รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สุรศักดิ์ ศรีอรุณ แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และเรียกร้องให้คณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดอุทกภัยมีผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษาเพื่อเป็นองค์ความรู้ในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบูรณาการการจัดการน้ำ โดยชี้ว่าระบบโครงสร้างการจัดองค์กรของประเทศไทยที่แบ่งออกเป็นกระทรวง ทบวง กรม ทำให้การบูรณาการไม่มีประสิทธิภาพ และเสนอแนะว่าในการแก้ปัญหานี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรู้เรื่องแผนที่ พื้นที่ภูมิประเทศ และรู้เรื่องทรัพยากรคนและงบประมาณ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์น้ำท่วม และเรียกร้องการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยกล่าวถึงปัญหาการช่วยเหลือที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ไม่ถึงบ้านบางแห่ง บางแห่งได้ถุงยังชีพที่แพง และกล่าวถึงความไม่มีวินัยของคนในชาติ และขอแนะนำให้ท่านนายกรัฐมนตรีสร้างวินัยของชนในชาติ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอ แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและขอให้กําลังใจท่านนะครับ เพราะคิดว่า ภายในไม่เกิน ๑ เดือนหรือ ๒ เดือนนี่นะครับ น้ําก็จะลดโดยการคํานวณจากมวลน้ํา ที่มีอยู่และขีดความสามารถในการระบายน้ํา ซึ่งตัวเลขจะแตกต่างกันเยอะ อันนี้เป็น เรื่องปกติ เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่เกิดและการเก็บข้อมูลของเรานี่ไม่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอทบทวนว่าเมื่อวานนี้ที่เรามีการอภิปรายนี่นะครับ ประเด็นสําคัญ ที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางจนกระทั่งทําให้พวกเราต้องกลับดึกก็คือ เรื่องสาเหตุของ การเกิดอุทกภัยครั้งนี้ว่าเกิดจากการที่มีพายุโซนร้อนเข้ามา ๔ ลูก ไต้ฝุ่น ๑ ลูก หรือเกิด จากการบริหารจัดการน้ําซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพ หรือเกิดจากทั้ง ๒ อย่าง ข้อมูลตรงนี้ มีประโยชน์มากในการที่วิศวกรซึ่งจะมาคํานวณว่าต่อไปเราจะทําทางระบายน้ําให้กว้างขึ้น ต้องทําเท่าไรนะครับ ผมดีใจและชื่นชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้หาว่า ใครผิดนะครับ แต่ต้องการที่จะให้การแก้ปัญหานั้นถูกต้อง ก็ขอให้คณะกรรมการมีผู้แทน จากสถาบันอุดมศึกษาเข้าไปดูด้วย เพราะว่าจะได้เป็นองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางค่อนข้างจะมากนะครับ ก็คือเรื่องการบูรณาการว่าหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ํา กระจายอยู่หลายแห่งทําให้การบูรณาการนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ระบบโครงสร้างการจัด องค์กรของประเทศไทยซึ่งทํามานานแล้วนะครับ เราแบ่งเป็นกระทรวง ทบวง กรม เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ปัญหาโดยไปตั้งกระทรวงใหม่ จากประสบการณ์แล้วจะไม่ ประสบความสําเร็จนะครับ โครงสร้างองค์กรอย่างนี้ผู้ที่จะบูรณาการก็คือท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพราะทั้งหมดท่านจะดูแลแต่เรื่องทรัพยากรคนและงบประมาณ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่ท่านจะให้จัดตั้งกระทรวงน้ําและดูแลทุกสิ่งทุกอย่าง และหวังว่า การแก้ปัญหานั้นจะสําเร็จลุล่วง ผมยกตัวอย่างเช่น กระทรวงที่เกี่ยวกับน้ําก็มีกรมเจ้าท่าด้วย เมื่อท่านขุดคลอง ขุดแม่น้ํา กรมเจ้าท่าก็ต้องไปขุดให้ท่านด้วย ทั้งหมดนี้ท่านไปบูรณาการที่ คณะรัฐมนตรีโดยท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านมีความจําเป็น ที่จะต้องรู้งาน รู้คน และรู้จักการบริหารงบประมาณ ท่านเพิ่งเข้ามาทํางานการเมืองไม่นาน เพราะฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะรู้งานทั้งหมดว่าแต่ละกระทรวงมีภารกิจอะไร และหัวหน้ากอง หัวหน้าผู้อํานวยการกองชื่ออะไร อันนี้เป็นเรื่องปกติท่านไม่ต้องเกรงกลัวว่า