สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ชวเลขจดบันทึกร่างกระทู้ และทุกกระทรวง ทุกกรม และทุกหน่วยงาน เพราะว่าทุกเรื่องที่ได้อภิปรายหารือและยื่นกระทู้ ได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้แก่ประชาชนได้อย่างดีมาก ชาวจังหวัดนครพนมขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล ได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร ได้อย่างรวดเร็วและอย่างดีมาก อย่างเช่น ถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร และกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ได้มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ําโขงและ แม่น้ําสงครามที่ริมตลิ่งได้ทรุดพังทลายถึงตัวบ้านที่อยู่อาศัยและวัดที่พี่น้องประชาชนรอ มานานหลายสิบปี ได้มีการก่อสร้างในปี ๒๕๕๓ และได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้แก่ราษฎรหลายหมู่บ้าน และยังจะมีก่อสร้างในปี ๒๕๕๔ นี้อีกหลายหมู่บ้าน ชาวจังหวัดนครพนมจึงขอให้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เร่งรัดผู้รับเหมาก่อสร้างไปลงมือก่อสร้างเร่งด่วน บริเวณที่ ริมตลิ่งได้ทรุดพังทลายถึงตัวบ้านที่อยู่อาศัยและวัด ก่อนเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ฤดูฝนที่จะ มาถึงนี้น้ําจะขึ้นสูง ไหลเชี่ยวเซาะริมตลิ่งทรุดพังทลายถึงตัวบ้าน วัด ซึ่งบางหมู่บ้าน ตลิ่งได้ทรุดถึงเสาบ้านที่อยู่อาศัยแล้ว ขอให้เร่งรัดไปก่อสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่ง ในหลายหมู่บ้าน ใน ๑๖ ตําบล ได้แก่ ตําบลไผ่ล้อม ตําบลบ้านแพง และตําบลนาเข อําเภอบ้านแพง ตําบลพะทาย ตําบลหนองเทา ตําบลพนอม ตําบลไชยบุรี ตําบลท่าจําปา และตําบลเวินพระบาท อําเภอท่าอุเทน ตําบลท่าบ่อสงคราม และตําบลสามผง อําเภอศรีสงคราม ตําบลอาจสามารถ ตําบลบ้านกลาง ตําบลขามเฒ่า ตําบลท่าค้อ และตําบลดงขวาง อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือตอนนี้ประชาชนในจังหวัดลําพูนมีความข้องใจเกี่ยวกับประเด็น คาร์บอนเครดิต (Carbon credit) เนื่องจากว่าในขณะนี้มีอ้างว่าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวกับ คาร์บอนเครดิตไปรวบรวมโฉนดของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดลําพูนที่มีสวนลําไย มีสวนสัก มีโฉนดไร่ นา ที่เป็นไม้ยืนต้น และให้ถ่ายโฉนดพร้อมกับสมัครเป็นสมาชิกกองทุน คาร์บอนเครดิต ซึ่งถือว่าเป็นการลดภาวะโลกร้อน แต่ค่าสมัครสมาชิกนั้นประมาณ ๕๐๐ บาท โดยให้เก็บเป็นค่าสมัครสมาชิก เสร็จจากนั้นเมื่อมีการรวบรวมเสร็จเรียบร้อย เขาให้สัญญาว่าจะมีการคืนเงินกองทุนคาร์บอนเครดิตให้กับประชาชนที่เป็นสมาชิก ไร่ละ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่ประมาณการของกองทุน ซึ่งเรื่องนี้นั้น พี่น้องประชาชนได้เฮโลสมัครกันหลายร้อยคน หลายพันคนก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้ ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงอย่างไรที่ไปหลอกลวงเอาพี่น้องประชาชนที่มีสวนลําไย สวนสัก สวนไม้ยืนต้น แล้วก็รวบรวมถ่ายโฉนดและค่าสมัคร ๕๐๐ บาท ก็แจ้งให้ทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบด้วย เพื่อที่จะไม่ให้ประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อกับการที่ไปแอบอ้าง กองทุนคาร์บอนเครดิตต่อไปในอนาคตครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัยครับ ขอหารือต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยนะครับ เกี่ยวกับ เรื่องของถนนซึ่งเป็นถนนดินลูกรังอยู่นะครับ ไม่ได้ดําเนินการให้เป็นถนนลาดยาง เพราะว่า ประชาชนในหลายพื้นที่เดือดร้อน เพราะว่าต้องขนพืชไร่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ ก็ใกล้หน้าฝน ถ้าหากว่าฝนตกมาแล้วก็จะทําให้การขนพืชไร่นั้นค่อนข้างลําบาก อย่างเช่น ถนนหมู่ที่ ๑๒ ตําบลกกแรต สายบ้านบ่อเพลาไปคลองวังทอง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร อันนี้ก็ยังเป็นถนนลูกรังอยู่นะครับ แล้วก็ถนนหมู่ที่ ๖ บ้านแก่งหลวงมาหมู่ที่ ๙ บ้านทับผึ้ง ตําบลกกแรต ระยะทางก็ประมาณ ๖ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ก็เป็นถนนดินอยู่นะครับ แล้วก็พี่น้องทําการเกษตรเป็นจํานวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่น้ําท่วม ที่สุโขทัยที่ผ่านมาก็ได้มีถนนเสียหายเป็นจํานวนมาก ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อยากฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบทหรือว่าทางกระทรวงมหาดไทย ได้ดําเนินการซ่อมแซมถนนสายบ้านสามหมื่น หมู่ที่ ๖ ตําบลปากพระ อําเภอเมือง บ้านเนินสําโรง หมู่ที่ ๕ ตําบลปากพระ แล้วก็สายข้างลําลายหนองสร้อยทอง หมู่ ๕ ตําบลปากพระ ก็ฝากต่อท่านประธานนะครับให้ทางจังหวัดดําเนินการในการซ่อมแซมถนน ดังกล่าวด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ

เรื่องแรก ก็คือดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวตําบลลุ่มลําชี จํานวน ๕ หมู่บ้านค่ะว่าเขามีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการขอขยายหลักไฟฟ้าจากบริเวณสถานีสูบน้ํา ท่าวังโดน บ้านท่าแก หมู่ ๒ ตําบลลุ่มลําชี เขาอยากจะขอขยายเขตไฟฟ้าออกไปยังบริเวณ เหมืองวังกําแพงที่อยู่ในตําบลเดียวกันค่ะ แต่ว่าตรงนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ซึ่งถ้าสามารถขยายเขตไฟฟ้าออกไปแล้วรองรับสถานีสูบน้ําที่จะย้ายจากวังท่าโดนไปนะคะ ท่านประธาน ระยะทางแค่ ๑.๕ กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จะทําให้ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะที่ตําบลลุ่มลําชีแล้วก็ตําบลใกล้เคียงของ อําเภอบ้านเขว้า มีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ ความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนจะดีขึ้น การเพาะปลูกทางการเกษตรก็จะดีขึ้น เนื่องจากน้ําท่าจะไปถึงบริเวณที่ทํา การเพาะปลูก ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การ บริหารส่วนตําบล หรือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยดูแลแก้ไขในเรื่องการขอขยาย เขตไฟฟ้าเพื่อเคลื่อนย้ายสถานีสูบน้ําด้วยค่ะ

เรื่องที่สองค่ะท่านประธาน ดิฉันก็ได้รับการบอกกล่าวจากพี่น้องในเขตอําเภอ จัตุรัส แล้วก็อําเภอบ้านเขว้า และอําเภอเนินสง่าค่ะว่าตอนนี้เขาสงสัยกันมากว่า ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ค่ะ ถนนตรงที่มันยังดีอยู่ค่ะท่านประธาน คือบริเวณ ตําบลละหานค่ะท่านประธาน มีการซ่อมแซมถนนโดยการปรับปรุงผิวหน้าถนนอยู่ เขาบอกว่า บริเวณที่ไม่ดีทําไมไม่ไปลงมือก่อสร้างหรือว่าซ่อมแซม ทําไมมาทําแต่บริเวณที่ถนนยังดีอยู่คะ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดูแลในเรื่อง การซ่อมแซมถนนที่ดีและยังไม่ได้เสียหายด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณผ่องศรี ธาราภูมิ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน มีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธานนะคะ สืบเนื่องจากดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก พี่น้องประชาชนที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวของกรมชลประทานนะคะ ซึ่งเป็นลูกจ้างที่อยู่ใน หมวดการจ้าง ๗๐๐ นะคะ กลุ่มนี้ก็จะมีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ คนทั่วประเทศนะคะ ได้ปฏิบัติ หน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน ตั้งแต่แผนกงานขับรถขุด รถแบคโฮ (Backhoe) ดูแล ซ่อมคลองชลประทานหรือขุดลอกต่าง ๆ ลูกจ้างชั่วคราวกลุ่มนี้ก็ไม่ได้รับการพิจารณาบรรจุ บางคนทํางานมา ๓๐-๔๐ ปีแล้ว อัตราเงินเดือนปัจจุบันก็ประมาณ ๕,๓๐๐ บาท แล้วก็ยัง ไม่มีสวัสดิการใด ๆ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในระบบที่แรงงาน ก็ขาดขวัญกําลังใจเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอกราบเรียนท่านประธานได้ประสานงานไปทางท่านอธิบดีกรมชลประทานนะคะ ได้พิจารณาปรับหมวดการจ้าง จากหมวด ๗๐๐ เขาบอกว่าถ้าปรับมาอยู่ที่หมวด ๒๕๐ ก็จะมีโอกาสพิจารณาบรรจุเป็นลูกจ้างที่มีสวัสดิการนะคะ ก็ขอฝากกราบเรียนท่านประธาน ด้วยค่ะ กลุ่มที่ ๒ ก็เป็นกลุ่มลูกจ้างที่เป็นลูกจ้างเหมาจ่ายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งทั่วประเทศ ขณะนี้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ได้ทํางานมาหลายเดือน เขาบอก ว่าเงินเดือนไม่ออกมาหลายเดือนแล้วนะคะ ก็ขอให้ท่านประธานได้ช่วยติดตามทวงถามไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาด้วย เพราะว่า เป็นขวัญกําลังใจและก็การดํารงชีพของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ โดยเฉพาะที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขาเอราวัณที่จังหวัดลพบุรีนะคะ เขาบอกเงินเดือนไม่ออกมาหลายเดือนแล้ว อันนี้ก็ดิฉัน ขอกราบเรียนท่านประธาน ๒ เรื่อง

สุดท้าย ช่วงนี้จังหวัดลพบุรีมีงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ก็ขอกราบเรียน เชิญท่านประธานและท่านสมาชิกไปร่วมงาน วันที่ ๑๖-๒๒ กุมภาพันธ์ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีค่าน้ํามันรถ ต่อไปเชิญ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นําความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะได้รับการแก้ปัญหา

เรื่องแรก ได้รับความเดือดร้อนนะครับ พี่น้องในซอยอินทามระ ๔๓ ถนนสุทธิสาร เขตห้วยขวาง ดินแดง ท่านประธานครับ ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของ ปัญหาขยะ ขยะเยอะมาก ๆ เลย แล้วก็มีการจัดเก็บขยะเพียงสัปดาห์ละ ๑ ครั้งแค่นั้นเอง ปัญหาไฟถนน ก็ไม่มีไฟถนนแล้วก็ที่มีอยู่ก็ชํารุด ปัญหาสุนัขไม่ทราบว่าเป็นสุนัขจรจัด หรือสุนัขอะไรเพ่นพ่านกันวุ่นวายไปหมดเลย ที่สําคัญร่องระบายน้ําในซอยนี้นะครับ ก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กทม. ส.ก. ส.ข. หรือ ส.ส. ในเขตนี้ ที่ต้องการคะแนนนะครับไปดูกันหน่อย ใกล้จะเลือกตั้งแล้วนะครับตอนนี้ ไปดูซอยอินทามระ ๔๓ ชาวบ้านบอกว่าถ้าอยากได้คะแนนไปดูกันหน่อยนะครับ ส.ส. กทม.

เรื่องที่ ๒ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในตําบลกวนวัน ตําบลเมืองหมี ตําบลปะโค ตําบลเวียงคุก ซึ่งได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของไหล่ถนนและไฟถนน ไฟส่องสว่าง ๒ ข้างทาง ท่านประธานครับ ถนนยิ่งคับแคบและไหล่ถนนก็คาดว่าจะได้รับ งบประมาณในการสนับสนุน แต่ก็เงียบไป ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรือกรมชลประทานซึ่งเป็นเจ้าของถนนนะครับ ฝากด้วย ในเรื่องของไหล่ถนน สําหรับเรื่องไฟจราจร ไฟส่องสว่างนั้นก็คงจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคมช่วยสอดส่องดูแล เดือดร้อนมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ถ้าได้รับการดูแล พี่น้องประชาชนจะได้อานิสงส์ในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอรอนงค์ คล้ายนก

นางอรอนงค์ คล้ายนก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับน้ํามันปาล์มขาดแคลน และมีราคาสูงมาก ซึ่งทราบว่าทางรัฐบาลเองก็กําลังเร่งแก้ปัญหานี้อยู่นะคะ โดยให้ กระทรวงพาณิชย์ผลิตน้ํามันเพื่อการบริโภคจําหน่าย ๒๒ ล้านขวด ซึ่งตอนนี้ก็ยังมี การผลิตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้นทุนการผลิตอาจจะเพิ่มขึ้นบ้างก็เพราะว่าวัตถุดิบขาดแคลน ดิฉันเชื่อว่าประชาชนสามารถรับได้เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นการเพิ่มขึ้น เพราะการกักตุนเพื่อเก็งกําไร ประชาชนรับไม่ได้แน่ เพราะเราต้องซื้อน้ํามันในราคาสูงเกินจริงมาก และขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์เองก็มีน้ํามันที่จะจําหน่ายเหลือประมาณ ๑๐ ล้านขวด และประกาศว่าในกรุงเทพมหานครสามารถซื้อได้ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ํา ส่วนที่ต่างจังหวัดก็สามารถหาซื้อได้ที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศในราคาขวดละ ๔๗ บาท จํากัดไม่เกินคนละ ๒ ขวด โดยต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อที่จะป้องกันการเวียนเทียนซื้อ ท่านประธานคะ ในกรุงเทพมหานครมี ๕๐ เขต ในฝั่งธนบุรีเขตพื้นที่ดิฉัน คือเขตบางแค เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม แล้วก็เชื่อว่าอีกหลายเขตนะคะ คิดเหมือนกันว่า ถ้าประชาชนต้องนั่งรถไปซื้อที่สนามบินน้ําคือกระทรวงพาณิชย์นั้นต้องใช้เวลาไป-กลับ ร่วม ๓ ชั่วโมง แล้วก็ต้องนั่งรถประมาณ ๓ -๔ ต่อกว่าจะได้น้ํามัน ๒ ขวด สําหรับที่จะซื้อมา บริโภคเอง และสําหรับพ่อค้าที่เขาซื้อเพื่อเก็งกําไรเขาก็ต้องขนคนไปซื้อโดยใช้บัตรประชาชน ของคนอื่น ก็ต้องมาขายในราคาสูงเกินจริงอยู่ดีนะคะ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหา ในเรื่องราคาสูงนี้ได้ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ที่จะเพิ่มช่องทาง การจําหน่ายให้มากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดนะคะไปทั้ง ๕๐ เขต ทางต่างจังหวัด ก็ไปทั้งที่อําเภอและหมู่บ้านทุกหมู่บ้านนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานมากนะครับที่ได้ให้โอกาสได้มา หารือในวันนี้

เรื่องแรก เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา ลูกหลานที่จะไปโรงเรียน เนื่องจากอาคารเรียนมันทรุดโทรม โรงเรียนบ้านโคกเล้า ตําบลบะยาว อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็อาคารไม้สร้างมาประมาณ ๕๐ ปีแล้ว ถึงฤดูฝน ฝนตกลงมาก็จะต้องย้ายอาคารเรียนไปศาลาวัดนะครับ เพราะฉะนั้นทางผู้บริหารโรงเรียน ก็ได้ทําหนังสือมาขอจากสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๒ จังหวัดอุดรธานีแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้ รับงบประมาณเสียที

เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนไร่ฝุ่นที่บ้านคําม่วง ตําบลหนองนกเขียน อําเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็บ้านดงง่าม ตําบลคําโคกสูง อําเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ในเขตเลือกตั้ง เพราะว่าถนนตรงนี้นะครับท่านประธาน ยิ่งหน้านี้เป็นฤดูหน้าขนอ้อยเข้าหีบ ท่านประธานครับ ลําบากมากเหลือเกิน ฝากกระทรวงคมนาคมไปดูให้หน่อยนะครับ กรมทางหลวงชนบท เพราะว่าไปอาศัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาบอกไม่มีเงินเพราะว่า รัฐบาลสั่งให้แต่จัดกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปอบรมแล้วก็ซื้อเสื้อแจก แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เขาว่าอย่างนี้ อยากจะได้งบไปซ่อมถนนดีกว่านะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวลําพูน

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการกระจายน้ํามันพืช ธงฟ้าราคาประหยัด ไปยังพื้นที่จังหวัดลําพูน ซึ่งขณะนี้ยังขาดแคลนและมีราคาสูง

เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดกฤษฎีกาในการออกกฎหมาย เวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดลําพูน ซึ่งขณะนี้เรื่องยังคงค้างที่กฤษฎีกาอยู่

เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนในเขตบ้านท่าช้าง ตําบลหนองล่อง อําเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลําพูน มีความเดือดร้อนเนื่องจากว่าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา น้ําท่วมบ้านเรือน เสียหาย ขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากจังหวัดลําพูนและจากกระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จึงขอให้ดําเนินการช่วยเหลือพี่น้อง ชาวบ้านของผมด้วยที่เดือดร้อน

เรื่องที่ ๔ ปัญหาของคณะกรรมการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งกระจายไปแล้ว แต่ว่าท้องถิ่นไม่มีความสามารถที่จะดําเนินการได้ อาทิเช่น ฝายศรีป้านในเขตลุ่มน้ําทา ซึ่งกรมชลประทานได้โอนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ขณะนี้เขาไม่มีงบประมาณจึงขอให้กระจายอํานาจและทบทวนการโอนภารกิจสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น

เรื่องสุดท้าย ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้จัดงบประมาณสนับสนุนการจัดกิจกรรม เบิกฟ้าหริภุญชัย ๑,๓๕๔ วิถีวัฒนธรรม ซึ่งงานก็จะมีตั้งแต่วันที่ ๑๗ ๑๘ ๑๙ กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดเงินชุมชนพอเพียง ของจังหวัดลําพูนที่ยังคงค้างอยู่ ๒๖๔ หมู่บ้าน เพราะขณะนี้ชาวบ้านเขารอคอยที่จะได้รับ งบประมาณไปดําเนินการบริหารจัดการเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดลําพูนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณปวีณ แซ่จึง

นายปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องที่จะหารืออยู่ ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยรัฐบาลได้เร่งรัดในการ จ่ายเงินชดเชยฝายหัวนาและฝายราษีไศล เพื่อแก้ปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มสมัชชาได้ร้องเรียน จะส่งผลให้การก่อสร้างฝายหัวนานั้นได้รับผลกระทบ ก็ขอให้เร่งรัดครับ

เรื่องที่ ๒ ขอให้ช่วยขยายช่องจราจรเส้นทางสาย ๒๒๖ ช่วงอําเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษถึงสี่แยกส้มป่อย อําเภออุทมพรพิสัย ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เนื่องจากว่าขณะนี้การจราจรคับคั่งมากครับ เป็นเส้นทางที่จะออกจากทางจังหวัดศรีสะเกษ ไปทางตะวันตกเพียงเส้นเดียว ก็ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร

ข้อที่ ๓ ขอเร่งรัดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ช่วยเหลือขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตรในเขตอําเภอราษีไศล อําเภอยางชุมน้อย อําเภอกันทรารมย์ อําเภอศิลาลาด อําเภอบึงบูรณ์ อําเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ เพราะในบริเวณนี้เป็นบริเวณที่ผลิตหอมแดง ที่เป็นจํานวนมากถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย ปีนี้อําเภอเหล่านี้สามารถที่จะทํารายได้ เข้าจังหวัดเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากว่าหอมแดงราคาดี กระเทียมก็ราคาดี เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งรัดดําเนินการในเรื่องนี้โดยด่วน แล้วขณะเดียวกันก็ขอเรียนว่ามีปัญหานิดหนึ่งครับ จะขอฝากเพิ่มเติมกระทรวงคมนาคม เนื่องจากมีเวลาเหลือ ก็คือไฟฟ้าส่องแสงสว่างริมทางหลวงบางเส้นนะครับ เส้นของบริเวณ บ้านส้มป่อย หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๕ อําเภอราษีไศล ไฟแสงสว่างบริเวณนี้กระทบต่อการทํานา ของพี่น้อง ซึ่งข้าวหอมมะลิเป็นข้าวไวแสงและเป็นข้าวที่ปลูกตามฤดูกาล ถ้าไฟฟ้าเปิด ตลอดคืนข้าวจะไม่ออกรวงครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาตย์ ส.ส. พรรคกิจสังคม จังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ

เรื่องแรก คือการขึ้นทะเบียนเกษตรกรซึ่งได้รับคําร้องเรียนมาเป็นจํานวนมาก พี่น้องเกษตรกรนั้นแจ้งว่าตอนนี้ไปขึ้นทะเบียนนั้นยุ่งยากในเรื่องของเอกสารที่จะขอ จดทะเบียนขึ้นเป็นเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายรูปก็ดี ชาวบ้านนะครับ ท่านประธานครับ ชาวบ้านก็ต้องไปหากล้อง บางทีต้องไปยืมกล้องเขาแล้วก็มาถ่ายรูป และอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของที่ดินที่ทํากินอยู่นั้นไม่มี ไม่ได้เป็นเจ้าของ เมื่อไปขอ เอกสารสิทธิจากเจ้าของที่ซึ่งเกษตรไปเช่าเขา เจ้าของที่ก็ไม่ยอมให้เพราะว่ากลัวจะไปเสีย ภาษีต่าง ๆ หรือคิดอะไรต่าง ๆ กลัวอย่างนั้นกลัวอย่างนี้ก็เลยทําให้เกิดปัญหาว่าเกษตรกรนั้น จะไม่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วจะขาดโอกาสตรงนี้ไป ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ควรจะลดขั้นตอนให้มากที่สุดเพื่อที่จะให้เกษตรกรนั้นเขาลืมตาอ้าปากได้

เรื่องที่สองเรื่องของราคาข้าว ตอนนี้ก็เป็นปัญหาขายได้เกวียนละ ๕,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท ซึ่งพี่น้องเกษตรกรนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ายากจน ต้นทุนก็ขึ้นทุกวัน ตอนนี้ น้ํามันขึ้น ปุ๋ยขึ้นแน่นอน ก็ขอให้ทางภาครัฐที่ว่ามีการชดเชยค่าส่วนต่าง เอากําหนดตายตัว ไปเลยนะครับ ประชาภิวัฒน์ กําหนดตายตัวเลยครับว่าให้เกวียนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ต่อเกวียน ซึ่งสิ่งนี้ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเกษตรกรได้เขาจะได้ลืมตาอ้าปากได้ สักทีหนึ่ง

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เงินเดือน อสม. ฝากถามมาว่าทุกวันนี้ของจังหวัด พิษณุโลกเอง เงินเดือน อสม. นะครับยังไม่ถึงพี่น้อง อสม. เลยครับ ควรจะนําไปจ่ายที่ อบต. มันจะเร็วกว่าแล้วก็สะดวกกว่าครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านร้องเรียนมาครับ ฝายบ้านแจ้งน้อย ตําบลโนนสําราญ ซึ่งปรากฏว่ามีการชํารุดเป็นฝายหินทิ้ง ผมเคยร้องไปที่ กรมชลประทาน เขาบอกว่าทําไม่ได้ต้องใช้เงินจํานวนมาก แต่ปรากฏว่า นายก อบต. โนนสําราญ ท่านได้ระดมคนครับเข้าไปซ่อมใช้เงินไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซ่อมจน ๒ ฝั่งดีขึ้น ผมดูแล้วในหลักวิชาการเหมือนทําไม่ได้ แต่ปรากฏว่าชาวบ้านทําได้ ผมอยากฝากท่านอธิบดีกรมชลประทาน ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งลงไปหน่อยครับ ให้ไปดูหน่อยว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร เพราะตอนนี้เขาเอาดินไปเสริม ปรากฏว่ามันอยู่ แต่ผมเคยร้องเรียนเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เขาบอกทําไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาทําได้ อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งช่างไปดูหน่อย ชาวบ้าน เขาเดือดร้อนนะครับ

เรื่องที่ ๒ คือความเห็นแตกต่างกันนิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่าน ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ บอกว่าไฟส่องสว่างทําให้ข้าวไม่ดี แต่ตอนนี้จังหวัดชัยภูมิต้องการครับ ไฟส่องสว่าง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบ้านดงบางใหญ่ ขอแล้วขอเล่า ขออีกจนไม่รู้จะขออย่างไร ขอจนเมื่อย ไฟส่องสว่างก็ไม่เกิดสักทีแค่ ๔-๕ ดวง ไม่เคยได้รับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะตอนนี้ ข้าวของขายเกินราคาก็เยอะ ของก็แพง สลากกินแบ่งรัฐบาล ผมเคยถามนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ สลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องลดลงเหลือ ๘๐ บาท ตอนนี้เท่าไรครับท่านประธาน ท่านไปประธานไปซื้อก็ ๑๑๐ บาท ๑๒๐ บาท ยังแก้ไม่ได้ครับ เพิ่มอีก ๔ ล้านใบ ก็รวมเป็น ๖๐ ล้านใบ ปรากฏว่ามียี่ปั๊วอยู่ ๓ คน ๓ คนได้คนละ ๒๐ ล้านใบ เขาเอาไปขาย มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ก็เหมือนน้ํามันพืชครับ ๑๐ บริษัท ตอนนี้ผมรู้ว่า ๑๐ บริษัท สต็อก (Stock) แต่รัฐบาลไม่จับ จับเสียทีครับ ฝากรัฐบาลครับ รับรองน้ํามันพืชกระจายไป ทั่วประเทศ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไมตรี สอยเหลือง ครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอนําปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรมาเสนอ ต่อสภาเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ดังกล่าวด้วย

เรื่องแรก เป็นอาคารสโมสรของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ตั้งอยู่ที่ ตําบลบางสะเหร่ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สร้างมานานแล้ว หมดอายุการใช้งานแล้ว เกรงว่าจะเกิดอันตราย ขอทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไปสร้างใหม่ด้วย

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องถนนภายในหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ชํารุดเสียหาย ยังไม่มีงบพัฒนาซ่อมแซม

เรื่องที่ ๓ อาคารเรือนพักทหารและครอบครัวในค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า ตําบลภูตาหลวง อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นอาคารเก่าตั้งแต่สมัยทหารอเมริกัน มาทําสงครามกับทางประเทศเวียดนาม บัดนี้อายุราชการก็หมดการใช้งานแล้ว ทหารที่พักอาศัย ก็ได้รับความเดือดร้อนต้องซ่อมบ่อย ของบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องการขึ้นเงินเดือนครู ทหาร ตํารวจ พลเรือน แต่ทาง รัฐบาลอาจจะลืมไปว่ายังมีข้าราชการบํานาญซึ่งยังไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ขอให้รัฐบาลได้ให้ การสนับสนุนและพิจารณาเป็นกรณีพิเศษด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างอําเภอ ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวจาก บ้านผาหวาย ตําบลป่วนพุ อําเภอหนองหินไปถึงอําเภอน้ําหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะทาง ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เนื่องจากตําบลป่วนพุมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่าสวนหินผางามหรือชื่อเล่น ๆ ชื่อว่า คุนหมิงเมืองไทย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม นอกจากภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวงแล้ว ก็จะมีสวนหินผางามนี้ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ถ้าทําถนนจากบ้านผาหวาย หมู่ ๓ นี้ ทะลุไปยัง อําเภอน้ําหนาว ก็จะได้แหล่งท่องเที่ยวจากภูทับเบิก เขาค้อ และน้ําหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ ก็คือช่วยผลักดันงบประมาณในการสร้างถนนลาดยาง เชื่อมระหว่างตําบลนะคะ จากบ้านร่องป่าไผ่ หมู่ ๗ บ้านห้วยเดื่อ หมู่ ๘ ตําบลหนองหิน ถึงบ้านป่วนพุ หมู่ ๑ บ้านเหล่าใหญ่ หมู่ที่ ๒ ตําบลป่วนพุ ระยะทางทั้งหมด ๒,๐๐๐ เมตร ในอําเภอหนองหิน จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกรมส่งเสริม ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ

เรื่องแรก คือเรื่องการเกิดเพลิงไหม้ที่สนามหลวง ๒ เขตทวีวัฒนา เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้เป็นสัปดาห์ที่ ๓ แล้ว รวมไหม้ทั้งสิ้น ๘๔ ห้อง หรือ ๘๔ ร้านค้า ในล็อก (Lock) ที่ ๑๓ ถึง ๑๖ อยากให้กรุงเทพมหานครเร่งในการเยียวยา และหาที่ขายของให้ใหม่โดยเร็ว และรวมทั้งป้องกันเพลิงไหม้ในระยะยาว โดยการจัดให้มี ท่อน้ําประปาสีแดงเข้าไปในตลาดนัดสนามหลวง ๒ เพื่อสําหรับดับเพลิงใช้ในการดับไฟได้ ในอนาคต

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาน้ํามันปาล์ม อย่างที่กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ในวันก่อนนะครับท่านประธาน น้ํามันปาล์มนั้นขึ้นถึงปี๊บละ ๑,๓๔๐ บาท ในวันนี้ราคาถึง ๑,๓๔๐ บาท ปรากฏว่าเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วเพียงแค่ ๑,๑๕๐ บาท อยากให้ทางรัฐบาลดูแล ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ๒ ท่านนี้ ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยัง ผู้รับผิดชอบให้ได้ทําหน้าที่อย่างเต็มกําลังความสามารถ เพราะมีโรงงานกักตุนสินค้า ทําให้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งมีโทษจําคุกถึง ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ทําไมไม่รู้ว่ามีการกักตุนน้ํามันปาล์มอยู่ที่ไหน

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เรื่องของมอเตอร์ไซค์ (Motorcycle) รับจ้างทั่วไป ซึ่งได้รับความเดือดร้อน อยากจะถามทางรัฐบาลว่าจะจัดให้มีการลงทะเบียนที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง รวมทั้งเรื่องหาบเร่แผงลอย เรื่องรถแท็กซี่ (TAXI) ซึ่งพี่น้องที่ขับรถแท็กซี่จากหนองแขมก็โทรมาถามบอกว่าอยากได้สักคันหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะจัดให้ได้หรือไม่ อย่างไร อยากให้มี การประชาสัมพันธ์โครงการเหล่านี้อย่างกว้างขวาง

และเรื่องสุดท้าย โครงการบ้านยิ้มของกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ปรากฏว่าข้าราชการกรุงเทพมหานครกู้ได้ถึง ๗,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อยากให้ผู้ว่าราชการ กทม. ได้เพิ่มวงเงินบ้านยิ้มสําหรับกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณท่านค่ะ มีเรื่องหารือท่านนะคะ

ตามที่เป็นที่ทราบกันว่าจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นที่ราบสูงเสียส่วนใหญ่ ก็มีภูเขาสูง เวลาหน้าฝน ฝนก็จะตก น้ําก็จะไหลลงที่ราบ ไหลทิ้งเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่มี ที่กักเก็บ เป็นที่น่าเสียดายและเสียโอกาสเป็นอย่างยิ่ง กระแสน้ําที่ไหลผ่านไปบริเวณใด ก็จะเกิดความเสียหายให้กับทรัพย์สินของประชาชนทุกปีซ้ําซากเช่นนี้ทุกปีค่ะ แต่พอถึง ฤดูแล้งน้ําก็จะขาดแคลน ไม่มีน้ําในการทําการเกษตรเพื่อการอุปโภคอีกด้วยต่างหาก เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน ซึ่งเสนอผ่านมาให้รัฐบาล ได้รับไปพิจารณาถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยสร้างฝายทั้งหมด ๕ แห่งนะคะ สร้างฝายบ้านคลองกลางที่หมู่ที่ ๒ ตําบลซับพุทรา อําเภอชนแดน สร้างฝายคลองซับเจริญ ที่หมู่ที่ ๙ ซับพุทรา อําเภอชนแดน สร้างฝายซับหิ้วหมู ที่หมู่ที่ ๑ ตําบลซับพุทรา อําเภอชนแดน ฝายซับหมาแสน ที่หมู่ที่ ๖ ตําบลซับพุทรา อําเภอชนแดน และสร้างฝาย ห้วยลาดแค ที่หมู่ที่ ๙ ตําบลลาดแค จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถาวรและยั่งยืน ไม่ต้องมา แล้งซ้ําซาก แล้วก็น้ําท่วมซ้ําซากกันเป็นประจํา ก็ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ขอให้ตั้งสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งที่หมู่ที่ ๘ บ้านโคกสําราญเหนือ ตําบลบ้านกล้วย อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เช่นกัน เนื่องจากดิฉัน มีเวลาเหลืออีกนิดหนึ่งนะคะ ขออนุญาตที่จะฝากท่านค่ะ ชาวตําบลลาดแค และอีก ๒ ตําบล ของอําเภอชนแดนค่ะ ภัยแล้งจากประสบภัยฝนทิ้งช่วงปี ๒๕๕๓ ทําหนังสือถึง ท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร แล้วก็ติดตามเรื่องมาโดยตลอด ผู้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ๑,๖๔๖ ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย ๓๓,๐๙๔ ไร่ วงเงินขอรับ การสนับสนุน ๒๗ ล้านบาทเศษ ติดตามแล้ว ทีนี้ชาวบ้านตอนนี้ก็เดือดร้อนกันอย่างยิ่ง ตอนนี้อยากจะมีเงินที่จะไปลงทุนทําการเกษตรในรอบปีใหม่ ขอให้ช่วยเร่งรัดเงินในตรงนี้ อยากจะทราบกําหนดที่แน่นอนว่าเงินจะจ่ายได้เมื่อไร อย่างไร ขอบพระคุณท่านค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณบรรจบ รุ่งโรจน์

นายบรรจบ รุ่งโรจน์ ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีข้อหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กํากับดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรณีผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายรัชพล แซ่เอียว ว่าบุตรชาย ชื่อ เด็กชายภราดร แซ่เอียว ถูกแก๊งวัยรุ่นรุมทําร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในท้องที่ รับผิดชอบสถานีตํารวจภูธรเสม็ด อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ในคืนวันลอยกระทงมี พันตํารวจโท วุฒินันท์ นามแสง เป็นเจ้าของคดี ปรากฏว่า คดีได้ล่วงเลยมาเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่ไม่ให้ความสนใจ จึงขอให้ตรวจสอบและ ให้ความเป็นธรรมกับบุตรชายของท่านด้วย

เรื่องที่ ๒ ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กรณีพนักงานบริษัท ที.เอเชีย จํากัด ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙/๙ หมู่ ๕ ตําบลมาบข่า อําเภอ พัฒนานิคม จังหวัดระยอง ซึ่งพนักงานบริษัทเป็นคนจังหวัดชลบุรี ได้โทรมาร้องเรียนผมว่า ทางบริษัทไม่จ่ายเงินให้กับพนักงานเป็นเวลา ๔ เดือนมาแล้ว พนักงานเดือดร้อนมาก แม้แต่มอเตอร์ไซค์ที่เช่าซื้ออยู่ก็กําลังจะถูกยึด จึงขอให้กระทรวงแรงงานช่วยตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นวันนี้ ต้องขอหารือเรื่องน้ําแพงครับ ซึ่งในขณะนี้ท่านประธานครับ น้ํามันโซล่า รัฐบาลเคยประกาศ ว่าจะไม่ให้เกิน ๓๐ บาท ซึ่งในขณะนี้ต่างจังหวัด ๓๓ บาทแล้วครับ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลในเรื่องน้ํามันราคาแพง ซึ่งมีผลกระทบต่อ ภาคเกษตรในขณะนี้

เรื่องที่ ๒ ครับ ถนนสายบ้านห้วยยาง ตําบลศิลาทิพย์ อําเภอชัยบาดาล และถนนสายบ้านหนองปล้อง ตําบลเกาะรัง อําเภอชัยบาดาล ถนน ๒ สายเป็นถนนลูกรังอยู่ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวกก็อยากจะฝากท่านประธาน ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดําเนินการลาดยางให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๒ ตําบล ด้วยครับ

และเรื่องสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ อปพร. อาสาสมัคร ป้องกันและพัฒนาพลเรือนของเรานี่นะครับ ซึ่งค่าตอบแทนนี่ไม่มีเลยในขณะนี้ ก็อยากจะ ฝากท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดสรรในเรื่องของค่าตอบแทนให้กับ อปพร. ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ คือในขณะนี้เขาทํางานให้ในเรื่องจราจรก็ดี ตํารวจก็ได้รับ ความช่วยเหลือจาก อปพร. ก็อยากจะให้เขาได้มีค่าตอบแทนส่วนหนึ่งครับ ฝากท่านประธาน ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธานสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญในการเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนในเขตอําเภอท่าใหม่ และเขตอําเภอนายายอาม ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเดือดร้อน และมีปัญหามากที่สุดนะครับ

เรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องการสูญเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสุขุมวิท ซึ่งเกิดอุบัติเหตุซ้ําซากบ่อยครั้ง และก็น่าเบื่อ ท่านประธานครับ เดือดร้อนมากจริง ๆ นะครับ ขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ๒ จุดนะครับ จุดที่ ๑ ที่บริเวณสามแยกถนนสายหนองคล้า-หุบกะพง หมู่ที่ ๓ ตําบลทุ่งเบญจา อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๐๔ บวก ๖๑๔ จุดที่ ๒ ที่บริเวณสี่แยกปากทางบ้านช้างข้ามของตําบลนายอาม อําเภอนายอาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งทั้ง ๒ จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจริง ๆ บนถนนสุขุมวิททั้งนั้นเลย ทาง อบต. นายอาม ทางเทศบาลตําบลหนองคล้าได้ทําหนังสือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาเลยนะครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี ไม่นิ่งนอนใจ ผมได้ร้องขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายครั้งเช่นเดียวกันนะครับ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจุดดังกล่าวเลยทั้ง ๒ จุด ผมเลยขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบเร่งดําเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทั้ง ๒ จุดให้ด้วยนะครับ เพราะทั้ง ๒ จุดนี้ วันนี้ผมนําเอกสารมาส่งให้ท่านประธานด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ โครงการอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อมจะสร้างเมื่อไร ท่านประธานที่เคารพ อําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ มีแม่น้ําฝางเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิต ๒๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิตของอําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ ท่านประธานที่เคารพ แม่น้ําฝางเป็นแม่น้ําที่แปลกของประเทศไทย ไหลขึ้นเหนือครับ ลงแม่น้ํากก ประสบแม่น้ําโขง ท่านประธานที่เคารพ อ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อมสร้างเสร็จเมื่อไร ลูกปืนนัดเดียวได้นก ๒ ตัวครับ ๑. พี่น้องประชาชน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าชีวิต มีน้ําทําการเกษตรและอุปโภคบริโภค ตลอดทั้งปีครับ ๒. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของอําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และที่สําคัญพี่น้องที่ไปเที่ยวอําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ กลับ แวะอ่างเก็บน้ําปางมะขามป้อม ซื้อของฝากจากกลุ่มแม่บ้านทั้ง ๓ อําเภอครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน เราก็ล่วงเวลาเลยมาแล้วร่วมชั่วโมง ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๒๔๐ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบ เรื่อง การถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและ โทรทัศน์

ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในวันนี้ นอกจากมีการถ่ายทอดทางสถานี วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมด้วย จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

๒.๒ รับทราบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา จํานวน ๒ เรื่อง คือ

๑. วุฒิสภาได้มีมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษ

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้มติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

๒. เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ เห็นชอบแล้ว จํานวน ๓ ฉบับ คือ

ประธานรัฐสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบแล้ว จํานวน ๓ ฉบับ คือ

๑. ร่างพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

๒. ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

๓. ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ...

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญ นิติบัญญัติ) จํานวน ๒ ครั้ง คือ

ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

ครั้งที่ ๒ วันพฤหัสบดีที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๓

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง เมื่อไม่มี ผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวนะครับ เชิญครับ มีอะไรครับ จะแก้ไขหรือครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ก่อนที่ท่านประธานจะเข้าสู่ ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) ท่านประธานครับที่จะเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมในวันพรุ่งนี้ ในวันพรุ่งนะครับท่าน ไม่ใช่วันนี้นะครับ อยากจะเสนอเป็นญัตติครับ เพื่อที่จะนําเอาเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ วันพรุ่งนี้ หลังจากที่กระทู้ถามเสร็จแล้วจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีร่างพระราชบัญญัติที่บรรจุในระเบียบวาระ เป็นเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว อยู่ทั้งหมด ๕ เรื่อง ท่านประธานครับ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้ได้ให้ความสําคัญ มาตลอด ที่มีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จในสภาผู้แทนราษฎรของเรา แล้วส่งให้วุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้เสร็จทันเวลาที่เรามีความประสงค์ก็คือ ระเบียบวาระที่ ๔.๕ ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจําตําแหน่งของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ได้ขึ้นมาไว้ เป็นอันดับแรกแทนระเบียบวาระที่ ๔.๑ เอาระเบียบวาระที่ ๔.๕ ขึ้นมาก่อนระเบียบวาระ ที่ ๔.๑ ขอผู้รับรองครับผม

(สมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบนะครับ ให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๕ ขึ้นมาพิจารณาก่อนในวันพรุ่งนี้ เวลา ๐๙.๐๐ น. ขอกระทู้ถามก่อน หลังจากกระทู้ถามแล้วก็ดําเนินการเลย กระทู้ถามสั้น ๆ หน่อยก็แล้วกันครับ เพื่อจะได้ให้เสร็จเร็วครับ ไม่ขัดข้องแล้วนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับนะครับ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีในวันนี้ครับ เพราะมีพรุ่งนี้แล้ว

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. ....

เรื่องนี้ผมได้รับเรื่องจากเลขานุการวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลทําหนังสือมาถึงผม ว่าได้ตกลงกับฝ่ายค้านแล้ว

(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวครับคุณไพจิต ผมแจ้งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะให้คุณพูดนะครับ ว่าคิดเวลาอภิปรายตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ตอนนี้ก็ ๑๐.๑๐ นาฬิกา ถึง ๒๒.๐๐ นาฬิกา รวมเวลาอภิปรายทั้งสิ้น ๑๒ ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีใช้เวลาชี้แจง ๒ ชั่วโมงนะครับ

ผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ายค้าน และ ส.ส. ฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปราย ๖ ชั่วโมง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ใช้เวลาอภิปราย ๔ ชั่วโมง อันนี้วิปฝ่ายรัฐบาลแจ้งมานะครับ และผมขอแจ้งให้ที่ประชุม ทราบว่าผมได้ตรวจสอบการดําเนินการอภิปรายในเรื่องการเสนองบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปี ตั้งแต่สมัย ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี ๒๕๔๗ ก็เสนอแบบเดียวกันครับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ในปี ๒๕๔๗ นั้นอภิปราย ๖ ชั่วโมง ๓๕ นาที พรรคร่วมรัฐบาล อภิปราย ๒ ชั่วโมง ๔๐ นาที ผู้ประท้วง ปรึกษา พาดพิง ใช้เวลา ๒๕ นาที นี่ในปี ๒๕๔๗ ส่วนในปี ๒๕๔๘ ก็เช่นเดียวกันนะครับ เริ่มอภิปรายเวลา ๐๙.๔๒ นาฬิกา เลิกประชุมเวลา ๑๘.๐๘ นาฬิกา ใช้เวลาการอภิปรายทั้งสิ้น ๘ ชั่วโมง ๒๖ นาที นี่กระผมได้ค้นเรื่องเดิมมาให้ ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ เพื่อจะได้พิจารณาว่าที่กรรมาธิการดําเนินการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี ๒๕๕๔ นี้ก็ควรใช้เวลา ๑๒ ชั่วโมง ก็เหลือเฟือแล้ว ถ้ามันขาดตกบกพร่อง ผมก็พร้อมทําเรื่องแบ่งงานประธานทั้ง ๓ ท่านแล้วนะครับ ถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ไม่ให้เกินนี้ แต่ว่าพอถึง ๕ ทุ่มกว่า แล้วก็ต้องปิดกันนะครับ เชิญคุณไพจิตครับ
นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมได้รับมอบหมายจาก พรรคเพื่อไทยนะครับ ได้กราบเรียนท่านประธาน ที่บอกว่าให้เลขานุการวิป คุณธนิตพล ไชยนันทน์ ลูกชายท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ที่บอกว่าตกลงกับวิปฝ่ายค้านแล้ว ไม่ใช่นะครับ ต้องกราบเรียนว่า ถ้าจะอ้างว่าเป็นวิปรัฐบาลก็อ้างไป ผมพยายามจะขอให้มีการประชุมเจรจากันเสีย โดยมีท่านประธาน นี่เป็นข้อตกลงแต่ไม่ได้ทํานะครับ วันนี้ก็คอยอยู่ คอยว่าจะมีการหารือ การอภิปรายงบประมาณต้องได้รับความร่วมมือซึ่งกันและกัน ผมก็มีผู้อภิปรายหลัก ๆ อยู่ ท่านมิ่งขวัญ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง คนละ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ แล้วครับ แล้วมีผู้ประสงค์จะ อภิปรายอีกไม่น้อยกว่า ๔๐ คน ๕๐ คน ก็จะพยายามบริหารกัน แต่ว่าคราวนี้มีความจําเป็น จริง ๆ ที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เราต้องการส่งสัญญาณถึงพี่น้องประชาชนว่า เงินที่จะต้องใช้อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นครั้งที่ ๒ แล้วครับท่านประธาน ที่รัฐบาลนี้ ถือโอกาสขอเพิ่มเติมงบประมาณมา ครั้งแรกเมื่อเข้าใหม่ ๆ ก็เพิ่มไปอีก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท คราวนี้จะออกไปแล้ว จะสุด ๆ อยู่แล้วเวลามีค่อนข้างจํากัด ถ้าฟังไปฟังมาก็เหลือ สองเดือนเศษ ๆ ก็จะขอสั่งลาด้วยงบอีก เพราะฉะนั้นจําเป็นที่จะต้องสื่อสัญญาณเหล่านี้ ถึงพี่น้องประชาชน ก็อยากให้เป็นโอกาสของพรรค เขาก็จะทําหน้าที่ค้านด้วยเหตุด้วยผล จริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นได้ขอเจรจาว่าขอให้เราได้มีโอกาสได้ทําหน้าที่นี้เถอะครับ มีโอกาสเดียวช่องเดียวที่อยากจะทํา ก็คือเพื่อให้เราได้มีโอกาสได้แสดงความเห็น ถ้ามัน ซ้ําประเด็นอะไรทั้งหลาย ท่านประธานก็สามารถที่ใช้ข้อบังคับได้อยู่แล้ว แต่ว่าที่จะกําหนด บอกว่า ๖ ชั่วโมงให้ฝ่ายค้านอภิปรายให้จบ โดยเอาธรรมเนียมว่าเคยอภิปรายมา ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสถานการณ์ทางการเงินของประเทศมันเปลี่ยนไป วันนี้เป็นหนี้แล้วก็เพิ่มหนี้อีก เราก็ต้องใช้เวลา ใช้เหตุใช้ผลมากขึ้น รัฐบาลอยากได้เงินก็ต้อง ใช้เหตุผลมากขึ้นในการชี้แจงพวกผม จึงขอความกรุณาท่านประธานว่าขอเวลาให้พวกเรา ได้ทําหน้าที่กัน ถ้ามันไม่จบ เกิน ๖ ทุ่ม ก็ขอต่อเป็นวันนี้พรุ่งนี้นะครับอีกวันหนึ่งก็จบกัน ให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้เถอะครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิปฝ่ายรัฐบาล เชิญครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ผมเข้าใจว่าข้อหารือของเพื่อนสมาชิก ผมก็ได้รับการติดต่อ จากท่านตั้งแต่เมื่อวานนี้ และขออนุญาตยืนยันครับว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมทุกครั้ง ที่ผ่านมาผมก็พยายามอิงฐานตัวเลขที่เป็นจริงครับ ที่ท่านประธานได้แจ้งเพื่อนสมาชิก ทั้งหมดให้ทราบว่าเราเคยมีการเพิ่มเติมงบประมาณรายจ่ายกลางปีทั้งหมด ๓ ครั้ง ในรอบไม่เกิน ๑๐ ปี ปี ๒๕๔๗ เราเพิ่มเติมงบประมาณรายจ่ายกลางปี ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท วันนั้นพวกผมเป็นฝ่ายค้านครับ ใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมดประมาณ ๘ ชั่วโมง ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๔๘ ก็เพิ่มเติมอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้เวลาอภิปรายมา ๗ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง ครั้งที่ ๓ เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๕๒ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ใช้เวลาในการอภิปรายไม่เกิน ๑๐ ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ทั้งหมดอิงอยู่บนฐานตัวเลขที่เป็นจริง แล้วก็จะบอกว่าเป็นหนี้แล้วก็ไปกู้มาอีก ผมก็ขอ อนุญาตให้ช่วยรับฟังก่อนนะครับว่า เงินที่รัฐบาลเพิ่มเติมมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล เอามาจากไหน ถ้าเป็นกรณีอย่างที่ว่าจริง ๆ ก็หารือกันครับ แต่ผมยืนยันว่าเวลาที่ตกลงกันไว้ ผมก็พยายามผ่อนปรนตามที่ฝ่ายค้านเสนอ ครั้งแรกคิดว่าจะให้ฝ่ายค้าน ๔ ชั่วโมง ทางฝ่ายค้านขอเพิ่มเป็น ๖ ชั่วโมง ก็มอบหมายเลขานุการวิป ท่านนิพนธ์ว่าก็ตกลง ๖ ชั่วโมง ก็ ๖ ชั่วโมง แต่หลังจาก ๖ ชั่วโมงแล้วท่านขอเพิ่มเป็น ๒ วันอย่างนี้ ผมคิดว่ามันดูจะ ไม่ค่อยดีครับ ผมคิดว่าเอาตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก่อน ถ้ามีอะไรเดี๋ยวท่านกับผม นัดพูดคุยกันข้างนอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือให้ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปตกลงกัน ส่วนทางสภาจะดําเนินการไปตามระเบียบและข้อบังคับการประชุม ไม่ต้องหรอกครับ พอแล้ว ท่านไปตกลงกันเอง สภา ฐานะประธานก็มีหน้าที่ที่จะทําไปตาม กรอบนะครับ ถ้ามันจบเร็วกว่านั้นก็อาจจะเป็นไปได้ ถ้า ๒ ฝ่ายไปตกลงกันได้

กระผมขอต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยความยินดีนะครับ ทางสภายินดีต้อนรับดอกเตอร์ โทมัส ฮาดาเม็ก ดาลอคานาล อาทินแจน จากมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี ด้วยความยินดีเช่นเดียวกันครับ และสภายินดีต้อนรับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตําบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ตําบลสามแยก อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ด้วยความยินดีเช่นเดียวกัน ขณะนี้สภากําลังเริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลเสนอ เพื่อพิจารณาต่อไป ต่อไปเรียนเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแถลง เชิญครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรครับ ดําเนินการ ไปเลย คุณจะเอาอะไรอีกครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดชัยภูมิ ผมประท้วง ท่านประธาน เพราะท่านประธานเมื่อกี้พูดไปวินิจฉัยว่า ๕ ทุ่มแล้วประธานก็จะปิด ที่ผมประท้วง เพราะท่านประธานให้ไปตกลงกัน แต่ประธานพูดเลยว่า ๕ ทุ่ม ประธานก็จะปิดการประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอย่างนี้ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านต้องถอนคําพูดตรงนี้ออกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ถอนครับ คือว่า ที่ผมพูดไปนั้น กฎเกณฑ์ถ้ามันถึงเวลา ๕ ทุ่มแล้ว ถ้าจะถึง ๖ ทุ่ม พวกผม ๓ คนเตรียมพร้อม ถึง ๖ ทุ่ม ผมก็เรียนตั้งแต่เบื้องต้น ถ้า ๒ ท่านนี้ ๒ ฝ่าย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลไปตกลงกันอย่างไร ผมจะได้ดําเนินการตาม ก็ถือว่าเรียบร้อย เพราะประธานพูดแล้ว ถือว่าเป็นการชี้ขาดนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นจํานวนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เป็นจํานวนไม่เกิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท และเพื่อชดใช้ เงินคงคลังเป็นจํานวน ๘๔,๑๔๒,๕๕๖,๓๐๐ บาท

เหตุผล ๑. โดยที่รัฐบาลมีความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการฟื้นฟู ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบอันเนื่องมาจากการเกิดภัยพิบัติ รวมทั้ง การดําเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้ทั่วถึง จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจํานวน ไม่เกิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อจัดสรรตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นจํานวน ๙,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) เพื่อจัดสรรตามแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจํานวน ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาท

(๓) เพื่อจัดสรรตามแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง เป็นจํานวน ๑,๐๑๗,๔๓๒,๐๐๐ บาท

๒. โดยที่มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังในพระราชบัญญัติโอนเงิน งบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ ให้กําหนดแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย ดังนั้น จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจํานวน ๘๔,๑๔๒,๕๕๖,๓๐๐ บาท ในพระราชบัญญัตินี้ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่าการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ฉบับนี้ เป็นสิ่งสะท้อนถึงผลสําเร็จของรัฐบาลในความพยายามที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ให้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และวางรากฐานสําคัญให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง เพียงพอ ที่จะไม่ย้อนกลับเข้าสู่วิกฤติเช่นในอดีตที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๓ มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๗.๙ และมีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๓.๕ ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็น ถึงความเข็มแข็งของพื้นฐานระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกใน ๒ ไตรมาส สุดท้ายของปี มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๒๑.๖ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในเดือนธันวาคมมีสูงถึง ๑.๘ ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการ การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๓ ที่ขยายตัวได้ในระดับสูง คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องให้ เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๔ ขยายตัวประมาณร้อยละ ๓.๕-๔.๕ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อประมาณ ร้อยละ ๒.๕-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมีการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศ เป็นปัจจัยสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป ในขณะที่การส่งออกและ การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดีจากเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัว ประกอบกับการดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา และแนวทาง การปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลในปัจจุบัน ทั้งการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ ในเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม และการเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงประสิทธิภาพของภาคการเกษตรและภาคบริการ รวมทั้งการสนับสนุนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างงานและการบริโภค อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของประชาชนและรายได้รวมของประเทศเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่รัฐบาลยังต้องระมัดระวังในการบริหาร เศรษฐกิจ ได้แก่ความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ คู่ค้าสําคัญที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการไว้ และอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจาก แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามที่ ได้กล่าวมา ทําให้คาดการว่ารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้สูงกว่าประมาณการรายได้ที่ประมาณการไว้เดิมเป็นจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้การบริหารการคลังภาครัฐเป็นไปอย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้ง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดําเนินมาตรการเข้าสู่ภาวะงบประมาณสมดุล รัฐบาลจึงเห็น ควรจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อเพิ่มความ ยืดหยุ่นในการกําหนดนโยบายการคลังและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕

ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นําเสนอต่อท่านสมาชิก ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนํารายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ ไปชดใช้เงินคงคลัง ที่ได้จ่ายไปแล้ว ซึ่งเป็นการดําเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชน รวมทั้งจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนรายได้ของท้องถิ่น ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ซึ่งเป็นไปตาม ข้อกําหนดของพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยมีเงินพึงได้มาสําหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจากภาษีและ รายได้อื่นที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ

สําหรับวัตถุประสงค์และรายละเอียดการดําเนินงานที่สําคัญของงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมมีดังต่อไปนี้

๑. การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติจํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อดําเนินการฟื้นฟูบูรณะ ปรับปรุงสาธารณประโยชน์ เช่น อาคาร สถานที่ ถนน สะพาน แหล่งน้ํา ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม รวมทั้ง ดําเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ ประกอบด้วย ภารกิจที่สําคัญดังนี้

๑.๑ ด้านแหล่งน้ํา เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมระบบส่งน้ํา ระบบระบายน้ํา และการฟื้นฟูแหล่งน้ําที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้งานได้เช่นเดิม และดําเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดจากอุทกภัยหรือภัยแล้งในอนาคต จํานวน ๙๐๒ แห่ง

๑.๒ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟู ปรับปรุง ซ่อมแซมโครงสร้าง พื้นฐานด้านต่าง ๆ เช่น ถนน สะพาน สะพานรถไฟ เขื่อนป้องกันตลิ่ง และพนังกั้นน้ํา เป็นต้น ที่ได้รับความเสียหายให้กลับสู่สภาพปกติสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ จํานวน ๔,๘๘๓ แห่ง

๑.๓ ด้านการศึกษา เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและ สิ่งก่อสร้างอื่นของโรงเรียน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้อยู่ในสภาพ ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ รวม ๒,๖๕๐ แห่ง

๑.๔ ด้านศาสนา เพื่ออุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เป็นศูนย์กลางของชุมชน ประชาชนสามารถ ประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ จํานวน ๖๒๗ วัด

๒. การจัดสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จํานวน ๕,๙๕๗.๔ ล้านบาท เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดํารงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติม สําหรับจ่ายเป็นเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ จํานวน ๘๒๓,๓๓๕ คน และเบี้ยยังชีพผู้พิการหรือทุพพลภาพ จํานวน ๑๖๙,๕๗๒ คน เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้พิการหรือทุพพลภาพที่มีคุณสมบัติและลงทะเบียนกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึง

๓. รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวน ๘๔,๑๔๒.๖ ล้านบาท เพื่อเป็น รายจ่ายชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ท่านประธานที่เคารพ สาระสําคัญและรายละเอียดของโครงการและรายการ ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ที่ได้แถลงมา รัฐบาลได้นําเสนอต่อสมาชิกทุกท่านแล้ว และกระผมขอเรียนว่า รายการค่าใช้จ่ายตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นความพยายามที่รัฐบาลมุ่งหวังจะดําเนิน มาตรการเพื่อฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาของประชาชนจากการเกิดอุทกภัยและวาตภัย รวมทั้ง เป็นการดําเนินนโยบายการคลังที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดการขาดดุลงบประมาณ เพื่อเข้าสู่ภาวะงบประมาณสมดุลภายใน ๕ ปี กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านประธาน และสมาชิกจะให้การสนับสนุนและรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจริญมีอะไร

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับการแถลงเพิ่มเติมของท่านนายกรัฐมนตรี ผมใคร่ขออยากจะถาม ท่านประธานไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีสักนิดหนึ่งก่อนเพราะว่าคําแถลงประกอบของท่าน แล้วก็เอกสารที่จะต้องประกอบในการพิจารณาของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็คือรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ นะครับ หลักการที่ ๑ ว่า ๙,๙๐๐ ล้านบาทของท่าน มันคืออะไร อยู่ที่ไหน อย่างไร แล้วก็งบของกระทรวงคมนาคม ถนนของทางหลวงแผ่นดิน ถนนของทางหลวงชนบทอยู่ที่ไหน อย่างไร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปทําอะไร ที่ไหน อย่างไร และที่สําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กราบเรียนต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ท่านก็ได้เน้นในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพที่เกิดจาก น้ําท่วมหรืออุทกภัยหรือภัยต่าง ๆ ประเด็นปัญหาที่ท่านสภาพที่เกิดจากน้ําท่วมหรืออุทกภัยหรือภัยต่าง ๆ ประเด็นปัญหา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องอธิบายให้สภาแห่งนี้ได้ทราบประการหนึ่งก็คือว่า ในงบประมาณ รายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งงบกลางได้ตั้งไว้ ๒๖๕,๗๖๒ ล้านบาท หรือ ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาพิจารณาถึงงบใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินและจําเป็นนั้นประมาณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นะครับ ผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร อันนี้เป็นเรื่องจําเป็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะต้องรับทราบเหมือนกัน และจะต้องเป็นตัวเลขเดียวกัน เพราะจะต้องไปพิจารณาว่า สิ่งซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ขอต่อสภาแห่งนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพิ่มขึ้นในวันนี้นั้น จะมีความ จําเป็นมากน้อยแค่ไหน เพียงใด จากที่ท่านได้พูดไว้ก็คือว่าผมได้รับรายงาน เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ว่างบกลางที่ท่านขอไป ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทในขณะนี้ ได้มีการ ขอออกงวดเงินไปประมาณ ๒๐,๐๑๔๓ ล้านบาท แต่ที่เบิกจ่ายกันจริง ๆ คือ ๑๘,๖๐๔ ล้านบาท เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะมีการอภิปรายในวันนี้ ที่ท่านบอกว่าท่านมีความจําเป็น ที่จะต้องขอใช้จ่ายอีกประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ในกรณีที่เกี่ยวกับภัยพิบัติก็ดี เกี่ยวกับ ความมั่นคงอีก ๔,๙๐๐ ล้านบาทก็ดี แล้วก็งบของกรมการปกครองที่จะต้องจ่ายไปอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ดี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนคุณเจริญ ต้องการอะไร ตอนนี้คุณอภิปรายแล้วนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมกําลังจะถามต่อ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณพูดในนามหัวหน้าพรรค หรือเปล่าครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมกําลังจะถามท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะ อภิปรายอย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ต้องให้หัวหน้าพรรค ตามที่เราเคยปฏิบัตินะครับ หัวหน้าพรรคเป็นคนอภิปรายก่อน

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

เดี๋ยวจะมีคนอภิปรายครับ แต่ผมถามเพื่อ ประกอบก่อนว่าสิ่งซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันจะเสียเวลานะครับ มันก็ต้องตัดเวลาไปด้วยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่เป็นอะไรครับ ตัดเวลาก็ตัดเวลาไป แต่ผมต้องถามเพื่อประกอบให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านจะได้มีโอกาสได้ถามก็คือว่า ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้มีเงินยังเหลืออีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สําหรับงบกลาง แต่ท่านมาขอต่อสภาแห่งนี้อีก ๙,๙๐๐ ล้านบาท แล้วก็อีก ๔,๙๐๐ ล้านบาท ผมจึงอยากจะ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีก่อน ในกรณีอย่างนี้มันมีความจําเป็นเร่งด่วนอะไร และขอให้ท่าน ได้แจงรายการพวกนี้ก่อนได้ไหม ว่ามันมีความจําเป็นอะไรสําหรับสภาแห่งนี้ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ ขอถามท่านนายกรัฐมนตรีก่อนในประเด็นนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงก็เหมือนกับท่านอภิปรายไปแล้วนะครับ ก็ขอตอบเลย ประการแรก ในส่วนของงบประมาณที่เป็นงบกลาง ท่านพูดถูกต้อง ก็คือว่า ในงบประมาณประจําปีจะมีอยู่ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ อย่างที่ท่านว่า ทีนี้ใน ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ หลังจากเกิดเหตุน้ําท่วมมี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลจะต้อง ดําเนินการไป ประการแรก คือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อให้สามารถที่จะดํารงชีพ อยู่ได้ ก็คือการที่เราอนุมัติเงินสําหรับครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งน้ําท่วมขังเป็นเวลานาน ครัวเรือนละ ๕,๐๐ บาท กับส่วนที่ ๒ ก็คือการชดชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเกษตร ซึ่งมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้สมเหตุสมผลกับความเสียหายซึ่งรุนแรงที่เกิดขึ้น ในน้ําท่วมครั้งนี้ ก็จะเป็นการอนุมัติเงินในส่วนนั้นอีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เอาตัวเลขกลม ๆ ๒ ส่วนนี้รวมกันแล้วได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทําให้งบกลาง ปัจจุบันก็อย่างที่ท่านพูด ก็เหลืออยู่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะในส่วนที่หักจาก น้ําท่วมไป กับที่มีการใช้จ่ายตามปกติ ก็ขอเรียนว่าขณะนี้งบประมาณที่เป็นงบกลาง ที่เป็นงบสํารองฉุกเฉินจะเหลืออยู่ประมาณ ๑๕,๐๐ ล้านบาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบเคียงกับปีงบประมาณอื่น ๆ เราจะเหลือเงินระดับนี้สําหรับเป็นเงินสํารองฉุกเฉิน จะเป็นประมาณเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายน คือมีไว้ใช้จ่ายได้ประมาณ ๒-๓ เดือน เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเอาเงินงบประมาณที่เป็นงบกลางมาใช้ในการฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วม สมมุติว่าเป็นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็แทบจะ ไม่มีเงินเหลือในงบกลางเลยนะครับ ซึ่งจะเป็นปัญหาในการบริหารจัดการต่อไป แล้วก็พูด ตามจริงแล้วก็จะเป็นวิธีการซึ่งไม่ค่อยโปร่งใส เพราะว่าถ้าเกิดผมใช้งบกลางในการทําสิ่ง เหล่านี้ ก็ไม่จําเป็นจะต้องมาขอสภา ไม่จําเป็นจะต้องมาบอกว่าโครงการอยู่ที่ไหน อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็จึงได้ตัดสินใจว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ หลังจากที่ส่วนราชการต่าง ๆ ไปดู ความเป็นไปได้ในการใช้งบซึ่งเป็นการปรับงบที่ได้รับไปแล้วส่วนหนึ่ง หรืองบที่ค้างมาในช่วง ๒ ปีงบประมาณที่ผ่านมา ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงรายการเพื่อมาแก้ไขปัญหาในการฟื้นฟู ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมได้ก็ให้ดําเนินการไป แต่ว่ายังไม่พอครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ก็จึงได้นําเสนอโครงการต่าง ๆ ซึ่งเราได้สํารวจตรวจสอบก่อนที่จะมีการตัดสินใจที่จะมีการ จัดงบประมาณกลางปีด้วยซ้ํา แล้วก็ให้ส่งโครงการซึ่งส่วนใหญ่ก็จะส่งมาตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ ถามว่ารายละเอียดอยู่ที่ไหนครับ ผมเข้าใจว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกนะครับเราจะแจก ซีดี (CD) ให้กับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ๙,๙๐๐ ล้านบาทมีรายละเอียดโครงการทุกโครงการ พร้อมภาพถ่ายความเสียหายน้ําท่วมที่เกิดขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นความโปร่งใสที่จะมีความชัดเจน ว่า ๙,๙๐๐ ล้านบาทนี้จะใช้ที่ไหน อย่างไร เพื่อประโยชน์ของคณะกรรมาธิการในการ พิจารณาและเพื่อประโยชน์ของคณะกรรมาธิการในการติดตามต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอเข้าใจแล้วครับ เพราะว่า เดี๋ยวทางฝ่ายรัฐบาลก็จะส่งซีดีให้แล้วนะครับ ท่านส่งให้ถึงแล้วใช่ไหมครับ ส่งให้เรียบร้อย แล้วนะครับ เดี๋ยวท่านเอาเครื่องซีดีมาไปเปิดเสร็จแล้วก็ค่อยมาอภิปรายก็ได้ครับ ต่อไปครับ ขอเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคเพื่อไทยครับ เชิญครับ ท่านผู้ใดจะชี้แจง ในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่จํากัดเวลา นี่หัวหน้าพรรคหรือตัวแทนหัวหน้าพรรค ผมเรียนเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้ทําหน้าที่เป็นผู้อภิปรายนํา คนแรก ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคอย่างที่ท่านประธานพยายามจะยัดเยียดให้ผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือระเบียบมันมีอย่างนั้น ผมก็ต้องถามเผื่อเดี๋ยวมีคนอื่นแอบอ้าง ผมก็เสียหายครับ ผมก็จําเป็นที่จะต้องทําให้ถูก ตามขั้นตอนครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมไม่เห็นระเบียบอันนี้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบของผมอยู่ที่นี่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

ถือว่าท่านประธานยิ่งใหญ่ที่สุด ในสภาแห่งนี้ ไม่เป็นไรครับท่านประธานเพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ วันนี้เราได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งต้องยอมรับครับว่ารัฐบาลมักจะอ้างถึงความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการฟื้นฟู ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาผลกระทบอันเนื่องมาจากการเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งการจัดการ สวัสดิการสังคมให้ผู้สูงอายุและผู้พิการโดยใช้เงินงบประมาณเพิ่มเติมจํานวนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากเอกสารงบประมาณที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านคํา แถลงการณ์ ผมพอจะสรุปได้ว่าใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ในส่วนแรกวงเงินประมาณ ๑๕,๘๕๗ ล้านบาท หรือประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั่นละครับ เพื่อฟื้นฟูแก้ไขปัญหาผลกระทบโดยผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อีกก้อนหนึ่งก็จะเป็น วงเงินประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อชดใช้เงินคงคลังที่รัฐบาลได้นําเอาเงินคงคลังไปใช้ ก่อนหน้านี้แล้ว ท่านประธานครับ รัฐบาลมักจะอ้างว่าเศรษฐกิจของไทยในปี ๒๕๕๔ ขยายตัว ร้อยละ ๓.๕-๔.๕ ในขณะที่ปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวได้ถึง ๖ หรือ ๗ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อ รัฐบาลก็จะอ้างว่าในปี ๒๕๕๔ นี้ใกล้เคียงกับปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจขยายตัวดี คือสิ่งที่รัฐบาลกล่าวอ้าง การบริโภค การลงทุนของภาคเอกชนขยายตัว การส่งออกและการท่องเที่ยวดีขึ้น โดยเฉพาะมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการ อื่น ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนทําให้เกิดการจ้างงาน ทําให้การบริโภคเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ประชาชนและรายได้รวมของประเทศดีขึ้น พูดกันง่าย ๆ ครับว่ารัฐบาลจะอ้าง เหตุผลเพื่อที่จะนําเงินในการจัดเก็บภาษีรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้จ่าย ก็เป็นหน้าที่ของผมนะครับในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ผมจะต้องหาคําตอบให้ได้ว่าเงินจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลจัดเก็บมา ได้ด้วยการบริหารงานทําให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงไหม การจ้างงานเพิ่มขึ้นจริงไหมและเงินก้อนนี้แท้ที่จริงมาจากไหน เป็นหน้าที่ของผมครับ ผมได้ใช้เวลาศึกษาในรายละเอียด บันทึกวิเคราะห์ สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่าย ผมได้เรียนเชิญเจ้าหน้าที่จากสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ผมได้เรียนเชิญ เจ้าหน้าที่จากกรมบัญชีกลาง เชิญ ผอ. สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ มาให้ข้อมูล ในคณะกรรมาธิการของผม สิ่งที่ผมได้รับครับท่านประธาน เป็นหนังสือลงวันที่ ๑๗ มกราคม ที่อยู่ในมือผมนะครับ เป็นของกระทรวงการคลัง ลงนามโดยท่านกรณ์ จาติกวณิช ทําถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในหนังสือฉบับนี้ท่านได้บอกครับว่า ปี ๒๕๕๔ งบประมาณ ที่ตั้งไว้นะครับท่านประธาน เป็นงบประมาณรายจ่ายที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ ตั้งไว้ถึง ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ได้ผ่านสภาไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา นอกจากนั้นประมาณการรายได้สุทธิ รัฐบาลนี้ละครับตั้งไว้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น้อยกว่างบประมาณรายจ่าย ก็หมายความว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๔ เงินกู้ที่รัฐบาล จะต้องกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จํานวน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่พ้นการกู้ นะครับ อันนี้ผมอยากจะเท้าความเป็นมาสักเล็กน้อยก่อน จากนั้นท่านประธาน ในหนังสือฉบับนี้ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้สรุปให้คณะรัฐมนตรีว่า จากตัวเลขการจัดเก็บงบประมาณ ใน ๓-๔ เดือนแรกของปีงบประมาณ ปรากฏว่าเก็บรายได้เกินเป้าหมายถึง ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็อ้างอีกล่ะครับว่าผลก็มาจากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กิจการต่าง ๆ มีผลประกอบการดีขึ้น ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้การนําเข้าเพิ่มสูงขึ้น ผมพยายามที่จะเชื่อตามนี้ แต่ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ต้องค้นหาต่อไปว่ารัฐบาลนี้มีฝีมือในการบริหารงาน จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ จากนั้นก็มีการคาดการณ์ในหนังสือฉบับที่ท่านกรณ์ทําถึงเลขาธิการ สํานักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ครม. นะครับ ได้ภาพรวมทั้งปีเลย คาดการณ์ว่าปี พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐบาลจะเก็บรายได้สุทธิ ๑,๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่ากับสูงกว่าประมาณการ ตามที่ได้ผ่านสภาไป ตอนนั้นประมาณการไว้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คาดการณ์ใหม่เก็บได้ ๑,๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าเก็บได้เกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ก็นํา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้เพิ่มเติมตอนนี้ อีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่า แทนที่จะไปกู้เพื่อมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่ผมได้พูดไว้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปลบตรงนั้น หมายความว่าปีนี้จะกู้เพื่อชดเชยเงินขาดดุลเพียง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น อันนี้คือที่มา ท่านประธานครับ ผมก็ได้สังเกตตัวเลข ต้องขออนุญาตท่านประธาน ตัวเลขที่ท่านกรณ์ได้แนบไปกับหนังสือฉบับนี้เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา มันมีอย่างนี้ครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๓ มันเป็นตารางเปรียบเทียบ การจัดเก็บได้จริง ๆ ในปี ๒๕๕๓ เทียบกับประมาณการที่ตั้งไว้ตอนแรกของปี ๒๕๕๔ ต้องขออนุญาตท่านประธาน เอาแผ่นภาพนี้ขึ้นแสดงเล็กน้อยนะครับ พี่น้องประชาชน ที่ติดตามจะได้ตามได้ทัน ท่านประธาน ตรงนี้ครับ ในปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๔ รายจ่าย ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายได้ที่คาดการณ์ไว้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ นี่ละครับจะเป็นที่มาที่ผมจะชี้ให้พี่น้องประชาชนเจ้าของทั้งแผ่นดิน ผู้ที่ฟังการอภิปราย ในวันนี้ นักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายได้เห็นตัวเลข ท่านประธาน ปี ๒๕๕๓ งบประมาณรายจ่าย ปีนั้นรัฐบาลตั้งไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลบ่นครับ เพราะว่าปี ๒๕๕๒ เศรษฐกิจ เสียหาย ทําให้การคาดการณ์จัดเก็บนั้นไม่เป็นไปตามเป้า ต้องไปกู้เงิน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาปิดหีบ ท่านประธานจําได้นะครับ เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ พอปี ๒๕๕๓ บ่นครับ ว่างบลงทุนของรัฐบาลมีน้อยเหลือเกิน จําเป็นต้องใช้เงินอีกก้อนหนึ่งจาก พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทําไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อน ตอนหลังก็ปรากฏว่า มีเงินเหลือจากการปิดหีบ ปิดแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือมา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มาเป็นงบลงทุนในปี ๒๕๕๓ ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่ากันครับท่านประธาน แต่รายได้ ในการจัดเก็บที่รัฐบาลเสนอต่อสภา คาดการณ์ไว้ในตอนแรกหรือประมาณการไว้ในตอนแรก เพียงแค่ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ท่านประธานจําได้นะครับ เมื่อประมาณ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ รัฐบาลได้ขอปรับคาดการณ์โดยมีมติ ครม. เปลี่ยนจาก ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นคาดการณ์ใหม่ว่าจะจัดเก็บได้ ๑,๕๒๒,๐๐๐ ล้านบาท มาขอมติ ครม. แล้วก็ผ่านไป แต่ตารางนี้ครับท่านประธาน ตารางที่ท่านรัฐมนตรีกรณ์ส่งไปให้ ครม. มันมีความชัดเจนในตัวเลข การจัดเก็บได้จริง ๆ พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่รัฐบาลเองคาดการณ์ และขอ ครม. เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ว่าจะเก็บได้ ๑,๕๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาเข้าจริง ๆ จัดเก็บรายได้สุทธิ หลังหักจัดสรรนะครับ ๑,๗๐๔,๔๗๖ ล้านบาท แสดงว่า การคาดการณ์ในปี ๒๕๕๓ ในการจัดเก็บรายได้นั้นผิดพลาด มันผิดพลาดต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือการจัดตั้งงบประมาณหรือประมาณการของ ปี ๒๕๕๔ คือปีนี้ละครับ ในการจัดเก็บ บอกว่าจะได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เอาเข้าจริง ๆ ท่านประธาน ตัวเลขคาดการณ์ใหม่ที่สํานักงานเศรษฐกิจการคลังกับกรมจัดเก็บ ไม่ว่าจะเป็น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ได้ดูตัวเลขทั้งหมดร่วมกัน ปี ๒๕๕๔ ครับ แทนที่จะจัดเก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเปลี่ยนใหม่ครับ เป็น ๑,๗๗๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อเทียบกับการจัดเก็บจริง ๆ ในปี ๒๕๕๓ รัฐบาล เก็บเงินเพิ่ม เงินภาษีเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ ที่เก็บได้จริง ๆ เพียงแค่ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเองท่านประธาน เพราะฉะนั้นโดยตัวเลขอย่างนี้ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การเงินการคลัง ในฐานะทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย สรุปเลยครับว่ารัฐบาลไม่ได้ ดําเนินการใด ๆ ให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายจ่ายเพียงพอ มีรายได้พอที่จะซื้อของ ท่านประธานลองไปถามพี่น้องประชาชนดู พี่น้องประชาชน ในประเทศไทยตอนนี้หาเช้าไม่พอกินค่ํา รายได้ไม่พอรายจ่าย แล้วจะถามว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือ เพราะฉะนั้นตัวเลขในการจัดเก็บที่รัฐบาลปรับใหม่กับที่เก็บได้จริงในปี ๒๕๕๓ แทบจะ ไม่แตกต่างกันเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมมองว่ามันไม่ได้มีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เศรษฐกิจมันเป็นไปตามขั้นตอนของมัน ถ้ามีการฟื้นตัวตามจํานวนตัวเลขที่รัฐบาลคาดการณ์ เศรษฐกิจจะเติบโต การจัดเก็บรายได้ในปี ๒๕๕๔ นี้ก็ควรจะเก็บได้มากกว่านี้ ถ้าเป็นไปอย่างที่รัฐบาลพูดจริง และเมื่อผมลงไปดูในรายละเอียดของตัวเลข ท่านประธาน ในการจัดเก็บของกรมจัดเก็บ ภาษีที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมาได้นี่นะครับ ไม่ได้มากมายอย่างที่ รัฐบาลพยายามที่จะบอกว่าเศรษฐกิจฟื้น ภาษีที่ได้มามากเล็กน้อยก็คือภาษีน้ํามัน น้ํามันดีเซล (Diesel) น้ํามันเบนซิน (Bensin) น้ํามันนี่ละครับ ภาษีน้ํามัน ที่ใช้กับเครื่องจักร ภาษียาสูบ ภาษีสุรา ภาษีเบียร์ อันนี้คือภาษีบาป ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้นและไปเก็บภาษีนี้ จากรากหญ้าหรือคนจนนั้นเท่านั้นละครับ เพราะคนรวยจะซื้อบุหรี่ต่างประเทศบริโภค จะซื้อไวน์ (Wine) ยี่ห้อดี ๆ จะซื้อสุราต่างประเทศทั้งนั้น คนที่ดื่มเบียร์ คนที่ดื่มสุราแม่โขง สุราหงส์ทอง ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้มีรายได้น้อย แรงงานทั้งนั้นละครับ นอกจากนั้นเมื่อไปดู ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมาย เมื่อเทียบกับตัวเลขที่จัดเก็บได้จริงในปี ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นผมไม่ว่าหรอกครับท่านประธาน ในเมื่อรัฐบาลยืนยันและพยายามที่จะบอกกับสังคมว่าตัวเองทํางานประสบความสําเร็จ มีเงินเหลือเพื่อที่จะมาใช้จ่ายในกรณีต่าง ๆ ก็ว่ากันไป เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากจะเน้นอีกข้อหนึ่งก่อนที่จะลงไปในรายละเอียด ผมย้อนไปดูครับ ในปี ๒๕๕๓ นั้นมันมีตัวเลขที่น่าสนใจ คือเงินคงคลัง ท่านประธาน เงินคงคลัง ตามเอกสารที่ส่งมาให้พวกผมอ่าน ๓ เล่มนี้นะครับ เงินคงคลังของประเทศไทย ในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จากเอกสารฉบับนี้นะครับ เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ประเทศไทยมีเงินคงคลังเมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๓ หรือต้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ คือเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๓ มีเงินคงคลัง ๔๒๙,๓๒๒ ล้านบาท เยอะที่สุดครับ แสดงว่ารัฐบาลนี้ได้เงินมาจากที่ใดที่หนึ่ง ผมก็วิเคราะห์ต่อไปว่าเงินคงคลัง ก้อนนี้มาจากไหนท่านประธาน มันมาอย่างนี้ครับท่านประธาน ปรากฏว่ารายได้ในการ จัดเก็บและรายจ่ายตามตัวเลขใหม่ที่สํานักงานเศรษฐกิจการคลังได้มอบให้ผมนั้น ในปี ๒๕๕๓ พูดง่าย ๆ ว่างบประมาณรายได้กับรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงมันสมดุลครับ มันไม่ได้ ขาดดุลเลยท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ก็ยังอาศัย พ.ร.บ. งบประมาณที่ผ่านสภา ในปี ๒๕๕๓ ยังคิดว่างบประมาณในปี ๒๕๕๓ ขาดดุลตามตัวเลขเดิม จึงได้มีการกู้เพื่อชดเชย ขาดดุลตามมาตรา ๒๒ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ กู้ไว้ ๒๓๒,๕๗๕ ล้านบาท อยู่ในนี้ครับตัวเลข ท่านเก็บเงินได้ครบถ้วน แต่เมื่อมาขอสภาในตอนที่ตั้งประมาณการว่างบขาดดุล ก็ต้องไปกู้ ชดเชย แทนที่จะไม่ต้องกู้เงินก้อนนี้ รัฐบาลไปกู้มา กู้มามันก็เข้าไปกองอยู่ในเงินคงคลัง นอกจากนั้นนะครับท่านประธาน สิ่งที่เงินคงคลังมันเพิ่มขึ้น ก็น่าจะมาจากเงินที่ยึดทรัพย์ของ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท และรัฐบาลนี้ก็ไประบุไว้ในหนังสือที่นายกรณ์ส่งไป ถึง ครม. ว่าถือว่าเป็นรายได้ของรัฐด้วย ท่านประธาน นี่ละครับคือยอดเงินที่มาเพิ่ม ทําให้มี เงินคงคลังเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่รัฐบาลนี้ก็ฉลาดครับ เอาเงินก้อนนี้ เงินคงคลัง ก้อนนี้ไปใช้จ่ายก่อน ไปใช้จ่ายเพื่อไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนอกจากนั้นเอาไปใช้จ่ายเป็นเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ เป็นเงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เอาไปเป็นเงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ เอาไปเป็น เงินสมทบของลูกจ้างประจํา เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการครู ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ โดยเอาเงินของกรมบัญชีกลางไปใช้จ่ายก่อน ๓๔,๒๙๐ ล้านบาท อันนี้ละครับจึงเป็นที่มาของตัวเลขที่ว่า งบเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จะต้องไปชดเชย เงินคลังหรือเงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วสิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุด ก็คือเงินก้อนนี้ท่านประธาน เงินที่มาชดใช้เงินคงคลัง ที่จริงแล้ว ในงบกลางของปี ๒๕๕๔ ที่เมื่อกี้นี้ท่านเจริญได้พูดถึงงบกลางของสํานักนายกรัฐมนตรี ได้เขียนไว้ชัดเจนในปี ๒๕๕๔ ว่าจะมีงบกลางอยู่ ๒๖๕,๗๖๓ ล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียด ของเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง เงินสํารอง เงินสมทบ เงินชดเชยข้าราชการ เงินสมทบที่ผมได้กล่าวไปรัฐบาลใช้เงินเกินกว่าที่ได้รับอนุมัติ ในงบกลางนี้ด้วยซ้ํา ก็จําเป็นครับที่จะต้องเอาเงินที่เก็บได้เพิ่ม ที่อ้างว่าเศรษฐกิจดีเก็บได้เพิ่ม มาชดใช้เงินคงคลังในส่วนนี้ ท่านประธานผมก็มีตัวเลขทั้งหมดนะครับ เพราะว่าการศึกษา ของผมนั้น ต้องกราบขอบพระคุณสํานักหนี้สาธารณะ กรมบัญชีกลาง สํานักงานเศรษฐกิจ การคลัง ที่ได้มอบตัวเลขที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งให้กับพวกผมในฐานะฝ่ายค้านได้มีโอกาส ตรวจสอบรัฐบาลนี้ ท่านประธานครับ ผมนี่ศึกษาการจัดทํางบประมาณฉบับนี้โดยละเอียด พบอยู่ ๒ เรื่องครับ

ประการแรก คือเรื่องงบกลางที่ผมได้พูดไป ว่ารัฐบาลนี้คงจะเห็นว่าเงินคงคลัง เมื่อต้นปีงบประมาณ ๒๕๕๔ มีอยู่เยอะ จึงรีบนําไปใช้ก่อน จึงเป็นที่มาของงบประมาณกลางปี เพื่อนําไปชดใช้เงินคงคลังก้อนนี้นะครับ

ประการที่สอง การตั้งงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมในการใช้เงินคงคลัง ๘๔,๑๔๓ ล้านบาท ผมคิดว่าเป็นเป้าหมายหลอก เป้าหมายจริง ๆ ก็คือการตั้งงบประมาณ ๑๕,๘๕๓ ล้านบาท หรือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูผู้ประสบภัย และจัดให้แก่สวัสดิการ สังคมผู้สูงอายุ ผู้พิการ อันนี้น่าจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นถาม ท่านนายกรัฐมนตรี นายเจริญ จรรย์โกมล ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านถามว่า เงินทดรองจ่าย ที่อยู่ในมือผมเมื่อกี้นะครับ ที่เป็นงบกลาง รัฐบาลมีเงินเหลืออยู่แล้ว ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไม ไม่เอางบนั้นไปใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ ลุกขึ้นตอบต่อสภา ว่าเงินก้อนนั้นถ้าท่านไปใช้คนก็จะครหานินทาว่าไม่โปร่งใส เงินบางส่วน ท่านก็เอางบไทยเข้มแข็งนั่นละครับ ที่ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้ไปรื้อฟื้นแล้วก็มีการโยก งบประมาณจากกรณีที่เคยจัดสรรไว้เอาไปใช้ในงบช่วยเหลือผู้ประสบภัย เอาละครับไม่ว่ากัน ท่านจะโยกอย่างไร ท่านจะส่งแผ่นซีดีนี่นะครับที่มาให้พวกผมดูในวันนี้ ว่ามีรายละเอียด รับรอง ไม่ทุจริต ผมไม่เชื่อหรอกครับ ท่านเพิ่งมาแจกเมื่อกี้นี้เอง ถ้าท่านมีความจริงใจ ท่านควรจะแจกให้พวกผมพร้อมๆ กับเอกสารการเสนองบประมาณรายจ่ายประจําปี อย่างน้อยพวกผมก็จะได้ไม่ต้องว่าท่าน มีโอกาสไปดูรายละเอียด แต่วันนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธาน เนื่องจากซีดีเข้ามาสู่ห้องประชุมเมื่อกี้นี้เอง ผมก็ต้องอภิปรายตามเนื้อหา เอกสารที่ผมได้รับจากรัฐบาล ท่านประธานครับ งบประมาณ ๑๕,๘๕๗ ล้านบาท จริงอยู่ครับ เมื่อเทียบกับงบที่ไปใช้เงินคงคลัง ไปใช้หนี้คงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท มันดูน้อย น้อยกว่าเยอะครับ ๑๕,๘๕๗ ล้านบาท หรือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มันได้ถูกจัดแบ่งไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑,๖๙๗ ล้านบาท จาก ๑๕,๘๕๗ ล้านบาทนี้นะครับ ซึ่งปรากฏว่าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นเจ้ากระทรวงจัดแบ่งไปกระทรวงคมนาคม ๒,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทย ของท่านประธานเป็นผู้ดูแล จัดแบ่งไปกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙๘๙ ล้านบาท มีพรรคกิจสังคมของท่านสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นผู้ดูแล แบ่งไปกระทรวงมหาดไทย ๘,๗๒๖ ล้านบาท อันนี้ก็พรรคภูมิใจไทยที่ท่านประธานสังกัดอยู่ ได้รับไป กระทรวงศึกษาธิการเป็นของ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับไป ๑,๓๒๒ ล้านบาท ผมเห็นรายการนี้แล้วผมสงสาร พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านคงจะนั่งเฝ้ามองทําตาปริบ ๆ ท่านประธานครับ ไม่เป็นอะไรครับ งบประมาณในส่วนนี้ที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพวกผมพูดว่าเป็นงบหาเสียง เดี๋ยวก็จะมีเพื่อน สมาชิกพรรคเพื่อไทยมาสาธยายว่ามันเป็นงบหาเสียงอย่างไร อย่างเมื่อวานนี้ท่านประธาน ส.ส. ผม ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ก็ให้ท่านโฆษกไปแถลงว่างบนี้เป็นงบต่างตอบแทน ท่านประธาน เดี๋ยวก็คงจะมาชี้แจงกัน มาอภิปรายกันว่ามันเป็นงบต่างตอบแทนอย่างไร นอกจากนั้นอดีตรัฐมนตรีช่วย พรรคผมครับ กระทรวงการคลัง ท่านฝากมาว่างบประมาณนี้ เป็นงบประมาณนิติกรรมอําพราง ผมก็ถามว่าหมายความว่าอย่างไร ท่านบอกว่า ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นการหลอกไว้ล่อเป้าจริง ๆ แล้วคือ ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท ที่จะมีการ จัดสรรแสวงหาผลประโยชน์นะครับ เพราะงบเหล่านี้ ท่านประธานครับ เดี๋ยวในรายละเอียด มันจะมีเป็นงบก่อสร้าง เป็นงบที่เอาไปพัฒนา สร้างถนน สร้างสะพาน ซ่อมแซมอันโน้น ซ่อมแซมอันนี้ ซึ่งเป็นที่มาของโอกาสที่จะมีการเรียกผลประโยชน์ มีผู้รับเหมาเป็นของตนเอง หรือของใครก็แล้วแต่เข้าไปหาผลประโยชน์ พูดง่าย ๆ ครับ งบประมาณมักจะมีการทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) ดั่งที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชนได้ออกมาต่อว่าต่อขาน ท่านประธาน ผมมีตัวเลขอยู่ในมือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องขออนุญาตนําเรื่องนี้เสนอ ผ่านไปยังท่าน วุฒิสมาชิกได้สรุปผลการทุจริตของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ๒ ปีที่บริหารงานมา นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปลายปีจนถึงปี ๒๕๕๓ สิ้นปีงบประมาณ เขาบอกว่าทุจริตเงินภาษี ประชาชนไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นข่าว แล้วก็ท่าน ส.ว. ก็ออกมาแถลง ผมนี่นะครับไม่เชื่อว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะมีจริงหรือไม่ ผมเลยเอางบลงทุนที่เกิดขึ้น ในปี ๒๕๕๒ ในปี ๒๕๕๒ นั้นมีงบลงทุน ๔๒๙,๐๐๐ ล้านบาท บวกพระราชกําหนด ปิดหีบ ท่านบอกว่าจะปิด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในที่สุดปิดแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมีเงิน เหลืออีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เอามาลงทุนไทยเข้มแข็ง บวกกับปี ๒๕๕๓ ที่ท่านบ่นละครับ งบประมาณรายจ่าย ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันน้อย ท่านก็เลยมีงบลงทุนแค่ ๒๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็มี พ.ร.ก. อีกต่างหาก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ผมก็เอาตัวเลขนี้บวกกันครับ บังเอิญครับได้ตัวเลข ๙๘๑,๐๐๐ ล้านบาท มันก็เทียบเท่ากับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอคิด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ ๒๐๐,๐๐๐ บาท พอดีเป๊ะ ซึ่งมันไปสอดคล้องกับที่ภาคเอกชนออกมาให้ข่าวตลอดเวลาว่า ตั้งแต่เขาตั้งบริษัทมา เขาไม่เคยถูกเรียกเงินใต้โต๊ะมากเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธาน จริงไม่จริง เดี๋ยวท่านอภิสิทธิ์ ก็ชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบก็แล้วกัน ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างสุดท้ายแล้วครับ ให้ท่านประธานได้เห็นนะครับว่ากระทรวงมหาดไทย ผมจะยกเป็นตัวอย่างในส่วนของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่อยู่ในมือผมนะครับ เอกสารที่ได้รับมาจากรัฐบาลนี้ละครับ โดยสํานักงบประมาณทําให้ กระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีนี้ ๘,๗๒๖ ล้านบาทเศษ ๆ แบ่งไปให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒,๗๖๙ ล้านบาท พอผมไปเปิดดูในโครงการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนี้นะครับ มีรายการที่ ๑ ในหน้า ๓๓ เขียนไว้ว่า ค่าปรับปรุงสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ที่มีราคาต่อหน่วยต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท เขียนไว้ว่า รวม ๗ รายการ รวม ๔,๕๘๓ หน่วย เป็นเงิน ๒,๔๗๐ ล้านบาท จาก ๒,๗๖๙ ล้านบาท งบที่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท แล้วไม่มี รายละเอียดนี้ เป็นเงินถึง ๒,๔๗๐ ล้านบาท ที่เหลือนี่ครับมันจะเป็นงบ อย่างอันที่ ๒ นี้ เป็นโครงการปรับปรุงผนังกั้นน้ําเลียบลําน้ําชี รอบหมู่บ้านบ้านหนองอ้อ บ้านเปลือยตาล อําเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเงิน ๑๐,๙๖๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิน ๑๐ ล้านบาท ระบุได้ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกอีก ไม่ได้บอกครับว่าความยาวในการปรับปรุงผนัง ยาวเท่าไร ความหนาเท่าไร ความสูงเท่าไร ไม่มีรายละเอียด อย่างนี้ละครับมันถึงเกิดการทุจริต ผมจะ ไม่ลงรายละเอียดมากกว่านี้ เดี๋ยวเพื่อน ๆ สมาชิกก็จะลงไปไล่ในรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อชี้ให้ สังคมได้เห็นครับว่า ด้วยการจัดทํางบประมาณเพิ่มเติมลักษณะนี้มันเอื้อประโยชน์ให้กับ พรรคพวกหรือไม่ หรือมันเป็นอย่างที่เขากล่าวหากันว่าจัดสรรงบประมาณลงไป กระจายไป ให้พรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างที่ผมได้กล่าวมาเพื่อหวังให้การโหวตรัฐธรรมนูญผ่านสภา เป็นการแลกเปลี่ยนกันหรือไม่ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบนะครับให้เกิดความกระจ่างแก่ พี่น้องประชาชน ผมก็เอาตัวเลขคร่าว ๆ ท่านประธาน ๑๕,๘๕๗ ล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มาคิด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ได้ตัวเลข ๓,๒๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามที่ ส.ว. เขากล่าวหา ภาคเอกชนเขากล่าวหา ว่ามี การเรียกเงินเรียกทองในอัตรา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยประมาณหรือโดยเฉลี่ย ถามว่าเงิน ๓,๒๐๐ ล้านบาทไปอยู่กับใคร พร้อมแล้วหรือไม่สําหรับกิจกรรมทางการเมืองเพื่อให้เกิด การยุบสภาและใช้ในการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้นะครับผมอยากจะฝากไว้ ผมได้ติดตามอ่านรายละเอียดในเอกสารที่รัฐบาลได้แจกมาทุกเล่มอย่างละเอียด มีความผิดพลาด ตัวเลขนะครับ ผิดพลาดอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างให้ ผิดพลาดหลายจุดมากนะครับ อย่างกรณีหนี้สาธารณะครับท่านประธาน หนี้สาธารณะที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ เอาตัวเลข ณ เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๓ มาใส่ไว้ในเอกสาร แล้วให้พวกผมไปอ่าน ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขใหม่ มันมีครับ ผู้บริหารสํานักบริหารหนี้สาธารณะได้เอาหนี้สาธารณะล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ ก็มีนะครับ แล้วก็ตัวเลขหลังสุด เดี๋ยวนะครับท่านประธาน ตัวเลขมันอยู่ในมือ ผมมาก วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ แล้วอีกตัวเลขหนึ่งเดือนพฤศจิกายน ของปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา เป็นตัวเลขหลังสุดที่มีหนี้สาธารณะถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ตัวเลขเสนอไว้ในเอกสารนี้นะครับ อยากจะฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าไป ดูตัวเลขให้ชัดเจนก่อนที่จะนําต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้าพวกผมอ่านตัวเลขผิด เข้าใจตัวเลขผิด จะมาโทษกันไม่ได้ท่านประธาน ผมมีแค่นี้ละครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ท่านนายกรัฐมนตรี สภายินดีต้อนรับนักศึกษาภาควิชาศิลปศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ของรัฐบาลอยู่นะครับ เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นะครับ ในการที่จะชี้แจงสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป

ประเด็นแรก ต้องขอกราบเรียนว่าที่ท่านพยายามอภิปรายการบริหาร เศรษฐกิจในภาพรวมของรัฐบาล ผมก็ค่อนข้างที่จะแปลกใจนะครับ เดิมท่านสมาชิกท่านนี้ ได้สบประมาทรัฐบาลชุดนี้มาโดยตลอด ในการเสนอกฎหมายงบประมาณแต่ละครั้ง ว่าจะไม่สามารถจัดเก็บเงินได้ตามเป้าหมาย เศรษฐกิจจะไม่มีทางฟื้นตัว รัฐบาลนี้จะสะสมหนี้ จนกระทั่งเป็นปัญหากับประเทศ วันนี้คําอภิปรายของท่านได้พิสูจน์แล้วนะครับว่าสิ่งที่ท่าน เคยพูดไว้ทั้งหมดนี้ไม่เป็นจริง ท่านได้ยอมรับแล้วว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วงที่ผ่านมาเกินเป้า เงินคงคลังมีจํานวนเหลืออยู่ในระดับที่สูง ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกกระผมเคยชี้แจงมาโดยตลอด ว่าแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของเราจะนํามาสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจัดเก็บ รายได้ ไม่ทําให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปในสัดส่วนที่เป็นอันตราย แล้วก็ที่สําคัญก็คือว่า จะทําให้ในที่สุดแล้วเศรษฐกิจเราเติบโตแล้วก็มีเสถียรภาพ แน่นอนครับถามรัฐบาลว่า วันนี้เราพึงพอใจกับสภาวะเศรษฐกิจหรือยัง ยังครับ ผมยอมรับว่าพี่น้องประชาชนยังมี ความเดือดร้อนจากปัญหาในเรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากปัญหาที่เป็นผลกระทบจาก ราคาน้ํามันบ้าง การขาดแคลนผลิตผลบางประเภทบ้าง เช่น ปาล์มน้ํามัน แต่ก็ต้องบอกว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็มีความหมายครับ อย่างน้อยที่สุดประเทศไทยขณะนี้ก็ไม่ประสบ ปัญหาเรื่องการว่างงานเหมือนกับอีกหลายประเทศซึ่งยังไม่สามารถฟื้นตัวในเรื่องนี้ได้ จากวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างน้อยในขณะนี้ประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาในเรื่องของวิกฤติ หนี้สาธารณะอย่างที่หลายประเทศก็กําลังประสบอยู่ อย่างนี้เป็นต้น เราก็ต้องทํางานหนักกัน ต่อไปละครับในการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ผลกระทบนั้น ที่เป็นการฟื้นตัวนั้นลงไปสู่พี่น้อง ประชาชนคนธรรมดาที่ยังมีปัญหาในเรื่องของรายจ่ายสูง หรือรายได้ที่ยังเพิ่มขึ้นไม่เพียงพอ อันนี้กระผมก็ยืนยันว่าเป็นแนวทางที่เราต้องทําต่อไป แต่ก็มีพี่น้องประชาชนจํานวน ไม่น้อยครับที่ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมารายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตร โดยเฉพาะ เศรษฐกิจในชนบท ซึ่งมีการขยายตัวในอัตราซึ่งดีพอสมควร อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า ผมก็ดีใจว่าวันนี้ท่านยอมรับนะครับว่าฐานะ ทางการคลัง การจัดเก็บรายได้อะไรต่าง ๆ นั้นเป็นไปอย่างที่พวกเราเคยคาดไว้ อาจจะคาด ต่ําไปด้วยซ้ํา แต่ว่าขณะนี้ทําได้เกินเป้า ทีนี้เมื่อเกินเป้า คําถามต่อมาก็คือว่าจะทําอะไร ผมก็กราบเรียนนะครับว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านก็พยายามที่จะพูดให้เกิดความเข้าใจว่ามีการจัดทํา นิติกรรมอําพราง มีความซ่อนเร้น ตรงกันข้ามครับ สิ่งที่เราทําในวันนี้เป็นการแสดงออกถึง ความรับผิดชอบทั้งในแง่ของการที่ต้องการให้ระบบงบประมาณมีความโปร่งใส และในแง่ของ การที่จะทําให้รัฐบาลต่อไปในอนาคตหลังการเลือกตั้งเขามีความคล่องตัว มีความยืดหยุ่น ในการบริหารจัดการงบประมาณเพิ่มขึ้น สมมุติว่าวันนี้รัฐบาลนี้ไม่เสนองบกลางปี ใครก็ตามมาทํางบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็จะต้องมีรายจ่ายชดใช้เงินคงคลังแบบนี้ละครับ ก็จะเป็นการมัดมือมัดเท้าให้เขาสามารถจะจัดสรรงบประมาณไปทําตามนโยบาย ซึ่งจะไปหาเสียงกับ พี่น้องประชาชนได้น้อยลง รัฐบาลนี้เห็นว่าอย่างนั้น มันไม่ดีครับ เมื่อเราจัดเก็บรายได้ เพิ่มขึ้นแล้ว มาให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดต่อไป ให้ความคล่องตัวกับรัฐบาลในการที่จะ รับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวนในปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ไม่ดีกว่าหรือ ที่สําคัญก็คือการชดใช้ เงินคงคลังในลักษณะนี้ ซึ่งจะมีรายการในการไปไถ่ถอนตั๋วเงินคลังนั้นก็จะทําให้เราสามารถ ประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เป็นดอกเบี้ยได้เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ อันนี้ไม่ใช่ หาเสียงนะครับ อันนี้เป็นการแสดงออกถึงความเข้มในเรื่องของวินัยทางการเงินการคลัง ตรงกันข้ามกับที่ท่านพยายามกล่าวหาพวกผมมาตลอดว่าคิดแต่จะกู้เงิน อันนั้นประเด็นแรก อยากจะกราบเรียนให้เห็นชัดเจนนะครับว่าที่เคยอ้างว่ารัฐบาลนี้จะไม่สามารถทําให้เกิด รายได้เข้าประเทศ รายได้เข้าคลัง วันนี้ท่านยอมรับแล้วว่าไม่ใช่ และเมื่อเราเก็บได้เกินเป้า เราก็แสดงความรับผิดชอบต่ออนาคตในการที่จะมีการจ่ายเงินตรงนี้สําหรับชดใช้เงินคงคลัง นั่นประการแรก

ประการที่สองครับ ถามว่าการฟื้นฟูเรื่องของน้ําท่วมจําเป็นหรือไม่ จริง ๆ รายการที่ใส่อยู่ในซีดี รวมถึงรายการที่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาทด้วยครับ เป็นครั้งแรกนะครับ ที่รัฐบาลนําเสนองบประมาณและมีรายละเอียดอย่างนี้ ผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกจําได้ หรือไม่ครับว่าสมัยที่พวกผมเป็นฝ่ายค้าน ท่านเสนองบกลางปี อย่าว่าแต่ซีดีเลยครับ รายละเอียดรายการยังไม่มีเลยครับ ท่านขอเงินไปให้นายกรัฐมนตรีใช้เป็นเงินงบกลางเฉย ๆ ก็มี ผมไม่ทําหรอกครับ วันนี้ผมมานี่บอกว่าเราจะใช้เงินเพิ่มเติม เราบอกชัดเจนเลยว่า เงินจะไปที่ไหน กรรมาธิการจะมีเวลาไปตรวจสอบได้อย่างละเอียดนะครับ รายการไหน ไม่เหมาะสมตัดเลยครับ เพราะเราถ่ายรูปมาให้ดูว่านี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วม ถ้าไม่ใช่ตัดไปเลยครับ แล้วผมก็ยืนยันด้วยว่าตัดเที่ยวนี้ไม่มีการแปรญัตติกลับเพิ่ม ตัดก็ตัดไป เลยครับ เงินที่เหลือไม่ต้องใช้ครับ เอาไว้ในคลัง เพราะผมต้องการอย่างนั้น แต่เราพยายาม กลั่นกรองให้ดีที่สุดว่านี่คือความจําเป็น ไม่ใช่เรื่องหาเสียง ไม่ใช่เรื่องต่างตอบแทนครับ ถ้าท่านคิดอย่างนั้นท่านไปยืนยันเลยนะครับในพื้นที่ซึ่งมีสภาพเสียหายอย่างนี้ว่า ท่านจะปล่อยถนน ท่านจะปล่อยโรงเรียน ท่านจะปล่อยวัดให้อยู่ในสภาพอย่างนี้ต่อไป เป็นนโยบายของท่าน ก็ได้ครับหาเสียง แต่ผมจะซ่อม ผมจะสร้าง ผมจะฟื้นฟู เพราะนี่คือชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อน ท่านบอกต่อไปว่าการจัดงบครั้งนี้ ต่างตอบแทน ไปจัดให้พรรคร่วมรัฐบาล ท่านประธานครับ ถนนพัง ท่านจะจัดงบที่ไหนครับ กระทรวงวัฒนธรรมหรือครับ ผมก็ต้องจัดให้กระทรวงคมนาคม แหล่งน้ําของ กรมชลประทานพัง ท่านจะให้จัดงบที่ไหนครับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือครับ ผมก็ต้องจัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โรงเรียนพัง จะให้ผมจัดที่ไหนครับ ผมก็ต้องจัดให้กระทรวงศึกษาธิการครับ เราไม่ได้คิดเรื่องพรรคครับ เราคิดตามความเป็นจริง ของความเสียหายที่ปรากฏอยู่ในนี้ครับ เสียหายที่ไหนก็ต้องให้หน่วยงานนั้นเขาไปจัดทํา ไปซ่อมแซม ไปดําเนินการ แน่นอนครับ พรรคการเมืองที่ไม่ได้รับผิดชอบกระทรวงเหล่านี้ ก็ไม่ได้งบประมาณครับ แต่ผมมั่นใจว่าพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคเขาดูความจําเป็น ของประชาชนมากกว่าความจําเป็นของพรรคและกระทรวงของเขา นี่คือหลักการที่พวกผม ทํางานกันนะครับ แต่ถ้าท่านยังมองงบประมาณว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง นั่นคือมุมมองของท่าน มุมมอง ของผมวันนี้คือเราเอางบไปซ่อมแซมสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และใครรับผิดชอบ โครงการตรงไหนก็ต้องไปทําตรงนั้นครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ที่ท่านได้อภิปรายมาทั้งหมดใช้เวลานานพอสมควร ผมก็จับประเด็นได้เท่านี้ละครับว่า ๑. ท่านพยายามจะบอกว่าเราประมาณการตัวเลขอะไรต่าง ๆ ผิดพลาดเหมือนกับที่เคยพูดมา แต่ท่านก็ยอมรับแล้วว่าในอดีตที่เคยอภิปรายพวกเรานั้น ในที่สุดตัวเลขก็พิสูจน์ว่าเป็นไปตาม ที่เราเคยชี้แจง ๒. กระบวนการในการจัดทํางบประมาณครั้งนี้มีความโปร่งใสมากในเรื่องของ รายการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และ ๓. ไม่ใช่มีเรื่องการตอบแทนครับ เป็นความรับผิดชอบของ หน่วยงานต่าง ๆ ตามสภาพความเป็นจริงของงานที่ต้องทําครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ เรียงลําดับ สลับกันไปนะครับ คือดอกเตอร์สรรเสริญ แล้วก็มาคุณไพจิต แล้วก็คุณพิกิฏ แล้วก็ไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ แล้วก็คุณอนุวัฒน์ แล้วก็กลับไปคุณวิทยา บุรณศิริ แล้วก็คุณรังสิมา รอดรัศมี คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ และ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตามนี้นะครับ เชิญดอกเตอร์สรรเสริญครับ

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงอะไรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขออนุญาตพาดพิงเล็กน้อยครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ ผมเห็นใจครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด เชียงใหม่ ผมต้องขอเรียนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ท่านได้พูดนะครับว่าผมนั้นยอมรับว่า ท่านนั้นได้บริหารงานถูกต้อง มันไม่ใช่ครับ สิ่งที่ผมได้อภิปรายด้วยตัวเลขต่าง ๆ เพื่อชี้แจง ให้ประชาชนได้เห็นว่าการจัดทํางบประมาณรายรับของรัฐบาลชุดนี้ดําเนินการผิดพลาด มาโดยตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ก็ทําให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลนี้สามารถที่จะ บริหารงานจนจัดเก็บภาษีได้เกินเป้า เพื่อความถูกต้องนะครับท่านประธาน สําหรับกรณี ที่เป็นงบตอบแทนหรืออะไรนั้นเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะท่านเฉลิมจะมาชี้แจงแทน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงจะพอใจครับเพราะว่า ท่านพูดมันมีบันทึกเทปถ่ายทอด แล้วก็มีรายงานการประชุมครับมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ เชิญครับ ท่านดอกเตอร์สรรเสริญ ๗ นาทีนะครับ

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าก่อนที่ เพื่อนสมาชิกจะได้ลงมติ แล้วก็พิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางปีฉบับนี้นะครับ เราก็ต้อง มาหาคําตอบกันก่อนว่างบประมาณรายจ่ายกลางปีนี้ได้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ หรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้แถลงว่าองค์ประกอบหลักของงบประมาณ รายจ่ายกลางปีนี้มีอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือในเรื่องของการนําเงินไปเพื่อที่จะจัด สวัสดิการให้ทั่วถึง วงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องนําไปจ่ายเบี้ยยังชีพ ผู้ชราที่มีผู้ชรามาลงทะเบียนมากขึ้น แล้วก็ยังรวมไปถึงเบี้ยของผู้ทุพลภาพแล้วก็คนพิการ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องนําไปชดเชย แล้วก็ฟื้นฟู ความเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติ ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้ อีกสักครู่ก็จะมีสมาชิกอีกหลายท่าน อภิปรายกันต่อไปนะครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้ผลประโยชน์กันอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ผมอยากเรียนกับท่านประธานในโอกาสนี้ ก็คือวงเงินที่ ๓ ครับ ในเรื่องของการชดเชย เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าก่อนที่เราจะดูกันว่าวงเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือการชดเชยเงินคงคลังเหมาะสมหรือไม่ เราก็ต้องดูครับว่ารัฐบาลมุ่งหวังจะทําอะไร สําหรับท่านที่ติดตามการจัดทํางบประมาณ ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ก็จะติดตามได้ครับว่ารัฐบาลชุดนี้มุ่งมั่นที่จะทําให้เกิดงบประมาณสมดุล ในปี ๒๕๕๙ แล้วก็มุ่งมั่นที่จะลดระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ ปีไป การที่จะดูว่าเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่นําไปชดเชยเงินคงคลังนั้นเหมาะสม หรือไม่ ก็ต้องไปดูครับว่าเงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้ถูกนําไปใช้อะไรบ้าง มีหลายเรื่อง ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบําเหน็จบํานาญ เรื่องของเงินสมทบ เรื่องของ ค่ารักษาพยาบาล แต่รายการที่มีวงเงินสูงสุดและใหญ่ที่สุดของเงินคงคลังที่ได้ถูกนําไปใช้ ก็คือการชดใช้ หรือการใช้หนี้ก่อนกําหนด มียอดสูงถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญครับ เพราะว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลดภาระหนี้ของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ที่จริงแล้วเพื่อนสมาชิกที่อยู่ฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายในเรื่องของหนี้สาธารณะ ถูกครับ หนี้สาธารณะล่าสุดที่มีการประกาศโดยทั่วไป ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ จริง ๆ ก็ไม่ใช่ความลับอะไรครับ มันอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของกระทรวงการคลัง อยู่แล้ว ปรากฏว่ายอดหนี้สาธารณะในช่วง ๓ เดือนล่าสุด ลดลงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าท่านประธานจะสังเกตนะครับ มันเป็นช่วงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งบประมาณ ในปี ๒๕๕๔ ของรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าการที่หนี้สาธารณะลดลงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนน่าจะเป็นที่ยินดีอย่างมาก เพราะว่าการลดลงของหนี้สาธารณะ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันแปรกลับเป็นการลดภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลที่จะต้องจ่ายแต่ละปี ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ ทุก ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมายถึงการลดภาระดอกเบี้ย ของรัฐบาล ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ก็หมายถึงว่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แทนที่จะต้อง นําไปชําระดอกเบี้ยนะครับ ก็กลับมาเป็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้ชรา ในเรื่องของการเรียนฟรี ในเรื่องของเงินสมทบ การประกันสังคม ในนโยบายประชาวิวัฒน์หรือในเรื่องของเงินสมทบการออมในกองทุนการออมแห่งชาติ เหล่านี้ละครับจะเพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี การชําระเงินคงคลังครับ ก็ยังมีผลดีไปถึง ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ด้วย เพราะว่าชําระในตอนนี้แล้วในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็ไม่ต้อง ชําระ มีผลทําให้รัฐบาลในชุดถัดไปมีเงินลงทุนสูงขึ้น หรือไม่ก็มีการกู้ที่น้อยลง แน่นอนที่สุดครับ จะมีคําถามว่า รัฐบาลชดเชยในปีนี้ ไปเทียบกับรัฐบาลชดเชยเงินคงคลังในปีหน้า อันไหน มันดีกว่ากัน ก็คือว่าเรากําลังจะถามว่า ให้งบประมาณปี ๒๕๕๔ นี้ขาดดุลเท่าเดิมนะครับ ขาดดุลมาก หรือในปีหน้าขาดดุลมาก อันไหนจะดีกว่ากัน ที่จริงผมขอเรียนท่านประธาน ตามตรงนะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เห็นแก่ตัว ต้องขอย้ํานะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เห็นแก่ตัว รัฐบาลไม่ต้องชดใช้เงินคงคลังในปีนี้หรอกครับ ไปชดใช้ในปีหน้า แล้วก็ให้ปีนี้ขาดดุลน้อยกว่า ประมาณการ เก็บไว้เป็นผลงานหาเสียงได้ แล้วปีหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ทราบ ว่ากันทีหลัง แต่ผมเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ รัฐบาลชุดนี้เลือกผลประโยชน์ ในระยะยาวของประเทศ ถ้าคิดในแง่ของการปูทางไปสู่งบสมดุลในปี ๒๕๕๙ แล้ว ปีนี้ขาดดุลมาก แล้วปีหน้าขาดดุลน้อย ย่อมเป็นการที่จะดีกว่าครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนถ้าเกิดว่าฟังว่าเราอยากจะ ให้มีงบสมดุลในปี ๒๕๕๙ ก็ย่อมที่อยากจะเห็นการขาดดุลหรือการก่อหนี้ของภาครัฐ ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ตามลําดับ และด้วยวิธีนี้ก็จะทําให้มีความมั่นใจจากพี่น้องประชาชนว่า ทุก ๆ ปีเงินภาษีที่เขาเสียมา จะนําไปใช้ในการชดใช้ดอกเบี้ยน้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็ แปรญัตติกลับมาเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ เวลาก็หมดนะครับ ก็พยายามจะ รวบรัด แล้วก็ผมคิดว่าด้วยเหตุผลนี้ละครับ ผมขอสนับสนุนงบประมาณกลางปีในปี ๒๕๕๔ นี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณไพจิต ศรีวรขาน ครับ คือคุณสุรพงษ์ใช้เวลาไป ๓๘ นาที ๒๘ วินาที สําหรับคุณไพจิต ใช้เวลาเท่าไรก็เรื่องของท่าน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ จะพยายามใช้เวลาเท่าที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ไม่เยิ่นเย่อ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า คนที่จะต้องใช้เวลามาก ๒ ท่าน ก็คือท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งจะอภิปรายเวลาประมาณบ่ายโมงเศษ ๆ นะครับ และท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็จะอภิปรายในช่วงเวลาประมาณสัก ๒-๓ ทุ่ม ที่กราบเรียน ท่านประธานเพื่อจะขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยอยู่ฟังบุคคลทั้งสองของพรรคที่ให้ความสําคัญกับการอภิปรายคราวนี้ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีปัญหาหรอกครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ผมอยากจะเรียนย้ํากับท่านประธานว่า งบประมาณคราวนี้เป็นการเสนอครั้งที่ ๒ ของปี ๒๕๕๔ ในเมื่อการขอใช้ในครั้งแรกนี้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านล้านบาทนะครับ เป็นงบที่รัฐบาลตั้งขาดดุลไว้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าหาเงินไม่ได้หรอก จะต้องกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าใจตรงกันนะครับ ตอนตั้ง งบประมาณแล้วก็เสนอผ่านสภาแล้วเริ่มใช้แล้ว ขณะที่การบริหารราชการแผ่นดินผ่านไป ๓-๔ เดือน ก็มาประมาณการว่าจะตั้งงบประมาณเพิ่มเติมอีก มาขออีกนะครับ แล้วในช่วง เวลาที่ผมเห็นว่าไม่เหมาะสม ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นฐานะที่มีหน้าที่ในการติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ให้เห็นว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ประมาณการผิดพลาดเรื่องรายได้ คราวนี้ปี ๒๕๕๔ ก็ประมาณการว่าจะได้เพิ่มจาก ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๗๕,๐๐๐ ล้านบาท จะเกินนะครับ แปลว่าเป็นประมาณการ ที่เคยผิดพลาดมาแล้วของกระทรวงการคลังในปีที่แล้ว คราวนี้ผมก็ไม่เชื่อหรอกครับ เพราะผมเชื่อตามสูตรของฝ่ายค้านที่บอกว่าประมาณไม่น่าจะถึง แต่ขณะเดียวกันตอนนี้ รัฐบาลก็มาแบ่งเงินกันแล้ว แบ่งที่จะจับจ่ายใช้ แม้ว่า ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท จะไปคืนเงินคงคลัง ก็กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาละครับ ถ้ามันไม่ได้ ไม่ถึงก็คืนไม่ถึง แต่ว่าที่จะจ่ายไปประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มันไปเลยนะครับท่านประธาน แบ่งสรรปันกันไป ยังไม่ได้มีของ แต่แบ่งทรัพย์สมบัติกันแล้ว ภาษาบ้านผม เขาไปจับปลาครับท่านประธาน เห็นน้ําก็คิดว่า จะมีปลา แบ่งกันแล้ว ใครจะเอาตัวใหญ่ ตัวเล็ก ใครที่ออกแรงมากให้มาก ใครที่ออก น้อย ๆ หน่อย บางคนไม่ได้เลย ผมสงสัยว่าถ้าแบบนี้มันต้องสอดคล้องกัน แล้วคราวนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับที่ขอเงินกลางปี เป็นครั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ครั้งแรกตอนเข้ามาใหม่ ๆ จี๋จ๋ากันดี ต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บอกว่าจะฟื้น เศรษฐกิจหลังจากที่ตั้งงบประมาณไปแล้ว สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ตั้งงบประมาณไป พอรัฐบาลเข้ามาก็เศรษฐกิจโลกตกต่ํา จะต้องฟื้นเศรษฐกิจ ๑๑,๖๐๐ ล้านบาท ที่เอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปแจกสุรุ่ยสุร่าย นั่นก็กลางปีครั้งที่ ๑ ต้อนรับรัฐบาลคนรูปหล่อ เป็นการขอใช้ ขอกู้มาทั้งหมด ท่านประธานครับ คราวนี้ผมก็สงสัยว่าถ้ามั่นใจว่ามันจะได้เงิน ก็กู้เขาอยู่แล้ว ขาดดุลอยู่แล้วในปี ๒๕๕๔ นี้ครับ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันกู้อยู่แล้ว ขาดดุลอยู่แล้ว คราวนี้ ทําไมต้องร้อนรนในการที่จะจับจ่ายใช้เงินอีก ๑๖,๐๐ ล้านบาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมสนใจ เพราะเรื่องคืนเงินคงคลังก็ถือว่าเป็นเครดิต (Credit) รัฐบาล ถ้าจะไม่เพิ่ม มันก็ไม่ได้คืน มันก็อยู่เท่านั้น ถ้าเก็บไม่ถึงก็ไม่ได้ มันมีอยู่ ๒ อย่างครับท่านประธาน อย่าไป หลงใหลได้ปลื้มกับความสามารถในการเก็บภาษี คนที่เป็นนักการเมืองอย่างผมนี่ ผมรับไม่ได้ ถ้าจะหารายได้ด้วยการขึ้นภาษี ๆ ขึ้นทุกเรื่องผมก็ค้านตลอด เพราะความเดือดร้อน ปากท้องจะถูกกระทบสู่ประชาชนโดยปริยาย ขึ้นภาษีทางตรง ขึ้นน้ํามัน ขึ้นภาษีทางอ้อม ราคาสบู่ ยาสีฟัน เครื่องอุปโภคบริโภค ตามมาหมดละครับ คนรวยไม่เดือดร้อน แต่คนจน หาเช้ากินค่ําเขาเดือดร้อนโดยปริยาย เพราะฉะนั้นอย่าหลงใหลได้ปลื้มว่าเก็บภาษีได้เยอะ ถ้าคุณจะเก่งจริง ๆ คุณต้องทําการค้า การขาย หารายได้จากการท่องเที่ยว จากเงิน ต่างประเทศสิครับ อย่ามาเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมจึงมีความเห็นว่า มันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ย้อนกลับไปว่าคราวนี้ไฉนเลยจะต้องรีบร้อน เรื่องงบประมาณ รายจ่ายกลางปีเข้ามาพร้อม ๆ กันกับยุทธการการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฉาวโฉ่กันอยู่ทั้งหมด มาพร้อม ๆ กันครับท่านประธาน ความคิด ความเห็นในการเรียบเรียงข่าวสาร ก่อนแก้รัฐธรรมนูญอย่างฉุกละหุกนี่ละครับ เสร็จแล้วก็ยังมีความคิดเรื่องจะเอางบประมาณ รายจ่ายกลางปีเข้ามา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หัวดีนะครับ แปลว่าต้องการประมวลงาน บูรณาการอํานาจ สืบสานอํานาจของกลุ่มอํานาจที่ต้องการยึดโยงในการเป็นรัฐบาล ก็ต้องแก้ รัฐธรรมนูญ ที่ว่ากันมาแล้ว พอแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ คนที่บอกว่า ๔๐๐ : ๑๐๐ นี่ก็เป็น พรรคร่วมรัฐบาลเกือบทั้งหมดที่ได้รับดอกผลของงบประมาณในคราวนี้ เขาบอกว่าเอา ๔๐๐ : ๑๐๐ มีพรรคเดียวคือพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าต้องตัด ส.ส. ลง ส.ส. เขต ๓๗๕ คน เพิ่ม ส.ส. สัดส่วน ก็เจรจากันไปกันมานะครับ ท้ายสุดก็เห็นออกมาแล้วนะครับ เห็นออกมา ว่ามันเป็นประโยชน์ต่างตอบแทน ยุทธการการกระชับอํานาจของผ่ายที่ต้องการสืบทอด อํานาจในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าจะเป็นกลไกที่จะนําไปสู่แผนบันได ๔ ขั้นของ คมช. ที่ผมเคยพูดกับท่านประธานอยู่หลายรอบ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่า เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะหาได้ ขณะเดียวกันการเอื้อประโยชน์ต่างตอบแทนคราวนี้ ผมไม่ได้ชื่นชมนะครับ ท่านให้เอกสารมา ในรายการที่ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ก็บอกว่า หลัก ๆ เลย รัฐบาลที่เป็นแกนกลางคือพรรคประชาธิปัตย์ ทําตัวเป็นผู้เสียสละ ในราย กระทรวงของพรรคประชาธิปัตย์เอาน้อย ๆ แต่ผู้ที่เอาเยอะ ๆ กลายเป็นกลไกที่สําคัญ ในการเดินเกมเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่าไม่เอากับพรรคประชาธิปัตย์ ใครร่วมละครับท่านประธาน คือพรรคภูมิใจไทยของท่านประธานนี่ละ ก็แปลว่าได้มากกว่าเพื่อน สื่อมวลชนก็เขียน ฟาดไปร่วม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเอายอด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท วิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นกับท่านประธานว่า พรรคภูมิใจไทยโดยกระทรวงมหาดไทย ๘,๗๒๖ ล้านบาทเศษ ของกระทรวงมหาดไทย แล้วกระทรวงคมนาคมอีก ๒,๙๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี่มันมีระบบวิธีการที่ฉาวโฉ่ เว้นเรื่องเงินคนชรา เงินคนพิการ ที่จะต้องดูรายละเอียดกันว่ามียอด มีตัวเลข เมื่อตั้งงบประมาณก็ยืนยันว่า พอแล้ว พอต่อการใช้ เอาเงินให้ไป ปี ๒๕๕๔ แต่ว่าพอมาจะเพิ่มเติมก็มาเอาไปอีก มันหลอกกันหรือเพื่อที่จะเอาปรับไปบูรณาการเพื่อจับจ่ายใช้สอย เพื่อเป็นประโยชน์ในการ ทํามาหากินหรือเปล่า ส่วนเรื่องกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒๗,๐๐๐ กว่า นี่แน่ ๆ ท่านประธาน รายละเอียดทั้งหมดเอาไปทํามาหากินกัน ผมไม่เชื่อว่ามันจะเป็นการที่จะไป ป้องกันบรรเทาอะไรทั้งหลาย ท่านประธานครับ ผมนี่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ติดตามได้ทุกเรื่อง ก็มีโอกาสก็แวบไปดูเรื่องการช่วยเหลือพวกน้ําท่วม ที่ท่านประธานได้แต่งตั้งให้ ไปมอบถุงยังชีพ ก็ติดตามเอาเจ้าหน้าที่ เอาผลสรุปของ ป.ป.ท. ไปด้วย เขาก็สรุปมาบอกว่าจังหวัดนี้ใช้เงินไปแล้วเท่านั้น ๆ ล้มเหลวทั้งหมดครับท่านประธาน หากินกันหมดกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีจังหวัดอะไรบ้าง ผมเข้าใจว่ารายงานได้ส่งถึง ท่านประธานแล้ว ก็วันนี้ยังจะเอาไปอีก ๒,๗๐๐ ล้านบาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ได้รับเอกสารที่ท่านว่า เดี๋ยวผมจะเสียหายครับ เพราะยังไม่ได้รับ มาพูดอย่างนี้มันบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ผมเชื่อว่าท่านประธานนี่จะเป็นองค์ในการ ดุลการทํางานพวกเหล่านี้นะครับ ให้พอสมมาพาควร ท่านประธานครับ เรื่องท้องถิ่นเช่นเดียวกัน นี่ก็ถือว่าเอาไปช่วยคนชรา ช่วยคนพิการ ๕,๙๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ว่าที่จะต้องบันทึก ในคราวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ควรที่จะมาใช้คารมคมคายว่าถ้าน้ําท่วมถนน จะไปเอาเงิน ให้กระทรวงวัฒนธรรมหรือ นี่แปลว่าภาษากันไม่รู้เรื่องนะครับ ท่านเป็นเด็กจริง ๆ นะครับ ไม่ควรที่จะใช้แบบนี้ ก็ให้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ให้กรมทางหลวงแผ่นดิน ๑,๘๐๐ ต่อ ๑,๑๐๐ ตามสัดส่วน ก็กระทรวงของพรรคภูมิใจไทยละครับ แล้วก็ถ้าถามว่าทั้ง ๒ รายการพวกเหล่านี้ ก็ทํามาหากินกัน ผมอยากกราบเรียนว่าที่ต้องสงสัยจริง ๆ พรรคกิจสังคม ที่จะไปให้กรมทรัพยากรน้ํา ส.ส. ๕ คน แต่ได้ไป ๙๘๙ ล้านบาทเศษ ตกเฉลี่ยคนละ ๒๐๐ เลยนะครับท่านประธาน ผมยังสงสัยกรมนี้มันอย่างไรกันนะครับ พรรคนี้เดิมเลือกตั้งไม่มี ส.ส. จากครับ ซื้อจากพรรคผมไปทั้ง ๕ คน แล้วหัวหน้ากลุ่มก็มาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมพูดตรงนี้เพื่อให้ท่านมาตอบในสภา คุณสุวิทย์ คุณกิตติ นี่นะครับ ก็ได้ไปเยอะ แปลว่าคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นเจ้าภาพใหญ่นี่ ทําตัวเป็นนักบุญ บริจาคให้คนอื่น ๆ ไปเยอะ กระทรวงที่เห็นในรายงานก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมดูในรายการน้ําท่วม บอกจังหวัดที่จะได้ ๑,๓๒๒ ล้านบาท จังหวัดที่จะได้ไปซ่อมโรงเรียน ไปทําอะไรทั้งหลายนี่ ผมเห็นในรายการเพิ่งแจกแผ่นซีดีผมมา ดูไม่ทันหรอกครับ ที่บอกรายการซ่อมโรงเรียน ๑,๑๙๘ ล้านบาท อยู่ในแผ่น แต่ว่าผมเห็นในรายการมหาวิทยาลัย รายการมหาวิทยาลัยที่ได้เงิน มันพวกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหมด ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนใหญ่ ผมสังเกตดูในภาคอีสานผมมีของโคราชได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษเท่านั้นละครับ จังหวัดชัยภูมิไม่มี น้ําท่วมสถาบันราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่มี จังหวัดอุบลราชธานี ไม่มี เพราะรายการมหาวิทยาลัยลงในเล่มครับท่านประธาน แต่ว่า รายการที่ไปซ่อมต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ไม่มี เข้าใจว่าจะมีในแผ่นซีดี แต่ว่าผมเปิดดูไม่ทัน ผมดูรายการมหาวิทยาลัย ถ้าแบบนี้ ๑๐๐ ล้านบาท มีในภาคอีสาน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นของท่านหมดนะครับ อย่างราชมงคลศรีวิชัย ชื่อศรีวิชัยก็อยู่บ้านท่านละครับ ๑๓ ล้านบาท สงขลานครินทร์ ๑๘ ล้าน บาท โคราช ๕.๗ ล้านบาท จังหวัดเพชรบุรี ๑.๒ ล้านบาท จังหวัดกําแพงเพชร ๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษ มันอะไรนี่นะครับ ผมท้วงตั้งแต่ การตั้งงบประมาณประจําว่า อย่าไปทุจริตอํานาจ ไปทําแต่บ้านตัวเอง เขตตัวเอง ถ้าผมไป เปิดดูในงบซ่อมแซม ไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น วันนี้ผมเปิดแล้ว แต่ว่าท่านเจริญ จรรย์โกมล ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณจะเป็นคนอภิปรายต่อ จากผมอีกรอบหนึ่ง ว่าแต่ละโรง ๆ ไปทํานี่มันเป็นสัดส่วนที่ควรจะเป็น ผมไม่ได้ว่าหรอกครับ ท่านประธานครับ ว่าขอให้ใช้เพื่อการช่วยเหลือโรงเรียนที่เขาเดือดร้อน ขณะเดียวกัน งบที่จะต้องช่วย ผมถามเมื่อกี้นี่นะครับ ตรงกันแล้วว่ามันเหลือเงินที่อยู่ในมือของ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทคืองบกลางที่จะจ่ายในกรณี ฉุกเฉิน ความจริงอยู่ในมือท่าน ๒๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในหมวดนี้เพิ่งจ่ายไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามาตั้งงบประมาณจะเอาไปใช้ในส่วนนี้แทน ท่านประธานครับ ทําไมไม่ใช้ในส่วนที่เหลือ ท่านก็บอกท่านใช้ไปบ้างแล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังเหลืออีก ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะมาขอส่วนนี้ ก็แปลว่าส่วนที่ยังอยู่ในมือท่านนายกรัฐมนตรี ก็ยังจะใช้อํานาจในการบริหารในความเป็นนายกรัฐมนตรี ให้ไปได้เลยครับตามอัธยาศัย ใจชอบ ผมฟังต้น ๆ ว่าจะมีการปรับงบประจําในปี ๒๕๕๔ เพื่อช่วยเหลือน้ําท่วม ก็เสนอไปแล้ว เท่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาทของงบประมาณจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่จําเป็น ชะลอก่อนได้ไหม เอาไปช่วยน้ําท่วม ไม่มี ไม่ได้ปฏิบัติ ปรับไม่ได้ ไม่กล้าปรับ ท้ายสุด ข่าวเช้า ๆ ยังบอกว่าเอฟ ๑๖ (F16) ไปชนกันอยู่กลางอากาศ ฝึกแล้วก็ร่วงลง ใช้เวลา ๕ นาที เห็นชอบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ที่อธิบายมาทั้งหมดผมคิดอย่างอื่น ไม่ได้นะครับ ที่เขาบอกว่าออกแรงกันในช่วงยกมือวาระที่สอง วาระที่สามเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท้ายสุดก็โผล่ออกมาในการแบ่งสรรปันงบประมาณที่เป็นภาษี ที่เป็นหยาดเหงื่อ แรงงานของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าวันที่ ๑๘ คอยติดตามชม อะไรจะเกิดขึ้น ผมก็คิดว่าเงินนี้ไม่ได้ใช้หรอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านพูดพาดพิงถึงผม ผมจะบอกให้รู้นะครับ วันที่ ๑๘ ผมให้คนเข้าวัด เพราะวันมาฆบูชาครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ทางการเมืองเขาฟังท่านประธานด้วย ความใจจดใจจ่อนะครับ เพราะท่านประธานไม่ใช่คนธรรมดา ท่านประธานเป็นประมุข ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมก็เลยทักท้วงว่าถ้าไม่จําเป็นอย่าเอาไปเงินอันนี้นี่นะครับ อย่าใช้เถอะครับ ผมไม่เห็นด้วย และไม่เห็นควรว่าจะต้องมาตอบแทนกันแบบนี้ทางการเมือง ถ้าอยากให้กัน ก็ไปเลือกตั้งแล้วก็กลับมาค่อยตั้งงบประมาณให้กันอีก ก็จะสง่างามกว่า ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านใช้เวลา ๑๘ นาที ๒ วินาทีนะครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ที่ได้ให้ความสนใจ ในเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่าผมเข้าใจว่าท่านสมาชิก คงไม่ได้มีรายละเอียดอยู่ในมือ แล้วผมก็เข้าใจในมาตรฐานการอภิปรายของท่านดีอยู่แล้วนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ที่รัฐบาลได้มีการจัดตั้งในคราวนี้ อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็น ๓ เรื่องครับ

ประการที่ ๑ ก็คือเป็นงบประมาณที่แสดงถึงศักยภาพของรัฐบาลในการ จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

ประการที่ ๒ ก็คือสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจที่ไม่ได้คิดว่าจะไป ใช้งบประมาณเพื่อใส่เข้าไปในงบกลางที่จะตั้งงบประมาณในปีต่อไป แต่ยินดีที่จะเอา งบประมาณก้อนนี้คืนเป็นเงินคงคลัง เพื่อที่จะให้รัฐบาลใหม่มีความคล่องตัวในการบริหาร จัดการ

ประการที่ ๓ ที่สะท้อนชัดเจนก็คือว่า ผมคิดว่าการจัดสรรงบประมาณ ในครั้งนี้เป็นการจัดสรรงบประมาณเน้นผลงาน และผลงานที่เน้นเป็นผลงานที่ผมคิดว่า ถ้าเรามีใจเป็นธรรม ก็คือผลงานในเรื่องที่พี่น้องประชาชน ส่วนราชการ ประสบอุทกภัยและ วาตภัยในช่วงที่ผ่านมา จึงมีความชัดเจนในคราวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อกี้นี้เลยกล้าที่จะ เรียนกับท่านในที่ประชุมนี้ว่าถ้าท่านกรุณาจะตัด ตัดเลยครับ เราจะได้เอาเงินมาคงคลัง และจะได้รู้เหมือนกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชนนั้น ไม่ซึมซับถึงความเดือดร้อนของประชาชน คิดแต่เพียงเรื่องของการช่วยเหลือประชาชน มาเป็นเพียงมุมมองทางการเมืองว่าเป็นการจัดงบประมาณไปให้พรรคโน้นพรรคนี้ ในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมไม่มีมุมมองที่แคบอย่างนั้น การจัดสรรงบประมาณของผมได้กระจายลงไปสู่พื้นที่ อย่างเป็นธรรม โดยเอานักเรียนทั้งหมดเป็นตัวตั้ง ท่านจะเห็นได้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โรงเรียนดีประจําตําบล เขตของท่านก็ได้รับเท่ากัน และแน่นอนที่สุดยิ่งน้ําท่วมนี่นะครับ ที่อยากจะกราบเรียนเลยครับว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ใครจะไปคิดว่าจะเอางบน้ําท่วม ไปจัดสรรลงไปในเขตพื้นที่ของตัวเอง ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมต้องดูแลนักเรียนทุกระดับ ๑๕ ล้านคน ผมต้องดูแลการศึกษาของชาติให้มีการพัฒนาไปสู่ ทิศทางที่ได้มีการตั้งเป้าหมาย เป็นนโยบายของรัฐบาลไว้ในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ แต่ว่าเมื่อท่านยังติดใจ ผมก็ขออนุญาตว่าความจริงเรื่องนี้ไม่น่าจะเสียเวลาสภา แต่ว่าอยากจะชี้แจง ท่านประธานครับ เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าการจัดสรร งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น เราทํา ๓ ขั้นตอนนะครับ ถ้าท่านไพจิตจะได้ติดตาม จะเห็นชัดเจนว่าเป็นครั้งแรกครับ เวลาเกิดประสบอุทกภัย วาตภัย กระทรวงศึกษาธิการของเรานั้นได้เข้าไปช่วยเหลือทันทีครับ ในนามของรัฐบาล เติมเต็มให้กับรัฐบาล โดยการระดมองค์กรทุกภาคส่วนลงไปช่วยเหลือ สํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาลงไปสร้างซ่อม ลงไปดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในขณะสัญจรไปมา ให้รถเรือของเขาได้รับการดูแลแก้ไขเยียวยา ให้บ้านของเขาได้ดูแลเรื่อง สร้างซ่อม ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า เป็นหลังคาบ้าน ในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา หลายพื้นที่เปิดมหาวิทยาลัยไว้เป็นที่รองรับจัดทําอาหาร เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เหล่านี้เป็นต้น ในส่วนของโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา เปิดให้เป็นศูนย์อพยพ ให้กับพี่น้องประชาชน โดยใช้งบประมาณของส่วนสํานักงานการประถมศึกษา เบื้องต้นเราดูแลให้เขตพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วม เขตละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินงบประมาณ ทั้งหมดที่จัดสรรจากงบของ สพฐ. เอง ๑๖๒ ล้านบาท ในส่วนของอาชีวะ ได้มีการจัดสรร งบประมาณในส่วนของอาชีวะเองไป ๒๗๘ ล้านบาท นอกจากนั้นก็ยังได้จัดสรรงบประมาณ จากเอสพีทู (SP2) อีกรวมแล้ว ๓๗๘ ล้านบาท ท่านจะได้เห็นนะครับว่ามีห้องส้วมลอยน้ํา มีการสร้างบ้าน น็อก ดาวน์ (Knock down) ผมว่ามีความชัดเจน ระยะต่อมาคือระยะที่เราต้องเข้าไปฟื้นฟูครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้รวมใจ ขององค์กรในกระทรวงศึกษาธิการไปเติมเต็มให้รัฐบาล ไม่ว่าจะไปในพื้นที่ใด เราก็จะนํา คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ท่านประธาน ผมขอความร่วมมือว่าไปช่วยกัน โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการเลยครับ แต่ละคณะแพทย์ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุน หลังสุดนี้ไปที่เกาะหมาก จังหวัดพัทลุงก็นําคณะแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ลงไปดูแลเยียวยา ตรวจสุขภาพกาย ตรวจสุขภาพจิต ผมนําลูกเสือไปเป็น โรงเรียนพี่ช่วยโรงเรียนน้อง นําอาชีวะไปเป็นศูนย์ซ่อมสร้าง นํา กศน. ไปเพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต นําโรงเรียนนอกระบบโรงเรียน ช่างเสริมสวยไปตัดเล็บตัดผม แต่งหน้า เป็นการฟื้นฟูให้กับพี่น้องประชาชน และทําทั่วทุกภาคครับ ภาคเหนือที่จังหวัดนครสวรรค์ ภาคอีสานที่โคราช จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น ไปทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย และในขณะนี้ ก็ยังมีการดําเนินการเข้าไปช่วยเหลือโรงเรียนที่ยังมีส่วนต้องไปปรับปรุงภูมิทัศน์ อะไรต่าง ๆ โดยใช้วิทยาลัยเกษตร โดยใช้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ และหลังสุดนี้ครับ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ได้ของบประมาณที่โรงเรียนต่าง ๆ เสนอเข้ามา การเสนองบประมาณเข้ามาที่ช่วยเหลือน้ําท่วมเที่ยวนี้ ให้ทํา ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก งบประมาณที่จะขอเข้ามาเพื่อรับการจัดสรรจากคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. ซึ่งผมไม่ได้เป็นประธานครับ มีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เป็นประธาน แต่ประการแรก ก็คือว่างบประมาณที่จะขอได้นั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการป้องกัน อุบัติภัยในระดับจังหวัดมาก่อนครับ ไม่ใช่ว่าผมนึกจะให้โรงเรียนไหนก็ได้

ประการที่สอง เมื่อขอผ่านมาแล้วจะต้องส่งรูปถ่ายพร้อมรายละเอียด ถึงความเสียหายต่าง ๆ ไปยังคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. ที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบ อุทกภัย

ประการที่สาม กระทรวงศึกษาธิการเองเมื่อเราขอไปในจํานวนยอดวงเงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่ว่าเนื่องจากมีงบประมาณจํากัด เราได้รับการจัดสรรมา เพียง ๒,๓๔๒ ล้านบาท เป็นส่วนที่งบมาขอเพิ่มเติมในส่วนนี้ ๑,๑๙๘ ล้านบาทเท่านั้น ต้องตัดงบประมาณลงไปเยอะเลยครับ แต่ว่าสถานศึกษาและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ วิทยาลัยอาชีวะ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เขาก็หาทางออกอีกประการหนึ่งครับ เขาไม่ได้คิดแค่แบบนี้ครับ เมื่อเขารู้ว่ารัฐบาลมีงบประมาณจํากัดก็ไปเชิญชวนภาคเอกชนนะครับ เชิญชวนภาคเอกชน ไปช่วยวันนี้ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านประธาน หนังสือพิมพ์มติชน จัดโครงการฟื้นฟู ห้องสมุด อันนี้ผมต้องชื่นชมเขา ภาคเอกชนอื่น ๆ ที่ให้ความร่วมมือผ่านมาทาง กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมการศึกษาโรงเรียนเอกชน แม้แต่โรงเรียนดัง ๆ ในกรุงเทพมหานครครับ ได้รวบรวมทรัพยากรลงไปช่วยซ่อมแซม และวันนี้ที่เสนอเข้ามา ๑,๑๙๘ ล้านบาท ประเด็นที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าผมพาไปลงในเขตพื้นที่ ผมนึกว่า ท่านไพจิตจะได้ดูรายละเอียดแล้ว แต่ว่าบังเอิญท่านมายอมรับกลางสภาเองว่าท่านยังไม่ดู ในแผ่นซีดี ผมก็เลยให้อภัย แต่ถ้าเกิดท่านได้ดูในแผ่นซีดี ได้ดูในเอกสารทั้งหมดที่ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมการ ผมคิดว่ามาตรฐานในการอภิปรายท่านต่ําลงนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า การพิจารณางบประมาณที่จะได้รับช่วยเหลือนั้น ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้ความสําคัญ ท่านพูดกับผมว่า ต้องไปซ่อมแซม ไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน แต่ว่างบประมาณส่วนอื่นที่เราขอความร่วมมือได้ หรือจัดตั้งงบประมาณประจําปีได้ ก็จะต้องดูแลต่อไปครับ ท่านครับ ถ้าเรามาดูเปรียบเทียบ จังหวัด ท่านต้องดูทั้งงบซ่อมแซมและงบก่อสร้างนะครับ ท่านจะเห็นได้ชัดเจนว่าได้มี การกระจายตัวไปตามพื้นที่ที่มีภาพแสดงทางดาวเทียมชัดเจนว่าพื้นที่ใดน้ําท่วมฉับพลัน พื้นที่ใดน้ําท่วมขังเกิน ๗ วัน ประเด็นที่ท่านติดใจก็คือว่าท่านบอกว่า ทําไมไปได้ในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือในภาคใต้มาก ไม่ตรงความเป็นจริงนะครับ จังหวัดที่ได้มากที่สุด คือจังหวัดนครราชสีมา เพราะจังหวัดนครราชสีมามีความเสียหายมากที่สุด แล้วบังเอิญน่าเสียใจครับ ท่านบอกว่า ทําไมไปได้ที่ราชภัฏที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ราชภัฏที่จังหวัดนครพนมไม่ได้ ก็ถ้าน้ําไม่ท่วม ก็ไม่ได้ครับ ก็อันนี้เป็นงบที่ทางรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบ อุทกภัยครับ และที่ได้ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเราก็จะมีกระบวนการในการที่ จะดูแลในการจัดสรรงบประมาณ ผมอยากจะให้ท่านไพจิตไปดูแผ่นซีดีจังเลยนะครับ แต่ว่าเมื่อท่านดูไม่ทัน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ กําแพงเพชร ๓๓๑,๐๐๐ บาท ๓ โครงการนะครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ๕,๗๐๐,๐๐๐ บาท ๓ โครงการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ๖ โครงการ ศรีวิชัยนี้มีทั้งหมด ๙ แห่งนะครับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผมจึงกราบเรียนว่า ท่านคงต้องไปทําความเข้าใจในรายละเอียด แล้วทุกโครงการนะครับ ท่านประธานครับ จะมีรูปถ่ายประกอบด้วยในแต่ละโครงการว่ามีความเสียหายอย่างไร และผมเรียนอย่าง ตรงไปตรงมาเลยที่ผมไปดูบางโครงการนั้นได้รับการซ่อมแซมเฉพาะในสิ่งที่จําเป็นสําหรับ ในเรื่องที่จะทําให้เกิดความสมบูรณ์ ให้สามารถจะบริหารจัดการ หรือว่าจัดการเรียนการสอน ได้เท่านั้น ผมขออนุญาตเรียนต่ออีกนิดหนึ่งครับในประเด็นที่ท่านได้พูดถึงว่า การจัดสรร งบประมาณคราวนี้เป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะนําไปสู่การแบ่งปันกันระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าไม่เป็นความจริงเลยครับ ผมกล้ากราบเรียนกับท่านประธานว่า ด้วยความเป็นจริงก็คือว่ารัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณที่ลงไปสู่พื้นที่น้ําท่วม แล้วก็เน้น ผลงานเป็นเรื่องตัวตั้งที่สําคัญ ผมขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีก็มีเวลาที่จะชี้แจง ๒ ชั่วโมงนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านใช้ไป ๑๑ นาที ๔๗ วินาที ต่อไปเชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านพิกิฎ ศรีชนะ ท่านมีเวลา ๖ นาทีนะครับ

นายพิกิฏ ศรีชนะ ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับ วันนี้ที่ได้มีโอกาสอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งผมดูในรายละเอียดที่รัฐบาลเสนอเข้ามาทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องยอมรับว่า ๘๔ เปอร์เซ็นต์เป็นการใช้หนี้เงินคงคลัง อีก ๑๖ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นการจัดสรรเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ําท่วม ซึ่งในการจัดสรร ๑๖ เปอร์เซ็นต์นี้ ผมมาดูรายละเอียดตามกระทรวงที่ได้รับการจัดสรร โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มา ๑,๖๙๗ ล้านบาท ส่วนมากจะอยู่ที่ กรมชลประทานในพื้นที่ซึ่งโดนอุทกภัยน้ําท่วม อันนี้ไม่ว่ากัน แม้จังหวัดยโสธรผมน้ําก็ท่วม แต่ก็ไม่ได้รับการจัดสรร ก็ต้องเห็นใจเพราะว่างบประมาณมีน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับสะท้อนปัญหาจาก พี่น้องเกษตรกรที่ทํานาในช่วงฤดูกาลทํานาที่ผ่านมา ในเรื่องของการได้รับเงินส่วนต่าง โดยเฉพาะพี่น้องที่ลงทะเบียนข้าวเหนียวไว้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ เป็นเกษตรกรที่ทํานา ข้าวเหนียวไว้เยอะ และพอลงทะเบียนข้าวเหนียวในวันนี้ ข้าวเหนียวไม่ได้รับส่วนต่าง เนื่องจากว่าราคาข้าวเหนียวแพงกว่าราคาที่รัฐบาลประกันไว้ ผมใคร่ขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าเป็นไปได้นี้ก็อยากให้ท่านช่วยกรุณาดูแล ในส่วนนี้ด้วย เพราะว่าคนอีสาน คนภาคเหนือ ส่วนมากจะทํานาเพื่อเอาไว้บริโภค ไม่ได้เอาไว้เพื่อขาย ไม่เหมือนกับคนภาคกลางที่ทํานาข้าวหอมมะลิอะไรอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นเขาเลยเสียโอกาส เสียสิทธิที่จะได้รับเงินในส่วนนี้เป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะจังหวัด ยโสธรของผม ถือว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์จะทํานาข้าวเหนียว ข้าวเจ้ามีน้อยมาก ก็อยากให้ท่าน รัฐบาล ให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐบาลช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วยครับ

ส่วนโครงการที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือโครงการ ปลูกยางพารา ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ตามนโยบายรัฐบาล ผมต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ศุภชัย โพธิ์สุ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านเข้าใจและสนใจ ในเรื่องยางพารา ซึ่งวันนี้ยางพาราเป็นสินค้าทางการเกษตรที่มีราคาดีที่สุด กิโลกรัมหนึ่ง เกือบ ๒๐๐ บาท ฉะนั้นเกษตรกรมีความสนใจที่จะปลูกยางพารามาก แต่วันนี้ทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ สกย. ให้ไปลงทะเบียน เมื่อวานมีการลงทะเบียนวันแรก ผมทราบว่ามีเกษตรกร ไปลงทะเบียนทั้งหมดเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ราย ซึ่งเกณฑ์ที่ท่านกําหนดไว้ว่ารายหนึ่งได้ไม่เกิน ๑๕ ไร่ แล้วไม่ต่ํากว่า ๒ ไร่ ถ้า ๒๐๐,๐๐๐ ราย ผมว่ามันล้านไร่แล้วครับ แล้วเหลืออีก ๒๙ วันในการลงทะเบียน ท่านจะจัดสรรอย่างไร ผมก็อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับว่า ในส่วนหนึ่งเกษตรกรที่มาลงทะเบียนเขาโทรศัพท์ มาร้องเรียนผมว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบใช้กฎระเบียบเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ใบเอกสารสิทธิ์เป็นของสามี ภรรยาไปลงทะเบียน เขาก็ไม่ให้ ต้องให้ สามีไปลงเอง และในส่วนหนึ่งเกษตรกรส่วนมากยืมเงินจาก ธ.ก.ส. เอกสารสิทธิ์ทั้งหมดอยู่ ธ.ก.ส. เขาก็บอกว่าต้องไปให้ ธ.ก.ส. รับรอง วันหนึ่ง ธ.ก.ส. รับรองอย่างมากไม่เกินได้ ๒๐๐ รายครับ แต่คนไปลงทะเบียน เมื่อวานนี้เฉพาะจังหวัดยโสธรประมาณ ๑๐,๐๐๐ ราย พอไปหา ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. บอกเขาไม่รับรอง สกย. ที่ไปลงทะเบียนก็บอกว่ารับไม่ได้ ต้องให้ ธ.ก.ส. รับรองก่อน แต่บังเอิญว่ากฎระเบียบของ สกย. บอกว่าการลงทะเบียน ใครลงก่อนได้ก่อน ใครลงทีหลังไม่มีสิทธิ์ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับว่าน่าจะให้เกษตรกรที่เขามีความต้องการ ปลูกยางพารา ให้ลงทะเบียนไปเลย อันไหนที่เอกสารเขายังไม่พร้อม วันหลังเราตรวจสอบ ถ้าไม่เข้าเกณฑ์เราก็ตัดเขาไป เมื่อวานนี้เขาไปเข้าแถวรอกันเป็นกิโลเมตรนะครับ เพื่อเข้าคิว ลงทะเบียน ไม่ว่าจังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ผมขับรถผ่านมาก็เข้าแถวเป็นกิโลเมตรครับ แล้วผมเชื่อว่าทุกจังหวัดเป็นเหมือนกันหมด อันนี้ก็อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ

ส่วนกระทรวงมหาดไทย ผมเห็นใจ เพราะว่าได้งบมา ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ต้องไปดูแลคนชรา คนพิการ คนทุพพลภาพ ไม่ได้เอาไปใช้อย่างอื่นเลย ผมว่าน้อยไปด้วยซ้ํา ผมยังเห็นใจอยากให้กระทรวงมหาดไทยไปดูแลพี่น้อง อปพร. ที่เขาเป็นอาสาสมัครป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน วันนี้เขายังไม่มีค่าตอบแทนเลยครับ ทําอย่างไรกระทรวงมหาดไทยน่าจะหา งบประมาณในส่วนนี้มาช่วยพี่น้อง อปพร. ในการที่จะได้รับค่าตอบแทนครับ

ส่วนในกระทรวงคมนาคม ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ที่ทําโครงการถนนปลอดฝุ่น เป็นโครงการที่ดีมากครับ แล้ววันนี้ได้มา ๒๙๐๐ ล้านบาท ผมยอมรับว่ามันน้อยมาก น่าจะได้มากกว่านี้สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างน้อย ๆ ก็จะได้ กระจายหลาย ๆ จังหวัด หลาย ๆ พื้นที่นะครับ ฉะนั้นวันนี้ผมก็ต้องขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลในวันนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยัง กกต. เป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายในวิชาชั่วโมงพิเศษกับบุคคลสําคัญ ผมเป็นนักศึกษา หลักสูตร พตส. ๒ หรือหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ ๒ หลังจากฟังการบรรยายของท่านนายกรัฐมนตรีจบ ท่านได้เปิดโอกาสให้มีการซักถาม ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าได้ถามท่านนายกรัฐมนตรีไป ๕ ประเด็น และผมก็รักษา มารยาท หลายเรื่องเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น เรื่องคนไทย ๗ คนที่ถูกกัมพูชาจับตัว ผมก็ไม่ได้เปิดประเด็นต่อสาธารณะ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมจําเป็นต้องเปิดประเด็นสู่สาธารณะ คืองบกลางปี เพราะการตั้งงบกลางปีเพิ่มเติม เป็นเงินถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนคนไทยควรรู้ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อร่วมกัน รักษาผลประโยชน์ภาษีอากรของตนเอง ผมจึงนําเรื่องให้กับฝ่ายเศรษฐกิจของพรรค และโฆษกของพรรคไปวิเคราะห์วิจารณ์จนนําเป็นประเด็นสู่สาธารณะมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ย้อนไปในวันนั้นผมได้ถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าปีนี้จะมีงบกลางปีหรือไม่ ผมถามเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ท่านจะเอาเงินจากไหน นี่คือสิ่งที่ผมได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ในวันนั้น ท่านตอบผมว่าการข่าวดีนี่ แต่ไม่ต้องห่วง งบก้อนใหญ่จะชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนงบจะมาจากไหนนั้นท่านตอบว่า ผ่านปีงบประมาณมา ๒ เดือน รัฐจัดเก็บรายได้เกินเป้า ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าทั้งปีรัฐจะเก็บรายได้เกินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านย้ําว่าไม่ต้องห่วง สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ต้องห่วงในวันนั้น แต่ในวันนี้เมื่อรัฐบาลนํางบกลางปีมาสู่สภา มีประเด็นที่น่าห่วงหลายประเด็นที่ทั้งผมและ เพื่อนสมาชิกได้แบ่งงานกันทํา ก็คงจะขอคําตอบจากรัฐบาลในวันนี้ รัฐบาลได้ตั้งงบกลางปี ครั้งนี้แบ่งออกเป็น ๓ ยอดใหญ่ ๆ ท่านประธาน

ยอดแรก เป็นรายจ่ายสําหรับส่วนราชการในการฟื้นฟูความเสียหายและ แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ําท่วม วงเงิน ๙,๙๐๐ ล้านบาท

ยอดที่ ๒ เป็นรายจ่ายเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน ๕,๙๕๗.๔ ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๔,๙๔๐ ล้านบาท และเบี้ยยังชีพคนพิการ ๑,๐๑๗ ล้านบาท

ยอดที่ ๓ เป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ

เมื่อตัดงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังจํานวน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ออกจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเหลือตัวเลขที่รัฐบาลนํามาจัดสรรให้กับพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาลไปตามกระทรวงต่าง ๆ บริหารงบกลางปีเป็นเงินถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมคงไม่ไป พูดว่าพรรคไหน กระทรวงไหนได้ไปเท่าไรบ้าง เพราะเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว แต่มีคําถาม แรกที่อยากจะถามรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะประธานคณะกรรมการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ซึ่งท่านได้แถลง ต่อผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุม คชอ. เมื่อกลางเดือนมกราคม ๒๕๕๔ ขณะที่มี การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตั้งงบกลางปี สรุปว่าไม่มีความจําเป็นต้องตั้งงบกลางปี ๒๕๕๔ เพื่อใช้ฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ให้สัมภาษณ์อย่างนั้น ทั้งยืนยัน ว่ายังสามารถใช้งบเหลื่อมปีจากงบประมาณปี ๒๕๕๒ ถึงปี ๒๕๕๓ และงบประมาณ ไทยเข้มแข็งมาใช้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์คุม คชอ. ให้สัมภาษณ์ ยืนยันชัดเจนลงสื่อมวลชนทุกฉบับ แสดงว่าท่านมั่นใจในข้อมูลในตัวเลขที่ท่านมีอยู่ แต่เหตุไฉนเมื่อตั้งงบกลางปีกลับมีการตั้งงบเพื่อฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ น้ําท่วมเป็นเงินถึง ๙,๙๐๐ ล้านบาท เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จนเพื่อนสมาชิกกล่าวหาว่า มีการแบ่งเค้ก (Cake) ซึ่งผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อถึงขนาดนั้น แต่เดี๋ยวพวกผมคงจะคุยกัน สอบถามเป็นรายกระทรวง ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกับผมในการบรรยายที่ กกต. ว่าไม่ต้องห่วง แต่จากข้อมูลที่ผมได้และพฤติกรรมที่ผ่านมาโดยเฉพาะในการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ในหลายโครงการไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ ภัยแล้ง หรือน้ําท่วม น่าเป็นห่วงมากครับท่านประธาน ยกตัวอย่างกรณีอุทกภัย จากการตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านเจริญ จรรย์โกมล เป็นประธาน ร่วมกับ ป.ป.ท. ออกตรวจสอบโครงการพบว่ามีโครงการทุจริตจํานวนมากและ ป.ป.ท. ก็รายงานไปยังรัฐบาลแล้ว หรือยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งก็ได้ครับท่านประธาน เรียนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณาได้มาฟัง ผมยื่นกระทู้ถามสดเอง ถามท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสมัยประชุมที่ผ่านมา งบภัยแล้ง ๘๗๓ ล้านบาท งบกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดเป้าหมาย ทางการเมืองถึง ๘๗๓ ล้านบาท ใน ๘ จังหวัด และใน ๘๗๓ ล้านบาท ลงจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดเดียวถึง ๓๖๗ ล้านบาท ที่เหลืออีก ๗ จังหวัดได้ไปจิ๊บ ๆ จ๊อย ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี รับปากกับผมในสภาว่าจะตรวจสอบ พออาทิตย์ถัดมาได้พบกับท่านในห้องอาหารในสภา ท่านบอกกับผมว่าระงับโครงการทั้งหมดให้แล้ว นี่เข้าอีกสมัยประชุมหนึ่ง เมื่อวานนี้เองครับ ท่านประธาน ผมถามผู้รับผิดชอบแต่ไม่อยากจะเอ่ยชื่อให้เขาเดือดร้อน เขาบอกว่าเรื่องยัง ไม่ถูกสั่งให้ยุติ นี่มันอะไรกันครับท่านประธาน คําสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความหมาย หรืออย่างไร หรือเพราะว่ากฎเหล็ก ๙ ข้อของท่าน ท่านไม่เคยเอามาใช้กับพรรคร่วมรัฐบาล นอกจากพรรคของท่านเอง นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วงและเพื่อนสมาชิกก็เป็นห่วง

คําถามที่ ๒ ผมคงจะต้องขอถามท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านเป็นครูเก่า กรณีภัยพิบัติน้ําท่วมทั่วประเทศครั้งนี้ น่าเห็นใจโรงเรียนของ สพฐ. มากที่สุด ได้รับความเสียหายถึง ๔,๑๐๔ โรงเรียน คิดเป็น ค่าเสียหาย ๒,๓๔๒ ล้านบาท แต่ สพฐ. ได้รับงบกลางปีครั้งนี้เพียง ๑,๑๙๙ ล้านบาท จาก ๑,๓๒๒ ล้านบาท ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับ ที่น่าเห็นใจมากกว่านั้นครับท่านประธาน ในการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับโรงเรียนที่ถูกน้ําท่วม สพฐ. ได้เฉือนเนื้อ ของตัวเองจากงบเงินอุดหนุน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นเงิน ๑๖๒ ล้านบาท ไปบรรเทาความเดือดร้อน อยากถามท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ว่า โรงเรียนที่ถูกน้ําท่วม เป็นความเดือดร้อนลําดับแรกใช่ไหมที่จะต้องช่วยเหลือ ท่านได้ต่อสู้เพื่อให้ได้งบมาแก้ไข แก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานในความรับผิดชอบเต็มที่มากน้อยแค่ไหน ท่านไม่แปลกใจหรือว่า ทําไมพรรคภูมิใจไทยได้งบถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ของท่านซึ่งความเสียหายลําดับแรกควรจะได้กับโรงเรียนก่อน กลับได้แค่เพียง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่างกันเกือบสิบเท่า ทั้ง ๆ ที่จะว่าไปแล้ว โรงเรียนเหมือนบ้านหลังที่ ๒ ของลูกหลานของเรา หรือว่าผู้ใหญ่ของท่านบอกให้ยอม ๆ ไป เหมือนกับที่สัญญากันไว้ ตอนจัดตั้งรัฐบาล ทั้งเรื่องกระทรวงสําคัญ ๆ ที่ท่านให้พรรคร่วมรัฐบาลไป ทั้งเรื่องการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญที่สัญญากันไว้ คือสมาชิกของท่านบ่นให้ฟังเองว่าต้องยอม เพราะได้มี การสัญญิงสัญญากันไว้ในการตั้งรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ควรจะมาปนกับ ความเดือดร้อนของโรงเรียน ซึ่งผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ต้องการอย่างยิ่งที่จะไป ช่วยเหลือโรงเรียนที่ถูกน้ําท่วมให้ครบ แต่ที่มันไม่ครบเพราะอะไร ถูกกดดัน ถูกขอร้องมากกว่า หรือว่าไม่ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อทราบแล้ว ถ้าตรวจสอบเป็นอย่างนี้จริง ที่ท่านบอกว่า หากมีโครงการที่เหมาะสม ให้ตัดไปเลย ผมขอร้องอย่าตัดได้ไหม เอามาเพิ่มให้กับโรงเรียน ที่ถูกน้ําท่วมแล้วยังไม่ได้รับงบ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรี

คําถามข้อที่ ๓ คงขอถามไปยังท่านรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลงบท้องถิ่น งบกลางปี ๒๕๕๔ ปีนี้ ตั้งงบอุดหนุน ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเงิน ๕,๙๕๗.๔ ล้านบาท เป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๔,๙๔๐ ล้านบาท เป็นเบี้ยยังชีพคนพิการ ๑,๐๑๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทีแรกผมก็ ดีใจว่าเป็นแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจ คิดว่าท้องถิ่นคงจะได้รับงบไปบริหาร เพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนเองตามอํานาจหน้าที่ ที่ไหนได้ท่านประธานครับ ท้องถิ่นเป็นแค่ บุรุษไปรษณีย์รับเบี้ยยังชีพไปแจกตามนโยบายรัฐบาล ที่สําคัญมากกว่านั้น ผมได้เคยต่อสู้ ในเชิงความคิดให้กับท้องถิ่นในการอภิปรายในสภามา ๒ ปีติดต่อกัน กรณีรัฐบาลมีนโยบาย ประชานิยม แต่กลับมาเบียดบังงบในสัดส่วนที่ท้องถิ่นควรจะได้รับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๖ เปอร์เซ็นต์บ้าง ของรายได้ที่จัดเก็บได้ เพื่อเขาจะได้ไปพัฒนางบตามอํานาจหน้าที่ ของตัวเอง ยกตัวอย่าง งบปี ๒๕๕๔ รัฐบาลตั้งงบอุดหนุนให้ท้องถิ่น โครงการ อสม. เชิงรุก โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี ๓ โครงการนี้ครับท่านประธาน เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งรัฐบาลควรจะตั้งงบในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เมื่อเป็นนโยบาย ประชานิยมของรัฐบาล เช่น อสม. เชิงรุก ก็ควรจะตั้งงบในกระทรวงสาธารณสุข เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ก็ควรจะตั้งงบในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียนฟรี ๑๕ ปี ก็ควรจะตั้งงบในกระทรวงศึกษาธิการ หรือจะตั้งงบกลางก็ได้ ส่วนเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ไปอยู่ใน ๓ โครงการนั้น ควรเป็นสัดส่วนที่ท้องถิ่นเขาจะได้นําไป พัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ผมมีข้อมูลที่อยากจะชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาหน้าแห้งอกตรมครับ ไม่ใช่หน้าชื่นอกตรม เพราะงบประจํา งบลงทุน ต่างกันมากเหลือเกิน ผมยกตัวอย่างเอาในจังหวัดนครพนมของผม แค่อําเภอเดียวอําเภอเมืองนครพนม งบรายจ่ายประจํา ๙๒.๕๙ งบรายจ่ายเพื่อการลงทุน ๗.๔๑ ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธาน นอกนั้นงบอุดหนุนก็ยังมาอยู่ในส่วนกลาง ที่เวลาจะของบก็ต้องมาหา ท่านรัฐมนตรีหรือผู้มีบารมีของกระทรวงนั้น ๆ นี่คือสิ่งที่ท้องถิ่นเขาโอดโอยมาในปัจจุบันนี้ นอกจากมาหา ไม่ได้มาหาเปล่า อย่างน้อยก็จะต้องมีค่าเก๋าเจี๊ยะ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะได้โครงการไป เขารู้กันทั้งวงการ ทั้งท้องถิ่น และผู้รับเหมา ที่สําคัญไปมากกว่านั้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ท้องถิ่นเขาบ่น นอกจากงบเขาน้อยแล้วยังมาหาว่าเขาทุจริตอีก เขาพูดกับพวกผมที่อําเภอนาแก ผมจําคําพูดของผู้นําท้องถิ่นต่าง ๆ เหล่านั้นได้ เขาบอกว่า การกล่าวหาว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทุจริตนั้น จริง ๆ แล้วถ้ามันจะมีบ้าง หากรวมกันแล้ว ยังไม่เท่ากับรัฐมนตรีคนเดียวโกง หมายถึงทั้งท้องถิ่นทั่วประเทศนี่ หากจะมีทุจริตบ้าง ยังไม่เท่ากับรัฐมนตรีคนเดียวโกง ทําไมท้องถิ่นเขาพูดอย่างนั้น เพราะเขาบอกว่าเท่าที่รัฐมนตรี กําลังถูกตรวจสอบนี้ แต่ละโครงการเป็นพันล้านบาท เป็นร้อยล้านบาททั้งนั้น นี่คือสิ่งที่ ท้องถิ่นเขาสะท้อนมา สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่าน คงไม่ใช่ฝาก คงจะต้องถามท่านรัฐมนตรีบุญจง ว่าท่านจะบริหารจัดการอย่างไรที่จะให้ท้องถิ่นมีงบในการพัฒนา โดยนําโครงการที่เป็น โครงการประชานิยมไปไว้ในกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งงบประมาณ

ประเด็นสุดท้าย ผมคงจะต้องขอสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี งบกลางสําหรับ ใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินและจําเป็นของปี ๒๕๕๔ ยอดใหญ่ ๒.๖ แสนล้านบาท แต่มีงบที่ใช้จ่าย กรณีฉุกเฉินและจําเป็น ตั้งไว้ ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้มาชี้แจง ต่อวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ เพียงไตรมาสแรกที่ยังไม่เบิกนะครับ ที่เบิกไป อย่างที่ ท่านเจริญถามเมื่อเช้า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ยังไม่เบิก แต่อนุมัติแล้ว อนุมัติไปแล้ว ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้เหลือเพียง ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท ซึ่งจะต้องใช้ไปอีกจนสิ้นปี งบประมาณ ตั้งไว้ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนผมที่สอบถาม เจ้าหน้าที่ บอกว่า อย่างนี้ไม่น่าจะเรียกว่าใช้แล้วนะ ตั้งไว้ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เรียกว่าใช้จ่ายแล้ว ต้องเรียกว่าถลุง ถลุงงบกลางกันเพลิน อยากทราบว่า เอางบกลางไปใช้โครงการอะไรบ้าง ตรงกับการใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินและจําเป็นหรือไม่ เพราะ ทราบมาว่างบ ๖๙ ล้านบาท ที่ไปจ้างฝรั่งออกไอเดีย (Idea) ชั่งไข่เป็นกิโลกรัม ก็เบิกจาก ยอดนี้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นหรือไม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีเป็นข้อแรก

ข้อที่ ๒ งบ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จัดใหม่ได้ไหม โดยยึดข้อสังเกตของแบงก์ชาติ ที่เตือนสติว่าให้รัฐบาลให้ความสนใจต่อหนี้สาธารณะ เร่งปฏิรูปโครงสร้างภาษีและรายได้ หลีกเลี่ยงรายจ่ายที่เกิดจากโครงการประชานิยม เพิ่มความสําคัญกับรายจ่ายเพื่อการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มบทบาทการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อลดภาระ ของรัฐบาล โดยในส่วนงบ ๙,๙๐๐ ล้านบาทสําหรับภัยพิบัติ ไปขอใช้จากงบกลางซึ่งเหลืออีก ๑๑,๐๐ กว่าล้านบาท งบกลางในปีนี้ผมเห็นว่าใช้กันเร็วเกินไป และสิ่งที่อยากจะฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประเด็นสุดท้ายก็คือ งบของกรมทรัพยากรน้ํา ๙๙๘ ล้านบาท ในส่วนของงบที่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท เป็นเงิน ๔๗๓ ล้านบาท ๑๑๓ หน่วย ก็เป็นข้อมูลที่ผม เคยอภิปรายในสภาที่ผ่านมา แหล่งข่าวที่ได้มาไม่เคยพลาด ทราบมาว่ามีการแบ่งสันปันส่วน กันล่วงหน้า นําโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วมาทําโครงการใหม่ เมื่อสักครู่ประธาน คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ท่านเจริญ จรรย์โกมล จะได้มาลงรายละเอียดว่ามีโครงการที่ทราบมาว่าไม่ชอบมาพากลอย่างไรบ้าง และถ้าจะต้องตัด ตัดเอาไปให้กระทรวงศึกษาธิการได้ไหม ให้กับโรงเรียนที่ถูกน้ําท่วมเป็นลําดับแรก ผมขออภิปรายเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ นะครับ ๓ ประเด็นที่สอบถามมา

ประเด็นแรก เรื่องของปัญหาโครงการที่ท่านเคยตั้งกระทู้ถามผม ๘๐๐ ล้านบาท ขอยืนยันนะครับ เมื่อกี้ก็ตรวจสอบทางสํานักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ได้มีการระงับ การจ่ายเงินไว้ แล้วก็ทางหน่วยงานที่เคยนําเสนอโครงการจะต้องไปตัดโครงการต่าง ๆ ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ แล้วก็จะต้องมีการนําเสนอกลับไปยังคณะกรรมการซึ่งท่าน รองนายกรัฐมนตรีสนั่นเป็นประธานอีกครั้งหนึ่งครับก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีถ้าจะมีการ ดําเนินการ เพราะฉะนั้นที่ท่านสอบถามว่าระงับจริงหรือไม่ อะไร อย่างไร ยืนยันว่าจริง แล้วก็ยินดีที่จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป แล้วก็ขอขอบคุณที่ท่านให้ข้อมูล

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของท้องถิ่นครับ เรื่องของท้องถิ่น ผมก็ได้มีการหารือ กับท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ได้พูดคุยกับคนที่ทํางานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสวัสดิการนะครับ ไม่ใช่นโยบายประชานิยม นโยบายสวัสดิการที่ว่าก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ คนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งเราต้องการจะเปลี่ยนหลักคิดว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งก็เป็นเรื่อง ของหลักสวัสดิการ เราก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้เงินไม่ได้มากนะครับสําหรับที่เราให้กับ ผู้สูงอายุหรือผู้พิการแต่ละราย ๕๐๐ บาทต่อเดือนถือว่าน้อยมาก แล้วรัฐบาลก็ระมัดระวัง ในการที่จะไม่เพิ่มเงินตรงนี้ตราบเท่าที่เห็นว่ากําลังของเราทางด้านการเงิน การคลัง ยังไม่พร้อม แล้วก็สุดท้ายเราก็จะใช้วิธีการในการส่งเสริมการออม ดังที่เราได้มีการผลักดัน กฎหมาย กอช. หรือกองทุนเงินออมแห่งชาติผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ซึ่งก็ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณเพื่อนสมาชิกด้วย แต่ว่าอย่างนี้ครับ ที่จริงจะบอกว่าภารกิจเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจของ ท้องถิ่นเสียเลยก็คงไม่ใช่ ต้องยอมรับว่าก่อนหน้าที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามา ท้องถิ่นก็มี การปฏิบัติตามภารกิจเหล่านี้อยู่ด้วย แล้วก็คนที่ทํางานทางด้านสังคมก็ยังยืนยันว่าท้องถิ่น จะต้องมีบทบาท แต่กระนั้นก็ตามกระผมก็เห็นด้วยที่ว่าการจะนับเงินทั้งหมดอยู่ในสัดส่วน ของท้องถิ่นก็เป็นภาระกับท้องถิ่นมาก ผมก็ได้หารือกับทางท้องถิ่น แล้วก็นําเรื่องนี้เข้าสู่ ที่ประชุมของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ก็เห็นพ้องต้องกันว่า ๑. เงินของท้องถิ่น ที่เป็นสัดส่วนในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ สัดส่วนที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๒๖ เศษ ๆ จะต้อง ไม่ต่ํากว่านั้น ขณะเดียวกันก็จะเริ่มใช้คําว่า ทบทวน หรือถอดรายการบางอย่างเหล่านี้ให้กลับมานับอยู่ใน สัดส่วนของรัฐบาลในส่วนกลาง ขณะนี้ผมไล่ทําตัวเลขอยู่และก็คาดว่าน่าจะทําได้หมด ภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ คือใช้เวลา ๒ ปี เพราะฉะนั้นทิศทางเราตรงกันนะครับ แต่ว่าก็อยากจะกราบเรียนว่าท้องถิ่นยังต้องมีบทบาทอยู่ ผมเองทําหน้าที่ในการดูแลปัญหา เรื่องของผู้สูงอายุ ก็ยังมีการสอบถามว่าขณะนี้เราจ่ายเงิน ๒ ทาง ทางหนึ่งก็ผ่านท้องถิ่น อีกทางหนึ่งก็คือจ่ายผ่านระบบธนาคารโดยตรง ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ยังนิยมที่จะไปรับจาก ท้องถิ่นเป็นเงินสดอยู่ ท้องถิ่นก็ยังต้องมีบทบาทอยู่ แต่ทั้งหมดนี้อย่างที่กราบเรียนก็คือว่า เราก็ต้องการที่จะให้ท้องถิ่นยังคงมีบทบาทงานทางด้านสังคมด้วย ไม่ใช่เฉพาะ ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียว แต่ก็พร้อมที่จะลดรายการเหล่านี้ให้กลับเข้ามานับอยู่ เป็นงบในส่วนกลาง และก็คาดว่าจะดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ ปีงบประมาณ ที่เราจะจัดทําข้างหน้าต่อไป

ประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของงบกลางกับน้ําท่วม ผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะใช้ คําว่า ถลุง หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์อุทกภัย งบกลางก็คงใช้ไปตามปกติ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่มีเรื่องน้ําท่วม วันนี้ก็คงจะเหลืออยู่ประมาณสัก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าที่หมดไปทันที ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑. คือที่เราจําเป็นจริง ๆ ในการที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหา น้ําท่วม กรณีครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ขอเรียนนะครับว่าเราก็ระมัดระวัง ขณะนี้บางจังหวัดที่ยังล่าช้าอยู่เพราะเราตรวจสอบจริง ๆ ว่าต้องเป็นพี่น้องประชาชน ที่ประสบกับปัญหาเข้าหลักเกณฑ์ เนื่องจากบางพื้นที่ส่งชื่อมา ดูแล้วน่าจะเกินความเป็นจริง ส่วนที่ ๒ ซึ่งเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด ก็คือการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเกษตร ตรงนี้ละครับผมเชื่อว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับผมนะครับว่า ถ้าเรายังคงไปจ่ายไร่ละ ๖๐๐ บาท มันไม่ไหวหรอกครับสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น เราก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๐๐๐ บาท ถามว่าจะเอาเงินที่ไหน มันไม่มีเงินแหล่งอื่นหรอกครับ มันก็ต้องมาเอางบกลาง เพราะฉะนั้น งบกลางที่มันลดลงไปผิดปกติขณะนี้ ที่ท่านบอกเหลืออยู่ ๑๐,๐๐๐ กล่าล้านบาท ซึ่งปกตินี่ก็จะเหลือระดับนี้ประมาณเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ถูกต้องครับ แต่เป็นผลมาจากเรื่องของน้ําท่วมโดยตรง และรายการที่เราออกไปนี่จะเป็นรายการเฉพาะ ที่เห็นได้ชัด ก็คือว่าเงินไปใส่มือประชาชนจริง ๆ ผมกราบเรียนครับว่าในภาพรวม ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยท้วงติงมานี่ เราก็เข้าใจครับ แล้วก็ดําเนินการเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนร่วมกับเอกชนก็ทํา แต่อย่ามองว่าการที่เราช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเวลายากลําบาก แล้วเอาเงินเข้าไปในกระเป๋าเขานี่ มันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า ผมว่าวันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ที่รัฐบาลทํามา ๒ ปี ที่เราสามารถมาจัดงบกลางปีในวันนี้ได้ ก็เพราะว่าในที่สุดเงินเหล่านั้น หมุนกลับเข้ามาสู่การเป็นรายได้ของรัฐบาลจริง ๆ เราจะเห็นครับว่าหนี้สาธารณะ ที่เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งก็เพิ่งอภิปราย ๒-๓ เดือนมานี่ลดฮวบฮาบเลยนะครับ เพราะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากการที่เราพยุงกําลังซื้อของพี่น้องประชาชน นี่ก็เป็นคําตอบ อีกเช่นเดียวกันนะครับว่า ถามว่าไม่จัดงบกลางปีเรื่องน้ําท่วมเลยได้ไหม ผมก็ต้องตอบว่า ความจริงก็ได้นะครับ ได้ก็คืออะไรครับ

๑. ผมก็อาจใช้วิธีอนุมัติงบกลางไป แต่ตรงนั้นเพื่อนสมาชิกจะไม่มีโอกาส ได้มาตรวจสอบอย่างที่ได้ตรวจสอบวันนี้เลยนะครับ และในกรรมาธิการต่อไป ว่าเงินไปที่ไหน อย่างไรบ้าง ผมเองผมก็ไม่สบายใจครับว่าทําไมอํานาจกลัวจะมาอยู่ที่ผม ผมก็จึงเห็นว่า ถ้าผมเอาเงินไปจากงบกลาง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปใช้ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเสร็จแล้ว ก็ไปหาวิธีการในการเติมงบกลางซึ่งก็เคยทํากันนะครับ เพราะว่ามันก็ต้องมีวิธีการ บริหารจัดการ เคยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่เกิดสึนามิก็เหมือนกัน ที่จําเป็นจะต้องมีการใช้เงิน จํานวนมากสําหรับภัยพิบัติ ก็ต้องทํา แต่มันจะไม่ค่อยโปร่งใสครับ ผมก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นนี่ เอางบตรงนี้มาผ่านสภาเสียดีกว่า นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ถ้าผมเอาเงินจากงบกลาง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปทํา อย่างที่ว่านี่นะครับ วันนี้ผมก็สามารถมาเสนองบกลางปี แล้วก็ตั้งเป็นรายการงบกลาง ไม่ต้องมีรายการหรอกครับ ขอประทานโทษเหมือนสมัยรัฐบาล สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณทํานะครับ มาเสนองบกลางปีก็เป็นงบกลางเฉย ๆ สํารองฉุกเฉิน ไม่ต้องรู้หรอกครับ ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีไปใช้ ผมกลับคิดว่าไม่เป็นธรรมครับ ผมก็จะใช้กระบวนการตรงนี้ให้ท่านช่วยกลั่นกรองให้ผมด้วย ว่างบที่ไปใช้น้ําท่วมฟื้นฟู มันไปถูกที่ถูกทางแล้วหรือยัง ขณะเดียวกันผมก็ต้องพยายามบริหารจัดการงบกลาง ที่เหลืออยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษนะครับ ท่านสอบถามรัฐมนตรี ทั้งหลายได้ว่า จากเคยซึ่งมักจะมีอะไรก็มาของบกลาง ๆ ปีนี้เราก็ค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขัน ชัดเจนครับว่าหลายกระทรวงขอมา เราก็บอกว่าต้องไปปรับงบประจําปี ไปปรับรายการ ภายในของเขาเสียก่อน อันนี้ก็คิดว่าเรียนให้ทราบในประเด็นที่ท่านได้สอบถามผมมาโดยตรง นะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรี ก็รัฐมนตรีจะได้ชี้แจงต่อไปครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ ผมขอลําดับชื่อผู้อภิปราย ท่านมีชื่ออภิปรายอยู่แล้วล่ะครับ คงไม่ต้องใช้สิทธิ พาดพิงหรอกครับ ประเดี๋ยวอภิปรายเลย ก็จะมีท่านอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ แล้วก็ ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะครับ

(นายเจริญ จรรย์โกมล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านเจริญจะประท้วงหรือครับ หรืออย่างไรครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขอชี้แจงนิดเดียว เพราะว่าอาจจะเสียหาย ได้นะครับ สั้น ๆ นิดเดียวไม่ถึงหนึ่งนาที คืออย่างนี้ครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เมื่อกี้ท่านชวลิตได้อภิปรายถึงเรื่อง ของการใช้จ่ายเงินงบกลาง ๘๗๓ ล้านบาทให้กับภัยพิบัติ ๘ จังหวัด อันนี้คณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณนี้นะครับ ได้ทําหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เพื่อที่จะขอให้ระงับโครงการนี้ทั้งหมด เพราะไม่มีความจําเป็น เมื่อกี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าได้สั่งระงับแล้ว แต่จากเอกสารที่ผมได้รับมา คือที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ข้าราชการประจํานี่นะครับ ก็ได้รายงานอย่างนี้นะครับ เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจนในช่วงสุดท้ายคือบอกว่า สําหรับประเด็นเรื่องการเสนอขอให้ ยกเลิกคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ตามเอกสาร แนบที่ ๔ แนบที่ ๔ ก็คือ รายงานที่ผมได้เสนอเข้าไปนะครับ รองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ พิจารณาแล้วเห็นสมควรให้เป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ท่านยังไม่สั่งเลยครับ เป็นดุลยพินิจของท่านนะครับ ลงชื่อ นายระพีพันธุ์ สริวัฒน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ สํานักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านยังไม่สั่งเลยครับ อันนี้ผม ชี้แจงอย่างนี้นะครับเพื่อให้เข้าใจ ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าท่านยกเลิกแล้ว ไม่ใช่ ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ผมขอความชัดเจนอีกนิดได้ไหมครับ ที่บอกว่ายังไม่ได้สั่ง เรื่องไหนนะครับ แต่เรื่องงบประมาณเขารายงานมา แล้วผมก็ยังสั่งไปว่า ขอให้สํานักงบประมาณยืนยันข้อเท็จจริงมา เพราะว่าผมได้พูดคุยกับทางสํานักงบประมาณ ไว้แล้วนะครับ เมื่อกี้ผมตรวจสอบกับสํานักงบประมาณอีก ประเด็นก็คือว่าขณะนี้เงินที่ได้ มีการจัดสรรไปจะไม่มีการจ่ายนะครับ ขณะเดียวกันหน่วยงานซึ่งเคยทําโครงการเหล่านี้ ขึ้นมา เขากําลังกลับไปดู ถ้าเขาจะใช้เงินเขาจะต้องเสนอกลับมาใหม่ผ่านคณะกรรมการ ของท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นครับ ฉะนั้นความหมายก็คือว่าที่ท่านทักท้วงเอาไว้ ๘๐๐ กว่าล้านบาทนั้นผมก็ได้ดําเนินการตามนั้นนะครับ แต่เมื่อกี้ฟังไม่ถนัดครับที่บอกว่า ยังไม่ได้ยกเลิกอะไรสักอย่างนี้ครับ จะได้ไปตรวจสอบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวให้ท่านชวลิตได้ชี้แจงเพิ่มเติมก่อน

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องงบภัยแล้ง ๘๗๓ ล้านบาทนะครับ โดยเงื่อนไขของโครงการว่า ไม่สามารถที่จะใช้งบประมาณเหลื่อมปีหรือข้ามปีงบประมาณได้ ต้องสั่งยุติประการเดียวครับ ต้องสั่งยุติประการเดียว แต่ขณะนี้เรื่องเก็บไว้เฉย ๆ เรื่องเก็บไว้ ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ายังไม่มีการสั่งยุติโครงการ ถ้ายุติโครงการ งบ ๘๗๓ ล้านบาท รัฐบาลก็จะได้ เอาไปทําอย่างอื่นได้นะครับ ในขณะเดียวกันหากยังเก็บไว้อยู่อย่างนี้ก็เป็นที่น่าเคลือบแคลง ว่าจะเอาไปทําเป็นประการใดได้อีกหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางผมก็ติดตามลําบากครับ แต่เมื่อ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบอย่างนี้แล้ว วันนี้กรุณาสั่งยุติลงไปเลยครับเรื่องจะได้จบนะครับ

ประการที่ ๒ สิ่งที่ผมได้อภิปรายเรื่องงบกลาง ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ทางสมาชิกอยากได้รายละเอียดครับว่าเอาไปทําอะไรบ้าง ใน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอให้กับเพื่อนสมาชิกทั้งหลายทุกคนด้วย ไม่ใช่เฉพาะผมนะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนะครับ เอาเรื่องหลังก่อนนะครับที่อยากได้ รายละเอียดงบกลางที่ใช้ไป คงจะไม่มีปัญหา เดี๋ยวทางสํานักงบประมาณคงจะจัดให้ได้ครับ ส่วนประเด็นเรื่องของงบ ๘ จังหวัดที่ว่านะครับ อันนี้หนังสือเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ จากสํานักงบประมาณถึงผม ยืนยันอย่างนี้ครับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระงับ การจัดสรรงบประมาณไปยัง ๘ จังหวัดแล้วครับ แต่ว่าที่ท่านบอกว่ายังไม่ได้ยุติทั้งหมด ก็ถูกต้องนะครับ คือว่าเมื่อทราบข้อมูลผมก็บอกว่าจะไประงับตรวจสอบ ก็ไประงับ เสร็จแล้ว เขาจะต้องไปดําเนินการ จังหวัดต่าง ๆ เขาจะต้องไปทบทวนเรื่องทั้งหมดแล้วเสนอผ่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสนั่นมาอีกที ถ้ามันไม่เหมาะสมก็ไม่ดําเนินการ ก็เท่านั้นเองครับ แต่ว่าประเด็นก็คือว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระงับการจัดสรรงบประมาณ ไปยัง ๘ จังหวัดแล้วครับ อันนี้หนังสือสํานักงบประมาณมาถึงผม ยืนยันเมื่อวันที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่ผมได้รับหนังสือจากท่านแล้วสอบถามไปให้ยืนยันเรื่องนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญผู้อภิปรายท่านต่อไป ท่านอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ครับ

นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ นครราชสีมา 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน เกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ นั้น ก่อนผมจะเข้าสู่เรื่องนั้นผมกราบเรียนเลยว่า ณ เวลานี้ครับ เมื่อวานนี้ผมได้ดูโทรทัศน์ช่องหอยม่วงนะครับ พื้นที่ของอําเภอพิมายนั้น เกิดอุทกภัยน้ํา ไม่มีแล้วนะครับ เกิดภัยแล้งแล้วครับ บริเวณที่น้ําท่วมมากที่สุดของอําเภอ พิมาย บริเวณลําจักราช ที่แข่งเรือนะครับ งบประมาณเพิ่มเติมรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ยังไม่ได้ใช้เลย แต่เกิดอุทกภัยน้ําท่วมแล้ว ให้รัฐบาลเข้าไปดูแลแก้ไขเร่งด่วนเลยครับ จริง ๆ แล้วนั้นงบประมาณปี ๒๕๕๔ นั้นเป็นงบประมาณเพิ่มเติม อยากกราบเรียนเลยว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม งบประมาณปี ๒๕๕๔ กรมทางหลวงแผ่นดินได้งบประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ส่วนกรมทางหลวงชนบทได้ ๑,๑๐๐ ล้านบาท รวมกันนี้กระทรวงคมนาคม ได้งบประมาณ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ในส่วนของอําเภอพิมายเป็นพื้นที่ที่รับน้ําของจังหวัด นครราชสีมา โดยภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าไม่ว่าน้ําท่วมอําเภอปักธงชัยก็ดี น้ําท่วม อําเภอเมือง หรือน้ําท่วมอําเภอโนนสูง ทุกที่นั้นจะไหลมาที่อําเภอพิมายเป็นแหล่งรับน้ํา ของอําเภอ ในส่วนสถานที่ราชการ ท่านไปดูได้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาได้ไป เยี่ยมแล้วไปแจกถุงยังชีพ พื้นที่ตรงนั้นคือพื้นที่สถานที่ราชการที่ท่านไปแจก พื้นที่ตรงนั้น ท่วมทุกปีนะครับ เห็นได้ว่างบประมาณของทางหลวงแผ่นดินนั้น งบประมาณของทางหลวง แผ่นดินขอไปทั้งหมดมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกคือบูรณะซ่อมแซมทางหลวงชนบท ทางหลวง แผ่นดิน ๒๐๖ หรือ ๒๐๖ บายพาส (Bypass) ซึ่งเป็นถนนที่เป็นวงกลมล้อมรอบเขตเทศบาล อําเภอพิมาย ตรงจุดนี้ครับคือถนนที่มีปัญหาสําหรับอําเภอพิมาย ตั้งแต่ตลาดแคถึงวังหิน น้ําท่วมทุกครั้งจะมีปัญหาเรื่องถนนสาย ๒๐๖ ตลอด งบประมาณเกี่ยวกับอุทกภัยน้ําท่วมนั้น อยากกราบเรียนว่าทางหลวงนั้นได้ของบประมาณ ๖๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขอุทกภัยน้ําท่วม ของการแก้ไขอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลจัดให้แค่ ๔๐ ล้านบาท เพื่อทําทางน้ําไหลในส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งทางศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ ๑ พิจิตร โดยนายพรชัย มิ่งขวัญ ทําหนังสือ ถึง ผอ. แขวงนครราชสีมา ๑ อยู่ ๒ ส่วนคือ ส่วนที่ ๑ ก็คือ ๑๑ โครงการ ๑๙๓ ล้านบาท ในส่วนที่ ๒ นั้น ๑๒ โครงการ ๑๔๓ ล้านบาท รวมทั้งหมด แขวง ๑ เสนอของบประมาณ ทั้งหมด ๓๓๖ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมครับว่า ๓๓๖ ล้านบาทนั้น มีโครงการของอําเภอพิมายที่เกิดปัญหาน้ําท่วม คือสะพานบริเวณในเขตเทศบาลอําเภอพิมายอยู่ ๗ สะพาน อําเภอพิมาย ในเขตเทศบาล มีอยู่ ๑๑ สะพาน ๗ สะพานนั้นคือปัญหา คือระดับต่ําจะต้องยกสะพานให้สูงขึ้น โดยทุบสะพานเก่า งบประมาณที่ขอไปคือประมาณ ๗๐ ล้านบาท แต่งบประมาณตรงนี้ ไม่มีให้ครับ ผมถามหน่อยว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าจะแก้ไขอําเภอพิมายไม่ให้เกิด น้ําท่วมนั้น เราจะต้องหางบประมาณ ๗๐ ล้านบาท ยกสะพานตัวนี้ให้สูงขึ้น ของทางหลวง ๒๐๖ และ ๒๐๖ บายพาส นี่คือส่วนหนึ่งของการแก้ไขของอําเภอพิมาย ยังไม่พอครับ งบประมาณ ของทางหลวงชนบท ท่านเห็นไหมครับว่างบประมาณของทางหลวงชนบทนั้นเล่มนี้คือเล่ม งบประมาณที่ทางหลวงชนบทขอมา ทั้งหมด ๓๙ โครงการ ๕๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๓๙ โครงการนั้นมีของอําเภอพิมาย ๑๑ เส้นทาง จริงอยู่ของอําเภอพิมาย ๖ เส้นทาง ที่เกิดน้ําท่วม แต่อําเภอพิมายได้ ๑ เส้นทาง ก็คือสายไทรงามถึงโนนแดง เส้นทางนี้ขอไป ๕๐ ล้านบาท ได้มา ๒๙ ล้านบาท แก้ไขปัญหาน้ําท่วมในเขตพื้นที่ของตําบลท่าหลวง ตําบลชีวาน ตําบลกระชอน ตําบลดงใหญ่ แล้วไปทะลุโนนแดง อีกส่วนหนึ่ง ก็คือถนนสาย ๓๐๓๖ ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทอยู่บริเวณสี่แยกพิมายเมืองใหม่ ผ่าน อบต. ตําบลสัมฤทธิ์ ไปบ้านดอนหวาย บ้านโนนโพธิ์ไปตําบลธารละหลอด เส้นทางนี้ของบประมาณ ในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้กับอําเภอพิมายนั้น ๖๐ ล้านบาท ๖๐ ล้านบาท ทําอะไรบ้างครับ ๖๐ ล้านบาทนั้นก็คือทําเป็นทางน้ําไหล ๑๑ แห่ง สร้างสะพานเพิ่มอีก ๓ แห่ง แต่งบประมาณตรงนี้ไม่มี รับรองได้เลยว่าฤดูหน้าฝนปีต่อไปนี้น้ําท่วมอําเภอพิมาย อีกอย่างแน่นอน ถ้านายกรัฐมนตรีไม่จัดงบประมาณ ๒ เส้นทางนี้ให้กับอําเภอพิมาย นี่คือปัญหาน้ําท่วมของอําเภอพิมาย จะเห็นได้ว่าน้ําท่วมทุกครั้งนั้นอําเภอพิมายคือแหล่งรับน้ํา ไม่ว่าน้ําท่วมอําเภอปักธงชัยเมื่อไร อําเภอพิมายคือน้ําท่วมทุกครั้ง รัฐบาลต้องเห็นครับว่า จุดไหนคือจุดที่เราจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน นี่คือส่วนหนึ่ง ท่านอย่าลืมมองถึง ความเสียหายของไร่นาที่เกิดอุทกภัยน้ําท่วมนั้น ปีหนึ่งเสียหายเท่าไรครับ อําเภอพิมายนั้นมี ๑๒ ตําบล ปีนี้ท่วม ๑๐ ตําบล ไร่นาเสียหายหมด ๑๐ ตําบล เสียหายกี่ร้อยล้านบาท ในส่วนของอําเภอชุมพวง อยากกราบเรียนเลยว่าอําเภอชุมพวงนั้นของบประมาณมาอยู่ ๒ ส่วน คือถนนสายชุมพวง-ประทาย ชุมพวง-ประทายนั้นของบประมาณมา ๖๕ ล้านบาท เที่ยวแรกของบประมาณมา ๓๕ ล้านบาท ๓๕ ล้านบาทนั้นทําทางน้ําไหลและขยายสะพาน ไม่ให้น้ําท่วมอําเภอชุมพวง แต่งบประมาณนี้ก็ไม่มีให้อีก ต่อไปน้ําก็จะท่วมอําเภอชุมพวง ต่อไปอีก การแก้ไขปัญหานั้นต้องมองถึงปัญหาที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เพราะถนนนั้น ไปขวางทางน้ํา หน่วยงานราชการขอมา มันมีความจําเป็นของความเสียหายนั้นเกิดขึ้น เราจะต้องหางบประมาณให้ครับ ในส่วนของอําเภอเมืองยาง ท่านคงนึกได้ว่าบ้านค่ายลิง ตําบลเมืองยาง อําเภอเมืองยางนั้นเป็นอําเภอสุดท้ายของจังหวัดนครราชสีมา ท่านเคยเห็น ไหมครับว่าน้ําท่วมหลังคาชั้นที่ ๒ บ้านสองชั้นเหลือแต่หลังคา แต่งบประมาณในการที่จะ แก้ไขปัญหาถนนสายเมืองยาง-ลําทะเมนชัย ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทนั้นนะครับ ขอมาเกี่ยวกับการแก้ไขตรงจุดนี้ ๓๙ ล้านบาท ทําทางน้ําไหล ทําสะพานเพิ่มไม่ให้น้ําท่วม อําเภอชุมพวง อําเภอเมืองยาง และอําเภอลําทะเมนชัย ซึ่งเป็นอําเภอสุดท้ายของ จังหวัดนครราชสีมา แต่ก็ไม่ได้งบประมาณ น้ําท่วมครั้งแรกนั้นท่านคงจําได้ว่า ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงไอซีที (ICT) นั้นไปแจกถุงยังชีพในช่วงกลางคืนในวันนั้น ออกมาเกือบไม่ได้ เพราะอะไรครับน้ํามามาก ตอนเข้าไปนี้น้ํายังไม่มีเลยครับ ตอนมานี้รถจีเอ็มซี (GMC) ครึ่งล้อครับ นี่คือการที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด ไม่ถูกความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน นายกรัฐมนตรีแทนที่จะมานั่งฟังผม ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีไปไหน คณะรัฐมนตรีไปไหน หายไปหมดเลยครับ จริง ๆ แล้วนั้นควรจะตอบว่าความเสียหายตรงนี้ จะหาวิธีใดแก้ไขหางบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาเรื่องถนน ของ ๓ อําเภอนี้ ส่วนของกรมชลประทาน ผมเคยหารือของอําเภอพิมายนั้นจะต้องแก้ไข ปัญหาเรื่องของท่านางสระผม ซึ่งมีบานประตูอยู่ ๒ บาน เราจะต้องทําบานประตูเพิ่มอีก ๒ บาน เพื่อแก้ไขปัญหาของอําเภอพิมาย บริเวณลําสะแทดนั้น เดิมมีบานประตูอยู่ ๒ บานแล้ว ทําเพิ่ม น้ําก็ยังท่วมอยู่ ควรจะทําเพิ่มอีก ๒ บาน เป็น ๖ บาน เพื่อแก้ไขปัญหาของ ตําบลชีวาน ตําบลดงใหญ่ และอําเภอโดนแดง ซึ่งเกิดน้ําท่วมเป็นประจําทุกปี จริง ๆ แล้ว งบประมาณตรงจุดนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณแก้ไขของอําเภอพิมาย อําเภอชุมพวง แทบจะไม่มีเลย เรามองดูถึงความจําเป็นและความสําคัญของพี่น้องประธานว่า อุทยานประวัติศาสตร์นั้นอยู่ในเขตเทศบาลอําเภอพิมาย ปกติน้ําไม่เคยท่วม ทําไมปีนี้น้ําท่วม และปีนี้รัฐบาลก็จัดให้แค่ ๔๐ ล้านบาท แก้ไขปัญหาของถนน ๒๐๖ บายพาสแค่นั้นเอง ในส่วนทางหลวงชนบท นม. ๓๐๓๖ นครราชสีมานั้นไม่ได้งบประมาณในการแก้ไข ยกระดับ สะพาน งบประมาณ ๗๐ ล้านบาทนั้นก็ไม่ได้ครับ นี่คือความใจแคบของรัฐบาล ขอบพระคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงผู้อภิปรายท่านต่อไป สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบล ตําบลท่าข้าม อําเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ๑๕๐ ท่านที่มาเยือนสภา ขณะนี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศฺริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็อยากจะขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดมานั่งฟังด้วย เรียนท่านประธานนะครับ ว่าอยากจะเชิญท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องที่ผมจะนําเรียนจากนี้ไปเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับนายกรัฐมนตรีโดยตรงในการตัดสินใจ ท่านประธานครับ สมาชิกในซีกของฝ่ายค้านได้มี การอภิปรายถึงหลักการและวิธีการที่สํานักงบประมาณได้จัดทํา ภายใต้การสั่งการของ รัฐบาลในเรื่องของการขออนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าผมได้อ่านดู ในหลักการและเหตุผล ซึ่งก็เป็นที่ที่จะทําให้ผมต้องถามนะครับว่าการใช้เหตุผลในครั้งนี้ ถูกต้องหรือไม่ เหตุผลนะครับ โดยที่รัฐบาลมีความจําเป็นใช้จ่ายในการดําเนินการฟื้นฟูและ แก้ไขปัญหาผลกระทบอันเนื่องจากเกิดภัยพิบัติ ในข้อที่ ๑ เป็นวงเงินถึง ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แล้วแยกรายการออกไปว่าเพื่อจัดสรรตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจาก ภัยพิบัติ จํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท เหตุผลในข้อที่ ๒ กับข้อที่ ๓ ที่ผมต้องถามครับว่า ทําไมในข้อที่ ๒ กับข้อที่ ๓ ไม่เป็นหัวข้อเดียว เพราะถ้าดูตามกฎหมายแล้วรายได้ที่เกิดจากการจัดเก็บ วิธีการเขียนมันก็ควรจะต้อง เพื่อจัดสรรตามแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครองนะครับ แล้วก็ใส่ไปเลยว่า จํานวน ๕,๙๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านกลับไปแยกว่าเพื่อจัดสรรตามแผนงานสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เรียนตามตรงนะครับว่า สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นไว้ ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยนะครับ แต่สิ่งที่สมาชิกไม่ได้กล่าวนั้น ผมก็ขออนุญาตต้องนําเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าสิ่งที่ตัวกระผมตรวจพบครับว่าการใช้จ่าย เม็ดเงินในครั้งนี้ดูเสมือนว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันก็คือเรื่องผลกระทบ ก็คือเป็นการฟื้นฟู ผลกระทบจากภัยพิบัติ มันฟังดูแล้วคงจะเป็นเหตุผลที่น่าจะพิจารณา แต่ถ้าดูเหตุผลแล้ว ท่านประธานครับ ในกระทรวง ทบวง กรม ที่จะได้รับเงินสนับสนุน ผมชักจะเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปราย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านเป็นพรรคร่วมรัฐบาลท่านก็มีความคิดนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม มันตรงประเด็นกับที่ผมจะพูดนะครับว่าปัญหาภัยพิบัติที่มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน มันเกิดขึ้นจากน้ําครับ น้ําที่มันเกิดขึ้นอย่างไม่มีระบบ ในจํานวน ๗๐ กว่าจังหวัดที่เราได้รับ การรายงาน จํานวน ๖๗ จังหวัดครับท่าน ต้องขอประทานโทษ มีขอรับการสนับสนุนผ่าน กระทรวงมหาดไทย ๓๘ จังหวัด ท่านประธานครับ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเกิดจากน้ําครับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของผมก็น้ําครับ จังหวัดลพบุรีก็น้ํา โคราชก็น้ํา หลาย ๆ จังหวัด ที่ผมไม่ได้เอ่ย ล้วนเกิดขึ้นจากภัยพิบัติก็คือเรื่องน้ําทั้งสิ้น แต่เรามองการแก้ปัญหาครั้งนี้ ของรัฐบาลผ่านหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ท่านประธานลองคิดตามสิครับ มันเป็นเรื่อง ของการเยียวยา มันเป็นเรื่องของการตอบสนองความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาล อย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากคิดอย่างนั้น แต่ผมอดที่จะคิดไม่ได้นะครับ ว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายนั้นมันแก้ไม่ตรงกับประเด็น ของภัยพิบัติ มันเป็นเรื่องของการเยียวยา อย่าบอกเลยว่าฟื้นฟูครับ แล้วผมก็ไม่เชื่อว่า นี่เป็นความคิดของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ท่านเชื่อหรือไม่ น้ําไม่มีทางเดินนะครับทุกวันนี้ จังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบ พี่น้องชาวอีสานหลายจังหวัดได้รับผลกระทบ เพราะน้ํา ไม่รู้จะไปทางไหน แต่เราดูงบประมาณสิครับว่าเขาจัดกันอย่างไร กระทรวงคมนาคม ไปซ่อมแซมถนน ไปดูแลถนนที่เกิดจากภัยพิบัติ ทําไมไม่ใส่สะพาน ไม่ใส่บล็อก คอนเวิร์ท (Block convert) เข้าไปละครับ เพราะน้ํามันไม่มีทางเดิน มันไม่รู้จะไปไหน จังหวัดลพบุรี ที่อําเภอบ้านหมี่ครั้งที่แล้วจมนะครับ ก็อยากดูว่างบประมาณที่ไปทําให้อําเภอบ้านหมี่ พ้นจากน้ําท่วม ถ้าเกิดฝนตกในฤดูกาลต่อไปจะทําอย่างไร ไม่มีครับ อาคารบังคับน้ํา ที่เขาเรียก ขออนุญาตเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษนะครับ บล็อก คอนเวิร์ท เป็นทางระบายน้ําที่ เรารู้นะครับว่าถนนมันเจริญ มันก็มาบล็อก (Block) ทางเดินน้ํา มีไหมครับรัฐบาลเขียนไว้ ไม่มีครับ น้อยครับ มีแต่งานซ่อมแซมฝาย ประตูน้ํา ที่มันเกิดจากผลกระทบครั้งที่แล้ว เพราะฉะนั้นในภาพรวม ภาพแม็คโคร (Macro) หรือภาพใหญ่ ๆ ไม่มีครับต่อเนื่อง แผนการพัฒนา ลุ่มน้ํา ที่เรียนตามตรงนะครับว่าผมได้อ่านแล้ว ได้รับฟังจากการชี้แจงจากกรรมาธิการ ที่พิจารณาจากสภาแห่งนี้ไป ไม่ได้มีสอดรับกับแนวทาง แม้กระทั่งจะของบเพิ่มเติม เพื่อเป็นการจุดประกายหรือเป็นการเตรียมเพื่อจะแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต ไม่มี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เราดูก็เกิดขึ้นนะครับ ในหน่วยงานของกรมชลประทาน เช่นกันครับ ไปซ่อมฝาย ไปซ่อมประตูน้ํา ซ่อมจริงหรือไม่ เดี๋ยวกรรมาธิการก็จะไปดู นายกรัฐมนตรีส่งซีดี บอกว่างวดนี้บันทึกใส่ซีดีให้เรียบร้อย เมื่อกี้ผมเอาไปไร้ท์ (Write) มาดูแล้วครับ ท่านประธานครับ ประมาณจากนี่ ผมสูง ๑๗๐ เซนติเมตร ตอนนี้ก็ประมาณครึ่งเอวของผมคงจะได้ ไม่รู้จะจัดทําอย่างไรให้สมาชิก ไปอ่าน ส่งก่อนครึ่งชั่วโมง ไม่ถึงหรอกครับ ในห้องประชุม สุกเอาเผากิน ผมคิดว่ามันน่าจะ หมดไปแล้ว มันไม่น่าจะเกิดขึ้นในยุคของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามต่อครับท่านประธาน ผมได้ดูของกรมชลประทาน ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นงบอย่างที่นําเรียนให้ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจังหวัดที่ประสบอุทกภัยแบบที่เราเห็นว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าถามว่าทุกวันนี้ เป็นอย่างไรครับ มันแห้งหมดแล้ว มันเป็นฤดูแล้ง มันมองไม่เห็นภาพหรอกครับ เราถ่ายภาพ ไว้ตอนนั้นคือภาพของน้ําท่วม แต่เราเท่ากับเอาไปฟื้นฟู จริงครับ แต่ถามว่าปีต่อไปจะ ทําอย่างไร และมันใช้เงินเกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ อันนี้นายกรัฐมนตรีต้องตอบ สิ่งที่ ผมตามไปอีกว่าผมคิดว่ารัฐบาลแห่งนี้น่าที่จะประกาศนะครับว่าการแก้ปัญหาน้ํานั้น เป็นวาระแห่งชาติ ไม่มีครับ กล้า ๆ หน่อยครับ ถ้าอยากจะเป็นรัฐบาลต่อก็กล้าที่จะประกาศครับ ว่าน้ําเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เงินครั้งนี้ ๙๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปทําอะไร ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ลงไปถึงภาคใต้ ท่านไม่รู้หรือครับว่าภัยพิบัติที่มันเกิดขึ้นนั้นจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ไม่มีการจุดประกายว่า จะแก้ปัญหาน้ําอย่างเป็นระบบอย่างไรในคําของบประมาณครั้งนี้ นี่มันทําให้เห็นนะครับว่า เป็นการใช้จ่ายเม็ดเงินต่างตอบแทนหรือเปล่า

ท่านประธานครับ เราได้ดูนะครับว่าหลายกระทรวงจนไปถึงกระทรวง มหาดไทย ที่ผมบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งตรงนี้เถอะ เดี๋ยวจะบอกให้ เพราะอะไร ที่ผมต้องพูดอย่างนั้น จริง ๆ ท่านเสนอแล้ว สู่สภาก็น่าจะเป็นหน้าที่ของสมาชิก แต่เหตุผล ที่ท่านชวลิตได้กล่าวไว้ ขออนุญาตนะครับ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ มันยังไม่เพียงพอแล้วก็ไม่ได้ รับคําตอบในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจ พี่น้อง ท้องถิ่นเขาฝากผมมา หลงดีใจ จัดงบเพิ่มเติมครั้งนี้ท้องถิ่นได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท มันมีให้เห็น แล้วว่าจะเอาไปทําอะไร มันเป็นงบที่รัฐบาลหาเสียงทั้งนั้น แล้วยังไปเขียนไว้ว่า อยู่ในวัตถุประสงค์ ก็คืออุดหนุนทั่วไป ท่านลองตอบผมหน่อยสิครับว่าอย่างนี้เขาเรียก อุดหนุนทั่วไปหรืออุดหนุนเฉพาะกิจ คําถามของผมถามนายกรัฐมนตรี ภารกิจที่ท่านหยิบยื่น ให้กับท้องถิ่น ที่ผมเรียนคณะกรรมการการกระจายอํานาจไปแล้วว่าท่านต้องไปเปลี่ยนหมวด สิ่งที่ท่านให้เขาทํา ผมยกตัวอย่าง ขออนุญาตอ่านไว ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภาแห่งนี้ บริการสาธารณสุข บริการอาหารกลางวัน บริการอาหารเสริม บริการเบี้ยยังชีพ บริการ เบี้ยยังชีพคนพิการ เบี้ยยังชีพผู้ป่วยเอดส์ สงเคราะห์คนชรา โครงการ อสม. อสม. นี่ท่าน เขียนถูกฝั่งครับ สนับสนุนและเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ แต่ฝั่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ท่านไปเขียนไว้ อุดหนุนทั่วไป ท่านตอบผมหน่อยสิครับว่าอย่างนี้เขาเรียกอุดหนุนทั่วไปหรือ อุดหนุนทั่วไป ในนิยามของมันก็คือทั่วไป เงินเหลือนี่ท้องถิ่นเขาจะได้ไปทําอย่างอื่นได้ แต่มีขั้นตอนในการขออนุมัติ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ครั้งนี้ท่านให้ไป ๒ ก้อน ก้อนที่ ๑ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก้อนที่ ๒ ๑,๐๑๗ ล้านบาท รวมแล้ว ๕,๙๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาฝากบอกผมมานะครับว่าเมื่อไรจะจริงใจเสียที นอกจากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงจะเขี้ยวแล้ว ผู้ดูแลท้องถิ่นนะครับ นายกรัฐมนตรีเองก็เอาหูเอานาเอาตาไปกัมพูชาหรือเอาตาไปไร่ ผมก็ ไม่ทราบ ไม่เคยให้ความสนใจ แต่นี่คือบทบาทหน้าที่หนึ่งในฐานะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ในส่วนของผมนั้นเรียกร้องให้ท่านได้โปรดเถอะครับ คณะกรรมการกระจายอํานาจนั้น มีหน้าที่ดูแลแล้วจัดสรรและพิจารณาให้ท้องถิ่นได้รับเม็ดเงิน หรือได้รับการดูแลตามสภาพ ที่เขาพึงจะได้รับ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีทําแบบนี้ผมคิดว่าท่านไม่มีความจริงใจในการกระจาย อํานาจ และท่านก็ไม่ใช้บทบาทหน้าที่ของท่านในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการกระจาย อํานาจในทิศทางที่ควรจะเป็น ผมฝากไว้นะครับ เพราะว่าในเรื่องอื่น ๆ นั้น สมาชิก เขาเข้าคิวกันเยอะ ผมขอแสดงในส่วนนี้เท่านี้ครับ และรอคําตอบ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี ท่านมีเวลา ๗ นาทีนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันต้องขอชื่นชมรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บริหารประเทศจนเศรษฐกิจดีขึ้น สามารถเก็บภาษีได้มาก สามารถตั้งงบประมาณกลางปี ในครั้งนี้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะให้กําลังใจ

อีกประการหนึ่งคือ ดิฉันฟังท่านผู้อภิปรายบอกว่าการตั้งงบประมาณนี้ไม่ใช่ ความคิดของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ตั้งงบแบบต่างตอบแทน ดิฉันมองว่า ถ้าท่านบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีความคิด ดิฉันว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีสมองนะคะ ไม่ใช่ว่าใช้ ไขสันหลัง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคืองบต่างตอบแทนดิฉันฟังมาตั้งแต่เช้าแล้ว บอกว่าแบ่งกัน แบ่งเค้กให้พรรคโน้นให้พรรคนี้ ดิฉันจะตอบแทนแล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบไปแล้วว่า กระทรวงคมนาคมก็ต้องให้กระทรวงคมนาคมเป็นคนทํา แล้วงบกระทรวงคมนาคมมันก็ต้อง ใช้เงินมาก แต่เมื่องบประมาณของกระทรวงคมนาคมมาก ดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาลว่า นโยบายของรัฐบาลเป็นนโยบายที่ดี แล้วก็เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ถ้าได้รับการแก้ไข ก็จะได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ถ้าเราได้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เราอย่ามองทางด้านการเมืองมากเกินไป เมื่อการเมือง มองทางด้าน การเมือง บอกฝ่ายรัฐบาลแบ่งให้พรรคโน้นพรรคนี้ จะให้พรรคร่วมรัฐบาลได้แตกคอกัน ดิฉันว่ามันก็ไม่ถูกนะคะ

อีกประการหนึ่ง คือเมื่อนโยบายดีแล้วก็อยากจะฝากทางข้าราชการประจําด้วย แล้วก็โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ ให้ช่วยลงไปดูเกี่ยวกับการปฏิบัติว่า เมื่องบประมาณลงไปแล้ว การปฏิบัติ ปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่ไปฮั้วกัน แล้วก็งบประมาณ มันไม่ได้ไปถึงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนะคะ อย่างงบประมาณ ๑๐๐ บาท ก็ควรจะถึงกับประชาชนให้เต็ม ๑๐๐ บาท ถ้าไม่เต็ม ๑๐๐ บาท จริง ๆ ๙๙ บาทก็ยังดี ไม่ใช่ ๑๐๐ บาท ไปถึงพี่น้องประชาชน ๗๐ บาท ดิฉันก็ไม่เห็นด้วย เพราะดิฉันแอนตี้ (Anti) มากเลยเกี่ยวกับการทุจริต ดิฉันก็แช่งทุกครั้งที่ลุกขึ้นอภิปราย ดิฉันจัดรายการวิทยุในจังหวัด ดิฉันก็แช่งคนที่โกงกินให้มีอันเป็นไปทุกคนเลย เพราะฉะนั้นดิฉันก็คิดว่างบประมาณอันนี้ต้อง ถึงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วก็ข้าราชการประจําก็เช่นกัน โดยเฉพาะ คนที่ตรวจรับงาน ถ้าไม่ได้สเปก (Spec) คุณไปตรวจรับ ฮั้วกัน ข้าราชการก็กินใต้โต๊ะด้วย ดิฉันคิดว่ารัฐบาลต้องเอาจริง บุคคลพวกนี้จะต้องหมดไปจากประเทศไทย แล้วก็ต้องให้ออก จากราชการด้วย

อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการที่ตั้งงบประมาณนี้จะต้องมีคณะกรรมาธิการไป พิจารณา ก็อยากจะฝากกรรมาธิการให้ดูให้ละเอียด ว่าโครงการไหนมันเกิดจากภัยพิบัติจริง ๆ หรือว่าโครงการไหนไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติ แต่เอามาใส่ในโครงการที่เป็นภัยพิบัติ แล้วภัยพิบัติจริง ๆ ก็ไม่ได้รับ ก็ไปเอาโครงการ ที่ไม่เป็นภัยพิบัติ มันเลยทําให้เป็นข้อครหานินทา

แล้วอีกประการหนึ่งคือการตั้งงบ เมื่อไปพิจารณาแล้วดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ ที่จะตั้งคณะอนุกรรมาธิการ การตั้งคณะอนุกรรมาธิการที่ผ่านมา งบประมาณปี ๒๕๕๔ นี้ ดิฉันได้นั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ดิฉันได้เห็น พฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ชอบมาพากลมาก แล้วเป็นอย่างนี้มาสงสัยจะดึกดําบรรพ์แล้ว ดิฉันว่า มันน่าจะแก้ไขนะคะ เมื่อตั้งคณะอนุกรรมาธิการไป อนุกรรมาธิการบางคนไปทุบหัว ข้าราชการ เอางบประมาณไปลงพื้นที่ตัวเอง ซื้อขายงบประมาณอะไรนี่ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วย นะคะ มันเสียหายนะคะ

แล้วก็อีกประการหนึ่ง คืองบประมาณถ้าเกิดตัดไปแล้วโครงการไหนถ้าเกิด คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วไม่เป็นความจริง ขอให้ตัดเป็นโครงการไปเลยนะคะ ไม่ต้อง แปรญัตติกลับเข้ามา ถ้าแปรญัตติกลับเข้ามาเป็นอีแร้งอีก อีแร้งรุมทึ้งหมดเลย งบนี้ พอรุมทึ้งเสร็จ ไม่ได้ครบทุกจังหวัด ด่ารัฐบาลอีก โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ดิฉันพูดได้เลย ถ้าเกิด สมมุติว่าแปรญัตติเข้ามา ฝ่ายค้านไม่ได้ ฝ่ายค้านก็ต้องด่ารัฐบาล แล้วฝ่ายรัฐบาลเอง มันก็ไม่ได้ครบทุกจังหวัด เพราะจังหวัดที่ไม่เกิดภัยพิบัติก็อยากจะได้งบนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าคณะกรรมาธิการไปดูแล้วไม่เสียหาย ตัดคืนคลังไปเลยค่ะ ห้ามแปรญัตติเข้ามา จะได้เอา เงินไปทําอย่างอื่น

อีกประการหนึ่งคือเรื่องราคากลาง ราคากลางก็อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันเห็นแล้วประเทศชาติมันเสียหายเยอะ ราคากลางตั้งไว้สูงมากเลย ดิฉันนั่งเป็นประธาน ดิฉันตัดงบ ๒๐๐ ล้านบาท ดิฉันถามว่าทําได้ไหม ตัดแล้ว ๒๐๐ ล้านบาท ทําได้อีก นี่มันน่า โมโหไหมคะ งบประมาณตั้งไว้เผื่อให้คณะกรรมาธิการมานั่งตัด เพราะฉะนั้นก็ฝาก ผอ. สํานักงบประมาณนะคะ ซึ่งเป็นสตรี ซึ่งขี้เหนียว ประหยัดอะไรนี่ ดิฉันก็เห็นด้วยว่า ให้ละเอียดถี่ถ้วนกับการตั้งงบประมาณนะคะว่าต้องให้ราคาไม่สูง เพราะว่าตัด ๒๐๐ ล้านบาทยังทําได้นี่มันเหลือเกินจริง ๆ เงินจะได้ไปทําอย่างอื่นให้กับประเทศชาติ ไม่ใช่มาเผื่อให้คณะกรรมาธิการตัด พอคณะกรรมาธิการไม่ได้ตัด คณะกรรมาธิการโง่ สวาปามเลย อย่างนี้ไม่ถูกต้องนะคะ

แล้วอีกประการหนึ่ง คือเรื่องเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบ ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย กับการโอนเปลี่ยนแปลงงบ เพราะฉะนั้นอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีนะคะว่าถ้างบนี้ ผ่านไปแล้วเกิดไม่ได้ทํา ห้ามโอนเปลี่ยนแปลงงบ คืนคลังอีกเช่นกัน ไม่อย่างนั้นก็จะโอน เปลี่ยนแปลงงบไปลงบางจังหวัด แล้วไปกระจุก ไปขโมยของเพื่อนเขา เวลาขอ ขอกระจาย แต่เวลางบผ่านสภาผ่านไปกระจุก พอกระจุกเสร็จก็โอนไปลงจังหวัดของตัวเอง ทําให้เพื่อน ต้องเสียผลประโยชน์ตรงนี้ ประชาชนก็ไม่ได้รับผลประโยชน์ที่รัฐบาลจัดสรรไป ก็ไปลงเป็น บางจังหวัดเท่านั้น

อีกประการหนึ่ง คือเรื่องค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าจ้างที่ปรึกษานี้ตั้งไว้มากมาย แล้วดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่าบางทีตั้งไปแล้วให้ลูกเมียของผู้บริหารนั้น ๆ ไปเป็น ที่ปรึกษา ค่าจ้างที่ปรึกษามากเกินไป ต้องตัดค่ะ

ประการสุดท้าย คือเรื่องทุจริต ถ้าเกิดมีการทุจริตงบเพิ่มเติม วันนี้ขอให้ทาง ท่านนายกรัฐมนตรีเอาจริง เอาความผิดกับข้าราชการที่ไปรู้เห็นกับการโกงกินอันนี้ ขอให้ ไล่ออกไปเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านวิชาญ ในนามสภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ท่านอาสาสมัครป้องกันภัย และบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสมุทรสงคราม ที่มาเยี่ยมชมสภาในวันนี้ ขณะนี้สภากําลัง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เชิญท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งกําลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเองอ้างว่ามีความเดือดร้อน มีความจําเป็น แล้วก็มีการจัดเก็บ งบประมาณเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงได้มีการดําเนินการในการจัดทํางบประมาณเพื่อขออนุมัติต่อสภา ผมเองคงไม่ปฏิเสธว่า ถ้าเป็นเรื่องความเดือดร้อนจริง ๆ ถ้าเป็นเรื่องจําเป็น พวกเราเองในฐานะสมาชิกแห่งสภา ผู้แทนราษฎรก็คงจะมีความเห็นตรงกันในเรื่องของการดูแลและบรรเทา ความเดือดร้อน แต่ในขณะนี้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ต้องลําดับกลับไปครับท่านประธาน งบประมาณของ รัฐบาลชุดนี้มาจากแหล่งเงินก็คือ การกู้ และการใช้จ่ายเงินที่ตั้งงบประมาณเผื่อไว้ข้างหน้า จนกระทั่งวันนี้ท่านจะเห็นว่าในหมวด แม้กระทั่งเงินเพิ่มเติม ท่านจะอ้างว่าจะใช้จ่ายเม็ดเงิน แสนล้านบาท แต่กลับไปใช้จ่ายจริง ๆ ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในตัวเลขที่ผมมองแล้วว่าใน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้จริง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณ ซึ่งเอาไปชดใช้เงินคงคลังที่อ้างถึง แต่ถ้าดู ๒ ก้อนนี้จากตัวเลขที่เกิดขึ้นนี้ รัฐบาลบอกว่า จํานวนเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้มียอดต่าง ๆ ที่รัฐบาลเองไปกําหนดแนวทางนโยบายไว้ ผมคิดว่าเป็นแนวทางนโยบายซึ่งทุกพรรคทุกรัฐบาลเองก็คงจะต้องดําเนินการตามที่ตัวเอง ได้ตั้งเป้าไว้ แต่วันนี้พอมาดูแล้วตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเอาไปใช้จ่ายแต่ละหมวดเกี่ยวข้องกับในเรื่อง ของปัญหา ซึ่งรัฐบาลเองไปกําหนดแนวทางนโยบายไว้ทั้งนั้นล่ะครับ ไม่ว่าในเรื่องของการไป ชดเชย ชดใช้ ในเรื่องของเงินค่าดูแลคนพิการ ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของเงินที่ไป ชดเชยเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเรื่องระบบราชการ ซึ่งตรงนี้เพื่อนสมาชิกหลายคนก็ชี้ให้เห็น แล้วว่ามันไม่ควรจะเอาเงินดังกล่าวไปใช้ แต่เมื่อมีการตั้งงบแล้วต้องเอาเงินไปคืนรัฐบาล ก็เลยถือโอกาสใช้ยอดดังกล่าวนั้นไปคืนงบดังกล่าว ท่านประธานครับ สิ่งที่นํามาซึ่ง การทําผิดพลาดต่อวิธีการงบประมาณก็คือ วันนี้แทนที่จะเอาเม็ดเงินงบประมาณที่มีทั้งหมด ไปใช้จ่ายไว้ตั้งในงบประจําปี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระเกี่ยวกับการจัดเก็บและเป็นการคํานวณ เงินล่วงหน้า โดยอ้างว่าจัดเก็บเกินต่อเดือนใน ๓ เดือน แล้วก็คูณด้วยจํานวน ๔ ครั้งเข้าไปว่า มันเกินอยู่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาตัวเลข ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ แต่จริง ๆ แล้วการคาดการณ์ดังกล่าวเป็นการคาดคะเน ท่านไม่ลองคาดคะเนในลักษณะ มุมกลับบ้างว่าถ้าเกิดเศรษฐกิจมันไม่โตอย่างที่ว่า มันจะเกิดปัญหาก็คือว่าเราอนุมัติเงินไป แล้วก็ไปสร้างปัญหา แล้วการสร้างปัญหาวันนี้รัฐบาลสร้างปัญหามามากแล้วครับ ในท้องถิ่น ต่าง ๆ เขามาบ่นมาว่าครับว่าแม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร วันนี้ต้องยืมเงินสะสม แล้วขอ อนุมัติเงินสะสมกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นงบกลางเหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเพราะอะไร ผมไปสอบถามนี่ เขาทนการทวงเงินของพี่น้อง ในกลุ่มผู้สูงอายุไม่ได้ รวมถึงในกลุ่มของ อสส. หรือ อสม. ไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ดําเนินการ การตั้งงบประมาณในวิธีการสุกเอาเผากิน แล้วดําเนินการจัดทํางบประมาณโดยวิธีการไม่มี การคํานวณเบื้องต้นว่าจําเป็นต้องใช้จ่ายเม็ดเงินเท่าไร เพียงแต่ตั้งกรอบไว้ในหมวดนั้น แล้วไม่ได้สนใจครับว่าเงินจะลงอย่างไร สุดท้ายทุกภาคส่วนในกลุ่มต่าง ๆ ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ก็ประสบปัญหาเหมือนกัน ก็ต้องเอาเม็ดเงินนี้นะครับ แทนที่จะเอาไปพัฒนา ไปดูแลในด้านอื่น กลับต้องมาใช้ในเรื่องของ การจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเขามาทวงถาม เพราะคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในกลุ่มของท้องถิ่นนั้นส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้งเป็นประการแรก

ประการที่ ๒ รัฐบาลอ้างว่าจีดีพี (GDP) มันจะโตประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตามเอกสารที่ประมาณการ แต่ประมาณการใหม่นี่ก็บอกว่าประมาณ ๔.๕ ๓.๕ ถึง ๔.๕ อยู่ประมาณนี้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อนี่อยู่ประมาณ ๒ ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ จากหนังสือเอกสารงบประมาณ จนถึงอัตราเงินเฟ้อ ณ ปัจจุบันที่มีการนําเสนอเข้ามาใหม่ ก่อนที่จะมีการตั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ว่า ๒.๕ ถึง ๓.๕ แต่ผลสุดท้ายนี่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า การดําเนินการในขณะนี้ตั้งแต่รัฐบาลประกาศว่ามีอัตราเงินเดือนให้กับ ภาคประชาชน และปรับเงินเดือนให้กับระบบราชการ ทั้งเอกชน และราชการ และ รัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมที่ประกาศออกมา จนถึงวันนี้เงินต่าง ๆ ยังไม่ทัน ได้ขึ้นหรอกครับเงินเดือน เพราะเขาขึ้นกันประมาณเดือนเมษายน สุดท้ายผลปรากฏ คือสิ่งของ ราคาของสินค้าต่าง ๆ ขึ้นมาหมดครับ รวมถึงที่เขามีการตรวจสอบแล้วคือ เรื่องปัจจัยในเรื่องของการอุปโภคบริโภค ขึ้นมากกว่า ๖ เปอร์เซ็นต์ และยังขึ้นในส่วนของ การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์อีก ๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานหมวดที่เป็นหมวดสําคัญนี่ เมื่อมีอัตราเพดานในเรื่องของการใช้จ่ายเงินที่สูงขึ้น ผลกระทบกับประชาชนแสดงให้เห็นว่า วันนี้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่รัฐบาลคุยว่าจะสามารถควบคุมอยู่ในตัวเลขไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ออกไปขณะนี้ประมาณการว่า ๓.๕ ถึง ๔.๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว นี่ย่อมแสดงว่าน้ํามันขึ้น ข้าวของขึ้น ค่าแรงขึ้น ทุกอย่างขึ้นหมด ท้ายที่สุดก็จะมีปัญหาในการจัดเก็บคนเองนะครับ ที่รัฐบาลดูว่าตัวเลขการตกงาน ว่างงานว่างขึ้นนั้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลไปใช้เม็ดเงินงบประมาณ ในไทยเข้มแข็งต่าง ๆ มันเป็นผลส่วนหนึ่ง แต่หลังจากที่มีราคาสินค้าที่ขึ้นมากแล้วนี่การบริโภค ก็จะลดลง คนเองก็ต้องระวังตัวครับ เพราะการใช้จ่ายเงินนั้นมันเกี่ยวข้อง ดังนั้น การคาดคะเนในการจะจัดเก็บเม็ดเงินงบประมาณให้เป็นไปตามการประมาณการ ๓ เดือน เท่านั้นเองคงไม่พอ แต่เราไปประมาณการเพื่อของบประมาณไปจนสิ้นปีงบประมาณ ยิ่งไม่ชอบ ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตว่า ณ วันนี้เหตุที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติ ผมชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ มา เริ่มปัญหาน้ําท่วม รัฐบาลชุดนี้เองไม่ได้ดําเนินการ ดูแลแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนโดยตรงและเร่งด่วน จะเห็นว่าภาคส่วนสื่อสารมวลชน อีกต่างหากที่เข้าไปดูแล ช่อง ๓ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับ สรยุทธ์เป็นคนที่ดําเนินรายการ รายการแรก โดยแต่เช้านําปัญหาว่าเกิดอุทกภัยน้ําท่วมตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดลพบุรี ไล่มา และท่วมอย่างฉับพลันครับ รัฐบาลก็มัวแต่จด ๆ จ้อง ๆ ดูว่าเหตุการณ์ มันเป็นอย่างไร การจัดทําในเรื่องของการเตรียมการ แม้กระทั่งพยากรณ์อากาศว่าปีนี้ จะมีฝนชุก ฝนตก ก็ไม่ได้มีการเตรียมการ เม็ดเงินงบประมาณที่เคยลงไปอยู่ในกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเป็นกรมหลักในการที่จะจัดซื้อจัดหาสิ่งต่าง ๆ ก็ไม่มีการจัดทํา งบประมาณลงไปในลักษณะของการช่วยเหลือ แต่กลับไปส่งให้กับในแต่ละจังหวัด เพื่อดําเนินการ การดําเนินการอย่างนั้นก็ล่าช้าไปแล้วครับ เพราะบอกว่าแต่ละจังหวัด สามารถใช้อํานาจตัวเอง ๑ ล้านบาทเบื้องต้นในการดําเนินการ และเพิ่มไปถึง ๑๐ ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ท้ายที่สุดการดําเนินการดังกล่าวนี่ประสบความล้มเหลว ภาคเอกชน ลงไปดําเนินการ โดยจะเห็นจากข่าวต่าง ๆ นะครับ เช่นในเรื่องของการเปรียบเทียบว่า บทบาทของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แก้ไขน้ําท่วมแตกต่างกับสมัยทักษิณ ซึ่งดูแลแก้ไขสึนามิ ซึ่งเร็วมากครับ สึกนามินี่เร็วมาก แต่รัฐบาลทักษิณนี่เข้าไปดูแลดําเนินการและแก้ไขโดยเร็ว คนตาย คนบาดเจ็บ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่น้ําท่วม ๕๐ กว่าจังหวัด คนตายเป็นจํานวนร้อย ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน ไม่มีการเตรียมการดูแล ไม่มีการระบายน้ํา ไม่มีการป้องกันใด ๆ ทั้งสิ้น กรมบรรเทาสาธารณภัยเองอ้าปากอย่างเดียวครับ ไปร้องขอในส่วนของภาคเอกชน ด้วยซ้ํา เพราะหน่วยงานตรงนี้ต้องเป็นหลัก กับไปร้องขอหอการค้าไทย-จีน ไปร้องหอการค้าต่าง ๆ หอการค้าไทย หอการค้าอุตสาหกรรม รวมถึงสิ่งและองค์กรต่าง ๆ ที่จะร้องขอได้ นี่คือกลายเป็นว่าภาครัฐไปขอการสนับสนุนจากภาคเอกชน แล้วผมถามว่า การบริหารงานอย่างนี้ผิดพลาดหรือเปล่า ล้มเหลวตั้งแต่กระดานแรก ประชาชนแทนที่จะ ได้รับความช่วยเหลือ ตกทุกข์ได้ยากอยู่ในบริเวณภัยพิบัติไม่สามารถออกมาได้ สื่อมวลชนเอง ระดมคนและกําลังต่าง ๆ เข้าไปช่วยเหลือ แม้กระทั่งเรือ ก็ไม่มีพาหนะต่าง ๆ คอยจัดซื้อเรือ อย่างเดียวครับท่านประธาน คนต่าง ๆ เวชภัณฑ์ยา กระทรวงสาธารณสุขเองก็ไม่ได้รับการ ตอบสนอง สิ่งนี้หรือเรียกว่าการทํางานในระบบราชการ มีอย่างเดียวครับที่ออกมาก็คือเรื่อง ทุจริต ที่เขาเขียนไว้ว่ามีการทุจริตในการจัดซื้อเป็นจํานวนมาก นี่เห็นเทียบเคียงได้ครับว่า จํานวนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถุงยังชีพที่ลงไป ของต่าง ๆ ที่ลงไปไม่เน่าก็เสีย ไม่เสียก็มีปัญหา ในเรื่องของการจัดซื้อ ซึ่งมีราคาแพงกว่าปกติ ท่านประธานครับ ตัวเลขต่าง ๆ นี้ มีความพยายามที่จะบอกกล่าวว่ารัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือ แต่ท้ายที่สุดการช่วยเหลือ จนกระทั่งน้ําท่วมทางใต้ ก็เห็นอยู่ภาคเดียวครับ ที่ทั้งนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีลงไป ตรวจเยี่ยมอย่างเข้มแข็ง แต่ส่วนทางอีสานนั้นเข้าใจว่ามาตรฐานเดียวกันหรือเปล่า ผมไม่ทราบ เพราะกว่าจะมีเม็ดเงินงบประมาณมาลง มาดูแลพี่น้องชาวอีสานและภาคกลาง เสียหายไปหมดแล้วครับ และการชดเชยดูแลในเรื่องของเงินที่มาลงนี่ ในส่วนของการบริหาร จัดการ ท่านบอกว่าท่านได้ดําเนินการในเรื่องของการอนุมัติโดย ครม. มีมติเกี่ยวกับเรื่องการ อนุมัติช่วยเหลือต่อครัวเรือนเพิ่มอีก ๕,๐๐๐ บาท ผมถามว่าเงินที่ช่วยเหลือต่อครัวเรือนอีก ๕,๐๐๐ บาท จะเป็นเม็ดเงินเท่าไรไม่ทราบ แต่ในขณะนี้นั้นสิ่งที่เสียหายนั้นจํานวนครัวเรือน คือ ๓๗๓,๑๘๒ ครัวเรือน ๕,๐๐๐ บาทท่านคูณเข้าไป เป็นเงิน ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท ท่านใช้ งบกลางฉุกเฉินจําเป็นไปแล้ว จะเหลือเท่าไรผมไม่ทราบ เพราะท่านเพียงแต่บอกตัวเลข แล้วก็บอกว่าใช้ไปเท่านั้น แต่ผมทราบมาว่าในส่วนของการอนุมัติตามมติ ครม. ครั้งหนึ่งนี่ สามารถอนุมัติได้ ๑๐๐ ล้านบาท โดยอํานาจไม่เกินในส่วนของนายกรัฐมนตรี การกระทํา บางอย่างนั้นส่อเจตนาว่าการจัดทํางบประมาณในเรื่องดังกล่าว ณ ขณะวันนี้นั้นเป็นการ แก้ไขที่ปลายเหตุ ดูจากการจัดทํางบประมาณแล้ว เพื่อไปซ่อม ไปฟื้นฟู ไปดําเนินการ สิ่งต่าง ๆ ถามท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่านบอกว่าเอาซีดีมาให้พวกเราดูว่ามีผลและเหตุ อย่างไรในการจัดทํางบประมาณ มันฟังไม่ขึ้นครับ ที่บอกว่าฟังไม่ขึ้นเพราะว่าการเตรียมการ ตั้งแต่แรกก่อนที่จะเกิดความเสียหายถึงทรัพย์สินและชีวิตประชาชน วันนี้ไม่ได้มีการ เตรียมการใด ๆ เลย จึงเกิดบานปลายและในสถานการณ์ โดยหยิบยกประเด็นแต่ว่าเกิด อุทกภัยอย่างร้ายแรง ท่านประธานครับ ในประเทศของเรานี้ทุกปีจะมีฤดูฝน การเตรียมการ ในส่วนของการผันน้ํา ๒๕ ลุ่มน้ํา ก็ไม่ได้มีการเตรียมการเท่าที่ควร งบประมาณ แทนที่เรา เตือนแล้วบอกว่าให้พยายามใส่ลงไปในภาคเกษตร ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีจํานวนเงินน้อย ถ้าคิดเทียบกับกระทรวงอื่น ท่านประธานครับ ผมเองมีแนวความคิด อันหนึ่ง ซึ่งขออนุญาตบอกเรียนกล่าวท่านประธานว่า ณ วันนี้เงินงบประมาณซึ่งอยู่ ในเอกสารประกอบนี้ หน้า ๔๑ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทําไมล่ะครับว่าเม็ดเงินงบประมาณที่ตั้งไปแล้ว การเบิกจ่ายอย่างกระทรวงกลาโหม ใช้ไปเพียง ๒๕.๘๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงศึกษาธิการใช้ไป ๓๖.๒๘ เปอร์เซ็นต์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ใช้ไป ๒๑.๗๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดที่ตัวเลขแล้วที่จะต้องเอามาใช้ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่ปรับลดตัวเลขในนี้ ในเมื่อมีการเปลี่ยนการใช้งบประมาณอยู่ สม่ําเสมอโดยคณะรัฐมนตรีในยุคนี้ตลอด โดยเฉพาะเม็ดเงินงบประมาณที่ผ่านตั้งแต่ ๒ ปีงบประมาณมานี้ รัฐบาลเองไม่เคยที่จะปฏิบัติตามรายละเอียดหรือรายการที่ผ่าน จากสภาในพระราชบัญญัติแนบท้ายงบประมาณทุกอย่าง ผมจึงมีความเห็นว่างบประมาณ ทั้งหมดในขณะนี้ของประเทศใช้ไปเพียง ๓๘.๓๒ เปอร์เซ็นต์ สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นอยู่นี่ เป็นตัวเลขที่สามารถปรับลดได้ หรือสามารถชะลอได้ เพราะบางโครงการเองนั้นในขณะนี้อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน อยู่ในพื้นที่ประสบภัย ผมคิดว่า การดําเนินการในเรื่องดังกล่าวที่เห็นเป็นรูปธรรม ณ วันนี้ยังมองไม่ออกครับท่านประธาน ผมขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าสิ่งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น มันเป็นเหตุการณ์ที่รัฐบาลเองไม่สามารถป้องกันและแก้ไข หรือช่วยเหลือได้หรือไม่ครับ เพราะเอกสารที่ผมนํามาอ้างอิงนั้นเป็นเอกสารสื่อทั้งนั้นล่ะครับ เขาต่อว่ารัฐบาล เขาบอกว่า รัฐบาลไม่มีความพยายามในการป้องกันแก้ไข จึงเกิดความเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีผู้ล้มตายจากเหตุการณ์ดังกล่าว อันนี้เป็นคําถามอันหนึ่งนะครับ

คําถามที่ ๒ ทําไมรัฐบาลไม่พยายามปรับเปลี่ยนงบประมาณในแต่ละกระทรวง ซึ่งอ้างว่ามีความเดือดร้อนจําเป็นที่อยากจะใช้งบประมาณดังกล่าวให้มากที่สุด อย่างกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนว่าในวันนี้สิ่งที่เสียหายมันน้อยมากกับตัวเลขที่รัฐบาล บอกว่าเรียนฟรี แล้วเอาเงินไปลงในส่วนหนึ่ง ถ้าเราสามารถปรับเปลี่ยน ถึงอย่างไรก็เรียนฟรี จ่ายเงินทุกเงินล่ะครับ ผมเองได้รับเอกสารไม่อยากพูดครับ อัตราคนที่เออร์ลี (Early) ไป ยังไม่ได้รับกรอบคืนเลยครับ ๑๐,๐๐๐ กว่าเกือบ ๒๐,๐๐๐ รายที่เออร์ลีไป ตั้งเขาคืนมา อย่างบางโรงเรียนเออร์ลีไป ๕-๑๐ คน ได้คืนมา ๑-๒ คนเป็นภาระครับ ต้องไปหาจ้างคน เพิ่มขึ้นมา เอารัดเอาเปรียบเขาหรือเปล่า อย่างนี้เป็นประเด็นปัญหา ซึ่งผมคิดว่าในกรอบ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ งบประมาณประจําปี สามารถที่จะดําเนินการ ปรับเปลี่ยนได้ แล้วสามารถที่จะดึงเม็ดเงินงบประมาณ แทนที่จะต้องมาอาศัยสภาเพื่อขอ เม็ดเงินงบประมาณ

ส่วนสุดท้ายผมขออนุญาตครับท่านประธานผมยังติดใจ ที่บอกว่าติดใจก็คือ ว่าหลายคนที่มาชี้แจงโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการจัดทํางบประมาณ ในครั้งนี้นั้น คํานึงถึงเหตุผลความเดือดร้อนและความจําเป็น และมีซีดีที่มาถ่ายบันทึกภาพ ออกมา แต่ผมดูในรายละเอียดสาระแล้วเป็นเรื่องของการดูในเรื่องของการขุด การป้องกัน น้ําท่วมไม่มี มีแต่การขุดเพื่อรักษาลํารางหรือท่อระบายน้ํา หรือลํารางระบายน้ําต่าง ๆ แต่วิธีการ ในการจัดทํางบประมาณเป็นการฟื้นฟู ทําไมเราไม่ดูว่ารายละเอียดที่มากกว่าการฟื้นฟู ทําไม ไม่ทําให้มันมีลักษณะของการเตรียมการเพื่อป้องกันแผนน้ําท่วมไปในตัว ในนี้ไม่มีการเขียน แต่เขียนว่าเมื่อมันเสียหายแล้วก็ต้องไปฟื้นฟู เมื่อมันเสียหายจากการกระทําของน้ํา ก็เอา งบประมาณไปใส่เติม ไปชดเชยกับพี่น้องประชาชน สุดท้ายมันก็เหมือนเดิมครับ ปีหน้า ฝนตก น้ําท่วม เสียหายเหมือนเก่า และท้ายที่สุดประชาชนก็เดือดร้อนกับการชดเชยตัวเลข ซึ่งไม่เป็นธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อกี้บอกครับว่าตัวเลขมันไป ๒,๐๐๐ กว่าบาท ตอนที่ น้ําท่วมในส่วนของนา แต่จริง ๆ แล้วพืชไร่ถ้าเขาจะเก็บข้าวได้เขาลงทุนถึง ๕,๐๐๐ บาท บางที่มีการออกข่าวว่าเกี่ยวข้าวใต้น้ํา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ลักษณะการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีเพิ่มเติมตรงนี้กับการใช้จ่ายงบประมาณ และสมดุลในการจัดเก็บนั้นไม่บาลานซ์ (Balance) กัน ดังนั้นผมจึงไม่สามารถที่จะรับ ร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ได้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพื่อความสะดวกของท่านสมาชิกในการเตรียมการอภิปรายนะครับ ผมขออ่านรายชื่อผู้ที่จะ อภิปรายตามลําดับดังนี้นะครับ จากนี้จะเป็นท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แล้วก็ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านผุสดี ตามไท ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ท่านรณฤทธิชัย คานเขต ท่านอํานวย คลังผา ท่านเจือ ราชสีห์ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ ๗ นาทีครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยครับกับงบกลางปี ๒๕๕๔ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าให้อธิบายลงไปถึงลึก ๆ ว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ชัด ๆ ว่ามีอะไรบ้าง แบ่งเป็น ๓ หมวด ง่าย ๆ หมวดแรกชดเชยเงินคงคลัง ตัวเลขกลม ๆ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ ๒ ก็คือว่า นําไปช่วยเรื่องภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ ๓ คือนําลงไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวนเลขกลม ๆ ๖,๐๐๐ ล้านบาท อธิบายจาก ข้างล่างขึ้นข้างบนครับ ตัวแรกก่อนการนําไปช่วยเอาเงินไปอุดหนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็เป็นไปตามระเบียบแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจในการปกครองท้องถิ่น นี่นะครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องแบ่งไป จัดสรรงบประมาณทุกครั้งห้ามต่ํากว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องไปอุดหนุนให้กับท้องถิ่นที่คิดจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อุดหนุน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถามว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไรบ้าง แต่ไปดู ๒ เรื่อง

เรื่องแรกเอาไปทําเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการประมาณ ๔,๙๐๐ ล้านบาท เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าภารกิจเรื่องการดูแลคนพิการและสูงอายุนั้น ได้ถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นที่มาจากประชาชน มีการยึดโยงเขารู้ฐานข้อมูลชัดเจนว่าเบี้ยคนพิการต้องจ่ายใคร เขารู้ว่าคนพิการอยู่ที่ไหน คนสูงอายุอยู่ที่ไหนครับ ไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลางครับ เพราะฉะนั้น ภารกิจนี้เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรงอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ครับ อีกส่วนหนึ่ง ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็เอาเป็นเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมสาระตะแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาทเป็นไปตามระเบียบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเกินอีกต่างหาก ในส่วนแรก

ส่วนที่ ๒ ครับ เงินภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ขาดไปอีกแค่ ๑๐๐ ล้านบาท ก็จะครบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้ชัดเจนนะครับ แล้วก็ครั้งนี้ผมเห็นเป็นซีดีแบบนี้ แล้วประทับใจครับ เอาไปทํา ๔ ภารกิจหลักครับ ตั้งแต่ทําแหล่งน้ํา สะพาน อาคารเรียน วัด แหล่งน้ําก็ ๙๐๒ แห่ง สะพานก็ ๔,๘๘๓ แห่ง อาคารเรียน ๒,๖๕๐ แห่ง วัด ๖๒๗ แห่ง รายละเอียดอยู่ในซีดีแห่งนี้ครับ ถ้าวันนี้ผู้แทนที่ไหนก็แล้วแต่อยากตัดดูรูปประกอบ อันนี้ผมชอบมากครับ เพราะจะได้รู้ครับว่าท่านเป็นผู้แทนประเภทไหนครับ รูปประกอบ ความเดือดร้อนครบ แต่ยังตัดได้ เพราะฉะนั้นก็จะรอดูว่าฝ่ายค้านจะตัดแบบไหนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันอีกครั้งว่าที่บอกว่าฟังมาแต่เช้าครับ เป็นเรื่องอําพราง เป็นเรื่องต่างตอบแทน ก็ไม่จริงครับ เพราะเวลาดูภารกิจเรียงรายตามหลังกระทรวงนะครับ ถ้าท่านดูหลังซีดีเขียนไว้เลยนะครับ มีตั้งแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงมหาดไทยก็คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงศึกษาธิการเขามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ สพฐ. สํานักปลัด เรียงลําดับมาเลยครับ แล้วหน่วยงานสุดท้ายคือหน่วยงานไม่สังกัด กระทรวง ก็คือสํานักพุทธศาสนา มันพรางที่ไหน เงินก็เข้าที่กระทรวงนั้น เพราะฉะนั้น ไม่อําพราง ไม่ต่างตอบแทน ชัดเจนอยู่ในนี้แล้วก็เป็นไปตามภารกิจครับ

อีกเรื่องครับ เรื่องงบกลางปี เช่นเดียวกันในส่วนของเงินชดเชยเงินคงคลัง ในส่วนนี้ต้องอธิบายกันนิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องชดเชยเงินคงคลัง ในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณในครั้งถัดไป หมายความว่าถ้าเราไม่มีงบกลางปี ๒๕๕๔ ก็ต้องไปชดเชย เงินคงคลังในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ครั้งนี้มันมีความจําเป็นที่จะต้องช่วยเหลือภัยพิบัติ แล้วก็ต้องมีงบกลางปีเพิ่มเติมเลยนํามาใส่ในงบประมาณคราวนี้ครับ ข้อดีของมันหรือครับ ต้องบอกว่านี่เป็นการทําตามกฎหมาย แต่มันมีข้อดีของมันครับ ข้อดีคือต่อจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนํารัฐบาลต่อไปในคราวหน้า ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง หรือพรรคเพื่อไทยก็แล้วแต่ ท่านไม่ต้องตั้งชดเชยเงินคงคลัง จํานวน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าจํานวนเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ใครอยากจะไปทํานโยบายแบบไหนเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็จะทําได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดอาวุธนะครับ ให้กับรัฐบาลในคราวต่อไปที่จะใช้งบประมาณอย่างมี ประสิทธิภาพ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งเป็นข้อดีอีกเหมือนกัน แล้วต้องเป็นข้อดีที่จะต้องสนับสนุน งบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ งบกลางปีเพิ่มเติมงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งนี้ ไม่ได้อยู่บนฐานเงินกู้ เป็นเพราะการจัดเก็บรายได้เกินมาถึงจากประมาณการนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับท่านประธานว่าไม่ได้อยู่บนฐานเงินกู้ แต่อยู่บนเรื่องที่รัฐบาลประมาณการว่าจะมีการจัดเก็บรายได้ทะลุเป้าครับ เพราะเวลา ที่ผ่านมาเราผ่านมาหลายเดือนแล้ว ใช้งบประมาณปี ๒๕๕๔ มันทะลุเป้าต่อเนื่อง รายเดือน เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะนําเงินกองนี้มาใช้

คําถามต่อมา แล้วเอาเงินคงคลังไปไหน ทําไมต้องตั้งชดเชย เงินคงคลัง กว่าครึ่งก็คือจํานวน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ถูกนําไปจ่ายหนี้ก่อนกําหนด รัฐบาลนี้จ่ายหนี้ ก่อนกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมจ่ายหนี้ก่อนกําหนด รอก็ได้ครับ แต่ภาระดอกเบี้ย มันเกิดขึ้น การที่เราจะเอาเงินคงคลังไปนอนอยู่เฉย ๆ แล้วไม่ได้อะไรนี่นะครับ เราไปจ่ายคืน หนี้ก่อนกําหนด เราก็ประหยัดรายจ่ายในเรื่องของดอกเบี้ยไปด้วยครับ รัฐบาลปีต่อ ๆ ไป ก็จะถูกค่าใช้จ่ายในการตั้งในการจ่ายดอกเบี้ยก็จะลดลงอีกเหมือนกัน เมื่อกี้เมื่อท่านได้ประโยชน์ ไปหลายเด้งจากคราวนี้ สําหรับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในคราวถัดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องเรียนท่านประธานย้ําอีกครั้งว่าการจัดสรงบประมาณในคราวนี้ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปโดยโปร่งใส และที่สําคัญครับ ซึ่งผมได้ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งไว้แล้ว ไม่ได้อยู่บนหลักการของการกู้เงิน แต่อยู่บนหลักการของ การประมาณการรายได้ที่ทะลุเป้า แล้วไม่ใช่เรื่องแปลก บางคนบอกว่าประมาณการผิด ผมขอบอกอย่างนี้นะครับ การจัดสรรงบประมาณสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนี้นะครับ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ๓ ปีนะครับ ประมาณการรายได้การจัดเก็บจริงก็ไม่เคย ตรงครับ ห่างกันเป็นแสนล้านบาทก็มี เพราะฉะนั้นก็ยืนยันท่านประธานอย่างนี้ว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องดี แล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าเราจะมีงบประมาณในการซ่อม ซากความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครับ ผมสนับสนุนงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณบรรดาสมาชิกพรรคที่ได้กรุณาอนุญาตให้ผมได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ งบประมาณรายจ่ายประจําปีที่รัฐบาลเสนอในวันนี้ ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอนุญาตให้ผมใช้เวลาได้พอสมควร ผมก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณไว้ในเบื้องต้น ท่านประธานครับ พวกผมที่ได้อธิบายความเรื่องงบประมาณ แล้วก็วิเคราะห์ เราไม่ได้ คิดขึ้นเองหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลนําเสนอ แต่เป็นมุมมองไม่ตรงกันของคนที่ วิเคราะห์งบประมาณ ผมเรียนท่านประธาน พี่น้องประชาชนชมการถ่ายทอดโทรทัศน์ รัฐบาลโกหกทุกวันครับ ที่บอกว่ากระทรวงการคลังจัดทํางบประมาณมันไม่ใช่ การจัดทํา งบประมาณเป็นหน้าที่ของสํานักงบประมาณ กระทรวงการคลังไม่เกี่ยว คุณมีหน้าที่หาสตางค์ แล้วเอาให้งบประมาณเขาจัดทํา บ้านเราเรียนระบบอเมริกา สํานักงบประมาณขึ้นต่อ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่ว่าประเทศอังกฤษสํานักงบประมาณขึ้นกับกระทรวงการคลัง บังเอิญผมโชคดี สมัยเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้รับผิดชอบงาน สํานักงบประมาณ ๓ ปี บรรดาบิ๊ก ๆ ในสํานักงบประมาณรู้จักกันทั้งนั้นล่ะครับ เขามีความ ชํานิชํานาญในการจัดทํางบประมาณ ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการคลัง จากนี้ต่อไป หยุดโกหกต่อพี่น้องประชาชนได้แล้ว งบประมาณรายจ่ายมันเป็นศาสตร์ ๓ ศาสตร์

ศาสตร์แรกเป็นเศรษฐศาสตร์ เพราะว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน

ศาสตร์ที่ ๒ เป็นรัฐศาสตร์ เพราะต้องผ่านรัฐสภา ผ่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ผ่านวุฒิสมาชิก

ศาสตร์ที่ ๓ เป็นนิติศาสตร์ เพราะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ฝ่ายค้าน กินแกลบหรือเปล่าครับ เปล่าเลยครับ เรากินข้าว รัฐบาลส่งเอกสารมาให้ ๔ เล่ม เล่มแรก ก็ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ๑๓ มาตรา นายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วเอาข้อมูลที่ไหน เขาจะวิเคราะห์ต่อไป ก็เอาที่นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อเช้า เอาที่รัฐบาลเสนอมาในเอกสาร ในเล่มขาว เล่มที่ ๒ ท่านบอกว่าบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณปี ๒๕๕๔ ท่านวิเคราะห์อย่างนี้ ฝ่ายค้าน มีเหตุผลครับ ผมไม่วิเคราะห์ตรงกับท่านก็ได้ ตํารวจจับครับ ไม่ใช่ แต่ประชาชนเขาจะตัดสิน กลุ่มนี้ เลอะเทอะ เฟอะฟะหรือ เขาวิเคราะห์อย่างนี้ กลับไปวิเคราะห์อย่างนี้ สุดท้ายความเป็นจริง จะปรากฏว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับพรรคเพื่อไทยพวกผม ใครวิเคราะห์ ได้ดีกว่ากัน อย่ามากระแนะกระแหนเลยครับว่าเราไม่มีหัวหน้าพรรค อย่ากระแนะกระแหนเรา ไม่มีผู้นําเราทํางานของเราได้ครับ นี่มันเรื่องพวกผมครับ ไม่ใช่เรื่องพวกท่าน ไม่ใช่เรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องคนที่ชอบคลิติไซร์ (Criticize) มันเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยเพื่อคุณครับ

ผมเรียนท่านประธานต่อ อีกอันหนึ่งเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ (ฉบับที่ ๑) รัฐบาลก็รายงานมาถี่ยิบ เราก็ดูเราวิเคราะห์ เราเห็น ไม่ตรงกัน อีกอันหนึ่งก็เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ (ฉบับที่ ๒) ถ้าลงลึกในรายละเอียดจะรู้เลยรัฐบาลชุดนี้คอร์รัปชัน ลงลึก ในรายละเอียดจะรู้ ท่านตั้งงบประมาณล่อหลอก ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็น เป็นเบื้องต้นก่อน บอกว่ากระจายอํานาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เขียนหัวไว้เท่านั้นแหละครับ เราก็หาไม่เจอ ปรากฏว่าเอาเงินไปให้คนพิการ ก็บอกสิครับ เบี้ยยังชีพคนชรา ๕๐๐ คน คน พิการ ๕๐๐ คนปฏิบัติการไม่เสร็จภายใน ๖ เดือน แล้วทําไมไปเขียนว่ากระจายอํานาจการ ปกครองสู่ท้องถิ่น ถ้าดูผ่านอย่างนั้นก็นึกว่าเป็นการพัฒนาประชาธิปไตย การแบ่งอํานาจ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ผู้อื้อฉาว ผู้ถูกกล่าวหามากที่สุด ไปสู่ท้องถิ่น แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ เอาไปไหนครับ เอาไปให้คนพิการ ผมไม่อิจฉาคนแก่ ผมไม่อิจฉาคนพิการ พรรคเพื่อไทยไม่อิจฉา ไม่คิดอะไรเลย ก็บอกตรง ๆ สิครับ หรือกลัวเขารู้ว่าตรงนี้ต้องให้พรรคภูมิใจไทยไปซื้อเสียงเพื่อจะได้ ร่วมรัฐบาลชุดหน้า กลัวอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะครับ ถ้าไม่กลัวก็บอกไปตรง ๆ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าจากการวิเคราะห์เอกสาร ๔ เล่ม ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง เมื่อเช้า ผมบอกท่านประธานว่าข้อบกพร่องและความไม่เหมาะสมของงบประมาณ กลางปี ๒๕๕๔

๑. รัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริงตัวเลขในการเก็บภาษี เดี๋ยวผมจะอธิบาย ในรายละเอียด

๒. ไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์การจัดทําครั้งนี้ ในขณะที่บ้านเมือง มีเงินเฟ้อ ๓ ถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นการประมาณการค่อนข้างต่ํา

๓. เป็นการนําเงินในอนาคตมาใช้ และขาดรายละเอียดของโครงการ

๔. จากโครงการต่าง ๆ เน้นเรื่องแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ ไม่มีงบกระตุ้น เศรษฐกิจ ทั้ง ๆ งบประมาณคนอื่นยังพอเกลี่ยได้ ทําไมไม่ทํา หรือมันมีน้อย หรือมันใกล้ เลือกตั้ง หรือเตรียมเลือกตั้ง หรือตกลงล่วงหน้า จึงเอาเค้ก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมาแบ่งกัน

๕. เป็นการเน้นการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและ หาเสียงล่วงหน้า

ผมฟันธงยืนยันตรงนี้ ให้เบี้ยยังชีพคนชราผมไม่ขัดข้อง ให้คนพิการ ผมไม่ขัดข้อง เรื่องอย่างนี้ให้เบี้ยยังชีพคนชรา แปลว่าเพื่อความมั่นคงทรัพยากรมนุษย์ ให้คนพิการก็ให้เถอะ ตั้งหัวข้อก็โกหก รัฐบาลชุดนี้โกหกใครได้ แต่โกหกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หรอกครับ เราอ่านเป็นครับ เราหูหนวก เราเห็นครับ แล้วบอกท่านประธานต่อว่า เขาบอกเลยว่า กําหนดให้ดําเนินการภายใน ๖ เดือน นี่คือข้อบกพร่อง ๕ ข้อ ถามว่าทําไม ผมมีแนวคิดอย่างนั้น ผมจะบอกท่านประธาน เมื่อเช้าที่นายกรัฐมนตรีแถลงจ๋อย ๆ ผมนั่งดู ที่บ้านเรียบร้อยครับ นั่งแล้วก็ฟัง นั่งแล้วก็ดู นั่งแล้วก็วิเคราะห์ แล้วผมก็จดรายละเอียด มาช้าไปนิดหนึ่งเขาบอกคิวขึ้นบ่ายสองโมง ก็ปรากฏว่าแปลกใจมาก ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาผิดฟอร์ม (Form) ถ้าพูดตรงนี้ท่านประธานไม่เข้าใจ พูดตรงนี้ผมแฟร์ (Fair) หรือเปล่า พูดตรงนี้พี่น้องประชาชนทางบ้านรู้ไหมครับ ไม่รู้ครับ ผิดฟอร์มอย่างไรครับ เมื่อเช้า เอาเอกสารมาอ่านอย่างเดียวครับ จิ้มพรวด จ้ําพรวด ๆ ไอ้นั่นไว้หนีม็อบ (Mob) เสื้อแดงกับ เสื้อเหลืองครับ กรณีมีมาแถลงงบประมาณต้องเหตุผลประกอบ จะเอาเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นงบเพิ่มเติมต้องอธิบายความครับ ต้องบอกครับ ท่านอ่านอย่างเดียว สมัยเป็น ฝ่ายค้านหน่วยก้านดี โอ้โฮ ยืนยันแถลงอ่านออกมาจากมันสมอง จากความคิด ความรู้ ผมเคยนั่งดูก็ชื่นชม เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ พอแถลงเสร็จ พรีเซ้นท์ (Present) ใหม่ รายละเอียด หมด ปรากฏว่าเมื่อเช้าอ่านอย่างเดียวครับ ต้องกลับไปต่อว่าไอ้คนเขียนสคริปท์ (Script) ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ผมเป็นนักกฎหมาย แต่บังเอิญได้เรียนมินิ เอ็มบีเอ (Mini MBA.) มา ๗ เดือนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีสรุปเศรษฐกิจปี ๒๕๕๓ ท่านบอกเศรษฐกิจ สมัยท่านปี ๒๕๕๓ ขยายตัว ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ การส่งออก ๒๑.๖ เปอร์เซ็นต์ การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ถ้าฟังตรงนี้ โอย รวยแล้ว ๆ นายกรัฐมนตรีให้ดูหนังครึ่งม้วน ซีดีของท่านเก็บไว้เถอะ พวกผมได้มาไม่ดูหรอกครับ เพราะเรารู้ว่าท่านไปทําจริง แต่ที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์เพราะรัฐบาลชุดนี้ทุจริตคอร์รัปชันมาก ที่สุด นี่ถึงต้องวิเคราะห์ ท่านประธานครับ พอปี ๒๕๕๔ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ปี ๒๕๕๓ บอกโต ๗.๙ ปี ๒๕๕๔ บอกว่าเศรษฐกิจขยายตัว ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เงินเฟ้อ ๒.๕ ถึง ๓.๕ ท่องเที่ยวขยายตัว รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจสําเร็จ รัฐบาลพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มผลผลิต การเกษตร รายได้เกษตรกรดีขึ้น และเป็นห่วงราคาน้ํามัน เป็นห่วงประเทศคู่แข่ง ท่านบอก นะครับ และผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมเอามาจากไหนครับที่จะวิเคราะห์ต่อไปนี้ ที่นายกรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้าบอกว่ารัฐบาลแถลงนโยบายในรอบ ๒ ปี ผมบอกท่านประธาน รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากได้แชมป์ (Champ) การทุจริตแล้ว บริหารราชการ ประสบผลสําเร็จเพียง ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เบี้ยยังชีพคนชรา เรื่องที่ ๒ เบี้ยยังชีพคนพิการ นี่เอาไปให้กระทรวงมหาดไทย ผมมีสิทธิกล่าวหานะครับว่าเอาใจพรรคภูมิใจไทย กลัวเขา ไม่ร่วมรัฐบาลด้วยในสมัยหน้า ทําไมไม่เป็นหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ชื่อมันสอดคล้องรองรับกับงบประมาณที่จัด ไม่ต้องมาบอกหรอกครับว่า ท้องถิ่นมันรู้จักดี ก็เอารายละเอียดจากท้องถิ่นมาก็ได้ และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นคนเอาเงินไปแจก กล่าวหาไว้เลย ซื้อพรรคการเมืองล่วงหน้า และพรรคการเมืองบางพรรคเมื่อได้เงินล่วงหน้าก็มีเงินไปใช้จ่าย ดูด ๖๐ ล้านบาท งบประมาณต่างหาก ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ทุจริตที่สุด ผมเรียนท่านเลยว่า นายกรัฐมนตรีแถลงผลงาน ๒ ปี ท่านบอกเงินประกันรายได้เกษตรกร เรียนฟรี ๑๕ ปี ถามว่าเรียนฟรี ๑๕ ปี คิดเองไหม ไม่ใช่ เอามาจากไหนครับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คิดไว้เรียนฟรี ๑๒ ปี แล้วมาต่อยอด ทําไมไม่บอกล่ะ เลียนแบบมาจาก พันตํารวจโท ทักษิณ อายทําไม บอกสิครับ ขออนุญาตต่อไปนะครับว่ากรณีคนว่างงานลดลง ท่านลอยหน้าลอยตา บอกเป็นผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่ มาจากความแข็งแกร่งภาคเอกชน ผมถามท่านประธาน ไปถึงคุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เคยตั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยวสักร้านหนึ่งไหมถึงบอกว่าเก่งทาง เศรษฐกิจ ไม่มี ก็ภาคเอกชนเขาแข็งแกร่ง เขามีการสร้างงาน มีการจ้างงาน มี เรียล เซคเตอร์ (Real Sector) ภาคการผลิต คนมีรายได้ก็เสียภาษีเพราะมีเงินจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการ มีภาคการผลิตก็มีรายได้ ก็เสียภาษี รัฐบาลเก็บภาษีได้ มันต้องเป็นระบบครบวงจร ไปดีใจ โอ๊ย คนว่างงาน นายกรัฐมนตรีอวดอ้างว่า ท่านพูดเมื่อเช้าครับ ผมเลยต้องขอเวลาเขา มากนิดหนึ่ง เขาบอกเอาเลย ๆ คุณเฉลิม พรรคพวกให้ นายกรัฐมนตรีบอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ส่งออกเพิ่มขึ้น ๒๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ในความเป็นจริงท่านประธานทราบไหมครับ เป็นการส่งออกสินค้าอะไร ไม่ใช่ เรียล เซคเตอร์ ที่เกิดในเมืองไทย ภาคการผลิตในเมืองไทย ไม่ได้เป็นผลผลิตการเกษตรที่ส่งออกมากและได้เงินเข้ามา นายกรัฐมนตรีไม่พูดความจริง ต่อพี่น้องประชาชน เพราะเป็นการส่งออกรถยนต์ เป็นการส่งออกอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic) เป็นการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมย้ํากับท่านประธานให้พี่น้องประชาชนได้รู้ สินค้า ๓ ประเภทสั่งวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ เราเสียเงินส่วนมากเพื่อซื้อวัตถุดิบแล้วก็มา ประกอบการ เพราะแรงงานบ้านเราต่ํา นักลงทุนมาลงทุน แล้วก็มีการประกอบ ผลิตเสร็จ ส่งไปขาย พอหักลบกลบหนี้เงินเหลือถึงมือคนไทยนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นท่านพูดครึ่งเดียว ขอเรียนท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าพัฒนาคุณภาพ พื้นฐาน เกษตรกรมีรายได้ ไม่เป็นความจริงครับ ยางพารา ๑๘๓ บาทต่อกิโลกรัม เหตุที่แพง เพราะน้ําท่วมสวนยางเสียหายหลายล้านไร่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจ ขยายตัว ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันครับท่านประธาน ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่เป็นเพราะว่านักธุรกิจภาคเอกชนเขามองว่ารัฐบาลชุดนี้มีตัวช่วยเยอะ รัฐบาลชุดนี้ มีอํานาจพิเศษในการสนับสนุน เขามองเห็นอนาคตรัฐบาลว่าไม่มีใครล้มล้างได้ ไม่เหมือน รัฐบาลชุดพวกผม ทําเนียบรัฐบาลยังไม่มีให้ประชุม ครม. เสื้อเหลืองไล่ ผมไปจังหวัดกระบี่ ตามล่า ตามฆ่าเกือบตาย ประชุม ครม. ที่ดอนเมืองก็ส่งคนไปจะจับผม ผมหลุดออกมาได้ก่อน ความมั่นใจของพี่น้องประชาชนในรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย นักธุรกิจไม่มั่นใจ ไม่กล้าลงทุน แต่มาถึงรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัวช่วยเยอะ หลายหน่วยงาน มือที่มองเห็น มือที่มองไม่เห็น อํานาจพิเศษเข้ามาสนับสนุนรัฐบาล จึงสร้างความมั่นใจให้กับ นักธุรกิจเขามีสมาธิในการลงทุน ไม่ใช่เติบโตเพราะนายอภิสิทธิ์บริหารราชการแต่อย่างใด ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่จริงครับ ทําไมผมบอกไม่จริง ถ้าบอกไม่จริง แล้วผมนั่งอยู่ตรงนี้ ท่านประธานบอก เอ๊ะ คุณเฉลิมบอกไม่จริงได้อย่างไร เหตุที่ผมบอก ไม่จริง เพราะการนําเงินงบไทยเข้มแข็ง ๑.๔ ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็ว ที่สุดไม่ประสบผลสําเร็จ ใช้งบไปน้อยมาก เหตุผลเพราะว่ารัฐบาลไม่มีโครงการ ไม่มี รายละเอียด สะท้อนถึงความไม่พร้อมของรัฐบาล ผมสรุปตรงนี้เบื้องต้น ที่แถลงมาของ ท่านนายกรัฐมนตรีแตกต่างจากความเป็นจริง ผมมีเหตุผลรองรับ คือรัฐบาลได้สนับสนุน งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยคุณอภิสิทธิ์จําได้ว่าน่าจะเป็น คนแถลงเอง หรือโฆษกท่านแถลง ท่านต้องการลดปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานคร ลดให้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ เรื่องนี้คนเคยเป็นตํารวจอย่างผม บอกรัฐบาลคิดอย่างนี้รัฐบาลเชย รัฐบาลไม่รู้เรื่อง เพราะการบังคับใช้กฎหมาย ลอว์ เอนฟอร์ซเมนท์ (Law Enforcement) ไม่ต้องเป็นนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้เป็นนโยบายแล้วใช้ ๒๐๐ ล้านบาท ให้ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อ้ายนี้มันฟ้องในตัวว่ารัฐบาล ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดี ความผิดฐานลัก วิ่ง ชิง ปล้น กรรโชก ยักยอก ลักทรัพย์สิน มันจะไม่เกิด เพราะคนมีสตางค์ คนมีสตางค์ไม่มีใครคิดชั่ว ไม่เหมือนกับคนบางคนร่ํารวยแล้วยังขโมยของจากเขา นั่นมันเป็นความชั่วเฉพาะตัว นั่นเป็นความเห็นแก่ตัว นั่นไม่มีหิริโอตัปปะ แต่การจะแก้ไขปัญหาบอกว่าแก้ปัญหา อาชญากรรม แปลว่าในเนื้องานรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่แถลง เป็นการแถลงโดยเขาเขียนให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนท่านประธาน วันนี้ เป็นโอกาสที่พวกผมได้แสดงวิสัยทัศน์ เป็นวิสัยทัศน์สมาชิกธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ผมไม่เคยคิด มักใหญ่ใฝ่สูง ผมไม่เคยคิดถากถางทุกวัน ถากถางทําไมครับ เพราะผมไม่อยากเป็น ผมอยากเป็นมาแล้วและได้แล้วคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนายกรัฐมนตรี ไปพูดที่ไหนยืนจับโพเดียม (Podium) พูดที่ไหนแล้วทําประเทศเป็นรัฐสวัสดิการเขาเรียก วอร์แฟร์ (Warfare) บังเอิญว่าคนอย่างผมไม่ได้เรียนเมืองนอกนะครับ แต่ว่าไปลี้ภัย ในประเทศเดนมาร์ค ประเทศเขาเป็นรัฐสวัสดิการ เขามีองค์ประกอบต้องเก็บภาษีได้ ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะพูดกับท่านประธานวันนี้ ไม่อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปพูดจาก่อให้เกิดความสับสนกับพี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไป อีก ๕ ปี อีก ๗ ปี จะทํางบสมดุล ต่อไปจะเป็นรัฐสวัสดิการไม่ได้ครับ ถามว่างบประมาณ มีกี่อย่าง รัฐได้เท่าไรใช้เท่านั้น แปลว่าสมดุล ได้น้อยใช้มาก ก็แปลว่าขาดดุล ถ้าได้มากใช้น้อย ก็แปลว่าเกินดุล มีเท่านี้แหละครับ ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปเรียนที่ไหนก็รู้ครับ มันมี ๓ อย่าง เท่านั้น ไปพูดอะไร แล้วไปบอกว่า โอ้โฮ จะจัดทํางบประมาณรายจ่ายสมดุล จะทําเป็น รัฐสวัสดิการ ผมเรียนท่านประธาน บ้านเมืองเราไม่มีการพัฒนา รัฐบาลเข้ามา ๒ ปีเศษ กินข้าวร้อน นอนตื่นสาย เพิ่งจะไม่สบายใจเมื่อไม่กี่วันนี้ครับ เคยคิดปรับฐานภาษีไหม ท่านประธานครับ คนไทยในประเทศไทย รายได้ ๑๐๐ บาท เข้ากระเป๋าคนรวย ๕๕ บาท ๔ บาท เข้ากระเป๋าคนยากคนจน และสําคัญที่สุด รายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนต่างกัน ๑๒ เท่า ประชากรคนไทยมี ๖๔ ล้านคน มีผู้อยู่ในระบบของการเสียภาษีเพียง ๙ ล้านคน ในจํานวน ๙ ล้านคน มีเพียง ๒.๓ ล้านคนเท่านั้นที่เสียภาษีจริง สรุปก็คือว่าคนไทย ๖๔ ล้านคน เสียภาษี ๒.๓ ล้านคน ก็ยืนยันในตรงนี้ คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คนดูแลคนอีก ๖๑ ล้านคน รวมแล้วคนดูแล กับคนถูกดูแล รวมเป็น ๖๔ ล้านคน ที่ผมบอกอย่างนี้ ผมอยากให้สื่อรู้ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ณ มวลสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ทราบว่านายกอภิสิทธิ์ไปพูดกันต่างกรรมต่างวาระ หลายสถานที่ ไม่มีพื้นฐานของความเป็นจริง เพราะการจัดเก็บภาษีไม่ได้มีการพัฒนา คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ดูแลคนอีก ๖๑ ล้านคน ท่านประธานครับ ในจํานวนผู้เสียภาษี ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน มีเพียง ๖๐,๐๐๐ คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ที่เสียภาษี มี ๖๐,๐๐๐ คน ที่จ่าย ภาษีรวมกันเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาก็มีเพียง ๒,๔๐๐ คน จ่ายภาษีเกิน ๑๐ ล้านบาทต่อปี ผมเรียนท่านประธานต่อว่า ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงถูกจัดอยู่ในประเภทกระจายรายได้ แย่ที่สุดอันดับที่ ๕๐ ของโลก เมื่อคนจ่ายภาษีน้อย รายได้ของรัฐก็จะต้องน้อยลงไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าจะจัดทํางบประมาณรายจ่ายสมดุล ภายใน ระยะเวลา ๕ ปี ท่านเข้ามาปี ๒๕๕๒ ตั้งงบกลางปี ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ท่านก็กู้แล้วขาดดุล ปี ๒๕๕๔ กู้ไป ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ปี ๒๕๕๕ ถ้าท่าน อยู่ทํา ก็ต้องกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ฐานภาษีไม่เปลี่ยน เก็บอย่างไรก็ไม่เพิ่ม ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อลักษณะอย่างนี้ มันต้องจัดงบขาดดุล พวกผมเป็นฝ่ายค้าน ผมมีความคิดไหม มีครับ ถ้ารัฐบาลขาดดุล แล้วเอาเงินไปลงทุน เพื่อจะได้พัฒนาทาง ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือต้องทราบผลผลิตภาคประชาชน โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกร ต้องสร้างผลผลิตทางภาคการผลิต รัฐบาลไม่เคยพูด กรณีเงินบาทแข็งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก เมื่อพ่อค้า มีรายได้น้อยแล้วจัดเก็บภาษีได้มากอย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีเคยพูดจะ ทําเมืองไทยให้เป็นรัฐสวัสดิการวอร์แฟร์ภายในปี ๒๕๖๐ หรืออีก ๑๐ ปีจากนี้ไป ท่านพูดในขณะที่อีก ๗ ปี คิดอย่างนี้ อยู่เฉย ไม่มีใครมั่นใจ ภาษียังเก็บไม่ค่อยได้ แล้วจะเป็น รัฐสวัสดิการได้อย่างไร พูดเอาโก้ พูดเอามันส์อย่างนั้นหรือ นิสัยท่านเปลี่ยนไปเยอะ ไม่เหมือนเก่า ผมบอกท่านผิดฟอร์ม เมื่อกี้อาจจะไม่ได้ฟัง ปกติท่านอ่านเสร็จท่านต้องพรีเซนท์ปากเปล่า พรั่งพรูออกจากสมอง วันนี้ผมดูที่บ้าน เอ๊ะ นายกรัฐมนตรีเป็นอะไรวะวันนี้ พอแถลงเสร็จ อ่านหมด อ่านตั๊บ ๆๆ แล้วคนเขียนก็สุ่มสี่สุ่มหกเขียน จึงเป็นประเด็นที่ผมวิเคราะห์ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าถ้าท่านจะทํารัฐสวัสดิการ ท่านต้องให้รัฐบาลเก็บภาษี ประชาชนต้อง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเป็นอย่างต่ํา มิเช่นนั้นเป็นวอร์แฟร์ไม่ได้ ไม่จริงเดี๋ยว ต่อมา ท่านประธานครับ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่กระผมกราบเรียน แล้วเก็บภาษีไม่ได้เอาเงินที่ ไหนมาดําเนินการ ทีนี้ผมเรียนท่านประธานต่อว่าฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลก็ กระแนะกระแหนว่าฝ่ายค้านมันหาว่าเอางบไปแบ่งกัน มันไม่เชื่อถือ ผมไม่เชื่อถือรัฐบาล ภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลที่คอร์รัปชันที่สุดนับแต่มีรัฐบาล ในประเทศไทยมา พูดเท่านี้ได้ไหมครับ ไม่ได้ ท่านประธานครับ งบประมาณเอาไป ถ้าเอาไป ใช้ถูกต้องพวกผมไม่ขัดข้อง แต่เรารู้นี่ครับ เอาไปใช้แล้วทุจริต เบียดบัง คดโกง เอาไปซื้อ ผู้แทน เอาไปเตรียมเลือกตั้ง ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญที่สุดที่พวกผมต้องวิพากษ์วิจารณ์ เพราะรัฐบาลทุจริต ยกตัวอย่างให้ดูเล็ก ๆ ครับ ชิว ชิว ท่านนายกรัฐมนตรี ยังมีเยอะ เดี๋ยวคุณมิ่งขวัญเขาก็จะซักท่านเองในญัตติไม่ไว้วางใจ พอดีผมไม่มีคิว เรามีนัดกันอีกครั้งหนึ่ง วันที่ ๒๔ ผมเรียนท่านประธานว่าเริ่มต้นก็มีการทุจริตเรื่อง ๓ จี (3G) ไอ้บริษัทนี้ อิทธิฤทธิ์อิทธิเดชเยอะ ผมลงลึกไม่ได้ เดิมทีก็ให้เขาไปดูแลในเชิงพาณิชย์ เขาทําซิม ๓ จีขาย ขายได้ครับ บอร์ดชุดเก่าเขาบอกดําเนินคดีให้เลิก ๓ จี ทรู (True) ไม่เลิก ทําต่อ ต่อมา แล้วเป็นอย่างไรครับ พอเปลี่ยนบอร์ดก็ยกเลิกมติบอร์ดเก่า แปลว่าบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ทําอะไรก็ได้ ไปซื้อฮัทชิสันมา ๖,๓๐๐ ล้านบาท มาเอาบุญคุณอีก ทําไมต้อง เอาบุญคุณ คุณลงทุนคุณหวังเอิน มันนี่ (Earn Money) คุณหวังมีกําไร บริษัทนี้มันเป็น ซานตาครอสหรือ ที่มีสตางค์ได้เที่ยวเอามาจ่ายเขา คุณหวังกําไรแต่มันเอาเปรียบเขา สัญญาอัยการท้วงมา ๔-๕ ข้อ ไม่ทําตาม แล้ววันนี้รับไปรับมา

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุวโรชประท้วงอะไรครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงไม่ประท้วงผู้อภิปรายหรอกครับ เพราะผมถือว่าท่านเป็นผู้อาวุโส รู้ดี รู้ชอบ รู้สิ่งที่ควรทําหรือไม่ควรทําอยู่แล้ว แต่ประธานในที่ประชุมวันนี้ผมขอประท้วงครับ ตามข้อบังคับของสภาท่านมีหน้าที่เป็นประมุขในที่ประชุม ตามข้อ ๘ ขณะนี้เป็นเรื่องของ งบประมาณเพิ่มเติม แต่ว่าสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่นี้ครับผมบวกไป ๓ จีแล้ว ท่านก็ไว้ อภิปรายไม่ไว้วางใจสิครับ เสียเวลาตรงนี้ครับ ขอประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ คือผู้อภิปรายท่านก็อภิปรายถึงเรื่องการจัดงบประมาณ แล้วท่านก็โยง ไปถึงเรื่องการใช้งบประมาณ ท่านก็กล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วท่านก็ยกตัวอย่าง อีกสักครู่นะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งนั่งฟังอยู่นะครับ ถ้าอันไหนไม่ใช่ข้อเท็จจริง หรือเป็นเรื่องที่กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะลุกขึ้นชี้แจง ก็ฝากท่านเฉลิมนะครับ อย่างไรก็ให้มันเข้าเรื่องงบประมาณ แล้วท่านจะยกตัวอย่างก็เอาเฉพาะบางตัวอย่างนะครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานจะได้เห็น ผมได้พูดถึงเรื่องงบประมาณรายจ่าย ยกเอกสาร ๔ เล่ม ยกถ้อยแถลงคําชี้แจง ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องงบประมาณ แต่ผมบอกว่าก็เพราะผมไม่เชื่อถือรัฐบาลชุดนี้ ก็มันทุจริตแล้วผมไม่บอกได้อย่างไร ผมไม่ได้บอกว่านายอภิสิทธิ์ทุจริต แต่รัฐบาลชุดนี้ทุจริต คอร์รัปชันมากที่สุด ผมจึงห่วงงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีนอกประเด็นหรอกครับ ผมแม่นประเด็น อยู่สภามา ๒๘ ปี รู้ที่มาที่ไปครับ ผมเรียนท่านประธานต่อ ถ้าพูดถึงบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) แล้วมันแหยงใจคน เพราะตอนตั้งรัฐบาล มีบริษัทบางบริษัทเอาเงินมาซัพพอร์ต (Support) รัฐบาลชุดนี้ ผมไม่พูดถึง ให้ทีมอื่น เขาว่ากัน ผมเรียนท่านประธาน พออนุมัติเสร็จ วันนี้ ๑๔ ข้อ หรือ ๑๙ ข้อ สตง. ถาม แบะ แบะ แบะ กรรมการเก่า ๑๗ คนเขาลาออก ทําอย่างไร อย่างนี้ไม่พิรุธหรือ กฎหมาย อาญา ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย เขียนไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑ เล่มสีน้ําตาล ถึงแม้ไม่มีเจตนาทุจริตแต่เถยจิตเป็นโจร ผิดเหมือนกัน แค่เฉลยจิต ผมไม่ได้บอก ท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ก็รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมาแก้ปัญหาราคา น้ํามันปาล์ม แล้วจะให้ผมคิดอย่างไร ผมต้องหวงงบประมาณส่วนนี้ของผม ท่านประธานครับ ทําไมผมต้องพูดถึง ท่านเอาไปให้กระทรวงคมนาคม ๒,๖๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นายกรัฐมนตรีไม่รู้หรอกครับว่าวีรกรรมวีรเวรกระทรวงนี้มันเป็นอย่างไร รถไฟฟ้าสีม่วงทุจริต พออภิปรายเสร็จ ป.ป.ช. รับเรื่องสอบ ผมไปชี้แจงมาแล้ว ๓ ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีฟังน่ารู้ หรือควรรู้ แต่ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับปรับ ครม. เอาคนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าทุจริต เอาคนไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อแผ่นดินออก คนถูกหาเอาเก็บไว้ ถามว่าอย่างนี้ท่านเล่นการเมืองเพื่อตัวเองหรือเพื่อระบบ หรือเพื่อระบอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ท่านไปเยี่ยมตรวจน้ําท่วม ไปเรียกท่านรัฐบุรุษ ไอ้นั่น ต้องเอาหนังสติ๊กยิงปาก รัฐบุรุษต้องนําความกราบบังคมทูลฯ ไม่ใช่อยู่ ๆ ไปเยี่ยมน้ําท่วมหน่อย ผูกเนคไทหล่อเลย ผมดูโทรทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเอาเรือไปรับรัฐบุรุษ ขอเรียนต่อนะครับ อย่างโครงการคมนาคม ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมสงสาร ผมเห็นใจพี่น้อง แต่ผมไม่ไว้วางใจผู้บริหารกระทรวง กรมทางหลวงชนบท ๒๕ : ๓๐ กรมทางหลวงธรรมดา ๓๐ : ๒๐ นักการเมืองเอา ๕ ข้าราชการเอาอีก ๕ ให้บริษัทฮั้วประมูล ผมหวงครับ ๒,๖๐๐ ล้านบาทไม่น้อยครับ กระทรวงนี้นอกจากไม่ให้สตางค์แล้ว ต้องไม่ไว้วางใจวีรกรรม วีรเวร รถไฟฟ้าสีม่วงยังคาราคาซัง นี่สีน้ําเงินจะกินกันอีกแล้วครับ อย่างนี้ไม่ให้ผมพูดไม่ได้ หรอกครับ พวกผมจะต้องทําหน้าที่ของผม มากระทรวงพาณิชย์ ทุจริตพืชผลการเกษตร หลายชนิด กระทรวงพาณิชย์ จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องปลดผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ปลดแล้วก็ โก้ครับ สอบไหม เป็นอย่างไร ไม่มีข่าว เงียบ ต่อมาก็การทุจริตหลายภาคส่วนของ กระทรวงมหาดไทย เอาไปเยอะที่สุด ตัวเลขผ่าน ๆ ตา เดี๋ยวผมจะบอก ประมาณ ๘,๕๐๐ ล้านบาทครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้เป็นรัฐมนตรีคนแรก และขอ สาปแช่งให้เป็นคนสุดท้าย แต่งตั้ง โยกย้าย มีปัญหาทุกระดับ นายอําเภอ เข้าโรงเรียน นายอําเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รองอธิบดี อธิบดี ปลัดกระทรวง มีปัญหาทุกระดับ ผมไม่รู้ว่าแต่งตั้งภารโรงที่กระทรวงมีปัญหาไหม ไม่มั่นใจ ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่รู้ไม่ได้ เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ขณะนี้โครงการ เช่าคอมพิวเตอร์ ๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท ย้ายผู้อํานวยการคนเดิมไปไว้ภาคใต้ แล้วเอา ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์มาทําหน้าที่ สุดท้ายข้าราชการเขาสู้ วันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) กรมนี้ก็เพิ่งทําดีคราวนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้เรื่อง คราวนี้ทําพอใช้ได้ สอบสวน แล้วเห็นว่าโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ทุจริต ก็ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดําเนินการต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยรู้ร้อนรู้หนาวไหม นี่เป็นสมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี เขาปลดแล้วครับ กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทยเอาไว้ไม่ได้ครับ ท่านกล้าไหมครับ ไม่ เพราะอยากเป็นนายกรัฐมนตรีต่อรอบนี้และรอบหน้า ฟ้าดินมีจริง ยังไม่แน่นะครับ ท่านประธาน ว่าผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร การอภิปรายของผมครั้งนี้คงมีกุศลผลบุญมาก ที่ทําหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน ต่อไปก็เอางบประมาณเข้าพื้นที่บุคคล ใกล้ชิด ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปตรวจไหม สมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง งบประมาณ เข้าไป อะ ล็อต (A lot) มาก เข้าไป ๆ ฝ่ายค้านไม่มีวันได้ ต่างจังหวัดนายกรัฐมนตรีไป ที่เขาด่าตั้งแต่สนามบินยันหนองน้ําว่ากระทรวงนี้มันใช้ไม่ได้ มันจัดงบประมาณพวกมัน ที่เป็น ส.ส. มันจัดของมัน ว่าที่ผู้สมัครของมัน อ้าย ๕๐ หมู่ ๖๐ หมู่ ผมไม่รู้ฟัง ผมให้เกียรติผู้แทน แต่งบโกลาหล คนไหนยังไม่ยอมมาเป็นมิตร คนไหนยังไม่ยอมไม่อยู่ร่วมด้วย เอาเลยครับ เขาอนุมัติงบประมาณแล้วครับ ไม่เซ็นสัญญา บีบเขา กระทืบเขา กลั่นแกล้งเขา แล้วไม่ให้ ผมพูดได้อย่างไร การแก้ไขราคาน้ํามันปาล์ม ท่านประธานครับ บอกกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของคนในพรรครัฐบาลได้ประโยชน์ น้ํามันปาล์มเอาไปผลิต ไบโอดีเซล (Biodiesel) ไปกินลิตรละบาท ไปทุจริต พอน้ํามันเหลือน้อยสั่งจากเมืองนอก เมืองนอกมันถูกครับ พอเข้ามาจะให้ใครก็ได้ ผมยืนยันบริษัทวิเคราะห์อันหนึ่งเขาได้วิเคราะห์ ไว้ล่วงหน้าประมาณ ๓ เดือนว่าบริษัทที่ขายน้ํามันปาล์ม ในตลาดจะมีปริมาณกําไร ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผลประกอบการประจําปี ต่อไปก็ปั่นหุ้น คนในรัฐบาลทั้งนั้นครับ ทําไมมี ข่าวซื้อไทยคมจากเทมาเส็ก (Temasek) ก็ไทยคมมันของประเทศไทย คุณไปซื้อทําไม สัญญาหมดคืนพลั๊วะ ก็เท่านั้นครับ พอข่าวออกมา ใครจะออกข่าวผมไม่ทราบ ข่าวออกมา หุ้นมันตก ช้อนซื้อ เพราะต่อไปบอกไม่มีการซื้อ กําไรแล้วส่วนต่าง รัฐบาลชุดท่านกินแบบ นกกระจอก กินแบบนกกระจิบ กินแบบพญาหงส์ กินแบบพญาอินทรีย์ สัตว์ทุกชนิดที่กิน พฤกษาหาร รัฐบาลชุดนี้แบ่งระดับการกิน การทุจริตคอร์รัปชัน เหมือนกับสัตว์ทุกชนิด ผมเรียนต่อท่านประธานมีการรับประโยชน์จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่พอใจผม เดี๋ยวก็เย้ยหยัน โดยเฉพาะท่านโฆษกประจําตัว เฉลิมมาบอก รัฐบาลทุจริต ทุจริตอย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่า ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ มีการสัมมนา สร้างแนวร่วม แนวร่วมทางปฏิบัติคอลเลคชั่น แอ็คชั่น (Collection Action) ในการต่อต้าน การทุจริต ภาคเอกชนไทย โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ในการสัมมนามีการประชุม สัมมนาทั้งหมด ๑,๐๐๗ คน นายกรัฐมนตรีรู้ไหม เขาสํารวจตัวอย่าง ๑,๐๐๗ คน เขามี หลายระดับ บริษัท พนักงานที่มีรายได้ ในบริษัทที่มีรายได้เกิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาสํารวจ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ พอมาบริษัทที่มีรายได้น้อยกว่า ๒๕๑ ล้านบาท เขาสํารวจ พนักงาน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ พอมาบริษัทที่มีรายได้ต่อปี ๑,๐๐๑ ล้านบาท ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เขาสํารวจพนักงาน ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีคนไทยเป็นผู้มีอํานาจ ควบคุมและบริหารถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ และบริษัทที่ดําเนินธุรกิจเน้นตลาดไทยและระหว่าง ประเทศ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านอาจจะได้รับรายงานหรือไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่มีคนบอกท่าน เพราะกลัวท่านอารมณ์เสีย ผลสํารวจเรื่องการทุจริตของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการสัมมนาสร้างแนวร่วมปฏิบัติการคอลเลคชั่น แอ็คชั่น เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ผลสรุปปรากฏว่าผู้ให้แบบสอบถาม นักธุรกิจ ร้อยละ ๔๗ บอกรัฐบาลยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุจริตอยู่ในระดับสูง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาร้อยละ ๔๖ บอกว่าอยู่ในระดับสูง สูงกับสูงมาก ๔๗ บวก ๔๖ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ นายกรัฐมนตรีเอาหน้าไปไว้ไหน อย่าบอกนะว่าเอาหน้าไว้บนคอ ผมไม่อยากได้ยิน ต่อมาก็ ร้อยละ ๖ บอกอยู่ในระดับปานกลาง โดยนักธุรกิจส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๗ เห็นตรงกันว่าปัญหา ทุจริตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ รูปแบบการทุจริต นักการเมือง เผด็จการ บริษัทฮั้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคิดสิครับ ผมไม่หวงแหนหรือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หมื่นละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท ๔,๘๐๐ ล้านบาท นี่ท่านปล้นบ้านปล้นเมืองมาตามลําดับแล้วยังจะ ปล้นงบกลางอีก พวกผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ นี่เฉพาะเมืองไทยครับ ไปที่ไหนวันนี้ ถ้าเขาถามมาจากประเทศไทยไหม ถ้าผมเป็นคนเดินทางผมบอก ไม่ใช่ อายเขา ทําไมผมพูด อย่างนี้ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมพูดนี่เป็นนักธุรกิจเมืองไทยที่เขาสัมมนากันในประเทศไทย จากนี้ต่อไปองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ขออนุญาตพูดภาษาอังกฤษนิดเถอะครับ เพราะเขาชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ผมไปพูดเป็นภาษาไทยไม่ได้ องค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระ ชื่อ ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชั่นแนล (Transparency International) ตั้งอยู่ในประเทศ เยอรมัน ท่านนายกรัฐมนตรีอับอายเขาไหมครับ ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีปี ๒๕๕๑ พอสิ้นปี ๒๕๕๒ เขาสํารวจ เขาบอกว่ารัฐบาลของประเทศไทยยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใน ๑๗๘ ประเทศ เป็นประเทศที่ทุจริตลําดับ ๘๔ พวกท่านสมัยนั่งซีกผมนี่นะ ด่าทักษิณ ชินวัตร ทุจริตประพฤติไม่ชอบ เขาสํารวจช่วงนั้นอยู่ลําดับ ๖๔ ครับ ลําดับ ๖๔ สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลําดับ ๘๔ ครับ นี่ถ้าพวก คมช. ที่ปฏิวัติฟังผมอภิปรายกลับไปนั่งร้องไห้คลําเมียเสียคืนนี้ว่าที่กล่าวหา กล่าวร้ายทุจริต มันไม่ใช่รัฐบาลชุดนั้น นี่องค์กรสําคัญของโลก ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ในเยอรมัน เขาสํารวจทุกปี ๑๗๘ ประเทศ สมัยท่านทักษิณ ๖๔ สมัยคุณอภิสิทธิ์มา ปี ๒๕๕๒ ๘๔ ครับ ทั้งนอกและในสอดคล้องรองรับกับผลสํารวจของสถาบันการศึกษา จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปี ๒๕๕๓ เขาบอกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คดโกง งบประมาณแผ่นดิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี อย่างนี้ละครับ ผมถึงบอกว่ามาเอาไปแสนล้านผมไม่ให้ครับ นี่ผมเกริ่นนําให้ประธานได้แลเห็นว่าพวกผมก็ทําการบ้าน ปรึกษาหารือแล้วก็นําเสนอ

ทีนี้ผมจะนําเข้าสู่งบประมาณรายจ่ายที่รัฐบาลได้นํามาเสนอใน ๔ เล่ม รัฐบาลประมาณการ ผมถึงบอกรัฐบาลบิดเบือนตัวเลข บิดเบือนข้อเท็จจริง มันไม่เป็นจริง อย่างที่รัฐบาลเขียนมาในหนังสืองบประมาณ ผมจะวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจัดงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เอาตัวเลขดีเทล (Detail) เป็นจํานวนเงิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท แสนล้านบาทตรงนี้ รัฐวิสาหกิจ หน่วยราชการ ส่วน ๘๔,๑๔๒,๔๕๖,๓๐๐ บาท รัฐบาลใช้หนี้ เงินคงคลัง ใช่ไหมครับ ใช่ เอามาจากไหนครับ เอกสารรัฐบาล

ต่อไปผมจะวิเคราะห์รายละเอียดของแต่ละกระทรวง มาตรา ๔ งบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจํานวน ๑,๖๙๗,๓๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ท่านเอาไปให้กรมชลประทานหมด นายกรัฐมนตรีแถลงให้ผมฟัง ทําไมไม่พูดลงลึกล่ะ มันเกิดปัญหาต้องกรมชลประทาน ต้องทําเขื่อน ผมรู้ครับ ซีดีส่งมาไม่ต้องดูหรอกครับ แต่ท่านดูไหม ในจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แต่ละงบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยัง นายกรัฐมนตรี ผมยังเชื่อว่าท่านไม่โกง แต่ผมไม่เชื่อว่าท่านไม่รู้ว่ามันมีคนโกง ผมไม่เชื่อ พอไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ผู้ประมูลรายเดียวได้ไปหมด ๒๐ ๒๐ ๒๐ พันเท่าไร ๒๐๐ ล้านบาท สบาย ๆ ทําไมผมมั่นใจก็พฤติกรรมที่ผ่านมา กรรม คือ การกระทํา กรรมเป็นเครื่อง ชี้เจตนา รัฐบาลหลายกระทรวง ทบวง กรม โกงทุกชุด ทุจริตทุกช็อท (Shot) โกงทุกดอก ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท นี่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วท่านประธานทราบไหมครับ เมื่อคราวเกษตรกรเดือดร้อน จะช่วยเหลือเกษตรกร แทนที่จะนับจํานวนไร่ แทนที่จะนับ จํานวนคน ไม่ครับ ไปถ่ายภาพดาวเทียมแล้วเอางบลัมพ์ซัม (Lump sum) ให้ไป ไอ้นี่มัน โคตรโกง นี่คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีจะถ่ายรูปยังไม่กล้า ต้องไปยืนหลัง นายกรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าบุคลิกหน้าตาไม่ดีเลยไม่กล้าถ่ายรูป ต้องไปยืนหลังนายกรัฐมนตรี ผมดูหนังสือพิมพ์ เอ้า ไอ้นี่มันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณอภิสิทธิ์ไปยุ่งอะไรด้วย รัฐมนตรีไปยืน คุณเคยดูไหม คุณจะเอาเงินไปอีก ๑,๖๙๗,๓๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ คุณเคยดูไหมว่ากระทรวงคุณทุจริต กรณีช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ยากไร้ ได้รับผลกระทบ แทนที่จะนับเป็นรายหัว กลับไปเอาภาพถ่ายดาวเทียม นี่รีดเลือดกับปู ถ้าเป็นโจรเขาเรียก มหาโจร ถ้าใครเป็นคนทุจริต ผมเรียนกับท่านประธานต่อ นะครับว่าหลายโครงการจํานวนเงินนับพันล้านบาท แต่ว่าไม่ถึง ๑๐ ไม่ถึง ๑๐ ไม่ถึง ๑๐ เขารู้กันทั้งกระทรวงครับว่าผู้รับเหมาคนเดียวกัน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๒๐๐ ล้านบาท สบายแฮ อาจจะน้อยไปด้วยซ้ํา เพราะมันเคยโกงกันมาก ฝั่งนี้ในรัฐบาล ชุดนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ จากมาตรา ๔ ผมไปมาตรา ๕ รายจ่ายงบประมาณ เพิ่มเติมกระทรวงคมนาคมเป็นเงินตัวเลขกลม ๆ ๒,๙๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง ๑,๘๐๐ ล้านบาท ใส่ไปเลยครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บดเท บดเท บดเท ๓ อาทิตย์ต่อมา ฝนตกลมแรง ไปหมดแล้วครับ ก็มันเป็นอย่างนี้ทั้งประเทศ นายอภิสิทธิ์ไม่รู้เชียวหรือ ต่อมาก็ กรมทางหลวงชนบท ๑,๑๐๐ ล้านบาท แก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมไม่ขัดข้อง แต่กระทรวงนี้มันแชมป์ (Champ) โกง โดยเฉพาะกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ผู้รับผิดชอบจะท่องเป็นคาถา ต้องทําให้นาย ต้องทําให้นาย ต้องทําให้นาย นายใกล้เลือกตั้ง นายต้องกวาดต้อนผู้คนเข้าพรรค แล้วผมไว้ใจได้อย่างไรครับ ผมเรียนท่านประธาน รถไฟฟ้า สายสีม่วง เจ็บปวดผม ซารัมย์ตอบไม่ได้เลย ป.ป.ช. ก็สอบ ท่านอภิสิทธ์กลับเอา ซารัมย์ไว้ แล้วผู้แทนที่เขาไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เขาฟังผมแล้วเขาไว้วางใจได้อย่างไร นี่เอาอีกแล้ว สีน้ําเงิน ปัญหาก็คือว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่กล่าวหารัฐบาลทุจริต ทั่วโลก องค์กรในประเทศ มหาวิทยาลัย หอการค้า ผลโพลล์ (Poll) สําเร็จของงานรัฐบาลไม่มี ด้วยความเป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพ ผลโพลล์ทุกสํานัก เขาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สอบผ่าน แต่ฉิวเฉียด เฉพาะตัวนะ แต่ถ้าถามรัฐบาลเป็นอย่างไร เขาบอกไม่มีท่า ท่านรัฐมนตรีแต่ละคน เป็นอย่างไร โลกลืม กระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพ เจ็บปวดจริง ๆ ที่ ๒,๖๐๐ ล้านบาทในกรรมาธิการ ตัดให้หมดเพราะมันเอาไป ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่ต่างจังหวัด ผมไปต่างจังหวัดบ่อย ถนนเป็นหลุมไปเกรดตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ พอเกรดเสร็จ ใส่ปุ๊บ ปุ๊บ ปุ๊บ มันรู้กันหมด มันโกง กันเป็นระบบ มันกินกันเป็นระเบียบ แต่ผ่านพ้นสายตาพวกผมไม่ได้ สายสีน้ําเงิน คนพรรคประชาธิปัตย์ออกมาทักท้วง เอาอีกแล้วครับ ก็จะเอากันอยู่

ต่อไปมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปทั้งหมด ๙๘๙,๒๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๙๙ ของงบประมาณ จําแนกดังนี้ ผมต้องวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๆ ที่คุณสุวิทย์กับผมชอบกัน หน้าที่ต่างกันแต่ความสัมพันธ์คงเดิม ไอ้นี่มาอวดอ้าง แหม หัวหน้าพรรคกิจสังคมมี ๕ ที่นั่ง ผมจะบอกท่านประธาน ตอนรณรงค์หาเสียง ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๐ นายสุวิทย์ ตายคาสนามรบ แพ้พรรคพลังประชาชน ๕ คนนั่นเอาจากผมไป หลังจากยุบพรรคแล้ว ก็เราโดนสหบาทา ทุกภาคส่วนรุมกระทืบ พรรคพลังประชาชนอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้ บันไดขั้น ๒ บันไดขั้น ๓ ก็ซื้อคนของเราไป ๕ คน คุณไม่อายบ้างหรือว่าพรรคกิจสังคมมี ๕ คน น้อง ๆ ทั้งนั้นล่ะที่อยู่ที่นั่น ผมต้องฟ้องท่านประธานว่า ๙๘๙ ล้านบาท มันเกือบ ๆ พันล้านบาท เขาบอกไอ้นี่มันแลกกันหรือเปล่า ตอนลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีที่ไหนหรอกรัฐธรรมนูญ ๒ ส่วนที่แก้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีที่ไหนหรอกครับ เพิ่มสัดส่วนปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) ๑๒๕ เขตเลือกตั้งประเทศไทยลดสัดส่วนเขตเลือกตั้งเหลือ ๓๗๕ จาก ๔๐๐ ท่านประธานคิดเหมือนผมคิดแต่เราพูดไม่ได้ แต่ผมจะพูดว่าทีแรกเอา ๔๐๐ บวก ๑๐๐ ๔๐๐ บวก ๑๐๐ เลยพาพี่หนั่นผมไปบาดเจ็บในสมรภูมิ แต่ว่าพี่หนั่นเขาคนแข็งแรง เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ผมวิเคราะห์ในพรรค ถามสมาชิกได้ ผมบอกไม่มีทางเลยวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ทําได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเหาะ ทําไม่ได้ สมาชิกถามทําไม ก็ ๒๕๘ ล้านบาท ก็ไม่ยุบ ๒๙ ล้านบาทไม่ยุบ ศาลยกประโยชน์ให้จําเลย เรื่องไม่ได้สู้ก็หยิบมาเป็นประเด็น ในการพิจารณา ผมถึงบอกศาลรัฐธรรมนูญผมไม่เชื่อถือ แล้วผมไม่เคารพ บางคนบอกไม่กลัว ไม่กลัว เพราะไม่ใช่ศาลยุติธรรม ศาลการเมือง ผมบอกไม่มีทางที่พรรคประชาธิปัตย์ จะพ่ายแพ้พรรคร่วมรัฐบาล ผมบอกเดี๋ยวพรุ่งนี้ ๑๔.๐๐ นาฬิกา คําสั่งออก ท่านประธาน ที่เคารพ ขอสาปแช่งคนไปล็อบบี้ (Lobby) คนไปจ่ายสตางค์ ขอให้มันพบกับความวิบัติหายนะ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าใครจ่ายสตางค์ พวกตัวดี ไอ้พวกรักษาภาพ ไม่ได้จ่ายเอง แต่มีส่วนรับรู้ในการจ่าย ขอให้ความวิบัติหายนะจงเกิดขึ้นกับคน ๆ นั้น

ต่อไปมาตรา ๗ กระทรวงนี้เห็นแล้วน้ําตาไหล ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการมาก่อน ท่านประธานที่เคารพ ในอดีตกาล ในโบราณ เขาเรียกกระทรวง ๒ กระทรวงเท่านั้นละครับ ในการบริหารบ้านเมือง กระทรวงแรกเขาเรียก สมุหกลาโหม นั่นคือกระทรวงกลาโหม อีกกระทรวงหนึ่งเขาเรียก สมุหนายก คือกระทรวงมหาดไทย ผมเป็นมาแล้วประมาณ ๘ เดือน ผมไม่มีตําหนิ ผมไม่มีริ้วรอย ผมไม่เคยกลั่นแกล้งข้าราชการแต่วันนี้กระทรวงนี้ ซึ่งรัฐบาลจัดงบประมาณให้ ๘,๗๒๖,๗๒๕,๕๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘.๗ ของงบประมาณ ซึ่งจําแนกดังนี้ จริง ๆ มันต้องปลดรัฐมนตรีคนนี้ สร้างความเสียหายให้กับกระทรวง ในการบริหารราชการบ้านเมือง ขาดกู๊ด กัฟเวอร์นแนนซ์ (Good governance) สร้างความแตกแยก ทุจริตการแต่งตั้ง มีการถูกกล่าวหาทุจริตเนื้องานหลายอย่าง รัฐบาลให้ไป ๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ๘,๗๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ผมไม่ไว้ใจ ผมมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ เพราะงบประมาณไม่ใช่เงินนายอภิสิทธิ์ เป็นเงินภาษีอากรพี่น้อง ประชาชนคนทั่วประเทศ ๒.๓ ล้านคน เสียมาก อีก ๔.๗ ล้านคนถูกโอบอุ้มด้วย ๒.๓ ล้านคน ๔,๐๐๐ เสียมาก ๒๕,๐๐๐ คนตัวเลขกลม ๆ เสียน้อย เอาเงินไปผลาญ กระทรวงนี้ไม่ควรได้ ผมเรียนท่านประธานต่อ จําแนกเป็น ๒ ส่วน แผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ ให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หรือกลัวพรรคภูมิใจไทยหิว หรือกลัวไม่เชื่อง หรือกลัวรอบหน้า เขาอาจจะคิดถึงบ้านเก่า เป็นไปไมได้เลย เอาไปให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฟังพวกท่านพูด เหมือนกับว่ากรมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีศูนย์ข้อมูล ไม่ใช่หรอกครับ ก็ย้ายสิ ย้ายเปลี่ยนได้ ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เขาเป็นคนแจก พอต่อมาแผนงานที่ ๒ แผนงานสวัสดิการสังคมเอาไปให้คนแก่ ๕๐๐ บาท ให้คนแก่แล้วจนไม่เป็นไร บางส่วน นายกรัฐมนตรีรู้ไหม ไปแจกข้าราชการบํานาญ ไปแจกทําไมเขาพอมีอยู่แล้ว ต่อมา งานส่วนที่ ๒ แผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจปกครอง ๑,๐๑๗,๔๓๐,๒๐๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเรียกคนทํางบประมาณตรงนี้ คุณเขียนอย่างไร บอกว่าแผนงาน ส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง แต่เอาเงินมาให้คนพิการ คนพิการให้ไปสิครับ แต่ไม่ใช่เป็นการกระจายอํานาจการปกครอง

ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่า มาตรา ๘ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ของกระทรวงศึกษาธิการ ๑,๒๒๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑.๓๒ ของงบประมาณ เมื่อเช้ารัฐมนตรีว่าการอวดแสดงความรู้ความสามารถกระแทกกระทั้น ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน เขามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ครับ ถ้าเป็นรัฐมนตรีมันต้องตอบ มันต้องใจเย็น ต้องสุขุมคัมภีรภาพ ผมเคยพูดเสมอเป็นรัฐบาลต้องรําแบบรําลักษณ์ เป็นฝ่ายค้านต้องรําแบบทศกัณฑ์ หน้าที่มันแบ่งกัน ผมไม่อยากไปพูดให้ออกมาตอบ ตอบก็ไร้สาระ กรมอาชีวศึกษา เขาเปลี่ยนชื่อใหม่ ท่านประธานถามนายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือ มันโคตรโกงกรมนี้ รัฐมนตรี ออกมาการันตีไม่มีการโกง ผมถามว่างบ ๑,๓๒๒ ล้านบาทเอาไปทําอะไรก็แล้วแต่ที่โรงเรียน มันมีข้อพิรุธ มีข้อพิรุธตรงไหน ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ผู้ประมูลรายเดียวพันกว่าล้านบาท เอาไปแล้ว ๒๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมผมฟันธง ก็พฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้มันทุจริตจริง ๆ ผมถึงกล่าวหาตรงนี้ ต่อมาท่านประธานครับ งบประมาณที่ได้ไปไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ต้องเปิดประมูล ใช้วิธีการพิเศษแล้วก็หากินกัน ต่อมารัฐบาลให้เหตุผล ผมไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ จากนี้ต่อไปผมจะบอกครับ ท่านประธานว่าผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไอ้พวกนั่งห้องแอร์ นักวิเคราะห์ตัวเลข ผมมีเหตุผลสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลบอกว่ารัฐบาลจะเก็บ ภาษีเกินเป้าในรอบปี ๒๕๕๔ ๑๒๐,๐๐๐ล้านบาท วันทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ปีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงต่อสภาว่า ขอกู้เงิน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเป็นงบขาดดุล และนายอภิสิทธิ์คนนี้ล่ะ คนที่พันธมิตรด่านี่ล่ะ ด่าเจ็บ หาว่านายกรัฐมนตรีไม่ฉลาด ผมไม่เชื่อ ฉลาด ไม่ฉลาดแพ้เลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร หาว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ฉลาด นายกรัฐมนตรีโลเล แล้วข้อ ๓ นี่ใช้คําพูดไม่สุภาพ เจ็บปวด แหมทําให้ผมนึกในใจ ผมคิดถูกแล้วชาตินี้ไม่คิดเป็นนายกรัฐมนตรี มันด่ากันจับแก้ผ้าล่อนจ้อน จะให้ผมเชื่อได้ อย่างไร ผมไม่เชื่อ แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีโกหก อาจจะเจตนา ไม่เจตนา ผมเชื่อว่ามีบ้าง แต่ไม่ฉลาด ไม่ใช่เลย ไม่มีครับ นายกรัฐมนตรีฉลาด ฉลาดมาก ฉลาดจริง ๆ แล้วมันไปด่า นายกรัฐมนตรีว่าใครไปตะไบเล็บให้ ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อ นายกรัฐมนตรีสบายใจได้ ผมไม่เชื่อ นะครับท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าแม่บ้านท่านตะไบเล็บให้ท่าน ปกติ แต่มันไปบอกศิริโชค ตะไบเล็บ ผมไม่เชื่อ แหมพวกนี้มันก็ไปขุดมาด่านายกรัฐมนตรี แต่ถ้าบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสนิทกับศิริโชคก็ธรรมดา แบบผมสนิทกับ ส.ส. พรรคผม นายกรัฐมนตรี สบายใจ ผมเชื่อเรื่องเดียว ๓ ข้อ ผมไม่ลงรายละเอียด เรื่องโกหก นายกรัฐมนตรีมีบ้าง แต่ไปว่านายกรัฐมนตรีตอแหล มากไป ผมพูดอย่างนี้ เดี๋ยวเย็นนี้มันก็ถล่มผมแทน ก็เอาเถอะ ผมจะได้เฉลี่ยความทุกข์จากนายกรัฐมนตรีบ้าง ก็ไม่มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลบอกจะเก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล ประกาศประมาณการตอนแถลงนโยบาย ปี ๒๕๕๔ คุณอภิสิทธิ์บอกว่าจะเก็บภาษีได้ ๑,๖๔๗,๓๒๕ ล้านล้านบาท พอไตรมาสแรกเท่านั้นละครับ นายกรัฐมนตรีขี้ตกใจ ท่านขี้ตกใจจริง ๆ ท่านทําไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ท่านฟังผมนิดหนึ่ง อดทนฟังอีกหน่อย จะได้บรรลุโลกุตตระว่ากระทรวงการคลังมันหลอกท่าน มันบอกกับท่านว่าอย่างไรครับ บอกว่าการจัดเก็บภาษีเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ จัดเก็บได้ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นแล้ว ผมชื่นใจด้วยไหมครับ ชื่นใจครับ เกินกว่าประมาณการ พอมาเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ รัฐบาลเก็บภาษีได้ ๑๔๔,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นครับ พวกกระทรวงการคลังตกใจ เดือนตุลาคม เพิ่ม เดือนพฤศจิกายนเพิ่ม แต่มันบอกท่านไหมล่ะครับว่าเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๓ มันจัดเก็บภาษีเหลือเพียง ๑๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท มันบอกท่านหรือเปล่า เดือนตุลาคมเพิ่ม เดือนพฤศจิกายนเพิ่ม พอเดือนธันวาคมมันลด ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แถมยังจะเห็นว่าในการจัดเก็บภาษี ลดแล้ว ยังมีหนี้เพิ่มมากขึ้นอีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมท่านนายกรัฐมนตรี ไปอ่านสิ ทีนี้การจัดเก็บภาษีเมื่อ ๓ เดือนยังแตกต่าง ท่านประธานที่เคารพ มันถือว่าตัวเลขไม่นิ่ง เศรษฐศาสตร์มันมองคนละมุม กฎหมายลายลักษณ์อักษรก็มองคนละมุม แต่มุมมองของผม บอกว่าตัวเลขมันไม่นิ่ง เดือนตุลาคมได้มาก เดือนพฤศจิกายนได้มาก เดือนธันวาคมมันลด ไปเอสทิเมท (Estimate) ตอนเก็บได้มากว่าถ้าเกิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในรอบปี ท่านประธานครับ นอกจากเก็บภาษีรถในเดือนธันวาคมแล้ว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลมีหนี้เพิ่ม ๑๒,๘๕๐ ล้านบาท รวมกับ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลมีภาระ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วท่านได้คิดได้ ตัวเลขสูงคิดสูง แต่ตอนได้น้อย ตัวเลขของผมนี่ออริจินอล (Original) ออริจินอล ผมเรียนท่านประธานต่อ รัฐบาล ก็เดือนธันวาคมอย่างเดียว เฉพาะภาษีเก็บลดลง หนี้เพิ่มขึ้น รัฐบาลเสียรายได้ที่เอสติเมท ประมาณการเอาไว้แค่เดือนธันวาคมเป็นจํานวนเงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขเปเปอร์ (Paper) นะครับ แล้วทั้งปีมันจะเก็บเกินได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตามที่ท่านประมาณการ จึงมาตั้งงบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อิมพอสสิเบิ้ล (Impossible) ฝรั่งบอก เป็นไปไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลทําอะไรแล้วประสบเป้าหมายบ้าง ท่านออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บ้านเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจ บ้านเมืองจะเจริญแล้ว เศรษฐกิจจะโต ๗.๙ เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความรู้ความสามารถออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายเอาไปใช้ไม่เท่าไรครับ เพราะไม่มีโครงการ ไม่มีมาตรฐาน ขาดการตรวจสอบ นําไปสู่ การทุจริตถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่หลายสํานักเขาระบุว่ารัฐบาลของท่านทุจริตและคอร์รัปชั่น

ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณปี ๒๕๕๔ รัฐบาลตั้งงบขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีมาบริหารราชการบ้านเมือง ๒ ปีเศษ ๆ รวมกับประวัติเก่า หนี้ที่สร้างไว้ ๔.๕ ล้านล้านบาท นายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ ยุคท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ สภาพบุคคลนับแต่คลอดรอดอยู่เป็น ทารก ลืมตามองโลกเป็นหนี้คนละ ๗๐,๓๑๒ บาท ในยุคนายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านเข้ามาใหม่ ๆ ท่านร้องโอดโอย ท่านบอกรัฐบาลไม่มีเงินเลย งบประมาณที่ท่านสมัครทําไว้ไม่พอ มายุคท่านสมชายก็ไม่เพิ่มเติมงบประมาณ นายกรัฐมนตรีตั้งงบกลางปี ๒๕๕๒ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จําได้ไหมท่านนายกรัฐมนตรี เราฝ่ายค้านบอกเห็นด้วย เผื่อท่านจะได้มีเงินไปทํางาน สุดท้ายท่านเอาเงินไปผลาญ เพราะรัฐบาลของท่านทุจริต พอมาปี ๒๕๕๔ กู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านอยู่ทํา งบประมาณปี ๒๕๕๕ ท่านต้องกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นเป็น อย่างอื่น ท่านประธานครับ ท่านมีหนี้เดือนธันวาคม ๑๒,๘๕๐ ล้านบาท ไม่คิดหรือครับว่า เป็นค่าใช้จ่าย เก็บภาษีธันวาคมน้อยกว่าพฤศจิกายน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่คิดครับ รายได้ลดลง แล้วไปประมาณการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาวิธีคิดส่วนไหน อาจจะมองไม่ ตรงกัน กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ท่านประธานครับ ท่านเสนอมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีเสนอ เป็นการนําเงินในอนาคตมาใช้ผมจะบอกให้ ท่านทึกทักเอาเองว่า ในไตรมาสต่อ ๆ ไปจะเก็บภาษีได้เหมือนเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ทั้ง ๆ เดือนธันวาคม ก็ไม่เหมือนแล้ว เหตุผลของผมสนับสนุนได้ว่ารัฐบาลเก็บภาษีเกินไม่ได้จริง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเรียนท่านประธาน เงินในอนาคตไม่แน่นอน เมื่อรัฐบาล จัดงบประมาณเพิ่มเติมและสุดท้ายเมื่อเก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่ม การตั้งงบ ปี ๒๕๕๕ ต้องกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบขาดดุลในระยะเวลา ๒ ปีเศษ ๆ ไม่รวมภาพรวม รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กู้เงินมาแล้ว ตัวเลขโดยประมาณ อย่าเถียงในดีเทลท่านกู้มาแล้ว ๑๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเก่ง บริหารจนกระทั่งประเทศเป็นหนี้ท่วมหัว บริหารจนคนนานาอารยประเทศเขาบอกว่ารัฐบาลนี้ คอร์รัปชัน องค์กรอิสระในเยอรมัน องค์กรภาคเอกชนสํารวจนักธุรกิจ ท่านประธานครับ ผมถามท่านประธานว่าเมื่อรัฐบาลมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลหารายได้ไม่เป็นก็ต้อง กลับมาขูดรีดจากประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เคยมีนโยบายเรื่องไม่เก็บภาษีสรรพสามิต ถ้ากระผมจําไม่ผิด ถ้าผิดต้องขอโทษ รัฐบาลของท่านเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันเพิ่มขึ้น ลิตรละ ๓ บาท เขาเรียกว่า รีดเลือดกับปู ภาษีส่วนนี้รัฐบาลเก็บได้ ๑๓,๙๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ อย่าไปภูมิใจ อย่าไปดีใจ เป็นวิธีการสกปรก เป็นวิธีการข่มเหงรังแกพี่น้อง ประชาชน ต่อมาผมบอกท่านประธานว่าในสมัยรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ภาษีสรรพสามิต ๓ บาท ไม่เก็บครับ รัฐบาลหาวิธีการเอากองทุนมาอุ้ม เพราะเราไม่อยากให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ท่านประธานครับ ในระหว่างที่รัฐบาลจัดงบกลางปีเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีอ่านโพยครับ บอกว่าปีนี้เงินเฟ้อ ๓.๕ ปีหน้า ๓.๕ ถึง ๔ ตัวเลขเฉี่ยวฉิวครับ ท่านประธานที่เคารพ คนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ท่านจัดงบ เพิ่มเติมในขณะที่สภาพปัญหาทางเศรษฐกิจมีเงินเฟ้อได้อย่างไร เขาไม่ทํากัน เขาทําไม่ได้ เกลี่ยงบตัวอื่นมาใช้สิครับ ท่านประธานต้องรู้เหมือนกับผมรู้ว่าขณะนี้ภาษี ๓ บาท คนด่า ทั้งเมือง วันเลือกตั้งจะเป็นเครื่องตัดสิน สินค้าทุกประเภทเพิ่มขึ้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ไข่ไก่แพง ใช้เงินฟุ่มเฟือย ไปเอา ๖๙ ล้านบาท ไปจ้างบริษัทอะไรมาแพลน (Plan) ให้ และสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่ไหน สํานักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ไหน หรือมัน โง่กันทั้งกระทรวงการคลัง ต้องไปเสียเงิน ๖๙ ล้านบาท นี่มันเงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชน ไข่ไก่แพง น้ํามันปาล์มแพง น้ํามันพืชแพง ข้าวสารแพง เนื้อสุกรแพง นมสดแพง นมผงแพง กระเทียมแพง น้ําตาลทรายแพง ยาสามัญประจําบ้านแพง น้ํายาล้างจานแพง ผงซักฟอก สบู่ แชมพู ผ้าอนามัย แม้แต่บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป และอาหารกระป๋อง แพง รู้ไหมท่านนายกรัฐมนตรีว่ามันแพงจริง ๆ สุกรเนื้อแดงเมื่อก่อน ๖๗ บาท สมัยท่านสมชาย อยู่ที่ ๙๒ บาท หมูเนื้อแดง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยเดินตลาดเหมือนผมเดิน ผมว่างขับรถ พาหลานไปเดินตลาด หมูเนื้อแดงวันนี้ท่านทราบไหมครับราคาของท่าน ๑๙๐ บาท ต่อกิโลกรัมครับ นายกรัฐมนตรีเอาแต่กินนี่ ให้แม่บ้านทําอย่างเดียว ให้คนใช้ไปซื้อเลยไม่รู้ราคา ๑๙๐ บาทต่อกิโลกรัมครับ สมัยท่านสมชายเขาอยู่ที่ ๙๒ บาท ยุคท่านหมูแพงกว่ายุคผม ๙๘ บาท อย่างอื่นแพงหมด ต่อมาน้ํามันราคาแพง ดีเซลปรับสูงขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ อ้างตลาดโลกเพิ่ม รัฐบาลได้ขึ้นภาษีน้ํามันอย่างมากมาย ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ น้ํามันราคา ๘๐-๙๐ เหรียญต่อบาเรลครับ สมัยพวกผมเป็นรัฐบาล ๑๔๗ เหรียญต่อบาเรล แต่เราไม่เก็บภาษีสรรพสามิต เรากลัวประชาชนเดือดร้อน ผมเรียนท่านประธานต่อว่า ผมไปคุยกับพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่ บอกเงินเฟ้อ ๓-๓.๕ พี่น้องประชาชนบอก คุณเฉลิม คุณอธิบายนิดหนึ่ง ผมบอกผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์แต่ผมอธิบายได้ เงินเฟ้อ คืออะไรครับ ท่านผู้ชมทางบ้าน เงินเฟ้อก็คือว่าประชาชนซื้อของได้ในปริมาณเท่าเดิม ค่าของเงินลดลง แต่จํานวนเงินเพิ่มขึ้น สินค้าแพงขึ้น เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีรู้ เมื่อเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น สินค้าเพิ่มขึ้น ธนาคารชาติขึ้นดอกเบี้ยครับ นี่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่รอบคอบ พอขึ้นดอกเบี้ยก็ ๒ ขาครับ ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยเงินกู้ คนยากคนจนก็ต้องกู้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังโยนภาระให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจน ผมจะบอก ท่านประธานว่าในทางเศรษฐศาสตร์ ในทางเศรษฐกิจ เมื่อนายกรัฐมนตรีมีเม็ดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสู่ระบบการเงิน นักลงทุนตาวาวครับ พอมีเงินแสนล้านบาท เข้าสู่ ระบบ เขาจะมีการปรับเพิ่มราคาสินค้าอย่างแน่นอน เพราะเงินมันเข้ามาอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะบอกว่าเป็นการซ่อมแซมผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมถามท่านประธานไปถึงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเคยให้สัมภาษณ์ไหม ผมจําได้ว่า ท่านบอกจะเอางบส่วนอื่นที่มีอยู่มาแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่เกิดจากผลกระทบ ผมเข้าใจ มีนายกรัฐมนตรีว่าภัยพิบัติไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ แต่เกิดขึ้นแล้วมันต้องแก้ไข ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตั้งยาว เพราะรัฐบาลท่านคอร์รัปชัน ท่านตกเขียวพรรคร่วม พรรคร่วมอาละวาด ทุจริต ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่พรรคร่วมรับผิดชอบ ผมเรียนนะครับ ว่าต่อไปนี้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าระบบ นักลงทุนก็จะมีการปรับเพิ่มราคาสินค้า เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนขึ้น คนตกงานครับ ไม่มีภาคการผลิต คนไม่มี งานทํา โรงงานต้องปิด อาชญากรรมเกิด ถ้าอาชญากรรมไม่เพิ่ม นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ทําไม จะให้งบ ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม แปลว่าท่านรู้ ควรรู้ ต้องรู้ และรู้อยู่ในใจว่าอาชญากรรมมันเพิ่ม อาชญากรรมเพิ่ม ง่าย ๆ ครับ ก็คือเศรษฐกิจไม่ดี พวกคนรวยแอบไปลักของในห้าง รวยมันก็ชั่วได้ ไม่ใช่รวยชั่วไม่ได้ ชั่วได้ครับ ต่อมาผมเรียน ท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริง การจัดงบไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ นําเงินในอนาคตมาใช้ โครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนังสืองบประมาณรายจ่ายประจําปี ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาททุจริต ง่าย ไม่ต้องเปิดประมูล ท่านทําไปเถอะ ทุจริต ผมไม่คิดว่าท่านโง่ ผมไม่คิด แต่มันเปิดช่อง รัฐบาลชุดท่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน รัฐบาลชุดท่านหลายคน เดินเข้าไปทําบุญในโบสถ์ ออกจากโบสถ์พระต้องตรวจค้นร่างกาย กลัวขโมยพระออกมา เพราะมันทุจริตทุกช็อต ไปทําบุญแท้ ๆ ออกนี่หลวงพ่อต้องล้อมเลย อย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งไป อ้ายนี่มันขโมย อ้ายนี่มันทุจริต เดี๋ยวไปเลียนแบบ ไปคด ไปโกง ไปขโมยในต่างด้าว ชาวต่างแดน หลวงพ่อไม่ยอมหรอกครับ ท่านรู้เลย รัฐบาลชุดท่าน ท่านหาเสียงล่วงหน้า แจกคนชรา แจกคนพิการ แต่ไม่บอกหัวข้อที่แท้จริง ไปบอกกระจาย อํานาจการปกครอง มันใช่ที่ไหน ก็ให้ไปซิ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านประธานครับ เมื่อผม ตรวจสอบโครงการที่บรรจุไว้ในงบประมาณแล้ว จะมีการทุจริตได้เปอร์เซ็นต์ มีไม่กี่บริษัท ผมสรุป ท่านประธานครับ รัฐบาลบิดเบือนตัวเลข ผิดวินัยการคลังอย่างร้ายแรง ตั้งงบประมาณ ในขณะเงินเฟ้อและสินค้าแพง ส่อไปในทางทุจริต เพิ่มหนี้ให้ประชาชน เพิ่มภาระให้ ประชาชน สินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในระหว่างเกิดภัยพิบัติ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเงินงบไทยเข้มแข็งเหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอ่านจากหนังสือนะครับ เพราะท่านนี่เป็นคนไม่ยอมคน เดี๋ยวท่านก็มาพูดลอยหน้าลอยตา ตีหน้าเศร้า เล่าความหลัง เดี๋ยวก็เอาคะแนนไปกินหมด ก็บอกไปก่อนท่านเคยพูด แล้วทําไม ไม่มาเคลียร์งบ ทําไมไม่เอามาใช้ แล้วพูดทําไม ท่านประธานครับ กลางปี ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลว เอาไปทําอะไรครับ เช็คช่วยชาติคนละ ๒,๐๐๐ บาท โครงการต้นกล้าอาชีพ คนไทยเขาทํางานเก่งแต่เขาไม่มีงานทํา ท่านเอาเงินไปจ่ายเพื่อให้ฝึกงาน ผิดฝาผิดตัว เช็คช่วยชาติล้มเหลวจ่ายครั้งเดียวเลิกกันเลย โครงการต้นกล้าอาชีพล้มเหลว ชุมชนพอเพียง ทุจริต รองนายกรัฐมนตรีคนเก่งของท่านทําไมไม่รอให้พวกฝ่ายค้านตรวจสอบล่ะ ลาออกทําไม เหตุผลน้อยไป ลาออกเป็นเลขา น้อยไป แล้ววันนี้ท่านสอบไปถึงไหนแล้วเรื่อง ชุมชนพอเพียงยัดเยียดตั้งราคาสูง ให้พรรคพวก นี่อย่างไร นั่น ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่จะเอามาอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงบอกว่าก็ไม่ให้ ไม่เห็นด้วย ๒,๐๐๐ บาทเช็คช่วยชาติ ล้มเหลว โครงการต้นกล้าอาชีพล้มเหลว ชุมชนพอเพียงทุจริต เรียนฟรี ๑๕ ปีไม่จริง พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเอาเงินไปจ่ายเยอะแยะ เพียงแต่บอกว่าให้บ้าง ๑๕ ปีท่านคิดหรือ ไม่ได้คิด พันตํารวจโท ทักษิณเขาคิด เขาคิด ๑๒ ปี ท่านมาเติม ๓ ปี ต้องรับสภาพความเป็นจริงว่า พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก ท่านต้องรับสภาพความเป็นจริง

ต่อไปเรื่องสุดท้าย การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แค่ตั้งนะโมเท่านั้น โหมโรงเท่านั้น ชาวชนบทมันออกมาคัดมาค้าน เหลวแหลกใช้ไม่ได้ สุดท้ายก็เลิก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ ๕ นโยบายล้มเหลวหมด คราวนี้ผมรู้ ผมอ่านหนังสือรู้ ผมดูงบประมาณเป็น ท่านจะไปพัฒนาแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ แต่พวกผม ไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดท่าน เพราะพวกท่านทุจริต ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓ ๖ ๑๘ เศษ ๑๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงิน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาทที่จะคดโกงจาก งบประมาณ ไม่ใช่ผมพูดคนเดียว หน่วยงานที่เกี่ยวมาเขาบอก ท่านประธานที่เคารพ ภัยพิบัติ เท่าไร ใช้หนี้เท่าไร มีครบ ผมไม่ต้องลงรายละเอียดด้วย งบประมาณของท่านเงื่อนงํา น่าสงสัย ไม่สมเหตุสมผล อ้างภัยพิบัติบังหน้า เพราะฉะนั้นจะหาเปอร์เซ็นต์จากการทํางาน ไม่ได้ก็ต้องใส่มาอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดรองรับ ย้ําอีกครั้งหนึ่ง ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ทุจริตได้ง่าย ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เป็นประโยชน์ ของนักการเมือง เป็นประโยชน์ผู้รับเหมาที่อยู่กับพรรคการเมืองบางพรรค และนักการเมือง บางคนที่อยู่ในรัฐบาล รัฐบาลมีเงินพอเกลี่ยอยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องตั้งงบ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าการจัดทํางบประมาณครั้งนี้จะทําให้รัฐเป็นหนี้มากขึ้น ผมยืนยันจาก เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ฉบับที่ ๑ สีฟ้า หน้า ๗ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร เก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ได้ เดือนธันวาคมลด หนี้เพิ่ม ผมเรียนท่านประธานต่อ ถ้าท่านเก็บภาษีเพิ่มไม่ได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือได้แต่ไม่ถึง นายกรัฐมนตรีจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ก็ต้องกู้ กู้คือหนี้ในอนาคตใช่หรือไม่ใช่ ทั้ง ๆ ที่ผม วิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุด้วยผล แต่ถ้ารัฐบาลเก็บได้ก็โชคดีของท่าน ท่านก็ได้แต้มไป พวกผม ก็เสียแต้ม วันนี้มันฟันธงระหว่างมุมแดงกับมุมน้ําเงิน มองกันคนละมุม เห็นกันคนละด้าน ไม่มีใครผิดครับ กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านคิดอย่างนี้ถูกไหม ผมคิดอย่างนี้ถูก หรือผิด ผมเรียนต่อนะครับว่าเมื่อรัฐบาลเก็บภาษีไม่เข้าเป้า รัฐบาลจะทําอย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาชนกําลังเดือดร้อน นักธุรกิจที่ทํางานกับ รัฐบาลต้อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้รัฐบาลของท่าน ท่านประธานครับ ท่านบอกว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เศรษฐกิจขยายตัว ปีนี้ลดลงจาก ๗.๙ เหลือ ๓.๕ ถึง ๔.๕ ต่ํากว่าปีที่แล้ว เมื่อความขยายตัวลดน้อยลง แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมั่นใจ ได้อย่างไรจะเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณอ้างภัยพิบัติบังหน้า ส่อไปในทางทุจริต ประชาชนไม่ได้อะไร งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผมบอก ไปแล้ว ถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมแล้วเอาเงินไป ต่อไปก็กระทรวงคมนาคมไม่น่าให้ กระทรวงมหาดไทยใช้ไม่ได้ ไว้วางใจไม่ได้ เข้าโบสถ์ก็ต้องตรวจ ค้นตัว เดี๋ยวขโมยพระ ออกจากโบสถ์ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ๑,๑๙๘.๙ ล้านบาท ถือว่าได้งบประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับ จากเอกสารเล่มสีฟ้า ฉบับที่ ๒ หน้า ๔๑ ข้อ ๒ รายละเอียดในโครงการไม่มีครับ รัฐมนตรีจ๋อย ๆ ท้าฝ่ายค้าน ผมบอกเลยตอบให้ได้สิ ทําไมงบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท งบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท นี่ล่ะช่องทาง หากิน ต่อไป ค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้าง มีราคา ต่อหน่วยต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท รวม ๒,๔๔๘ หน่วย เอกสารเล่มสีฟ้า ฉบับที่ ๒ หน้า ๔๙ ผมอ่านเป็น ไม่ต้องมาสอนผมหรอก ผมอ่านงบประมาณตั้งแต่พวกท่านอยู่ไหนกันยังไม่รู้ กระทรวงการคลังไม่ได้เป็นคนทําหรอกครับท่านนายกรัฐมนตรี งบประมาณเขาทํา อวดดี ถือเด่น คลังทํางบประมาณ ไปพูดที่อื่นอย่ามาพูดที่นี่ ท่านจะเห็นนะครับ ๒ กระทรวงนี่ กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทย เอาไป ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากที่ท่านเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ อย่างนี้ไม่ถือว่าซื้อพรรคภูมิใจไทยล่วงหน้าแล้วท่านจะให้ผม คิดอย่างไร ท่านจะบอกว่าประชาชนเดือดร้อน ผมเข้าใจ ก็ทําไมต้องให้กระทรวงมหาดไทย แจกล่ะ คุณอิสสระ สมชัย เขาก็แจกเป็นนี่ หรือพรรคประชาธิปัตย์รู้แล้วว่าทําอย่างไรก็ได้แค่นี้ คะแนนเลยให้พรรคภูมิใจไทยไป ให้ปีกกล้าขาแข็ง ให้มีกําลัง ท่านประธานที่เคารพ ผมถามว่าท่านตั้งงบกลางปีครั้งนี้สุดท้ายแล้วประชาชนได้อะไร ไม่มี ผมเรียนสรุปอีกที เงินที่เหลืออยู่พอเกลี่ยมาใช้ได้ พอเกลี่ยมาทําได้ ถ้าไม่หวังเปอร์เซ็นต์ ไม่หวังการทุจริต จากงบกลางปี ผมมีเหตุผลสนับสนุนจากอธิบดีกรมบัญชีกลางได้แถลงข่าวว่าผลการ เบิกจ่ายเงินภาครัฐประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ สิ้นเดือนมกราคม ปรากฏว่าเงินงบประมาณรายจ่ายมีการเบิกจ่ายเงินในภาพรวมจํานวน ทั้งสิ้น ๗๗๓,๙๘๐.๔๒ บาท หรือเบิกไปเพียง ๓๗.๓๙ เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นรายจ่ายประจํา ๖๖๖,๓๘๖,๐๐๐,๐๐๐.๒๙ บาท ร้อยละ ๓๘.๖๓ สําหรับรายจ่ายการลงทุน ๑๐๗,๕๔๙,๐๐๐,๐๐๐.๑๓ บาท หรือเป็นร้อยละ ๓๑.๒๑ เปอร์เซ็นต์ เบิกใช้จ่ายไปเพียง ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่อธิบดีกรมบัญชีกลางแถลง ไม่ใช่ผม เสร็จเรียบร้อยยังมีเงินเหลือ เบิกจ่ายอีกมาก ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าเพราะอะไรจึงไม่นํางบประมาณรายจ่าย ที่ยังเหลืออยู่มาเกลี่ย มาปรับปรุง มาเปลี่ยนแปลง เพราะท่านนายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ท่านนายกรัฐมนตรีส่งไปงบประมาณให้เขาปรับปรุงแก้ไข ท่านหวังว่าท่านเก็บเกินได้ แต่จริง ๆ มันอาจจะไม่แน่ ขอเรียนท่านประธานนะครับว่างบไทยเข้มแข็ง อนุมัติ ๒ รอบ กรมบัญชีกลางเขารายงานว่าผลการเบิกจ่ายมีการชะลอตัวช่วงปลายปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เนื่องจากต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณประจําปีไปก่อน เพราะงบไทยเข้มแข็ง ท่านออกพระราชกําหนด ๔ แสนล้านบาท ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจําปี จึงฟิก (Fix) เอาไว้ เก็บไว้ทําไม ท่านประธานครับ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ วันวาเลนไทน์ (Valentine) วันแห่งความรัก โครงการไทยเข้มแข็งที่ตั้งกรอบโครงการเอาไว้ คิดเอาไว้ ๑.๔ ล้านล้านบาท อนุมัติโครงการไปแค่ ๔๙๑ โครงการ ไม่หมด ไม่ครบ เงินเหลือ ผมเรียนท่านประธาน โครงการไทยเข้มแข็ง ท่านนายกรัฐมนตรีภูมิใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน คนมีงานทํา คนมีรายได้ เก็บภาษีได้ โรงงานมีภาคการผลิต มีเรียล เซคเตอร์ คนไม่ตกงาน อาชญากรรมลด เอาเข้าจริงไม่มีอะไรเป็นจริง

ต่อไปผมคงสรุป เพราะใช้เวลารัฐบาลไม่มากครับ ใช้เวลาพวกผมมากไป เกรงใจเขา และพรรคพวกเขาก็บอกว่าให้ผมใช้เต็มที่ แล้วจะอนุญาตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ท่านประธานที่เคารพ ผมฝากเรียนไปทางนายกรัฐมนตรีว่า มุมมองของผม นี่คือมุมมองพรรคเพื่อไทย ท่านไม่ต้องให้ลูกหาบท่านออกมาเอะอะระราน ทุกเสาร์ ทุกอาทิตย์หรอก มีมารยาทเสียบ้าง พรรคใครพรรคมัน พรรคเพื่อไทยจะมีหัวหน้า หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตบปากลูกพรรค ไปเกี่ยวอะไรกับเขา ก็เขาจะเอาอะไร ก็ไปมีปัญหา นี่ขนาดไม่มีผู้นําฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจ ๒ หน หนแรกก็เรื่องยุบพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ หนที่ ๒ ก็รัฐบาลแตกกระสานซ่านเซ็น ต้องปรับ ครม. หนที่ ๓ ก็เป็นหน้าที่คนอื่น ผมจะยืนดู และผมบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าที่ผม วิพากษ์วิจารณ์ผมก็ใช้สติปัญญาของผม ที่เอารายละเอียดจากที่รัฐบาลแถลง รัฐบาลใช้เงิน และรายละเอียด ๔ เล่มนี้ครับ และผมมาวิเคราะห์ วันข้างหน้าจะเป็นการพิสูจน์ วันข้างหน้า จะเป็นการชี้ชัดว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๔ เอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาว่าไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรี แถลงประกอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ผมบอกปีนี้มาผิดฟอร์ม อ่านอย่างเดียว แต่ดีนิดหนึ่งไม่ตะกุกตะกัก เมื่อก่อนไม่อย่างนี้ เมื่อก่อนแน่น สมาร์ท พูดเสร็จพรีเซนท์ประกอบ อ่านเอกสารเสร็จ ตอนเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พวกผมเรียนท่านประธาน ไม่เคยอิจฉาท่านนายกรัฐมนตรีนะ ใครจะโชคดี เท่าท่าน ๙๑ ศพตาย อยู่ได้ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน อยู่ได้ พันธมิตรสมัยผมยึดทําเนียบ อ้ายนี่มันได้อยู่ข้าง ๆ ทําเนียบ ใครจะโชคดีเท่าท่าน นายกรัฐมนตรีอยู่ไปเถอะ อย่าไปพูด เรื่องยุบสภา อยู่ไปเถอะ แต่งตั้งข้าราชการเมษายนอีกรอบหนึ่ง ทํางบประมาณปี ๒๕๕๕ แต่งตั้งตุลาคม แล้วไปสู่สนามเลือกตั้ง ผมไม่ได้อิจฉานะ ผมเล่นการเมืองกับท่านในสภานะ นอกสภาจะให้สัมภาษณ์แต่ละครั้ง ผมรักษาระยะห่างนะ มีแต่ลูกหาบท่าน ยุ่ง ไม่เคย อภิปรายในสภา ไอ้พวกมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ผมเรียนท่านประธานอีกครั้งว่าผมจึง ไม่เห็นด้วยที่งบประมาณรายจ่ายกลางปี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกี้นายกรัฐมนตรีฟังไม่ชัด ผมด่าลูกหาบท่านว่าผมไม่ได้โต้เถียง เพราะไอ้ประเภทพูดนี่ มวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ขอประทานโทษ เอ่ยนามท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ที่ผมอ่านแล้วก็ไม่ได้อภิปรายช่วงต้นนี่ เพราะรู้ว่าต้องมา ตอบท่านตอนนี้ครับ เดี๋ยวเวลามันจะหมด เพราะว่าท่านอภิปรายไป ๑ ชั่วโมงครึ่งนะครับ แต่ว่าผมจะไม่ใช้เวลามากนัก เพื่อจะชี้แจงในประเด็นที่ท่านมีการสอบถามแล้วก็มีการสงสัย ความจริงมีเรื่องหนึ่งผมไม่เคยพูดนะครับ แต่ว่าวันนี้ท่านหยิบยกขึ้นมาก็จะขอพูดสักเล็กน้อย ที่ท่านพูดว่าเรื่องของแต่ละพรรคนี่ก็ไม่ควรจะไปก้าวก่ายกัน ผมเห็นด้วย แล้วก็หลีกเลี่ยง มาโดยตลอดในการที่จะไปวิจารณ์ในเรื่องของการมีหรือไม่มีผู้นําฝ่ายค้านนะครับ แต่ว่า ต้องเรียนนิดหนึ่งนะครับว่ามันมีผลต่อการทํางานเหมือนกัน เพราะว่ากฎหมายบางฉบับ อย่างเช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเงินแผ่นดินนี่ครับ มันมีคณะกรรมการบางชุด ซึ่งพอไม่มีผู้นําฝ่ายค้านทํางานไม่ได้ครับ อันนี้ก็อยากจะฝากนะครับว่าผมทําหนังสือไป เข้าใจว่า ๒ ครั้งแล้วว่าถ้าพรรคเพื่อไทยจะกรุณาให้มีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนี่ กลไกในการตรวจสอบเรื่องของการใช้จ่ายเงินแผ่นดินจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้ก็เรียนให้ทราบ

ทีนี้ประเด็นที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมอภิปรายก็มีอยู่หลายประเด็น ที่คงจะเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีที่จะชี้แจง แต่จะมีเรื่องหลัก ๆ ที่ผมอยากจะต้องชี้แจง เพื่อทําความเข้าใจ ก็ใช้ศัพท์ของท่านก็ต้องถือว่าเป็นมุมมองที่แตกต่างกัน

เรื่องแรกก็คือภาพรวมเศรษฐกิจครับ ประเด็นแรกนี่ท่านมีการหยิบยก ตัวเลขการจัดเก็บภาษีอากร เพื่อที่จะตั้งข้อสงสัย ตั้งคําถามว่าตกลงที่คิดว่าจัดเก็บภาษีอากร ได้เกินเป้ามั่นใจอย่างไร โดยเฉพาะท่านก็พูดว่าเดือนตุลาคมดี เดือนพฤศจิกายนดี เดือนธันวาคมลดลง จะไปมั่นใจได้อย่างไรว่าตลอดระยะเวลาที่เหลือจะเก็บได้ตามที่ปรากฏ อยู่ในเอกสาร ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงช่วงปลายปีนี่เรื่องของการใช้จ่ายแล้วก็ การจัดเก็บภาษีได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมด้วย ตัวเลขที่ยังยืนยันแนวคิดของเราในเรื่องนี้ ก็คือตัวเลขเดือนมกราคม ซึ่งท่านไม่ได้พูดถึงครับ มกราคมก็หลังเดือนธันวาคม เราเก็บภาษี ได้เกินเป้าร้อยละ ๒๐ โดยประมาณ เพราะฉะนั้นก็ยังเป็นการยืนยันนะครับว่าตัวเลขที่เรา ประมาณการว่าจะจัดเก็บภาษีได้เกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านตลอดทั้งปี สอดคล้องกับสภาพ ความเป็นจริง ไม่ใช่เฉพาะ ๓ เดือนแรกกับ ๔ เดือนแรกของปีงบประมาณที่ได้มีการจัดเก็บ ตัวเลขไปแล้ว อันนั้นประเด็นแรกที่อยากจะกราบเรียน

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ ท่านพูดว่าการมาจัดงบประมาณ เพิ่มเติมไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในยามที่มีเงินเฟ้อ ผมก็อยากจะขอกราบเรียนว่า เงินเฟ้อเกิดขึ้นได้หลายทาง ถ้าเป็นเงินเฟ้อซึ่งเกิดขึ้นจากการที่เศรษฐกิจร้อน ร้อนแรงมาก ๆ มีการใช้จ่ายกันมาก ๆ แน่นอนครับการไปเติมหรือไปเพิ่มค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในภาครัฐ ก็จะเป็นส่วนที่จะไปซ้ําเติม ปัญหาได้ แต่ว่าข้อเท็จจริงขณะนี้ก็คือว่าเศรษฐกิจของเราฟื้นตัวขึ้นมามีการขยายตัวดีปีที่แล้ว แต่ปีนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าจะชะลอตัวลง จาก ๗.๙ จะเหลือ ๓.๕ ถึง ๔.๕ ก็แล้วแต่ แต่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเงินเฟ้อซึ่งมีปัญหามาจากเรื่องของต้นทุน แล้วท่านจะเห็นครับ ว่าทั่วโลกขณะนี้ปัญหาเรื่องของอาหารแพง เรื่องสินค้าแพงเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก มาจากเรื่องราคาน้ํามัน มาจากราคาในตลาดโลกของสินค้าหลายตัวครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อตอนเช้าว่าใช่ครับ เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมา แต่รัฐบาลยังไม่พอใจ และผมก็เห็นตรงกับท่านว่าประชาชนยังเดือดร้อนจากปัญหาของแพง แต่สิ่งที่เราทําในวันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังขอจากสภาในวันนี้ ใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทไม่ได้เข้าไปในระบบไหนเลยนะครับ เป็นเรื่องของการที่จะไปชดใช้ เงินคงคลังที่จ่ายไปแล้ว เป็นการใช้หนี้ในส่วนของรัฐบาลนั่นเอง ที่ใส่ลงไปจริง ๆ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือ ๕๐๐ บาทที่ไปให้ผู้สูงอายุกับคนพิการที่เขาขึ้นทะเบียน เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาจากตอนที่เราจัดทํางบประมาณประจําปี ๒๕๕๔ กับเป็นเรื่องของ การฟื้นฟูในโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ผมไม่คิดเลยครับว่าการทําตรงนี้ จะไปเติมในเรื่องของแรงกดดันของเงินเฟ้อและแนวคิดของรัฐบาลในขณะนี้เรื่องของแพง บางเรื่องก็สามารถที่จะเข้าไปกํากับดูแลได้ระดับหนึ่ง เช่น ที่เราได้ตรึงราคาน้ํามันดีเซล ไม่ให้เกิน ๓๐ บาท ซึ่งทําได้ เพราะว่าเรายังมีเงินในกองทุนน้ํามัน ซึ่งในวันที่ผมเข้ามานี่ ติดลบนะครับ แต่ปัจจุบันวันนี้เราสะสมเงินไว้ในกองทุนน้ํามันมีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะสามารถที่จะตรึงราคาดีเซลไปให้ไม่เกิน ๓๐ บาท เบื้องต้นขณะนี้ก็กําหนดเอาไว้ว่า จะทําไปถึงสิ้นเดือนเมษายนแล้วดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง แต่งบประมาณที่จัดวันนี้ไม่ไปเติม เรื่องเงินเฟ้อหรอกครับ แต่ไปช่วยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน แล้ววันนี้ คําตอบที่ดีที่สุดในเรื่องของปัญหาราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาในโลก ก็คือทําอย่างไร เราจะเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งก็เป็นนโยบายซึ่งเรากําลังมีการผลักดันต่อไป หรือเป็น การลดภาระพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ อันนี้คือภาพรวมครับ

ส่วนที่ท่านไปประเมินว่างบกลางปีที่เราทําครั้งที่แล้วล้มเหลว ไม่ใช่เลยครับ ตอนนั้นที่ผมมาของบกลางปี ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวชี้วัดที่สําคัญของเราก็คือว่าทําอย่างไร ไม่ให้คนตกงาน อย่างที่ท่านเองพูดไว้ว่าจะเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วทําอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจมันฟุบลงไปมากหลังจากที่เกิดวิกฤติทางการเงินในโลก ซึ่งหลังจากที่เราได้ทําไปจะเป็นโครงการต้นกล้าอาชีพ เช็ค ๒,๐๐๐ บาท สิ่งที่เราได้ประสบ ชัดเจนก็คือว่าหลังจากนั้นประมาณ ๒ เดือน เศรษฐกิจภายในประเทศ การจับจ่ายใช้สอย มันไม่ทรุดตัวต่อเนื่อง แล้วเป็นเหตุผลว่าทําไมเศรษฐกิจไทยจึงเป็นเศรษฐกิจแรก ๆ ที่เริ่มฟื้นตัว ขึ้นมาได้ แล้วที่ท่านพูดว่ารัฐบาลนี้ไปกู้สะสมหนี้สินก็ไม่ใช่อีกล่ะครับ ท่านไปดูเถอะครับ ขณะนี้ทั่วโลกหลังจากเกิดวิกฤติทางการเงินขึ้นมา การขาดดุลงบประมาณเป็นเรื่องปกติ และหนี้สาธารณะของเกือบทุกประเทศพุ่งสูงขึ้น แต่กรณีของไทยล่าสุดตัวเลขเศรษฐกิจ ภาพรวมที่คนตกงานประมาณร้อยละ ๑ เงินเฟ้อประมาณร้อยละ ๓.๕ หนี้สาธารณะ ประมาณร้อยละ ๔๐ อยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่ามีเสถียรภาพอย่างมากครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าผมกับท่านอาจจะมองไม่ตรงกันในเรื่องของการประเมินเศรษฐกิจ มหภาค เศรษฐกิจในภาพรวม และการจัดเก็บรายได้ ซึ่งผมยืนยันตามตัวเลขที่ได้ มีการนําเสนอมา แต่ที่มองตรงกันก็คือประชาชนบางส่วนยังเดือดร้อนอยู่และเราต้องแก้ไข

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสอบถามมาที่ผมอยากจะชี้แจง เพราะว่ามีสมาชิกท่านอื่น อภิปรายด้วย ก็คือสอบถามเรื่องของการจัดสรรเงินงบประมาณในส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ ที่ท่านพูดทํานองว่าทําไมต้องไปให้ที่กระทรวงมหาดไทย ทําไมไม่จัดที่หน่วยนั้น หน่วยนี้ คําตอบก็คือว่าเรายังยึดโครงสร้างแผนงานตามที่จัดไว้ในปีงบประมาณ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ คือปีงบประมาณปัจจุบันเท่านั้นเองครับ แล้วผมได้ตอบเพื่อนสมาชิกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า สําหรับการที่จะให้เงินส่วนนี้กลับมานับว่าเป็นเงินในส่วนกลางและไม่เป็นของท้องถิ่น ในอนาคตจะเริ่มทําในปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่องไปปี ๒๕๕๖ เพื่อที่จะสอดรับกับ ความต้องการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกร้องว่าอยากจะให้โอนการนับเงิน ในส่วนนี้กลับมา แต่ในความเป็นจริงแล้วท้องถิ่นยังต้องมีบทบาทในการทํางานตรงนี้ อย่างต่อเนื่องต่อไป อันนี้ก็เรียนเพื่อความเข้าใจ ฉะนั้นที่บอกว่ากระทรวงมหาดไทยจะมานับว่า ได้เงินไปเป็น ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่จริงไม่ใช่หรอกครับ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่านี้เป็นเงิน ๕๐๐ บาท ซึ่งไปถึงมือคนที่เป็นผู้สูงอายุกับผู้พิการครับ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง กับว่าเงินจะไปอยู่ที่พรรคไหน กระทรวงไหน อย่างไร เป็นเงินสด ๕๐๐ บาทต่อเดือน ที่คนพิการและผู้สูงอายุจะรับไป ต่อมาครับที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ที่ท่านสมาชิก อภิปรายมาก เรื่องทุจริตครับ สําหรับการวิพากษ์วิจารณ์โครงการแต่ละโครงการ ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็คงจะเป็นผู้ชี้แจง แต่กราบเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ หลายเรื่อง ที่ท่านบอกว่าผมละเลยหรือไม่ รู้แล้วทําเป็นไม่รู้หรือไม่ ไม่ใช่หรอกครับ แต่ละเรื่องผมมี การติดตามมีการกํากับดูแลตามอํานาจหน้าที่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงมาปรับลดวงเงินลงไปได้ รถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินมีการทักท้วงมาจากกรรมาธิการ ผมเอาข้อสังเกตนั้นแล้วก็ส่งให้ ทางอัยการ ส่งให้กรมบัญชีกลางไปดําเนินการเพื่อที่จะตรวจสอบเรื่องทั้งหมด ดีเอสไอเข้ามา ทําเรื่องคอมพิวเตอร์ ผมทราบครับ แล้วผมก็ใช้ตัวนี้อ้างอิงในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับ การเสนอชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีปัญหาในช่วงปลายปีงบประมาณตอนนั้น แล้วก็ ให้เขาดําเนินการต่อ และถึงวันนี้ก็ยังกําชับกําชาให้ทางกระทรวงมหาดไทยต้องหาคําตอบ ในเรื่องนี้ให้ได้จากผลของการสอบสวนของดีเอสไอ ไม่มีละเลยหรอกครับ แต่ถามว่าปัญหา ทุจริตวันนี้มีไหม มีครับ ยังเป็นเรื่องที่ผมหนักใจ และผมก็ขอขอบคุณที่ท่านสมาชิกยังเชื่อว่า ผมมีความซื่อสัตย์สุจริต ผมต้องทํางานนี้ต่อครับ ผมทํางานนี้ต่อ กําลังไล่ดูกระบวนการ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้ราคากลาง เกี่ยวข้องกับกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง และอีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งผมหวังว่าท่านทั้งหลายจะให้การสนับสนุน แล้วก็เป็นคําตอบ ด้วยครับว่าทําไมเรื่องงบน้ําท่วม วันนี้ผมเสนอมาอย่างนี้ ผมอธิบายไปเมื่อเช้านะครับ พอน้ําท่วมเราต้องการใช้เงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการไปชดเชยเรื่องความเสียหาย ต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย จ่ายไปครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท บวกกับการชดเชยพืชผล ทางการเกษตร ซึ่งเราเพิ่มอัตราการชดเชยให้ประมาณ ๓ เท่า รวมกันแล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อมาเราก็ต้องมาดูว่าโครงสร้างพื้นฐานที่กระทบ วัด โรงเรียน ถนนหนทางของกรมชลประทานเสียหายเท่าไร ไม่ใช่ ๙,๙๐๐ ล้านบาทหรอกครับ หลายหมื่นล้านบาท แล้วสิ่งแรกที่ผมทําก็คือ กระทรวง ทบวง กรม ไปปรับงบภายใน ของตัวเองก่อน เริ่มจากงบปี ๒๕๕๔ หลายกระทรวงทําไปครับ วันนี้ถึงไม่ขอมาเลย ไปเกลี่ย งบที่ได้ไปจากสภา แต่ไปปรับงบเพื่อไปฟื้นฟูน้ําท่วมก่อน ๒. งบไทยเข้มแข็ง ทําเหมือนกัน ที่ท่านบอกเงินเหลือเก็บไว้ทําอะไร ไปเกลี่ยปรับเท่าที่จะทําได้เพื่อเข้ามาเรื่องฟื้นฟู ๓. ผมให้ไปดูงบไม่ใช่เฉพาะปีนี้ แต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ที่เคยกันเงินไว้ปรากฏว่า ยังไม่ดําเนินการ ทําสัญญามีปัญหา ให้ไปเกลี่ยในส่วนนั้นอีก แต่ก็ยังมีตกค้างมาครับ รายละเอียดท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ท่านจะเป็นผู้ชี้แจงในช่วงท้าย ก็มาเหลืออยู่ที่กลั่นกรอง มาวันนี้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ผมใช้งบกลางของผมได้ไหมครับ ใช้ได้ครับ ผมใช้งบกลางของผม ที่มีเหลืออยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ได้ แต่จะเป็นการใช้ซึ่งท่านไม่มีโอกาสตรวจสอบ กลั่นกรองให้ผมเลย แล้วผมก็มาตั้ง อาจจะของบกลางปีเป็นงบกลางมาให้ผม พูดง่าย ๆ เป็นเช็คเปล่า แล้วผมก็ไปใช้ตามใจชอบที่จะอนุมัติได้ตามหลักตามเกณฑ์ที่มีอยู่ แต่ผมคิดว่า เอามาให้สภาช่วยกลั่นกรองดีกว่า นี่คือบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจว่าอยากจะให้มันโปร่งใส อย่างไรครับ ผมกราบเรียนว่าตอนจะเอามาครั้งแรกนี้หน่วยงานยังบอกเลยว่าเอาอย่างนี้ไหม ตั้งเป็นงบกลาง ให้นายกรัฐมนตรีอีก ผมบอกไม่เอา ตั้งไปเลยที่ไหนเสียหายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนปวงชนชาวไทยช่วยกันตรวจดูว่าเสียหายจริง ผมคิดว่านี่คือการทํางานที่ควรจะเป็น ในระบบรัฐสภา ท่านก็เป็นห่วงต่อผมเข้าใจ ทําไมหลายรายการมันต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทที่เคยห่วงใยกันคืออะไรครับ คือเป็นรายการที่ไม่ต้องมาแสดง นี่คือที่ทํากันมาในอดีต ก่อนหน้านี้เอกสารงบประมาณต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท คือไม่ต้องแสดงรายการ แต่หลายโครงการที่เกิดความเสียหายจากน้ําท่วมนี้ ท่านประธานครับ ถ้ามันเสียหายไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จะให้ผมตั้งมากกว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ทุจริตสิครับ แต่ผมแสดงความจริงใจบอกว่าโครงการไม่ถึง ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ตาม แม้ไม่แสดงในเอกสารงบประมาณตามปกติ วันนี้ทําเป็นซีดีมาให้สําหรับคณะกรรมาธิการ ติดตามตรวจสอบได้ ที่เป็นซีดีก็เพราะว่าเอกสารมันจะหนามาก แล้วจะมีรูปให้เห็น ความเสียหายในจุดที่เกิดขึ้น ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าตรงไหนไม่เสียหายจริง ตัดไปเลยครับ ไม่ประสงค์จะใช้ แล้วเมื่อโครงการกระจายอย่างนี้แล้วก็กระจายไปในระดับ จังหวัดนี้เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่บอกว่าจะมาทุจริตรวมกันว่าทั้งหมดนี้เจ้าเดียวได้ไป หรืออะไร เพราะเป็นการกระจายไปให้แต่ละพื้นที่เขามีการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ให้ความมั่นใจนะครับว่าผมให้ความสําคัญอย่างเต็มที่ แต่ผมยอมรับเช่นเดียวกับที่ผมบอกว่าสําหรับเศรษฐกิจพี่น้องประชาชนเดือดร้อน เรื่องของแพง ผมก็ยังยอมรับว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเราจะต้อง แก้ไขต่อไป

ผมกราบเรียนประเด็นสุดท้ายครับ บังเอิญท่านอ้างต่างประเทศด้วย อ้างทรานส์พาเรนซี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กรที่มาติดตามตรวจสอบเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชัน กราบเรียนนิดเดียว ผมแปลกใจว่าท่านทําไมเอาตัวเลขปี ๒๕๕๒ มาพูด ทําไมไม่เอาปี ๒๕๕๓ ทรานส์พาเรนซี่ อินเตอร์เนชันแนลนี้เขาเก็บตัวเลข แล้วเขาก็ รายงานผล หลักของเขานี้มันจะย้อนหลังไปประมาณเกือบ ๒ ปี เพราะฉะนั้นตัวเลข ที่ท่านพูดปี ๒๕๕๒ อยู่ในอันดับ ๘๔ นี้ ถ้าพูดกันอย่างเป็นธรรมนี้เขาแถลงจะประมาณ ช่วงหลังกลางปีนิดหน่อยนะครับ คงต้องแบ่งกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร และท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย แล้วก็มาบวกของผมในช่วงต้น แต่ปีถัดมาอันดับเราดีขึ้น ๖ อันดับทําไมท่านไม่พูด คะแนนเราก็ดีขึ้น แล้วคะแนนที่ดีขึ้นมา ก็ขึ้นมาจากฐานที่ต่ํานะครับ แล้วก็เป็นคะแนนที่ใกล้เคียงกับเฉลี่ยในยุคก่อนหน้านี้ที่ท่านว่า ดีกว่า นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการประเมินขององค์กรความโปร่งใสสากล หรือทรานส์พาเรนซี่ อินเตอร์เนชั่นแนล เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงสั้น ๆ ในประเด็นที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาว่าภาพรวมเศรษฐกิจก็ดี ปัญหาเรื่องของการทุจริตก็ดี ปัญหาเรื่องของการตั้งว่าทําไมไม่อยู่ท้องถิ่นหรือจะอยู่ท้องถิ่น และปัญหาเรื่องของงบกลาง รายการขนาดเล็กต่าง ๆ ก็ดีเป็นอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ เพื่อความมั่นใจของท่านสมาชิก ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ต้องขอสั้น ๆ นะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ข้อแรกผมเรียนท่านประธาน ผมไม่อยากโต้แย้งกับท่านนายกรัฐมนตรี ก็เป็นมุมมอง สังคมจะเป็นคนตัดสิน สถานการณ์ เมื่อพัฒนาไปแล้วถ้าเก็บภาษีไม่เกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านต้องรับผิดชอบ ถ้าท่าน เก็บได้ครบ ผมก็วิเคราะห์ผิด ผมไม่โต้แย้ง เพราะผมใช้เวลาของพรรคพวกเขาเยอะแล้ว ส่วนเรื่องการทุจริตไม่ใช่ผมพูดเอง สังคมทั้งหมดโดยเฉพาะผู้ประกอบการเขายืนยันว่า รัฐบาลนี้ทุจริต ผมบอกว่าผมเชื่อว่าตัวนายกรัฐมนตรีไม่ทุจริต แต่ผมไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรี ไม่รู้ โบราณเขาบอกว่า พายเรือให้โจรนั่ง หรือนั่งเรือที่โจรพาย แล้วยังสมัครใจวันหนึ่งคน ๆ นั้น ก็เป็นโจรเอง นักกฎหมายบอกว่ารู้ว่าเขาขโมยไก่ รู้ แต่พอเขาแกงเสร็จแล้วรู้ก็รู้ว่าเขาขโมยมา แล้วไปกินไก่ ที่ได้จากการลักทรัพย์แล้วเขาแกง มันมีความผิดหรือไม่ บางคนก็บอก รับของโจร บางคน ก็บอกไม่ผิด ไม่เจตนาเอามาเป็นทรัพย์สิน เป็นแต่เพียงกินให้อิ่ม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้กรุณาถามว่าองค์กรของโลก ทรานส์พาเรนซี่ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นองค์กรอิสระ ที่ประเทศเยอรมันนี ผมพูดเฉพาะปี ๒๕๕๒ ว่าอยู่ลําดับที่ ๘๔ แล้วผมก็เปรียบเทียบว่า สมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีเขาจัดไทยอยู่ลําดับ ๖๔ ทุจริตน้อย ของท่าน ๘๔ ท่านก็พูดคลุมเครือ คนฟังก็นึกว่าผมรู้แค่นั้น ไม่ใช่ ปี ๒๕๕๓ ถึงแม้ลําดับ ท่านจะดีขึ้น อยู่ลําดับที่ ๗๘ แล้วเทียบได้ไหมกับรัฐบาลสมัยพรรคไทยรักไทย ไม่ได้ ท่านนับตัวเลขเป็นไหม ๖๔ กับ ๗๘ แล้วมา ๘๔ ส่วนเงินเฟ้อการเก็บภาษีเข้าเป้าหรือไม่ อะไรต่าง ๆ ผมไม่ตอบโต้ท่าน ผมใช้เวลาของพรรคพวกเขามานานแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติผม ฟังผม ผมก็ให้เกียรติท่าน ก็ฟังท่าน ส่วนรัฐมนตรีอื่น ๆ กระผมไม่ฟังครับ เพราะผมสิ้นศรัทธา ผมไม่เชื่อถือ เพราะคณะรัฐมนตรีของท่านทุจริตชุกชุมเหมือนยุงในป่า ไม่มีผิดเลย ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีสั้น ๆ เท่านั้นนะครับ ผมย้ําอีกครั้ง นะครับ เรื่องที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาเรื่องปัญหาการทุจริตทุกเรื่อง ผมไม่เคยละเลย เมื่อเช้านี้ ก็เช่นเดียวกันครับ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ช่วยทํางานเรื่องงบภัยพิบัติกรณีภัยแล้ง ส่งมา ผมก็เอาจริงเอาจังในการติดตามเพื่อที่จะดูแล ผมคิดว่าระบบรัฐสภาต้องทํางานอย่างนี้ และผมกล้ายืนยันได้ว่ายุคสมัยที่พวกผมเป็นฝ่ายค้านไม่ค่อยมีครับ น้อยคนที่จะรับเรื่อง จากสภา รับฟังจากฝ่ายค้าน จากกระทู้ถามสด จากญัตติ จากงานของคณะกรรมาธิการ แล้วเอาไปดําเนินการ อันนี้ก็กราบเรียน ส่วนประเด็น ทรานส์พาเรนซี่ อินเตอร์เนชั่นแนล นะครับ อีกนิดเดียวครับ คือคู่มือของการทําเขาอยู่ตรงนี้ครับ เขาบอกว่าการไปเปรียบเทียบ ผลปีต่อปีโดยไปดูลําดับมันทําไม่ค่อยได้ เพราะ ๑. จํานวนประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ๒. ทุจริตมากน้อยมันไปขึ้นอยู่กับว่าที่อื่นทุจริตมากขึ้น น้อยลง หรือไม่ อันนี้เขาเขียนเอง นะครับ ไม่ได้ผมเขียน กับ ๒. เขาบอกให้ดูที่ตัวเลขที่เป็นคะแนน ซึ่งคะแนนปี ๒๕๕๓ ก็ดีกว่าปี ๒๕๕๒ ผมก็จึงกราบเรียนว่าอันนั้นคือสิ่งที่ผมได้ชี้แจงไป แล้วก็เพียงสงสัย เท่านั้นเองแหละครับว่าท่านก็รู้ว่าปี ๒๕๕๓ คะแนนมันดีขึ้น แล้วทําไมท่านไม่พูด มาพูด เฉพาะปี ๒๕๕๒ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเฉลิม ความจริงไม่ต้องแล้วกระมังครับ ขอรวบรัดได้แล้วนะครับ

ร้อยตํารวจ เอกเฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ตอนท่านเป็นฝ่ายค้านแล้วเสนอแนะอะไรต่อมิอะไร แล้วฝ่ายรัฐบาลไม่ค่อยรับเรื่อง เผอิญพอดีในช่วงนั้นผมไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เอาไว้ถ้าเกิดเขาหาไม่ได้ แล้วให้ผมเป็น นายกรัฐมนตรีสักรอบสั้น ๆ ท่านเป็นฝ่ายค้านเมื่อไรผมจะกินข้าวกับท่านเดือนละครั้ง ผมบอกท่านเลย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณเทพไท เสนพงษ์ ๑๐ นาทีครับ คุณเทพไทครับ พอดีท่านรัฐมนตรีโสภณ จะขอก่อนนะครับ เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โสภณ ซารัมย์ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจงต่อ ท่านประธานไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงแล้วอาจจะไม่ครบถ้วน เพราะผมไม่ได้ฟัง ท่านผู้อภิปรายซึ่งอภิปรายจบ นั่งประชุมเรื่องเอ็มโอยู (MOU) รถไฟไทย-จีน อยู่ ได้ยิน แต่เสียงซารัมย์ ซารัมย์ ผมก็มาตอบท่านนี่แหละ กราบเรียนอย่างนี้นะครับ

เรื่องแรกที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ประเด็นที่กระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาตั้งแต่เช้า เรื่องแรกที่ต้องเรียนก็คือเรื่องถนนดีไปซ่อม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ ในใจผมตั้งแต่ตอนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เหมือนกัน แต่ว่าเมื่อได้เป็นรัฐมนตรี แล้วผมไม่ได้ละเลย แล้วก็ได้มากํากับหน่วยงานในกระทรวงว่าทําไมถนนดีไปซ่อม ที่จริง ถนนเขาซ่อมกันอยู่ ๓ ประเภท

ประเภทแรกก็คือซ่อมปกติ ซ่อมปกติ ตัดหญ้า บํารุงผิว ใช้เงินในการ บํารุงรักษาประมาณสัก ต่อกิโลเมตรนะครับ ก็ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลเมตร

ประการที่ ๒ อันนี้คือซ่อมตามอายุการใช้งาน ซ่อมตามอายุการใช้งาน ถ้าผิวมันแตก ถนนถ้าทํา ๓ ปีจะต้องชํารุด ผิวแตก ถ้าซ่อมภายใน ๓ ปีจะต้องใช้เงิน ต่อกิโลเมตร ๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วถ้าอยู่ถึง ๗ ปี ใช้ซ่อมต่อกิโลเมตร ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าซ่อมบํารุงใหญ่ ที่เรียกว่าซ่อมประเภทที่ ๓ ซ่อมบํารุงใหญ่ใช้เงินต่อกิโลเมตร ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นก็กราบเรียนว่าในเมื่องบประมาณประเทศมันไม่พอ เขาก็เลือกซ่อม ว่าอันไหนที่ควรซ่อมปกติ ที่ใช้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท อันไหนที่จําเป็นต้องใช้เงิน เหมือนที่ จังหวัดชัยภูมิ ทําไมเขาถึงซ่อม เพราะว่าเขาซ่อมในระยะที่เป็นระยะที่ ๒ ที่ใช้เงินทุก ๓ ปี ต้องซ่อม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าประเด็นนี้ได้เคยชี้แจงหลายครั้ง จนบางครั้งผมถึงบอกว่า ถ้าจังหวัดไหนที่มีปัญหา ให้หน่วยงานไปปรึกษาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนว่าจะซ่อม หรือไม่ซ่อม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าประเด็นเรื่องซ่อมจะได้จบไปว่ามันมีการซ่อม ๓ ประเภท

เรื่องที่สองที่ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้นะครับ เรื่องน้ําท่วม ท่านประธานที่เคารพ ตอนที่น้ําท่วมกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยตัวกระผม ผมเรียนท่านประธานนะครับเราทํางานกันอย่างหนัก โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่ของทางหลวงชนบทม่ได้หลับได้นอนต้องไปเฝ้ายาม ถนน ทั้งถนนจะขาด ทั้งทําที่ระบายน้ําในเขตที่น้ําท่วม ผมได้ออกตรวจน้ําท่วมอยู่ตลอดเวลา ไปทุกที่ครับ ทุกจังหวัดที่มีน้ําท่วม ภาคเหนือก็ไป จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําพูน ภาคกลางก็ไป ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ไปหมดครับ ฉะนั้นผมเรียน ท่านอย่างนี้นะครับว่าเมื่อไปแล้วผมจะได้ไปประชุมข้าราชการในหน่วยงานของเราว่า ปีนี้รัฐบาลมีภาระหนักในเรื่องงบกลาง ทุกท่านก็ทราบในสถานะการเงินการคลังของเรา ผมก็ไปให้ความสําคัญว่าต้องจัดลําดับความสําคัญให้ได้ ฉะนั้นงบความเสียหายของถนน แต่ละเส้นต้องผ่านคณะกรรมการจังหวัดที่เรียกว่า กชพจ. มาก่อน แล้วเขตจะรวบรวม มาประชุมจัดลําดับความสําคัญที่เขต เขตก็จะเอามาจัดลําดับความสําคัญที่กรม ฉะนั้น ผมเรียนว่าผมก็แปลกใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่บอกว่ากระทรวงคมนาคม ไม่ต้องไปให้งบประมาณ วันนี้ถึงให้ไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ยังไม่สามารถบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เพราะเงินมันน้อยนิดครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าทางหลวงชนบทเสียหายทั้งหมด ๔,๙๐๐ ล้านบาท ที่ประเมินกันมา ๔,๙๐๐ ล้านบาท เรานะครับ ขั้นตอนแรกรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็บอกว่า ให้ไปใช้เงินกันก่อนอย่างที่ท่านเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ผมก็ไปกันประเภทเงินที่ ๑ ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เงินกัน เรากันได้มา ๒๖ ล้านบาท ปรับแผนปี ๒๕๕๔ อีก ๑๒๐ ล้านบาท ใช้เงินเอสพี ๒ อีก ๔๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่เรากันมาได้ทั้งหมด ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐจัดให้ครั้งนี้ในงบประมาณกลางปีนี้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลืออีก ๒,๗๐๐ ล้านบาทเราจะต้องไปตั้งในปี ๒๕๕๕ ฉะนั้นกระบวนการในการทํางาน ผมไม่ได้สุกเอาเผากินอย่างที่สมาชิกบางท่านได้เรียนต่อท่านประธาน ขณะเดียวกัน ของกรมทางหลวงนะครับ ของทางหลวงเสียหายทั้งหมดทั่วประเทศ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราไปใช้วิธีปรับแผนปี ๒๕๕๒ ๖๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้เงินกันปี ๒๕๕๓ นี้ ๖๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับแผนปี ๒๕๕๔ อีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เราต้องใช้เงินได้จากงบกลางปีครั้งนี้ กรมทางหลวงได้แค่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ๑,๘๐๐ ล้านบาทเสียหายทั้งหมด ๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือต้องไปตั้งในปี ๒๕๕๕ อีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า สมาชิกท่านใดหรือฝ่ายค้านถ้าท่านไม่มีความประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ผมก็จนปัญญานะครับ แต่ว่าในฐานะรัฐมนตรี ผมเรียน ท่านประธานเลยนะครับว่าเงินที่ได้ไป ๒,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท ผมได้ให้นโยบาย แก่ข้าราชการว่าใครที่ไปทําทุจริต ใครที่ไปหากินกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คุณต้องรับผิดชอบ ท่านประธานลองไปเช็กดูแต่ละที่ที่ผมไปประชุมข้าราชการของ กระทรวงคมนาคม แต่ละที่ผมได้ให้นโยบายแก่เขาว่าอย่างไร ฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่า วันนี้เรื่องน้ําท่วมเราได้งบประมาณมาเพียงน้อยนิด ๒,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรุณาอย่ามา กล่าวหาว่ารัฐบาลซื้อใจพรรคภูมิใจครับ ไม่ใช่ครับ ถ้าซื้อใจวันนี้ผมต้องถูกก่นด่าว่า ไม่สามารถเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ประการที่ ๒ ที่ต้องกราบเรียนว่า หลายท่านสงสัยว่าทําไมไปทําแค่นี้ รัฐมนตรีไม่มีภูมิปัญญาที่จะแก้ ปีหน้ามันก็ท่วม ก็ท่วมครับ ในเมื่อกายภาพของประเทศ มันเปลี่ยน ป่าไม้ถูกทําลาย เมืองมีการถมที่มีการพัฒนาเมือง คู คลอง ลําน้ํามันเปลี่ยน ถนนมันไม่ได้สร้างในยุคผมแต่มันสร้างมาก่อนนี้ ผมจึงสั่งให้กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท ทํามาสเตอร์ แพลน (Master Plan) เพื่อที่จะเสนอรัฐบาลว่าถนนบางเส้นมีความจําเป็น อย่างอําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านเขายินดีให้น้ําท่วมฝั่งหนึ่งโดยใช้ ถนนของกรมทางหลวงกั้นน้ําไม่ให้เข้าตลาดเทศบาล เพราะความเสียสละของชาวบ้าน ฉะนั้นมันมีทั้งแง่บวกแง่ลบ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับในเรื่องของแผนแม่บท ที่จะป้องกันปัญหาน้ําท่วมกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ดําเนินการ และได้สั่งการ ไปแล้วในอนาคตก็ต้องใช้งบประมาณดําเนินการต่อไป

เรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับที่มีการพูด ที่จริงก็มีการอภิปราย ไปแล้วผมก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าเรื่องโครงการใหญ่ ๆ ในกระทรวงคมนาคมในยุคผมนะครับ วันนี้ต้องเรียนตามตรงนะครับว่างานที่กระทรวงคมนาคมได้ผลักดันรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ หรือเมกกะ โปรเจค (Mega Project) ที่เกิดขึ้นในยุคผมก็มีถือว่ามีมากที่สุดในรัฐมนตรี หลาย ๆ ท่าน เรื่องแรกความสําเร็จผมก็พูดมาตลอดตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจรอบแรก เรื่องสายสีม่วง โครงการสายสีม่วงก็ต้องชื่นชมคนที่เขาคิดผมก็บอกอย่างนั้น แต่วันนี้มันมา สําเร็จในยุคผม ในรัฐบาลชุดนี้ ท่านได้ไปยื่นซอง ท่านได้ไปทําทีโออาร์ (TOR) ประกวดราคา ใส่ซองมาในรัฐบาลยุคก่อนผม พอมาถึงยุคผมมาเปิดซอง มาเปิดซองก็มาต่อรองราคากัน ก็ลดลง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ก็ก่อสร้างไป ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สามารถดําเนินการที่จะเปิด ใช้ได้ในปี ๒๕๕๗ ขณะนี้มูลค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงไม่ได้อยู่ที่ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับ มันเกิน ๓๒,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ํา ฉะนั้นผมเรียนท่านว่าใครจะได้ดีได้งามอะไรก็ช่างเถอะ ผมก็เรียนตามตรงว่าคนที่คิดคิดมารัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาอย่างไร

ส่วนเรื่องสายสีน้ําเงินผมเรียนอย่างนี้ ที่มีการกล่าวหาว่าฝ่ายนั้นตรวจสอบ การตรวจสอบก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะพรรคไหนครับ พรรครัฐบาลก็ตรวจสอบกันไปก็เป็น หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า หลายท่านไม่เข้าใจว่าแม้แต่กระทรวงคมนาคมน้อยใจครับ น้อยใจท่านนายกรัฐมนตรีนี่แหล่ะ น้อยใจพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละว่าทําไมมาตรวจสอบแต่พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนท่าน อย่างนี้ครับ ต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ ไปยังพี่น้องประชาชน เรายินดีที่จะได้รับการตรวจสอบ ผมก็ยินดีที่ได้รับการตรวจสอบ สายสีน้ําเงินนี่ตรวจสอบ ท้ายสุดให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ คนที่ดูแลเรื่องกฎหมาย ที่ปรึกษากฎหมายของ ประเทศไทย สูงสุดก็มีอัยการแหละครับ อัยการก็ตรวจสอบมาแล้วว่าถูกต้อง ในเรื่องการันตี ว่าราคาถูกไม่ถูก แพงไม่แพง ก็คือกรมบัญชีกลาง ท่านนายกรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรี ก็ให้ไปตรวจสอบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ยอมให้ไปเซ็นสัญญา ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบก่อน ผมก็ส่งไปให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบ วันนี้กรมบัญชีกลางก็ตรวจสอบสําเร็จแล้ว ก็จบแล้วครับ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในการดําเนินงานของผม ส่วนท่าน ที่กล่าวหาว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรืออะไร ผมเรียนท่านนะครับว่าในยุคผม รัฐมนตรีคนนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะไปยุ่งเกี่ยว ไม่มีนโยบายแล้วก็ไม่เคยทําด้วย ส่วนท่านจะกล่าวหา ไม่ถูกผม ไม่ถูกพรรคผมด้วย ใครจะดําเนินการใด ๆ ผมเรียนท่านว่าวันนี้สิ่งที่กราบเรียนว่า ขอความกรุณาท่านที่กล่าวหา ถ้าท่านคิดว่ามันมีจริงหรือไม่มีจริง ท่านต้องยกตัวอย่าง อย่างที่ผมเรียนแล้ว ผมไม่ไว้หน้าใครนะครับ เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานว่าวันนี้ สิ่งที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการไปนี้ ได้ดําเนินการไปถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบชี้แจงในฐานะของรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ที่กํากับดูแล กรมการค้าภายใน ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของราคาสินค้าแพง

ประการแรก ต้องเรียนยืนยันว่าภายใต้นโยบายของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นห่วงเป็นใยต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าแพง จึงได้ใช้มาตรการนับแต่ปีที่แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และเห็นว่าจะเกิดภาวะที่เรียกว่า อุปสงค์ดึง อุปทานดัน หมายความว่าเมื่อมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ภายหลัง ยุควิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger) แล้ว ความต้องการบริโภคทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค ร่วมไปถึงน้ํามันเชื้อเพลิงและอื่น ๆ ก็จะค่อยสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรามีแนวโน้ม ที่อัตราเงินเฟ้อก็จะมีการขยับตัวตามไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงได้ใช้ ๓ มาตรการ ๑. ก็คือมาตรการการตรึงราคา ๒. ก็คือมาตรการในการกํากับดูแลราคาสินค้าและบริการ ๓. คือการดูแลผู้บริโภคในเรื่องของค่าครองชีพ โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย มาตรการ ทางการบริหาร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าปัญหาราคาอาหาร ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่ใช่ในเฉพาะประเทศไทย แต่ว่าในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มเหมือนกันหมด จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดมากกว่าการขอความร่วมมือในเรื่องของการ ตรึงราคา ซึ่งท่านคงได้ทราบว่าในขวบปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของราคาน้ํามัน เชื้อเพลิง ราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก แต่ขณะเดียวกันก็ได้ขอความร่วมมือในบรรดาผู้ผลิต ในภาคของอุตสาหกรรม และขณะเดียวกันก็ดูแลราคาผลผลิตทางการเกษตรให้ได้รับราคา ที่เป็นธรรม ซึ่งต้องดูให้เกิดความสมดุล นอกจากนั้นแล้วจึงได้ใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น ก็คือการกํากับดูแลราคาสินค้าและบริการ ดังปรากฏอยู่ในรายการสินค้าและบริการ ภายใต้ ประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ มีทั้งหมด ๔๒ รายการ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้ห่วงใยก็เป็นความห่วงใยของรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระดาษพิมพ์และเขียน เรื่องของกระเทียม เรื่องของไข่ไก่ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวโพด หรือแม้แต่แชมพู นมผง นมสด น้ําตาลทราย น้ํามันเชื้อเพลิง น้ํายาซักฟอก แบตเตอรี่ ปุ๋ย ปูนซีเมนต์ แป้งสาลี ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน แม้แต่ผ้าอนามัย รวมไปถึงยารักษาโรค สุกร เนื้อสุกร สบู่ หัวอาหารสัตว์ อาหารสัตว์ อาหารกึ่งสําเร็จรูป ประเภทมาม่า ไวไว ยํายํา หรือว่าอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท รวมไปถึงบริการ เช่น รับฝากสินค้า หรือบริการให้เช่าสถานที่เก็บสินค้า นั่นคือการใช้มาตรการภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันก็จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าไปดูแลในส่วนของ การครองชีพของพี่น้องประชาชนในเรื่องราคาสินค้า ต้องเรียนว่าในนโยบายหลักก็คือการที่ รัฐจะเข้าไปแทรกแซงตลาดน้อยที่สุดเพื่อให้กลไกตลาดทําหน้าที่ แต่เมื่อเกินขีดจํากัดที่จะ กระทบต่อค่าครองชีพและกระทบต่อความเดือดร้อนปากท้องของพี่น้องประชาชน กระทรวงพาณิชย์จึงได้ดําเนินการทั้งในส่วนมาตรการกฎหมายที่ได้เรียนแล้ว และในส่วน มาตรการบริหารก็คือ การเข้าไปในการที่สร้างทางเลือกของสินค้าราคาถูก ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของมาตรการการใช้ธงฟ้า หรือมาตรการในเรื่องของฟาร์ม เอาท์เลท แฟคตอรี่ เอาท์เลท (Farm outlet factory outlet) หรือการใช้ช่องทางของโชห่วยและรวมไปถึง ในส่วนของโมเดิร์น เทรด (Modern trade) ทั้งหลายในการสร้างทางเลือกของสินค้า ที่มีราคาเพื่อพยุงไม่ให้ราคานั้นสูงเกินไป

สําหรับประเด็นในเรื่องของสินค้าที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงคือ ราคาเนื้อหมู กิโลกรัมละ ๑๙๐ บาทนั้น ก็ต้องกราบเรียนตามข้อเท็จจริงว่ากรมการค้าภายในได้สํารวจ ตรวจสอบและได้ยืนยันว่าราคาสุกรมีชีวิตที่ขายหน้าฟาร์มนั้น ในแหล่งผลิตสําคัญ ในภาคกลาง กิโลกรัมละ ๖๐ ถึง ๖๑ บาท ส่วนราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงที่ขายอยู่ใน ตลาดสดทั่วไปในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๑๕ ถึง ๑๒๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่สอดคล้องกับภาวการณ์ผลิต การตลาด และต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ ในการควบคุม สําหรับเนื้อหมูที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ ๑๕๐ ถึง ๑๙๐ บาทนั้น ที่ท่าน ได้อภิปรายถึง น่าจะเป็นราคาเนื้อหมูพิเศษสุด คือเป็นเกรดพรีเมี่ยม (Grade Premium) เช่น เนื้อหมูปลอดสาร เนื้อหมูอนามัย จะมีจําหน่ายเฉพาะในห้างสรรพสินค้าในระดับเกรดเอ (Grade A) เท่านั้น เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในการที่นิยมอาหารเพื่อสุขภาพ ดังนั้น จึงเรียนว่าในเรื่องของราคาเนื้อหมูโดยเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปนั้นอยู่ที่ ๑๑๕ ถึง ๑๒๐ บาท ซึ่งสอดคล้องต่อต้นทุนในด้านของการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร สิ่งที่อยากจะเรียน เพิ่มเติมก็คือว่าในประเด็นของราคาสินค้าขายปลีก โดยเฉพาะสินค้าราคาอาหารสด ในกรุงเทพมหานคร ต้องเรียนอย่างนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนเปรียบเทียบระหว่าง ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ผมยกตัวอย่างว่าราคาสุกรชําแหละเนื้อแดงนี่ครับ สันสะโพก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๒๑ บาท ๒๕ สตางค์ ในขณะที่วันนี้ครับ ประทานโทษ เมื่อวานนี้ ๑๑๕ บาท ซึ่งถ้าเทียบดูแล้วก็มีราคาลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เล็กน้อย ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องในนั้น เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ๖๕ บาท เดือนกุมภาพันธ์ เมื่อวานนี้ ๖๘ บาทถึง ๗๐ บาท อันนี้ขยับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันหมวดผักสดครับ หมวดผักสดนี้อาจจะเป็นตัวเลขที่ต้องเรียนตามข้อเท็จจริงจากการแจ้งสํารวจของ กรมการค้าภายใน ตามแหล่งตลาดที่เป็นตลาดอ้างอิงนะครับ ยกตัวอย่างเช่นผักคะน้า ปีที่แล้ว ๓๒ บาท ขณะนี้อยู่ที่ ๑๐ ถึง ๑๒ บาท ผักบุ้งจีน ปีที่แล้ว ๑๙ บาท ตอนนี้อยู่ที่ ๑๒ ถึง ๑๕ บาท ผักกวางตุ้ง ๑๗ บาท ตอนนี้อยู่ที่ ๑๐ ถึง ๑๒ บาท ส่วนใหญ่แล้วนี่เป็นสิ่งที่ เราห่วงใยไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกผักครับ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ทั้งดูแลในเรื่องของ ค่าครองชีพ ราคาสินค้า ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลให้เกษตรกรผู้ผลิตทั้งชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมง ปศุสัตว์นั้นสามารถขายสินค้าได้ราคาที่มีกําไร แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาให้ความห่วงใย แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ยืนยันที่จะดูแลในเรื่องของราคาสินค้า ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภคของเรา กระทบต่อพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด และหากว่าท่านเห็นว่ามีการค้าขายสินค้าในลักษณะ เกินกําไร ฉวยโอกาส หรือกักตุน รวมไปถึงเรื่องของน้ํามันพืช และอื่น ๆ ที่กําลังเป็นปัญหา อยู่ขณะนี้ ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านช่วยกรุณาแจ้ง เพราะว่ามีกฎหมาย ถึงขั้นจําคุก ๗ ปีครับ ต้องลงโทษขั้นเด็ดขาดในการที่ฉวยโอกาสต่อความเดือดร้อนและ ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ ขอคุณเทพไทรอสักนิดนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานกนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบดูแลคณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งขึ้น ผมขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เนื่องจากว่า ได้มีการอภิปรายพาดพิงถึงการจัดงบประมาณรายจ่ายกลางปีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนงาน งบประมาณในการฟื้นฟูบูรณะน้ําท่วมในทํานองที่เป็นการจัดงบประมาณที่ไม่เหมาะสมบ้าง หรือว่าเป็นการจัดงบประมาณน้ําท่วมต่างตอบแทนบ้าง ตลอดจนกระทั่งถึงการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ก็ได้มีการพูดถึงว่าการจัดงบประมาณเที่ยวนี้เรื่องน้ําท่วมดูเหมือน จะเป็นการจัดงบประมาณก่อนหน้าที่จะยุบสภาหรืออย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าเรื่องน้ําท่วมคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดหมายได้ก่อนว่าน้ําท่วมแต่ละครั้งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด และความรุนแรงนั้นจะมีมากน้อยเพียงใด น้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้นเกิดขึ้นทั้งหมด ๔ ช่วงครับ ช่วงที่ ๑ นั้นเกิดระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ ครอบคลุม พื้นที่ ๓๘ จังหวัด ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๔ สิงหาคม ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งเกิดจากพายุมินดอนเลขึ้นฝั่งที่เวียดนาม อันนี้ส่งผล น้ําท่วมครอบคลุมถึง ๕๒ จังหวัด ช่วงที่ ๓ เป็นช่วงระหว่างวันที่ ๑๐ กันยายน ถึงวันที่ ๑๑ ตุลาคม อันนี้เป็นช่วงที่ถือได้ว่าหนัก น้อง ๆ จากช่วงที่ ๔ คือช่วงวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ซึ่งอันนี้ก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมาเป็นต้นไปจนกระทั่งมาถึงที่ราบลุ่ม ในส่วนของภาคกลาง ส่วนที่ ๕ นั้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ ซึ่งเกิด พายุดีเปรสชั่น ขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลา อันนี้เกิดอีก ๑๒ จังหวัดทางภาคใต้ ความเสียหาย ของน้ําท่วมเที่ยวนี้มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า ๑ ล้านครัวเรือนทั่วทั้งประเทศ ใหญ่ที่สุด ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา พื้นที่การเกษตรเสียหายไปมากกว่า ๘ ล้านไร่ ไม่ได้พูดถึง สาธารณูปโภค สาธารณูปการทั้งหลาย รวมถึงบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนซึ่งถูกทั้งอุทกภัย และถูกทั้งวาตภัย ถ้าท่านประธานจําได้ ในที่ประชุมนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการหารือ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกจังหวัดที่ถูกน้ําท่วมว่าต้องการให้มีการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนโดยเร็ว ผมเรียนว่ารัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการ คชอ. และมีการดําเนินการ โดยในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปดู เรื่องน้ําท่วมทั้งสิ้น ๑๖ ครั้งใน ๑๕ จังหวัด ในทั้ง ๑๖ ครั้ง ๑๕ จังหวัดนั้นก็นํามาซึ่งการดูแล พี่น้องภาคประชาชนออกเป็นนโยบายต่าง ๆ รัฐบาลได้มีการดําเนินการช่วยเหลือประชาชน ไปในหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งครอบคลุมได้ถึง ๑๕ กรณีด้วยกัน กรณีประชาชนที่เสียชีวิตนั้น ได้มีการช่วยเหลือประชาชนรายละ ๕๐,๐๐๐ บาทของกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และในส่วนของกองทุนจากกรมป้องกันภัย ทั้งหมด ๒๘๑ ราย เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๔ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นแล้วได้มีการกําหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนทั้งสิ้น ๑๕ มาตรการ ด้วยกัน ตั้งแต่ ๑. เป็นการขยายวงเงินทดรองราชการ ซึ่งมีการขยายวงเงินทดรองราชการ ไปในหลายจังหวัดด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดลพบุรีมีการขยายไปถึง ๒๔๘ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๕๐ ล้านบาท จังหวัดสงขลา ๔๐๐ ล้านบาท จังหวัดมุกดาหาร ๑๑๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๙ จังหวัด ๑,๖๙๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น มีการจ่ายเงิน เยียวยาให้กับประชาชนครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งกรณีนี้เป็นการใช้จ่ายที่ไม่เคยมีการใช้จ่ายมาก่อน แต่เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าประชาชน ประสบภัยพิบัติครั้งนี้นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลันและเกิดความเสียหายมาก การจ่าย เงินเยียวยาเบื้องต้น ๕,๐๐๐ บาทก็สามารถจะนําไปใช้จ่ายในการดูแลเยียวยาครอบครัว เบื้องต้น ขณะนี้มีการอนุมัติเงินจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ๗๑๘,๔๓๓ ครัวเรือน คิดเป็นเงิน ๓,๕๙๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังคงเหลือตกค้างที่จะต้องมีการสํารวจตรวจสอบอีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ราย ซึ่งใน ๓๐๐,๐๐๐ รายนี้นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ในหลายจังหวัดครับ แต่เนื่องจากว่าเป็นการยื่นรายชื่อมาในช่วงที่สถานการณ์น้ําท่วมลดลงไปแล้ว คณะกรรมการ คชอ. จึงมีการแต่งตั้งอนุกรรมการซึ่งเป็นการไปตรวจสอบรายละเอียดของพื้นที่ที่ขอเงิน ๕,๐๐๐ บาทมาโดยการดูจากแผนที่ดาวเทียมว่ามีน้ําท่วมหรือไม่ และลงตรวจสอบลึกลงถึง ในตําบล หมู่บ้าน เพื่อให้การจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทนั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสมากที่สุด เรามีการใช้จ่ายเงินงบประมาณส่วนกลางที่เป็นงบกลางไปซื้อเรือ จัดสุขาเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ําอีกเป็นจํานวน ๓๒๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีการยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุให้กับ ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านการเงินโดยการ จําหน่ายหนี้สูญกรณีเกษตรกรเสียชีวิต และขยายเวลาชําระหนี้และงดคิดดอกเบี้ยให้สินเชื่อ เพิ่มเติม และลดดอกเบี้ยขยายเวลาสําหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะของ ธ.ก.ส. มีการจัดโครงการสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัยและวาตภัยอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ที่ประสบอุทกภัยโดยระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท และรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท มีการสนับสนุนเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย ด้านพืชและปศุสัตว์ ซึ่งในส่วนนี้ ครม. มีการอนุมัติเงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และมี การเร่งรัดขั้นตอนในการจ่ายเร็วที่สุดตั้งแต่เคยมีการชดเชยน้ําท่วมเป็นต้นมา สภาจะพูด อยู่บ่อยว่าเงินช่วยเหลือเกษตรกรน้ําท่วมจะได้ตอนฝนแล้ง แต่ปีนี้ตั้งแต่น้ําท่วมเป็นต้นมานี่ อนุมัติไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ไปแล้ว อนุมัติไปแล้วกว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และจะเร่งจ่ายให้จบครบถ้วน นอกจากนั้นยังมีการปรับหลักเกณฑ์ในการให้การช่วยเหลือ โดยการเพิ่มเงินชดเชยด้านข้าวจากเดิมไร่ละ ๖๐๐ บาท ขึ้นมาเป็นไร่ละ ๒,๐๙๘ บาท มีการชดเชยเรื่องยางพาราและพืชสวนอย่างอื่น มีการช่วยเหลือเรื่องของพันธุ์ข้าวให้กับ เกษตรกรซึ่งเดิมทีได้เงินเฉพาะที่ไปชดเชยนาล่มเนื่องจากอุทกภัย แต่เที่ยวนี้เห็นว่า ในยุ้งฉางก็โดนน้ําท่วมไปด้วย จึงเพิ่มเติมเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรอีกรายละ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑๐ กิโลกรัม มีมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประสบอุทกภัยโดยการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีมาตรการทางภาษี ยกเว้นภาษี เงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่ได้จากการบริจาคเพราะเอกชน ก็เข้ามาช่วยกันเยอะ มีการกําหนดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีการจ่ายเงินรวดเร็ว ยิ่งขึ้น มีการสนับสนุนเงินงบกลางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมอีกจากเดิม ซึ่งรวมทั้งสิ้นอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าอยู่ที่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท

นอกจากนั้นครับ ในขั้นตอนสุดท้ายก็คือว่าเมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในการช่วยเหลือไปในส่วนต่าง ๆ นั้นก็ยังไม่สามารถจะครอบคลุมการช่วยเหลือทั้งหมดได้ ต้องเรียนท่านประธานว่าเงินช่วยเหลือน้ําท่วมเที่ยวนี้ไม่ได้มีเฉพาะ ๙,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในงบกลางปีเท่านั้น เงินซึ่งมีการขยายวงเงินทดลองราชการไปแล้วนั่นส่วนหนึ่งครับ มีการใช้งบกันปี ๒๕๕๒ อีก ๘๖๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินกันปี ๒๕๕๓ ๑,๙๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท งบปกติปี ๒๕๕๔ ซึ่งใช้งบปกติในการฟื้นฟูบูรณะซ่อมแซมทันทีอีก ๒,๘๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีการปรับแผนของงบประมาณปี ๒๕๕๔ ไปดูแลเรื่องน้ําท่วมตรงนี้ ๖,๙๒๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ครอบคลุมทุกกระทรวง ทบวง กรม มีการปรับงบที่เป็นงบไทยเข้มแข็งใน เอสพี ๒ ไปอีก ๑,๐๕๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และยังไม่นับเงินบริจาค ซึ่งอย่างกองทุนผู้ประสบภัยนั้น ไปดูแลบ้านที่พังแล้วสร้างทั้งหลัง อย่างน้อยตอนนี้ทําไปแล้ว ๒๕ หลัง ที่อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และกําลังจะเริ่มทําในจังหวัดพัทลุง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นผู้ได้รับภัยจากวาตภัย นอกจากนั้นในภาคอื่น ๆ ถ้ามีบ้านพังก็จะมีการนําเงินส่วนนี้ ไปช่วยเหลืออีกด้วย ถ้ารวมงบกลางปีอีก ๙,๙๐๐ ล้านบาทนี้ จะเป็นเงินงบประมาณฟื้นฟู ทั้งสิ้นกว่า ๓๔,๑๐๔ ล้านบาท และเงินบางส่วนนั้นก็จะต้องตั้งรายจ่ายในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕

ในส่วนสุดท้ายที่ผมต้องชี้แจงครับ บังเอิญท่านสมาชิก ประทานโทษเอ่ยนาม คุณเฉลิม อยู่บํารุง ได้บอกว่าเป็นวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย และท่านก็บอกว่างบ ๙,๙๐๐ ล้านบาทนั้น โดยเฉพาะงบที่ตั้งผ่านกระทรวง ทบวง กรม ท่านไม่เห็นด้วย ท่านใช้คําพูด อย่างนี้ครับ เมื่อเวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๕ นาที ท่านบอกว่างบทําถนนต้องตัดให้หมด และอีกหลายกระทรวงท่านบอกว่าต้องตัดเช่นเดียวกัน ผมเรียนท่านประธานครับว่า มันทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ ท่านอาจจะมีความไม่ชอบเรื่องขั้วการเมืองก็เรื่องหนึ่งครับ แต่ประชาชนได้รับความเสียหาย ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าอย่างงบกรมชลประทานที่ตั้งไว้ ๑,๖๙๗ ล้านบาท ครอบคลุมใน ๔๖ จังหวัด ทั้ง ๔ ภาค งบกรมทางหลวงนั้น ๓๘ จังหวัด งบกรมทางหลวงชนบท ๕๑ จังหวัด งบการรถไฟไปซ่อมที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งโดนน้ําทําให้ เสียหายทั้งสะพาน ทั้งถนน เสียหายไปหมดทั้งทางรถไฟ กรมทรัพยากรน้ําจัดงบประมาณ ใน ๓๖ จังหวัด ๙๐๐ กว่าล้านบาท กรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่ท่านบอกว่า เป็นกระทรวงมหาดไทยแล้วจัดให้เพราะพรรคภูมิใจไทย ความจริงมี ๔,๕๙๖ โครงการ ครอบคลุมใน ๓๖ จังหวัดครับ งบของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนของสํานักงาน คณะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดไป ๒,๔๔๘ โครงการ อยู่ใน ๕๑ จังหวัด ๒,๘๐๐ กว่าโรงเรียนครับ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยแล้วท่านตัดออกหมด คําถามคือคนได้รับ ความเดือดร้อนคือใครครับ ก็คือเด็ก คือพี่น้องประชาชน ซึ่งเราทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ งบประมาณจัดให้วัดทั่วทั้งประเทศ ๖๒๗ วัด แล้วเยอะที่สุดคือภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ ใน ๒๘ จังหวัด ถ้าท่านจะตัด อย่างนี้ท่านก็ต้องไปเสนอในคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมคิดว่าคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัฐบาลเห็นว่ามันทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ งบ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าแยกเป็นตามภาค ภาคต่าง ๆ ก็จัดไปตามความเป็นจริง เพราะภาคไหน จังหวัดไหนเสียหายมากก็ต้อง จัดให้จังหวัดนั้น ภาคเหนือได้ไปทั้งสิ้น ๑,๒๗๓ โครงการ ๑,๔๖๔ ล้านบาทเศษ คิดเป็น ๑๔.๘๙ เปอร์เซ็นต์ของงบที่จัดใน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเสียหายมาก ได้ไปเยอะที่สุดครับ เป็นเงิน ๒,๙๘๒ ล้านบาท ๓,๐๔๙ โครงการ คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางและภาคตะวันออกได้ไป ๒,๕๙๘ ล้านบาท ๒,๑๗๖ โครงการ คิดเป็น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ได้ไป ๒,๘๕๔ ล้านบาท ๓,๑๖๐ โครงการ คิดเป็น ๒๘ เปอร์เซ็นต์ คําถามก็มีว่าแล้วตัวโครงการที่ใส่ในดีวีดี (DVD) ให้ มันมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นการจัดเอาตามสัดส่วนของพรรคการเมืองหรือไม่ คําตอบคือ ไม่ครับ หลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการไปจัดงบประมาณเที่ยวนี้ คณะกรรมการ คชอ. เองได้วางหลักเกณฑ์ เอาไว้อย่างนี้ว่าในงบประมาณซึ่งส่วนราชการเสนอมา ความจริงจัดได้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เขาขอมาทั้งหมด ๒๒,๕๐๑ ล้านบาทเศษ แต่งบมีให้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็ต้อง ไปจัดลําดับความสําคัญครับ โดยหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการวางไว้มีหลัก ๆ ๓ ข้อ

๑. โครงการนั้นจะต้องเป็นโครงการที่จะได้รับการช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเสียหายจริง และจะต้องเป็นโครงการกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟู ความเสียหายให้กลับสู่สภาพอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นจึงใส่ภาพถ่ายเอาไว้ทุกโครงการ ถ้าคณะกรรมาธิการหรือ ส.ส. ตรวจพบว่าโครงการไหนสวมรอยมา ไม่อยู่ในพื้นที่เสียหายจริง ท่านสามารถจะแปรญัตติตัดลดได้เลยครับในคณะกรรมาธิการ และเราพร้อมตัดลด

๒. ทุกโครงการนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด หรือคณะกรรมการที่เรียกว่า กชพจ. ซึ่งใน กชพจ. นั้น จะประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการ จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กชพจ. จะพิจารณาต้องผ่าน กชพอ. คือ กรรมการระดับอําเภอ ซึ่งจะต้องมีนายอําเภอเป็นประธาน แล้วก็มีผู้แทนครบถ้วน ตามองค์ประกอบที่พูดถึงขึ้นมา เพราะฉะนั้นทุกโครงการที่ผ่าน กชพจ. จึงสามารถมาขอรับ งบประมาณนี้ได้ และต้องเสนอมาก่อน ๓๑ ธันวาคม นอกจากนั้นแล้วทุกโครงการตรงส่วนนี้ มีความสําคัญว่าโครงการแต่ละโครงการต้องมีความพร้อมที่จะดําเนินการได้ทันทีนับแต่วันที่ ได้รับอนุมัติ และจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ คือภายใน เดือนกันยายน เพราะฉะนั้นทุกโครงการก็ต้องดูรายละเอียดว่าทําเสร็จไหม เพราะมันจะ เหลือเวลาถ้าเกิดสภาพิจารณาวันนี้เดือนกุมภาพันธ์ จบ คณะกรรมาธิการต้องกลับไปวุฒิสภา กลับมาสภานี้ครบถ้วนเรียบร้อยก็น่าจะเป็นกลางเดือนมีนาคมโดยประมาณ ก็แปลว่า ส่วนราชการต้องพร้อมทําตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ก็เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ทั้งหมดประมาณ ๖ เดือน เท่านั้น นี่คือโครงการทั้งหมดและกรอบการพิจารณาของตัวคณะกรรมการซึ่งดูแล เรื่องงบประมาณก้อนนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ครับว่าที่รัฐบาลเสนอมาเป็นงบรายจ่าย กลางปี แล้วก็เสนอเป็น กระทรวง ทบวง กรม มีแผนงานนั้นก็เพื่อประสงค์ที่จะให้สภา ตรวจสอบครับ ถ้าตรวจสอบพบว่าตรงไหนมีความไม่โปร่งใส ก็ต้องดําเนินการ ก็ต้องตัดออก กันไปครับ แล้วที่สําคัญหลังจากงบนี้มีการอนุมัติไปแล้วเมื่อไปดําเนินการนั้นสภาก็มี คณะกรรมาธิการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ คณะของรัฐบาลเองก็จะมีในส่วนของ ป.ป.ท. ที่อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งสามารถจะติดตามตรวจสอบความโปร่งใสได้รวมทั้งองค์กร ภาคประชาชนด้วย ก็จึงเรียนเพื่อสภาจะได้มีข้อมูลในการประกอบการพิจารณาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอท่านผู้อภิปรายนะครับ ขอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกท่าน ท่านธีระ วงศ์สมุทร ครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขออนุญาตท่านประธานสภา ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอรบกวนเวลาสั้น ๆ เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมในบางประเด็นจากที่ รัฐมนตรีท่านสาทิตย์ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของ กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์นั้น ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย ครั้งนี้ ซึ่งเป็นการซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ได้รับการชํารุดเสียหาย ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าจากการสํารวจและที่ผ่านการพิจารณาของ คพจ. จังหวัดมาแล้ว รายการงาน ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายนั้น ถ้าคิดเป็นเงินแล้วก็อยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้มอบนโยบายให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้ที่ประชุมได้ทราบแล้ว

ในเรื่องแรก ก็คือให้ส่วนราชการปรับแผนตัวเองเพื่อดําเนินการฟื้นฟูก่อน ซึ่งในส่วนนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของกรมชลประทานเองนั้นได้ปรับแผนตัวเอง ซึ่งได้ใช้งบประมาณที่กันไว้ ในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ถึงจํานวน ๗๓ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นแล้วในแผนปี ๒๕๕๔ ได้ปรับแผนตัวเองเพื่อไปดําเนินการที่จะซ่อมแซม สิ่งที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยเป็นวงเงินถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปรับจากเงินที่คิดว่า เราไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายได้ทันอีกประมาณ ๓๘๑ ล้านบาทเศษ ก็แปลว่าปรับในส่วนนี้อีก ๑,๓๘๐ ล้านบาทเศษ รวมแล้วใช้ไปได้ปรับทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามรายการงานเสียหาย ที่ได้ผ่านการพิจารณาของจังหวัดมาแล้วอยู่ในกรอบวงเงินถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ เราก็ได้ขอเงินดังกล่าว เนื่องจากว่าเราได้ดําเนินการตามมติ ครม. คือปรับแผนตัวเองแล้วยังไม่เพียงพอ ก็ของบกลางไปยังรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ ๓,๖๐๐ ล้านบาทเศษ เราก็ได้รับการจัดสรรมาเพียง ๑,๖๙๗ ล้านบาทเศษ ๆ อันนี้คือ สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ที่ได้มีการอภิปรายว่า ได้กําหนดรายการนั้นต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาทถึง ๗๓๘ รายการนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในรายละเอียดทั้งหมดทั้ง ๗๓๘ รายการนั้นก็ปรากฏอยู่ใน ซีดีที่ได้มอบให้แก่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้วมันมีรายละเอียดหมด รายการ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็มี ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาทก็มีมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็มี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทก็มี ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถึงแม้ว่ากําหนดไว้ในเอกสาร งบประมาณซึ่งมันเป็นไปตามที่สํานักงบประมาณเขาเป็นคนจัดทํา เพราะว่ารายการที่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้นเขาไม่ได้ลงรายละเอียด ซึ่งจะเห็นว่ารายการใดที่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็โชว์ตัวเลขให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามรายการเหล่านี้ก็ถูกบันทึกไว้ใน แผ่นซีดีทั้งหมดที่ได้แจกให้นะครับ ฉะนั้นขั้นตอนต่าง ๆ ในการดําเนินการเพื่อให้บรรลุ กรอบวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ก็เป็นการดําเนินการขั้นตอนตามระเบียบพัสดุที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็แปลว่ารายการใดที่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการสอบราคา ถ้ารายการใดที่เกินกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการประกวดราคาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนนะครับ กรณีพูดถึงการใช้ภาพถ่าย ดาวเทียมนั้น ผมเข้าใจว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการสํารวจความเสียหายของพี่น้อง เกษตรกรที่ประสบภัยน้ําท่วมนะครับ ผมเรียนว่าในเรื่องของภาพถ่ายดาวเทียมนั้นไม่ได้ เกี่ยวกับงบประมาณที่มาเสนอในการครั้งนี้ แต่เป็นการที่เราจะเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบภัยพิบัติและน้ําท่วมครั้งนี้ เรื่องภาพถ่ายดาวเทียมนั้นเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง ที่จะพิสูจน์ทราบว่าพี่น้องเกษตรกรที่เขามาแจ้งความเสียหายเท่าไรนะครับ เพราะว่าในการ ดําเนินการสํารวจความเสียหายนั้น เราจะให้เกษตรกรผู้ประสบความเสียหายยื่นเป็นเอกสาร แล้วก็มีผู้รับรอง แล้วก็เมื่อเกษตรอําเภอหรือเกษตรตําบลตรวจสอบแล้วเราก็ไปทําประชาคม หมู่บ้านติดประกาศให้หมู่บ้านได้ตรวจสอบ ภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาเกี่ยวข้องตรงไหน เข้ามาเกี่ยวข้องบอกว่าเมื่อเราดูพื้นที่ที่เกษตรกรมาแจ้งแล้วในอําเภอนี้ ในจังหวัดนี้ มันเกินพื้นที่น้ําท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมหรือไม่ อย่างไรนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้เมื่อผ่าน คณะกรรมการจังหวัดแล้วมาที่กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งปีนี้ผมก็ได้ขออนุมัติต่อ คณะรัฐมนตรีว่าในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วมนั้นไม่ต้องจัดสรร มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้จัดสรรไปที่กระทรวงการคลังโดย ธ.ก.ส. โดยตรง เพื่อให้ ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเพื่อให้การทํางานที่เร็วขึ้น จึงจะเห็นได้ว่า ในการทํางานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนั้น เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้ผ่านมาที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์เลย ผ่านไปที่ ธ.ก.ส. เพื่อโอนเข้าสู่บัญชีของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อให้สภาเป็นข้อมูล ในการพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไท เสนพงศ์ ๑๐ นาทีครับ คุณชาญชัยมีอะไรหรือเปล่าครับ จะขอพาดพิง หรืออย่างไรครับ เพราะว่ายังไม่ถึงคิวท่านนะครับ ต้องขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ผมขออนุญาตนิดครับ ท่านประธานครับ พอดีเมื่อครู่นี้เผอิญท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ท่านได้พูดถึงเรื่องรถไฟฟ้า สายสีน้ําเงิน เพื่อให้บันทึก สั้น ๆ นะครับ ผมขออนุญาตบันทึกข้อเท็จจริงให้ในที่ประชุมนี้ เพียงแต่ว่าชี้แจงให้ท่านทราบนิดหนึ่ง ท่านพูดอยู่ ๒ ประเด็นว่าเรื่องนี้ท่านน้อยใจ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเจาะจงตรวจสอบพรรคภูมิใจไทยเรื่องรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงิน หรือรถไฟฟ้าสายสีอื่นก็แล้วแต่

ประการที่ ๒ ก็คือกล่าวหาว่า ท่านไม่ได้กล่าวหาท่านพูดว่าสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์เจาะจงไปตรวจสอบ ผมกราบเรียนท่านนะครับว่าไม่ใช่เป็นการเจาะจง ครับ เรื่องนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ได้ทําการ ตรวจสอบเรื่องนี้มาทุกสมัย ตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ ๒๓ นี้เปิดมาก็มีการตรวจสอบ รถไฟฟ้าสายสีม่วงมา จนกระทั่งท่านรัฐมนตรีโสภณก็พูดเองว่าลดราคาไปหลังจากเปิดซอง ประกวดราคา ๓๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลดลงมาเหลืออยู่ ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ เราไม่ได้ตรวจเฉพาะสีน้ําเงิน รถไฟฟ้าสายสีแดงคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เพื่อให้ เป็นข้อเท็จจริงปรากฏ ก็เคยตรวจสอบรถไฟฟ้าสายสีแดงวิ่งจากบางซื่อไปรังสิต ตั้งราคาไว้ ๗๗,๕๖๒ ล้านบาท คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็ได้ทําการตรวจสอบจนกระทั่งการรถไฟ แห่งประเทศไทยไปจ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิศกรรมศาสตร์ ทําการดู ข้อมูลราคากลางว่ามันควรจะเป็นเท่าไร สุดท้ายก็ลดราคาลงมาเหลือ ๖๑,๐๐ กว่าล้านบาท เท่ากับลดราคาลงมาอีก ๑๒,๐๖๙.๖ ล้านบาท อันนี้เป็นเอกสารทางราชการ รถไฟฟ้า สายสีน้ําเงินนี้เป็นเรื่องของ ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างนี้นะครับ สั้น ๆ นิดหนึ่ง เมื่อปลาย ปี ๒๕๕๒ ครม. อนุมัติ งบประมาณท่านได้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอคุณชาญชัยรวบรัดนิดนะครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

คงไม่ใช้เวลาเยอะครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ แล้วท่านใช้สิทธิอภิปรายในทีหลังได้นะครับ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ นครนายก

ได้ครับ ผมขออนุญาต เพื่อจะตัดตอนตรงนี้นิดหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ให้เป็นปัญหา เป็นความขัดแย้งใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการ ให้ข้อเท็จจริงให้ปรากฏในสภา เนื่องจากว่า ครม. ได้อนุมัติเรื่องนี้โดยมีสํานักงบประมาณ ให้ข้อท้วงติงว่า กรอบราคากลางเกินความเป็นจริงไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท คณะรัฐมนตรี เลยให้มีมติไป แต่ว่าให้ไปทบทวนเรื่องนี้ จากนั้นมามีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่า เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงนี้เราเห็นว่าเป็นข้อเท็จจริง ที่จะเกิดความเสียหายให้แก่บ้านเมือง ก็แจ้งให้รัฐมนตรีท่านทราบ แล้วก็แจ้งให้ท่าน นายกรัฐมนตรีทราบ ส่วนท่านจะทําอย่างไรเป็นฝ่ายบริหาร ท่านต้องรับผิดชอบของท่านเอง ผมเรียนว่าเราไม่ได้มีอคติใด ๆ กับท่าน ไม่มีอคติใด ๆ กับพรรคไหน ทั้งหมดเป็นเรื่องของ คณะกรรมาธิการ เราทํางานทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนเรื่องนี้ไว้ในเบื้องต้น ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไท เสนพงศ์ ๑๐ นาที หลายรอบแล้วครับ ก็ขอต่อเนื่องนะครับ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ที่จริงเพื่อเข้าใจตรงกัน ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานว่า เหมือนว่าผมจะน้อยใจท่านนายกรัฐมนตรีมาตรวจสอบ ผม แต่ที่จริงนี้ผมบอกว่าทุกโครงการที่ในรัฐบาลชุดนี้ได้ตรวจสอบทุกเรื่อง เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้เอ่ยถึงท่าน ผมบอกว่าเหมือนมี ส.ส. พรรครัฐบาลนี้ก็เป็นหน้าที่ เป็นการตรวจสอบ ก็ถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เรียนว่าไม่มีอะไรที่พิเศษว่าเป็นความขัดแย้ง แล้วก็ขอเรียน ต่อท่านประธานไปยังสภาแห่งนี้ว่าเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ทุกท่านในสภานี้ที่จะตรวจสอบ รัฐบาล ก็เป็นเรื่องดีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ผมยินดี ไม่มีอะไรขัดแย้ง ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไท เสนพงศ์ ๑๐ นาทีนะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม แล้วก็จะใช้สิทธิพาดพิงจากร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ด้วยนะครับในคราวเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ก่อนที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ขอประทานโทษเอ่ยนาม ได้อภิปรายจบ ท่านก็บอกว่า ท่านไม่อยากจะตอบโต้กับพวกผมในฐานะมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าพวกผมเป็น ส.ส. หน้าใหม่ก็จริง แต่ถ้ามวย ผมก็คิดว่าผมเป็นมวยหนุ่มแล้วก็เป็นม้าหนุ่ม แล้วก็เป็นมวยสดและพร้อมที่จะ ตอบโต้กับพวกม้าแก่ กับมวยเมาหมัดได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าจํานวนสมัยไม่ใช่สําคัญครับท่านประธาน เกียรติและ ศักดิ์ศรีของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้เท่าเทียมกัน สิ่งที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พยายามที่จะพูดพาดพิงมายังพวกผมก็คือ ในการที่พวกผมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ตําแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของร้อยตํารวจเอก เฉลิม ซึ่งผมคิดว่าตําแหน่งดังกล่าว มันแสลงใจร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่น้อย หลังจากที่มติพรรคเพื่อไทยได้สนับสนุน ให้คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตรงนี้เองทําให้ เป็นแผลใจกับร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง จําเป็นต้องมาฟาดงวง ฟาดงากับพวกผม แต่ว่า ผมจะไม่ชี้แจง เพราะท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเหตุผลไปแล้ว ส่วนการอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ถ้าท่านประธานได้รับฟัง ท่านประธานก็จะได้เห็นนะครับ ๓ คําก็ทุจริต ๔ คําก็ทุจริต กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้โคตรโกง ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมกลับไปดูว่าถ้าหากกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้โคตรโกง แล้วรัฐบาลไหนล่ะครับ ที่โกงทั้งโคตร เพราะฉะนั้นการที่จะมากล่าวหารัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดในถ้อยคําเช่นนี้ ในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิกผู้อาวุโส ที่จริงจะต้องเตือนด้วยซ้ําไป แต่พวกผมจะไม่ใช้เวลาขัดจังหวะการอภิปรายของท่าน แต่ว่าท่านควรที่จะสํารวม ในการอภิปราย เช่น การพูดเอาถ้อยคําบนเวทีพันธมิตรมาพูด ขอประทานโทษท่านประธาน คําว่า ตอแหล อย่างนี้ท่านประธาน มาพูดในสภาแห่งนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่มีใครทักท้วงเลย อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้พาดพิงมายังรัฐบาล ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่ของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงไป แต่ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็ยังเชื่อว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เป็นไปตามที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม กล่าวหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริต ถ้าหากว่าร้อยตํารวจเอก เฉลิม มีหลักฐานในลักษณะกล่าวหาว่าทุจริต และการอภิปราย ที่ผ่านมาผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะได้ดูการอภิปราย ผมว่าการแสดงอาการเกรี้ยวกราดของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมน่าจะเป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่าด้วยซ้ําไป แต่ว่า ผมเข้าใจได้ว่านั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เก็บกดของร้อยตํารวจเอก เฉลิม ที่ไม่สามารถ อภิปรายเป็นผู้นําอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จึงมาแสดงออกผ่านการอภิปรายงบประมาณกลางปี ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าจะพิจารณางบประมาณกลางปีของรัฐบาลชุดนี้ ผมต้อง ชื่นชมว่ารัฐบาลชุดนี้ได้จัดงบประมาณกลางปีได้เร็ว แม้ว่าใครจะตําหนิว่าการจัดตั้ง งบประมาณกลางปีเร็วก็เพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยนกับการโหวตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันนั้นผมคิดว่ามันเป็นประเด็นทางการเมืองที่พยายามที่จะหยิบยกขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ ข้อเท็จจริงก็คือว่าการจะจัดงบประมาณจะเร็วหรือช้า เมื่อมีการจัดเก็บงบประมาณเกินเป้า ก็สามารถที่จะจัดทํางบประมาณได้ทันทีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าดูจากตัวเลข ที่รัฐบาลชุดนี้จัดเก็บงบประมาณเกินเป้าประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จัดทํา งบประมาณในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าสาเหตุของการจัดเก็บภาษีเกินเป้านี้ น่าจะมาจากเหตุผล ๓ ส่วนครับท่านประธาน

ส่วนแรกก็คือว่าภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามากกอบกู้วิกฤติ เศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ท่านประธานก็จะได้แลเห็นว่ารัฐบาลได้ใช้ ความสามารถในการที่จะนําพาประเทศผ่านวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ ในประเทศลําดับต้น ๆ ในโลก แล้วก็เหมือนว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียด้วยซ้ําไป ตรงนี้เองครับทําให้เมื่อเศรษฐกิจ ฟื้นตัว การจัดเก็บภาษีก็สูงขึ้นเป็นธรรมดา

ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บภาษี คือสามารถที่จะทําหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วก็ สามารถที่จะทําให้เงินภาษีเข้าเป้า

ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคน ในฐานะที่เป็น ผู้เสียภาษี ได้พร้อมใจกันได้สนับสนุนรัฐบาลโดยการใช้จ่ายภาษี โดยไม่มีการหลีกหนีภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผู้นําประเทศต้องเป็นตัวอย่างให้เห็น ซึ่งต่างกับสมัยยุคก่อน ท่านประธานก็จะเห็นว่าคนระดับผู้นําประเทศยังหนีภาษีครับท่านประธาน ก็ไม่สามารถที่จะ เป็นหลักประกันใด ๆ ให้กับประชาชนหรือเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนได้ว่า ขนาดผู้นํา ประเทศขายทรัพย์สินเป็นหมื่น ๆ ล้าน แล้วไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว แต่ว่าในรัฐบาลชุดนี้ ไม่มีเรื่องนี้ขึ้นมา จึงทําให้ท่านประธานได้แลเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็สนับสนุนในเรื่องการจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าท่านประธานได้ดู เรื่องวงเงินการจัดเก็บจัดตั้งงบประมาณประจําปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ในส่วนต่าง ๆ ถึง ๗ ส่วน มีการกล่าวหาอยู่ตลอดเวลานะครับว่า การจัดงบประมาณครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่ผมได้ศึกษาได้ดู ในรายละเอียด ผมจะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนไหนเลยครับท่านประธาน ที่จะส่อให้เห็นว่าการจัด งบประมาณครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือเป็นการแบ่งเค้กตามที่กล่าวหา ทุกอย่างเป็นไปตามภารกิจในการทําหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะดูว่ากระทรวงที่สังกัดกับพรรคแกนนํารัฐบาลอย่าง พรรคประชาธิปัตย์คือกระทรวงศึกษาธิการ ได้งบประมาณแค่ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เมื่อการจัดงบประมาณให้กับกระทรวงในสังกัดของพรรคประชาธิปัตย์ น้อยลง ท่านประธานก็จะได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่านออกมากระแนะกระแหนเช่นเดียวกัน ว่าเป็นการจัดเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้าหากว่าเป็นการจัดงบประมาณในลักษณะให้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ พรรคประชาธิปัตย์มากก็จะถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบเพื่อน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง ที่จะทําความเข้าใจลําบากกับเพื่อนสมาชิกที่มีอคติต่อการวิพากษ์วิจารณ์การจัดงบประมาณ ของรัฐบาล จากตัวเลขกลม ๆ ในวงเงิน ๑๐๐ บาท ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้เห็น ได้ชัดว่ากระทรวงที่ได้มากที่สุดก็คือกระทรวงมหาดไทย ๘.๗๓ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ บาท ก็คือ ๘ บาท ๗๓ สตางค์ ท่านประธานคิดว่ามากไปไหมสําหรับเงิน ๑๐๐ บาท ไม่มากเลย ครับท่านประธาน แล้วก็ภารกิจของแต่ละกระทรวง ก็คือกระทรวงคมนาคมที่มีถึง ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่ภารกิจที่จะต้องทําทั้งสิ้น เพราะกระทรวงคมนาคมมีภารกิจ ที่จะต้องทําในการบูรณะถนนหนทางซึ่งผมคิดว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธาน ที่จะต้องไปแบ่งเบาปัดเป่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และถ้าหากว่าท่านประธาน จะดูในเรื่องของการจัดงบประมาณในยุทธศาสตร์การฟื้นฟูการแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ โดยนําเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ท่านประธานก็จะเห็นได้ว่าเงินจํานวน ไม่มากเลยครับท่านประธาน แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเพื่อนสมาชิกหลายท่านออกมาขัดขวาง แล้วก็อภิปรายในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย

อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ดูในเรื่องยุทธศาสตร์ พัฒนาสังคม ยุทธศาสตร์บริหารพัฒนากิจการที่ดี ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นทั้งสิ้น ที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องจัดงบประมาณให้ทั่วถึง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ความจําเป็นทั้งหมดและการจัดทํางบประมาณทั้งหมดเป็นการจัดทํางบประมาณที่ สมเหตุสมผล ผมไม่อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในลักษณะที่ใช้ความเป็นอคติหรือใช้ ประเด็นการเมืองมากล่าวหาโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือเป็นการซ้อมใหญ่สําหรับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าท่านจะเจาะลึกผมคิดว่ามีเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรออยู่ ในส่วนของรัฐบาลพร้อมที่จะรับมือกับท่านอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุชาติประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย เมื่อกี้นี้ครับ ๒ ประเด็นให้ถอนคําพูด คําพูดที่ ๑ คําพูดที่บอกว่า รัฐบาลที่ผ่านมาทุจริต ทางภาษี โกงภาษี ที่ไม่ยอมเสียภาษี ผมฟังชัดเจน ๑. ใครโกง พูดให้ชัดเจนนะครับ อย่าไป กล่าวหารัฐบาลที่ทํางานมา ต้องให้คุณเทพไทได้ถอนด้วยครับ

ประเด็นที่ ๒ นะครับที่เขาพูดออกมาเมื่อกี้นี้ขอให้พูดเข้าประเด็น ตั้งแต่เช้า ผมนั่งฟังฝ่ายค้านอภิปรายอยู่นี่ครับ ถูกประเด็นหมด เพราะอะไรท่านครับ อยากจะให้พี่น้อง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ไปฟังพี่น้อง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วข้อ ๒ ประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กระผมประท้วงให้เขาถอนคําพูดที่บอกว่า รัฐบาลที่ผ่านมาที่ขายหุ้นก็ดีอะไรก็ดีที่ไม่เสียภาษี ที่เขาพูดไปนะครับให้ถอนด้วย แล้วก็อย่ามา สบประมาทกันในสภา ที่บอกว่าพยายามกล่าวหาโจมตีนี่นะครับ วันนี้ต้องบอกผู้แทนราษฎร ในสภาถ้าไม่เอาเรื่องจริงมาพูด พี่น้องประชาชนจะรู้ได้อย่างไรท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งได้แล้วครับ เชิญนั่งได้แล้วครับ ผมวินิจฉัยครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

อีกนิดเดียวท่านประธานครับ ที่ผม ประท้วงนี่นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปประท้วงข้อ ๒ ว่าอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ข้อ ๒ ครับ ให้เขาถอนคําพูดเมื่อกี้ด้วยว่า อย่ามาโจมตีกล่าวหาในสภา ให้ไปอภิปรายในสภาในการไม่ไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจเรายื่นแน่ ท่านประธานครับ เพราะข้อมูลเด็ด ๆ มีอีกเยอะ ให้คุณเทพไทได้ถอนคําพูดด้วยว่าอย่าไป ดูถูกผู้แทนฝ่ายค้านในสภา เยาะเย้ยถากถาง ท่านประธานครับ ขอบคุณมาก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ คุณเทพไทไม่ต้องถอนคําพูดครับ เพราะว่าไม่ได้บอกว่ารัฐบาลไหนนะครับ เพียงแต่บอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ต้องถอนครับ แล้วก็เรื่องการอภิปรายเหมือนกันครับ ผมต้องขอทั้ง ๒ ฝ่ายบางครั้งเราก็อภิปรายเกินเลยกันบ้าง ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ต้องรับฟังนะครับ เชิญคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ตั้งงบไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แยกเป็นเงินชดเชยคงคลัง เป็นในส่วนของ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นะครับ การที่จะอภิปรายผมขออนุญาตเริ่มด้วยการดูเรื่อง รายได้ก่อน แล้วมาดูเรื่องรายจ่าย รายได้ของรัฐบาลที่กะว่าจะได้รับ สาเหตุแห่งการตั้ง งบประมาณกลางปีก็เพราะว่าเราคิดว่าเราจะเก็บเงินภาษีได้เกินกว่าเป้าหมาย รัฐบาลบอกว่า จะเก็บเงินเกินกว่าเป้าอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่าในเบื้องต้น ผมไม่เชื่อเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่บอกว่าเศรษฐกิจ ในวันนี้ดีก็คือท่านนายกรัฐมนตรีกับคนในคณะรัฐบาลเท่านั้น ไปถามพี่น้องประชาชน ตามท้องที่ต่าง ๆ ทุกคนก็เสียงเดียวกันครับบอกว่าวันนี้เศรษฐกิจแย่ วันนี้เงินทองในกระเป๋า มันลด ตัวชี้วัดเรื่องเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ดูกระเป๋าเงินของตัวเองเป็นหลักว่ามันมีเยอะหรือมันมี น้อย วันนี้รัฐบาลยิ่งบวกเข้าไปในเรื่องการบริหารจัดการต่าง ๆ ราคาสินค้าแพงกันถ้วนหน้า ซื้อไข่ต้องซื้อเป็นกิโล น้ํามันปาล์มก็ขึ้น น้ํามันใช้เติมรถยนต์ก็ขึ้นอีก ทุกอย่างมันแพงไปหมด จะบอกว่าเศรษฐกิจดีอย่างนั้นหรือ บวกเข้าไปกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปากกล้าของรัฐบาลชุดปัจจุบัน พูดจนกระทั่งยิงกันนะครับ ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา วันนี้การค้าขายชายแดนไทยกัมพูชา ที่เราเกินดุลอยู่ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เป็นศูนย์ครับ ยังมีไปเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกกับประเทศใหญ่ ๆ ประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศรัสเซีย ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดว่าการค้าระหว่างประเทศกับประเทศใหญ่ ๆ เหล่านี้ในอนาคต อันใกล้มันจะลดถอยลงแล้วก็จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ พอทางหน่วยงานของรัฐบาลโดยเฉพาะหน่วยงานจัดเก็บมาชี้แจง กับทางวิป(Whip) ฝ่ายค้าน ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม ปรากฏว่าทั้งกรมศุลกากร กรมสรรพามิต กรมสรรพากร ทั้ง ๓ หน่วยงาน บอกว่า ๔ เดือนแรกของปีนี้เก็บเงินภาษีได้ เกินกว่าเป้ามาแล้ว ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมแปลกใจครับ ก็เลยขอเอาตัวเลขเขามาดูว่า สรุปมันเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลทํางานจนกระทั่งเก็บเงินได้เร็วอย่างนั้นหรือ พอมาดูตัวเลข ถึงบางอ้อครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ภาษีที่เก็บได้นะครับท่านประธาน กรมศุลกากร เกินจากงบประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท กรมสรรพสามิตเกินมา ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ติดใจครับเพราะว่ามันเป็นภาษีน้ํามัน ยาสูบ เหล้า กรมศุลกากรก็การค้า กรมสรรพากร กว่าครึ่งประมาณ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทเก็บมาได้ แล้วถามว่าเก็บมาจากไหน ลงไปดู รายละเอียดเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓ ตัวนี้คือ ภาษีที่เราไปรีดมาจากพี่น้องประชาชนครับ ถามบอกว่าทําไมภาษีต่าง ๆ เหล่านี้แว็ต (Vat) ภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บได้ตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินกว่าเป้า ผมก็สงสัยเพราะว่าเราก็ไม่ได้ ใช้จ่ายอะไรกันมากขึ้น พี่น้องประชาชนก็บอกไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอย มานั่งวิเคราะห์ ถึงได้ทราบว่าเกิดจากการที่สินค้ามันราคาแพงครับ ทุกอย่างขึ้นหมด น้ํามันปาล์มก็ขึ้น ไข่ก็ขึ้น กะปิ น้ําปลาแพงไปหมด เมื่อเราซื้อของซื้อสินค้าเหล่านี้นั่นคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรา เสียเข้ารัฐ มันกลายเป็นภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลเก็บภาษี ไปรีดของเขามา เอาล่ะครับถ้าเราตั้งข้อสมมุติเดียวกันกับรัฐบาลซึ่งผมยังไม่ค่อยเชื่อว่า เราจะเก็บเงินได้ตามเป้าคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินจากที่ตั้งงบไว้ คราวนี้อภิปรายกัน มาตั้งแต่เช้าพี่น้องประชาชนทางบ้านฟังอยู่นึกว่ามันไม่มีทางเลือกเลย อย่างไรเก็บมาแล้ว เกินเป้าก็ต้องหาทางใช้ ตั้งงบประมาณมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมารองรับ ต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกรวมถึงพี่น้องที่รับฟังทางบ้านว่านี่ไม่ใช่ทางเลือกเดียว ทางเลือกมันมีอยู่ ๒ ทางครับ ๑. ตั้งงบกลางปีขึ้นมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกระจาย แบ่งเค้กกันถลุงกันเข้าไปอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าเก็บไม่ได้ตามเป้าจริงก็กลายเป็นขาดดุล งบประมาณเพิ่มเติมกู้เพิ่มอีก ๒. ไม่ต้องตั้งงบกลางปีก็ได้ครับ เงินจํานวนนี้ก็จะเข้าคลัง ไปรออยู่ ถ้าเก็บได้จริง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือมากกว่านั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ปีปัจจุบัน รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ขาดดุลครับ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าต้องกู้เพิ่มอยู่ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเก็บได้เกินกว่าเป้า ก็งดการกู้สิครับ ลดภาระ ของพี่น้องประชาชน เงินในอนาคตของลูกหลานของเราในอนาคต นี่คือทางเลือก ที่เรามีครับ วันนี้มันขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าจะเลือกทางไหน ๑. กู้มันเข้าไป เอามา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถลุงกันเข้าไป ๒. หยุดการกู้ ลดการกู้ ที่รัฐบาลนี้จําเป็นจะต้อง กู้มา เก็บเงินได้เกินก็ลดไปเท่านั้น นี่คือทางเลือกที่รัฐสภาจะต้องเลือก ผมเลือกทางที่ ๒ ครับ ผมบอกว่า พอแล้ว เพราะว่ากู้มาเยอะแล้ว ลดการกู้ ไม่ต้องก็ได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ถอนไปก็ไม่มี อะไรเสียหาย เพราะว่าไม่ว่าเรื่องภัยพิบัติหรือเรื่องอะไรต่าง ๆ มันมีงบประมาณในส่วนอื่น รองรับอยู่หมดแล้ว ไม่มีความจําเป็นเลยครับ

คราวนี้มาดูเรื่องรายรับของท่านแล้ว ก็มาดูเรื่องรายจ่าย รายจ่ายแบ่งเป็น ๕ กระทรวง ๑ หน่วยงาน ๑ รัฐวิสาหกิจ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ ผมเอง คงจะไม่เจาะประเด็นเรื่องแบ่งเค้กอะไรกัน เพราะว่าได้ยินได้ฟังกันมาเยอะแล้ว ตอนนี้ หลายท่านก็คงรับทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง ในสังคมในการตั้งงบประมาณครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามมีงบประมาณในส่วนของกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะ ไม่พูดไม่ได้ ตั้งงบประมาณไว้ในแผนสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ ๔,๙๔๐ ล้านบาท กับในส่วนของการเสริมสร้างสวัสดิการ ทางสังคมให้แก่ผู้พิการอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ เอาแค่เรื่องของผู้สูงอายุแล้วกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูตามหนังสือ เอกสารที่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ ๒ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หน้า ๓๖ แผนจําแนกตามโครงการ บอกว่าหลักประกัน ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปอย่างทั่วถึง นโยบายของรัฐที่เอาไปฝากไว้กับท้องถิ่น ๔,๙๔๐ ล้านบาท ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ จํานวนผู้สูงอายุ ๘๒๓,๐๐๐ คน ระยะเวลาดําเนินการ ๖ เดือน เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน ๒๕๕๔ ต่อหัวได้คนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ท่านตกเลขหรือเปล่าครับ คูณเข้าไปสิครับ ๘๒๐๐,๐๐๐ คูณ ๕๐๐ คูณ ๖ เดือน มันตกตัวเลขอยู่ ๒,๔๗๐ ล้านบาท ทําไมตัวเลขมันถึงโผล่ขึ้นมา ๔,๙๐๐ ล้านบาท เกิดอะไรขึ้น หมกเม็ดหรือเปล่า คราวนี้ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมได้มีการถามกับ ทางผู้มาชี้แจงอยู่ ตอบกันไม่ได้ ไปคนละทิศคนละทาง วันนี้มาถามกับทางรัฐบาลโดยตรง ผมมีช้อยท์ (Choice) ให้ท่านเลือกด้วยครับ มีตัวเลือกให้ท่านเลือกมันเกิดอะไรขึ้นกับ งบประมาณตัวนี้ ๑. บวกเลขผิดเอามาเสนอสภา เป็นไปได้เยอะเพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. อะไรต่าง ๆ ผิดกติกาตลอด เดี๋ยวก็ต้อง มาขอยกเว้นข้อบังคับ เดี๋ยวก็ต้องมาขอยื่นศาลรัฐธรรมนูญวุ่นกันไปหมด ๒. เขาลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ แต่คราวนี้ถ้าเขาลงทะเบียนตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๕๓ เขาเกิดอะไรขึ้น ๑. เขาอาจจะยังไม่ได้รับ แปะเขาไว้ก่อนอย่างนั้นหรือผู้สูงอายุเหล่านั้น ใช่ไหมครับ แล้วมาตั้งงบไปชดเชยเขา ถ้าทําอย่างนั้น ผมกราบเรียนเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ท้องถิ่น เขาจ่ายไปแล้ว เขาออกข้อบัญญัติ เขาจ่ายสํารองให้เราไปแล้ว เราไปตั้งงบเฉพาะกิจ ๔,๙๐๐ ล้านบาท ส่วนหนึ่งครึ่งหนึ่งก็คือที่เราจ่ายไปแล้วเราจะต้องไปเติมให้กับท้องถิ่น มันกลายเป็นงบเฉพาะกิจ แต่เงินบาทที่เป็นงบเฉพาะกิจสําหรับผู้สูงอายุอันนี้มันก็จะถูก ถ่ายโอนเป็นงบทั่วไป เพราะว่าท้องถิ่นเขาบอกจ่ายไปแล้ว ก็เอาเงินตัวนี้ไปทําอย่างอื่น นี่ใช่ไหมครับที่ท่านซ่อนไว้ จะไปปรับเล่นแร่แปรธาตุกับงบประมาณตัวนี้หรือไม่ เอาไป ทําอย่างอื่นใช่ไหม ผ่านคณะกรรมการกระจายอํานาจที่มีปัญหามาโดยตลอด ท้องถิ่น ทั่วประเทศเขารู้ถึงปัญหานี้โดยตลอด หรือว่าเขาลงทะเบียนไปแล้ว ท่านจ่ายไปแล้วด้วย รัฐบาลจ่ายเกินไปก่อน เพราะว่าท่านตั้งไว้ตอนงบประจําปี ๕.๑ ล้านคน วันนี้ท่านบอก มาลงทะเบียน ๖ ล้านคน ท่านจ่ายเกิน ๕.๑ ล้านคน ถ้าท่านให้คําตอบอย่างนี้ ท่านไปถามสํานักงบประมาณดูครับ ท่านกําลังทําผิด พ.ร.บ. งบประมาณ เขาตั้งงบทําถนนไว้ ๑ กิโลเมตร ท่านไปถึง ๑.๕ กิโลเมตร พอถึงสิ้นปีบอกว่าเงินหมดแล้วทําไม่เสร็จ ท่านทําผิด พ.ร.บ. งบประมาณหรือเปล่าครับ เขาบอกให้ทําแค่ ๑ กิโลเมตร อันนี้อย่างเดียวกันครับ ตั้งงบไว้ ๕.๑ ล้านคนท่านไปจ่าย ๖ ล้านบาทท่านก็ผิดอยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงทําความเข้าใจให้ถูกต้องว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับงบประมาณที่ท่านได้ตั้งมาสําหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ในส่วนสุดท้ายเป็นเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยเงินคงคลัง ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า ชดเชยเงินคงคลังในงบประมาณคราวนี้ตั้งไว้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นหัวข้อนี่ประมาณ ๙ หัวข้อ ส่วนที่เป็นเงินชดเชยบุคลากร เงินชดเชยเกี่ยวกับเรื่อง ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการอันนั้นไม่ติดใจครับ มันมีอันหนึ่งใหญ่มาก เขาเรียกการไถ่ถอน ตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายไปแล้วผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะว่าระเบียบนี่เขาบอกว่า มันจ่ายได้ตามระเบียบข้อใด ๆ นี่มันมีกําหนดอยู่แล้ว แล้วคราวนี้พอมาเข้าตั้งงบประมาณ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ก็บอกชัดเจนบอกว่า จะต้อง ชดเชยเงินคงคลังก่อนเสมอ อันนี้เลี่ยงไม่ได้ แต่วิธีการจ่ายนี่สิครับ จ่ายเพราะอะไร ทําไม ถึงจ่าย ผมได้รายละเอียดมาว่าไปจ่าย มีอยู่ประมาณ ๑๒ สัญญาใช้เงิน ออกตั้งแต่ ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๕๒ วงเงินตั้งแต่ ๒,๕๐๐ ล้านบาทถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ รวมเป็นเงิน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ย ๑.๘๒ ครับ ผมคํานวณให้ท่าน บางอันก็ ๑.๖ บางอันก็ ๑.๙ ว่ากันไป ตั๋วสัญญาใช้เงินเหล่านี้ยังไม่ครบกําหนดไถ่ถอน และที่สําคัญที่สุด ดอกเบี้ยถูกมาก ถูกที่สุด รู้อยู่ว่าวันนี้รัฐบาลมีภาระการขาดดุลงบประมาณ การขาดดุล งบประมาณแปลว่าอะไร ต้องกู้มาโปะ การกู้ทําอย่างไรครับ ออกพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก พันธบัตรรัฐบาลเพิ่งจะขายไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่ก็อัตราดอกเบี้ยเกือบ ๔ บางครั้ง ๔ กว่า บางครั้งเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านทําอะไรครับนี่ ท่านกู้เงินมา ๔ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์เพื่อเอามาโปะหนี้เก่าราคา ๑.๘๒ มันเกิดอะไรขึ้นในความคิดในแนวทาง ความคิด ผมตามไม่ทัน มันไม่สมเหตุสมผลด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น มีคนเขากระซิบมา ท่านประธาน เพราะทักษิณไปใช้เงินไอเอ็มเอฟ (IMF) ก่อนกําหนดหรือเปล่า ไม่รู้จะเอาอะไร ไปสู้ก็เลยหาทางมาชําระอันนี้ก่อน ปรากฏว่าไปกู้แพงมาจ่ายถูก ทําบริษัทที่ไหนทําแบบนี้ เจ๊งหมดครับ นี่รัฐบาลกําลังกู้เงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ไปชดใช้เงินกู้เก่าราคา ๑.๘๒ ต้องให้คําตอบกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดอะไร ทําไมถึงทําอย่างนี้ โดยส่วนตัวแล้วผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ภาพรวมของงบประมาณครั้งนี้ถ้าหยุด การตั้งงบ ไปใช้งบประมาณปกติซึ่งมันก็เพียงพอยู่แล้วกับการแก้ไขภัยพิบัติเรื่องภัยแล้ง แก้ไขภัยพิบัติเรื่องน้ําท่วม ชดเชยเงินคงคลัง ตั้งงบปีหน้า ๒๕๕๕ มันก็ต้องตั้งชดเชยอยู่ดี ถ้าเก็บเงินได้วันนี้เกินกว่าเป้าจริงก็ไปใช้กันปีหน้าไม่เห็นมีอะไรเสียหาย อย่าให้เขาครหาว่า แบ่งเค้ก อย่าให้เขาครหาว่าเพราะผ่านร่างรัฐธรรมนูญถึงต้องมาตั้งงบแล้วก็ให้คนโน้นคนนี้ วันนี้ยอมถอน พ.ร.บ. งบประมาณกลางปีนี้ไปไม่ดีกว่าหรือครับ แล้วถ้ามันเก็บได้เกินกว่า เป้าจริง ผมจะร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับท่าน เพราะท่านลดภาระการกู้เงินจากที่ ต้องกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีปัจจุบัน ถ้าเก็บได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเกิน ก็จะกู้เพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ รับประกันว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนมาแข่งเรื่องการกู้กับรัฐบาล ชุดท่านแน่นอนครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ๗ นาทีครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ดิฉันไม่ใช่นักกฎหมาย เป็นเพียงคนธรรมดา สามัญคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของประชาชน จึงขออนุญาตท่านประธานอภิปรายจากหัวใจ ด้วยจิตวิญญาณที่เป็นห่วงคุณภาพชีวิตของประชาชนเท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ท่ามกลาง ความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจทั้งของโลกและของประเทศ ท่ามกลางข้อจํากัดเหลือคณานับ ต้องยอมรับความจริงค่ะว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดําเนินการบริหารมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทําให้ คุณภาพของชีวิตประชาชนนั้นดีขึ้น ท่านประธานคะ ไม่ว่าคนบางคนจะชิงชังรัฐบาล ไม่ยอม ให้เครดิตรัฐบาล ด่าว่ารัฐบาล วิพากษ์รัฐบาล หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่า จะปฏิเสธตัวเลข จะปฏิเสธข้อมูลนั้นคงไม่ได้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะให้สังคมไทยนั้น เป็นสังคมที่เรียนรู้ เป็นสังคมแห่งปัญญา ใช้ตัวเลข ใช้ข้อมูลในการคิดวิเคราะห์พิจารณา เรื่องราวต่าง ๆ ถ้าจะดูตัวเลข ที่จริงหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะคะ เศรษฐกิจเองขยายตัว มากขึ้นถึงร้อยละ ๗.๙ อย่างน่าพิศวง นักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นกว่าล้านคน รายได้จาก การท่องเที่ยวที่ใครหลายท่านพูดถึงว่าทํามาหากินอย่างอื่นไม่เป็นหรืออย่างไร เฉพาะ ๙ เดือนของปี ๒๕๕๓ ก็ได้ถึงกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านคน คนว่างงานก็ลดลงเหลือไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ที่สําคัญ ท่านประธานคะ ในปี ๒๕๕๒ ซึ่งมีวิกฤติขนาดหนัก คนจนยังลดลงถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ทางหน่วยราชการเป็นผู้ที่เก็บมาเองนะคะ เกษตรกร ๔ ล้านคนมีเงินในกระเป๋าจากโครงการประกันรายได้มากกว่าที่มาตรการจํานําสินค้าเกษตร ถึง ๔ เท่า ผู้สูงอายุ ๕.๗ ล้านคน ผู้พิการ ๘๐๐,๐๐๐ คน ได้รับเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท ต่อเดือน นักเรียนทุกคนได้เรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ คนไทยทุกคนทั้ง ๖๓ ล้านคน มีหลักประกันสุขภาพพื้นฐานถ้วนหน้า เอาล่ะค่ะ ข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องอาจจะมีอยู่บ้าง ในภาคปฏิบัติ ในโลกแห่งความเป็นจริงคงไม่มีอะไรสมบูรณได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หากใจไม่มีอคติจนมากเกินไปต้องยอมรับว่าประเทศไทยเองสามารถก้าวเดินไปข้างหน้า ได้อย่างดีทีเดียว ประชาชนก็ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงในเบื้องต้น รัฐก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีการประมาณการว่ารัฐจะมีรายได้เพิ่ม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เดี๋ยวต้อง คอยดูต่อไป ถูกต้องค่ะที่บางท่านพูดไว้ว่า ภาคเอกชนเก่ง แต่เป็นเพราะรัฐบาลนั้น ได้สร้างบรรยากาศ ได้สร้างความเชื่อมั่น ทําให้ภาคเอกชนนั้นสามารถแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรมได้ ไม่ใช่เฉพาะคนบางกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอํานาจในรัฐบาลเท่านั้นที่จะมี โอกาสร่ํารวยอย่างเช่นที่เคยเป็นมา เพราะฉะนั้นภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ดี ภาษีธุรกิจเฉพาะก็ดี ภาษีมูลค่าเพิ่มอะไรต่าง ๆ นั้นก็มากขึ้น ท่านประธานคะ การกู้เงินในยามจําเป็นเป็นสิ่งที่ ต้องทํา เมื่อปีที่ผ่านมารัฐบาลได้กู้เงินมาจริง แต่ก็กู้มาเพื่อดําเนินโครงการต่าง ๆ ที่ทําให้ คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็น อย่างไร กู้เงินมาใช้ทั้งสิ้นค่ะท่านประธาน สําคัญอยู่ตรงนี้ค่ะว่ากู้แล้วมาดําเนินการอย่างไร รัฐบาลนี้นําเงินกู้มาใช้เพื่อประชาชนอย่างมีวินัย วันนี้เมื่อรัฐมีรายได้เพิ่ม รัฐบาลจึงได้ จัดตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ไว้ ท่านประธานคะ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้นชดใช้เงินคงคลังไม่ดีหรือคะ เราจะได้ลดภาระ เรื่องของดอกเบี้ย ในส่วนที่เหลือก็เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น มีผู้สูงอายุ อีกกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน มีคนพิการเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องดูแลเพิ่มเติม คนพิการ เพิ่มมากขึ้น คนสูงอายุเพิ่มมากขึ้น และคนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติก็มีที่ยังคอย การช่วยเหลืออยู่ ท่านประธานจะให้ทอดทิ้งประชาชนเหล่านี้หรือคะ จะให้รัฐบาลนี้ไปบอก ประชาชนเหล่านี้หรือคะว่า ความทุกข์ของท่านไม่สําคัญหรอก คอยไปก่อน คอยไป ไว้ตั้งงบประมาณตามปกติไปก็แล้วกัน ใครจะบอกก็บอกเถอะค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลนี้ไม่อาจทอดทิ้งหรือว่านิ่งดูดายกับชีวิตแล้วก็ความทุกข์ของประชาชนได้ สําหรับรัฐบาลนี้ประชาชนต้องมาก่อนค่ะ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อนแต่ประการใด มีแต่จะใช้เวลาทุกนาที ใช้สติปัญญาเต็มความสามารถ คิดว่าอะไรบ้างที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่พะวงว่าตัวเองจะได้หรือจะเสียอะไร บางท่านวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้เป็นการต่างตอบแทน ดิฉันก็คิดว่า ใช่ค่ะ แต่เป็นการต่างตอบแทนให้กับประชาชนด้วยความรับผิดชอบ บางท่านบอกว่าเป็น นิติกรรม อําพราง ดิฉันคิดว่าการระบุรายละเอียดเอาไว้อย่างชัดเจนนี้ก็มิได้เป็นการอําพราง แต่ประการใด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงแล้วว่าถ้าท่านใดคิดว่าโครงการไม่เป็นประโยชน์ หรือไม่ใช่ก็ตัดทิ้งไปเลย ไม่ต้องมาปรับอะไรอีก ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลยินดี รับฟังความกังวลแล้วก็ข้อท้วงติงจากสมาชิกเสมอมา แต่ดิฉันก็ขออนุญาตอย่างนี้ว่า ต้องอย่าให้ความกังวลเหล่านี้ไปหยุดยั้งโอกาสที่ประชาชนจะได้รับการดูแล หรือจะไปหยุดยั้ง โอกาสที่จะทําให้คุณภาพชีวิตของเขานั้นดีขึ้น ทั้งหมดนี้ท่านประธานคะ คือเหตุผลที่ดิฉัน จึงให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร (คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะอาจารย์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จังหวัดนครปฐม ด้วยความยินดีครับ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ในวาระที่ ๑ หรือรับหลักการอยู่ครับ ต่อไปเชิญคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ดูจาก ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งวงเงินไว้ ๑ แสนล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกสภาว่า วันนี้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้สูงกว่า ประมาณการ ซึ่งบอกว่า ๑ แสนล้านบาทนี่จะต้องไปใช้หนี้ที่พวกเราได้ยินคําว่ากู้ กู้ กู้ นะครับ ๘๔,๑๔๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และก็จะไปแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยให้กับกระทรวงต่าง ๆ นี่ ๑๕,๘๕๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เศรษฐกิจดี ปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ และอัตรา เงินเฟ้อประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และปี ๒๕๕๔ ก็บอกว่าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ ๓.๔ ถึง ๔.๕ อัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๒.๕ ถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมาดูแล้วนะครับผมอยากจะถามว่าวันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า เศรษฐกิจดี จีดีพี เพิ่ม ผมอยากให้ไปถามพ่อใหญ่มี แม่ใหญ่สี แม่ใหญ่ทา ที่อยู่ในชนบทว่า ขณะนี้เงินในกระเป๋ามีหรือไม่ หาเงินได้สะดวกจริงหรือเปล่า วันนี้ครับหาเช้าไม่พอจะกินค่ํา ซึ่งสุภาษิตโบราณเขาบอกว่า ข้าวยากหมากแพง แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ข้าวยากน้ํามันแพง การที่จะไปซื้อน้ํามันครับ ผมไปที่ร้านโชห่วยเขาบอกว่า วันนี้ขณะยังไม่เกิดสงครามนี่จะซื้อ น้ํามันพืชสัก ๒ ขวดต้องไปต้องไปต่อแถวเป็นกิโลเมตร ซึ่งประเทศไทยไม่น่าจะเกิดขึ้น และวันนี้ครับจากการที่รัฐบาลแทนที่จะคุยเรื่องความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านกลับไปใช้เงินที่ไม่เกิดประโยชน์เลยในการที่มาตั้งบอร์ดไข่ใช้เงินตั้ง ๖๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาคุยว่าจะขายไข่เป็นกิโลกรัมหรือจะขายไข่เป็นโหล ผมอยากให้รัฐบาลได้คุยถึง พี่น้องประชาชนในคนชนบทว่าวันนี้นี่เขาอยากจะกินไข่แต่ไม่มีสตางค์ซื้อครับ คนในชนบท บ้านผมครับ เอาข้าวแลกไข่ แต่ต้องถามเจ้าของไข่ที่มาแลกบอกว่าข้าว ๑ ตะกร้านี่ แลกไข่ได้เท่าไร เจ้าของไข่เขาบอกว่าไข่ ๑ ถาดแลกข้าวได้ ๑ ตะกร้า ผมอยากให้รัฐบาลเป็นห่วงพี่น้องประชาชนว่าต่อไปนี้ใครมีไข่ที่จะไปแลกข้าว ต้องของต่อของ หรือ ๑ ตะกร้าต่อ ๑ ตะกร้า มันถึงจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในชนบท ซึ่งวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลได้ใช้เงินในการที่จะไปฟื้นฟูของ คณะกรรมการขั้นพื้นฐาน คือฟื้นฟูโรงเรียน ซึ่งวันนี้ได้ตรวจสอบและให้โรงเรียนทุกโรงเรียน แจ้งเข้ามา วันนี้มีโรงเรียนประมาณ ๓,๐๐๐ โรงเรียน และขอเงินมาประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดให้โรงเรียนไป ๒,๔๔๘ โรงเรียน ใช้เงินประมาณ ๑,๑๙๘ ล้านบาท ในขณะนี้ทราบว่าอีก ๕๐๐ โรงเรียนยังไม่ได้รับงบประมาณ ซึ่งผมเห็นว่าการซ่อมแซม ทํานุบํารุงโรงเรียน ซ่อมประตู ซ่อมหน้าต่าง ซ่อมพื้นอาคารเรียน ซ่อมรั้ว ซ่อมถนน ซ่อมโต๊ะ ซ่อมเก้าอี้ให้นักเรียนจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะเอาไปทําเรื่องอื่น ๆ เช่น วันนี้อยากจะ ฝากถึงรัฐบาลด้วยว่าการจะช่วยผู้สูงอายุที่จะได้รับเงินเดือน ๕๐๐ บาท มีหลายคนบอกว่า วันนี้เขารวยครับ วันนี้เขามีฐานะที่อยู่ได้ แต่รัฐบาลประกาศบอกว่าใคร ๖๐ ปีก็ได้เงิน ผู้สูงอายุ เขาก็ใช้สิทธิครับ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ต้องไปให้เขาก็อยู่ได้ อยากจะเอามาให้ซ่อมแซม ปรับปรุงโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเลยอีก ๕๐๐ โรงเรียน ที่ยังไม่มี งบประมาณเลย แล้วยังไม่พอครับ รัฐบาลยังเอางบประมาณโครงการเรียนฟรีที่ท่าน โฆษณานักโฆษณาหนาว่าดีเอาไปปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียนที่โดนอุทกภัยอีก ๑๓๖ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ผมได้รับการโทรศัพท์จากผู้ปกครองนักเรียนว่าโครงการเรียนฟรี ฟรีไม่จริง ผู้ปกครอง ฝากผมบอกถึงรัฐมนตรีนะครับว่าวันนี้ถึงรัฐบาลจะให้เรียนฟรีแต่ ผอ. ที่โรงเรียนยังให้ ผู้ปกครองต้องไปเสียสตางค์ ไม่ได้เสียค่าเทอมนะครับ เขาบอกว่าเสียค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ เสียค่าซ่อมโน้ตบุ๊ค (Note Book) คนละ ๕๐๐ บาทต่อ ๑ เทอมนะครับ บางโรงเรียน ก็บอกว่าไม่ต้องเสียค่าเทอมหรอกลูก ซื้อกระดาษ เอ ๔ (A4) มาให้ครูคนละ ๓-๔ รีมก็พอ นี่ก็คือต้องให้ผู้ปกครองเดือดร้อน

และอีกอันหนึ่งอยากจะฝากถึงรัฐมนตรีนะครับว่า โครงการเรียนฟรีที่ท่าน บอกว่าดี ที่ซื้อชุดนักเรียน ผมบอกว่าวันนี้การที่จะให้เงินผู้ปกครองไปซื้อชุดนักเรียน แล้วแต่เขาเถอะครับ อย่าให้ผู้ปกครองต้องไปซื้อใบเสร็จมาให้ครูดู เพราะวันนี้คนที่มีเงินน้อย เขาก็ซื้อตามที่โรงเรียนให้สตางค์ไป คนที่ผู้ปกครองพอมีสตางค์เขาก็ใช้จ่ายเงินตัวเอง ในการซื้อชุดให้ลูกหลานเขาได้มาโรงเรียน แต่ว่าวันนี้หลายคนครับต้องไปซื้อใบเสร็จ เพื่อจะมาส่งครู การที่ไปขอใบเสร็จจากร้านเขาบอกว่าถ้าจะเอาใบเสร็จจากชุดละ ๔๐๐ บาท ผมขอบวกเป็น ๔๔๐ บาท เพราะผมต้องเสียภาษีค่าใบเสร็จอีก ๑๐ บาท เป็นการให้ ผู้ปกครองต้องมารับภาระเพิ่มโดยไม่จําเป็นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับกระผมเห็นว่า ความจําเป็นเดือดร้อนอื่น ๆ คงไม่เท่ากับการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียนของโรงเรียน หรือห้องน้ําห้องส้วมให้กับลูกหลาน โครงการอื่น ๆ น่าจะตัดทอนลงไปบ้าง แล้วก็เอามาสร้าง ซ่อมแซมโรงเรียนซึ่งจะได้ประโยชน์

แล้วก็ฝากอีกอันหนึ่งนะครับว่า อย่าเอางบประมาณไปสร้างอาคารใหม่ แล้วมีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์อื่น ซึ่งการจัดตั้งงบประมาณของท่านผมดูแล้ว ในรายละเอียดไม่เกิน ๑ ล้านบาท หรือ ๒ ล้านบาท ก็จะเป็นโครงการที่จะต้องตกลงราคา กับโรงเรียน กับผู้รับจ้าง เกรงว่าจะใช้เงินในส่วนนี้ไปทุจริต กระผมในฐานะที่เป็น รองประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณก็จะทําการติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิด ความกระจ่างและจะนําข้อมูลต่าง ๆ มาเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนในคราวต่อไป ซึ่งจะมี การอภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ๑๐ นาทีนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ อย่างเพิ่งกดเวลานะคะ ท่านประธาน พอดีของพรรครวมชาติพัฒนาก็ได้ถามท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ท่านบอกว่า มอบให้วรศุลีพูดนะคะ ก็คิดว่าเวลาก็คงจะไม่จํากัดไม่ใช่หรือคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่จํากัดก็จะหักเวลาจากพรรคร่วมรัฐบาลนะครับ ขอสัก ๒๐ นาทีได้ไหมครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน เวลานั้น ผ่านไปแล้วอย่าเพิ่งกดค่ะ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันค่อนข้างจะรับนะคะว่างบประมาณกลางปีนี้ควรแล้วที่จะรีบให้เอาออกมาให้ เพราะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกพื้นที่นั้นเริ่ม ๆ มาแล้วนะคะ ไม่ว่าตอนนี้ ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง ไม่ว่าจะเสื้อแดง ไม่ว่าจะธงเขียว เมื่อเช้านี้ก็ทําให้ประเทศชาติ ประเทศไทย ปั่นป่วนไปเยอะ เงินภาษีที่เราจะได้จากการส่งออกและนําเข้านั้นก็อาจจะลดหายไปบ้างนะคะ แต่ในวันนี้ดิฉันได้เห็นรัฐบาลว่าจะจัดงบประมาณกลางปีนั้นเข้ามาสู่ในกรณีของการแก้ไข ปัญหาในส่วนของภัยพิบัติ ดิฉันอยากจะฟังน้ําเสียงนี้มาตั้งนานแล้ว โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็รับปากไปตั้งแต่ตอนที่น้ําท่วม ดิฉันได้อภิปรายในช่วงน้ําท่วมนั้นเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ได้มีน้ําท่วมเกิดขึ้นที่จังหวัดมุกดาหาร ที่จังหวัดมุกดาหารนี้ทุกปีนะคะ ทุกปีจะมี น้ําท่วมเกิดขึ้นในช่วงวันที่ ๒๕-๒๘ จนถึงสิ้นเดือน แล้วในกรณีในช่วงนั้นที่ดิฉันได้อภิปราย ไปนั้นว่า ในส่วนของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในจังหวัดมุกดาหารนั้น รัฐบาลแต่ละรัฐบาลนั้น ให้คําป้อยให้คําหวานไปตลอดเวลาว่าจะแก้ไขปัญหาให้ โดยแก้ไขโดยจัดเอาถุงยังชีพไปให้ นี่ละค่ะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ทีนี้ในวันนั้นดิฉันได้ทราบจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านจะปรับเอางบประมาณที่ถ้าหากว่าสามารถจัดเก็บภาษีได้เข้าเป้าและตรงต่อ งบประมาณรายจ่ายนั้นได้ ขั้นตอนนี้ท่านจะเอางบกลางออกมา งบกลางที่จัดเอาไว้ ใน ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านจะจัดงบกลางมาช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ประสบอุทกภัย ภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้น แต่ในเวลานั้นจังหวัดมุกดาหารก็ไม่ได้รับการแก้ไขและกรณีในการที่จะให้ฟื้นฟูและ ปรับปรุงพื้นที่อุทกภัยที่ได้รับความเสียหายนั้นให้ได้ยั่งยืนนั้น ปรากฏ ณ วันนี้ก็ยังไม่มีปรากฏ ให้เห็น ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้ดูแล้วดูอีกในงบประมาณนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ แถลงไว้เมื่อเช้านี้ ดิฉันขอท่านประธานอ่านนะคะ อ่านข้อความเล็กน้อย ในข้อความ ที่ท่านนายกรัฐมนตีได้แถลงไว้นะคะ ท่านบอกว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําปีงบประมาณปี ๒๕๕๔ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นําเสนอ ต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนํารายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้ สูงกว่าประมาณการไปชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้ว ซึ่งเป็นการดําเนินตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ท่านคะ ปัญหาภัยพิบัติก็คือภัยที่เกิดขึ้นและทําให้ความเสียหายนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น ๆ ๒๗ สิงหาคมในแต่ละปี ในเมื่อปี ๒๕๑๙ ปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๒๘ ปี ๒๕๓๗ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ จนมาถึงปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ท่านคะ อยากให้ท่านไปดูนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยาก็มี วันนั้นโทรมาตรก็ระบุว่าได้มีระบบที่ตรวจสอบ ว่าภัยธรรมชาตินี้จะเกิดขึ้นมาอย่างไร ๆ ได้มีโทรมาตรนั้นกําหนดเอาไว้เรียบร้อย โดยกระทรวงไอซีที (ICT) ดิฉันได้ไปดู จะเป็นวันที่ ๓ เริ่มจากวันที่ ๓ สิงหาคมของทุกปี จากปรากฏการณ์ว่าน้ําฝนจะตกลงมา พอฝนตกปุ๊บแม่น้ําโขงก็จะหนุนขึ้นมา ก็จะหนุนขึ้นมา พอถึงวันที่ ๒๕, ๒๖, ๒๗ นั้นฝนจะตกลงมาค่ะ ฝนจะเทสาดลงมาเลย ทีนี้ในจังหวัด มุกดาหารมีอยู่ ๗ อําเภอ ท่านคะ ๗ อําเภอในจังหวัดมุกดาหารท่วม น้ําท่วม ที่ไหนคะ น้ําท่วมที่อําเภอดงหลวง อําเภอดงหลวงเป็นพื้นที่สูงที่สุดในจังหวัดมุกดาหาร ในส่วนนั้นละค่ะน้ําท่วมอําเภอดงหลวง ตําบลพังแดง อบต. พังแดง ถนนพังแดง ห้วยเลาขาด สะพานขาดนั้นเป็นความรับผิดชอบของทางกรมหลวงชนบท ดิฉันดีใจนะคะว่า ในกระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทได้ไปดูแลและทําการแก้ไข ให้มีเส้นทางคมนาคมเกิดขึ้นสู่เกษตรกรในพื้นที่เกษตรกรรมนั้น ในตําบลพังแดงนั้นน้ําท่วม อําเภอดงหลวง แน่นอนนะคะท่านประธานว่าน้ําจากที่สูงจะต้องไหลลงที่ต่ํา เพราะระดับน้ํา ในจังหวัดมุกดาหารในอําเภอเมืองนั้น แม่น้ําโขงต่ําสุดก็คือต่ําจากพื้นที่ดินในอําเภอ มุกดาหารนั้น ๑๒ เมตร ในส่วนของอําเภอดงหลวงนั้นดิฉันไม่ทราบว่าสูงกว่าอําเภอเมืองนั้น เท่าไร แต่ในจังหวัดมุกดาหารนี้พอจากอําเภอดงหลวงก็จะไหลลงมาที่อําเภอเมือง ตําบลดงมอญแล้วก็มาถึงตําบลบ้านโคก ท่านประธานที่เคารพ ภาษาอีสานเรียกกันว่าโคก โคกนี้แปลว่าสูง ก็เท่ากับว่าพอน้ําจากที่สูงมา มาถึงตําบลบ้านโคก ตําบลบ้านโคกนี้สูงอยู่แล้ว แปลภาษาอีสานนะคะ แปลว่าสูง ก็เท่ากับว่าน้ําจะต้องไหลผ่านตําบลบ้านโคกลงไปสู่ พื้นที่ล่าง ก็คือแต่ละตําบลที่รองรับอยู่ในอําเภอเมืองจนไปถึงเขตเทศบาล ท่านคะ น้ําแม่น้ําโขงหนุนขึ้นมา น้ําจากที่สูงลงมาเป็นอย่างไรคะ ตําบลบ้านโคกที่สูงอยู่แล้วทุก ๆ ปี น้ําจะเอ่อท่วมถนนในพื้นที่ตําบลบ้านโคกอยู่ตลอดเวลา ตําบลบ้านโคก ตําบลดงมอญ ถนนเส้นนี้ได้รับความเสียหาย ดิฉันได้รับทราบจากทางท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะแก้ไข ภัยพิบัติในเรื่องน้ําท่วม ๕๔ จังหวัดในช่วงนั้นที่น้ําท่วม แต่ปรากฏว่าในงบประมาณแผ่นนี้ บอกว่ามี ๔๖ จังหวัด ในวันนั้น ๒๗ สิงหาคม ดิฉันได้รีบแจ้งให้ทางจังหวัดบอกว่า ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท่านเป็นคนดูแลพื้นที่ถนนต่าง ๆ ที่ได้รับ ความเสียหาย ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ไม่รอช้า แจ้งเลยค่ะ ไปถ่ายรูป ทํารายงานส่งแผนงานที่จะก่อสร้างเพื่อที่จะปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่นั้นเพื่อจะให้ยั่งยืนต่อไป กรณีน้ําท่วมมาถึงให้มันคงทน ถนนเส้นนี้จะได้ไม่ขาด ท่านประธานที่เคารพ อยากจะให้ท่าน ไปดูว่าถนนเส้นที่ดิฉันได้บอกในเวลานี้เส้นนั้นได้รับการปรับปรุงหรือยัง ถนนสายจาก หนองแวง-บ้านโคก จากพังคอง-บ้านโคก อยู่ในตําบลบ้านโคก ท่านคะ ๒ เส้นทางนี้ละค่ะ ดิฉันได้รับการประสานงานจากประชาชนในพื้นที่บอกว่า ท่าน ส.ส. แต่ก่อนถนน ๒ เส้นนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรณีการเร่งรัดพัฒนาชนบท แน่นอนละค่ะ ชนบทจะต้องได้รับการเร่งรัดในการพัฒนา ถนน ๒ เส้นนี้ได้ก่อสร้างตั้งแต่ สมัยเป็นเร่งรัดพัฒนาชนบท จนปัจจุบันนี้ถ่ายโอนอํานาจโดยกระจายอํานาจลงสู่ท้องถิ่น ได้มอบให้กับ อบต. ตําบลบ้านโคก จาก อบต. ตําบลบ้านโคกได้ยกระดับฐานะมาเป็น เทศบาลบ้านโคก ถนนเส้นนี้ก็ยังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแต่ละรัฐบาล ซึ่งตัวดิฉันเอง เพิ่งจะสอบเข้ามาในครั้งนี้ สอบตกไป ๘ ปี ถนนเส้นนี้ก็ยังรอตัวดิฉันอยู่ แต่ปรากฏว่า ใกล้จะถึงเวลาเลือกตั้งแล้วถนนเส้นนี้ก็ยังไม่ได้รับความกรุณาจากเงินภาษีราษฎรที่ท่าน จัดเก็บมาว่าเกินเป้า และจะแก้ไขภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ท่านคะ เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านรัฐมนตรีท่านสาทิตย์ท่านอาจจะไปดูแลพื้นที่น้ําท่วม แต่ถ้าหากว่าได้รับงบประมาณ มามาก แล้วก็มาดูในพื้นที่ว่าได้รับงบประมาณมามากนั้นตัดไป พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ถ้าท่านบอกว่าท่านจะให้ทุก ๆ จังหวัด น้ําท่วม ๕๔ จังหวัด แต่ท่านตัดให้แค่ ๔๖ จังหวัด เนื่องจากว่าระดับความสูงของท่านกับท่านรัฐมนตรีองอาจค้านไปหน่อยหนึ่ง จาก ๕๔ จังหวัด เหลือแค่ ๔๖ จังหวัด จําไม่ได้ว่าทําไมระดับมันถึงลดลง เพราะอาจจะว่า รูปร่างลักษณะร่างกายของท่านอาจจะเตี้ยลงหน่อยอย่างนี้ จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ ก็เลยตัดไป ๑ ใน ๘ จังหวัดนั้นมีจังหวัดมุกดาหารอยู่ด้วยค่ะ ท่านคะ ตําบลบ้านโคกนี้ทําส่ง โครงการมาให้ ดิฉันได้ติดตามโดยทางอบต. ทางนายก อบต. ได้บอกว่าท่าน ส.ส. ทางนายกรัฐมนตรีท่านรับปากแล้วบอกว่าท่านจะให้โครงการนี้มา แล้วกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยก็ได้รับความกรุณาว่ารีบ ๆ ทําแผนงานและส่งเข้าไปที่ กชภจ. ค่ะ ดิฉันไม่เขียนไว้ในมือนะคะ เพราะแปลไว้ว่าอาจจะเป็นกรมช่วยเหลือพื้นที่ที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น ในจังหวัด นี่คือคณะกรรมการ แต่ว่าเข้าไป ๖ ครั้งแล้ว ๖ ครั้งที่เข้าไปมีทั้งรูปถ่าย มีทั้งแผนที่ มีทั้งปริมาณต่าง ๆ ไป เป็นเส้นทางละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท นําเข้าไป พอดิฉันได้เห็นบอกว่า ทางรัฐบาลจะส่งเสริมให้จะแก้ไข ดิฉันได้ติดตามในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน ได้ขอโทรศัพท์ติดต่อไปที่ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทางกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย ดิฉันดีใจว่าทางรัฐมนตรี ที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยนั้นท่านรัฐมนตรี บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ท่านก็ให้ความสนใจ อย่างดีมาก ท่านก็ติดตามให้บอกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูสิว่าวรศุลีท้วงมาอย่างนี้ทําไม เป็นอย่างไร น้ําท่วมจริง ๆ เพราะท่านรัฐมนตรีได้ไปที่จังหวัดมุกดาหารเมื่อวันที่ ๓ กันยายน ท่านเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและจะแก้ไขให้ แต่ ณ ปัจจุบันทําไมคะ ดิฉันได้โทรไปที่กรม กรมบอกว่าในพื้นที่ภัยพิบัตินั้น ๕๔ จังหวัด ใน ๕๔ จังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แค่ ๔๖ จังหวัด ถ้าอย่างนั้นท่านจะประกาศทําไม ๔๖ จังหวัด ในเมื่อมันเกิดขึ้น ๕๔ จังหวัด แล้วทําไมท่านไปประกาศ ๔๖ จังหวัด แล้วโครงการตัวนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับปาก เรียบร้อยแล้ว ว่าในเงินภาษีราษฎรที่จะเข้ามาจัดเก็บมากเกินเป้านั้นจะแก้ไขปัญหานี้ ให้ยั่งยืน ยั่งยืนหรือคะ ต้องขอฝาก ถ้าหากว่าไม่มีโครงการนี้ดิฉันก็คงจะต้องขออภิปราย ต่อไปอีกในกรณีงบประมาณต่อไปอีกว่าทําไมถึงไม่มีตัวนี้ ไม่มีถนนเส้นนี้เกิดขึ้น ตั้งแต่สมัย ที่เป็น รพช. เร่งรัดพัฒนาชนบท ท่านคะ อยากจะบอกอีกว่าน้ําหนุนขึ้นมาจากทางแม่น้ําโขง ท่านนายกรัฐมนตรีตอบให้ตัวดิฉันได้ทราบว่าจะจัดทํางบประมาณให้ จะใช้งบประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นแก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนในเทศบาล น้ําในหนองนาบึงรับน้ําจากดงหลวง ลงมาที่หนองนาบึง น้ําในหนองนาบึงนั้นก็ต้องกระจายออกไปแต่ละสายน้ําที่เป็นแม่น้ําสาขา ของหนองนาบึงนี้ ท่านไปดูค่ะ ท่านรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ท่านไปดู อย่างนี้น้ําท่วม ทุกปีสิ ท่านพูดไว้เลย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ท่านคะ งบประมาณกลางปี ท่านแก้ให้เลย ปากห้วยแข้ ปากห้วยมุก ปากห้วยลึคึ แต่ละปากห้วย ๗๒,๐๐๐ เมตร อําเภอว่านใหญ่ อําเภอเมือง อําเภอดอนตาล ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ําโขง จะต้องมีแม่น้ําสาขา ไหลเข้ามา จากแม่น้ําโขงแม่น้ําสายหลักไหลเข้ามา ท่านทําสิคะ ทําฝายกั้นน้ําเล็ก ๆ น้อย ๆ กั้นเอาน้ําแม่น้ําในช่วงที่มีน้ําไหลจากที่สูงออกมาท่านก็กั้นเอาไว้ แล้วก็ปล่อยไปทางตรง ที่มันต่ํากว่านั้น แต่ไม่ได้ทําค่ะ งบประมาณของประตูเปิด-ปิดน้ําห้วยแข้รับปากบอกว่าจะให้ทํา แต่ในส่วนนั้นเป็นงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทีนี้ในปกครองท้องถิ่น ในทางเทศบาล แบบของเทศบาลนั้นถ้าทํางบประมาณออกมาทาง กนจ. บอกว่าจะต้องมี ช่างผู้เชี่ยวชาญในการที่จะทําประตูเปิด-ปิดน้ํา จําเป็นอย่างยิ่งที่จะขอความร่วมมือ ไปที่กรมชลประทาน พอไปให้กรมชลประทาน กรมชลประทานบอกว่างานล้นมือ เพราะว่า งบประมาณปีหนึ่งได้เยอะ ได้เยอะไม่สามารถที่จะทําแบบให้ ก็ไม่สามารถจะได้มีงบประมาณ เกิดขึ้น เพราะปริมาณงานก็ไม่สามารถที่จะทําได้ ในกรณีของระเบียบของ กนจ. บอกว่า จะต้องมีช่างที่มีฝีมือในการที่จะทําประตูเปิด-ปิดน้ํา ต้องมีวิศวกรชั้นสูงสุดอะไรต่าง ๆ นี้ มาคํานวณ ปัจจุบันต่อมา ๆ ท่านก็เอารายการนี้ไปให้ทางโยธาธิการจังหวัด ซึ่งทางโยธาธิการ จังหวัดนี้ก็อยู่ในส่วนของการดูแลเขื่อนป้องกันตลิ่ง ในการก่อสร้างเขื่อนต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้น ป่านนี้ถึงเวลานี้ดิฉันคิดว่าในส่วนของงบประมาณกลางปีนี้คงจะได้อานิสงส์จากงบประมาณ กลางปี เพราะตอนนี้จังหวัดมุกดาหารนําเข้าสินค้าส่งออก สินค้านั้นได้ภาษีเข้ามาสู่ประเทศไทยนี้มากเหลือแค่ไหน แต่ในส่วนที่ท่านจะจัดให้กับ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อต้องการที่จะให้จังหวัดมุกดาหารนี้เป็นเขตพิเศษในอนาคตนั้น ท่านไม่จัด ให้ใครละค่ะต้องการอยากจะไปดูในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ที่น้ําท่วมทุกปี ร้านค้าแม่ค้าที่จะไปทํา จะไปลงทุนในจุดนั้น พอลงทุนปีนี้น้ําท่วม พอน้ําลดเสร็จปุ๊บ ปีหน้าน้ําท่วม กําลังจะขายได้ น้ําท่วมเข้ามาอีก อย่างนี้มันจะสามารถพัฒนาพื้นที่ชายแดนได้อย่างไร ท่านค่ะ ดิฉันได้ดู งบประมาณในนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ํา ในการแก้ไข หรือป้องกันภัยแล้ง น้ําท่วม แน่นอนนะคะ คุณจะไปขุดลอกอ่างเก็บน้ํา คุณจะไปขุดลอก ฝายน้ําต่าง ๆ นั้น คุณจะไปแก้ไขถนนต่าง ๆ ในพื้นที่เกษตรกรรม คุณจะต้องมองถึงว่า จุดนั้น ๆ ภัยแล้งเกิดขึ้นมากขนาดไหน ท่านประธานที่เคารพ ทุก ๆ ปีในวันที่ ๓ มีนาคม จนถึงเดือนพฤษภาคมจะมีปรากฏภัยแล้งเกิดขึ้นตลอด ณ เวลานี้ท่านไปดูค่ะ จังหวัดมุกดาหารเริ่มหนาว ฝนปรอย ๆ มา ดูสิค่ะว่าถ้าฝนปรอยมาอย่างนี้ถ้าเขาไปดํานา ถ้าน้ําไม่มี ภัยแล้งเกิดขึ้น เพราะน้ํากระจายไปไม่ถึงพื้นที่เกษตรกรรม กล้าก็ตาย อีกเหมือนเดิม ภัยแล้งก็เกิดขึ้น พอมาพูดถึงภัยแล้ง งบประมาณของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์บอกว่าจะชดเชยน้ําท่วม ภัยแล้ง แจ้งภัยแล้งไปก่อนหน้าก่อนน้ําท่วม จังหวัดมุกดาหารนี้แจ้งภัยแล้งเมื่อตอนเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ปกตินี้เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมนี้น้ําฝนมี แต่ในปีที่ผ่านมานั้นเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม น้ําไม่มี ภัยแล้งเกิดขึ้น กลุ่มเกษตรกรรมนั้นแจ้งภัยแล้งเพื่อต้องการ เงินชดเชยจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากรัฐบาล จากที่ท่านให้ไป ๑ ไร่ ๖๙๐ บาท พอท่านมาเพิ่มให้ ๒,๐๙๘ บาท ไปเพิ่มให้ ๒,๐๙๘ บาทนี้ในช่วงไหนคะ ในช่วง เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ําท่วมมาแล้ว จังหวัดมุกดาหารแจ้งไป ในภัยแล้งยังไม่ได้เงินเลย พอยังไม่ได้เงิน น้ําท่วมมาอีก อย่างนี้ พอลงไปเพื่อจะประกันราคา ในกรณีเพื่อจะไปประกันราคาเนื่องจากว่าหลังจากที่ภัยแล้ง น้ําท่วมผ่านไปปุ๊บ ทางเกษตรกร แน่นอนล่ะค่ะ ถ้าปีนี้ถ้าไม่สามารถปลูกได้ ดํานาได้ ปลูกข้าวได้ อย่างนี้ก็จะไม่มีรายได้ จะไม่มีเงินที่จะส่งเสีย ส่งคืนให้กับ ธ.ก.ส. โดนเร่งรัดแน่ ท่านคะ ทราบไหมคะว่าเขาปล่อย ให้เช่า ต้องการนะคะ ทุนไม่มีหรอกค่ะ ตอนนี้ก็ปล่อยให้นายทุนต่าง ๆ มาเช่าแล้วก็ปลูก พอเช่าปลูกข้าวผลผลิตที่ได้ออกมานั้นได้ราคา แล้วเงินที่ได้นั้นใครได้คะ ท่านคิดดูสิคะ นี่ละค่ะดิฉันจึงบอกว่างบกลางปีในการแก้ไขภัยพิบัติ ถ้าหากว่างบกลางปีนี้ไม่เขียนว่า แก้ไขภัยพิบัติดิฉันจะไม่ขออภิปรายเลย เพราะดิฉันดีใจนะคะว่ารัฐบาลเห็นดีเห็นชอบ ในส่วนที่ต้องการอยากจะให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะประชาวิวัฒน์ ของท่าน ๙ ข้อ ที่ท่านออกไป ดีใจมากค่ะ ประชาชนภาคอีสานชื่นชมรัฐบาลชุดนี้ทําได้ถูกต้อง จากที่มีการรักษา ๓๐ บาททุกโรค ท่านให้ ๔๘ ล้านคนรักษาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย นั่นล่ะค่ะ ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดเอาไว้ว่าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่มีคําว่า ฟรี ในพจนานุกรม แต่ในส่วนของว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายนี้ ดิฉันดีใจด้วยกับกลุ่มของประชาชน ๔๘ ล้านคนนะคะ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศทั่วแผ่นดิน ดิฉันก็ขอขอบคุณแทน ชาวประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารในกรณีที่ไม่ต้องเสีย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค โดยได้รับ การรักษาฟรีนะคะ ทีนี้ดิฉันอยากจะขอบอกว่าในส่วนของค่าไฟฟ้าฟรีตลอดไป ถาวรนะคะ แต่ไม่ใช่ท่านรัฐมนตรีถาวรนั่งอยู่ตรงนั้นนะคะ เป็นการว่าให้ใช้ไฟฟ้า ๙๐ หน่วยถาวร ก็คือใช้ตลอดไป เนื่องจากว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่กําลังจะมีการเลือกตั้ง แต่ถ้าหากว่า มีการเลือกตั้งไปแล้วนะคะ ในช่วงที่ท่านรักษาการและยังไม่มีการแต่งตั้งฝ่ายผู้บริหารขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งยกเลิกที่ว่า ๙๐ หน่วยในการใช้ไฟฟ้าฟรีนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ในส่วนที่ดิฉันอยากจะชื่นชมนี้ก็คือไม่ว่าจะไฟฟ้าฟรี ไม่ว่าจะรักษาฟรี ไม่ว่าจะเรียนฟรี อยากจะขอให้ท่านไปเปลี่ยนคําว่า ฟรี นี้ได้ไหม เขียนให้ไปว่า ไฟฟ้าไม่ต้อง เสียค่าใช้จ่าย รักษาฟรีให้เปลี่ยนว่ารักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะคะ เรียนก็ไม่ต้อง เสียค่าใช้จ่าย และในส่วนของประกันรายได้ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานนะคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ดิฉันอภิปรายในส่วนนี้เพื่อที่จะ ให้มาเข้าสู่ของที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้เมื่อกี้ว่า การจัดสวัสดิการสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ดิฉันได้รับฝากมานะคะ ได้รับฝากมาจึงขอเท้าเรื่องนี้ก่อนว่าในส่วน ที่ท่านไม่ให้มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร ประกันรายได้นะคะการประกันรายได้ที่ท่าน บอกว่าประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรนั้นดีมากนะคะ ดีมากค่ะ ดิฉันก็ขอชื่นชมนะคะ ในการประกันสังคม เงินออมก็ดีอีกเช่นเดียวกัน ผลผลิตทางการเกษตรตอนนี้ราคาดีนะคะ ราคาดี แต่ในส่วนที่ดิฉันอยากจะขออภิปรายในส่วนนี้ก็คือว่าในเบื้องต้นที่ท่านเขียนเอาไว้ ในคําแถลงนี้ท่านบอกว่า ท่านประธานขออนุญาตอ่านนะคะ อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๕๔ ปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่รัฐบาลยังต้องระมัดระวังในการบริหารเศรษฐกิจ ได้แก่ ความผันผวนของ ราคาน้ํามันในตลาดโลก ท่านคะ เกษตรกรตาดํา ๆ รากหญ้าอยู่ในพื้นที่นั้นเขาไม่รู้หรอกค่ะ ว่าความผันผวนของราคาตลาดโลกนั้นเป็นอย่างไร ตื่นเช้าไปที่นา ตอนเย็นกลับมานอนหลับ ไม่ทราบหรอกค่ะว่าความผันผวนของตลาดโลกนั้นเป็นอย่างไร แต่รู้ว่าพอเดินทางไปที่ตลาด หรือไปที่ปั๊ม เดี๋ยวนี้น้ํามันที่พื้นที่ ๓๕ บาทแล้วค่ะ ท่านประกาศออกตลอดเวลาว่าอยากจะ ให้ทาง ปตท. พยุงราคาไม่ให้เกิน ๓๐ บาท แต่ตอนนี้ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ๓๕ บาทแล้ว ราคาหน้าปั๊ม ๓๐.๙๐ บาท แต่ราคาขายจริง ๓๒ บาท ๓๕ บาท เพราะจะต้องเดินทาง ไปตามแต่ละพื้นที่เกษตรกรรมนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ํามันโซล่า (Sola) ทีนี้น้ํามันโซล่า ท่านบอกว่าท่านจะแก้ไขความผันผวนของราคาตลาดโลก ท่านทําไมไม่เอานโยบายในกรณีนี้ ในส่วนที่ท่านส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกร เพิ่มผลผลิตจากที่ดิฉันได้อภิปรายค้างไว้เมื่อกี้ครั้งก่อนในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํานั้น ว่าที่อําเภอคลองหาด เพราะเมื่อเช้านี้ดิฉันได้เจอกับท่านเสนาะ เทียนทอง ท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการ ดิฉันได้ขออนุญาตท่านแล้วว่าดิฉันขอยกอําเภอคลองหาดในกรณีของ กรมวิชาการที่ควรจะให้มีนักวิจัยเพิ่มขึ้น เพิ่มงบประมาณไปวิจัย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้คุณวรศุลีรวบรัดด้วยครับ เพราะว่าคุณวรศุลีใช้เวลาของท่านอื่นมาเยอะแล้วครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

พรรครวมชาติพัฒนาค่ะ วันนี้ ยังไม่มีใครอภิปรายนะคะ ก็ขอยกตัวอย่างนี้ให้กับท่านก่อน ในส่วนที่ว่าดีนี้พอดีมาแล้ว จะมีอะไรควรที่จะให้มีเพิ่มงบประมาณนั้นให้ อย่างนี้นะคะ ท่านคะ จากที่อําเภอคลองหาดนี้ ๓๐ ตันต่อไร่ ท่านให้งบประมาณไปที่กรมวิชาการสิคะ ในงบกลางปีนี้ท่านมอบให้กับเขาก็ได้ เพราะตอนนี้ท่านมีนโยบายที่จะกระจายการปลูกยางให้กลุ่มเกษตรกร ๘๐๐,๐๐๐ ล้านไร่ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านไร่ ในส่วน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านไร่นั้นลงทะเบียน เมื่อเช้านี้ท่าน ส.ส. พิกิฏ

(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้ว คุณจุมพฏประท้วงอะไรครับ คุณวรศุลีเดี๋ยวก่อนครับ คุณจุมพฏประท้วง อะไรครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ไม่สังกัดพรรค ท่านประธานครับ เวลาของพรรครวมชาติพัฒนาได้เท่าไรครับ ผมเข้าใจว่า ๑๐ นาทีนะครับ พูดไป ๑๔ นาที กําลังจะเกินเวลาไปอีก ที่ตั้งไว้ ๑๔ นาทีแล้วก็เกิน ประท้วงท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๘ ควบคุมเวลาการอภิปรายด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้นี้คุณวรศุลีบอกว่าสมาชิกของพรรครวมชาติพัฒนาโอนเวลาให้คุณวรศุลีนะครับ ซึ่งผม ก็เตือนแล้วว่าจะต้องไปหักเวลาของพรรคร่วมรัฐบาล แต่เวลาไม่เป็นไรหรอกครับ อะลุ้มอะล่วยกันได้ แต่ขอให้คุณวรศุลีได้รวบรัดด้วยนะครับเพราะว่ามีผู้ประท้วงแล้วนะครับ เชิญครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานขอบคุณมากค่ะ เพราะตอนนี้ได้มองอยู่ว่าก็เพิ่งเกินอยู่ ๓ นาที เพราะเมื่อกี้นี้ท่านบอกว่าให้เวลา ๒๐ นาทีค่ะ ยังเหลืออยู่ ๖.๕๕ นาที

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช่ครับ ตอนนี้เป็น ๒๓ นาทีแล้วนะครับ เกินเวลาไป ๑๓ นาทีแล้ว เพราะเมื่อกี้นี้ตั้งเวลาไว้ ๒๐ นาทีนะครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานถ้าไม่ให้เสียเวลา ของพรรคร่วมนะคะ ดิฉันก็ขอสรุปว่าที่ดิฉันอยากอภิปรายในส่วนนี้บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าจะจัดสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จํานวน ๕,๙๕๗ ล้านบาท ๕,๙๐๐ ล้านบาทนี้ไปอยู่ผู้สูงอายุ ไปอยู่ที่ผู้พิการ อาสาสมัครล่ะคะท่าน ดิฉันขอว่าในส่วนของอาสาสมัครนี้ก็เป็นปัจจัยหลักสําคัญเหมือนกัน และอาสาสมัครนี้ ก็ไม่ใช่ว่าอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานที่เขาเรียกกันย่อ ๆ ว่า อสม. ค่ะ อสม. นี้ไม่ใช่ว่า จะเป็นประเภทเดียว เป็นประเภทอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานในส่วนที่เขาเข้าใจ แต่ในส่วนของ อปพร. อาสาสมัครทุกประเภท อาสาสมัครปฏิรูปที่ดินอย่างนี้นะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันก็ขอฝากในส่วนนี้ว่าท่านจัดงบประมาณไม่ได้จัดให้ครบถ้วนและไม่ได้ ครอบคลุมในการที่ท่านได้แถลงไว้ค่ะ ก็ขอขอบคุณมากค่ะเพราะว่าเดี๋ยวทางสมาชิกทุก ๆ ท่านว่ากล่าววรศุลี ขอบคุณท่านประธานค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ครับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ดิฉันเห็นว่าการจัดทํางบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ของ รัฐบาลในวันนี้ที่ได้มีการจัดตั้งงบรายจ่ายเพิ่มเติมจากงบปกติจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ร้อยละ ๐.๙๓ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ดิฉันเข้าใจและ เห็นใจรัฐบาลชุดนี้มากนะคะ ว่าท่านต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมในการที่จะแก้ไขภัยพิบัติ หรือปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลก็ไม่รู้ว่าจะเอางบประมาณที่ไหนมาใช้จ่าย ซึ่งในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ใช้เม็ดเงินเป็นจํานวนมากเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ และรัฐบาลก็อ้างว่า รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องกู้ กู้แล้วก็ต้องกู้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลประสบปัญหา เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะวิกฤติทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นถ้าฟังดูก็รู้สึกว่าจะดูดีและมีเหตุผล แต่ถ้าจะให้ดูดีและมีเหตุผลมากกว่านี้รัฐบาล เก่งในการกู้แล้ว ก็ควรที่จะเก่งในการหางบประมาณในการเอามาใช้จ่าย เพราะฉะนั้นรัฐบาล ก็จําเป็นที่จะต้องมารีดภาษีกับพี่น้องประชาชนนะคะ และเมื่อไว ๆ นี้นะคะท่านประธานคะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลังได้ออกมาบอกว่าตอนนี้สามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่า เป้าที่ได้คาดหมายเอาไว้ใน ๔ เดือนแรกของปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ก็คือตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคมนี้ จัดเก็บรายได้สุทธิถึง ๕๒๑,๒๐๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็น เปอร์เซ็นต์สูงกว่างบประมาณที่คาดหมายไว้ถึง ๖๔,๒๐๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๑ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณปีก่อนหน้านั้น ก็คือร้อยละ ๑๒.๕ ก็รู้สึกดี แสดงว่า รัฐบาลนี้เดินทางไปถูกต้องแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้นะคะจัดงบประมาณแต่ละปีรัฐบาล ก็ควรที่จะจัดสรรงบประมาณให้มีการควบคุมดูแลให้ดีมากกว่านี้ ท่านประธานคะ รัฐบาลนี้ ได้ขอตั้งงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ นี้ ด้วยหลักการและเหตุผลไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่อง ภัยพิบัติ ด้านสวัสดิการ ส่งเสริมการกระจายอํานาจ ใช้หนี้ของกระทรวงการคลัง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะคะ ดิฉันก็ขอพูดถึงกระทรวงมหาดไทยเล็กน้อย ซึ่งกระทรวงนี้ได้งบประมาณไปจํานวนถึง ๘,๗๒๖ ล้านบาทเศษ ลงไปดูที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ถึง ๕,๙๕๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งเอาไปจัดทําอะไรคะ ก็เอาไปทําแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึง ๔๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ เข้าใจค่ะ คือเอาไปให้คนแก่ ผู้สูงอายุ ส่วนแผนงานส่งเสริม กระจายอํานาจ กรมปกครองนี้ได้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เอาไปให้ผู้พิการ ตัวดิฉันเข้าใจ แต่ทุกคนของฝ่ายค้านก็จะอภิปรายว่าสงสัยว่าทําไมจะต้องเอางบส่วนนี้ ของคนพิการ และผู้สูงอายุไปให้กระทรวงมหาดไทย ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นว่า จริง ๆ แล้วส่วนนี้น่าจะ ให้ไปกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดีกว่า ส่วนเรื่องข้อมูลที่ไม่ว่าจะ อบต. หรือเทศบาล อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ก็เป็นคนส่งข้อมูลมาให้ยังกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดูดีหรือไม่ เพราะว่าอะไรนะคะ ดิฉันลงพื้นที่ ไปหาผู้สูงอายุ ได้รับการร้องเรียนจากผู้สูงอายุ เขาบอกว่าแม่ถามหน่อย ๒ เดือน ๓ เดือน แล้วทําไมแม่ถึงยังไม่ได้เงินของผู้สูงอายุเลย ดิฉันก็หันกลับมายัง อบต. เทศบาล ว่าทําไม ผู้สูงอายุร้องเรียนมา เขาบอกว่ายังไม่ได้รับเงินโอนจากกรมเลย ก็เกี่ยงกันไปโยนกันมา นี่คือเหตุผลที่ดิฉันว่า ฉะนั้นงานนี้ก็ควรไปให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จะดีกว่าหรือไม่คะ ส่วนมาตรา ๙ รายจ่ายเพิ่มเติมของส่วนราชการไม่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้งบประมาณไป ๑๖๒ ล้านบาท เอาไปทําอะไรคะ เข้าแผนงาน สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ๑๖๒ ล้านบาท แค่ภาคกลางภาคเดียวที่ไปดูแลวัด ที่โดนน้ําท่วม เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๖๒ ล้านบาทนี้ก็ไม่เพียงพอแล้ว ไม่เข้าใจว่า ทําไมรัฐบาลถึงได้จัดงบประมาณให้กับสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติน้อยเหลือเกิน แล้วภาคอื่นล่ะคะ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้บางส่วน งบประมาณ ๑๖๒ ล้านบาทนี้ ทําอย่างไรจะได้เพียงพอ หรือดูแลวัดวาอารามได้ทั่วถึงไหม เพราะว่าจังหวัด พระนครศรีอยุธยาเป็นวัดเก่าแก่ เป็นประวัติศาสตร์ และแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง เป็นมรดกของชาติไทยเราในอดีตนะคะ เพราะฉะนั้นตัวดิฉันก็คิดไปว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ ความสําคัญในด้านพุทธศาสนา อันนี้ไม่ทราบว่าดิฉันกล่าวหารุนแรงไปหรือไม่ ส่วนเรื่องทาง รัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านก็มานั่งตรงนี้พอดีนะคะว่าท่านเป็น ผู้นําของรัฐบาลนี้ ท่านมีคุณสมบัติพิเศษ คือท่านเป็นคนมีภาพพจน์ที่สะอาด ไม่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่ท่านคะ ท่านกําลังพายเรือให้โจรนั่ง ท่านหรี่ตาข้างหนึ่ง ทําเป็นมองไม่เห็นหรือเปล่า ว่าพรรคร่วมรัฐบาลของท่านมีการทําทุจริตเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณที่ผ่านมามากมายก่ายกอง อย่างที่มีสถิติหรือมีการสัมมนาจากเอกชนมานะคะ ท่านจะมาบอกว่าท่านไม่รู้ ท่านไม่เห็น ท่านจะปัดสวะไปก็ไม่ใช่ที่ เพราะว่าท่านเป็นหัวหน้า รัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องรับเต็ม ๆ ในส่วนนี้ ส่วนการจัดงบประมาณลงไปยังท้องถิ่น หรือเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม ดิฉันเข้าใจว่าคงจะเฉลี่ยไปทั่วถึง ๓๘ จังหวัด ที่ได้ถูกน้ําท่วม แต่บางจังหวัดก็เป็นการสร้างภาพ เขี่ยงบประมาณไปปลาย ๆ เศษ ๆ แต่งบประมาณส่วนมากก็ไปกระจุกตัวในจังหวัดที่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ อันนี้ดิฉัน ก็ตั้งข้อสงสัยนะคะ ส่วนวันนี้การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีนี้ที่ท่านมาขอนี้ เอกสาร ๔ เล่ม ดิฉันก็ไปตรวจดู ก็ดูแบบคร่าว ๆ ก็ไม่มีรายละเอียดใด ๆ เพิ่งจะได้มารับ เอกสาร ดิฉันมาถึงนี่ ๙ โมง กว่าจะได้รับเอกสาร ซีดี (CD) ซึ่งแสดงรายละเอียดใด ๆ ในข้อมูล ในแผ่นซีดีนั้นนะคะ ดิฉันก็ไม่ได้มีการรับประสานว่าควรจะถือโน้ตบุ๊ค (Notebook) มา หรือว่า ไอแพด (iPad) มาเพื่อจะดูข้อมูล เพราะฉะนั้นดิฉันจะไปหาเปิดที่ไหนดูข้อมูลที่ท่านได้ใส่ ข้อมูลว่ามีรายละเอียดอยู่ในนั้นนะคะ ก็ขอพูดถึงตรงนี้เล็กน้อยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ก็ขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังทางท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลว่า เงินงบประมาณของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายประจําปีหรืองบเพิ่มเติม กลางปีนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเงินของภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเงินจํานวนดังกล่าว ก็จะต้องใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ที่สุดต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และของประเทศชาติของเรา และมากไปกว่านั้นก็ไม่ควรที่จะเอางบประมาณส่วนนี้ ไปแบ่งกันแบบสนุกสนาน ดิฉันมั่นใจว่าวันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีตาทิพย์ หูทิพย์ มีสื่อให้ดู มีวิทยุให้ฟัง มีโทรศัพท์ให้สื่อสารติดต่อกัน เดี๋ยวนี้โลกประชาภิวัฒน์แล้วนะคะ อินเทอร์เน็ต (Internet) ก็มีการส่งข่าวสารบ้านเมืองไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลกําลังทําอะไรอยู่ พี่น้องประชาชนก็จับตาดูกันอยู่ ถ้ารัฐบาลนี้ถ้าไม่ยุบสภาไปก่อนก็จะมีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ก็คิดว่าดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะขอในการแสดงความคิดเห็นช่วงนั้นด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนริศ ขํานุรักษ์ ๗ นาทีครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปีไม่ว่าจะเป็นงบประมาณปกติหรืองบประมาณเพิ่มเติมที่พวกเรา กําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ล้วนสะท้อนนโยบายและทิศทางการบริหารประเทศของ รัฐบาล แล้วก็สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทุกงบประมาณนะครับ เช่นเดียวกับงบประมาณที่พวกเรากําลังร่วมกันพิจารณาอยู่ในขณะนี้ก็สะท้อน ๒ อย่างนี้ นะครับ แต่ว่างบประมาณในการพิจารณากันในวันนี้คือ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี ๒๕๕๔ มีความเป็นพิเศษกว่างบประมาณอื่น ๆ นะครับ พิเศษตรงที่ว่า เป็นงบประมาณที่มีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นก็คือ ฟื้นฟูอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติ และเป็นงบประมาณที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่คลุมเครือ มีเป้าหมายอยู่ ๓ ประการ ๑. ฟื้นฟูภัยพิบัติ อุดหนุนเงินผู้สูงอายุให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ๓. ใช้เงินคงคลัง ไม่คลุมเครือและมีความชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตที่จะชื่นชม รัฐบาลว่าได้เสนองบประมาณรายจ่ายมาถูกเวลา โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูภัยธรรมชาติ ประเทศไทยนับวันที่จะประสบภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกปีครับ แต่ว่าปีนี้จังหวัดพัทลุง ได้ประสบภัยรุนแรงมากที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์จังหวัดพัทลุงเคยประสบมา เพราะ ไม่เพียงแต่อุทกภัย จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา และภาคใต้ส่วนหนึ่งประสบวาตภัยด้วย เฉพาะจังหวัดผมครับ ท่านประธานครับ สวนยางพาราได้รับความเสียหายถึง ๕๐,๐๐๐ ไร่ บ้านเรือน ๕๐,๐๐๐ หลัง แล้วก็เรือกสวนไร่นาอีกจํานวนมากมายกว่าที่จะฟื้นได้ต้องใช้ ระยะเวลายาวนาน แต่การเสนองบประมาณวันนี้จะทําให้ย่นระยะเวลาการฟื้นตัวของพี่น้อง ประชาชนได้พอสมควร ไม่เพียงแต่นั้นนะครับ โรงเรียน มหาวิทยาลัย วิทยาลัย วัด ถนน แล้วก็ระบบชลประทานได้รับความเสียหายและต้องใช้ระยะเวลายาวนานทีเดียวที่จะได้รับ การแก้ไข รัฐบาลเองก็ได้พยายามช่วยเหลือไปส่วนหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ครัวเรือน สําหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรีปรับ ความช่วยเหลือ ความเสียหายนาข้าว พืชสวน ไม้ยืนต้น ยางพารา ปรับขึ้น ๒-๓ เท่า ท่านประธานครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้ผมคิดว่าประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ แล้วก็จะต้อง ใช้ระยะเวลาฟื้นฟูยาวนานมาก โดยเฉพาะสวนยางพารา มีเพื่อนสมาชิกพยายามที่จะอภิปรายว่างบประมาณดังกล่าว กระจุกตัวอยู่ในบางกระทรวงโดยมีการเมืองแอบแฝงอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าดูตัวเลขจริง ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณ ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไป ฟื้นฟูระบบชลประทานซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่า ประเทศเรายังเป็นประเทศเกษตรกรรม ยังทํานา ยังทําสวน ยังทําปศุสัตว์ ระบบชลประทาน ต้องได้รับการแก้ไขฟื้นฟู กระทรวงคมนาคมได้แค่ ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถนนเมื่อปีที่แล้ว ยังดี ๆ อยู่เลย เพิ่งเสร็จเมื่อปีที่แล้ว ที่บ้านผมปีนี้ต้องทําใหม่เพราะว่าโดนอุทกภัย แล้วก็ รถสิบล้อเข้าบรรทุกไม้ยางพารา ทําให้ถนนใหม่ ๆ เพิ่งเสร็จเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็รอดมาจาก อุทกภัยก็มาถูกรถบรรทุกสิบล้อไปเอาไม้ยางในสวนได้รับความเสียหาย ผมคิดว่าการฟื้นฟู ระบบโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทางก็ยังมีความจําเป็น กรมน้ําซึ่งเป็นกรมหลักที่จะสามารถ แก้ไขทั้งภัยแล้งและน้ําท่วมก็ได้รับงบประมาณเพียง ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงศึกษาธิการ ของท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ก็ได้แค่ ๑.๗๒ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนอีกมากมาย มหาวิทยาลัย อีกมากมายที่รอการแก้ไขฟื้นฟู ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ตัวเลขเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้กระจุกอยู่เลย มีกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นเองครับที่โป่งอยู่นิดหนึ่ง ๘ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าดูในรายละเอียดจะพบว่าใน ๘ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นเงินของผู้สูงอายุอยู่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๔ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าหากวันข้างหน้ารัฐบาลมีโอกาสในการจัด งบประมาณแบบนี้อีก งบที่อยู่กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัยนี้ผมอยากให้ไปอยู่ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีกว่า เพราะว่า ๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และ อบต. นี้มีความใกล้ชิดต่อปัญหาและประชาชนมากกว่า ๒. ใน อบต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฝ่ายค้านอยู่ในนั้นแล้ว สามารถตรวจสอบได้ และ ๓. คนเหล่านั้นทุ่มเทในการทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน บางเทศบาล บาง อบต. ขณะนี้เงินหมดแล้วครับ ครั้งแรกน้ําท่วมจ่ายหมดเลย น้ํามาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ บ้านผมนี่ตั้ง ๖ ครั้ง จนไม่เหลืออะไรแล้วนะครับ ผมคิดว่าการจัดงบประมาณ โยกจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะเกิด ความเหมาะสมมากว่าครับ ผมขออนุญาตเรื่องกรมน้ํานิดหนึ่งครับ รัฐบาลมีนโยบายที่จะทํา แหล่งน้ําทั้งประเทศประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ แหล่ง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมได้ และสิ่งเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ และประเทศเรามีแหล่งน้ํา ลําคลอง หนอง บึง มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ แหล่ง และก็ใช้งบประมาณไม่มาก ผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมได้ดูงบประมาณมาทั้งหมดพบว่าได้สะท้อนความมุ่งมั่น ตั้งใจทํางานของรัฐบาลอย่างแท้จริง และสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจทํางานของนายกรัฐมนตรี ให้เห็นว่า แม้ว่าท่านบริหารในภาวะวิกฤติมาตลอดระยะเวลา ๒ ปี แต่ว่าท่านยังมี ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทํางานเพื่อแก้ไขบ้านเมืองโดยสะท้อนผ่านงบประมาณเพิ่มเติม ประจําปีนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ผมได้มีโอกาสได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ ก่อนอื่นผมขอตั้งข้อสังเกตในเรื่องของมาตรา ๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับนะครับว่าเท่าที่ผมดูรายละเอียดในโครงการทั้งหมด มีรายละเอียด ๔ โครงการของงบประมาณ ส่วน ๗๓๘ โครงการนั้นผมยังไม่ทราบนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีนั้นมีปัญหาน้ําท่วมอย่างมาก ผมกลัวว่าจะไม่ได้รับการแก้ไขจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ําท่วม หลายวันในจังหวัดลพบุรี เพราะฉะนั้นข้อสังเกตของผมก็อยากจะฝากตรงนี้ไว้ และมาตรา ๕ นะครับท่านประธาน งบประมาณของกระทรวงคมนาคมโดยเฉพาะกรมทางหลวง ผมได้ดูรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว ผมว่ามันไม่ตรงกับความเป็นจริงกับสภาพความเป็นอยู่ในขณะนี้ ผมขออนุญาตท่านประธาน ยกตัวอย่างของกรมทางหลวง ช่วงบ้านถลุงเหล็กน้ําท่วมระดับ ๒ เมตร ซึ่งพี่น้องไปมา ไม่ได้เลย ร่วมระยะเวลาถึง ๑๕ วัน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่เห็นทางกระทรวงคมนาคมหรือ กรมทางหลวงไปดูเลย รถไปจมน้ํา วิ่งไปเขาไม่รู้ ไม่มีสัญญาณวิ่งไปจมไปหลายคัน นี่ก็คือ ส่วนหนึ่งอยากจะฝากตั้งข้อสังเกตว่ากรมทางหลวงปล่อยปละละเลย ในช่วงบ้านถลุงเหล็ก น้ําท่วมถึง ๒ เมตร และอีกเรื่องหนึ่งกรมทางหลวงชนบทก็ดี ที่ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณ ที่ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นเพราะท้องถิ่นนั้นไม่มีเงินพัฒนาท้องที่ อยากจะให้ทางกรมทางหลวงชนบทโอนกลับมาทั้งหมดที่โอนให้กับท้องถิ่น ผมเชื่อมั่น เหลือเกินว่ากรมทางหลวงชนบทดูแลถนนได้ดีส่วนหนึ่ง ก็อยากจะตั้งข้อสังเกตในส่วน มาตรา ๕ ในส่วนมาตรา ๖ ท่านประธานครับ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องของการทํางานครับ การทํางานนั้น ผมเคยเห็นโครงการขนาดใหญ่ หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณเป็นขนาด ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือเหตุผลที่อยากจะให้ท่านประธานฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอยากจะให้โครงการนี้คงไว้ แต่ไปเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจากโครงการใหญ่ เปลี่ยนเป็นโครงการเล็ก ซึ่งมันไม่ตรงกับเป้าหมายของพี่น้องประชาชนในส่วนนี้ มาตรา ๗ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงมหาดไทยซึ่งตั้งไว้ทั้งหมด ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นส่วนน้อย โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ได้ดําเนินการ ผมเคยร่วมเสนอโครงการกับท่านนายอําเภอเกี่ยวกับปัญหาน้ําท่วม ๒ ปี ไม่เคยได้รับ งบประมาณเลยทั้งหมด ๑๗ ล้านบาท อําเภอโคกสําโรงท่วมมา ๓ ปีเต็ม งบประมาณ ไม่เคยได้รับเลย ดังนั้นก็อยากจะฝากทางกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธานว่า งบประมาณทั้งหมด ๑๗ ล้านบาท ผมเคยเชิญท่านรอง ฯพณฯ สนั่น ขจรประศาสน์ ไปดูโครงการน้ําท่วมนี้และก็ส่งโครงการไป ก็ไม่ได้รับเลยครับท่านประธาน ก็อยากจะ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินของ กระทรวงมหาดไทย ผมอยากจะให้โอนไปให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นคือ อบต. และเทศบาลครับ หน่วยงานอื่นไม่สมควรเอาไปดําเนินการ ขอให้โอนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เอาเงินไปไว้ที่ อบต. และเทศบาล เพราะ อบต. และเทศบาลนั้นได้รู้ปัญหาอย่างแท้จริง ของท้องที่ หากว่าไปอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผมคิดว่าเป็นโครงการซ้ําซ้อน ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด แล้วส่วนมาตรา ๘ ท่านประธานครับ เรื่องของกระทรวง ศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการนั้น ก็มีโรงเรียนโคกสําโรงวิทยาเกิดปัญหาน้ําท่วม อาคาร ชํารุดเสียหาย แต่ผมไม่มั่นใจเหลือเกินว่าจะมีอยู่ในงบประมาณนี้หรือเปล่า หากไม่มีก็เป็นที่ น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับงบประมาณที่ไม่ได้รับในส่วนนี้ในเรื่องซ่อมแซม มีอีกท่านหนึ่ง ที่ฝากมา เรื่องโรงเรียนโคกเล้า จังหวัดอุดรธานี ซึ่งไม่ได้รับงบประมาณเช่นกันก็อยากจะฝาก ท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดําเนินการให้กับโรงเรียนดังกล่าวด้วยครับ และสุดท้ายท่านประธาน เวลาที่เหลือผมก็อยากจะให้ท่านวิเชียรได้พูดต่อจากผมครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ของท่านอํานวยพูดไปได้แค่ ๔ นาที เราตกลงกัน ๒ คน ว่า ๒ คน ๗ นาทีครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ท่านอํานวยพูดไป ๔ นาที ผมจะพูดอีก ๓ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อช่วงเช้านี้จะมี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนซึ่งก็บอกตัวเองว่าตัวเองเป็น ส.ส. ใหม่ แล้วก็มาสอน พรรคฝ่ายค้านบอกว่าตัวเองรู้ว่าจัดเก็บภาษีอย่างนั้นอย่างนี้ รัฐบาลชอบแล้วในการ ดําเนินการจัดสรรงบประมาณกลางปีอย่างนี้ ผมจะบอกกลับไปให้น้องคนนั้นทราบเสียว่า การจัดงบกลางปีอย่างนี้ เมื่อจัดเก็บรายได้มาอธิบายชัด ๆ ก็คือว่าหาเงินมาได้ คุณจะจัดงบ กลางปี ปลายปี หรือไตรมาสละครั้งก็ยังได้ ปีหนึ่ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้งก็ยังได้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นในปลายปี ปลายปีคือมันไปกระทบยอด งบประมาณปลายปี สุดท้ายท่านก็จัดงบขาดดุลไม่สามารถจัดงบสู่ดุลหรือสมดุลได้ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่ารัฐบาลชอบแล้ว เพราะการจัดเก็บภาษีตรงตามเป้า แล้วก็มาบอก ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในสมัยนั้นรัฐบาลชุดนั้นก็ประมาณการจัดเก็บภาษีรายได้ ก็แตกต่างกันไปก็ไม่ว่ากัน การประมาณการผิดถูก มากน้อย เป็นทุกยุคทุกสมัย แต่อยาก กราบเรียนท่านประธานว่าการจัดงบแบบนี้มันจะกระทบงบปลายปี อันที่ ๑ อันที่ ๒ การจัดงบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมกราบเรียนท่านประธาน ถึงนายกรัฐมนตรีเลย งบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ตั้งแต่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เอาไปขุดลอกเขาเรียกลําปาวหรือหนองหาน กุมภวาปี ป่านนี้ยังไม่ดําเนินการ แล้วกันงบไว้ ๓ ปีแล้วครับท่านประธาน เคยตรวจสอบบ้างไหม เคยทําได้ ถามรัฐมนตรีว่าการสิว่าเวลาเขาประมูลเสร็จแล้วคนของตัวเองไม่ได้แล้วยกเขา ยกเลิกเขาอยู่อย่างนี้ ป่านนี้ยังทําไม่ได้ท่านประธานบอกนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบดูสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น งบปี ๒๕๕๑ เดี๋ยวนี้งบจะปี ๒๕๕๕ เข้ามาตั้งใหม่แล้วยังทําอะไรไม่ได้ ยกเลิกมา ๒ ครั้ง มันเกิดอะไรขึ้น แล้วอีกอันหนึ่งก็คือว่างบซีอีโอ (CEO) อีลุ่ยฉุยแฉกกันหมด ผมยกตัวอย่างจังหวัดอุดรธานีท่านไปดูเลยกฎหมายที่เป็นกฎหมายงบประมาณไป ผมไม่เห็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเขาแคร์ (Care) เรื่องกฎหมายงบประมาณเลย โยกเปลี่ยนแปลงงบประมาณมั่วไปหมดครับ แล้วสุดท้ายท่านน่าจะตั้งงบประมาณ ถ้าจําเป็นต้องตั้งกลางปี ท่านต้องตั้งไปในภาวะวิกฤติเรื่องสินค้าแพง วันนี้เห็นไหมครับ ทุกอย่างแพงไปหมด นายกรัฐมนตรีรู้มันจะต้องดําเนินการแบบนั้น แล้วสุดท้ายก็คือว่า ท่านยุติบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศเสียเถอะ เงินทองที่อุดหนุนให้ไปเพื่อทํา คอนเน็คชั่น (Connection) กับต่างประเทศต่าง ๆ หยุดเสียเถอะ ให้ไล่คุณกษิตออกไปเถอะ ศัตรูมันเพิ่มมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณรณฤทธิชัย คานเขต ๑๒ นาทีครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับเรากําลัง พิจารณา เอาเป็นภาษาทั่ว ๆ ไปที่เขาเรียกกันคืองบกลางปี จากการที่รัฐบาลประมาณการ ว่าจะเก็บภาษีได้เพิ่มประมาณสัก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เอามา พิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้หนี้ไปประมาณ เอาตัวเลขกลม ๆ ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วก็ดีครับ เอาไปใช้หนี้เขา กู้เขามาแล้วพอเรามีเงินก็ใช้หนี้เขาคืนไปดอกเบี้ยมันจะได้ลด ตัวเลขกลม ๆ อีกประมาณสัก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอามาใช้เพื่อสําหรับที่จะฟื้นฟูผลกระทบจากภัยพิบัติก็คือน้ําท่วม เมื่อคราวที่แล้ว น้ําท่วมสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนค่อนข้างเยอะ เงินงบกลาง ที่เอาไปใช้มันก็ไม่เพียงพอ พอเรามีงบกลางปีที่เก็บภาษีได้เพิ่ม ส่วนหนึ่งก็เอามาแก้ไข เพิ่มเติมดีกว่าปล่อยปละละเลย ความเสียหายที่มันเกิดขึ้นก็ไม่ได้รับการแก้ไข ในส่วนของ ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยไป ๘,๗๒๖ ล้านบาท เศษ ๆ หน่อย แบ่งไปเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๒,๗๖๙ ล้านบาท ให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ๔,๙๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ แล้วก็ของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นอีกอันหนึ่ง อีก ๑,๐๑๗ ล้านบาท ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ๒ อัน ก็ชัดเจนครับ ในหนังสือที่ออกมาให้เล่มนี้เอกสารประกอบการพิจารณาทุกคนก็ได้รับ ข้างในก็มีรายละเอียดชัดเจนแล้วว่าของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนี้เอาไปให้ใคร เอาไปให้ผู้สูงอายุ คนแก่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป พ.ร.บ. ผู้สูงอายุก็ชัดเจน ก็พวกเราเป็นคนทํากัน ว่าเดือนหนึ่งอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปต้องได้เดือนละ ๕๐๐ บาท ซึ่งพวกเราพิจารณาด้วยความ เหมาะสมแล้ว คนผู้สูงอายุได้ ๕๐๐ บาท ที่บ้านผมส่วนใหญ่ก็เอาไปให้หลาน พ่อแม่มีลูกมา ก็ไปทํางานต่างจังหวัด เอาหลานไว้ให้ปู่ย่าเลี้ยงก็ได้ ๕๐๐ บาท บางทีเป็นค่านมบ้าง ค่าขนมบ้าง ทาง อบต. ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเขาก็โอนให้ อบต. ผมมีหลานชายเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตําบลมันก็บ่น มันบอกอา เงินกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นยังไม่สงมาเลย ๓ เดือนแล้ว ก็ต้องใช้เงินของตัวเองที่เก็บภาษีได้เอาไป จ่ายก่อน สภาท้องถิ่น สภา อบต. เองเขาก็มีข้อบังคับของเขา เงินภาษีที่เขาเก็บได้กับเงินโอน เอาลงไปให้เป็นงบอุดหนุนทั่วไป บางทีก็ต้องเอาไปใช้ทําถนนหนทางตามที่ทางข้อบังคับ เขาบังคับไว้ แต่ว่าผู้สูงอายุเขาอยากได้ทุกเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท ปรากฏกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นยังไม่ได้โอนไปให้ ก็ติดค้างกันอยู่ ก็จะเอาตัวนี้แหละ โอนลงไปคราวนี้ ก็จะได้เอาไปให้คนเฒ่าคนแก่เขา ก็ถือว่าเหมาะสม เพราะว่าเงินมันเป็นเงินส่วนเกิน ดีกว่า ไปรอให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกว่าจะโอนไป บางที ๓ เดือนโอนไปที ๆ ก็มี แต่อีกส่วนหนึ่งก็เอาไปให้กับผู้พิการและผู้ที่ทุพพลภาพ อีก ๑,๐๑๗ ล้านบาท ผมว่าเงิน ส่วนที่เหลือโอนไปให้มันก็ไม่น่าจะมีอะไรที่ผิดปกติ เพราะฉะนั้นกระทรวงมหาดไทยที่มี สมาชิกของเราบางคนก็บอกว่าแบ่งสันปันส่วนเอาไปให้กับพรรคฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล จริง ๆ แล้วไม่ใช่หรอก ก็ทํากันด้วยความเหมาะสม อีกอันหนึ่งก็มีการพูดไปถึงกระทรวง คมนาคม ซึ่งมีงบประมาณที่จัดสรรคราวนี้ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ก็ให้กรมทางหลวง ๑,๘๐๐ ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท ๑,๑๐๐ ล้านบาท รวมกันเป็น ๒,๙๐๐ ล้านบาท ก็บอกว่าบางทีก็เรื่องของทุจริต จริง ๆ แล้วเรื่องทุจริตมันมีทุกรัฐบาลละครับ อย่าคิดว่า มันไม่มี แต่ว่าเรามีหน่วยงานซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ถ้าเห็นว่ามีการทุจริตกันเกิดขึ้น มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ศาลปกครองเราก็มี หน่วยงานของทางราชการที่กํากับดูแลเกี่ยวกับ เรื่องของการทุจริต ร้องไปเถอะครับ ถ้าร้องไปแล้วผมก็เชื่อว่าคนที่มีหน้าที่เขาก็สามารถ ตรวจสอบได้ ป.ป.ช. ก็มี ผมเองผมก็ร้อง ไม่ใช่ไม่ร้อง ก็อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นความเป็นผู้แทนราษฎรมันมีหน้าที่ในการที่จะดูแล กํากับดูแลด้วย อันไหนที่ไม่ถูกต้อง เห็นว่าไม่เกิดประโยชน์กับสังคม ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทุจริตเงินของพี่น้องประชาชนเราก็ร้องไปตามขั้นตอนได้ อยากจะฝากพี่น้องประชาชน ผู้ฟังด้วยว่าจริง ๆ แล้วการจัดงบกลางปีนี้ถ้าทางรัฐบาลไม่ใจกว้าง เอางบตัวนี้เอาเข้าคลังไปเลย แล้วก็ค่อยไปจัดปีหน้าก็ได้ แต่นี่เห็นว่าเป็นเงินส่วนที่มันควรจะนํามาแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ที่เขาได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเรื่องของน้ําท่วม น้ําท่วมนี่ไม่ใช่ถนนหนทางอย่างเดียวนะครับ มันมีผลกระทบตั้งหลายอย่าง น้ําท่วมในบ้านผม หนักที่สุดก็คือพี่น้องซึ่งเป็นเกษตรกร ผมถึงอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรไปถึงหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบ จริง ๆ เป้าประสงค์ของทางรัฐบาลในการ พัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตามแต่ สุดท้ายก็คือส่งเสริมให้ประชาชนได้มีรายได้ มีเงินเข้าไปสู่ครัวเรือน นั่นคือเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ ถ้าสมมุติพี่น้องประชาชน มีความสุข ประชาชนมีเงินมีทอง ประเทศชาติก็มั่นคงไปด้วย แต่ว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นของแต่ละปี ปีนี้มันค่อนข้างหนัก รัฐบาลไม่สามารถประมาณการได้หรอกครับว่าเงินส่วนที่จัดไว้ เป็นงบกลาง งบเงินของสํานักนายกรัฐมนตรีมันจะเพียงพอต่อการที่จะเกิดภัยพิบัติในรอบปี เพราะฉะนั้นคราวนี้มันหนัก พอเก็บเงินได้มากขึ้น ทางกระทรวงการคลัง หน่วยจัดเก็บ ๓ หน่วย ประมาณการว่าเก็บเกินก็เอามาใช้ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือเรื่องของเงินงบประมาณที่จัดให้ทางกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็คือกรมน้ํา แล้วก็กรมน้ําบาดาล ผมเองผมพยายามจะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องน้ํา พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านมีพระราชดํารัสไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ ว่า น้ํามันคือชีวิต เพราะฉะนั้น ตัวน้ํานี้คือตัวสําคัญที่สุด ประเทศไทยเราเป็นประเทศเกษตร ต้องอาศัยน้ําในการที่จะ ประกอบอาชีพ แต่ว่าปัจจุบันนี้เรามีระบบชลประทานค่อนข้างที่จะน้อย เอาภาคอีสาน ซึ่งผมเองเป็นคนจังหวัดยโสธร แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของคนอีสาน ใน ๑๙ จังหวัด ตอนรายงาน เรื่องของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําเป็นระบบทั้งประเทศ เราเห็นชัด ว่าพื้นที่ของภาคอีสาน ระบบชลประทานที่จัดสรรกันได้จนถึงปัจจุบันนี้ ในจํานวนทั้งหมด ประมาณ ๗๓ ล้านไร่ ของจังหวัดยโสธรมี ๑.๖ ล้านไร่ มีระบบชลประทานอยู่แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นอากาศที่มันแปรปรวนจนกระทั่งว่าเกิดเป็นภัยพิบัติ วันนี้ ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล พอฝนมันทิ้งช่วงปุ๊บพี่น้องเกษตรกรซึ่งลงทุนไปแล้ว ข้าวตายปุ๊บ เขาไม่มีเงินในการที่จะลงทุนต่อ บางทีก็ต้องไปกู้เงินนอกระบบเข้ามา เพื่อสําหรับที่จะได้ ทํานาต่อ พอทํานาเสร็จปุ๊บอาศัยน้ํา ซึ่งน้ําโดยธรรมชาติที่ฝนตกมันน้อย ระบบชลประทาน ก็น้อย ไม่สามารถส่งน้ําเข้าไปในนาได้ ผลกระทบในเรื่องของผลผลิตมันก็ต่ํา บางรายถึงกับ สิ้นเนื้อประดาตัวกัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้รัฐบาลสนใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา จังหวัดยโสธรมี ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ๙๓ เปอร์เซ็นต์ อาศัยน้ําจากท้องฟ้าอย่างเดียว อาศัยน้ําฝนอย่างเดียว ผมแก้ไขปัญหาให้กับหมู่บ้าน ๆ หนึ่ง ชื่อบ้านทรายงาม ภัยแล้งกับน้ําท่วมอยู่ในที่เดียวกัน เวลาฝนตกก็น้ําท่วม เวลาหมดฤดูฝนปุ๊บ น้ําไหลลงชีเลยนะครับ เห็นน้ําอยู่แต่ว่าไม่สามารถเอาน้ําไปใช้ได้ ผมก็มีการประสานกับ ทางชลประทานจังหวัด ชลประทานจังหวัดก็ไปออกแบบในเรื่องการตั้งสถานีสูบน้ําทําคลอง ส่งน้ํา เมื่อประมาณสัก ๓ ปีที่แล้วเราได้มา ๑ สถานี พอได้ ๑ สถานีมันคลุมพื้นที่ตรงนั้น ทีแรกใช้เงินประมาณ ๑๒ ล้านบาท แล้วไปต่อคลองอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๖ ล้านบาท มันคลุมพื้นที่ได้ประมาณสัก ๒,๐๐๐ กว่าไร่ หลังจากที่ได้สถานีสูบน้ํา พี่น้องประชาชนได้ทํานาปีหนึ่ง ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ได้ทํานาปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ช่วงน้ําท่วมเขาปล่อยท่วมเลย ๒ เดือน เขามีเวลา ๑๐ เดือนครับ ๑๐ เดือน เราทําข้าวนาปรัง ข้าวนาปรัง ข้าว กข ๖ มันประมาณ ๑๐๕ วัน ก็เท่ากับ ๓ เดือนกว่านิด ๆ พอเกี่ยวข้าวเสร็จปุ๊บ แล้วก็ดําใหม่ มันรวมแล้วประมาณ ๘ เดือน เขายังมีเวลาว่าง ตั้ง ๒ เดือน เขาขอทําแค่ ๒ เดือน เงิน ๑๒ ล้านบาท บวกต่อคลองอีก ๔ ล้านบาท หลังจาก ที่เขาเกี่ยวข้าวได้ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วผมก็ให้เกษตรอําเภอลองเข้าไปประสานกับทางหมู่บ้านดูว่า เขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นไหม ก็ให้ไปสํารวจงบประมาณตอนปี ๒๕๕๐ ต่อปี ๒๕๕๑ เป็นปีฤดู เขาก็ปลูกประมาณเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน แล้วก็ไปเก็บเกี่ยวเอา ตอนปลายปี มันคร่อมปี ๒๕๕๐ ต่อปี ๒๕๕๑ เขากู้เงิน ธ.ก.ส. ไป ๒๔ ล้านบาท พอเกี่ยว ข้าวเสร็จปุ๊บใช้หนี้ ตอนนั้นหลังจากใช้หนี้แล้วเป็นหนี้อยู่ประมาณสัก ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๑ ต่อปี ๒๕๕๒ ตอนนี้เขาเริ่มไถหว่านได้ดีขึ้น เขากู้ไป ๒๙ ล้านบาท พอเขาเริ่มได้ คลองส่งน้ําตรงที่เป็นที่ดอน ท่านประธานครับ ทางคุณสนองให้ผมอีก ๖ นาที ก็จะเป็น ๑๒ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสนองยังไม่มีเวลา ยังไม่มีชื่อส่งมาเลยครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

เดี๋ยวเป็นอีกชุดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ชุดหนึ่งมันก็ไม่รู้จะ เอาชุดไหนต่ออย่างไร ผมว่าเอาเป็นเวลา ๑๒ นาทีก็พอแล้ว เพราะว่าเหลือเฟือแล้ว คนยโสธรเขารู้ดีแล้ว

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

ผมฝากนิดเดียว ท่านนายกรัฐมนตรี จะได้เห็นข้อเปรียบเทียบนิดเดียว อีกประมาณสักไม่เกิน ๑ นาที ปี ๒๕๕๑ ต่อปี ๒๕๕๒ นี้ กู้ ๒๙ ล้านบาท ที่เขากู้เพิ่มนี้เพราะว่าบ้านเฮาเขาเอิ้นซาวนา ไม่รู้ภาษากลางเขาเรียกอะไร ไปปรับพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทําเป็นนานี้ก็กู้ไป ๒๙ ล้านบาท แต่หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จปุ๊บ จาก ๒๙ ล้านบาทใช้หนี้ เขาจะเหลือหนี้อยู่ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ปี ๒๕๕๒ ต่อปี ๒๕๕๓ เมื่อปีที่แล้วนี้เขากู้ลดลงมาเหลือ ๒๗ ล้านบาท แต่ว่าพอเกี่ยวข้าวเสร็จ จะเหลือหนี้อยู่ประมาณ ๖๔๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ๑ สถานีคลุมได้ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่นี้ก็ใช้เงินแค่ ๑๒ ล้านบาท บวก ๔ ล้านบาท เป็น ๑๖ ล้านบาท นี่แค่จุดเดียว ถ้าเราสามารถที่จะสร้างสถานีสูบน้ําให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่น้ําท่วมและภัยแล้ง ในที่เดียวกันได้ ผมเชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรเราจะลืมตาอ้าปากได้ เพราะฉะนั้นเงินงบประมาณ นี้ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูตรงนี้นิดหนึ่ง ช่วยผลักดัน เรื่องเงินงบประมาณ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผิดเวลาของท่านอื่น ไปมากแล้ว เดี๋ยวเขาต่อว่าผมครับ ต่อไปท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๐ นาที เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ของผม ๑๕ นาทีนะครับท่านประธาน วิปบอกผม ๑๕ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่นี่ครับ ท่านวิปฝ่ายค้าน เขียนมา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

วิปบอกผม ๑๕ นาที ผมก็ยังงง ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่นี่ครับ ผมพูดตามความ เป็นจริงอยู่นี่ครับ คือถ้าอยู่อย่างไรผมก็พูดอย่างนั้นครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านอะลุ้มอล่วยนะครับ เพราะว่า ท่านอะลุ้มอะล่วยให้ท่านรณฤทธิชัย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อะลุ้มอะล่วยได้ ๑ นาทีครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

อยากเรียนท่านประธานนะครับ วันนี้ทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเรียนครับว่า ผมอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไปที่จังหวัดชัยภูมิ ท่านทราบไหมครับ สมัยที่ ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี น้ําท่วมที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุดรธานี ท่านไปปุ๊บ เดี๋ยวนี้จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นน้ําไม่ท่วมแล้ว ท่านไปจังหวัดชัยภูมิท่านอย่าลืม นะครับ ผมดูในงบประมาณไม่มีอะไรเลยครับ มีเพียงแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อมแซมฝาย ในเขตเทศบาลไม่มีเลยครับ ถึงอยากฝากท่านครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านไปดูแล้ว ท่านต้องแก้ปัญหาให้ได้ ผมอยากเรียนนะครับว่าวันนี้ผมอยากพูดในหลายเรื่อง ก่อนที่จะพูด เรื่องงบประมาณผมก็ถูกพาดพิงทางหน้าหนังสือพิมพ์ หลายคนก็ไปพูด ผมไม่อยากตอบโต้ นะครับท่านประธาน ผมไม่เป็นคนที่จะไม่ไปตอบโต้ทางหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร ท่านไปดูสวนดุสิตโพลล์ เขาทําไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ถึง ๑๔ ธันวาคม เขาบอกว่าปีหน้าเขาอยากได้อะไรและเขาอยากให้รัฐบาลชุดนี้ทําอะไร ๖๐.๐๘ เปอร์เซ็นต์ บอกให้รัฐบาลชุดนี้ระวังคนใกล้ชิด และที่สําคัญให้ทํามากกว่าพูด โดยเฉพาะท่านมีโฆษก โฆษกเทพไทก็หาแต่เรื่องนักการเมือง โฆษกรัฐบาลก็หาเรื่องจะไปรบกับคนนั้น จะไปรบ กับคนนี้ โฆษกพรรคท่านก็ไม่รู้พูดอะไร เป็นหมอเหมือนกันนี่ละครับ ผมถึงบอก ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ลุกขึ้นมาปรามแล้ว แต่เขาก็ระรานอีก นโยบายเขาจะว่าอย่างไร เขาเป็นฝ่ายค้านก็ต้องพูดได้ แต่นี่ก็ไปต่อว่าเขาอย่างนั้นอย่างนี้ พี่เหลิมเขาไม่ได้เอ่ยถึงคุณเทพไทแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้เอ่ยชื่อเลย ผมนี่เอ่ยชื่อ เพราะเขาไปสัมภาษณ์ชื่อผม ผมต้องเอากลางสภาครับ ผมไม่พูดหรอกหนังสือพิมพ์ ผมถึงอยากเรียนว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกตลอด ว่าท่านจะนํานโยบายเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช้ นี่หาเงินได้ ความจริงท่านต้องไปลดการกู้เงิน เศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ต้องรู้จักคําว่า พอ นี่ท่านไม่ค่อยพอครับ แบ่งสรรเค้กกัน ผมก็ไม่อยากจะดู ไปดูเห็นชัดเจน ท่านสนั่นมาคุยกับผม ผมดีใจนะครับ ๔๐๐ บวกอีก ๑๐๐ แต่ปรากฏว่าผลออกมา งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันชัดเจนครับ ผมสงสารท่านครับ สงสารท่าน จริง ๆ ท่านไปทําอะไรผู้ที่มีอํานาจในพรรคตัวจริง โทรศัพท์สั่งการ แบบนี้ไม่ตอบแทนกัน จะว่าอะไร จะให้แปลว่าอะไร มันดูแล้วมันน่า ไม่อยากจะพูดท่านประธาน ทีนี้ผมอยากเรียน เอะอะท่านก็บอกว่าจีดีพีท่านดีขึ้น เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีท่านสูง ท่านต่ํากว่าใครท่านพูดผิด เลยครับ ผมเคยตอบโต้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครั้งหนึ่งในเรื่องฐานะหนี้ ของประเทศ ท่านประธานครับ เราต้องไล่ดูครับ หนี้ไม่ใช่ดูปีเดียว ดูปีเดียวของท่านนี้ดูดีมาก ดูปีเดียวมันต้องดูตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๕๔ เลยครับ ไล่ลงมาครับ ถึงจะรู้ว่ารัฐบาลมีฝีมือหรือไม่ ดูสิครับ รัฐบาลเอาปี ๒๕๔๔ เลยนะครับ หนี้ต่อจีดีพี ๕๗.๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ท่านชวนยุบสภา ท่านทักษิณขึ้นมา สมัยท่านชวน ๕๖.๙๗ เปอร์เซ็นต์ ถึงรัฐบาลทักษิณ ๕๗.๑๖ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนั้นครับ ปี ๒๕๔๕ ลดลงเหลือ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๖ เหลือ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๗ เหลือ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๘ ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ จนถึงปี ๒๕๔๙ สมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าจีดีพีโตขึ้นโตแบบมหาศาลเลยครับ หนี้ต่อจีดีพีลดลง ๆ ต่ําสุด ก่อนที่ท่าน จะมานะครับ คือเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๑ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลท่าน ได้ ๓๗.๔ เปอร์เซ็นต์ หลังจากท่านเป็นรัฐบาลครับ ปี ๒๕๕๒ กระโดดพรวดเดียวครับ ๔๕.๕๗ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๓ ลดลงนิดหนึ่ง ผมดีใจนะครับที่ได้ลดลง ๔๒.๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปี ๒๕๕๔ ล่ะครับ จะเป็นอย่างไร ผมดูแล้ววังเวงนะครับ ท่านทักษิณทําให้ลดหนี้ต่อจีดีพี ลดลงมา ๑๖.๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านอย่าเอาส่วนที่ท่านบอกหนี้ต่อจีดีพีท่านต่ําที่สุด มันไม่ใช่ ตัวเลขมันไม่ใช่เลย ผมถึงอยากเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้บ้านเมืองของเรามันต้อง ค่อย ๆ อย่าไปคิดเรื่องใช้เงินมากมาย ใช้จนเรางง อยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านก็บอกว่าว่างงานน้อยลง ท่านไปดูครับ อัตราการว่างงาน ของท่านไม่ได้ดีกว่าใครเลย ดีที่สุดตอนไหนท่านประธานทราบไหมครับ ปี ๒๕๔๙ ก่อนปฏิวัติ ๑.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ของท่านปีนี้ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๒ ๑.๙๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมา ผมไม่เคยพูดว่าประชากรจะว่างงานเป็นล้านคน ไม่เคยพูดครับ แต่นักวิชาการเขาพูด แต่เมืองไทยท่านประธานทราบไหมครับ ไม่ได้ขับแท็กซี่ เขาก็ไปทํานาครับ เขาจึงมีอาชีพเพราะว่า เขาไปทํานา ทําไร่ เขาไม่ได้ว่างงานแบบที่ต่างประเทศเขาว่างงานกัน ผมอยากเรียนว่า งบประมาณปีนี้ท่านก็บอกว่าจัดเก็บได้เก่งมาก ทําไมจะไม่เก่งครับ ภาษีน้ํามันที่เข้ากองทุน ดีเซล (Diesel) ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เบนซิน (Benzene) ท่านเก็บ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งภาษีทั้งเข้ากองทุน สูงที่สุดตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีมา ท่านจะเก็บธุรกิจเฉพาะท่านก็เพิ่มเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ หลังจากท่านมีนโยบายแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมอยากบอกท่านนะครับ เงินกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอย่าลืม ท่านกู้เงิน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ปีหน้าท่านจะใช้หนี้เท่าไรครับ ปีนี้ปี ๒๕๕๔ ท่านจ่ายดอกเบี้ย ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยนะครับ เงินกู้จ่ายเท่าไร นิดเดียวครับ แล้วปีหน้าท่านจะจ่ายเงินกู้คืนเท่าไรครับ ที่ท่านกู้ไปเท่าที่ผมประเมินได้คือ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะจ่ายหนี้ไปเท่าไร มาดูในรายละเอียดโดยเฉพาะครับ จะพูดเหลืออีก ๑ นาที เอากระทรวงคมนาคม ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ ผมดูแล้วเอาไปทํารีไซคลิง (Recycling) จริงหรือเปล่า ผมดูแล้ว อ่านดูแล้วงง ๆ ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ส.ส. ทุกคนเขาตกใจมาก ถนนดี ๆ ครับ ลอกออก กิโลเมตรละ ๓ ล้านบาท เหมือนที่ท่านโสภณ ซารัมย์ บอก ไปลอกที่จังหวัดชัยภูมิ จริง ๆ งบบายพาส (Bypass) เขาตั้งไว้สําหรับทํา ๔ เลนครับ ๖.๕ กิโลเมตร ๘๕ ล้านบาท ที่ตั้งงบประมาณไว้ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปรากฏว่าเอาไปทํารีไซคลิงครับ ระยะทาง ๖.๕ กิโลเมตร เปลี่ยนหมดครับ เป็น ๑๑ กิโลเมตรกว่า ตามสัญญานี้ผมได้สัญญามาเลยครับ นี่ได้สัญญาเอามาเลย ๖.๕ กิโลเมตร แต่ไปทํารีไซคลิงครับ ไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จากทํา ๔ เลน กลายเป็นรีไซคลิง แล้วตรงที่ทํานี้มีเสียหายอยู่ประมาณสัก ๒๐๐ เมตร นอกนั้นทางดีหมดครับ ขูดออก ๆ แล้วก็เอายางเก่าปูทับ เขาบอกมีคนฟันเหนาะ ๆ ไป ไม่ต่ํากว่า ๒๕ ล้านบาท อันนี้ละครับจะให้ผมไว้ใจอย่างไรครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ บอกเอาไปบูรณะ ผมดูแล้วแม้แต่คนทํานะครับ ผมก็รู้ครับบริษัทนี้ผมก็รู้ว่าเป็นใคร ผมเคยอยู่กับท่านประธานทําไมผมจะไม่รู้ว่าบริษัทที่มาทําที่จังหวัดชัยภูมินี้เป็นคนของใคร มันน่ารังเกียจมากเลย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปดูหน่อยครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาไปทํา รีไซคลิง ท่านนายกรัฐมนตรีตัดออกไปเถอะครับ ถ้าทํารีไซคลิงนะครับ ถ้าไปซ่อมแซม ถนนที่พังผมไม่ว่าครับ แต่ถ้าทํารีไซคลิงท่านกรุณาตัดออกเลยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณผ่อนศรี มีอะไรครับ คุณผ่องศรีเขาทําหนังสือมาถึงผม อนุญาตให้เขานิดหนึ่ง มีอะไรครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดลพบุรี ในฐานะ ผู้ประสานงานเรื่องเวลาค่ะ เพื่อให้การบริหารเวลาที่เหลือตามกรอบที่ท่านประธานได้กรุณา แจ้งต่อสมาชิกตั้งแต่เช้านะคะ ดิฉันขอแจ้งเวลาที่แต่ละฝ่ายได้ใช้ไป ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีได้ใช้เวลาไปแล้วประมาณ ๓.๓๑ ชั่วโมงนะคะ ก็เหลืออยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ใช้ไปแล้ว ๔.๓๙ ชั่วโมง ก็คงเหลืออยู่ ๑.๒๑ ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริหารเวลาได้อภิปรายอย่างทั่วถึงนะคะ ก็ขอแจ้งเพื่อทราบเบื้องต้นค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเทพไทมีอะไร ท่านพูดมาแล้ว ท่านมีอะไรอีก

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธาน ใช้สิทธิพาดพิงจากหมอประสิทธิ์นะครับ ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นพาดพิงอะไรเลยนี่ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

คุณหมอประสิทธิ์ได้พูดถึงกรณี ที่ผมตอบโต้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง โดยอ้างว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่ได้เอ่ยชื่อผม แต่ผมก็ใช้สิทธิมาชี้แจงหรือมาตอบโต้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับท่านประธาน การอภิปรายของ ร้อยตํารวเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้พูดชัดเจนว่าโฆษกส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรีออกมาแก้ต่างให้นายกรัฐมนตรีในเรื่อง กรณีการโกงกิน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าเป็นความจริงมันก็ ไม่เป็นไรนี่ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ก็ท่านบอกว่าท่านไม่เอ่ยชื่อ แต่ว่าท่านเอ่ยชื่อผมนะครับ ผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าผมในฐานะโฆษก ส่วนตัวท่านนายกรัฐมนตรีก็จําเป็นต้องทําหน้าที่เช่นนั้นจริง และสิ่งที่ผมมายืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่โกง เพราะผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้หมดจากตําแหน่งแล้วก็คงจะไม่ติด หนึ่งในห้าของผู้นําเลวของโลกตามที่วอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) บอกไว้ แต่ว่าสิ่งที่ หมอประสิทธิ์มาแก้ต่างให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม นั้นผมไม่แน่ใจว่าหมอประสิทธิ์เป็นโฆษก ส่วนตัวให้คุณเฉลิมหรือไม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ต่างคน ต่างโต้ไปโต้มา เชิญหมอประสิทธิ์ครับ เขาต่อว่าท่านเสียหาย แก้เสียหน่อยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมไม่ได้พูดให้เขาเสียหายเลยครับ ท่านประธาน ให้เขาพูดตอบโต้ไปถึงคุณเฉลิม ผมไม่ได้ตอบโต้แทนท่านเฉลิมนะครับ ผมก็ยังบอกว่า นี่เห็นไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นชัด ๆ ไปว่าผมออกทีวี ออกหนังสือพิมพ์ไม่รู้กี่ฉบับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าเป็นไปได้ ก็ปลดออกเถอะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางข้างหลังมีอะไรอีกครับ ท่านวิทยาประท้วงผมหรือครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

มิใช่ครับท่านประธาน พอดีได้ยิน ผู้ประสานงานของวิปรัฐบาลขออนุญาตเอ่ยนาม คุณผ่องศรีได้แจ้งเวลาที่เหลือของฝ่ายค้าน ในการอภิปราย ผมต้องขออนุญาตให้คุณผ่องศรีได้ประสานกับท่านประธานวิปรัฐบาลด้วย ไม่ได้ครับท่านประธานเดี๋ยวเสียหาย แค่เพื่อนสมาชิกผมก็จะแย่อยู่แล้วครับ ผมรับที่จะ บริหารเรื่องเวลา แต่ผมไม่ได้รับว่ามันจะต้องจบสิ้นตามที่รัฐบาลกําหนดตั้งแต่แรก ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งจําเป็น สมาชิกเข้าชื่อมากกว่า ๕๐ ท่าน ผมก็พยายามควบคุมในสิ่งที่ผมสามารถกระทําได้ แต่ไม่ควรที่จะมาบอกว่าผมเหลือเวลา อีกเท่านั้น ท่านประธานดูเวลาสิครับท่านประธานบอกพวกเราว่า ๕ ทุ่มกว่าก็ไม่เป็นไร ผมก็ยังได้ยินคํานั้นอยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไรครับ ผมยังเอา คําพูดของผมเมื่อเช้า

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

เข้าใจครับ แต่ประธานต้องให้ โอกาสในการทําหน้าที่ของพวกเรา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะพยายามให้โอกาส มากที่สุด เพราะว่าคุณมิ่งขวัญนี้ไม่จํากัดเวลา คุณมิ่งขวัญคนเดียว ๒ ชั่วโมงก็ได้ แล้วก็จบ แค่นั้น เชิญครับท่านนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาเพียงนิดเดียวครับชี้แจงท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนามคุณหมอประสิทธิ์นะครับ ที่ได้อภิปรายผม โดยเฉพาะในเรื่องของ งบประมาณ ๒ ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก ท่านคงเข้าใจคําชี้แจงของพวกเราผิดนะครับ ทั้งในเรื่องของ ตัวเลขการว่างงาน ทั้งในเรื่องของตัวเลขหนี้สาธารณะที่บอกว่าต่ําสุดหรือไม่ต่ําสุดอย่างไร ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้นหรอกครับ ประเด็นมีอยู่ที่ว่าเวลาเราดูตัวเลขเหล่านี้เราต้องดูวัฏจักร ทางเศรษฐกิจที่มันเกิดขึ้นทั้งในโลกและในประเทศไทย แน่นอนช่วงใดซึ่งเกิดวิกฤติรุนแรง อย่างเช่น ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลท่าน พลเอก ชวลิต แล้วต่อมาก็เกิดวิกฤติ เศรษฐกิจโลกก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา ทุกประเทศทั่วโลกจะมีปัญหา ๒ ปัญหา คือ ๑. การว่างงานจะพุ่งสูงขึ้นมาก และ ๒. คือหนี้สาธารณะที่เป็นสัดส่วนต่อรายได้จะพุ่ง สูงขึ้นมาก สิ่งที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปก็คือว่าตอนผมเข้ามา ปี ๒๕๕๒ ปลายปี ๒๕๕๑ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๒ ผมบอกสิ่งเหล่านี้คงจะเกิดขึ้น แต่รัฐบาลจะดูแลไม่ให้ เกิดปัญหาที่รุนแรงและวันนี้สิ่งที่ผมได้ยืนยันก็คือได้พิสูจน์แล้วว่าเราทําได้ โดยเฉพาะ ถ้าเทียบเคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกครับ นี่คือประเด็นที่ผมได้กราบเรียน การจะเอาตัวเลข ของภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจโลกดีมาเปรียบเทียบกับช่วงที่เกิดวิกฤติ คงจะไม่ใช่เรื่องที่จะกระทําและมีความหมายนะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นสุดท้ายก็คือท่านพูดสั้น ๆ ผ่านไปว่ารัฐบาลไม่รู้จักพอ ไม่พอเพียง กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ๑. วันที่เราตั้งใจจะต้องกู้เงินมากระตุ้น เศรษฐกิจเราเคยมาขอสภาแห่งนี้ทั้งในรูปของ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวรัฐบาลรู้จักพอครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เคยจะมาขอทางสภา เราก็บอกตรงไปตรงมาเลยว่าไม่เอาแล้ว ไม่มีความจําเป็นแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นตัวอย่าง ที่ชี้ให้เห็นว่าเรารู้จักพออย่างไร ๒. ที่เสนองบกลางปีมาวันนี้นึกภาพนะครับ เหมือนเราเป็น ครอบครัวใหญ่ วันนี้มีเงินได้มาเพิ่มประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วงปีงบประมาณนี้ ถามว่ารัฐบาลเอาเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้เพื่อที่จะไม่รู้จักความพอ เพื่อที่จะทําสิ่งนั้น สิ่งนี้หรือเปล่า ไม่ใช่ เบื้องต้นที่เสนองบมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปใช้หนี้ครับ เอาไปใช้หนี้เร็วกว่ากําหนด อันนี้คือสิ่งที่เราได้ทํา ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพอมีเงินเพิ่มขึ้นมาแทนที่เราจะไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เราบอกเลยว่าเอาไปใช้หนี้ ส่วนอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทกว่า ๆ นี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากการที่ เราเสียหายจากอุทกภัยอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากให้ เห็นภาพนะครับว่า หลักคิดของรัฐบาลไม่ใช่อย่างที่ท่านพูดว่าไม่รู้จักพอหรือว่าไม่ดําเนินการ ตามแนวทางหลักของความพอเพียงครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจือ ราชสีห์ ๗ นาทีครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธานที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้ามาเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาในคราวนี้ เพราะว่า รัฐบาลชุดนี้กําหนดภารกิจชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหา ผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมเองเป็นตัวแทนของพี่น้องราษฎรจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่ผ่านมารุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมเอง พี่น้องทางภาคใต้นอกจากโดนอุทกภัยแล้ว สิ่งที่ซ้ําร้ายมากกว่านั้นก็คือวาตภัย พายุ รุนแรงมากครับ ทรัพย์สิน ชีวิตเสียหายมากมาย จากที่รัฐบาลได้ขออนุมัติสภาขอฟื้นฟู ๙,๙๐๐ ล้านบาทนั้น ผมคิดว่ายังน้อยไปครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าความเสียหายครั้งนี้ มีมากมายเหลือเกิน แต่รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีความห่วงใย แล้วก็ได้แก้ปัญหาไปตามลําดับ แล้วก็ได้เยียวยามาดีขึ้น แต่ว่าผมเองก็ยังมีความห่วงใย แล้วก็ยังเห็นว่าการที่รัฐบาลได้ทุ่มเทกําลังกายกําลังใจเต็มที่นั้นก็ยังมีสิ่งที่ผมได้รับฝาก มาจากพี่น้องในจังหวัดสงขลาอยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ ถ้าดูตามมาตรา มาตรา ๔ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยาครับ การเยียวยานั้นความเสียหาย ไม่ว่าพี่น้องทางภาคใต้ทําเกษตรสวนยางพารา ทํานา ทําสวน อาชีพประมง เรือประมง จมมาก ส.ส. ประพร เอกอุรุ ในฐานะนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลาบอกว่าการเยียวยา ของรัฐบาลตามที่กําหนดกฎเกณฑ์มานั้นก็ยังน้อยไป พี่น้องก็ยังต้องขอรับการสนับสนุน เพิ่มเติม อาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง เลี้ยงปลาหลายชนิดก็ยังรับการช่วยเหลือเยียวยาที่ผ่านมา หลักเกณฑ์ของส่วนราชการยังน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงปลากะพงในกระชัง พี่น้อง ที่อําเภอเมือง ตําบลเกาะยอ เลี้ยงมากครับ แต่ว่าเสียหายมากเหมือนกัน รัฐกําหนด หลักเกณฑ์ไว้ตารางเมตรละ ๒๐๐ กว่าบาท แต่ว่าเวลาเลี้ยงจริง ๆ แล้ว กระชังหนึ่ง หลายหมื่นบาท ผมเองได้ทําหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจะขอให้พิจารณาหลักเกณฑ์การเยียวยาให้ใหม่ ท่านรัฐมนตรีเองท่านบอกว่าท่านจะดูแล ในส่วนนี้ก็ขอฝากความหวังกับรัฐบาลไว้ด้วย เพราะว่าที่เยียวยาที่ผ่านมาชาวบ้าน ยังไม่สามารถจะอยู่ได้ ถ้าไปดูมาตรา ๘ กระทรวงศึกษาธิการ คราวนี้โรงเรียนเสียหายมาก ที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตการศึกษาที่ ๑ ประกอบไปด้วยอําเภอเมือง อําเภอระโนด อําเภอสทิงพระ อําเภอกระแสสินธุ์ อําเภอสิงหนคร รุนแรงมากครับ ท่าน ส.ส. ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ก็บอกกับผมว่า กระทรวงศึกษาธิการก็ยังได้รับงบประมาณ น้อยไป ท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ก็ได้ลงไปดูในพื้นที่นะครับ แต่ว่าดูในตัวเลขที่ดูตรงนี้ การช่วยเหลือก็ยังไม่พอ ก็เลยถือโอกาสเรียนกับทางคณะกรรมาธิการงบประมาณที่จะ ไปพิจารณาเรื่องนี้ก็ต้องฝากว่าต้องไปช่วยเหลือเรื่องการศึกษา เรื่องโรงเรียนที่ได้รับ ผลกระทบเสียหายมากมาย ต้องถือโอกาสตรงนี้ฝากนะครับ สิ่งที่ผมเองได้เปิดไปดูมาตรา ๖ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่เสียดายครับท่านประธาน จริง ๆ ปัญหา เรื่องน้ําท่วมคราวนี้ ถ้าลุ่มน้ําทะเลสาบของเราได้มีการขุดลอกบ้างก็ทําให้น้ําท่วมก็คงเบา ลงไปนะครับ คราวนี้ไม่ได้ก็เลยถือโอกาสเรียนท่านประธานฝากไปยังทางรัฐมนตรี ว่าลุ่มน้ํา ทะเลสาบสงขลาเป็นอีกลุ่มน้ําหนึ่งที่จะต้องมาเยียวยา มาดูแล มาขุดลอกนะครับ นั่นคือ สิ่งที่จะต้องเรียนฝากทางรัฐมนตรีไว้นะครับ สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ตอบให้กับพวกเรา ในสภาได้รับทราบ การเยียวยาที่สําคัญแล้วก็เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ก็ต้องถือโอกาส ขอบคุณทุกส่วนที่ได้เยียวยา แต่ว่าพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งในสงขลาก็ยังรอการเยียวยา ที่ช่วยเหลือทั้งครอบครัว ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาทซึ่งได้รับความเสียหาย ก็ต้องฝาก ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วก็ขอให้ช่วยรีบอนุมัติให้ได้เยียวยาให้กับพี่น้องด้วย สุดท้ายที่ต้องขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านเองเป็นห่วงเป็นใย พี่น้องทางภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านไปเยี่ยมที่ทางสงขลาแล้วก็ได้บอกกับ พวกเราว่าพี่น้องทางสงขลาที่บ้านเรือนพังกี่หลัง ท่านเองก็ได้ไปติดตาม ได้ไปมอบบ้านให้กับ พี่น้องทางสงขลา ให้หน่วยงานทหารทําบ้าง ให้ส่วนราชการทําบ้าง แล้วท่านก็พยายาม เฝ้าติดตามพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสงขลาทั้งหมดว่าให้ติดตาม เผื่อท่านเอง จะได้ไปหาคนใจบุญมาเพื่อจะได้สร้างบ้านพักให้กับพี่น้องที่บ้านพังทั้งหลังที่ได้รับผลกระทบ คราวนี้ต้องถือโอกาสเรียนขอบคุณรัฐบาลและก็ทุกส่วนที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบ แต่ว่าก็ต้องขอฝากหลาย ๆ ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณก็ไม่ได้ มากมายนะครับ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ก็ยังถือว่ายังน้อยไป ก็เลยถือโอกาสได้เรียนฝาก ข้อสังเกตและความห่วงใยมาถึงท่านประธานสภาด้วยนะครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๕ นาที

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณางบประมาณเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ งบประมาณฉบับนี้จะดูให้ดีแล้ว เราจะเห็นเลยครับว่าสิ่งที่เกิดงบประมาณฉบับนี้ขึ้นมาได้ เรื่องใหญ่และเรื่องประการสําคัญ ที่เกิดขึ้นในที่นี้คืองบเกี่ยวกับการเยียวยาเรื่องอุทกภัย ท่านประธานคงยังพอจําได้นะครับ ปีที่ผ่านมานี้น้ําท่วมเกิดด้วยสาเหตุอะไร ท่านประธานครับ ในปีที่ผ่านมานี้ประเทศไทย ไม่ได้มีพายุขนาดใหญ่ ไม่ได้มีดีเปรสชั่น (Depression) ไม่ได้มีอะไรที่ถือว่าเป็นภัยพิบัติ ใหญ่โต แต่ทําไมน้ําท่วมครับ คนทั้งประเทศรู้กันไปทั่ว น้ําท่วมเพราะรัฐบาลไม่ใส่ใจ ไม่ใส่ใจครับ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน ศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติทําอะไรอยู่ ท่านปล่อยให้น้ําท่วมแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าท่านประธานพอจําได้นะครับ ท่านคงพอจําได้ว่า ตอนนั้นฝนตกประมาณวันที่ ๑๔ ตุลาคม พอตกลงมาเสร็จน้ําก็ไหลเข้าไปในอ่าง ประมาณวันที่ ๒๕ ตุลาคมฝนตกเข้าไปอีก รัฐบาลก็เฉย ปล่อยให้น้ําเต็มอ่างเก็บน้ําไปหมด พอสุดท้ายมาน้ําลูกแรกเต็มอ่าง น้ําลูก ๒ ไหลตาม เท่านั้นละครับท่านประธาน เกิดน้ําท่วม เกิดความเจ็บปวดรวดร้าว เกิดความเสียหายกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศอย่างแสนสาหัส แล้วรัฐบาลทําอะไรครับ แทนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะลงมาสั่งการ เยียวยา หรือแก้ไขปัญหา อย่างทันท่วงที ลอยตัวครับ ปล่อยให้มีการตั้งศูนย์ขึ้นไป ปล่อยให้ท่านอภิรักษ์ เป็นประธานศูนย์ตั้งศูนย์ขึ้นไป แล้วแก้ได้ไหมครับ การที่ต้องบูรณาการหลายกระทรวง หลายหน่วยงานนั้นแก้ไม่ได้ สุดท้ายความเจ็บปวดรวดร้าวก็เกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทย ท่านประธานครับ น้ําท่วม ๗๔ จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย ๑๐.๘๐ ล้านไร่ ประชาชนเสียชีวิต ๒๒๗ คน ประชาชน ได้รับผลกระทบ ๓,๘๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีผู้ประสบภัย ๓,๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย โรงเรียน เสียหาย ๑,๐๘๓ แห่ง สถานที่ราชการ ๔๗๔ แห่ง โครงข่ายคมนาคม ๒๔,๖๘๑ สาย สะพาน ๑,๑๑๓ แห่ง วัด มัสยิด ๑,๒๑๖ แห่ง บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง ๒๑,๐๘๒ หลัง บางส่วน ๒๒๘,๒๖๒ หลัง ความเสียหายเหลือจะคณานับครับ ไม่ใช่แค่ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ จะชดเชยได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับนะครับว่ามีความเสียหายหลายหมื่นล้านบาท นั่นละครับคือความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาลอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เพิ่มเติม พอดีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งอยู่ตรงนี้ ผมอยากจะ เรียนท่านประเด็นนี้ครับ งบประมาณเบี้ยยังชีพของคนชรา ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ในเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ฉบับที่ ๒ เล่มสีฟ้า หน้า ๓๖ ข้อ ๒.๑.๓ กําหนดระยะเวลาดําเนินการไว้ ๖ เดือน เดือนเมษายนถึง เดือนกันยายน และในข้อ ๒.๑.๔ กําหนดกิจกรรมและวิธีการดําเนินงานไว้ ๑. ส่งเสริม และสนับสนุนการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ อัตราคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ๒. ดําเนินการขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ ดําเนินการใน ๖ เดือนหลังนี้นะครับ ๓. องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดําเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สูงอายุ จัดทําทะเบียนประวัติผู้สูงอายุ และแจ้งรายชื่อผู้สูงอายุแก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านประธานครับ ข้อ ๒.๑.๕ เป้าหมาย โครงการ ตัวชี้วัดผลสําเร็จ ตัวชี้วัดเชิงปริมาณคือจํานวนผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ๘๒๓,๓๓๕ คน ผมจะไล่ตัวเลขให้ท่านประธานฟังช้า ๆ นะครับ ๖ เดือนคนละ ๕๐๐ บาท ๓๐ คนก็ ๓,๐๐๐ บาท เอา ๓,๐๐๐ บาทคูณกับ ๘๒๓,๓๗๕ คน เป็นเงินเพียง ๒,๔๗๐,๐๐๕,๐๐๐ บาท ๒,๔๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลตั้งเอาไว้ ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งเป็น ๒ เท่าครับท่านประธาน ตั้งได้อย่างไร จะไปจัดสรรได้อย่างไร ในเมื่อกําหนดเวลาไป ๖ เดือน ท่านบอกว่าจะจ่ายย้อนหลัง จ่ายอย่างไรครับ งบประมาณตั้งวันนี้มันต้องจ่าย ๖ เดือนข้างหน้า กิจกรรมเขียนไว้ชัดเจนว่า ๖ เดือน แล้วก็เขียนไว้ครับว่าคนละ ๕๐๐ บาท เขาไม่ได้เขียนไว้ ๑,๐๐๐ บาท ท่านจะจ่ายอย่างไรเพราะฉะนั้นงบประมาณส่วนที่เกินมา ท่านจะทําอย่างไร ท่านตั้งให้ใคร ท่านตั้งผิดพลาดอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านตั้งเกินครึ่งหนึ่ง ถ้าตั้งแบบนั้น ท่านประธานครับ เขาเรียกว่าวัดครึ่งหนึ่ง กรรมการครึ่งหนึ่ง เป็นอย่างนั้น หรือเปล่า รัฐบาลต้องนําไปแก้ไขนะครับ ท่านไม่สามารถตั้งงบประมาณเกินกว่ากิจกรรม ที่ตั้งไว้นะครับ ที่จริงไปดูเอกสารงบประมาณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ผมอยากจะเรียนท่านนะครับ ผมไม่เข้าใจท่านลองไปดูตัวเลขใหม่จํานวน ๘๒๓,๓๓๕ คนนี้ ต่อให้คูณด้วย ๖,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ มันก็เป็นเงินแค่ ๔,๙๔๐,๐๑๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านตั้งไว้ ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาท เกินไป ๑,๗๐๐ ล้านบาท เอกสารงบประมาณผิดได้อย่างไร แล้วจะให้เราไว้วางใจบริหารเงินของแผ่นดินเป็นหมื่นล้าน แสนล้านได้อย่างไร บวกเลขแค่นี้ ก็ผิด ผมไม่อยากพูดนะครับ แต่เอกสารงบประมาณผิดไม่ได้ รัฐบาลนี้ปล่อยปละละเลย หละหลวมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ผมไม่ทราบว่าท่านจะแก้ตัวกันว่าอย่างไร แต่ผมไม่เคยเห็นการทําเอกสารงบประมาณเช่นนี้มาก่อน และต้องกราบเรียนนะครับ ท่านบอกว่าท่านคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ใช่ครับ นั่นคือท่านคาดการณ์ในอดีต แต่มันยังไม่จบสิ้นนะครับ เงินท่วมแค่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง ท่านตั้งว่าปีนี้ต้องได้ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก่อนท่านไปเปิดศึกสงครามกับเขมร ก่อนท่านจะระงับสินค้า ให้เข้าไปขายที่เขมรครับ ก่อนที่ต่างชาติเคลื่อนย้ายเงินทุนออก หุ้นตกมโหฬารก่อนที่ ราคาสินค้าจะขึ้นแพงมโหฬาร การจับจ่ายใช้สอยลดลง นั่นคือประมาณการไว้ก่อนครับ แต่ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจจะเป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์หรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาบอกว่าเศรษฐกิจดี พี่น้องประชาชนดีหมด ผมอยากจะกราบเรียน อย่างนี้นะครับ วันนี้จีดีพีที่มันเพิ่มขึ้นมันเพิ่มจากการส่งออกนะครับ คนร่ํารวย รวยครับ นายทุน รวยครับ กลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ รวยครับ ท่านไปดูสิครับ กลุ่มทุนใหญ่รวยหมดเลย ปีนี้รวยที่สุดไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน กําไรถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เยอะแยะไปหมด แต่พี่น้องประชาชนระดับชั้นกลางลงไปถึงรากหญ้ายากจนหมดครับ ในนามผู้แทนราษฎรถามพี่น้องผู้แทนราษฎรสิครับ ประชาชนยากจนลงไหม หนี้สินครัวเรือน เพิ่มขึ้นไหม ใช่ครับ พี่น้องครับ ไปถามพี่น้องประชาชนสิครับ ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก ราคาสินค้าแพงจับไม่ติด แล้วรัฐบาลทําอะไรครับ ยินดีปรีดา เศรษฐกิจดี ท่านปลอบใจ ใครครับ ท่านนึกหรือครับว่าเม็ดเงินที่ได้ไปนั้นจะมาซื้อใจพี่น้องประชาชนได้ ลองวัดใจกันดู ก็ได้ครับ ให้คนรวยที่รวยขึ้นเลือกประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมไปเลย แต่ถ้าพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลเห็น แล้วครับฝีมือรัฐบาลมีแค่ไหน ปล่อยให้บริหารมาเห็นแล้วครับเป็นอย่างไร ลองเขาไม่เลือกสิครับปีหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เหลือสัก ๕๐ คนก็เก่งแล้ว ท่านบริหารเศรษฐกิจอย่างนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ ได้อย่างไร ประเทศไทยเป็นอาชีพเกษตรกรรรมไม่มีน้ํามันปาล์มใช้ ตลก เดี๋ยวถึงเวลา ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจจะเห็นครับ ใครเป็นคนกุมน้ํามันปาล์มในภาคใต้ ใครได้รับผลประโยชน์ ในภาคใต้ถึงวันนั้นจะแจงอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เวลาอาจจะไม่เยอะ ไม่มีเวลาแจงได้ แต่ตอน ไม่ไว้วางใจท่านจะเห็นแน่ แล้วพี่น้องประชาชนจะรู้ครับว่ารัฐบาลนี้เอาเปรียบพี่น้อง ประชาชนอย่างไร เห็นแก่ผลประโยชน์ เห็นแก่ได้อย่างไร แสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง อย่างไร กับพวกพ้องอย่างไร กินเลือดกินเนื้อพี่น้องประชาชนอย่างไร จะได้เห็นวันนั้นครับ ท่านประธานครับ ไปดูเบี้ยยังชีพคนพิการอีกเหมือนกันเลยครับ ๑๖๙,๕๗๒ คน ถ้าจ่าย คนละ ๖ เดือนก็คูณด้วย ๓,๐๐๐ บาท ก็เป็นเงินอยู่แค่ ๕๐๘,๗๑๖,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาล ตั้งเกินไปอีกเท่าหนึ่งตั้งขึ้นไปรวมเป็น ๑,๐๑๗,๔๓๒,๐๐๐ บาท เงินตัวนี้มันหายไปไหนครับ ท่านตั้งไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าบอกแล้ว ๖ เดือน คนละ ๕๐๐ บาท เขียนให้ชัดเจน ในเอกสารงบประมาณท่านจะตั้งอย่างไร มีสํานักงบประมาณมาชี้แจง ๒ คน ๓ คน ชี้แจงไม่ตรงกันเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันท่านทําอะไร ตรงนี้เองเป็นความบกพร่องของ รัฐบาลอย่างร้ายแรง ผมอยากให้ท่านเอากลับไปดําเนินการแก้ไข ท่านประธานครับ เป็นที่ น่าละอายมากที่คนที่เป็นผู้แทนราษฎรจากสภาแห่งนี้ไปเป็นรัฐบาลแล้วทําเรื่องอย่างนี้ ออกมาได้ หละหลวม ไม่น่าจะเชื่อเลยว่าจะเกิดในรัฐบาลนี้ ผมอยากเรียนท่านประธานครับ งบประมาณที่ตั้งไว้นี้ไม่สมเหตุสมผลโดยสิ้นเชิง วันนี้ผมเชื่อว่าเมื่อถึงปลายปีการตั้งงบประมาณอาจจะไม่เป็นอย่างที่ท่านคาดหมายไว้ ท่านอาจจะเก็บงบประมาณไม่ได้เกินถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านจะทําอย่างไร ถ้าเก็บไม่ได้ เก็บภาษีเพิ่มขึ้นใช่ไหมครับ ท่านไปดูตัวเลขเม็ดเงินเพิ่มสิครับ เม็ดเงินที่เพิ่ม มานั้น ปีที่แล้วท่านเก็บภาษีปิโตรเลียมและสรรพสามิตน้ํามันเพิ่มขึ้น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินอยู่ ๒๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ท่านเก็บได้เพิ่มอีก ท่านดีใจครับ เก็บภาษีได้เยอะ พี่น้องประชาชนจะแย่ครับ ลดราคาน้ํามันลงไปได้ไหมครับ ลดภาษีน้ํามันลงไปได้ไหมครับ ลดค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนลงได้ไหมครับ ท่านเห็นใจพี่น้องประชาชนบ้างได้ไหมครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมเรียนว่าผมผิดหวังกับรัฐบาลนี้เป็นอย่างยิ่ง ผมเรียนนะครับ ผมเห็นรัฐบาลมาหลายรัฐบาล เห็นมาหลายชุดหลายสมัย แต่ผมเรียนด้วยความเคารพครับ รัฐบาลนี้ท่านทํางานไม่เป็นจริง ๆ ผมว่าหมดเวลาของท่านแล้ว ที่ท่านจะมาเป็นรัฐบาลที่จะ มาแสวงหาผลประโยชน์ มีใครในประเทศไทยไม่รู้บ้างไหมครับว่ารัฐบาลนี้ทุจริตมหาศาล นักวิชาการ เอกชน ครูบาอาจารย์ เด็กนักเรียนรู้หมดว่ารัฐบาลนี้ทุจริตมากมายมหาศาล ได้เงินแล้วเอาไปทําอะไรครับ เตรียมเลือกตั้งครับ ใช้จ่ายเงินในพื้นที่เลือกตั้งเยอะแยะ จ่ายตรงโน้น จ่ายตรงนี้ หวังว่าจะเอาเงินที่ได้จากการทุจริตไปซื้อใจพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ คนไทยคงไม่หลงให้เขาเอาเม็ดเงินที่มาจากการทุจริตไปหลอกลวง และจูงใจได้ เพราะฉะนั้นผมเรียนนะครับ พอเถอะครับ พอได้แล้ว ผมว่าเม็ดเงินเอาไปนี้ ทั้งงบประมาณที่เกี่ยวกับอุทกภัยการเยียวยานี้จะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นอีก ขอร้องรัฐบาล เถอะครับ ท่านเป็นรัฐบาลมา ๒ ปีแล้ว ท่านก็ทําความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ท่านก็สร้างเรื่องทุจริตไว้มากมายมหาศาล เงินอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ จริง ๆ แล้ว สามารถไปลดเงินกู้ได้ สามารถใช้ลดหนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนได้ วันนี้ท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านสร้างหนี้เพิ่มมา ๑,๔๙๐,๐๐๐ ล้านบาท มากมายที่สุดเท่าที่เคยมีรัฐบาลมา วันนี้รัฐบาล มีภาระหนี้ทั้งหมดรวมกับยอดเงินผูกพันไว้ประมาณ ๔.๖ ล้านล้านบาท ปีที่แล้วท่านใช้หนี้ไป ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นดอกเบี้ย ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงินต้นเพียง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น ถ้าใช้อย่างนั้นอีก ๔๐๐ ปีก็ไม่หมด แต่นี่ท่านก็กู้เพิ่ม แบบนี้พี่น้องประชาชนรับไม่ไหว วันนี้หนี้พี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นถ้าเฉลี่ยต่อหัวแล้วตกประมาณ ๗๓,๐๐๐ บาท นั่นคือ เม็ดเงินภาษีที่ท่านจะเก็บจากพวกเขาใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ บอกรัฐบาลเถอะครับ หมดเวลาแล้ว บอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ พี่น้องประชาชนไม่ต้องการท่านเป็นรัฐบาล อีกต่อไป ขอให้ท่านคิดตรึกตรองและหยุดยั้งการกระทําที่ก่อให้เกิดการทุจริตและคิดเพื่อ พี่น้องประชาชนบ้างครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวรงค์ เดชกิจวิกรม ๗ นาที

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก อยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า คําที่บอกว่าประชาชนไม่ต้องการ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปนั้น ไม่จริงครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังมีความชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยศักยภาพในการบริหารประเทศ ท่านประธานคงจําได้ว่าอดีตที่ผ่านมามีคนพยายามที่จะ กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้กู้ กู้ แล้วก็กู้ แต่สังเกตวันนี้ คําว่า กู้ กู้ อาจจะมีหลุดบ้างมาบ้าง แบบเผลอตัว ท่านประธานคงจําได้ว่าในชีวิตจริงของเราในการทําธุรกิจถ้ามีความจําเป็น ต้องการเงินทุนก็จําเป็นจะต้องกู้ แต่คนที่กู้ที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้นจึงจะทําให้กิจการของธุรกิจ มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น เหมือนกันครับท่านประธาน ในช่วงที่รัฐบาลเจอวิกฤติเศรษฐกิจ ของประเทศ ทั่วโลกมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหมด แนวทางในการหาเงินก็มีอยู่ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือขายสินทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องการจะเป็นขายชาติ อยู่แล้ว ส่วนที่ ๒ ก็คือขึ้นภาษี ซึ่งเราก็ไม่ขึ้นภาษี ส่วนที่ ๓ ก็คือความจําเป็นจะต้องกู้ แต่วันนี้ผ่านไปประมาณปีเศษ ๆ เกือบ ๒ ปี บทพิสูจน์ได้พิสูจน์ฝีมือท่านนายกรัฐมนตรี พิสูจน์ฝีมือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าท่านบริหารประเทศได้ยอดเยี่ยมมากครับ คําถามถามว่าทําไมบริหารประเทศได้ยอดเยี่ยม ท่านประธานคงจะรับทราบว่าวันนี้เศรษฐกิจ ดีขึ้น การส่งออกดีขึ้น การบริโภคในประเทศดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น แม้แต่เหตุการณ์ ที่มีความไม่สงบเกิดขึ้นภายในประเทศ รวมทั้งภาวะการว่างงานที่ต่ํากว่าที่คาดคิด ก่อนหน้านี้เราเคยคาดว่าคนจะตกงานถึงเกือบๆ ๑,๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขล่าสุดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนเศษ มันจึงเป็นผลพวงที่ทําให้สภาพัฒน์คาดว่าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะโต ไม่ต่ํากว่า ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ ผลพวงของการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศมันก็ไม่แปลก ที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ซึ่งเป็น ๓ กรมใหญ่ของประเทศในการ จัดเก็บภาษี จัดเก็บภาษีได้เกินเป้า ตัวเลขล่าสุดหลังจากผ่านไปแค่ ๔ เดือน คือเดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔ เราเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๖๔,๒๔๗ ล้านบาท สูงจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ๖๔,๒๔๗ ล้านบาท ซึ่งถ้าประเมินทั้งปีอย่างไม่เข้าใครออกใครคาดว่า จะเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ประโยคที่ว่ากู้ ๆ มันหมดสมัยแล้วครับท่านประธาน วันนี้มีแต่รวยอย่างเดียวท่านประธาน เก็บภาษีได้เกินเป้าอย่างเดียว และเป็นบทพิสูจน์ที่ชี้ให้เห็นว่าคนที่มีฝีมือบริหารประเทศ เท่านั้นจะสามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าหมาย และสามารถเอาไปชดใช้หนี้ได้ อยากจะ กราบเรียนท่านประธาน หลายคนพยายามพาดพิงในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหา เรื่องน้ําท่วมก็ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีครับ การแก้ปัญหาเรื่องเร่งด่วน การแก้ปัญหา การเยียวยา โดยเฉพาะพี่น้องชาวไร่ชาวนาบ้านผมบอกว่าเกิดมาในชีวิตไม่เคยเจอ ไม่คิดว่า ชาวนาน้ําท่วมทีจะได้ ๓ เด้ง คําว่า น้ําท่วมได้ ๓ เด้ง ก็คือได้พันธุ์ข้าวด้วย ได้เงินช่วยเหลือถึง ไร่ละ ๒,๐๙๘ บาทต่อไร่ อดีตที่ผ่านมาได้แค่ ๖๐๖ บาท แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ทําได้จริง และส่วนที่ ๓ คือยังได้เงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ วันนี้พี่น้องชาวนาชื่นชม มากครับ คิดไม่ถึงว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําได้ดีมากและทําได้รวดเร็ว ที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านผม ชาวไร่ ชาวนามาลงทะเบียนเดือนพฤศจิกายน อดีตที่ผ่านมาน้ําท่วมทีรอ ๑๐ เดือนครับ ท่านประธาน แต่วันนี้ ๒ เดือนครึ่งเงินถึงมือครับ จึงบ่งบอกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า นี่คือ ฝีมือของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ประโยคที่พยายามบอกว่าวันนี้ ชาวบ้านจนลงไม่จริงครับท่านประธาน ผมพูดด้วยความยืนยันเลยครับ ผมคุยกับพวก บริษัทลิสซิ่งเขาบอกวันนี้ลําบากครับ ปล่อยยากขึ้น ชาวบ้านมีเงิน คุยกับคนปล่อยเงินกู้ นอกระบบก็บอกว่าปล่อยยากขึ้น เพราะชาวบ้านมีเงิน เหตุผลก็พูดง่าย ๆ ว่าชาวบ้านมีเงิน เพราะอะไรครับ โครงการประกันรายได้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถึงมือชาวไร่ชาวนา ทุกหลังคาเรือนที่ลงทะเบียนกับรัฐบาล โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี จริงอยู่อาจจะมี วิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่นั่นคือมาตรฐานของการเรียนฟรี ๕ รายการ รัฐบาลใช้เงินประมาณ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน ก็เหมือนกับว่าพี่น้องก็ประหยัดเงินโดยในทางตรงกันข้าม โครงการผู้สูงอายุเพื่อนสมาชิก รับรู้อยู่แล้วว่าเป็นโครงการจ่ายตรงถึงผู้สูงอายุ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงทําให้เงินผ่านมือชาวบ้าน มากขึ้น ผมยืนยัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านอยู่ในที่นี้ท่านมั่นใจแล้วว่า กระบวนการ โครงการ แผนงาน นโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ทํา เงินถึงชาวบ้านจริง ๆ ครับ ดังนั้นการพาดพิงของเพื่อนสมาชิกพยายามพูดไปเรื่อย บางครั้งอาจจะเรื่อยเปื่อยไป แล้วผม ภูมิใจที่ ๓ อย่างในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ตั้งงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นการบ่งบอกถึงวินัยทางการคลัง เงินเอาไปใช้หนี้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท บ่งบอก จริง ๆ ว่าท่านมีวินัยในการใช้เงินของประเทศ ไปเจอรัฐบาลบางรัฐบาลครับท่านประธาน มีเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะเอาไปใช้หนี้ บางครั้งเอาไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย วันนี้นายกรัฐมนตรีท่านประกาศชัดเจน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้หนี้เงินคงคลัง นี่คือ การใช้หนี้ครับ ดังนั้นคําว่า กู้ กู้ กู้ หมดแล้วครับท่านประธาน มีแต่รายรับเข้าประเทศ เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้ นอกจากนั้นแล้ว ข้อกล่าวหาในเรื่องของผู้สูงอายุผมตรงไปตรงมาครับ ก็ในเมื่อมีการพิสูจน์แล้วว่ามีผู้สูงอายุมาลงทะเบียนเกินกว่าเป้าหมาย รัฐบาลจึงจําเป็นต้อง ตั้งงบประมาณกลางปีประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งผมมองว่าเรื่องเหล่านี้ตรงไปตรงมา และสุดท้ายประเด็นที่ ๓ ในการใช้จ่ายงบประมาณกลางปีครั้งนี้ก็คือเอามาฟื้นฟูประเทศ ในช่วงเกิดวิกฤติภัยพิบัติ รัฐบาลทําไป ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน และอย่างที่ ๒ คือรัฐบาลได้เยียวยา พี่น้องประชาชน ขณะนี้รัฐบาลกําลังทําในสิ่งที่ ๓ ก็คือเอามาพัฒนาฟื้นฟู และสิ่งที่ น่าภาคภูมิใจครับ เขาพยายามกล่าวหาว่าเงินนี้พยายามเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง แต่ท่านประธานลองคิดดูนะครับ ถ้าเก็บไว้เฉพาะกระทรวงของพรรคประชาธิปัตย์ก็อาจจะ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมภูมิใจเวลาคุยกับพี่น้องประชาชนได้อย่าง เต็มปากคือซีดีแผ่นนี้ ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนให้ความโปร่งใสของการใช้จ่ายเม็ดเงิน งบประมาณด้วยการจัดทําซีดี เพื่อบ่งบอกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเอาไปทําอะไรบ้าง นี่คือความโปร่งใสที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถ บริหารเม็ดเงินงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเกียรติ นาสิมมา ๑๐ นาทีครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา ส.ส. ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ พ.ศ. .... อันที่จริงการตั้งงบประมาณเพิ่มเติม กลางปีนั้นเราก็สามารถที่จะทําได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีความจําเป็น แล้วก็ต้องมีเงิน แต่ทีนี้ความจําเป็นที่กําลังจะพูดถึงนี้เท่าที่ฟังจากรายงานของ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีความจําเป็นขนาดไหน แล้วฟังจากเพื่อน ส.ส. ด้วยกันที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขค่าใช้จ่ายบางอย่าง บางจํานวนในระยะเวลาที่จํากัด คือ ๖ เดือนอย่างนี้ ก็ยังเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะสับสน ขณะนี้เรากําลังพิจารณากฎหมาย ถ้าตัวเลขมันไม่ชัดเจน ไม่เป็นไปตามกรอบเวลาและจํานวนนั้นเราจะได้ชื่อว่ากฎหมาย ได้อย่างไร หรือว่ามีเงื่อนงําเลศนัยที่จะทําอะไรไว้กับงบประมาณเพิ่มเติมชิ้นนี้ อันที่จริงผม ยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่รัฐบาลได้แสดงไว้ว่าในไตรมาสแรกสามารถที่จะเก็บเงินจากรายได้ จากภาษีได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ ของพรรคที่ส่งมาให้ ผมเห็นแล้วผมก็ตกใจ เพราะตัวเลขที่แสดงออกมานั้นเปรียบเทียบ ในเดือนเดียวกัน ไตรมาสแรกคงจะอยู่ในเดือนตุลาคมปีที่แล้วถึงเดือนมกราคมปีนี้ เขาเปรียบเทียบว่าในเดือนเดียวกันรายได้เฉพาะเดือนธันวาคม รายได้จากภาษีนี้เก็บลดลงถึง ๒๒,๖๔๕.๓๕ ล้านบาท ลดลงถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นตัวเลข ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มาอย่างไร และนอกจากนั้นการใช้จ่ายของภาครัฐยังมีความจําเป็นที่จะต้องกู้เงินเป็น รายเดือนต่อไป และในเดือนธันวาคมนั้นรัฐก็มีการกู้เงินจํานวนถึง ๑๒,๘๕๐.๔๑ ล้านบาท รวมเงินทั้ง ๒ ส่วนในไตรมาสแรกที่ว่านั้น ที่รัฐบาลบอกว่ามีรายได้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นตัวเลขที่สูญเสียไปถึง ๓๕,๔๙๕.๙๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวเลข ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมคิดว่าไม่เป็นความจริง เป็นการจงใจบิดเบือนที่จะมาตั้งงบประมาณรายจ่ายกลางปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะสถานการณ์ประเทศในปัจจุบันเราต้องสู้รบ เราต้องป้องกันดินแดนของเราจากเพื่อนบ้านที่กําลังรุกรานกันอยู่ สถานการณ์ของเรา ไม่ใช่ได้ยินแค่ประเทศไทยเท่านั้น ได้ยินถึงต่างประเทศ แน่นอนคนที่จะมาลงทุนก็ดี รายได้จากการลงทุนจากต่างประเทศนี้ผมคิดว่าเป็นศูนย์ในระยะนี้ การส่งออกก็ตกต่ํา เพราะอัตราค่าเงินบาทของเราก็แข็ง ถามว่าเก็บภาษีได้ไหม ผมเห็นรายการวิเคราะห์นี้ ภาษีในช่วงเดียวกันนี้มันลดลงอย่างที่พูดถึง ก็แสดงว่าภาคเอกชน ภาคประชาชนไม่มีรายได้ คือรายได้ตกต่ํา ภาษีจึงเก็บได้น้อยลง สถานการณ์ภายในตัวเมืองหลวงก็ดี ก็มีการชุมนุม ผมจึงไม่มั่นใจว่าเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านว่าจะเก็บได้นี้มาถึงวันนี้ทั้งปีจะได้หรือครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะได้จริงหรือครับ ผมอยากจะขอให้ท่านชี้แจงรายละเอียดอีกนิดหนึ่ง ว่าถ้ามันได้จริงผมก็ยินดีด้วย แต่ถ้ามันได้ไม่จริงปัญหาอะไรจะเกิดขึ้น ปัญหาขณะนี้ภาครัฐ รัฐบาลกําลังแสดงว่าเศรษฐกิจดี มีเงินเฟ้อ ถ้าถามว่าเงินที่ท่านนําลงไปสู่เงินงบประมาณ ก้อนนี้ ท่านนําลงไปสู่พื้นที่อีก มันยิ่งจะเฟ้อมากขึ้น ทีนี้อะไรเกิดขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ต้องมาดูแล เพื่อควบคุมไม่ให้เงินมันเฟ้อแรงเกินไป เพื่อควบคุมให้หลาย ๆ อย่างมันอยู่ ในขั้นที่มีมาตรฐานปกติ อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ย อาจจะมีมาตรการอื่น ๆ แน่นอน การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยกระทบผู้ลงทุนแน่นอน และถามว่าผู้ลงทุนนี้ เอกชนที่ผลิตสินค้าบริโภค อุปโภคออกขายให้ประชาชนนี้เขายอมหรือที่ขาดทุน ไม่ยอม หรอกครับ นั่นก็คือสินค้าบริโภค อุปโภคจะต้องขึ้น เป็นปัญหาการครองชีพของประชาชน ต่อไป นี่หมายถึงวินัยทางการคลังไม่ได้ผล ไม่ได้คํานึงถึง ถ้าหากว่าท่านคิดถูก ประเมินถูกว่า รายได้คงจะได้นี้ผมก็ไม่ได้ว่านะครับ แต่ถ้าประเมินผิดนี้งบประมาณปีหน้าก็จะเกิดปัญหาอีก ซึ่งมันก็จะเป็นอย่างนี้เป็นวัฏจักร แล้วในที่สุดความล่มจมก็จะมาถึงประเทศชาติ หนี้สาธารณะก็จะเพิ่มขึ้น ผมมองเห็นรัฐบาลนี้ยังไม่เคยมีแผนงานที่จะหารายได้นอกจาก เก็บภาษีจากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีที่เก็บง่ายที่สุดก็คือภาษีน้ํามัน ซึ่งเพื่อน ได้อภิปรายไปหลายคนแล้ว ผมก็ไม่อยากพูดถึง แต่นั่นผมอยากจะชี้ให้เห็นว่ารายได้อื่น ของรัฐไม่มี ถ้าภาวะสถานการณ์ของประเทศเป็นอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าท่านเก็บภาษีไม่ได้ และอย่างที่เพื่อน ส.ส. ท่านวรวัจน์ได้พูดถึงเรื่องรายจ่ายบางประการ ซึ่งจริง ๆ แล้วหลายคน ก็พูดไปแล้ว ว่าเงินที่จะเข้ามาจ่ายในเรื่องผู้สูงอายุก็ดีหรือผู้พิการก็ดีนี้ ก็สามารถที่จะใช้จ่าย จากงบกลางซึ่งตั้งไว้แล้วเป็นงบประจําปี ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปยังไม่ถึงครึ่ง หรือประมาณ ครึ่งหนึ่ง ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง ทําไมไม่ใช้ตรงนั้นเสียก่อน และจริง ๆ แล้วก็ควรจะต้อง ระมัดระวังด้วยว่ามันจะเก็บเงินได้ตามเป้าจริงหรือไม่ ตรงนั้นสําคัญมากกว่า ถ้าหากว่า ตัวเลขยังเหลื่อมกันอยู่อย่างนี้ ผมว่านี่คือกฎหมายนะครับ แล้วมันจะเป็นกฎหมายได้อย่างไร กรอบการใช้เงินไม่ถูกต้อง และยังเกินไปอีก เงินที่เกินไปนี้มันเกินจากกฎหมายไปอย่างนั้น แล้วไม่มีที่ลงที่ใช้ และจะเอาไปทําอย่างไร นี่แหละชาวบ้านถึงได้พูดว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลใบสั่ง ไม่เคยปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เคยรักษา กฎหมาย ไม่รักษาระเบียบวินัย การออกงบประมาณกลางปีคราวนี้ก็เป็นการขัดต่อสิ่งที่ ควรจะเป็น สิ่งที่ควรจะทํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวินัยทางการคลังขัดอย่างยิ่ง และตัวกฎหมาย ก็มีปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียน เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลไม่ควบคุมวินัย ไม่รักษากฎหมาย จึงปล่อยให้เพื่อนของท่านทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงจนเอิกเกริก เงินงบประมาณที่อุดอัดลงไป ในพื้นที่ครั้งนี้ ผมคิดว่ามีปัญหาแน่นอน การทุจริตจะเบ่งบานเบิกบาน ส่วนผู้ที่รับกรรม จะต้องถูกรีบภาษีต่อไปก็คือประชาชนตาดํา ๆ ผมขอเวลาครึ่งนาทีครับท่านประธาน ผมขอสรุปนิดเดียว ผมได้ยินเสียงท่านประธานผมก็ตกใจแล้วครับ ขอนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาก็คือเวลาครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับ ก็อยากจะขอให้ รัฐบาลช่วยกรุณาดูรายจ่ายให้ละเอียด สําคัญที่สุดผมเชื่อว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ ก็คงจะมีความบริสุทธิ์พอที่จะตรวจสอบติดตามการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงจากองค์กรต่าง ๆ ซึ่งชาวบ้านเขาบอกว่าอย่าปล่อยให้เพื่อนทุจริต จนตัวเองจะต้องเสียหาย ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านอิสสระ ยกมือก่อนท่าน นานแล้วครับ แล้วเขาถูกพาดพิงด้วย

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนชี้แจงต่อที่ประชุม กรณีที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติหลายท่านได้อภิปราย แผนงานการใช้จ่ายเงินงบประมาณกลางปีในส่วนเรื่องสวัสดิการสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ คือการตั้งงบประมาณเพื่อใช้จ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะขอทําความเข้าใจชี้แจงด้วยเวลาสั้น ๆ ว่างบประมาณซึ่งตั้งไว้ในงบประจําปีนั้น ได้ตั้งไว้เพื่อจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท จํานวนผู้สูงอายุทั้งหมด ที่ตั้งไว้ในงบปี ๒๕๕๔ คือจํานวน ๕,๑๗๘,๐๕๒ คน เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓๑,๐๖๘,๓๑๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ นี่คืองบที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งเราได้พิจารณาไปแล้ว แต่ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วปรากฏว่ามีจํานวนผู้สูงอายุ ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากว่าได้มีการลงทะเบียนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ให้ลงทะเบียน ถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเวลาหลังจาก พ.ร.บ. งบประมาณประจําปี ๒๕๕๓ ได้ผ่านไปแล้ว ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในจํานวนผู้สูงอายุที่ได้ตรวจสอบหลังจาก กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศรับลงทะเบียน มียอดจํานวนผู้สูงอายุทั้งสิ้น ๖,๐๐๑,๓๘๗ คน ก็เท่ากับว่ามีจํานวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ๘๒๓,๓๓๕ คน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้น ก็เท่ากับว่าเบี้ยยังชีพจะต้องจ่ายจากจํานวนที่เป็นจริงนะครับ คือผู้สูงอายุนั้นตัดถึง วันที่ ๓๐ กันยายนของทุกปีนะครับ จะต้องจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุทั้งหมด คือ ๓๖,๐๐๘,๓๒๓,๗๐๐ บาท ท่านประธานครับ เมื่อเอาจํานวนงบประมาณซึ่งได้ตั้งไว้ในงบปกตินะครับ แล้วจะยังขาดเงิน อยู่ทั้งสิ้น ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาท ก็ตรงตามงบประมาณที่ดั้งไว้ในงบกลางปีพอดี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในงบกลางปีที่เขียนว่าระยะเวลาดําเนินการตั้งแต่ เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ นั้นคือเป็นระยะเวลาที่จะใช้จ่ายเงินงบประมาณ ตาม พ.ร.บ. นี้ แต่การตั้งจ่ายเงินงบประมาณนั้นตั้งจ่ายคลุมทั้งปี ท่านประธานครับ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าตามนี้ แล้วทีนี้ปัญหาว่าถ้าสมมุติว่าไม่มี พ.ร.บ. เงินงบประมาณกลางปี จะเอาเงินที่ไหนจ่าย ถ้าปกตินะครับกรณีเช่นนี้จะต้องใช้เงินงบกลางมาเป็นงบใช้จ่ายเงิน ส่วนนี้ แต่เนื่องจากว่าในงบประมาณงบกลางที่ตั้งจ่ายไว้กรณีฉุกเฉินและจําเป็นนั้นรัฐบาล ได้นําไปใช้จ่ายกรณีเงินช่วยเหลือเงินอุทกภัย เหลือเงินอยู่เพียงเล็กน้อยแค่นั้นเอง เมื่อมีการ ตั้งงบประมาณจ่ายกลางปีขึ้นมาจึงได้เอาเงินจํานวนนี้มาตั้งจ่ายในงบกลางปี จึงขอเรียนต่อ ที่ประชุมได้ทราบตามนี้ด้วยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ฯพณฯ กรณ์

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเล็กน้อยในการที่จะตอบคําถามหรือ ความกังวลที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านหลายท่านมีคําถามเดียว ก็คือหลายท่านได้อภิปรายไป ผมฟังก็เป็นห่วงนะครับว่าท่านไม่เชื่อว่าประมาณการรายได้ของทางกระทรวงการคลัง ที่ได้ประมาณการไว้ว่ารายได้ที่กระทรวงการคลังจะจัดเก็บได้ในปีนี้จะสูงกว่าเป้าที่กําหนดไว้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๔ ได้จริง และถึงจริงก็ไม่เชื่อว่าจะจัดเก็บได้เกิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามประมาณการที่เราได้ใช้เป็นสมมุติฐานในการกําหนดงบประมาณกลางปี ต้องขออนุญาต เรียนนะครับว่าความไม่เชื่อของท่านก็สอดคล้องกับในอดีตที่ทุก ๆ ครั้งเราเสนอตัวเลข ในแง่ของประมาณการรายได้ ท่านก็จะอภิปรายในทุก ๆ ครั้งนะครับว่าท่านไม่เชื่อว่า ทําได้จริง แต่สุดท้ายตัวเลขก็เป็นตัวบ่งชี้นะครับว่าในเกือบทุกกรณีเราสามารถที่จะจัดเก็บ ได้เกินเป้าที่เราได้กําหนดไว้ ซึ่งเป็นเป้าที่ท่านเองแต่เดิมไม่เชื่อว่าเราจะทําได้ จนกระทั่ง มีท่านสมาชิกฝั่งท่านเองหลายท่านะครับก็ได้อภิปรายในทํานองที่ว่าทําไมถึงทุก ๆ ครั้งเราถึง ได้สามารถที่จะหารายได้เกินกว่าเป้า แล้วก็หันมาโทษว่าอันนี้เป็นเพราะว่าเรากําหนดเป้า ไม่เป็นจริงหรือไม่ ผมขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น การบริหารจัดการในเรื่องของ การเงินการคลังที่ดี ผมต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธาน ก็คือต้องจัด โดยการกําหนดประมาณการด้วยความรอบคอบ เราต้องถือว่าเราอนุรักษ์นิยมในการที่จะ มีการประมาณการรายได้ เพื่อให้มีการกําหนดรายจ่ายอยู่ในกรอบประมาณการที่มี ความเป็นไปได้สูง ดังนั้นเมื่อเราบริหารจัดการด้วยเม็ดเงินงบประมาณส่งผลให้เศรษฐกิจมีผล ในเชิงบวก ผู้ประกอบการมีรายได้สูงขึ้น ประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ก็ทําให้เรา สามารถที่จะจัดเก็บรายได้ในรูปของภาษีเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน อันนี้ก็คือสาเหตุที่ทุก ๆ ครั้ง เราจะประมาณการรายได้ไว้ในระดับที่เรามั่นใจว่าเราทําได้จริง ถือว่าถ้าทําได้เกินกว่านั้น ก็เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ทีนี้วกกลับมาในส่วนของปีนี้นะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกถึงกับอภิปรายว่า ไม่เชื่อตัวเลขของทางราชการว่า ๓ เดือนแรก เราเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับท่านอย่างไรนะครับ ตัวเลขของราชการก็เป็นตัวเลขที่มีการสอบทาน เป็นตัวเลขที่ถูกต้อง และผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมด้วยว่านั่นคือ ๓ เดือนแรก และสถิติ การจัดเก็บรายได้ การสรรหารายได้ของรัฐบาลก็ดีต่อเนื่อง ในเดือนมกราคมเองเดือนเดียว เราสามารถจัดเก็บได้ถึง ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่กําหนดไว้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทําให้รายได้โดยรวม ๔ เดือนแรกในปีงบประมาณปีปัจจุบันสูงกว่า ประมาณการที่กําหนดไว้ถึง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ เดือนแรก ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อเพียงแค่ ๔ เดือนผ่านไป นั่นคือเกินครึ่งของประมาณการทั้งปี ที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราได้ใช้เป็นสมมุติฐานในการกําหนดงบประมาณกลางปีไว้ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมคิดว่าท่านมั่นใจได้ครับ แล้วพี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายอยู่มั่นใจได้ว่า เมื่อเพียงแค่ ๔ เดือนแรก เราสามารถที่จะมีรายได้ในส่วนของรัฐบาลสูงกว่าเป้าหมาย ที่กําหนดไว้ถึง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราตั้งสมมุติฐานไว้ทั้งปีเพียงแค่อีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เรามั่นใจในส่วนของกระทรวงการคลังว่าเราจะบริหาร ได้แน่นอน ในส่วนของการถามถึงประเด็นจังหวะในการจัดทํางบประมาณกลางปี เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีอิสสระก็ได้อธิบายในส่วนของการจัดสรรเม็ดเงินรองรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี ณ ปัจจุบันมีเหลืออยู่ ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เห็นนะครับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เหตุเกิดจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริง เราไม่เห็นความจําเป็นครับว่าทําไมเราถึงต้องรองบประมาณปี ๒๕๕๕ ในการ ที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อเรามีรายได้ที่เก็บได้อยู่แล้ว ณ เวลานี้ ที่สามารถที่จะนํามาจัดสรรเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ผมไม่แน่ใจว่าความหมาย ของหลาย ๆ ท่าน คือท่านต้องการรอให้เวลากับการจัดสรรงบประมาณต้องมีการ เลือกตั้งก่อน ถึงจะดําเนินการในการช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ แต่รัฐบาลนี้เมื่อเราเห็นว่า รายได้ในกระเป๋าเรามี การบริหารเงินสดของเราไม่ได้ทําให้มีประเด็นปัญหาในแง่ของ สภาพคล่องแต่อย่างใด เราก็พร้อมที่จะจัดสรรเม็ดเงินส่วนนี้เป็นเม็ดเงินงบประมาณ ผ่านงบกลางปีเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันที ถ้าท่านถามว่าทําไมไม่ใช้ งบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เพิ่งเรียนไปนะครับว่า ณ ปัจจุบันงบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรีเหลืออยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าต้องนําไปใช้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะชดเชยในส่วนของผู้สูงอายุที่มาขึ้นทะเบียนหลังจากสิ้นปีงบประมาณปีที่แล้ว จํานวน ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเหลือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะรองรับโครงการที่จะ เป็นการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเพียงแค่ ๒ รายการนี้ก็จะ ทําให้งบกลางท่านนายกรัฐมนตรีหมดไป และนี่เป็นเพียงแค่เดือนกุมภาพันธ์ ในอนาคต เมื่อพี่น้องประชาชนประสบภัยแล้งหรือเดือดร้อนจากเหตุการณ์อื่น ๆ ท่านจะให้ทางรัฐบาล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างไร มาตั้งงบประมาณกลางปีตอนนั้นก็สายไปแล้ว ดังนั้นการบริหารบ้านเมืองโดยเฉพาะการบริหารในเรื่องทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพครับว่าต้องการมีการวางแผนและต้องมีการบริหาร ด้วยความรอบคอบ เมื่อเราเห็นอยู่แล้วว่ารายได้มี สามารถที่จะจัดสรรได้และช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที ไม่มีประโยชน์ครับที่จะต้องรอคอย นั่นคือสาเหตุอันดับแรก ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับว่าเรามีความมั่นใจในส่วนของที่มาของรายได้และเรามีความมั่นใจ ในแง่ของจังหวะเวลา ว่านี่คือเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมที่รัฐบาลควรที่จะรีบยื่นมือไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิฑูรย์ นามบุตร

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากมาตรการที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็มาตรการต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนทําให้ เศรษฐกิจดีขึ้น เกษตรกรและพี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น

(นายประเกียรติ นาสิมมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงอะไรครับ คุณประเกียรติครับ คุณประท้วงอะไร คุณประท้วงใคร

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมกําลังประท้วงท่านประธาน กรณีที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขึ้นมาชี้แจง ซึ่งการชี้แจงว่าการตั้งงบประมาณคนสูงอายุกับคนพิการนั้นเป็นการตั้งงบประมาณทั้งปี แต่ผมอ่านเอกสารนี้ เอกสารนี้ระยะเวลาปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้เพียง ๖ เดือน เท่านั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๖ เดือนครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

แล้วเอามาจากไหนที่บอกว่าทั้งปี แล้วนั่นคือประการที่ ๑ ผมถามท่านประธานเท่านั้นนะครับ และอีกประการหนึ่งในร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมก็ไม่ได้พูดถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ แต่พูดถึงกระทรวงมหาดไทยในเงินตรงนี้ แล้วท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงเกี่ยวข้อง อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาเอาไปฝากครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ผมอยากจะขอประท้วงว่า มันไม่ถูกต้อง แล้วจะให้รับอันไหน จะรับตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงหรือว่าจะรับตามเอกสาร ที่สํานักนายกรัฐมนตรีส่งมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องรับตามเอกสารครับ พอแล้วครับ นั่งลงครับ เชิญคุณวิฑูรย์

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องครับ ท่านพลาดแล้ว ก็หยุดเฉย ๆ ครับ เชิญคุณวิฑูรย์ นามบุตร คุณวิฑูรย์คุณไม่อภิปรายใช่ไหม จะได้ให้คนอื่นต่อ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวสักครู่ก่อน ให้คุณวิฑูรย์เขาอภิปรายสักรอบหนึ่งก่อน เพราะเราเกินเขา เขาเสร็จแล้ว เรามา ๒ คน มันสลับกันครับ เชิญวิฑูรย์เร็วครับ จะได้ให้คุณอิสสระได้ชี้แจง ตอนนี้ให้ตั้งสติสักนิดหน่อยก่อนครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านพูดจบแล้วก็ท่านรัฐมนตรีอิสสระ ต่อนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเริ่มต้นใหม่ครับ ผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากการที่รัฐบาลมีมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็มาตรการต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนทําให้เศรษฐกิจดีขึ้น เกษตรกร พี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น การจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นก็เลยไม่มีความจําเป็นต้องไปกู้เงิน แล้วก็โชคดีก็คือมีเงินเหลือชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ก็ยังมีเงินเหลือที่จะฟื้นฟูและแก้ปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีข้อสังเกตที่จะนําเรียนไปยังท่านประธาน กชอ. ท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ แล้วก็กรรมาธิการดังต่อไปนี้ อันดับที่ ๑ อยากจะกราบเรียนว่าการจัดลําดับ ความสําคัญของงบประมาณที่จะลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับภัยพิบัตินั้นควรจะทําก่อนหลัง อย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเฉพาะภาคอีสาน ๑๙ จังหวัด ท่านประธานครับ ความรุนแรงของสถานการณ์น้ําที่เกิดขึ้นในภาคอีสานต้องแยกออกเป็น ๓ ประเภทครับ ๑. จังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ ๒. จังหวัดที่ประสบน้ําท่วม ๓. จังหวัดที่ประสบน้ําขัง จังหวัด ที่ประสบภัยพิบัติจริง ๆ ใน ๑๙ จังหวัดของภาคอีสานนี้ปฏิเสธเป็นข่าวทั่วไปก็คือ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ แต่จังหวัดน้ําท่วมมากที่สุดของภาคอีสานก็คือจังหวัด ยโสธร รองลงมามากที่สุดอันดับต่อไปก็คือจังหวัดอุบลราชธานี เพราะน้ํามูล น้ําชี จากโคราช จากจังหวัดชัยภูมิไหลมารวมกันที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร ท้ายที่สุดจังหวัดที่น้ํา ไม่ว่าจากมูล จากชี ที่ไหลมารวมกันก็คือจังหวัดอุบลราชธานี น้ําชี น้ํามูล ได้ไหลเอ่อท่วม ไร่นา ถนนหนทาง บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ําโขง ที่อําเภอโขงเจียม ที่พวกเรารู้กันครับว่าโขงสีขุ่น มูลสีคราม ดังนั้นจังหวัดที่น่าจะได้รับ การจัดสรรงบประมาณรองจากจังหวัดโคราช รองจากจังหวัดชัยภูมิ ก็น่าที่จะเป็นจังหวัด อุบลราชธานีและจังหวัดยโสธร ส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร ได้รับงบประมาณ ในส่วนนี้เท่าไร ผมทราบแล้วจากซีดี ผมจะไม่วิจารณ์ในส่วนนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จะสังเกตว่าจังหวัดอุบลราชธานีปีนี้ได้รับความเสียหายมากครับ ถนนไม่ค่อยดีครับ มีพื้นที่ ขรุขระ ผิวจราจรชํารุดทรุดโทรมมาก ถนนสู่แหล่งท่องเที่ยวที่เขาเรียกว่าสามพันโบก อําเภอโพธิ์ชัย ถนนเชื่อมระหว่างอําเภอตระการพืชผล อําเภอศรีเมืองใหม่ อําเภอตาลสุม อําเภอโขงเจียม อําเภอสิรินธร ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายครับ ไม่ว่าจะนําไปสู่ผาแต้ม แก่งตะนะ น้ําตกสร้อยสวรรค์ และสามพันโบก ถนนไม่ดีครับท่านประธาน พี่น้องประชาชน หรือคนไปท่องเที่ยวบอกว่าเรามีที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่เรียกว่าสามพันโบก แต่ถนนที่จะไปสู่สามพันโบกมันมีอยู่สามหมื่นโบกครับ ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะแยะมาก แต่ผมเองต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ และกรมทางหลวงชนบทที่กรุณาจัดงบกลางปีให้การสนับสนุนกับอําเภอเดชอุดม ซึ่งเป็น อําเภอใหญ่ครับ แต่ถนนเชื่อมอําเภอ ตําบล หมู่บ้านยังลําบากอีกหลายสาย ไม่ว่าจาก บ้านกลาง โนนสุขสันต์ มากมาย เม็กใหญ่ หลุบไหล่ หลุบเลา เม็กน้อย บัวเทียม ไปอําเภอนาจะหลวย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ฟังการชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการงบภัยพิบัติในครั้งนี้ก็คือว่า ๑. น้ําท่วมต้องมีรูปประกอบ ๒. มีความพร้อม มีแบบแปลนและประมาณราคาพร้อมที่จะดําเนินการ ๓. ต้องทําการ เบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณ คือ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ผมอยากจะ ขอการสนับสนุน และส่วนตัวก็ให้การสนับสนุนทุกโครงการอยู่แล้วครับ ผมเชื่อว่า ทุกโครงการมีรูปภาพประกอบ แต่ผมยังไม่เชื่อครับท่านประธานว่าทุกโครงการจะมี แบบแปลน และผมก็ยังเชื่อว่าเกินครึ่งหนึ่งยังไม่มีแบบ ยังไม่มีประมาณราคา ผมยกตัวอย่างเช่น งบของกรมชลประทาน ๑,๖๙๗ ล้านบาท ผมลองสุ่มดูแค่นั้นครับ ขุดลอกอู่ตะเภา หาดใหญ่ ๖๗ ล้านบาทนี้มีแบบหรือยังครับ สร้างอาคารประกอบละลมหม้อ ๘๐ ล้านบาท ซ่อมแซมฝายหนองตามะ จังหวัดศรีสะเกษ ๑๓ ล้านบาท มีแบบหรือยังครับ หรือถ้าถามต่อว่าซ่อมแซมขุดลอกระบบส่งน้ําที่จังหวัดตรัง ๒๕ โครงการ มีแบบ มีประมาณ ราคาหรือไม่ หรือยกตัวอย่างเช่น งบของทางหลวง ๑,๘๐๐ ล้านบาท ทางหลวงต้นม่วง ทางเลี่ยงเมืองตรังซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของทางหลวงมีแบบไหมครับ หรือยกตัวอย่างเช่น กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙๘๓ ล้านบาท จังหวัดอุบลราชธานีน้ําท่วมเยอะครับ แต่ท่านอธิบดีได้มาชี้แจงแล้วว่าทําไมมันได้มากได้น้อย เพราะอะไร ก็พอเข้าใจครับ แต่อยากจะสอบถามว่าซ่อมแซมฝายน้ําล้นโนนเจริญ ๑๘ ล้านบาท ซ่อมแซมห้วยจําเริญ จังหวัดสุรินทร์ ๑๗ ล้านบาท ซ่อมแซม ห้วยศักดิ์สิทธิ์ อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ๑๐ ล้านบาทนี้มีแบบไหม สุดท้ายหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ก็คือว่า ต้องทําให้เสร็จภายในปีงบประมาณ คือ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ผมนี่เป็นคนไม่เชื่อครับ เพราะว่าขนาดงบต้นปีครับ งบประจําปี ๒๕๕๔ ของเราผ่านมา ๕ เดือนแล้ว ยังใช้งบได้ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ งบกลางปีที่เราตั้งมานี้ มีเวลาดําเนินการ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ไม่กี่เดือนก็จะเข้าหน้าฝน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาไปพิจารณา ในขั้นคณะกรรมาธิการครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ดังนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่ามีเกณฑ์ ในการพิจารณาอย่างไร ผมนั้นสนับสนุนโครงการอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าอยากจะให้อธิบาย เหตุผล เพื่อที่จะไม่มีการถูกตําหนิว่าเราใช้งบประมาณและดําเนินการไม่เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่จะดําเนินการต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานชี้แจงทําความเข้าใจเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะว่าตามเอกสาร อย่างที่ท่านประธานบอกก็เป็นเรื่องจริง ๆ แล้วกระทรวงมหาดไทยเป็นคนเสนอ ของบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ ถ้าท่านสังเกตจากการฟังการอภิปรายตั้งแต่เช้ามา หลายท่านก็บอกว่าทําไมจึงให้ กระทรวงมหาดไทยเป็นคนไปจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทําไมกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จึงไม่ดําเนินการเอง เพราะเป็นผู้ดําเนินการตามนโยบายรัฐบาลส่วนนี้ อยู่แล้ว ขอเรียนให้ทราบว่าเนื่องจากว่าตั้งแต่วันแรกที่ทําการดําเนินตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งในส่วนนี้เนื่องจากว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไม่มีบุคลากรพอ และเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยนั้นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบต. และเทศบาล ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จึงได้ผลักโครงการงบประมาณรายจ่ายส่วนนี้ ให้ท้องถิ่นเป็นคนดําเนินการแทน ขอเรียนให้ทราบว่าขณะนี้กําลังดําเนินการว่าต่อไป ในอนาคตเงินงบประมาณส่วนนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็จะ ดําเนินการนํามาจ่ายเอง โดยเฉพาะในงบประมาณปี ๒๕๕๕ กําลังเตรียมการว่าส่วนใดที่จ่าย ผ่านธนาคาร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะรับมาจ่าย เป็นไปตาม มติคณะกรรมการการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ที่บอกว่าจะให้ดูเอกสารหรือจะให้ฟังผมชี้แจง มันถูกทั้ง ๒ อย่างครับ ท่านประธาน ที่ผมบอกว่ามันถูกทั้ง ๒ นั้นอย่างเนื่องจากว่างบประมาณที่ตั้งจ่ายให้กับ ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่มีสิทธิจะได้รับเบี้ยยังชีพจริง ๆ นั้นมีจํานวนทั้งหมด ๖,๐๐๑,๓๘๗ คน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาไม่ได้ท้วงท่านอย่างนั้น เขาท้วงว่าท่านเอางบประมาณจ่ายเต็มปี แล้วก็เอกสารในมัน ๖ เดือน จากเดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายนก็แค่นั้นเองครับ ก็จบ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ผมชี้แจงนิดเดียวครับท่านประธาน จํานวนผู้มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพ คือคนสูงอายุเพียงสิ้นวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ นะครับ มีจํานวนทั้งหมด ๖,๐๐๑,๓๘๗ คน แต่สํานักงบประมาณได้ตั้งจ่ายไว้ ๕,๑๗๘,๐๕๒ คน ก็เท่ากับว่าขาดอยู่ ๘๒๓,๓๓๕ คน ท่านประธานครับ จริง ๆ จะต้องจ่าย ๖ ล้านคน เงินงบประมาณส่วนที่ขาดนั้นก็คือ ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาท นี่คือเงินจ่ายทั้งปีครับท่านประธาน ไม่ใช่จ่ายเพียง ๖ เดือน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจว่าผู้ฟังเขาเข้าใจแล้ว

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

แล้วทีนี้ทําไมถึงบอกว่างบประมาณนี้ดําเนินการได้ใช้เวลา ๖ เดือน คือเดือนเมษายน เพราะว่าตั้งจ่ายเงินงบประมาณส่วนที่ขาด เงินนี้จะมีผลจ่ายได้หลังจาก ร่าง พ.ร.บ. นี้มีผลใช้บังคับก็จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนจะดําเนินการส่วนที่ขาดนี้ ก็ขอชี้แจง ให้ที่ประชุมได้รับทราบตามนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ ไม่ให้คนอื่นพูดแล้วครับ เพราะเวลาจํากัดครับ เชิญคุณฐิติมา

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ การที่รัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี ๒๕๕๔ หรือที่เราเรียกกันว่างบกลางปีที่สภาเรากําลังพิจารณาอยู่นี้ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลทําไม่เหมาะ ไม่ควร ไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง และก็ที่แน่ ๆ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์นั้นหลอกลวง ไม่จริงใจกับประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาลให้เหตุผลว่ารัฐบาลนั้นมีความจําเป็นจะต้องใช้จ่ายเงินในหลายเรื่องเลย ประมาณว่า ๑๕,๘๐๐ ล้านบาทจะต้องเอาไปฟื้นฟู ไปแก้ไขภัยพิบัติ เอาไปใช้สวัสดิการสังคมทั่วถึง จะต้องเอาอีก ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทไปชดใช้เงินคงคลัง แน่นอนในมาตรา ๑๖๙ ของ รัฐธรรมนูญ ดิฉันเข้าใจดีว่าการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังนั้นรัฐบาลจะต้องกําหนด แหล่งที่มาของรายได้ เพราะฉะนั้นตรงประเด็นนี้ที่ดิฉันอยากจะขยายความให้พี่น้อง ประชาชนได้เข้าใจมากขึ้นว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําได้หรือ จะเหมาะสมหรือไม่ แล้วมันจะเป็น อย่างไร รัฐบาลนี้บอกไว้ในร่าง พ.ร.บ. บอกว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ คือตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาจนถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ จะเก็บรายได้ เพิ่มมากขึ้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือว่าเกินจากที่เคยประมาณการไว้ ๑.๖๕ ล้านล้านบาท ไปอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเวลาที่เรามาเฉลี่ย เอา ๔ ไปหารแล้วมันจะออกมา ไตรมาสละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นไปอีก งบประมาณปี ๒๕๕๔ ธรรมดาแล้วตั้งไว้ ถ้าดิฉันมาหารเฉลี่ยมันก็ตกไตรมาสละ ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้การเก็บรายได้ในไตรมาส แรกของรัฐบาลชุดนี้ความเป็นจริงมันออกมาแล้วว่าเก็บได้เพียง ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง มันต่ํากว่าเป้า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ขนาดว่ารัฐบาลนั้นทุ่มเงินลงไปในระบบ เศรษฐกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุนตามงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ๒๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้ไทยเข้มแข็งอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ กู้จากต่างประเทศ อีกหลายหมื่นล้านบาทยังเก็บรายได้ได้แค่นี้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขาก็เลยฝากมาบอกว่าฝีมืออ่อนด้อยมากนะคะ เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องที่ดิฉันจะต้องขยายความว่าจริงอยู่รัฐบาลบอกว่าในไตรมาส ๓ นั้น เดี๋ยวเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนจะเก็บรายได้ตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อาจจะพูด แบบนั้นก็ได้ แต่ว่าในช่วงเวลานั้นมันจะเป็นช่วงเวลาของการเก็บภาษีนิติบุคคลของทุกปี ทีนี้ดิฉันเองไม่มั่นใจค่ะท่านประธาน ไม่มั่นใจว่ามันจะทําอย่างนั้น เพราะข้อมูลชี้วัด ทางเศรษฐกิจ ท่านประธานคะ ของไตรมาสแต่ละไตรมาสในปี ๒๕๕๓ มันบอกว่าการเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมันมีอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่อง บอกไว้ว่าในช่วงไตรมาสที่ ๑ ในปีปฏิทิน คือเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมนั้นเก็บได้ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาส ๒ ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาส ๓ ได้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ และไตรมาส ๔ คือเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาได้ ๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นนี่คืออัตราการบริโภคภายในประเทศที่มัน ลดลงอย่างต่อเนื่อง และถามว่ามันจะเก็บรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร เอาล่ะ ดิฉันก็มานั่งคิดดู และก็จิตการตามรัฐบาลบ้าง ว่าการเก็บรายได้นี้ถ้าจะได้เกินเป้าจะทําอย่างไร ก็ต้องมานั่งคิด ว่ากรมโน้น กรมนี้ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตอะไรก็แล้วแต่ ต้องเก็บรายได้ได้อย่างดี เป็นประวัติการณ์ รัฐวิสาหกิจนั้นวิสาหกิจนี้จะต้องส่งรายได้เข้าคลังกันอย่างเต็มที่ดีเลิศ ประเสริฐศรีท่านประธาน ทีนี้สถานการณ์บ้านเมือง สถานการณ์บ้านเมืองก็ต้องราบรื่นดี การเมืองภายในประเทศก็ต้องไม่มีปัญหา การเมืองต่างประเทศก็ต้องไม่มีปัญหา ประเทศเพื่อนบ้านก็รักใคร่กลมเกลียวกับเราอย่างดียิ่งอีกเหมือนกัน ใคร ๆ ก็อยากมาลงทุน ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวประเทศไทย ปี ๒๕๕๔ นี้ฉันต้องเก็บเงินได้มากแน่ ๆ เลย ก็เลยขอตั้ง งบประมาณกลางปีเอาไปใช้โน้นใช้นี่ เรียกว่ากะว่าเอาเงินในอนาคตมาใช้ เก็บภาษีจากพี่น้อง ประชาชนตาดํา ๆ เอามาใช้คืนเงินคงคลัง แล้วก็บอกว่าเชื่อเถอะ การจัดทํางบประมาณ กลางปีแบบนี้ผลของมันจะสร้างเสถียรภาพการคลัง เชื่อหน่อยเถอะในอนาคตอีก ๕ ปี ข้างหน้างบประมาณจะต้องสมดุล รัฐบาลบอกแบบนี้ และท่านประธานคะทั้งหมดทั้งปวงนั้น มันคือสถานการณ์บ้านเมืองที่ราบรื่น แต่ลองมาคิดดูดิฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นฝันกลางวัน ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือว่าคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ ดิฉันว่ารัฐบาลนั้นคาดการณ์ผิด ลองคิดดูนะคะว่ารัฐบาลจะเก็บได้เกินเป้าได้ไหม กับเหตุการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน เคยมียุคไหนไหมที่คนไทย ต้องอพยพหนีตายจากภาวะสงคราม เคยมียุคไหนไหมที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศ เกษตรกรรมปลูกปาล์มน้ํามันมากมายเป็นอันดับ ๔ ของโลกแต่ขาดแคลนน้ํามันปาล์ม ไม่มีน้ํามันเอาไปทอดไข่ชั่งกิโลขายคนไทยต้องมาแย่งกันซื้อน้ํามันปาล์มขวดละ ๖๕ บาท ตบตีวิ่งราวครอบครัวละขวดสองขวดก็ว่าไปนะคะ เคยมียุคไหนไหมที่ภูมิอากาศของโลก มันจะเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดนี้ และประเทศไทยเข้าไปครึ่งประเทศที่น้ําท่วม และเคยมี ยุคไหนไหมที่พืชผลทางการเกษตรเสียหายจนต้องถือว่าคํานึงถึงการขาดแคลนอาหารกัน ทั่วโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้แล้วอัตราการบริโภคภายในประเทศก็ลดลงอย่างต่อเนื่องดังที่ ดิฉันกล่าวถึง ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจนั้นมันมีแรงกดดันจากความเสี่ยงหลายด้านค่ะ ท่านประธาน รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะเก็บรายได้ได้ ดิฉันจึงเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อถือ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเรื่องสําคัญด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ จนถึงเดือนมกราคม ๒๕๕๔ คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไป ครั้งละ ๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๔ ครั้งแล้ว รวมกันเป็น ๑ เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ จาก ๑.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เป็น ๒.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ประกาศไปเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔ ทีนี้มันส่งผลกระทบ อย่างไร มันส่งผลกระทบต่อภาคเอกชน แน่นอนต้นทุนสูงขึ้น แน่นอนกําไรลดลง และรัฐจะเก็บภาษีได้น้อยลง แล้วบอกว่าจะเก็บได้เยอะขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ดอกเบี้ยเงินกู้ก็เพิ่มขึ้น ทีนี้ตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๓ เราทราบกันดีว่า ราคาน้ํามันดิบสูงขึ้นตลอด ภัยธรรมชาติก็รุนแรง เพราะฉะนั้นมันมีแนวโน้มอัตรา เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ผลิตผลทางการเกษตรก็เสียหาย เพราะฉะนั้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตอีก กําไรเอกชนก็ลดลง จ่ายภาษีก็น้อยลง เพราะฉะนั้นจึงเก็บรายได้ได้น้อยลงท่านประธาน เอาล่ะความเสี่ยงสําคัญและเรื่องอื่นมันก็มีอีกนะคะ จากคําแถลงของผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศ ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เป็นของสยองขวัญวันวาเลนไทน์เลย ก็ว่าได้ เพราะบอกว่าผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟู ต่อเศรษฐกิจได้อีก เงินทุนจะไหลออกเพราะนักลงทุนไม่เชื่อมั่น นี่เขาคอนเฟิร์ม (Confirm) มาขนาดนี้ท่านประธาน ปัจจัยเรื่องการเมืองก็เช่นเดียวกัน รอบบ้านเราก็ไม่มีใครเขามีปัญหา เหมือนเมืองไทย เพราะฉะนั้นจะเก็บได้หรือ นี่คือยังสงสัยอยู่ จะเห็นได้ว่างบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยมาตลอด ผู้สูงอายุ คนพิการที่จะต้องใช้เงินถึง ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันอยากจะบอกกับผู้สูงอายุนะคะว่ารัฐบาลนั้นควรจะตั้งงบประมาณ เผื่อเอาไว้ ไม่ควรจะตั้งแล้วขาดแบบนี้ แล้วจะไปโทษสํานักงบประมาณแบบนั้นอีก ก็รัฐบาล นั่นแหละ คือไม่ได้คิดถึงคนผู้สูงอายุไว้เลย รู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีเพิ่มขึ้น แต่ว่าเขาไปจัดสรร งบประมาณไปทําอย่างอื่น ไปแบ่งเปอร์เซ็นต์กันในงบประมาณ เช่น ถนนไร้ฝุ่น ได้เปอร์เซ็นต์ กันไป นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลซึ่งไม่ได้จริงใจกับผู้สูงอายุเลย งบฟื้นฟูภัยพิบัติ ซ่อมถนน หนทาง ฝายน้ําล้น ท่านก็บอกว่างบกลางของรัฐบาลนั้น ของนายกรัฐมนตรีนั้นจะหมด ท่านก็สามารถโอนเปลี่ยนแปลงในรายการงบประมาณภายในหน่วยงานเดียวกันได้ เพราะว่า กฎหมายวิธีการงบประมาณอนุญาตให้ท่านทํา หรือว่าการชดใช้เงินคงคลัง แน่นอน งบประมาณตัวนี้รัฐบาลก็บอกว่าจะต้องเอาไปชดใช้ ก็แน่นอนท่านทํางบประมาณท่านก็ต้อง เอาไปใช้เงินคงคลัง แต่มันเหมาะสมหรือเปล่า ท่านจําเป็นต้องใช้ไหม งบประมาณตัวนี้ ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้เรื่องนั้น ท่านประธานคะอีกนิดเดียวค่ะ งบกลางปีนั้น ดิฉันรู้ทันว่าท่านจะต้องกู้เงินอีกเพราะกฎหมายอนุญาตให้ท่านกู้เงินอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มันรู้ทันว่าจะต้องมีเงินอีกท่านประธาน จริง ๆ แล้วอยากจะได้ ๑๕,๘๐๐ ล้านบาทนั่นเอง ท่านประธานสรุปนิดเดียวค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันเกินเวลาคนอื่นเขาครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

เพราะฉะนั้นนี่ล่ะคือรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ปล่อยให้การบริหารบ้านเมืองทําไม่เป็น ปล่อยให้มีคอร์รัปชัน แล้วขอบอกนะคะ ข่าวดีท่านประธาน ข่าวดีขอบอกกับรัฐบาลว่าในวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ม็อบชาวนาจะไปบุก กระทรวงพาณิชย์ แต่เขาไม่ได้ไปเชียร์นะคะ เขาไปประท้วงค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๖ นาที แต่ว่าจะลดเหลือ ๕ นาทีทั้งหมดเพราะเวลามันจํากัด เพราะหลายคนเหลือเกินนะครับ ๕ นาทีทุกคนครับ แล้วก็ไปคนสุดท้ายคือท่านมิ่งขวัญ ไม่จํากัดเวลาคนเดียว นอกนั้นที่มีในบัญชีนี้คนละ ๕ นาทีทุกท่าน เชิญคุณมานะศักดิ์ครับ

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ขอบคุณครับท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคภูมิใจไทย ๕ นาที ก็คงจะต้องปฏิบัติตามคําสั่งของทางท่านประธานที่บอกกับทุกคนว่า ๕ นาทีก็ขอให้เป็น ๕ นาทีทั้งหมด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือฝ่ายค้านเขาลด ๕ นาที ฝ่ายรัฐบาลก็ต้อง ๕ นาทีเหมือนกัน เสมอภาคครับ

นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ นนทบุรี

ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ ท่านประธาน วันนี้ผมเชื่อว่าชาวบ้านประชาชนทั่วไปที่สนใจเรื่องของการอภิปรายเรื่องของ งบกลาง หรือที่เราเรียกกันว่า พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น ที่ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ซึ่งทางรัฐบาลคาดว่า จะจัดเก็บรายได้ ๑.๒ แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเลยหรือว่าร้อยละ ๘๔.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เพื่อที่จะเอาไปชดเชยรายจ่ายเงินคงคลังหรือประมาณ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่ ๒ ก็จําแนกลงไปในอีก ๕ กระทรวงหลัก ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นของ กระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ในส่วนของราชการ ที่ไม่สังกัดของสํานักนายกรัฐมนตรี ก็คือของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีก ๒๘ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของวิกฤติอุทกภัย ๖๒๗ วัด หรือคิดเป็นเงินก็คือ ๑๖๒ ล้านบาทที่จะเอาเข้าไปจัดสรร เพื่อที่จะเอาไปบูรณปฏิสังขรณ์ของเรื่องวัดวาอาราม และในส่วนของรัฐวิสาหกิจอันได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งหมดนี้ก็คืออยู่ในส่วนที่ ๒ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่ว่าโดยรวมแล้วก็คือได้รับการจัดสรรอยู่เพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้นั้นต้องเรียนจริง ๆ ว่าน้อยเกินไปนะครับ และทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจัดสรร เพื่อเอาไปฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบจากภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ เช่น น้ําท่วมเมื่อปีที่แล้ว เป็นต้น ถ้ามองดูลึกในรายละเอียดนั้นจะเห็นได้ว่า มีระบบการจัดสรร ขั้นตอนรายละเอียดของโครงการอย่างชัดเจน ในส่วนของกระทรวง คมนาคมนั้นได้รับการจัดสรรเพียง ๒,๙๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง โดยแยกลงไปในส่วนของ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ๑,๘๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ๑,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าดูในรายละเอียดผมต้องขอเน้นจริง ๆ ว่าถ้าดูในรายละเอียดก็จะเห็นว่างบประมาณนั้น ได้ถูกจัดสรรตามโครงการอยู่แล้ว ก็คือตามบัญชีรายชื่อที่ผมมีอยู่ของเอกสารงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ หรือว่าที่เราเรียกกันว่า งบกลาง ก็จะเห็นว่า ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเข้าไปบํารุงรักษาทาง สะพาน ถนนหนทางที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการเข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน เป็นต้น อย่างเช่น โครงการของกรมทางหลวง ตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวง หมายเลข ๒๑๙๘ ตอนแยกทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ (โคกสูง ก.ม.๐+๔๐๐ ต่อจาก เขต/แขวง นครราชสีมาที่ ๒ จังหวัดนครราชสีมา) เพราะฉะนั้นเท่าที่ผมดูจากโครงการต่าง ๆ ๓-๔ หน้านี้ ก็จะเห็นว่างบประมาณโครงการก็จะแยกไปตามแต่ละจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ จากเรื่องของน้ําท่วม ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดนครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น ส่วนเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ถ้าเมื่อกี้ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านก็ได้อภิปรายแล้วว่าได้ตอบคําถามของ สมาชิกผู้ทรงเกียรติว่างบประมาณนี้ถ้าแยกออกมาเป็นในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเงินของผู้สูงอายุหรือว่าเบี้ยของคนพิการเองก็ดี ถ้าเราคิดสัดส่วนอย่างที่ ทางท่านรัฐมนตรีได้บอกมาว่า ๘๒๓,๓๓๕ คน คิดจริง ๆ ถ้าเราดูจากตัวเลขถ้าเราคูณแค่ ๖ มันก็จะได้แค่ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถ้าคูณ ๑๒ เข้าไปเพื่อที่จะเอาไปชดเชยในช่วงเดือน พฤศจิกายน ช่วงเดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน จนมาถึงเดือนนี้ แล้วบวกไป อีก ๖ เดือน ถ้าคูณด้วย ๕๐๐ บาท คูณด้วย ๑๒ เดือน มันก็จะออกมาตามจํานวนตัวเลข ของทางสํานักงบประมาณได้จัดทําแผนเอาไว้ ก็คือ ๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท บวกกับเงินของ ผู้พิการอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเชื่อว่าคงไม่มีผู้แทนราษฎรคนไหนที่จะเข้าไปคิด ที่จะไปขวางหรือไปขัดกับงบประมาณตรงนี้ เพราะว่าทั้งนี้ก็เป็นประโยชน์ของผู้ที่เราเรียกกันว่า ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วก็ผู้ที่พิการ แต่น่าเสียดายครับว่าเวลาของผมน้อยมาก แล้วก็โดยเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เลย ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทยค่ะ เมื่อกี้พอได้ฟังคุณฐิติมาพูดแล้วดิฉันก็ห่อเหี่ยวนะคะ มองไม่เห็นอนาคต ประเทศไทยเลย แล้วก็มานึกถึงที่เมื่อช่วงตอนกลางวันท่านจุลพันธุ์พูดนะคะ เรามีเงิน เราน่าที่จะเก็บออมไว้ ไม่น่าที่จะคิดสั้น ๆ ประหยัดดอกเบี้ยแค่ ๗๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เอาเงินนี้มาปู้ยี่ปู้ยํากัน เท่าที่ดิฉันได้มาดูรายละเอียดที่อยู่ในเรื่องของการขออนุมัติ รายจ่ายเรื่องงบประมาณกลางปีในครั้งนี้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่าที่เวลาจะอํานวยให้ดู ช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา เพราะว่าเอกสารก็เพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้ ดูก็ไม่ทั่วถึงหรอกค่ะ ได้อยู่แค่ ๒-๓ กระทรวง กฎเกณฑ์ที่เขากําหนดไว้ว่าโครงการอันเกิดจากอุทกภัยน้ําท่วมในรายชื่อ ที่มีอยู่ ๗ จังหวัดนี้เท่านั้น ข้อ ๒ ก็คือโครงการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ข้อ ๓ โครงการ ที่สามารถดําเนินการได้แล้วเสร็จภายในงบประมาณปี ๒๕๕๔ ก็คืออย่างที่หลายท่านบอก เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ทีนี้ด้วยเงื่อนไขทั้ง ๓ หลักการ แล้วก็เข้าไปดู ในรายละเอียดแล้ว มันก็มีข้อเป็นที่น่าสังเกตหลายประการ อย่างของกระทรวงศึกษาธิการ ความเสียหายเท่าที่เราเห็น คือเหตุการณ์ที่ผ่านมามันก็ยังไม่นานจนเกินไปที่เราจะลืมภาพ ของการกระตือรือร้นของภาคเอกชนที่เขาเร็วกว่าภาครัฐมากมายหลายเท่า หลายร้อยเท่า เราชื่นชมเขาอยู่ ณ วันนี้ หวังว่าทุก ๆ ท่านก็คงได้จําเป็นบทเรียน โดยเฉพาะกระทรวงต่าง ๆ ที่ท่านมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน ความผิดพลาดอันนั้นควรจะต้องปรับปรุงไม่ควรจะให้มัน มีซ้ําอีก แต่ทีนี้รายการที่แยกแยะออกไป โดยเฉพาะเรื่องของโรงเรียนมันดูไม่กระจายค่ะ เท่าที่เห็นมันไปกระจุกอยู่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะย้ํานะคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ไม่ทราบว่า ท่านเร่งที่จะบรรจุโครงการเหล่านี้เข้าไปในแผนของการครั้งนี้หรือเปล่าอย่างที่หลายท่าน บอกว่าแบบโครงการยังไม่เสร็จด้วยหรือเปล่า ของดิฉันจังหวัดเพชรบูรณ์นี้ก็มีความเสียหาย ของสถานศึกษามีทั้งหมด ๓ อําเภอที่เสียหาย แต่อยู่ในเล่มนี้ค่ะ แล้วก็อยู่ในรายการที่อยู่ ในแผ่น ลองเปิดดูมีอยู่แค่ ๒ เขต เขตของดิฉันไม่ได้อยู่ในรายการนี้ ก็ขออนุญาตที่จะ ขอเข้าไปตรวจสอบ แล้วอีกอันหนึ่งโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เท่าที่ดูหน้า ๑๑ ของ กรมทางหลวง ภาพทีวีเดี๋ยวนี้เราจะเห็นว่าสื่อเขาจะเร็วมากในเรื่องของการที่จะเข้าหา เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างถนนสายหมายเลข ๑ ตอนสนามกีฬาธูปะเตมีย์ถึงประตูน้ําพระอินทร์ ตอน ๑ ตอน ๒ ตอน ๓ อยู่เขตจังหวัดปทุมธานี โครงการอย่างนี้ค่ะ ๒๘ ล้านบาท ๒๔ ล้านบาทเศษ ๑๔ ล้านบาทเศษ ทั้งหมด ๗๐ กว่าล้านบาท แล้วมันเงื่อนไขที่ว่าสามารถ ดําเนินการให้แล้วเสร็จในงบปี ๒๕๕๔ มันเป็นไปได้หรือเปล่า แล้วความเสียหายมันอยู่ตรงไหน ดิฉันมองไม่เห็น แล้วทีวีก็ไม่เห็นไปสื่อให้เห็น รายการที่ ๔๖ เหมือนกัน ถนนสาย ๓๔๕๔ บ้านหน้าโคกบรรจบทางหลวง ๓๒๖๓ อําเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลค่า ๖๕ ล้านบาท อันนี้สามารถจะทําได้ภายใน ๖ เดือนหรือเปล่า ทํากันอย่างไร หมายเลข ๔๐๓ แยกหมายเลข ๔ ต้นม่วง อันนี้อยู่จังหวัดตรัง ขออนุญาตนะคะ ถ้าจําไม่ผิดเมื่อกี้ที่ท่านวิฑูรย์ ท่านบอก ๙๐ ล้านบาท ลําดับที่ ๕๘ หมายเลข ๔๑๔ น้ํากระจาย บรรจบทางหลวง หมายเลข ๔๓ ควนลัง-สงขลา อันนี้ก็ ๙๐ ล้านบาท คงจะทํากันอย่างหามรุ่งหามค่ําวันละ ๔๘ ชั่วโมง ไปดูกรมทรัพยากรน้ํานะคะ แยกออกมาความเสียหายมันก็ต้อง ๔๐ กว่าจังหวัด ไล่ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก จนถึงภาคใต้ แต่แยกออกมาทั้งหมด ๙ รายการ ก่อสร้างแหล่งน้ําไปทางภาคอีสานสัก ๖ โครงการ ได้ ๑๐๓ ล้านบาท ไปทาง ภาคใต้ ๒ โครงการ ปรับปรุงแหล่งน้ําฟื้นฟูอยู่ภาคกลางอยู่จังหวัดลพบุรีที่เดียวเลย ๓ โครงการ ก็ไม่เป็นไรจังหวัดลพบุรีนี้บ้านดิฉัน ดิฉันก็ไปเยี่ยมมามันก็ท่วมจริง ภาคตะวันออกไปโครงการเดียวก็คือไปที่จังหวัดตราด เมืองกาญจนบุรีไป ๒ โครงการ จังหวัดนครนายกไป ๑ โครงการ อันนี้เขตภาคกลาง ๕๕ ล้านบาท ไปทางภาคใต้ทั้งหมด ๑๖ โครงการ ๒๐๐ ล้านบาทเศษ ก็อยากขออนุญาตย้ํานะคะว่าให้กรรมาธิการได้ให้ ความเสมอภาคกับทุก ๆ คนที่เขาได้รับความเดือดร้อนจริงจังนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า จังหวัดอุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องของเราร่วม ๕๐ กว่าจังหวัด ขณะนี้กําลังรอคอย การช่วยเหลือการดูแลจากรัฐบาลภายใต้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๔ หรือที่เราเรียกกันว่างบกลางปี ท่านประธาน ที่เคารพ งบประมาณกลางปีในลักษณะนี้ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมามีการดําเนินการอย่างน้อย ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๔๗ วันนั้นอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ดําเนินการ ใช้เงินอยู่ ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๐ เมษายน ปี ๒๕๔๘ ใช้เงินอยู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และครั้งที่ ๓ ครั้งสุดท้าย วันที่ ๒๘ มกราคม ปี ๒๕๕๒ ใช้เงินอยู่ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้ง ๓ ครั้งมีวัตถุประสงค์ อยากจะให้เศรษฐกิจของบ้านเมืองดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็มุ่งที่จะดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน แต่ทั้ง ๓ ครั้ง ที่มาของเงินมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมาประเทศของเราประสบภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอยู่พอสมควร ในขณะที่ประสบภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ การทํางานของรัฐบาลเพื่อให้ได้เงินมาใช้ในการดูแล พี่น้องประชาชนมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลโดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มุ่งที่จะดูแลคนจน รดน้ําต้นไม้รดที่โคน รดที่ราก นั่นคือการทํางานในช่วงที่ ผ่านมา ภายใต้นโยบายที่มุ่งที่จะทําให้พี่น้องประชาชนลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ท่านประธานคงจะจําได้นะครับ การลดรายจ่ายครัวเรือนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาผ่านนโยบายเรียนฟรี ลดค่าครองชีพผ่านเรื่องค่าไฟฟรี ถ้าใช้ไฟไม่เกิน ๙๐ หน่วย ลดรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลภายใต้นโยบายการรักษา พยาบาลฟรี เพิ่มรายได้บุคคลผ่านนโยบายประกันรายได้เกษตรกร หรือคนอีสานบ้านผม เรียกว่า ข้าวบ่อขายก็ได้เงิน ค่าตอบแทน อสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มค่าตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และกําลังจะขึ้นเงินเดือนให้กับตํารวจและข้าราชการครูในโอกาสต่อไป สิ่งเหล่านี้ นํามาซึ่งรายได้ของรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากเราสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้นนะครับ ท่านประธาน การจัดเก็บรายได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มสูงขึ้นจากประมาณการในช่วงที่ผ่านมา มาจากภาษี ๕ ประเภทหลัก ๆ ประเภทแรก คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อันนี้เพิ่มขึ้น ประเภทที่ ๒ คือภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เราก็สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ประเภทที่ ๓ คือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ประเภทที่ ๔ คือภาษีมูลค่าเพิ่ม และประเภทที่ ๕ คือภาษีอากรขาเข้า ทั้ง ๕ ประเภทนํามาซึ่งรายได้ประมาณ ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ จึงนํามาสู่ การใช้จ่ายในเรื่องของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเรากําลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราปฏิเสธความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ได้ การไม่ดูแลพี่น้องประชาชนผมว่าเป็นความน่าละอายอย่างยิ่งของรัฐบาลแต่ละรัฐบาล วันนี้การทํางานโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จึงมุ่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าเราจะดูเอกสารที่ทางรัฐบาลได้มอบให้กับพวกเรานั้นมีอยู่ ๔ หมวดหลัก ๆ หมวดแรก คือการซ่อมถนนหนทาง สะพาน รวมถึงทางรถไฟ อันนี้ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย หมวดที่ ๒ ดูแลเรื่องโรงเรียนสถานศึกษา ศาสนสถาน กระทรวงศึกษาธิการ และสํานักพุทธศาสนาดูแล หมวดที่ ๓ ดูแลเรื่องแหล่งน้ํา และระบบชลประทานภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย และอีกหมวดหนึ่งที่เราดูแลคือนําไปใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้งบประมาณที่เราได้มา มาจาก การจัดเก็บภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ซึ่งเพิ่มจํานวนมากขึ้นกว่าที่เราคาดหมายไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลจากการทํางานของคนหนุ่มที่มีความสามารถ มีความเข้าใจ และในขณะเดียวกันก็เป็นมืออาชีพ สามารถพินิจพิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมืองได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถพินิจพิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางด้านเศรษฐกิจได้ คาดหมายผลที่ จะเกิดขึ้นได้ จนนํามาสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างที่พวกเราปรากฏอยู่ในปัจจุบัน วันนี้พวกเรามั่นใจในการทํางานของคนหนุ่มทั้ง ๒ ท่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนวันเดียวก็รอไม่ได้ ถ้าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนภายใต้รัฐบาล ที่มาจากพี่น้องประชาชนไม่ดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลจะอยู่ไปทําไม วันนี้การทําหน้าที่ของรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน มุ่งแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนจึงเป็นความสบายใจของพวกเรา กระผมจึงให้ความสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการ อภิปรายการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายใน ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก ก็คือที่มาของงบประมาณ ประเด็นที่ ๒ เป็นการจัดสรรหรือการแบ่งปันงบประมาณ ประเด็นที่ ๓ จะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ หลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วเกี่ยวกับที่มาของงประมาณ ว่ารัฐบาลตั้งอยู่ในความประมาทในการ ที่จัดตั้งงบประมาณในคราวนี้ โดยไปหวังผลในการที่จะได้งบประมาณที่มาจากภาษีอากร ในอนาคต เพิ่งผ่านไป ๑ ไตรมาส รัฐบาลก็มองเห็นแล้วว่าที่มาที่ไปของงบประมาณนั้น น่าจะมีปัญหา อีกทั้งเรายังมองเห็นปัญหาที่เป็นปัญหาทั้งภายในและภายนอกประเทศ ภาวะเศรษฐกิจโลกก็ดี ความวุ่นวายภายในประเทศเราก็ดี และปัญหาชายแดนก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่จะก่อให้เกิดการที่ทําให้งบประมาณที่รัฐบาลคาดหวังนั้น ไม่ได้ตามเป้า นั่นหมายถึงรัฐบาลจะต้องรีดไถ่ภาษีจากประชาชนเป็นการถอนขนหานแน่นอน เพราะฉะนั้นวันนี้จึงฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลได้พิจารณาเป็นพิเศษว่าท่านตั้งงบประมาณล่วงหน้า เช่นนี้ เพื่อที่จะตั้งงบประมาณเป็นการประมาทหรือไม่

