รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันและระดมกำลังในการช่วยเหลือประชาชน เขายังพูดถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำและระบบการระบายน้ำ พร้อมเสนอแนะการปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงจุดต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีและเรียกร้องการศึกษาการจัดการน้ำหลากอย่างจริงจัง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภานั้นก็ถือเป็นการใช้กระบวนการ ในวิถีทางของประชาธิปไตย และระบบรัฐสภาในการที่จะระดมความคิดเห็นจากผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา และรัฐบาลก็ได้ ให้พวกเราได้มีโอกาสอภิปรายกัน วันนี้ก็ถือว่าต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนในเบื้องต้นก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดหลายครั้งครับว่าในสถานการณ์ อย่างนี้อยากจะเห็นการเมืองที่มีความสร้างสรรค์ กระผมก็อยากจะยืนยันกับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่กระผมทําหน้าที่ เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมตระหนักถึงความทุกข์ยากและความยากลําบากของเจ้าหน้าที่ด้วยที่จะต้องทํางานแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน และในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีผมเข้าใจคนทํางานครับ ว่าไม่มีใครหรอกอยากจะให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นในบ้านเมืองของเรา แล้วก็เชื่อว่า ทุกท่านก็ต้องพยายามทุ่มเทอย่างดีที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์ผ่านพ้นไป แต่ต้องกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่เคยมียุคไหนนะครับที่ฝ่ายค้านตั้งใจช่วยงาน ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเท่ากับยุคนี้ครับ กระผมถูกโจมตีต่อว่าต่อขานจากหลาย ๆ ฝ่าย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วในสถานการณ์อย่างนี้กระผมเองกลับเป็นฝ่ายที่หลีกเลี่ยงในการที่จะ วิพากษ์วิจารณ์อะไร แล้วก็จะเป็นการไปบั่นทอนการทํางานของรัฐบาลในยามอย่างนี้ ก็อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบนะครับว่าพวกเราทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายค้านไม่ได้ มีกลไกเครื่องมือของราชการ ก็ต้องขอความอนุเคราะห์บ้างในบางเรื่องบางครั้ง แต่ก็ได้ ระดมกําลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพี่น้องประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็น่าดีใจว่ามีคนที่มี จิตอาสาเยอะ โดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาวแล้วก็คนที่มีกําลัง ไม่ว่าจะเป็นกําลังทรัพย์ หรือกําลังทางด้านอื่น ๆ เราก็ได้ระดมแล้วก็ออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างต่อเนื่อง มีการเชิญชวนคนมาจัดทําถุงยังชีพกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีสุเทพริเริ่มโครงการที่ไปทําครัว ปัจจุบันก็ประมาณเกือบ ๒๐ แห่งทุกวัน นะครับอย่างต่อเนื่อง เราจัดทําโครงการน้ําล้านขวดในช่วงที่เราทราบว่าน้ําดื่มกําลัง ขาดแคลนก็ไประดมมาจากที่ต่าง ๆ เพื่อออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วก็ล่าสุดก็คือ ปัญหาการสัญจรไปมา เราก็ได้จัดทําโครงการที่เราเรียกว่า ประชาชนเดินหน้าอาสาพาไป ระดมรถสูงที่จะผ่านพื้นที่ที่น้ําท่วมสูง รถเล็กผ่านไม่ได้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในการสัญจร ตัวกระผมเองนั้นได้ทําหน้าที่นอกจากในการบริหารจัดการโครงการเหล่านี้ ก็ออกไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน ที่จริงต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า โฆษกของท่านนี่วันที่ผมไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนมาตําหนิผมด้วย บอกไปทําไม ไปสร้างภาพหรืออย่างไร แต่ผมก็ไม่เคยย่อท้อ ผมไปหลายพื้นที่ก็ยังเจอคนที่มาปลุกระดม ที่จะมาต่อต้าน แต่ส่วนใหญ่ในที่สุดก็ถูกชาวบ้านนั่นละครับต่อต้านอีกทีแล้วก็กลับไป แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ เพราะผมถือว่าผมต้องทําหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ผมไปมาตั้งแต่วันที่สุโขทัยน้ําท่วมสูงซ้ําซาก เยี่ยมพี่น้องที่นั่นที่พิจิตร ที่พิษณุโลก ที่นครสวรรค์ เกิดดินถล่มที่อุตรดิตถ์ก็ไปครับ แล้วก็ไล่ลงมาทุกจังหวัดเลยครับ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี แล้วก็แน่นอนกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังไปปราจีนบุรีในช่วงที่น้ําท่วม ไปอุบลราชธานี ในช่วงที่น้ําท่วม แล้วก็ไปจังหวัดพังงาด้วยครับ ซึ่งก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีปัญหาน้ําท่วมเหมือนกัน ที่กราบเรียนมานี่ก็เพื่อจะยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายค้าน แต่พวกเราก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบครับ ผมเสนอแนะด้วย พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบด้วยในกรณีที่การบริหารจัดการอาจจะมี ความผิดพลาดบกพร่อง แล้วก็ที่สําคัญที่สุดในกรณีที่เกิดความไม่โปร่งใส นอกจาก ออกเยี่ยมเยือนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว ท่านประธานถ้าติดตามข่าวสารนะครับ ก็จะทราบว่าผมให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเป็นระยะ ๆ ผมไปลงพื้นที่ว่าตามจริงแล้ว ถ้าอยากจะฉวยโอกาสทางการเมืองไม่ยากหรอกครับ เพราะสถานการณ์อย่างนี้ใครจะช่วย พี่น้องประชาชนอย่างไรก็ตามก็ต้องมีความไม่พอใจอยู่ดี เพราะมันมีความเดือดร้อน แต่ผมไม่เคยหยิบเอาเรื่องเหล่านั้นมาเพื่อจะฉวยโอกาสทางการเมือง วันที่ผมไปนครสวรรค์ ผมยังไปเขตเลือกตั้งที่มีเพื่อน ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยครับ ท่านก็ดีครับลงพื้นที่กับผม ท่านก็จะยืนยันได้ครับว่าผมไปที่ไหนไม่เคยเอาไปใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่ตั้งใจที่จะ ช่วยทํางาน และข้อเสนอแนะที่เราได้ทํามาเป็นระยะ ๆ นี่บางเรื่องท่านก็รับไปดําเนินการ ทันกาลบ้าง ช้าไปบ้าง หรือบางเรื่องท่านก็ไม่เห็นด้วยก็ไม่ดําเนินการ ผมก็เคารพ เพราะถือว่าเป็นสิทธิของฝ่ายบริหารที่จะตัดสินใจ ผมยกตัวอย่างว่าในช่วงแรกในภาคเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวมาก และภาคกลาง ชาวบ้านกังวลมากเรื่องข้าวเสียหาย และรัฐบาลก็ไปมีนโยบายที่จะยกเลิกโครงการประกันรายได้ ที่สุดผมก็ต้อง ทําเป็นหนังสือยื่นถึงท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าขอให้พิจารณาในเรื่องของการจ่ายเงิน ส่วนต่าง ซึ่งต่อมาก็ดูเหมือนจะมีมติคณะรัฐมนตรีที่ยอมรับหลักการว่าจะมีการชดเชยให้ได้ ให้พี่น้องประชาชนมีทางเลือก แต่จนถึงวันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่ายังไม่ค่อยชัดเจนนักว่า ในทางปฏิบัติจะดําเนินการอย่างไร นี่ก็เป็นตัวอย่าง ช่วงแรกที่มีการบริหารจัดการยังไม่ได้ มีการตั้ง ศปภ. ผมก็เสนอแนะครับ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการตั้งลักษณะขององค์กรที่เป็น องค์กรเฉพาะกิจ ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะบัญชาการหรือกํากับดูแลได้ใกล้ชิด ทํางาน ๒๔ ชั่วโมง สื่อสารกับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ปัญหา ต่อมาผมก็เสนอแนะครับ แต่ตรงนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลอาจจะไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ทราบนะครับว่า เมื่อมีศูนย์ในส่วนกลางแล้ว ท่านคิดถึงการของการตั้งศูนย์จังหวัดบ้าง มอบหมายรัฐมนตรีไปบ้าง แต่สิ่งที่มันขาดพอกระผมเตือนว่าเห็นน้ําที่ภาคเหนือตอนต้นก็เตือนเอาไว้นะครับว่า มันจะลงมาแล้วก็เป็นปัญหาในภาคกลาง หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครว่าจะต้องมีศูนย์ ที่เราเรียกว่าส่วนหน้า ที่จะประสานงานทั้งในแง่ของการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทํางานร่วมกับท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด แล้วก็ขณะเดียวกันนั้นสามารถที่จะเป็นจุดเชื่อม การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เพราะผมเชื่อครับว่าเพื่อน ส.ส. ก็ดี ส.ว. ก็ดี เวลาไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมีประสบการณ์เดียวกันครับ คือบางทีด้วยความหวังดี เราก็ไปครับ แต่เราไปได้ตามกําลังของเรา แล้วพอไม่มีจุดที่จะเชื่อมที่จะประสานบางครั้ง เราจะไปพบกันเองครับ ทุกคณะที่จะไปช่วยเหลือในพื้นที่ไปที่เดียวกันหมดครับ แต่อีกหลายพื้นที่ไม่มีใครเข้าไปถึง อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดจากการที่เราขาดจุดเชื่อม ที่จะทําให้การระดมกําลังซึ่งทุกฝ่ายในสังคมของเรากําลังทํากันอยู่มันมีประสิทธิภาพอย่างที่ ควรจะเป็น วันที่ผมไปเยี่ยม ศปภ. ผมก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาใหญ่ ที่จะต้องคิดก็คือปัญหาเรื่องการอพยพคน ไม่ใช่เพียงเฉพาะการมีศูนย์พักพิงหรอกครับ แต่ระบบการอพยพ ซึ่งน่าเสียดายว่าจนถึงวันนี้ต้องยอมครับว่าพี่น้องประชาชนเองซึ่งอยู่ใน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงก็จะได้รับการประกาศเพียงแต่บอกว่าให้อพยพ แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครไปอํานวยความสะดวก จะให้ไปที่ไหน จะให้ความมั่นใจ เขาได้อย่างไรในเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน บ้านเรือน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักเลยครับที่คน ไม่ยอมอพยพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าจําเป็นจะต้องอยู่ ดูแลบ้านเรือน ซึ่งสุดท้ายเราจะเห็นภาพหลายครั้งครับ ไล่ลงมาตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาจนถึงกรุงเทพมหานคร ที่หลายคนมาบอกว่าพอถึงเวลาที่จะตัดสินใจออก ออกลําบากแล้ว ออกยากแล้ว และเราก็จะได้รับการร้องขออยู่ตลอดเวลาว่าทําอย่างไรจะมีคนเข้าไปช่วยพา ออกมาบ้าง หรือไปส่งข้าวส่งน้ําให้ ซึ่งระบบเหล่านี้ก็ทําให้เกิดปัญหาขึ้น

กระผมกราบเรียนครับว่ามีเพื่อนสมาชิกพยายามพูดในมุมการเมืองเรื่องของ ข้อเสนอแนะที่กระผมพูดเสมอว่าให้ใช้กฎหมายพิเศษ ความจริงผมไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็น พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๘ ละครับ มีกฎหมายพิเศษหลายฉบับซึ่งอาจจะมีความจําเป็นที่จะต้อง ดําเนินการ ที่เราพยายามสร้างเป็นประเด็นทางการเมืองว่าเป็นเรื่องเผด็จการ ไม่เผด็จการ บังคับ ไม่บังคับ เอาปืนไปยิงใคร อะไรอย่างไร ไม่มีหรอกครับ ไม่ได้มีข้อเสนอแนะ อย่างนั้นเลย แต่พวกกระผมจําได้ว่าวันที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมาเสนอ พ.ร.ก. ต่อสภาเมื่อปี ๒๕๔๘ รัฐมนตรีบางท่านก็ลุกขึ้นชี้แจงว่ากฎหมายแบบนี้ไม่ได้ใช้ไปปราบคน แต่ใช้เพื่อที่จะดูแลสถานการณ์หลายสถานการณ์ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติภัยธรรมชาติด้วย วันก่อนท่านรัฐมนตรีชี้แจงในสภานี้ วันสองวันนี้ท่านยังบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาวะฉุกเฉิน การประกาศภาวะฉุกเฉินไม่ได้แปลว่าเป็นเผด็จการนะครับ เพียงแต่เป็นการจัดระบบ การบริหารราชการแผ่นดินให้มีความกระชับ มีการให้อํานาจ ให้ความคุ้มครอง แล้วก็สิทธิประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการนั้นมันมีประสิทธิภาพ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมกราบเรียนว่าเราจําเป็น กระผมจะได้กราบเรียนเพิ่มเติมต่อไป เพราะว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นหัวใจของการเดินไปข้างหน้า

สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก่อนที่จะไปถึงการประเมินทั้งในอดีต แล้วก็การนําข้อเสนอแนะสําหรับอนาคตก็คือขอกราบเรียนเรื่องปัจจุบันสักนิดหนึ่งนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะหลัก ๆ ที่พูดกันถึงนะครับ จะมาเตรียมการเรื่องการฟื้นฟู จะมาเตรียมการเรื่องการดําเนินการลงทุนสําหรับอนาคต ดีแล้วครับ ผมไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวบุคคลหรืออะไรนะครับ เพราะว่าดูในรูปแบบ ก็เหมือนกับว่าต้องการให้เป็นคณะกรรมการซึ่งห่างออกมาจากทางฝ่ายการเมือง ก็ต้องให้ท่านเหล่านี้เดินหน้าทํางานครับ แล้วเราก็จะต้องช่วยกัน ช่วยงานท่านด้วย แล้วก็ช่วยติดตามการทํางานของท่านด้วย แต่ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีวันนี้นี่ครับ สมาธิยังจะต้องอยู่กับการบริหารจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องที่ว่าจะไปวาดฝันอะไรสําหรับอนาคตครับ แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าวันนี้ ก็มีตั้งแต่แนวรบที่เป็นแนวหน้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างน้อย ๆ ๓ ส่วนครับ ฝั่งธนบุรีนั้น ท่าน ส.ว. ได้พูดไปแล้วนะครับ และจะเกี่ยวกันไปเรื่องของเส้นทางที่จะลงไปทางภาคใต้ ซึ่งกระผมก็กราบเรียนว่าก็ควรจะพยายามดําเนินการป้องกันพระราม ๒ เท่าที่ทําได้นะครับ ท่าน ส.ว. ท่านก็มีข้อเสนอ แต่ผมก็อยู่กับความเป็นจริงครับว่าน้ําในฝั่งธนบุรีในครั้งนี้อาจจะ เกินกําลังที่จะป้องกันได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลก็บอกว่าจะไปกู้เส้นทางตรงบางบัวทอง กระผมก็กราบเรียนว่าความจริงท่านน่าจะพิจารณากรณีของถนนบรมราชชนนีด้วยนะครับ เพราะว่าตรงนั้นมันเป็นถนนสายหลักอยู่แล้ว แล้วก็ถ้าสามารถมาถึงจุดที่ขึ้นทางลอยฟ้าได้ ก็น่าจะสามารถใช้การได้ดี ก็กราบเรียนว่าลองพิจารณาดูว่าความเป็นไปได้จะทําได้เมื่อไร อย่างไร ในขณะที่พระราม ๒ อาจจะมีปัญหา

แนวที่ ๒ ก็คือว่าทางฝั่งตะวันออก บางชัน ลาดกระบัง ซึ่งตรงนี้ครับ ก็เห็นความพยายามหลาย ๆ ฝ่าย แล้วความรับผิดชอบก็จะครอบคลุมไปถึงหลายกระทรวง โดยเฉพาะถ้ามีนิคมอุตสาหกรรมก็กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องเข้าไปดูแลด้วย ก็ต้องเข้าไปช่วยกันเต็มที่ครับ เรื่องเครื่องสูบน้ํา หรือแนวทางในการ ป้องกันต่าง ๆ

และในแนวที่ ๓ นี่ครับ ที่ขณะนี้คลองบางซื่อกําลังสกัดน้ําไม่ให้เข้ามา ในเขตชั้นใน ก็จะเห็นได้ชัดครับว่า การต่อสู้ตรงนี้อยู่ในลักษณะที่ทรงตัวนะครับ ยังไม่ชัดเจนว่า จะทําให้น้ําลดได้ แต่ขณะเดียวกันน้ําก็ยังไม่รุกคืบเข้ามา เห็นได้ชัดว่าถ้าเครื่องสูบน้ําทํางาน ได้เต็มที่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น แต่บางช่วงเครื่องก็ต้องพักน้ําก็จะเอ่อขึ้นมาอีก และขณะนี้ก็เริ่มมี น้ําผุดขึ้นตามท่อ แล้วก็จะไปพันกับแนวป้องกันที่ท่านใช้กระสอบยักษ์นั่นแหละครับว่า จะสกัดกั้นน้ําเข้ามาได้หรือไม่อย่างไร กับในวันนี้เช้าวันนี้ก็จะเห็นครับว่าน้ําในแม่น้ําได้รับ อิทธิพลจากการหนุนสูงของทะเล เพราะฉะนั้นพื้นที่ใกล้เคียงกับแม่น้ําก็ได้รับผลกระทบครับ หลายพื้นที่หลายเขตวันนี้ก็ได้มีการรายงานมาแล้วว่าน้ําขึ้นมา ที่กราบเรียนก็คือว่าประเด็น อย่างนี้ครับ ยังเป็นประเด็นที่ท่านต้องให้ความสําคัญสูงสุด เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ สถานการณ์ที่แท้จริง แล้วกรุงเทพมหานครกับทุกหน่วยงานนี่ครับต้องร่วมมือกัน ขาดเหลือ อุปกรณ์อะไร อย่างไร ก็ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ครับ กระผมกราบเรียนว่าวันนี้กรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าไม่คิดเล่นการเมืองอะไรหรอกครับ เพราะท่านก็ต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน อยู่แล้ว ขอความกรุณาครับว่าพยายามที่จะทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพราะขั้นตอน หลังจากนี้ เมื่อน้ําท่วมขังก็คือการระดมหาทางที่จะสูบน้ําหรือเอาน้ําออกไปลงทะเล ซึ่งจะมี อุปสรรคเยอะครับในทางน้ําตามคลองต่าง ๆ ไปจนถึงปลายทาง ซึ่งก็มีข้อสังเกตว่าขณะนี้ยังมีน้ํา ออกไปน้อยมาก ตรงนี้คือความสําคัญแล้วก็สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ําว่าเมื่อท่านตั้งคณะกรรมการ กลุ่มอิสระ ใช้คํานี้ก็แล้วกันนะครับ มาดูแลอนาคตท่านจะได้ใช้เวลาบริหารจัดการตรงนี้ ให้เกิดความเชื่อมั่นกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ควบคู่ไปกับสิ่งที่ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ ได้แนะนําว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งยังเดือดร้อนแสนสาหัส ทั้งในกรุงเทพมหานครและในปทุมธานี นนทบุรีและอีกหลายจังหวัดนะครับ ซึ่งน้ํายังท่วมขังอยู่ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ก็ระดมกําลังกันให้เต็มที่ ตรงนี้กระผมคิดว่าไม่อยากให้เรา มองข้ามไปเพราะว่าเวลาเปิดอภิปรายในลักษณะอย่างนี้บางท่านก็พูดในเรื่องอดีต บางท่าน ก็พูดในเรื่องอนาคตแต่สถานการณ์ปัจจุบันนั้นยังเป็นสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันทํางานแก้ไขกันต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับการมองไปข้างหน้า กระผมกราบเรียนว่า มันจําเป็นที่จะต้องผูกโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในอดีตด้วย กระผมกังวลครับว่าบางครั้งเราคิด ในเรื่องการเมืองมากเกินไป พอคิดในเรื่องการเมืองมากเกินไปฝ่ายที่ไม่พอใจสภาพที่เป็นอยู่ เดือดร้อนก็จะโจมตีรัฐบาล ขณะเดียวกันฝ่ายที่สนับสนุนก็กังวลจนเกินไปว่าถ้าไปพิจารณาถึง ความบกพร่องผิดพลาดแล้วจะเป็นปัญหาทางการเมืองก็เหมือนกับพยายามที่จะปัดประเด็น เหล่านี้ออกไป อันตรายครับ ผมยกตัวอย่างว่าถ้าวันนี้เราจะมาสรุปกันง่าย ๆ ว่าสภาพที่ เกิดขึ้นฝนตกมากอย่างนี้ เราทําอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว กระผมถามว่าเราจะเรียก ความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือประชาคมโลกได้อย่างไร แปลว่าถ้าปีหน้า ฝนตกอย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้อีก หรือปีต่อไปฝนตกอย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้อีกอย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายอมรับด้วยว่าดิน ฟ้า อากาศ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เพราะภาวะโลกร้อน คนเขามีความเชื่ออยู่แล้วว่าต่อไปนี้ที่บอกว่าเป็นเรื่องปกติในแง่ ดินฟ้าอากาศอาจจะกลายเป็นเรื่องปกติก็ได้ ถึงเราจะมีแนวคิดทําโครงการในเรื่องของ การบริหารจัดการน้ํามันไม่มีทางที่จะทําเสร็จภายในระยะเวลาสั้น ๆ หรือครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าสําคัญมากวันนี้ก็คือว่าเราต้องมายอมรับความจริงกันว่ามันมีอะไรบ้างที่เราจะ ปรับปรุงได้ในเชิงการบริหารจัดการ ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้เผชิญกับมัน แล้วก็แสดงออกชัดเจนว่าวันข้างหน้าเราจะแก้ไข จุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร มันจะเป็นวิธีการการเรียกความเชื่อมั่นได้ง่ายกว่าการที่จะไป วาดฝันว่าจะมีโครงการกี่แสนล้านบาท แล้วปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ไม่ได้เป็นเรื่องการมาตําหนิกัน แต่ว่าเป็นความจริง ที่ผมคิดว่าเราต้องเผชิญว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องทบทวน

ประเด็นแรก การบริหารจัดการน้ําในเขื่อน ตรงนี้ต้องกราบเรียนนะครับว่า มีการไปหยิบขึ้นมาเล่นเป็นประเด็นการเมืองก็คือว่ามาโจมตีว่าผมหรือรัฐบาลผมจงใจกักน้ํา ไว้ในเขื่อนทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วม ซึ่งความจริงทั้งท่านรัฐมนตรี ทั้งกรมชลประทาน ทั้ง กฟผ. เขาชี้แจงตรงกันหมดแหละครับว่ามันไม่จริง หนักมากก็คลิปเมื่อคืนนี้ สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเปลี่ยนกราฟดื้อ ๆ เลยครับ เอาระดับน้ําเลื่อนจากเดือนสิงหาคมมา เป็นเดือนพฤษภาคม ไม่ใช่หรอกครับ แล้วการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนผมกล่าวต่อไปผมก็ยัง ไม่เคยไปกล่าวหาใคร แต่ผมเสียใจว่า ศปภ. กล่าวหาพวกผมเลยนะครับ วันหนึ่งวันดีคืนดี มีเวลาว่างอย่างไรไม่ทราบ ศปภ. ก็ขึ้นข้อความว่า ปัญหาที่เกิดอยู่ทั้งหมดนี้รัฐบาลที่แล้ว ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเพราะเก็บน้ําในเขื่อนไว้ ข้อเท็จจริงที่เราต้องพูดกันก็คือว่าตัวเลข อย่าไปเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๒ ครับ เพราะว่า ๒ ปีนั้นมันแล้งครับ น้ํา ณ วันที่ ผมยุบสภา ในเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่า ต่ํากว่าเกณฑ์การกักเก็บต่ําสุด ถือว่าแล้งมาก จากนั้นเมื่อมีพายุเข้ามา ความจริงพายุที่เข้ามาก่อนที่รัฐบาลนี้มาบริหารก็คือ ปลายเดือนกรกฎาคม ที่หนักที่สุดก็คือนกเตน ณ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับตําแหน่ง แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็สามารถที่จะบริหารจัดการได้ครับ ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ประการใด น้ําในเขื่อนภูมิพล ผมยกเป็นตัวอย่างนะครับ อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๖๐ ปลาย ๆ ร้อยละ ๗๐ ต้น ๆ ถือเป็นเกณฑ์ปกติ แล้วก็มีคณะอนุกรรมการที่ว่านี้เขาเป็นคนบริหารจัดการ อยู่ครับ ผมไม่เคยโจมตีเลยนะครับ เพราะว่าผมก็พูดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นการส่วนตัวว่า เวลาคนมองย้อนกลับไปในอดีตมันพูดอย่างไรก็พูดได้ครับ แต่ถ้าดูสถิติจริง ๆ จังหวะเดียวที่จะระบายน้ําออกมาได้คือช่วงเดือนสิงหาคมกับ เดือนกันยายนครับ คือระหว่างนกเตนกับพายุลูกถัดไปที่จะเข้ามา เพราะมันเข้ามาต้นเดือน ตุลาคม ที่น้ําในที่กักเก็บขึ้นสูงชันมาก ๆ คือเดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนครับ ผมกราบเรียนว่าผมก็ไม่เคยไปกล่าวหาเลยว่าท่านจงใจ หรือที่คืนนี้เพื่อนสมาชิกพยายาม จะมากล่าวหาว่ากระผมเป็นฆาตกรหรือเปล่า กักเก็บน้ําแล้วปล่อยออกมาให้เกิดน้ําท่วม ไม่ใช่หรอกครับ จังหวะดีที่จะระบายได้จริง ๆ เดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าไม่มีใครทราบหรอกครับในเดือนสิงหาคมว่าพายุจะเข้ามาเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคมหรือไม่ จะทราบล่วงหน้าก็อาจจะประมาณ ๑ สัปดาห์ หรือ ๒ สัปดาห์ แต่มันก็มีการตัดสินใจเชิงนโยบายซึ่งก็ต้องยอมรับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ท่านก็ตรงไปตรงมามาก ท่านก็บอกว่าต้นเดือนกันยายน แล้วมันก็มีข่าวอยู่ รัฐบาลก็ตัดสินใจว่าจะชะลอการปล่อยน้ําเองครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าคิดว่าถ้าชะลอ แล้วเปิดโอกาสให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวแล้วจึงปล่อยน้ํามาเข้าทุ่งทีหลังครับ ผิดถูกไปประเมิน กันเองครับ แต่นี่คือข้อเท็จจริง แต่ที่กระผมไม่เข้าใจคือทําไมเอาเรื่องนี้พยายามมาเล่น การเมืองเพื่อจะบอกว่าเป็นปัญหาของรัฐบาลที่แล้ว จริง ๆ รัฐบาลไหนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ท่านเดียวกัน แล้วท่านก็ชี้แจงตรงไปตรงมาว่านี่คือข้อเท็จจริง ที่กระผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือเพื่อจะบอกอะไรครับว่า วันข้างหน้าระบบตรงนี้จะต้องทบทวนหรือเปล่า เพราะขอให้ไปตรวจสอบนะครับว่า มันมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลที่ กฟผ. ใช้กับกรมชลประทานใช้ว่าน้ําเข้าน้ําออกสมดุลหรือไม่ อย่างไร แล้วอาจจะเห็นไม่ตรงกันหรือใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ตรงนี้จะเป็นบทเรียนที่สําคัญ ที่เราจะได้ไปดูครับว่าที่สุดแล้วเราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ แต่อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พูดถูกครับ ต้องให้เครดิต ต้องใช้คําว่า ให้เครดิตเขื่อนบ้าง เขื่อนความจริงแล้ววัตถุประสงค์หลักก็คือมากักเก็บน้ําเพื่อใช้ ในการเกษตร แล้วก็เพื่อผลิตไฟฟ้า และถ้าไม่มีเขื่อนตัวนี้ความเจริญต่าง ๆ หลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เกิดหรอกครับ เพียงแต่ว่าจะมาช่วยรับมือกับสถานการณ์ดิน ฟ้า อากาศ อุทกภัยได้ หรือไม่ และระบบการบริหารจัดการตรงนี้จะทําอย่างไร ตรงนี้น่าคิด

และข้อเสนอแนะแรกเลยที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่า ขณะนี้ระบบการระบายน้ํา ตามช่องทางที่ควรจะเป็นที่เราพูดถึงเขื่อน ประตูระบายน้ํา ไล่ลงมาจนถึงอุโมงค์ระบายน้ํา ยักษ์ของ กทม. วันนี้การบริหารผมไปดูมาเกือบหมดแล้วครับ เกือบทุกจุดแล้วในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา ต่างคนต่างทํา และคนที่ทํางานอยู่ตรงนั้นไม่ได้มีความเข้าใจหรือไม่ได้คิดว่า เป็นหน้าที่ว่าจะเชื่อมโยงกับจุดอื่น ๆ อย่างไร ผมว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเร่งทําได้เลยก็คือทําระบบ สารสนเทศที่เชื่อมโยงกันครับ เอาตั้งแต่ต้นทางเลยครับ ตั้งแต่เขื่อนใหญ่ไล่ลงมาจนถึง อุโมงค์ยักษ์ว่าการปล่อยน้ําจะทําให้ระดับน้ํานั้นมีความเปลี่ยนแปลงตลอดทางอย่างไร ถ้าประตูนี้เสีย ถ้าประตูนี้พัง ถ้าประตูนี้ปิด ถ้าประตูนี้เปิด จะเกิดอะไรขึ้น แล้วมารวมเป็น ศูนย์อยู่ที่เดียวเพื่อที่จะบริหารจัดการสถานการณ์ตรงนี้

ประเด็นที่ ๒ ครับ วันนี้ที่มันมีน้ําท่วม ที่จริงสมาชิกบางทีพูดเหมือนกับว่า ปีที่แล้วก็ท่วม ปีนี้ก็ท่วม ปีนี้มันพิเศษอย่างไร ก็ต้องบอกว่าปีนี้ความเสียหายมันมาก เป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าการบริหารจัดการน้ําให้เกิดความสมดุลในแง่การระบายลงสู่ ทะเล ที่เราเถียงกันเรื่องเขื่อนคือเรื่องจังหวะเวลา แต่ประเด็นถัดมาก็คือโดยปกติในที่สุด น้ําออกทะเลมันก็คือ ท่าจีน เจ้าพระยา บางปะกง โดยปกติสัดส่วนคร่าว ๆ นะครับ ในส่วนของ เจ้าพระยาจะรับประมาณร้อยละ ๔๐ ครับ อีก ๒ ข้างก็ข้างละร้อยละ ๓๐ แต่ปีนี้ต้องไปทบทวน และศึกษาดูว่าเหตุใดบางช่วงเจ้าพระยารับอาจจะร้อยละ ๖๐ หรือมากกว่า แล้ว ๒ ข้างนั้น ไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ ฝั่งตะวันออกถ้าท่านรองผู้ว่าไม่ได้พูดขึ้นมาว่ายังไม่ได้มีการเปิด เครื่องสูบน้ํา ปั๊มน้ํา เปิดประตูเพื่อระบายออกไปทางฝั่งตะวันออกและไปบางปะกง สถานการณ์จะหนักกว่านี้มากมาย ถ้าจะตรวจสอบกันเอาง่าย ๆ เลยครับ ท่านไปดูการใช้ไฟฟ้า ของที่เหล่านั้นจะได้ทราบชัด ๆ เลยครับว่าเครื่องเหล่านี้ ประตูเหล่านี้มันปิดมันเปิดมันใช้ เมื่อไร ผมกราบเรียนได้เลยครับว่าปีนี้มาทําค่อนข้างจะช้าไปแล้ว มวลน้ํามาจ่ออยู่แล้ว เช่นเดียวกันทางฝั่งตะวันตกในที่สุดพอการบริหารจัดการไม่สมดุลรับไม่ไหวมันมี ประตูระบายน้ําที่พังไปถึง ๑๔ แห่ง ก็เพิ่งมาซ่อมกันช่วงหลังนี่ครับ แล้วก็ทําให้สถานการณ์ ขณะนี้อาจจะกระเตื้องขึ้นมา ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องไปทบทวนเพื่อที่จะไปดูแลบริหารจัดการให้ มันดีขึ้นในวันข้างหน้า

ถัดมาประเด็นที่ ๓ ปีนี้เป็นปีที่เราได้บทเรียนก็คือว่า ระบบการบริหารจัดการน้ํา ของเรามันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาหรือรองรับเรื่องของน้ําหลาก ส่วนใหญ่ มันมาตามทางของมันแหละครับ ผมเห็นเวลาหน่วยงานต่าง ๆ มาวิเคราะห์ มาให้ข้อมูลเขา วิเคราะห์น้ําที่มาตามทางของมัน ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาความเร็วเท่าไร ถึงบางไทรความเร็ว เท่าไร แต่ปรากฏว่าพอปีนี้น้ําออกไปเป็นน้ําทุ่ง การวิเคราะห์ตรงนี้มันจึงผิดพลาดอย่างไรครับ ผมก็เคยให้สัมภาษณ์เตือนนะครับว่า ตัวเลขที่บางไทรเริ่มไม่สอดคล้องกันแล้ว ระหว่างปริมาณน้ําที่ผ่านที่วัดเป็นความเร็วกับระดับความสูงของน้ํา เพราะผมคิดว่าพอน้ํา มันล้นออกมา เอาเกณฑ์เรื่องความเร็วที่ผ่านช่องทางปกติมาเป็นตัวประเมินสถานการณ์ มันทําไม่ได้ ฉะนั้นที่เขาเรียกกันตอนนี้นะครับ แยกกันก็เป็นน้ําทุ่งกับน้ําท่านี่ครับ เราต้องมา คิดกันมากขึ้นว่า กรณีน้ําทุ่งการบริหารจัดการจะทํากันอย่างไร ท่านประธานคงนึกออก นะครับ รัฐบาลไปยืนยันตอนหนึ่งว่ามวลน้ําก้อนใหญ่ลงทะเลไปแล้ว นั่นคือการวิเคราะห์จาก น้ําท่า แต่สุดท้ายน้ําที่มาทําลายนิคมอุตสาหกรรม มาทําลายสร้างความเสียหายต่าง ๆ มันไม่ใช่ตรงนั้น ตรงนี้ครับคือสิ่งที่ผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมจากผู้รู้ว่า เมื่อระบบปกติมันไม่สามารถรองรับได้แล้ว เราจะทํากันอย่างไร เหมือนในกรุงเทพฯ ตอนนี้ครับ ระบบทํางานของมันอย่างเต็มที่นะครับที่คลองบางซื่อในขณะนี้ แต่ว่าระบบของ กทม. เขาก็ออกแบบไว้รองรับน้ําฝนที่ท่วมขังแล้วก็ลง แต่พอเจอน้ําหลากนี่ครับ หลายส่วนที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือเราเห็นน้ําท่อ ถูกกั้นถูกระบายออกตามปกติแล้วแต่มีน้ํา ที่ยังไปผุดอยู่ตามท่อระบายน้ําที่ขึ้นมาอีก ตรงนี้ก็จําเป็นที่จะต้องมีการศึกษากัน อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน

ประเด็นถัดมาครับ การสื่อสารการส่งสัญญาณ อันนี้ก็ถูกวิจารณ์มาก กระผมก็กราบเรียนว่า ผมทราบดีครับว่าทุกคนต่างก็ทํางานนะครับ แล้วก็มีความตั้งใจดี แต่ว่าการจัดการระบบตรงนี้กับการสื่อสารมันเป็นปัญหาจริง ๆ การยืนยันว่า สถานการณ์เอาอยู่ สุดท้ายเกิดปัญหาขึ้นมันก็กระทบความเชื่อถือ แล้วสัญญาณ การเตรียมการนี่ครับ มันจึงทําให้ความเสียหายหลายอย่างมันมากกว่าที่ควรจะเป็น ผมจําได้ครับ วันที่เกิดปัญหาขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครนี่ครับ ผมก็ตั้งใจเดินทางครับ นัดกับผู้บริหาร นิคมอุตสาหกรรมเพราะว่าอยากจะไปช่วยดู กําลังจะไปถึงนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเพิ่งเดินทางออกมา แล้วข่าวก็ออกว่าท่านยืนยันเลยว่าควบคุม สถานการณ์ได้ ท่านออกมาไม่ถึงชั่วโมงครับ น้ําก็เข้า แล้วผมก็ได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านอธิบายด้วยแล้วท่านก็ไปดูที่แล้วในที่สุด ท่านก็บอกว่าท่านก็ต้องหนี กรณีอย่างนี้ครับที่ผมคิดว่ามันต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว การทํางานของภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคม ซึ่งเขาต้องฟังท่านเป็นหลักมันก็จะมีปัญหา เราไม่ควรที่จะให้พี่น้องประชาชนต้องมาติดตามเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ (Twitter) รวบรวมข้อมูล กันเองแล้วก็ประเมินกันเอง แล้วก็ไปติดตามนักวิชาการอิสระ ซึ่งบางครั้งก็พูดได้แม่นยําบ้าง บางครั้งก็คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ว่า ศปภ. หรือหน่วยงานที่รัฐบาลให้รับผิดชอบต้องสามารถ ที่จะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแม่นยําที่สุดเท่าที่จะทําได้ และถ้าจะต้องคลาดเคลื่อนก็ต้อง บอกว่าต้องไปในทางที่ไม่ให้คนประมาท ก็จะเป็นการลดความเสียหายได้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียน

ประเด็นสุดท้ายนะครับ เรื่องที่ว่าปัญหาครั้งนี้มันเป็นธรรมชาติล้วน ๆ หรือไม่ ความจริง ๔ ประเด็นที่กล่าวมาก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่เราเอาไป ปรับปรุงได้นะครับ แต่เราจะชนะธรรมชาติได้หรือไม่ เราต้องจัดการเรื่องคนให้ดีที่สุด กระผมกราบเรียนตรงนี้เพราะอะไรครับ หลังจากนี้ไปผมเชื่อว่าคณะกรรมการ ๒ ชุด หรือการทํางานของหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการมามากมาย ลงทุนมากนะครับ จะเป็นภาระต่อไปในช่วงหลายปี แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันได้จริงหรือเปล่า มันอยู่ที่การบริหารจัดการด้วย มีประโยชน์ไหมครับที่จะมีประตูระบายน้ําคอยปิดคอยเปิด เพื่อบริหารน้ํา แต่สุดท้ายการบริหารน้ําขึ้นอยู่กับมวลชน ลงทุนไปเท่าไรก็ตาม แต่ถ้าการตัดสินในการบริหารไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชา แต่ต้องถูกกดดันโดยมวลชน มันก็ป้องกันไม่ได้ละครับ ผมเห็นใจครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ พี่น้องเดือดร้อนอยู่ ข้างนั้นแห้ง ข้างนี้ท่วมเป็นเมตร แต่ระบบที่จะต้องเข้าไปจัดการกับคนนี่ครับว่าอธิบายให้ เข้าใจว่าบางครั้งสิ่งที่เขาคิดมันไม่เป็นอย่างที่คิด เช่น บอกว่าเปิดประตูคลองสามวาทําลาย ข้าง ๆ ไปแล้วน้ําข้างบนจะลด มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ใช้อํานาจ ไปเลยนะครับวันนั้นตามมาตรา ๓๑ แล้วก็ใครที่เสียหายนี่ครับ ก็ต้องชดเชยเยียวยา เป็นพิเศษ ที่จริงระบบประกันรายได้กับระบบประกันภัยพืชผลนี่ครับซึ่งเราเริ่มต้นเอาไว้ มันจะเป็นตัวที่ช่วยได้มากที่สุดที่จะทําให้ต่อไปการบริหารจัดการในเรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้น จะมีประโยชน์อะไรครับ ถ้าเราไปลงทุนสร้างคันกั้นน้ํา แนวป้องกัน ถึงเวลามีนักการเมือง ยกมวลชนมาทําลายมาพังได้ ผมจึงบอกว่ามันไปสรุปว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ได้ครับ แล้วไม่ได้ประสงค์ที่จะมาตําหนิรัฐบาลครับ แต่บอกว่ามันมีเรื่องต้องปรับปรุง และปรับปรุงได้ และถ้าเราชี้แจงเราจะได้รับความเชื่อถือ พี่น้องอยู่ทางฝั่งตะวันออกหลายคน นี่ครับติดต่อกับผมชัดเจนเลยครับ บอกว่าที่ตัดสินใจคลองสามวาหรือปล่อยให้มีการทําลาย คลองสามวาวันนั้นครับ น้ําท่วมบ้านเขาทันทีทันตาเห็น หรือเวลาที่มีการไปพังคันแนวดอนเมือง น้ําลงคลองประปาก็เดือดร้อนกันทั่วหน้าทุกครั้งครับ เจ้าหน้าที่ก็วิ่งกันวุ่นเลยครับว่า คลองประปา คลองเปรมน้ําเพิ่มขึ้นจะป้องกันได้หรือไม่ ตรงนี้เราจําเป็นที่จะต้องมาทบทวนกันใหม่ เหมือนกับระบบการจัดการเรื่องการอพยพ การดูแลทรัพย์สิน การสร้างความมั่นใจครับว่า จะทํากันอย่างไร ตัวเลขการเสียชีวิต ๕๐๐ กว่าคนนี่ครับสาเหตุหลากหลายมากนะครับ แล้วก็บางเรื่องก็จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราจัดระบบในเรื่องเหล่านี้เสียใหม่ เช่น กรณีไฟฟ้าช็อต หรืออะไรก็ตาม อย่างนี้เป็นต้นที่จริงผมก็ไม่ทราบว่าเรื่องจระเข้ตกลงมันเป็นอย่างไรนะครับ แต่ว่าขนาดผมอยู่เฉย ๆท่านครับ คนของท่านยังกล่าวหาว่าผมนี้เป็นคนปล่อยจระเข้ด้วย คือผมก็งงเหมือนกันว่าเรียกร้องให้ผมเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่ผมโดนทุกข้อหา เลยนะครับ กักเก็บน้ําในเขื่อน แกล้งแพ้เลือกตั้งเพื่อให้น้ํามาท่วม แล้วก็ปล่อยจระเข้มากัดคน นี่อะไรกันครับ ผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ที่กระผมพูดมาทั้งหมด เรื่องการบริหารจัดการต้องการที่จะบอกว่าผมไม่ได้มาเล่นการเมือง หรือต้องการมาตําหนิใคร แต่ถ้าเราไม่ยอมรับและไม่เผชิญความจริงในประเด็นเหล่านี้วันข้างหน้าเราจะกลับมาสู่ ประเด็นนี้อีก และเราจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้

แต่ประเด็นสุดท้ายที่กระผมจะต้องกราบเรียนครับ ก็คือสิ่งหนึ่งซึ่งผมก็ต้อง ทําหน้าที่ และพวกกระผมก็ต้องทําหน้าที่ คือเรื่องความโปร่งใส เรื่องการบริหารจัดการ เกี่ยวกับถุงยังชีพ เรามีหน้าที่ตรวจสอบครับ และความจริงการตรวจสอบหลายเรื่อง มันไม่ยากครับ คนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่าคนได้รับถุงยังชีพ เขาบอกของรวมกันแล้วมูลค่ามันไม่น่าจะถึงที่รัฐบาลพูดว่า ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ผมไม่เห็นมันมีอะไรซับซ้อนเลยครับ ไม่ต้องตั้งกรรมการก็ได้ครับ ท่านก็เปิดถุง ของท่านมาแล้วก็บอกว่าถุงของท่านมีสินค้าอะไรบ้าง บวกราคาให้เห็น ถ้ามันได้ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาทก็จบ ถ้ามันไม่ถึงมีค่าบริหารจัดการท่านก็อธิบายครับ แต่กลายเป็นว่าจะต้องไปเรียกคนนั้นคนนี้มาสอบอะไรไม่จําเป็นเลยครับ ประเด็นมีอยู่แค่ว่า ของมีเท่าไรท่านก็ดําเนินการไป เราจําเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และที่เพื่อนสมาชิกเมื่อคืน อภิปรายว่าการบริหารจัดการปล่อยฝ่ายการเมืองเข้าไป และผมไม่อยากตอกย้ําเพราะว่า เดี๋ยวจะหาว่ามาพูดแล้วแตกแยกก็คือว่ามีการเลือกปฏิบัติ บางคนได้รับการช่วยเหลือ บางพื้นที่ได้รับการช่วยเหลือ บางพื้นที่ไม่ได้ ยังมีการแบ่งสีกันอยู่ ประเด็นเหล่านี้ครับ ที่ผมคิดว่ามันต้องจบ เมื่อวานนี้ผมก็ถูกผู้สื่อข่าวถามนะครับ ความจริงก็อยากจะกราบเรียน นะครับว่าผมนี่หลีกเลี่ยงในการวิจารณ์คนทํางานมากทีเดียว ผมถูกถามทุกวันครับเกี่ยวกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่พยายามไปวิจารณ์ แล้วเมื่อวานก็มาถามว่าท่านนายกรัฐมนตรี ควรลาออกไหม ผมก็บอกวันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดเรื่องพวกนี้ วันนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้อง เดินหน้าทํางานด้วยกัน เพราะวิกฤติยังอยู่ข้างหน้า และเรามาช่วยกันจัดการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ แต่ท่านต้องกลับไปทบทวนนะครับว่าการเมืองที่มันไม่ควรเข้าไปยุ่งกับการบริหาร น้ําท่วมจะเป็นการตัดสินใจโดยไปก้าวข้ามความเห็นทางวิชาการหรือข้าราชการซึ่งเขาเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ การเมืองที่เข้าไปหวังผลทางการเมืองจากการบริหารจัดการบนความเดือดร้อน ของประชาชนนี่ครับ ขอให้ท่านตรวจสอบอย่างจริงจังและส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า จะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไป เพราะถ้าท่านปล่อยเรื่องเหล่านี้ผ่านไป สุดท้ายท่านต้อง เข้าไปร่วมรับผิดชอบด้วย ท่านสบายใจเถอะครับ ไม่มีใครอยากจะฉวยโอกาส แล้วที่เพื่อนสมาชิกเมื่อวานจะมากระแนะกระแหนผมอย่างไรก็ตาม หรือจะพยายามไปสร้าง นิทานขึ้นมาว่ามีคนอยากจะรอส้มหล่นหรืออยากจะให้เกิดความวุ่นวาย ไม่มีละครับ ขอพวกท่านอย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง เมื่อวานก็ดีใจนะครับท่านก็เพิ่งพูดว่าทหารเขาอยู่ ภายใต้บังคับบัญชาของท่าน เห็นก็ไปพูดนี่ครับว่าต้องแก้กฎหมายเพราะว่าทหารเป็น รัฐอิสระ บัดนี้เขาพิสูจน์แล้วนี่ครับ กองทัพเขาก็สนองตอบนโยบายของรัฐบาล ท่านก็ใช้งาน เขาได้ อย่าสร้างเงื่อนไขให้มันวุ่นวายหลังน้ําลด มาร่วมกันนะครับ เพราะงานฟื้นฟูข้างหน้า ยังยากครับ ต้องระดมสรรพกําลังกันแล้วก็ต้องช่วยกันดูแลความโปร่งใส รวมทั้งเงิน งบประมาณที่กระผมได้มีข้อเสนอแนะไปนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะเริ่มต้นจากนั้น เป็นนิมิตหมายที่ดีก็คือทําให้มันโปร่งใสเสียนี่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมย้ําอีกครั้งครับ ทุกคนที่ทํางานพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน พวกกระผมจะเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน และให้กําลังใจ แต่ถ้าใครหาประโยชน์ จะเป็นประโยชน์ทางการเงินหรือทางการเมือง จากเรื่องนี้ พวกกระผมก็มีหน้าที่ตรวจสอบและจัดการตามหน้าที่ของพวกกระผมครับ กราบขอบพระคุณครับ