อาจจะมีผู้คนไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรท่านนะครับ คิดว่าไม่นานหลังครั้งนี้ท่านจะแกร่งขึ้น ท่านคงสามารถที่จะไล่เบี้ย ไล่บี้ผู้ที่ใส่เกียร์ว่างทั้งหลายแหล่ได้นะครับ ในการจะบูรณาการ ทั้งหมดผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรู้สําคัญ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกจะต้องรู้เรื่องแผนที่ อ่านแผนที่เป็น เพื่อจะได้รู้ว่าพื้นที่ภูมิประเทศ ของไทยตรงไหนสูง ตรงไหนต่ําอย่างไรนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คงจะต้องรู้ข้อจํากัดของภาพถ่ายดาวเทียม ในอดีตเราไม่ค่อย สนใจเท่าไรนะครับ ตอนนี้เรานําภาพถ่ายดาวเทียมมาตีความ มาคํานวณมวลน้ํากัน ตัวเลขก็เลยวุ่นวาย ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะสับสนนะครับว่า เอ๊ะ มันเท่าไรกันแน่ที่ถูกต้อง มันไม่มีโอกาสที่จะตรง เพราะปกติน้ําท่วมก็มีอยู่แล้วทุกปี ปีนี้เรามาดูน้ําท่วมก็มี ๑๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาล ปีที่ผ่าน ๆ มา ผมก็ไม่ทราบน้ําท่วมตรงนี้มีอยู่เท่าไร ทั้งหมดไม่ยากนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็ต้องรู้เรื่องอุทกศาสตร์ พอที่จะเป็นข้อมูลว่าน้ํามันไหลไปทางไหน อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ระดับน้ําทะเลปานกลางเขาวัดกันอย่างไร อยู่ตรงไหน จะถ่ายระดับน้ํากัน ได้อย่างไร

อันสุดท้ายคือเรื่องผังเมือง ทั้งหมดนี้ไม่ยากครับ ท่านเชิญผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาบรีฟ (Brief) สักหน่อยก็คงจะจบนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากนะครับ ก็คือความไม่สมบูรณ์ของการปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม บางแห่งยังเข้าไม่ถึง บางแห่งก็ได้ถุงยังชีพซึ่งถูกบ้าง แพงบ้าง อะไรหลายเรื่อง ทั้งหมดมันจะมีปัญหามาก ตรงนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานว่าท่านอาจจะต้องสละเวลาที่ท่านไปทํางานพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมันเสียเวลา มาจี้ตรงนี้นะครับ เพื่อให้สิ่งที่เขายังขาดอยู่ เขาอาจจะขาดเครื่องมือสื่อสาร อาจจะขาด เครื่องมือที่จะบูรณาการ ข้อมูลที่มันเข้ามาเยอะ ส่วนใหญ่เราไม่มีฟอร์แมท (Format) ในการที่จะกรอกอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ยาก และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าความไม่มีวินัย ของคนในชาติ เราสั่งให้อพยพก็ไม่อพยพ จะโทษพี่น้องประชาชนก็ไม่ถูกต้องเท่าไร เพราะเขาไม่แน่ใจว่าอพยพไปแล้วบ้านเขาจะมีใครเข้าไปแอบขโมยอะไรเขาหรือเปล่า ทั้งหมดท่านจะต้องสร้างวินัยของชนในชาติ ถ้าสมมุติว่าท่านมีศูนย์อพยพ และคนมีวินัยเหมือน ญี่ปุ่นครับ การช่วยเหลือจะง่ายมันจะไม่มีปัญหาวุ่นวาย ในอนาคตท่านก็ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ทราบแล้วนะครับว่าไคลเมท เชนจ์ หรือการเปลี่ยนบรรยากาศ ของโลก มันจะมีภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในมิติใหม่ สภาความมั่นคงแห่งชาติอาจจะมีองค์ความรู้เรื่องนี้ท่านเรียกมาถามได้ เพราะฉะนั้นท่านต้อง ลงไปดูตรงนี้ให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อให้เรื่องนี้มันจบไปด้วยดี

ประเด็นสุดท้ายนะครับแก้วิกฤติให้เป็นโอกาส หลายท่านก็พูดแล้ว ทางรัฐบาลก็ทราบแล้วว่าเรามีโอกาสที่จะแก้วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส สั้นนิดเดียวครับ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยเงิน ๕,๐๐๐ บาทต่อรายนี่น้อยไปนะครับ ท่านเพิ่มอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับเพื่อให้การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์ ท่านไปแก้ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการทดรองจ่ายเงินราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พ.ศ. ๒๕๔๖ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านใช้เงินอีกเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอขอบคุณครับ