กับน้ําแล้วมีการที่ว่าเราจะอยู่กับ น้ําอย่างไรหลังน้ําลดอย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้พื้นที่ปริมาณน้ํา ใครมาเป็นรัฐบาล ก็ลําบากครับ เพราะฉะนั้นเองผมอยากจะกราบเรียนและอยากจะฝากคําถามถึง รัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เองน้ําเข้ามาในเขต กทม. แล้ว ในช่วงระยะเวลาของ กรกฎาคมที่น้ําเริ่มบ่าน้ําท่า แต่สิ่งที่สําคัญวันนี้ผมเชื่อว่าใน กทม. น่าจะมีระยะเวลา ในการเตรียมการและในการที่จะแก้ปัญหา ไปกลับกั้นว่าจะต้องรักษา กทม. ไว้อะไรไว้ ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ ก็ค่อย ๆ ปล่อย ค่อย ๆ ระบายไปตั้งแต่แรกมันก็จบแล้ว พอท่วม ก็เปรียบเสมือนน้ําป่านะครับ ไปกักกั้นทําคันเขาไว้แล้วผลสรุปก็เอาไม่อยู่ครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะฝากวันนี้เองท่านประธาน ในการบริหารเขื่อนวัตถุประสงค์เป้าหมายหลัก เขาใช้อะไร เช่น เดี๋ยวขอเวลานิดเดียวครับท่าน ว่าเขาจะไว้เพื่อการเกษตร หรือจะเอาไว้ เพื่อการที่จะผลิตไฟฟ้า นี่คือคําถามแรกที่อยากจะถามนะครับ
แล้วคําถามที่ ๒ ในเรื่องของการบริหาร ผมอยากให้ กทม. ไปดูแบบอย่าง อบจ. บ้าง อบต. บ้าง บริหารร่วมกับรัฐบาล บริหารแบบบูรณาการอย่างนี้เป็นต้น ก็คงจะฝากไว้และสิ่งที่สําคัญในการแก้ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แก้ปัญหาน้ําท่วมอย่างเดียว สิ่งที่อยากจะฝากคือปัญหาในเรื่องของการเยียวยาและปัญหาที่จะตามมาคือภัยแล้ง ก็อยาก ฝากทุกหน่วยงานช่วยแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