ประการที่ ๒ การแบ่งสรรงบประมาณ มีหลายท่านอภิปรายว่าเป็นการ แบ่งปันงบประมาณต่างตอบแทนกันหรือเปล่า จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นการ แบ่งปันงบประมาณต่างตอบแทนในการยกมือเพื่อผ่านรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ในวันนี้ก็จะเห็นว่าในการแบ่งปันงบประมาณนั้น งบประมาณก็จะเฉลี่ยลงไปในพรรคร่วม รัฐบาลที่เป็นพรรคหลัก ๆ ตามที่ได้มีการอภิปรายไปหลายท่านแล้วนะครับ ก็ไม่อยากจะ อภิปรายเพิ่มเติม แต่ที่สําคัญที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ การใช้จ่ายงบประมาณ ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณเท่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลใช้จ่ายเงินอย่างไร พี่น้อง ประชาชนทุกคนได้มองเห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในทุก ๆ กระทรวง ซึ่งจะมีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจในเร็ววันนี้ แต่วันนี้ขอเรียนให้ทราบก่อนว่าการให้รัฐบาลได้กําชับดูแลงบประมาณ อย่างใกล้ชิด เพราะมันหมายถึงงบประมาณที่มาจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ยิ่งงบประมาณที่ท่านตั้งเอาไว้ว่าเป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ ยิ่งเป็นงบประมาณที่จะต้องระมัดระวัง ไม่ใช่ว่าท่านจะไปกอบโกยหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กระทวงมหาดไทยก็สําคัญ ท่านบอกว่าท่านเตรียม งบทั้งหมดทั้งมวลนี้ประมาณ ๔,๙๐๐ ล้านบาทหรือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุ ให้ถึงผู้สูงอายุจริง ๆ ท่านอย่าไปแปลงร่างงบประมาณ ทราบว่ามีการที่จะเตรียมงบประมาณ เหล่านี้ มีคนที่จะมาร้องต่อกรรมาธิการว่ารัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยนี้ เตรียมงบประมาณสําหรับที่จะแปลงร่างไปซื้อผ้าห่มเอามาแจกพี่น้องประชาชน บังเอิญผม ไปที่ห้องประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ผมไปเปิดตู้เย็น ปรากฏว่า ผ้าห่มหล่นลงมา หล่นลงมาทับผม ผมก็เลยถามว่าผ้าห่มมาจากไหน ก็บอกว่ามีคนเอามาร้องว่า งบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ซื้องบผ้าห่มสําหรับผู้ประกอบการหรือกลุ่มแม่บ้าน ปรากฏว่ารัฐบาล ใช้งบประมาณนี้ซื้อจากโรงงานโดยแอบอ้างเป็นกลุ่มแม่บ้าน แล้วก็มีการร้องเรียนกันขึ้นมา ท่านอยากทราบรายละเอียดนั้นก็ไปถามคนชื่อ ม อักษรย่อ ม ประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณนี้รู้ดี เรื่องนี้จะมีการร้อง ป.ป.ช. มีการตรวจสอบบางอย่าง จริงจัง เพราะฉะนั้นในการอภิปรายคราวหน้า การอภิปรายงบประมาณผลงานของรัฐบาลก็ดี หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจก็ดี ประเด็นนี้จะเป็นประเด็นที่นําหยิบยกขึ้นมา เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมจึงไม่สามารถที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณเหล่านี้ได้นะครับ ผมคิดว่างบประมาณ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ควรจะผ่านเลยครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ขอขอบคุณ พรรคภูมิใจไทยที่แบ่งเวลาให้ครับ จาก ๖ นาทีก็เหลือ ๕ นาที ท่านประธานครับ ผมจะพูด ไปที่ยุทธศาสตร์ของการจัดงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณกลางปีฉบับนี้นะครับ พร้อมกับความสมเหตุสมผลของยุทธศาสตร์ในการจัดงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ คือยุทธศาสตร์ของการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เมื่อกล่าวถึงปัญหาภัยพิบัติ ผมเห็นด้วยบางส่วนและไม่เห็นด้วยบางส่วนกับรัฐบาล เพราะท่านพูดแต่ภัยพิบัติอันเกิดจากน้ําท่วม แต่ท่านไม่พูดถึงภัยพิบัติอันเกิดจากฝีมือมนุษย์ ท่านไม่ตั้งงบประมาณส่วนนี้ครับ ที่จังหวัดสกลนครได้มีการเผาโรงเรียนที่โรงเรียน บ้านบดมาดพอกน้อย อําเภอพรรณนานิคม ในขณะที่มีการเผาศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร และเผาศาลากลางจังหวัด อุบลราชธานีนั้น อันนี้เป็นภัยพิบัติเหมือนกันนะครับ ภัยพิบัติจากน้ํามือมนุษย์ ภัยพิบัติโรงเรียนตรงนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั่งอยู่ตรงนี้พอดีครับ เอางบประมาณไปสร้างให้หน่อยครับท่าน ลูกหลานของจังหวัดสกลนครไม่มีโรงเรียนครับ ถูกคนมาเผานะครับ ท่านพยักหน้ารับปากแล้วนะครับ ภัยพิบัติธรรมชาติ ท่านประธานครับ ท่านก็พูดแต่ภัยพิบัติอันเกิดจากน้ําท่วม ท่านไม่พูดถึงภัยพิบัติของภัยแล้งเลยครับ จังหวัดสกลนครขณะนี้นะครับภัยแล้งกําลังคืบคลานเข้ามาแล้ว พี่น้องประชาชนของกระผม ได้มาร้องขอเพื่อที่จะให้ติดตามประสานงานว่ามีงบประมาณที่จะมาขุดลอกหนองเพื่อใช้ ทําการเกษตรและการบริโภคหรือไม่ อันนี้ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้เลย

ทีนี้มาดูถึงว่างบประมาณน้ําท่วม ท่านพูดมาถึงตรงนี้นะครับ แล้วก็มีการ พูดถึงความสมเหตุสมผลของงบประมาณ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดมาผมนั่งฟังตั้งแต่เช้า บอกว่างบประมาณฉบับนี้จัดให้เพื่อคนที่ยกมือให้ผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวหา ลอย ๆ ครับ ไม่มีหลัก เหตุผล ข้อเท็จจริง ผมเป็นคนหนึ่งที่ยกมือให้กฎหมายรัฐธรรมนูญผ่าน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณใด ๆ นะครับ ดูที่จังหวัดสกลนคร นะครับ จังหวัดที่กระผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมเปิดดูเอกสารจากแผ่นซีดีนะครับที่รัฐบาล ทําแจกโปร่งใสมากครับ ผมเพิ่งเคยเห็นรัฐบาลนี้ละครับที่เอาแม้แต่รายละเอียดที่งบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาทก็เอามาให้ผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบ ผมเลยขอเอกสารที่ประธาน คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณท่านกล่าวหาว่างบไปลงคนที่ยกมือ ผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมาดูของกรมชลประทานกรมเดียวนะครับ ไม่สามารถ พิมพ์ออกมาได้ทุกกรม ผมตรวจสอบดูแล้วครับจังหวัดของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ ท่านเจริญ จรรย์โกมล เอ่ยชื่อหน่อยครับ จังหวัดชัยภูมิ นะครับ ตั้งแต่หน้า ๖.๓๘/๓๘ จังหวัดชัยภูมิทั้งนั้นเลยครับ งบประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาท ๔๐ กว่าล้านบาท ผมเปิดไปจังหวัดสกลนครนะครับมี ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ท่านเฉลิมชาติ การุญ ซึ่งคิดว่าตามข้อกล่าวหาท่านบอกว่าจะได้งบประมาณ ไม่มีแม้แต่สลึงเดียวครับ ท่านประธานครับ ไม่มีเลยครับ นี่แสดงว่าการจัดสรรงบประมาณนี้ ความสมเหตุสมผลนั้นมิใช่การจัดสรรงบประมาณต่างตอบแทนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคน กล่าวหา เป็นการพูดกันอย่างเลื่อนลอย ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดถึงภัยน้ําท่วม ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ที่ท่วมมาตลอดกาล ๔๐ ปี คือน้ําท่วมนาของพี่น้องสร้างเขื่อนน้ํามูล ผมก็พูดอีกสักครั้งครับ ท่วมมา ๔๐ ปีแล้ว ทางรัฐบาล กรมชลประทาน ยังไม่ได้จัดสรรหา ที่ดินให้ เมื่อหาที่ดินให้ไม่ได้ก็ไม่ได้หาเงินที่จะตอบแทน การที่เขาเหล่านั้นต้องเสียโอกาส เหลื่อมล้ําในสังคม อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ผมขอฝากไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาถึงความเหลื่อมล้ําอีกประการหนึ่ง ที่ผมเห็นว่ารัฐบาลนี้น่าจะแก้ไขปัญหาให้ได้ นั่นก็คือการที่ตั้งงบประมาณเตรียมการสําหรับ ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น เมื่อกล่าวถึงภัยแล้ง ก็จะมีอีกอันหนึ่งครับคือภัยหนาว ซึ่งขณะนี้ที่จังหวัดสกลนครนั้น อากาศหนาวเย็นอยู่บนภูพาน ผ้าห่มเหล่านี้นะครับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ผมคิดว่ายังได้รับงบประมาณไม่เพียงพอที่จะไปแจกนะครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งท่านกรุณาออกไปแจกผ้าห่มแก้ภัยหนาวให้กับพี่น้องในจังหวัด สกลนครนั้นได้อําเภอละ ๔๐๐-๕๐๐ ผืนเท่านั้นเองครับ ผมเห็นว่างบประมาณที่ได้นี้ ยังไม่เพียงพอครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการกล่าวหาเพื่อนสมาชิกหรือ กล่าวหารัฐบาลว่าตั้งงบประมาณต่างตอบแทนให้กับผู้แทนราษฎรที่ผ่านรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ถ้าผมจะกล่าวหาท่านเลื่อนลอยบ้างล่ะครับ ถ้าผมกล่าวหาว่า ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณนั้นไม่ใช่ประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ แต่เป็นประธานตามตบเอางบประมาณท่านจะว่าอย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อย่าไปพาดพิงถึงคนเขา มากมาย ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นที่ดิฉันจะได้พูดเรื่องเกี่ยวกับการจัดทํางบประมาณในวันนี้นะคะ ต้องเรียน ท่านประธานค่ะว่าดิฉันคิดว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะมีการแถลงผลงานของรัฐบาล ที่เราจะแถลงในวันที่ ๒๔ หรือเป็นอาทิตย์ หน้าก่อนที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติม งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เข้ามาในวันนี้นะคะ การที่รัฐบาลเสนองบประมาณ ต้องเรียกว่า งบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ค่ะท่านประธาน จํานวนถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้ามา เป็นการตั้งเพื่อชดเชยเงินคงคลังของปีที่แล้ว ซึ่งยืมไปใช้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ เป็นการแก้ไขแล้วก็ฟื้นฟูความเดือดร้อนของพี่น้องที่ประสบปัญหาภัยพิบัติอีกประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้ดิฉันไปดูมาแล้วค่ะท่านประธาน ตอนแรกก็ต้องถามก่อนค่ะว่า วัตถุประสงค์ที่ท่านตั้ง ดิฉันขอพูดวัตถุประสงค์แรกวัตถุประสงค์เดียวก็คือการฟื้นฟูและแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติจํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ต้องเรียนเลยค่ะท่านประธาน เมื่อมาดู ดิฉันอยากจะถามก่อนเลยว่าจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง หรือเปล่า ทําไมถึงถามอย่างนี้ ดูง่าย ๆ ค่ะท่านประธาน ตอนนี้การขึ้นทะเบียนเกษตรกร มีการโกงกันเยอะ เกษตรกรมีที่ดินทํานา ๑๐ ไร่ ก็มีคนไปบอกว่าขึ้นให้ ๑๐ ไร่ แต่ต้อง ทอนมา ๒ ไร่ ตรงนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือแก้ไขแล้วก็มีการปรับลดกัน แต่ว่าที่สําคัญ เงินชดเชย ๒,๐๑๘ บาทของนาข้าวในจังหวัดชัยภูมิยังไมได้รับเลยค่ะ ตรงนี้จะแก้ไข ความเดือดร้อนจริงหรือคะ

อันที่ ๒ ที่ดิฉันบอกว่าสําหรับเรื่องเกี่ยวกับการฟื้นฟูและแก้ปัญหาที่ได้รับผล จากภัยพิบัติ ถามว่าถูกจุดจริงหรือเปล่า เป็นอีกประเด็นที่ต้องพูดกันค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าดิฉันได้ดูเอกสารที่ได้มาแจก ก็คือมีเอกสารงบประมาณ ๔ เล่ม แล้วก็มีซีดี ที่เพิ่งจะแจกเป็นครั้งแรกค่ะท่านประธาน ปี ๒๕๕๓ ก็ไม่มี ปี ๒๕๕๒ ก็ไม่มี ปี ๒๕๕๔ ก็ไม่มี เพิ่งจะมีปีนี้ งบกลางปีงวดนี้เป็นครั้งแรก จะบอกว่าโปร่งใสหรือ ก็ทวงกันมาตลอดค่ะ ท่านประธาน ต้องเรียนเลยค่ะ เมื่อไปดูปั๊บดิฉันก็เปิดดูได้ไม่หมดหรอก ดูไป ๑ งบ ดูเรื่องการฟื้นฟูนี้ ดูที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานคะ ดูที่จังหวัดชัยภูมิเลย ข่าวบอกกันตลอดว่าจังหวัดชัยภูมิน้ําท่วมหนัก ๑๖ จังหวัด ท่วมทุกอําเภอ ปรากฏว่า กรมชลประทานจัดงบประมาณ ๖๔ ล้านบาท ๕๓ โครงการ อยู่ในเขตของพรรคร่วมรัฐบาล ๔๕ โครงการ ท่วมหนักทุกอําเภอค่ะท่านประธาน ดิฉันก็ไม่แน่ใจ ดิฉันดีใจนะคะที่อําเภอ เกษตรสมบูรณ์ได้ถึง ๓๓ โครงการ แต่ดิฉันถามว่าแก้ไขถูกจุดหรือเปล่า อําเภอบ้านเขว้า อําเภอจัตุรัส อําเภอเทพสถิตย์ อําเภอเมืองท่วมหนักเหมือนกัน ได้แค่ ๑ โครงการ หมายความว่าอย่างไร อย่างนี้แก้ถูกจุดหรือเปล่า ที่สําคัญงบประมาณทําไมกระจุก อยู่แต่ตรงนั้น อันนี้ต้องถามท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าจัดการกันอย่างไร จะแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดไหม ต้องเรียนต่อไปเลยค่ะ เมื่อกี้มีหลายคนที่พาดพิงที่จังหวัดชัยภูมิ ดิฉันบอกเลยค่ะ อย่างนี้ดิฉันก็คิดได้ว่าจัดงบประมาณแบบนี้เป็นการจัดงบประมาณที่ เลือกที่รักมักที่ชัง เอาเฉพาะตรงที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่าคะ

อันต่อไปเรื่องวัด งบปีนี้บอกจะชดเชยให้วัดจํานวน ๖๒๗ วัด หรือ ๑๖๒ ล้านบาท ข่าววงในเขาบอกดิฉันมา บอกว่าถึงจะจัดได้รับงบประมาณ ๑๖๒ ล้านบาท โดยที่ไม่ตัดเลยก็จะได้วัดละประมาณ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ขอ พูดง่าย ๆ ค่ะ วัดขอเงิน ช่วยเหลือมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้รับไป ๗๒,๐๐๐ บาท ที่เหลืออีก ๒๘,๐๐๐ บาทล่ะคะท่านประธาน เอามาจากไหน ให้วัดไปขอประชาชนหรือคะ ตอนนี้เศรษฐกิจยากจนค่ะ พี่น้องจะมีเงินมาช่วยเหลือวัดให้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ หรือเปล่าคะ นี่ศาสนาของประเทศไทยนะคะ คน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ยังได้รับแค่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์

เรื่องต่อไปค่ะ ดิฉันจําได้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องใช้เงินประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แปลว่าอย่างนี้ท่านจัดแค่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ก็ไม่ต้องใช้งบกลางปีนี้ก็ได้ใช่ไหมคะ ท่านสามารถใช้งบกลางปีนี้ของปีที่ผ่านมา เงินชดเชยหรือว่างบประมาณปี ๒๕๕๔ ไปก็ได้ ใช่ไหมคะ ถ้าใช่ ตรงนี้ดิฉันก็คิดแล้วค่ะว่าคงจะตั้งขึ้นมาเพื่อตอบสนองหรือว่าสนองตอบ ความต้องการของพรรคร่วมรัฐบาล

อันสุดท้ายค่ะท่านประธาน ต้องบอกเลยค่ะว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่ดิฉัน จะไม่สามารถรับหลักการของวาระที่หนึ่งได้ ก็เนื่องมาจากว่าดิฉันจําได้ท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีแถลงต่อที่ประชุมแห่งนี้ละค่ะบอกว่าต้องไม่โกง ผ่านไปท่านก็ มายอมรับว่ามีการทุจริต นี่ผ่านมา ๒ ปีครึ่งแล้วนะคะท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ยังมาบอกอยู่ค่ะว่ามีการทุจริต แต่ดิฉันยังไม่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีหาคนที่ทุจริตมาลงโทษ ได้เลยค่ะ อย่างนี้ดิฉันเริ่มเชื่อแล้วค่ะที่มีคนบอกดิฉันว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลที่โกงอย่างไร ทุจริตอย่างไรก็ไม่มีคนผิด เป็นคนรัฐบาลที่ทุจริตแบบอภิสิทธิ์ชน จึงเป็นเหตุผลที่ดิฉันไม่สามารถรับร่างในวาระที่หนึ่งได้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธนา ชีรวินิจ ครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ที่รัฐบาล ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ด้วยวงเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อรัฐบาลได้ตั้งประมาณการว่าจะมีรายรับเกินกว่า ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจึงมีความคิดที่จะบริหารจัดการเงิน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวมและพี่น้องประชาชน ด้วยการตั้งเงินงบประมาณส่วนหนึ่ง คือ ๘๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อเป็นรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไม่ได้ชดใช้เงินคงคลัง เงินส่วนนี้ก็ไม่สามารถนํามาใช้ประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้านําเงินส่วนนี้มาก็จะสามารถไปลดภาระดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นที่จะเกิดกับรัฐบาลได้ปีหนึ่งถึงประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานคงจะเห็นด้วยกับผมนะครับว่าพี่น้องประชาชนนั้นชื่นชอบ และชื่นชมในนโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จัดเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ให้ได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน นอกจากนั้นยังจัดเงินเพื่อสมทบ ช่วยเหลือให้กับผู้พิการและทุพพลภาพอย่างทั่วถึงเช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าก่อนในอดีตที่ผ่านมานั้นการจัดเงินผู้สูงอายุนั้นจัดกระจุกตัวครับ อยู่ใกล้ชิดกับ นักการเมืองหรือคนที่สามารถเสนอชื่อผู้รับรายได้ได้ก็จะเสนอเข้าไป คนข้างบ้าน คนข้างเคียง ผู้สูงอายุนั่งทําตาปริบ ๆ ครับ ถึงสิ้นเดือนทุกทีคนข้างบ้านซึ่งมีฐานะมากกว่า ก็ไปรับเบี้ยยังชีพ คนทุพพลภาพบางคนเจ็บป่วยไม่มีใครดูแลก็ไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพ รัฐบาลอภิสิทธิ์จัดจ่ายเงินเบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพอย่างเท่าถึงและ เป็นธรรมอย่างทุกคน ซึ่งส่วนนี้ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผู้สูงอายุจํานวนมาก ที่ผมไปพบ ผู้ทุพพลภาพจํานวนมากฝากกราบเรียนไปยังรัฐบาลนะครับว่ากราบขอบคุณ ในความมีน้ําใจที่ได้นึกถึงผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพทุกคนครับ งบประมาณอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน จัดให้เพื่อชดเชยและฟื้นฟูให้กับผู้ประสบอุทกภัย และภัยพิบัติ ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อน เดี๋ยวก็แล้ง เดี๋ยวก็น้ําท่วม เกิดภัยพิบัติทั่วไปหมด และแน่นอนครับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติวันนี้เขาน้ําตาตกในครับ รอความช่วยเหลือ จากรัฐบาล วันนี้เมื่อรัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเข้ามา เป็นเงินมูลค่ากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วย และขออนุญาตท่านประธานที่จะชื่นชมไปยัง รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ที่ได้ให้ความสําคัญกับผู้มีรายได้น้อยในระดับรากหญ้าให้ได้รับการดูแล จากรัฐบาลอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน โครงการประชาภิวัตน์ซึ่งขณะนี้เริ่มดําเนินการแล้ว ท่านประธานก็คงจะได้ทราบ วันนี้คนระดับรากหญ้าของกรุงเทพมหานคร จักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่รับจ้าง ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลไหนดูแลเขามาก่อน วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์มอบสิทธิพิเศษ มอบสิทธิในการที่จะเข้าสู่ระบบสินเชื่อภาครัฐให้ วันนี้คนที่จะประกอบอาชีพ ถ้าเขามีโอกาส เข้าสู่ระบบสินเชื่อได้ เขาก็สามารถที่จะประหยัดต้นทุนในการประกอบอาชีพ ในการที่จะทํา มาหาเลี้ยงชีพด้วยความสบายใจ วันนี้นโยบายประชาวิวัตน์ที่ทางกระทรวงการคลัง โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรณ์ จาติกวนิช ก็ได้เร่งดําเนินการเพื่อให้ เกิดผลประโยชน์ไปยังรากหญ้าทุกระดับ และท้ายนี้ครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ที่ไปขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จัดให้ในงวดแรก บัดนี้ได้รับการดูแล จากธนาคารที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายแสนคนครับ วันนี้ประชาชนจํานวนมาก ที่สูญเสียโอกาสในการไปลงทะเบียนขึ้นสู่การจัดการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบฝากผมมาครับ ว่ายังมีพี่น้องประชาชนอีกจํานวนมากหลายแสนคน และผมเชื่อว่าอาจจะเป็นล้านคน ต้องการให้รัฐบาลเปิดให้การขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบรอบที่ ๒ นะครับ ฝากท่านประธาน ไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรีบดําเนินการจดทะเบียน หนี้นอกระบบให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนในขณะนี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจริญอย่าต่อความยาว สาวความยืดนะครับ ผมอยากขอร้องครับ เพราะว่าอยากจะฟังท่านมิ่งขวัญอยู่ครับ เวลามัน จํากัดนะครับ พอเข้าใจนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมไม่เป็นคน ต่อล้อต่อเถียงหรอกครับ จะอธิบายสั้น ๆ ผม เจริญ จรรย์โกมล ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณของสภา ท่านประธานก็ทราบดีไม่เคย ต่อล้อต่อเถียงใครในสภา ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้าจนถึงจะ ๓ ทุ่มนี่ ผมถูกพาดพิงมา ตั้งแต่เช้าตลอดเลย เรื่องคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ แต่ไม่เป็นไร อันนั้นด้วยความปรารถนาดีและขอบคุณด้วยที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความสําคัญในการ ติดตามการใช้จ่ายเงิน ประเด็นที่ ๑ ที่จะขออธิบายสั้น ๆ ในที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองคายได้พาดพิงเรื่องผ้าห่มก่อนนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมว่าจะยาวไปนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่ยาวครับ อธิบายสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจ ว่าในเรื่องนี้กรรมาธิการได้ติดตามจริงนะครับ แล้วที่บอกว่าให้ผมมาเปิดเผยเรื่องคนที่เข้ามา บริหารการจัดการในการใช้เงินคือ ม นี่ ผมจะไม่พูดนะครับ เพราะว่าเป็นบุคคลภายนอก ในการที่จัดผ้าห่มขายให้กับราชการ อันนั้นเดี๋ยวผมจะทํารายงานให้กับท่านประธาน ดีไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

แล้วก็จะได้ดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อจะรายงานผมแล้ว ผมจะดําเนินการไป ก็พอแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ท่านได้ พาดพิงบอกว่าผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ แต่ไม่ใช่ ติดตามเอางบนะครับ จริง ๆ ในหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการนี่นะครับได้ดูแล โดยเฉพาะ กรมชลประทานที่ท่านพูดมานี้กรรมาธิการเราได้ประชุมกันก่อนที่จะประชุมสภาแห่งนี้แล้ว บอกว่าเราให้ข้อแนะนําต่อกรมชลประทาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือว่าอย่างนี้นะครับ ท่านก็ เป็นผู้ใหญ่นะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

เอาอย่างไรครับ ผมให้จบก่อนได้ไหม ไม่เกินนาทีเดียว ถ้าท่านประธานพูด ผมพูด ท่านประธานพูด ผมพูด มันไม่จบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันนอกรายการ บัญชีรายชื่อนี้นะครับ แต่เผอิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ประชุมอยู่ติดกับห้องผมเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย ห้องทํางานผมเบอร์ ๕ ห้องท่านสาทิตย์อีกห้องหนึ่ง ทีนี้รายการทั้งหมดเขาก็ต้องส่งมาที่ คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณอย่างที่ท่านประธานบอก แล้วก็เมื่อเช้า ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ก็บอก ก็มีคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็เท่านั้นเอง ก็เท่านี้ละครับ ผมขอชี้แจงเท่านี้ให้ทําความเข้าใจ

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้ ซึ่งมีจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สําคัญก็คือว่า ชดใช้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่เหลือก็เอาไปดําเนินงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ท่านประธานครับ อีก ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ทีนี้ผมได้มาดูในงบประมาณ ผมก็ ยังมองไม่เห็นครับว่าในหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเอาไปใช้นั้นได้ก่อเกิดประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างไรบ้าง แล้วที่สําคัญก็คือว่าพี่น้องประชาชนที่อ้างว่าเก็บภาษีได้ แล้วก็นํามา พัฒนาประเทศชาติ แล้วเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง แต่ความเป็นจริง ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่นะครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างครับท่านประธาน ในจังหวัดกาญจนบุรีของผมยากจนอดอยากครับ ท่านประธานครับ ตามข่าวหนังสือพิมพ์ เมื่อ ๒-๓ วันก่อนนั้นไปจับแมลงสาบกิน อย่างนี้ครับท่านประธาน แล้วมันจะทําให้เกิด ประโยชน์ตรงไหน ผมยังงงอยู่ ผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีหลายท่านได้พูดไป ทั้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านก็ได้บอกว่าได้เก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น แต่เก็บภาษีมากขึ้นนี้ผมไม่แน่ใจ จริงครับ เก็บขึ้น ได้อีก แต่ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน อย่างภาษีน้ํามัน ภาษีแวท (VAT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าก็แพงขึ้น ข้าวของก็แพงขึ้น รายได้ก็ไม่พอรายจ่าย แล้วมันไปดูกัน ตรงไหนว่าเศรษฐกิจดี ความจริงถ้าเศรษฐกิจดี ท่านประธานครับ เราไปที่ไหนทั่วทั้งประเทศ ไปเจอใครก็แล้วแต่เขาก็จะบอกว่าปีนี้ค้าขายดี การค้าขายดี พี่น้องค้าขายดี มีเงินทองใช้ มีรายได้พอกับรายจ่าย แต่มาถึงวันนี้ไม่ใช่เป็นอย่างนั้น มีรายได้ไม่พอเพียงกับรายจ่าย แล้วไปอ้างเศรษฐกิจดีได้อย่างไร นี่ผมสงสัยจริง ๆ ครับท่านประธาน พืชผลทางการเกษตร ก็ราคาตกต่ํา ถ้าหากว่าพืชผลราคาดี ขายดี พี่น้องมีรายได้ มีเงินในกระเป๋า รากหญ้ารวย อย่างนี้สิครับเศรษฐกิจดี เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้มันก็เกิดความเดือดร้อน

แล้วอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ที่บอกว่าเอาไปฟื้นฟูความเสียหาย บางแห่งผมเห็นนะครับท่านประธาน ได้ทราบมาว่าบางแห่งน้ําท่วม ยกตัวอย่าง อย่างโรงพยาบาล น้ําท่วมเสียหายเยอะแยะหมดเลย เยอะแยะหลายโรงพยาบาล หลายพื้นที่ แต่ว่าเป็นเรื่องแปลกครับ ไม่มีเงินเหล่านี้ไปช่วยเหลือโรงพยาบาลเหล่านั้นเลย อย่างนี้เป็นต้น ผมก็ไม่แน่ใจ ก็ไม่ทราบว่าเจ้ากระทรวงได้ดูแลอย่างไร หรือว่าไม่ต้องการที่จะให้ได้รับ การช่วยเหลืออย่างนั้น แต่มาฟังท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าให้ไปดู ให้กระทรวงต่าง ๆ ได้ไปดูว่ามีงบเหลือไหม แล้วงบใช้หมดไหม ถ้าอย่างนี้ผมก็เข้าใจว่าอย่างกระทรวง สาธารณสุขยังมีงบเหลือจ่ายเยอะแยะเลยจึงไม่ต้องการขอที่จะใช้อย่างนั้น สิ่งเหล่านี้ ก็ปล่อยให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ถ้าสมมุติว่างบประมาณปี ๒๕๕๕ กระทรวงเหล่านี้ ก็ไม่ต้องมาให้เงิน ไม่ต้องไปให้เขาเลย อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ไม่มีให้ อย่างนี้เป็นต้น ก็ไม่คิดว่าเงินเหล่านี้จะต้องไปช่วยเหลือ ความจริงต้องมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศไม่ให้เกิดความเดือดร้อนเลย แม้แต่น้อย ไม่ให้เกิดความอดยากเลยแม้แต่คนเดียว อย่างนี้เป็นต้นครับ ถ้าเป็นอย่างนี้สิครับ ถึงจะชื่อได้ว่าเศรษฐกิจดี แล้วพี่น้องไม่เดือดร้อน แต่ว่างบประมาณตรงนี้ไม่ถึงนะครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อมั่นว่าท่านประธานก็รู้ ท่านประธานทํางบประมาณนี้มาเยอะแยะ แต่งบประมาณอย่างนี้มันจัดสรรแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องโดยแท้จริง เพราะฉะนั้น กระผมก็กราบเรียนท่านประธาน แต่ผมยังมีเวลาก็เอาแค่นี้ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณมากครับ ต่อไป ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน เชิญครับ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้เวลาผมได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีเพิ่มเติม พุทธศราช ๒๕๕๔ จํานวน ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการดําเนินการโดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติจํานวนประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท กลุ่มที่ ๒ ก็คือการจัดสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประมาณ ๕,๙๕๗ ล้านบาท และกลุ่มสุดท้ายก็คือรายจ่ายเพื่อชดเชยในเรื่องของเงินคงคลัง ประมาณ ๘๔,๑๔๒ ล้านบาท ประเด็นแรกที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลและกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้อง ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่แรก ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มแม่น้ําชี-มูล ที่เกิดผลกระทบในเรื่องของอุทกภัย ทั้งน้ําท่วมฉับพลัน และในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมขัง พื้นที่ที่ ๒ ก็คือ พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา ไล่ตั้งแต่บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ไล่ลงมาจนกระทั่งถึง บริเวณปริมณฑลในพื้นที่ที่ติดกับกรุงเทพมหานคร แล้วก็สุดท้ายก็คือในพื้นที่ภาคใต้นะครับ ที่เกิดผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาตภัยที่ส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่อยู่อาศัย แล้วก็ในส่วนของสวนยางพารา ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอํานวยการกํากับ และติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เรียกกันว่า คชอ. โดยมีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธาน ได้มีการให้ความช่วยเหลือโดยเสนอผ่าน ครม. ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการช่วยเหลือครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้มีพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความช่วยเหลือ จนกระทั่งล่าสุดประมาณ ๖๙๓,๖๗๗ ราย รวมถึงในเรื่องของ การชดเชยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของพืชสวนไร่นา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นาข้าว ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือประมาณถึง ๓ เท่า ประเด็นถ้าเรา กลับมาดูนะครับในเรื่องของความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลได้กําหนดขึ้นก็จะแบ่งเป็นประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมปรับปรุงระบบส่งน้ํา การฟื้นฟู การขุดลอกคู คลอง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็คือกรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งจริง ๆ ในประเด็นตรงนี้ต้องอยากกราบเรียนท่านประธานว่า นอกเหนือจากงบประมาณที่ได้ดําเนินการ เพื่อที่จะเร่งแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ในช่วงประมาณ ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนในปีนี้ ในปีงบประมาณก็จะ มีทั้งในเรื่องของแหล่งน้ํา ในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพโครงสร้างพื้นฐาน เพราะว่าพี่น้อง ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในภาคอีสานก็ดี ภาคกลาง หรือภาคใต้ หลังจากน้ําเริ่มลดแล้ว ก็จะประสบปัญหาในเรื่องสภาพถนนหนทาง เส้นทางรถไฟ สะพาน คันกันน้ํา รวมถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ศาสนสถาน ซึ่งได้มีการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในส่วนเหล่านี้ทั้งหมดประมาณ ๔,๘๘๓ แห่ง ในส่วนของ โรงเรียนที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแล รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ก็รวมถึงประมาณ ๒,๖๕๐ แห่ง ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมก็คือว่า ในส่วนของงบประมาณที่จะต้องมีการเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วง ๖ เดือนที่เหลือนี้ ก็อยากกราบเรียนฝากไปถึงกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องและก็ทางรัฐบาลที่จะได้ช่วยเร่งรัดในเรื่อง ของการดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายในช่วงกรอบระยะเวลา ๖ เดือน รวมถึงเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวถึงในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิด ความโปร่งใส อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากกราบเรียนฝากไปถึงทางรัฐบาลให้กํากับดูแล และมีมาตรการในเรื่องเหล่านี้

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ก็คือในเรื่องของการที่จะได้วางแผนฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจําเป็นที่พี่น้องประชาชนอยากเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ระบบการวางผังเมือง การแก้ไขปัญหาในเรื่องสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ําไหล ในเรื่องของ การทํางานเชื่อมโยงเป็นระบบในลักษณะที่เป็นพื้นที่ แทนที่จะเป็นการแยกส่วนการทํางาน ของแต่ละกระทรวง อันนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วม แล้วในขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองก็จะได้ ช่วยวางกรอบการป้องกันแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป ผมเองขอสนับสนุนร่างงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณปาริชาติ ชาลีเครือ เสร็จแล้วก็จะให้ฝ่ายทางรัฐบาลอีก ๒ ท่าน คือท่านพุฒิพงศ์ กับท่านมัลลิกาคนสุดท้าย แล้วก็ท่านมิ่งขวัญให้เวลาเต็มที่ แต่อย่าให้เกิน ๕ ทุ่ม ก็เรียน อย่างนี้นะครับ ตกลงกันนะครับ เชิญคุณปาริชาติ

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันดีใจนะคะที่ได้มาพูดเรื่องงบประมาณ ซึ่งวันนี้เวลาสั้นมากก็คงจะดู ในส่วนมาตรา ๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูงบแล้วน้อยนิดมาก คือ ๑,๖๙๗ ล้านบาท โดยมีกรมชลประทานเป็นกรมที่อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานคะ งบประมาณปีนี้ มันไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็น่าคิดว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้รัฐบาลเก่งจังนะคะ ไม่ทราบว่าจะเอาเงินมาจากไหน คิดแต่เงินในอนาคตตลอดเวลา จากที่หลาย ๆ ท่าน อภิปรายมา รัฐบาลบอกว่าสามารถเก็บเงินรายได้ปีนี้ได้สูงมาก ก็ดีใจนะคะถ้าเก็บได้จริง กลัวว่าจะเก็บไม่ได้จริง ๆ กลัวโม้มากกว่า ถ้าหากเก็บได้จริงก็ขอให้รู้จักใช้ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยค่ะท่านประธานคะ ดิฉันดูงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามแผนฟื้นฟูการแก้ปัญหาผลกระทบภัยพิบัติในช่วงที่ผ่านมา ดิฉันเห็นด้วยในการ จัดงบประมาณส่วนนี้เพิ่มเติม แต่เป็นห่วงวิธีการปฏิบัติและการจัดสรรเงินดังกล่าวรู้สึกว่า จะไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม อยู่ในพื้นที่ของพรรคที่เป็นรัฐบาลนะคะ แบบนี้ มันเป็น ๒ มาตรฐาน จากที่สมาชิกหลายท่านพูดถึงว่ากระจุกอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ มีการพาดพิง บอกว่าอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิเยอะมาก สมาชิกหลายท่านก็บอกว่าที่มันเยอะ เยอะอยู่ในส่วนของ พรรคร่วมรัฐบาลนะคะ เหมือนท่านสมาชิกได้พูดถึง ดิฉันก็เห็นด้วยตรงนั้น อย่างโครงการ ที่ฟื้นฟูของด้านชลประทานที่ได้รับผลภัยพิบัติ ๑,๖๙๗ ล้านบาทนั้น โครงการส่วนใหญ่ เป็นเรื่องปรับปรุงแหล่งน้ําที่มีราคาหน่วยต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๗๓๘ รายการ เป็นเงิน ๑,๒๓๐ ล้านบาทนั้นไม่มีรายละเอียดชัดเจนในโครงการเลยค่ะท่านประธาน และดูเหมือนว่างบดังกล่าวไปอยู่ในพื้นที่ของรัฐบาลจริง ๆ ท่านเปิดดูได้เลยค่ะ เมื่อเช้าดิฉัน นั่งฟังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์พูดว่า การจัดงบประมาณคราวนี้จะจัดให้เป็นธรรม ดูจากภาพ ดูจากเอกสาร ความเสียหายต่าง ๆ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จัดได้ อย่างนั้นจริง ดิฉันดีใจด้วย แต่ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เพราะว่าขณะนี้ทราบว่า การจัดงบประมาณคราวนี้เป็นลักษณะที่ว่ารู้กันอยู่แล้ว มองตารู้ใจกันว่าได้แบ่งเค้กกัน เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ผลกระทบคราวที่แล้วนั้น ดิฉันรู้สึกสงสารและเห็นใจพี่น้องประชาชนหลายสิบจังหวัดที่ได้เจอปัญหาอุทกภัยเกิดขึ้น ขณะนี้งบประมาณที่ลงไปช่วยเหลือยังไม่ทั่วถึงเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด ของดิฉันเองหลายอําเภอ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอบ้านเขว้า อําเภอจัตุรัส แล้วก็อําเภอเมืองอื่น ๆ อีกมากมายก็ยังไม่ได้รับเงินชดเชยเลยค่ะ อยากจะให้ดูตรงนี้ด้วย อีกเรื่องหนึ่งค่ะ เป็นเรื่องที่ ตลกมาก เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมานะคะ เครื่องบินไม่รู้บินมาจากไหน มาตกอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ที่อุทยานตาดโตน ท่านประธานอันนี้เป็นเรื่องที่ตลกเพราะอะไร เขาบอกว่าบินไปซ้อมรบคอบรา โกลด์ (Cobra Gold) ดิฉันก็แปลกใจว่าเครื่องบิน ๒ ลําบินมาแล้วมาชนกัน ดิฉันว่ามันไม่ใช่ อันนี้แสดงว่ากระทรวงกลาโหมนั้นซื้อเครื่องบินไม่ได้คุณภาพใช่ไหมคะ บินแค่นี้ก็ตกแล้ว หรือว่าบินไปโชว์ (Show) ที่ชายแดนเขมร แล้วถูกเขายิงปีกหักมาหรือเปล่า แล้วก็มาหล่น ที่ตรงนี้ แล้วอยากจะทราบว่าท่านรู้ไหมเครื่องบิน ๒ ลํา รัฐมนตรีนําเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. ขออนุมัติงบประมาณซ่อมเครื่องบินเอฟ ๑๖ (F16) ๖ ลําเป็นเงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานมากกว่างบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้งบกลางปีคราวนี้ด้วย ๑ ลํา ก็ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว อย่างนี้น่าจะพิจารณาใหม่ว่าเห็นการรบดีกว่าปากท้อง ประชาชนหรืออย่างไรคะ ดิฉันคิดว่างบประมาณที่เอาไปซ่อมเครื่องบินเอฟ ๑๖ นี้ น่าจะนํามาแก้ไขปัญหาระบบน้ําชลประทานหรือแก้ไขปัญหาปากท้อง ปัญหาราคา พืชผลการเกษตรให้แก่ประชาชนจะดีกว่า แต่ปรากฏว่างบประมาณเอามาให้กระทรวง ที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้เพียง ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ก็ไม่อยากพูดมาก อย่างที่รู้อยู่แล้วว่างบประมาณชิ้นนี้ งบนี้ไม่เป็นธรรมค่ะท่านประธาน ขอขอบพระคุณมากค่ะ

(การประชุมดําเนินการมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย ๗ นาทีนะครับ

นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้ผมได้อภิปรายเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลได้มีวัตถุประสงค์ในการที่จะจัด งบประมาณเพื่อช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งคือภัยน้ําท่วม ในงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลจัดในครั้งนี้ส่วนหนึ่งนําเอาไปใช้เงินคงคลังเป็นจํานวนถึง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนอีกส่วนหนึ่งอีกจํานวน ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลได้จัดส่วน ในการที่จะนําเงินส่วนนี้ไปดูแลพี่น้องที่ถูกผลกระทบจากภัยน้ําท่วมในครั้งที่ผ่านมา ในครั้งที่ผ่านมาในช่วงระหว่างวันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็น จังหวัดที่เป็นบ้านของกระผมได้เกิดน้ําท่วมครั้งใหญ่ ทําให้เกิดความเสียหายของพื้นที่ เป็นจํานวนมาก และในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้ความสนใจ อนุเคราะห์ลงไปตรวจเยี่ยมดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และในเบื้องต้นท่านเอง ก็ได้มีคําสั่งในการที่จะช่วยเหลือดูแลประชาชนในเบื้องต้นในงบเร่งด่วนในการที่จะจัดเงิน ช่วยเหลือให้แก่พี่น้องครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท และในส่วนของไร่นาพี่น้องที่ได้รับความ เสียหายรัฐบาลก็ได้กําหนดเป็นงบประมาณในการที่จะลงไปช่วยเหลือเยียวยา โดยเป็นงบ ช่วยเหลือน้ําท่วม ซึ่งขณะนี้ก็ได้นําไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ที่พี่น้องประสบภัยพิบัติในช่วงนั้น สําหรับเงินงบประมาณของจํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้จัดมาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่พี่น้องในพื้นที่ และถนนหนทางหรือสะพานที่ถูกน้ําท่วม ทั้งนี้จังหวัดชัยภูมิซึ่งได้รับงบประมาณทั้งสิ้นเป็นเงินงบประมาณ ๔๖๘ ล้านบาท ผมถือว่า เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งในงบ ๔๖๘ ล้านบาทนี้ได้มอบให้ แต่ละหน่วยงาน กรม กระทรวง หรือได้เอาไปดูแลแก้ไขให้แก่พี่น้องประชาชน ในส่วนของ งบที่กระจายไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีดังนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ไปประมาณ ๒๓๗ ล้านบาท กรมทางหลวงชนบทได้ประมาณ ๒๖ ล้านบาท ส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการได้ประมาณ ๔๕ ล้านบาท กรมทางหลวงได้ประมาณ ๗๘ ล้านบาท กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประมาณ ๖๔ ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ําได้ประมาณ ๑๓ ล้านบาท กรมทางหลวงประมาณ ๗๘ ล้านบาท กรมชลประทานประมาณ ๖๔ ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ําประมาณ ๑๓ ล้านบาท งบเหล่านี้ถือว่าเป็นงบบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่พี่น้องในเรื่องของสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกิดจากภัยพิบัติน้ําท่วม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง แต่ถ้าจะให้การแก้ปัญหานี้เป็นรูปธรรม ที่ยั่งยืน ผมอยากจะขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในการ ที่จะให้มีนโยบายที่แน่ชัดในการที่กําหนดนโยบายป้องกันน้ําท่วมและฝนแล้ง โดยการกําหนด นโยบายที่เป็นรูปธรรมในการที่จะจัดพื้นที่ต่าง ๆ ที่เหมาะสมในการทําอ่างเก็บน้ํา ฝาย ในการที่จะชะลอน้ํา ซึ่งจังหวัดชัยภูมิเองมีเทือกเขาซึ่งเราเรียกว่าเทือกเขาพังเหยและ เทือกเขาภูแลนคาที่เป็นต้นน้ําของแม่น้ําสําคัญ อาทิ แม่น้ําชี เมื่อฝนตกลงมาแต่ละครั้ง น้ําที่ไหลหลากลงมาจากเขาลงมาสู่พื้นล่าง ในสภาพปัจจุบันจะมาอย่างรุนแรงและเร็วมาก หากเราไม่มีอ่างหรือฝายที่เป็นตัวค่อยชะลอน้ํา น้ําจะไหลลงมาสู่พื้นล่าง สู่อําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้าและอําเภอเมือง ทําให้เกิดภัยน้ําท่วมขึ้นทุกปี ปัญหานี้จะแก้ได้โดยขอให้ ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จัดสรรงบประมาณในการ ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ํา ฝาย หรือขุดลอกหนอง คู บึงต่าง ๆ จะเป็นการช่วยชะลอน้ําที่จะไหล ลงมาข้างล่างและเป็นการเก็บน้ําเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ในช่วงหน้าแล้งเป็นอย่างดี กระผมขอกราบเรียนว่าการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมและฝนแล้งของจังหวัดชัยภูมิก็อยากให้ท่าน ได้ช่วยพิจารณาสิ่งที่ผมพูดมานี้ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปก็จะเป็นผู้อภิปรายฝ่ายรัฐบาลท่านสุดท้ายนะครับ แล้วก็จากนั้นจะเป็นทางฝ่ายค้าน โดยท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นท่านสุดท้าย ฝ่ายรัฐบาลเชิญท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๕ นาที เชิญครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา จากที่ดิฉันได้ศึกษารายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๔ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเข้ามาในสภาวันนี้ โดยส่วนตัวดิฉันเอง ต้องบอกว่าเห็นด้วยแล้วก็ขอสนับสนุน เหตุผลเพราะว่าจังหวัดลพบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับ ผลกระทบกับภาวะน้ําท่วมอย่างหนัก หลาย ๆ อําเภอ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอบ้านหมี่ อําเภอท่าวุ้ง อําเภอเมือง หรืออําเภอโคกสําโรง ดังนั้นวันนี้การที่รัฐบาลได้มองเห็นความจําเป็นในการ ดําเนินการฟื้นฟูช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบของภัยพิบัติน้ําท่วมนั้น ดิฉันเอง ต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกท่านแทนที่พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีในโอกาสนี้ ส่วนใน รายละเอียดของงบประมาณกลางปีดิฉันเองขออภิปรายในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านสมาชิก หลาย ๆ ท่านมองว่างบประมาณที่ลงไปที่เบี้ยยังชีพของท่านผุ้สูงอายุที่ว่าลงไปแล้วทําไม ระยะรอบเวลา ๖ เดือน หรือ ๑๒ เดือนอะไรนั้น แล้วก็ทําไมถึงไม่โอนเงินจํานวนนี้ให้กับ ท้องถิ่นไป ทําไมต้องให้ท้องถิ่นเป็นบุรุษไปรษณีย์ จริง ๆ แล้วจากสภาพที่ลงพื้นที่ ท้องถิ่นเอง ยินดีที่จะเป็นบุรุษไปรษณีย์ ชอบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าหากคณะรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มองเห็นความสําคัญ อย่ายึดติดกับรัฐธรรมนูญว่าจะต้องจัดสรรงบประมาณลงไปที่ท้องถิ่นนั้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คงต้องฝากคณะรัฐบาลว่างบประมาณของปี ๒๕๕๕ ท้องถิ่นอยากจะให้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าถ้าเกิดท่านให้เยอะ ท้องถิ่นจะเอาลงไปให้ผู้สูงอายุ อย่างไรทุกคน เต็มใจให้อยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้เราทุกคนก็ทราบว่าถ้าไม่มีผู้สูงอายุวันนี้พวกเราก็คงไม่ยืนอยู่ตรงนี้

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือของกระทรวงคมนาคม จังหวัดลพบุรีต้องบอกว่าขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ซึ่งท่านได้ไปตรวจเยี่ยมพร้อมด้วยคณะข้าราชการจากกรมทางหลวง แล้วก็หลาย ๆ ท่าน วันนั้นทางรถไฟขาด วันนี้อยู่ในเล่มนี้แล้วมีงบประมาณก็อยากฝากบอก กับพี่น้องประชาชนชาวลพบุรีว่าถนนหลาย ๆ เส้นซึ่งวันนั้นน้ําท่วมมีประชาชนบางท่าน ถึงกับกระโดดลงมาขวางหน้ารถที่คณะรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยมสภาพ แล้วก็บอกถึง ความเดือดร้อนของเขาว่าน้ําท่วม ถนนขาด ไม่มีใครมาสนใจ ไม่มีใครมาดูแล หลังจากนั้น จนกระทั่งวันนี้ถนนได้รับการปรับปรุงแค่พอใช้การได้ รอเงินก้อนนี้ ดิฉันไม่สนใจว่ารัฐบาลนั้น คาดว่าจะได้รับเงินภาษีเพิ่ม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ตั้งงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะได้จริงหรือไม่จริง เพราะในเมื่อสิ่งที่ท่านตัดสินใจท่านคิดว่าท่านทําถูก การที่ท่าน ตั้งงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ เมื่อท่านพูดแล้ว เมื่อท่านตั้งใจแล้ว ก็เข้าใจว่า ท่านจะทําตามคําพูดของท่านอย่างที่ท่านได้แถลงไว้ในตอนต้น วันนี้ดิฉันในฐานะ ของคนจังหวัดลพบุรีต้องบอกได้เลยว่ารอเงินงบประมาณก้อนนี้เพื่อที่จะไปบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี และโอกาสนี้ดิฉันเองคงต้องบอกว่า หลาย ๆ เส้นทางพวกเราก็คงจะมีกําลังใจที่จะได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพดีอย่างเดิม คงไม่ใช้เวลามาก เพราะว่าหลาย ๆ ท่านคงจะรอท่านอาจารย์มิ่งขวัญมาอภิปราย ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ท่านได้ทําเรื่องขออนุญาตท่านประธานสภาที่จะใช้อุปกรณ์ ประกอบการอภิปรายก็คือ ๑. ใช้ข้อมูลขึ้นจอ และ ๒. จะมีแผ่นชาร์ท (Chart) แสดง ซึ่งท่านประธานก็ได้อนุญาต เชิญท่านมิ่งขวัญครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ระบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายงบประมาณ เพิ่มเติมกลางปีผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ฝากเผื่อไปยังพี่ ๆ น้อง ๆ ท่าน ส.ว. ทุกท่าน แต่ที่สําคัญที่สุดผมอยากขออนุญาต อภิปรายงบประมาณครั้งนี้ไปยังประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผมต้องการสื่อสารความจริงครับ แล้วก็ได้ขออนุญาตท่านประธานใช้วัสดุอุปกรณ์ไว้แล้ว เพราะฉะนั้นบนจอก็อาจจะมีข้อความ ต่าง ๆ ที่ปรากฏมา และผมคิดว่าท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน ประชาชนคนไทยที่อยู่ทางบ้าน ก็จะได้รับทราบข้อมูล สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียน มีพี่ ๆ น้อง ๆ ในพรรคเพื่อไทย แล้วก็ สมาชิกหลายท่านติติงผมบอกว่าทําไมเลือกเวลาอภิปรายเป็นเวลาของละคร ตอนนี้ตรงกับละคร ผมไม่ทราบช่อง ๓ ช่อง ๗ มีอะไร ผมอยากจะบอกว่าหลายคนคนสนุกอยู่ ดูละครอยู่ แต่ถ้า มีโอกาสใครบังเอิญดูช่องนี้อยู่เวลานี้ ขอความกรุณาช่วยโทรศัพท์บอกพี่น้องของตัวเอง บอกคุณพ่อ คุณแม่ บอกลูกหลาน บอกว่าหมุนมาดูที่ช่องเอ็นบีที (NBT) กับการถ่ายถอดสด ณ ปัจจุบันนี้ เพราะตรงนี้เป็นชีวิตจริงของคนไทย เป็นชีวิตจริงของคนไทยทั้งประเทศ ที่เรากําลังเป็นตัวละครอยู่ และแน่นอนที่สุดครับ สิ่งที่ผมเรียบเรียงจะมาอภิปรายนี้พวกเรา คือตัวละครครับ แล้วก็มีผลกระทบโดยตรงกับชีวิตจิตใจของพวกเรา

อีกเรื่องหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปสู่เนื้อหาสาระ ผมใคร่กราบขออภัยท่านนักวิชาการ ทางการเงิน การคลัง นักเศรษฐศาสตร์ต่าง ๆ ที่จะขออนุญาตพยายามใช้ศัพท์ในทางวิชาการ ให้น้อยที่สุด ทั้งนี้เพราะนอกจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมอยากให้ ประชาชนทางบ้านได้เข้าใจ แล้วก็ฟังง่ายว่ากําลังเกิดอะไรขึ้นนะครับ ถ้าท่านพร้อมนะครับ

ผมขออนุญาตนําไปสู่สไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑ ครับ ก่อนที่ผมจะพูดถึง งบประมาณกลางปีเพิ่มเติม อยากให้ขอย้อนไปสัก ๔-๕ สไลด์ เพื่อจะพูดถึงงบประมาณ ประจําปีก่อนนะครับ ผมอยากกล่าวว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ เริ่มเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ มาถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ที่พูดอย่างนี้ ทําไมถึงต้องพูดอย่างนี้ สําหรับประชาชนที่ชมอยู่ทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจว่าทําไมปีงบประมาณถึงไม่ตรงกับปีปฏิทิน วันที่ ๑ ตุลาคม ท่านจะสังเกตว่าการโยกย้ายข้าราชการก็จะเกิดตอนนั้น แล้วก็ไปจบ ปีงบประมาณวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ อย่างที่ผมเรียน ตรงนี้มีความเกี่ยวเนื่องในการ อภิปราย เพราะฉะนั้นย้ําอีกครั้งนะครับ วันที่ ๑ ตุลาคม เป็นปีที่เริ่มปีงบประมาณของการใช้เงิน ไปดูแผ่นที่ ๒ ครับ รัฐบาลได้ขออนุมัติใช้เงินงบประมาณ ๒.๐๗ ล้านล้านบาท ผมยืนยันครับ พ่อแม่พี่น้อง ผมไม่ได้อ่านผิด ผมอ่านคําว่า ล้านล้านบาท นั่นหมายถึงว่าท่านใช้เงินอยู่ ๒ ล้านล้านบาท กับอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ครับ อันนี้ก็เข้าใจเศรษฐกิจประเทศก็ต้องเติบโต ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น

ไปดูแผ่นต่อไปครับ ตรงนี้ถ้าเป็นนักการเงิน การคลัง สํานักงบประมาณ ผมทราบว่าใจจดใจจ่อรอดูอยู่ เป็นงบประมาณขาดดุลที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ๔.๒ แสนล้านบาท สําหรับประชาชนทั่วไปผมว่างบขาดดุลเขาฟังแล้วก็งง มันแปลว่าอะไร อยากจะเปรียบเทียบง่าย ๆ นะครับ ท่านหาเงินได้ ๑๐๐ บาท ถ้าท่านมีรายรับ ๑๐๐ บาท ท่านจ่ายออกไป ๑๐๐ บาท ถ้าอย่างนี้ถือว่าสมดุล ก็เป็นงบประมาณสมดุล แต่ถ้าท่าน เกิดหาเงินได้ ๑๐๐ บาท แล้วท่านใช้เงินออกไป ๑๕๐ บาท ท่านก็ใช้เกินเงินที่มีอยู่ ตรงนี้ ถ้าเป็นงบประมาณถือว่าเป็นงบประมาณขาดดุล รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เข้มแข็ง อดทน แล้วก็ ใจกล้าครับ ตั้งงบประมาณขาดดุลสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ผมเรียนนิดหนึ่ง นะครับ ผมต้องบอกก่อน ผมขออภัยที่ต้องบอกว่า คําว่า สูงที่สุด มากที่สุด มากเป็นประวัติการณ์ แต่มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คราวนี้ย้อนกลับมาว่างบประมาณขาดดุล เมื่อกี้ที่ผมยกตัวอย่าง ถ้าใช้เงินเกินตัวแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ แน่นอนที่สุดครับ ถ้าหาได้ ๑๐๐ บาท แล้วใช้ ๑๕๐ บาท อีก ๕๐ บาท ท่านก็ต้องไปกู้ แล้วเมื่อกู้ท่านก็ต้องเป็นหนี้ สิ่งนี้คือประเด็นที่จะมา เชื่อมโยงในการอภิปรายในวันนี้ครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ งบประมาณประจําปีที่กําลังเริ่มดําเนินการมาได้ไม่กี่เดือน นะครับ เป็นงบที่ใช้หนี้ได้น้อยลง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ในปี ๒๕๕๓ ท่านมีประสิทธิภาพ ในการใช้หนี้อยู่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ท่านใช้หนี้ได้ ๓.๒ หมื่นล้านบาท ท่านใช้หนี้ ได้น้อยลงถึง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ๑ ใน ๓ หรือเกินกว่า ๑ ใน ๓ ท่านใช้หนี้ได้น้อยลง ความหมายคืออะไร หนี้สะสมก็เพิ่มขึ้น คิดได้เป็นหลายประเด็น เช่น ท่านเก็บภาษีได้เยอะ แต่ท่านก็ใช้จ่ายเยอะมากขึ้นไปอีก ใช้จ่ายเงินเกินตัว เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการใช้หนี้ ก็น้อยลง หรือท่านเก็บภาษีได้น้อย ไม่พอค่าใช้จ่าย อย่างนี้เป็นต้น พ่อแม่พี่น้องทางบ้าน คงเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้ดีพอสมควรจากการอธิบายนะครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ งบกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรายจ่ายประจําครับ ตรงนี้ มีความหมายว่าอะไร ทุกอย่างกระดุกกระดิกไม่ได้ อย่างไรก็ต้องจ่าย ๑๐๐ บาทนี่ เกินกว่า ๘๐ บาทเป็นรายจ่ายประจํา ตรงนี้ผมอยากจะย้ํานะครับ บังเอิญผมมาจากภาคเอกชน ค้าขายปีหนึ่งหลายแสนล้านบาท ผมเคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ในรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องย้ํานะครับ ด้วยความปรารถนาดี แล้วก็สร้างสรรค์จริง ๆ นะครับ เป็นฝีมือของการบริหารจัดการ ถ้าจัดการบริหารดี การใช้จ่ายก็จะมีประสิทธิภาพ ไม่รั่วไหล การพิจารณาเรื่องการลดค่าใช้จ่ายถือเป็นภาระและหน้าที่โดยตรงของคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกท่าน และหน่วยงานราชการ การพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายที่ซ้ําซ้อน สิ่งเหล่านี้ จะบ่งชี้ถึงความมีประสิทธิภาพของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการบริหาร บ้านเมือง แต่ถึงกระนั้นก็ดีนะครับ ผมคิดว่าท่านกําลังพยายามทําอยู่ ทีนี้ถ้าเกิดกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรายจ่ายประจํา ผมอยากย้อนไปนะครับ แล้วที่เหลือละครับ ท่านลองไปดู สไลด์แผ่นต่อไปครับ ท่านมีงบลงทุนเพียง ผมเน้นคําว่า เพียง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓.๔ แสนล้านบาท พูดง่าย ๆ นะครับงบลงทุนคืออะไร งบตัวนี้มีส่วนสําคัญในการกระตุ้น เศรษฐกิจ ถ้าภาคเอกชนไม่มีความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ ไม่มีความเชื่อมั่นใ นรัฐบาล การลงทุนตรงนี้น้อยลง แน่นอนที่สุด งบลงทุนของรัฐบาลก็ต้องทุ่มมากขึ้น เงิน ๓.๔ แสนล้านบาท หรือ ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเยอะไหมสําหรับประเทศ ไม่เยอะครับ เอาไปทําอะไรได้บ้าง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้ประชาชนที่ฟังทางบ้าน เข้าใจ ถ้าสําหรับคนกรุงเทพมหานครไปสร้างรถไฟใต้ดิน ๓ ถึง ๔ สาย หมดแล้วครับ นั่นแปลว่าอะไร คนต่างจังหวัดจะไม่ได้อะไรเลยจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจตรงนี้ อันนี้ผมก็ฝากไว้ ผมอาจจะเชื่อมโยงไปนะครับ อันนี้คงเชื่อมโยงไปแนะนําท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านเป็นประธาน น่าจะเป็นประธานบอดร์ด บีโอไอ (Board BOI) ถ้าท่านนั่งหัวโต๊ะกระตุ้น หาวิธีสร้างเงื่อนไข อันนี้ผมมองด้วยความเข้าใจ ถ้าเงื่อนไขการแข่งขันการลงทุนเราแข่งขันได้ กับประเทศต่าง ๆ การลงทุนจะไหลเข้า ความเชื่อมั่นศรัทธาของประเทศก็จะไหลเข้าด้วย นะครับ

ไปดูแผ่นต่อไปครับ แผ่นนี้เป็นแผ่นที่สําคัญค่อนข้างมากครับ เปลี่ยนสไลด์ ได้แล้วครับ คนฉายสไลด์หลับอยู่หรือเปล่า งบกลางครับ งบกลางของนายกรัฐมนตรีมากถึง ๒.๖ แสนล้านบาท ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับในระหว่างอธิบาย พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ทางบ้าน อย่าเพิ่งตกใจนะครับ อ่านตัวเลขสับสน เอ๊ะ ทําไมมันยากอย่างนี้ ไม่ยากนะครับ ผมขออนุญาตนักวิชาการทางการเงิน การคลัง และจะพยายามอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ แล้วทําไมถึงบอกอย่าดูละครคืนนี้ มาฟังการอภิปรายตรงนี้นะครับ เงิน ๒.๖ แสนล้านบาท ถ้าอ่านให้ชัด ๆ ก็คือ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เป็นงบกลาง เป็นงบของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปดูแผ่นต่อไปครับ ท่านมีอํานาจในการ สั่งการและใช้จ่าย บังเอิญผมก็ยังไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ ได้เป็นสูงสุดคือ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมีอํานาจเต็มครับ ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน มากสูงสุดเป็นอันดับ ๒ รองลงไปจากกระทรวงศึกษาธิการ และต้องอีกครั้งหนึ่งนะครับ มากสุดเป็นประวัติการณ์ครับ ถามว่าตรงนี้มีผลอะไร มีผลสิครับ ความฉุกเฉิน งบฉุกเฉิน งบภัยพิบัติ ทุกอย่างอยู่ในงบกลางหมด จะ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อะไรก็แล้วแต่อยู่ตรงนี้ ถ้าเกิดว่าไม่พอท่านอาจจะดึงส่วนอื่น ๆ ลงมาใช้หนี้อีก ตรงนี้จึงเป็นเครื่องหมายคําถามว่า มาขออีกทําไม แล้วทําไมต้องมาของบกลางเพิ่มในวันนี้ แผ่นต่อไปครับ ตรงนี้มาเชื่อมโยงกับ งบประมาณรายจ่าย ผมขอเน้นคํา ๒ คํานะครับ เพิ่มเติม แล้วก็กลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมนั่งฟังหลายท่านอภิปรายมาตั้งแต่เช้า วันนี้ต้องชื่นชมทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทุกคน ต่างมีเหตุมีผลในการหักล้าง ฝ่ายรัฐบาลบอก เห็นด้วย เห็นด้วย แล้วก็เห็นด้วย ฝ่ายค้านบอกว่า ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นด้วย ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผมอยากจะย้ํานะครับ เรากําลังจะเข้ามาสู่ท่อนที่สําคัญ คืนวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศ ถ้าผ่านพ้นคืนไปนี้ทุกคนช่วยกันโหวตว่าเห็นด้วย หรือเห็นด้วยชนะ อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ พ่อแม่พี่น้อง งบเพิ่มเติมกลางปี ไม่ใช่งบปกติแน่นอน

ไปดูแผ่นต่อไปครับ ตรงนี้ผมต้องย้ํานะครับ หนังสือที่ผมถืออยู่ในมือ เป็นบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ผมอุตส่าห์วงคําว่า เพิ่มเติม เป็นตัวเบ้อเริ่มไว้เลย ประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ท่านเขียนข้อความในเชิงกฎหมาย สารัตถะไว้อย่างชัดเจน แต่สรุปให้เป็นภาษาง่าย ๆ ผมย้ํานะครับ ผมต้องการจะสื่อสารกับคนไทยทั้งประเทศว่า ความจําเป็นข้อที่ ๑ ท่านบอกว่า ภัยพิบัติ ความจําเป็นข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าสวัสดิการสังคม ความจําเป็นข้อที่ ๓ ท่านบอกว่า การกระจายอํานาจปกครอง และมาถึงข้อที่ ๔ ท่านบอกว่าชดเชยเงินคงคลัง ผมย้ํา ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๔ เป็นเนื้อหาที่สําคัญที่สุด ภัยพิบัติ ผมว่าเดือนพฤศจิกายน ถ้าผมจําเดือนไม่ผิด เป็นเดือนที่น้ําท่วมแล้วก็มีผลเสีย ถ้าผมตัดว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านมาขอคืนนี้ แล้ววัตถุประสงค์เป็นอย่างนี้ สไลด์แผ่นต่อไปผมขอพูดเต็ม ๆ จอเลยครับ ผมต้องการจะบอก กับท่านว่าอะไร เปิดเลยครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และ คณะรัฐมนตรีทั้งหมด ถ้าผมบอกว่าไม่เห็นด้วยเฉย ๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องมีเหตุผล ผมกราบเรียนโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดนะครับ ถ้ารูปของผมจะไปบังข้อความ ผมเลือกที่จะไม่โผล่หน้าทางจอโทรทัศน์ อยากให้คนได้เห็นข้อความมากกว่า อย่าเกรงใจผมเลย ผมไม่ได้สนใจตรงนั้น ผมสนใจตรงคนทางบ้านจะเห็นอะไรมากกว่า เพราะว่าวันนี้เป็นมิติใหม่ ของการอภิปรายไม่ใช่หรือครับ ในเมื่อเป็นมิติใหม่ผมก็ต้องการจะให้คนได้เห็นเนื้อหาสาระ ของการอภิปรายจริง ๆ ทําไมผมไม่เห็นด้วย ท่านไปดูเหตุผล เรียงดี ๆ ดังต่อไปนี้ครับ ข้อ ๑ ท่านบอกว่าภัยพิบัติ คนนึกถึงแล้วน้ําท่วม วันนี้คุยกันเรื่องน้ําท่วมมาทั้งวัน ผมใส่มา ๓ คํา เท่านั้น น้ําท่วม คนตายเยอะ ในวงเล็บ จะตายอย่างนั้น ท่านช่วยช้ามาก ผมพูดชัดนะครับ ช่วยช้ามาก ถ้าพูดเร็ว ๆ แล้วเดี๋ยวท่านไปตีเป็นอย่างอื่น เกษตรกรเขาจะรู้กันดีครับ ทําไม ผมพูดอย่างนี้ น้ําท่วม น้ําแล้ง แมลงลง ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่งอยู่ โปรดจําด้วยนะครับ แล้วไปถามข้าราชการ ๓ คํานี้ผมไม่ได้ท่องอาขยานนะครับ น้ําท่วม น้ําแล้ง แมลงลง แปลว่าอะไร ทุกปีคนเขาจะรู้ว่าจะเกิดน้ําท่วมโดยประมาณ ทุกปีพอน้ําท่วมเสร็จ เดี๋ยวเจอภัยหนาว พอสักพักหนึ่งท่านก็จะเจอน้ําแล้ง แล้วหลังจากนั้นก็จะมีแมลงลง จะมีเพลี้ยกระโดด เพลี้ยสีน้ําตาล เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอะไรก็แล้วแต่ ข้าวเสียหาย พืชผลเกษตรเสียหาย ทีนี้ถามว่า แล้วมาเกี่ยวอะไร เกี่ยวสิครับ ก็ท่านบอกว่า ภัยพิบัติ ท่านกําลังบอกว่าขอเงินไปช่วยน้ําท่วม ช่วยโรงเรียน ช่วยสาธารณสุข ช่วยอะไรต่อมิอะไร เต็มไปหมด ทีนี้สิ่งนี้ก่อนจะผ่านท่านนายกรัฐมนตรีอย่าถือสาหาความผมนะครับ ผมต้องพูด ตรง ๆ ๓ เดือนแรกตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมตัดสินใจไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน ตอนนั้น ผมยังถือว่าท่านเพิ่งเข้ามา มาตอนนี้มัน ๒ ปีเศษแล้ว อย่างไรก็ต้องพูดกัน ติติงกัน อย่าถือเลย ผมขอตําหนิการบริหารจัดการของรัฐบาล ตัวท่าน และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด มีอย่างที่ไหนครับ น้ํามาแล้วท่านนิ่ง นิ่งเสียจนน่ากลัวครับ ผมนั่งดูข่าวโทรทัศน์ ผมพูดจริง ๆ นะครับ ถ้าผมไม่แย่งซีน (Scene) ท่าน ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นนะครับ ผมจะออกไปรับบริจาคสิ่งของ ผมจะออกไปลุยน้ํา ผมจะออกไปช่วยชาวบ้าน นี่ปรากฏท่านนิ่ง ท่านช้ามากครับ ช้าจนกระทั่ง สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ แซงหน้าท่านไป โพลล์ (Poll) ออกมา คนก็บอกว่าพิธีกรทางโทรทัศน์ ท่านหนึ่ง เอ่ยชื่อให้เครดิตก็ได้ครับ ท่านสรยุทธ์ ปรากฏว่าท่านทําได้ดีกว่านายกรัฐมนตรี ประเทศไทย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้ผมขอตําหนิท่านครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาเรื่องน้ํา ผมว่าถ้าท่านศึกษาดี ท่านให้ความสําคัญ เรื่องน้ําดี เรื่องทางของน้ํา เรื่องการบริหารจัดการมวลรวมน้ํา สถานีโทรทัศน์ไปรายงาน น้ําไหลจากจังหวัดนี้ไปยังจังหวัดนี้ ไปยังจังหวัดนี้ ปรากฏว่าไม่มีทางแก้ไข ไม่มีใครลงไปทําอะไร ผมยังงงอยู่เลย อันนี้ผมตําหนิท่านในเรื่องการบริหารจัดการทางน้ํากับมวลรวมนะครับ แต่ในส่วนของการช่วยเหลือหลังน้ําท่วม อันนี้ก็ต้องติอีกครับ ท่านช้ามากครับ ช้าเหลือเกิน การช่วยเหลือหลังน้ําท่วม ช้าจนกระทั่งมีคนตายเยอะอย่างไม่สมควรจะตาย อันนี้ผมเรียน ท่านตรง ๆ นะ ถ้าสึนามิมาแบบไม่คาดฝัน ตายไป ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ศพ อันนั้นเกิดขึ้นในรอบ ไม่รู้กี่ร้อยปี แต่อันนี้มันท่วมทุกปีครับท่าน ทีนี้กลับมาอีกนะครับ สิ่งที่ต้องย้ํา แต่ถึงจะช้า อย่างไรท่านก็ได้ช่วย ท่านได้ช่วยไปแล้วนะครับ ทั่วถึงหรือเปล่านั่นอีกประเด็นหนึ่ง นี่คือ เหตุผลที่ท่านบอกว่าภัยพิบัติเรื่องน้ําท่วม ผมย้ํานะครับ คนตายเยอะ แล้วช่วยช้ามาก ท่านไปดู

เหตุผลข้อ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยครับ เงินช่วยเหลือมีงบอยู่ตั้งหลายกระทรวง อธิบดีกรมนี้ผมขอโทษนะครับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชื่อก็บอกอยู่แล้ว บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่ท่านของบไปเพิ่ม ไปเพิ่ม ไปเพิ่มนี่ครับ ผมต้องย้ํานะครับ แล้วอย่างนี้จะมีไว้ทําไม ตรงนั้นต้องเอาไปช่วยเหลือ ผมว่าการทํางานเป็นทีมน่าจะมีปัญหาเล็กน้อยถึงมาก หรือมากที่สุด ผมไม่ทราบได้ การทํางานเป็นทีมเป็นเรื่องสําคัญ ตรงนี้ผมบอกเลยนะครับน่าเป็นห่วง ถ้าเกิดโชคดีท่านได้ เป็นรัฐบาลอีก ปีหน้าอย่าให้เกิดซ้ํานะครับ ผมกําลังจะบอกว่าเงินช่วยเหลือมีอยู่แล้ว ไม่ควรมาขออีก แล้วไม่ควรมาทําอย่างนี้อีก อ้างเหตุผลนี้ไม่ได้ ถ้าเป็นผม งบกลางปีผมไม่ยุ่ง แต่ย้ําอีกครั้งก่อนจะผ่านสไลด์นี้นะ ท่านได้ช่วยไปแล้ว

ต่อไปครับ ข้อ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วย ที่ผมโยงมาจากงบประจําปีคืออะไร ก็งบกลางนายกรัฐมนตรีมีถึง ๒.๖ แสนล้านบาท ท่านจะใช้ไป สมมุติ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเรื่องภัยพิบัติ ท่านใช้ไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนั้นเป็นเรื่องของตัวเลข แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ๒.๖ แสนล้านบาท ถ้ามีคนตายต่อหน้า ๑ คน ๑๐๐ คน อะไรก็ไม่รู้นะครับ ผมว่าเรื่องนี้ท่านต้องตัดสินใจ ภาวะผู้นําที่ดีท่านต้องตัดสินใจ และในทันที ทันเวลาด้วย เรื่องนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ อันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะ พิจารณาให้รอบคอบในครั้งหน้า ตรงนี้เป็นเรื่องที่อยากพูด ช่วยน้ําท่วมมีข่าวการทุจริต ช้าแล้วยังไม่พออีกนะครับ มีเรื่อง ทุจริตเกิดขึ้นมากมาย ผมอยากจะย้ํานะครับ ท่านได้ตรวจสอบแล้วหรือยัง ความคืบหน้า เป็นอย่างไร หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ถูกร้องเรียน ผมไม่อยากเน้นประโยค สุดท้ายนะครับ ท่านแก้ไขไปหรือยัง ท่านตรวจสอบหรือยัง แล้วยังมีหน้าจะมาของบอีก จริง ๆ ไม่รู้จะมาขอทําไมอีก ของเก่ายังแก้ปัญหากันไม่เรียบร้อย อันนี้คือข้อ ๔

ข้อ ๕ นี่เรื่องสําคัญ ก่อนจะฉายนะครับ เรื่องนี้ผมเน้นไปที่นายกรัฐมนตรีนะครับ ค่าเงินบาทอ่อน ค่าเงินบาทแข็ง ผมจําได้ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ออกทางสื่อบอกว่า ทําใจนะครับคนไทย ค่าเงินบาทต้องทําใจ คนหนึ่งอยากได้เงินบาทอ่อน คนหนึ่งอยากได้ เงินบาทแข็ง ท่านนายกรัฐมนตรีบอกต้องฟังธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องเชื่อฟังเขา ท่านไปดูสไลด์แผ่นต่อไป ทําไมผมถึงไม่เห็นด้วยกับท่าน ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเตือน ท่านผู้ว่าการการธนาคารชาติบอกว่าไม่ควรออกงบกลางปี เหตุผลนะครับ สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่มีวินัยการคลัง และอาจจะเกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ธนาคารชาติออกมาเตือน ธนาคาร แห่งประเทศไทยออกมาเตือน ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนบอกให้คนไทยทําใจ เชื่อฟัง เงินบาทอ่อน เงินบาทแข็ง แล้วทําไมเรื่องนี้ท่านจึงไม่เชื่อฟัง อันนี้ท่านพูดแล้วขัดกันอยู่ในที แต่ก่อนจะฉายแผ่นที่ ๖ ข้อ ๖ นะครับ ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลุกเข้าลุกออก ทําอะไร นายกรัฐมนตรีอย่าคุยกันเยอะ ตอนผมอภิปรายอยู่ผมอยากให้ท่านตั้งใจฟัง ท่านไม่สังเกตหรือครับ ในพรรคผมเขาห้ามผมยิ้ม ผมก็อุตส่าห์ทําหน้าเหมือนทะเลาะกับท่าน จริง ๆ ไม่มีอะไรนะครับ แต่ผมเตือนท่านแล้ว ผมหาทางออกให้ท่านด้วย เขาบอกว่ายิ้มไม่ได้ ห้ามยิ้ม ผมก็ไม่ยิ้ม เพราะฉะนั้นผมถึงไม่ให้กล้องถ่ายผมครับ ผมจะบอกท่านว่าข้อ ๕ นี้ สําคัญจริง ๆ ควรจะฟัง แล้วผมว่ามันไม่ควรจะมีงบประมาณกลางปี แบงก์ (Bank) ชาติ บอกแล้วว่าอย่าทํา มันชัดเจนอยู่แล้ว คนทางบ้านเห็นเต็มจออยู่

ข้อ ๖ อย่าโกรธผมเลยครับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านไปดูข้อ ๖ พร้อมกับผม ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นคนพูดจาชัดเจน ฉะฉาน ท่านให้สัมภาษณ์ออกสื่อ มาเองนะครับ บอกว่าตกลงน้ําท่วมหรือครับ เดี๋ยวผมจะตัดงบไทยเข้มแข็ง ผมไม่ให้ เดือดร้อนกับงบอื่นเลย แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ ท่านไม่รักษาคําพูดท่านนะครับ อันนี้ ผมตําหนิท่านเหมือนกัน ท่านไม่รักษาคําพูดท่านเลย ท่านกลับมาของบกลางปีเพิ่มเติม และอ้างข้อที่ ๑ คือภัยพิบัติ แล้วก็น้ําท่วม อันนี้ไม่ไหวครับ

ไปดูข้อต่อไป ตรงนี้อย่าหาว่าผมมาทําอะไรเล่นนะครับ คนที่เขาดูเขาบอกว่า ทําไมท่านทําอย่างนี้ล่ะ เหมือนขนมเค้กเลย ท่านวาดรูปขนมเค้กหรือเปล่า พาย ชาร์ท (Pie chart) นี้ ชาร์ทวงกลมเป็นวิธีอธิบายที่ง่ายที่สุดครับ ท่านของบประมาณเพิ่มเติมกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมทําสีให้ต่างกันชัดเจนครับ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่า จ่ายเงินคืนคงคลัง ท่านบอกเก็บภาษีได้เยอะ เดี๋ยวผมจะมีเหตุผลหักล้างท่านครับ แล้วท่านก็ เตรียมทําความเข้าใจกับประชาชนด้วย ผมต้องการจะเน้นครับ ท่านไม่เห็นเครื่องหมาย คําถามผมหรือครับ คําถาม คําถาม แล้วก็คําถามอยู่ตรง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมพยายาม พูดกับรัฐมนตรีบางท่าน หรือคุยกับ ส.ส. บางคน บังเอิญผมได้เรียนปริญญาตรีตอนเด็ก ๆ นิติกรรมอําพราง ท่านว่านิติกรรมอําพรางแปลว่าอย่างไร หลักการง่าย ๆ นะครับ จริง ๆ ท่านจะทําสีเขียว แต่ท่านมาพูดเรื่องสีชมพู ท่านจะพูดถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านมาพูดถึง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะพูดได้ดูดี ผมเก็บภาษีได้เยอะ ผมต้องคืนให้ประเทศ แต่ผมมีเหตุผลนะครับ ผมจะบอกว่าทําไม ทําไม เครื่องหมายคําถาม ๓ อันนี้ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมันมาทําไม ท่านไปดูสไลด์แผ่นต่อไปนะครับ ทําไมต้องมาของบเพิ่มเติมกลางปี ก็มันทําไมจริง ๆ ทําไม เป็นภาษาไทยง่าย ๆ นะครับ เมื่อมันสงสัยมาก ๆ มันจึงเกิดเสียงออกมาว่าทําไม ผมถาม ประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ ถามตามผมเถอะ ทําไมต้องมาของบเพิ่มเติมกลางปี ท่านไปดูเหตุผลนะครับ

ข้อ ๑ เมื่อกี้ที่ผมย้อนไปที่สไลด์แผ่นแรก ผมบอกว่างบประมาณเริ่มต้น เดือนตุลาคม ท่านนับนิ้วตามผมสิครับ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม เดือนมกราคม ผ่านมา ๔ เดือน ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าคุยกันตอนผมอภิปราย ผมจะอด พูดเล่นกับท่านไม่ได้ ไม่ถือนะครับ ก็ท่านหันไปปรึกษา อย่าเพิ่งถามสิ ลอกข้อสอบกันไม่ได้ ฟังก่อนนะครับ เดี๋ยวเขาก็เห็นหน้าผมยิ้มกับท่านอีกครับ ผมจะบอกว่ามันผ่านมา ๔ เดือน เหลือเวลาอีกตั้ง ๘ เดือน ผมฟังคําอธิบายบอกว่าเก็บภาษีได้เยอะ ถ้าเก็บเยอะก็รอก่อนครับ จะมารีบออกมาทําไม ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นอะไรครับ หนี้ตรงนี้มาโปะตรงนี้ หนี้ตรงนี้มาโปะตรงนี้ สับสนวุ่นวายไปหมด และเดี๋ยวท่านก็จะเอางบกลางปี ขอโทษนะครับ งบประจําปี ๒๕๕๕ เข้ามาอีก คราวนี้งบปี ๒๕๕๕ เข้ามาทําไม ท่านทําไมไม่ไปเคลียร์ ตรงโน้นทีเดียวถ้าเก็บภาษีได้เยอะ แล้วมาได้ ๔ เดือนนี้ท่านบอกว่าได้เยอะ แล้วถ้าเกิดอีก ๘ เดือนมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ ท่านเก็บไม่ได้ล่ะ ทีนี้ไม่ต้องกู้วุ่นวายสับสนกันหมดหรือ เรื่องนี้ ผมตําหนิครับ จริง ๆ ครับ ถ้าผมแนะนําท่านได้และท่านเชื่อนะ ผมจะบอกเลย ถอนออกไป อย่าใส่ ผ่านมา ๔ เดือน เหลืออีกตั้ง ๘ เดือน คิดว่าเก็บภาษีได้เยอะแล้วมารอก่อน และท่านต้องไปดูปีงบประมาณในการเสียภาษีด้วย เรื่องนี้มีส่วนสําคัญหมดครับ

ข้อ ๒ ครับ เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้เอามาขอตอนใกล้โหวตรัฐธรรมนูญ เทลงพรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่า มีเครื่องหมายตกใจอยู่ถึง ๓ ครั้ง ตกใจแน่นอน มีอย่างที่ไหนครับ เพิ่งโหวตรัฐธรรมนูญ เอา ไม่เอา เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ๔๐๐ : ๑๐๐ ๓๗๕ : ๑๒๕ เพิ่งโหวตกันไปเมื่อวันศุกร์นี้ อยู่ ๆ ท่านมาวันนี้ ลองนั่งดูวันทํางานนะ ไม่นับวันเสาร์ วันอาทิตย์นะ วันศุกร์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ๔ วันท่านมาของบ แล้วจะให้ประชาชนเขาคิดอะไร ส.ส. ทั้งสภาไม่ว่าฝั่งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเขาจะคิดอะไรกับท่าน เรื่องนี้เป็นเครื่องหมายคําถามและน่าตกใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมยิ่งงงใหญ่เลยว่า ผมสติฟั่นเฟือนตาฝาดไปหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้อาทิตย์ ๒ อาทิตย์ พรรคร่วมรัฐบาล ท่านบอกไม่เอา ไม่เห็นด้วย ไม่เอา ถ้าใส่เข้ามาผมออกจากรัฐบาล พูดอยู่ พออยู่ ๆ ปุ๊บมีข่าว เรื่องงบกลางปี ทุกคนเห็นด้วย ดีจังเลย ประเทศนี้เป็นอย่างนี้หรือครับ แล้วมีอย่างที่ไหนครับ ที่นั่งกันอยู่นี้ด่าออกโทรทัศน์ฉอด ๆ พอมาถึงเห็นด้วย ๆ ลุกขึ้นมาอภิปราย ผมทํามือให้ดู อย่างนี้ กลับอย่างนี้ผมไม่ทําเด็ดขาด ถ้าเป็นผมนะครับ ด้วยเกียรติภูมิผมไม่ทําอย่างนี้ เด็ดขาดครับ มันดูแล้วเป็นอะไร เอาเงินงบประมาณ ผมถึงบอกว่ามันเหมือนนิติกรรมอําพราง คืออะไร ท่านไม่ได้จงใจจะพูด ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนะ ท่านจะพูด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะครับ คราวนี้มาดู ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท คนทางบ้านบอก พูดอะไรกันฟังแล้วงง ท่านไปดูแผ่นต่อไปช้า ๆ ชัด ๆ สิครับ มันไม่ต้องมีใบเสร็จ มันไม่ต้องมี อะไรทั้งนั้น ท่านดูง่าย ๆ ถ้าคนพอเข้าใจนะครับ ผมไม่รู้ทางบ้านดูชัดหรือเปล่า ท่านดูนะครับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท หัวใจมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก ไปอยู่ที่อะไรครับ กระทรวงมหาดไทย ๘,๗๒๖ ล้านบาท ผมตัดเศษทิ้งนะครับ สังกัดพรรคภูมิใจไทยครับ ๒,๙๐๐๐ ล้านบาท อยู่กระทรวงคมนาคม หน้าตาท่านโสภณ ซารัมย์ ลอยมาเลย อยู่พรรคภูมิใจไทย ๑,๖๙๗ ล้านบาท อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ครบ ๑,๗๐๐ ล้านบาท อยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑,๓๒๒ ล้านบาท อยู่กระทรวงศึกษาธิการของพรรคประชาธิปัตย์ ๙๘๙ ล้านบาท อีก ๑๑ ล้านบาท ก็ครบ ๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ทําเหมือนราคาห้างสรรพสินค้าได้ ๙๙๙ บาท อีกบาทเดียวครบ ๑,๐๐๐ บาท ๑๑ ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคกิจสังคม เมื่อเช้าผมนั่งฟังใครบางคนอภิปรายอยู่ มีสมาชิกพรรคอยู่ ๕ คนให้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดอย่างนั้นก็แบ่งคนละ ๒๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดมีการกระทําอย่างที่เขา กล่าวหากัน ท่านจะให้ผมคิดอย่างไร แล้วท่านดูสิ หน่วยราชการอื่น ๆ ให้ ๑๖๒ ล้านบาท รัฐวิสาหกิจได้ ๖๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี่ผมต้องเว้นวรรคช่วงล่างไว้นะครับ ตรงที่คนเอามือ ไปจับหัวใจคนส่งภาษาใบ้อยู่นะครับ ตรงนั้นผมจะบอกว่า มิน่าล่ะ ให้สัมภาษณ์จ๋อย ๆ ไม่เห็นด้วย ด่าอยู่นั่นละ ไม่เห็นด้วย ผมไม่ร่วมรัฐบาล พออันนี้ออกมาทีเดียวทุกคนเปลี่ยนใจหมด ถ้าเงียบยังพอทําเนา โหวตเห็นด้วยหน้าตาหน้าเฉยเลย อันนี้ผมว่าประเทศนี้ผิดปกติครับ แผ่นนี้จริง ๆ ผมหยุดพูดไปพักหนึ่งผมยืนไว้อาลัยนะครับ ไว้อาลัยให้กับเงินของประชาชน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่น่าเลยครับ ไม่น่าทําอย่างนี้จริง ๆ ไม่สมควรจะทําครับ และอีกอย่างหนึ่งถ้าสมมุติท่านจะเทงบลงพรรคร่วมรัฐบาลอย่างนี้ มันควรจะแนบเนียนกว่านี้ อย่างน้อยก็เว้นช่วงอีกสัก ๒ เดือน ๓ เดือนอะไรก็ยังคอยยังชั่ว นี่มีอย่างที่ไหนห่างกันอยู่ ๓-๔ วัน ผมงงจริง ๆ ครับ ผมนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ผมหวังว่าคนทางบ้าน คงตามเรื่องราวได้ทันอยู่นะครับ ท่านทําอย่างนี้ ท่านบริหารอย่างนี้ แน่นอนที่สุดครับ สิ่งที่เกิดขึ้นประเทศนี้เป็นหนี้ครับ เป็นหนี้แน่นอน เมื่อสักครู่นี้ผมกําลังบอกว่าท่านทํา งบประมาณขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผมอยากให้ท่านดูสไลด์ แผ่นต่อไปครับ หนี้ครับ เป็นหนี้ รัฐมนตรีสาทิตย์ อย่ามาวุ่นวายกับนายกรัฐมนตรี ทําไมทุกคนต้องวิ่งเข้าวิ่งออก ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องใช้สมาธิในการที่จะดูตาม ตัวช่วยเยอะเหลือเกิน กลับมานะครับ หนี้ครับ ที่ผมจะพูดคําว่า หนี้ ผมเน้นเสียงตรงนี้ผมต้องการจะบอกว่าอะไร เป็นการกู้เงินเพื่อเอามาชดเชยการขาดดุล งบประมาณ เพราะอะไรครับ ก็เพราะรัฐบาลมีความกล้าหาญ กล้าหาญจนผิดปกตินะครับ ขาดดุล ขาดดุลก็ใช้เงินอนาคต อนาคตก็ต้องกู้ กู้ต้องย้อนกลับมา อันนี้เป็นหนี้โดยตรงของ รัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นผมว่าทุกทีคนไทยได้ยินบอกว่า รัฐบาลนี้กู้เป็นหนี้ ๆ ท่านคง ไม่เข้าใจชัดเจนนะครับ วันนี้เป็นงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ผมขอถือโอกาสทําความเข้าใจกับประชาชนทั้งประเทศว่าสถานภาพของท่าน ที่ผมบอกท่านว่า อย่าดูละครเลย ให้มาดูตรงนี้ท่านลองดูนะครับว่าหนี้จากการกู้เงินชดเชยการขาดดุล งบประมาณที่อธิบายกันมาตั้งแต่เช้าบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราหาได้ง่าย ไม่มีปัญหา ท่านไปดูนะครับ ท่านไปดูก่อนที่จะฉายแผ่นต่อไป ผมต้องย้ําก่อนนะครับ ตรงนี้ทําใจ ให้สบาย ใครที่ชมอยู่ทางบ้านชอบมุมน้ําเงิน มุมแดง ชอบนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือ จะเชียร์ผม ชอบพรรคเพื่อไทย ชอบพรรคประชาธิปัตย์ ชอบพรรคร่วมรัฐบาล ทําใจให้เป็นกลาง นะครับ นับตั้งแต่สไลด์แผ่นนี้ต่อไป ผมย้ํานะครับ ตั้งสติให้ดี ๆ แล้วรับรู้สถานการณ์ให้ดี ๆ ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง หรือจะเชียร์ผม ชอบพรรคเพื่อไทย ชอบพรรคประชาธิปัตย์ ชอบพรรคร่วมรัฐบาล ทําใจ ให้เป็นกลางนะครับ นับตั้งแต่สไลด์แผ่นนี้ต่อไป ผมย้ํานะครับ ตั้งสติให้ดี ๆ แล้วรับรู้ สถานการณ์ให้ดี ๆ ว่าอะไรเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง

ไปดูสไลด์แผ่นต่อไปครับ ประเทศไทยเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข ผมต้องการจะพูดอะไรกับท่านครับ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา คือนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งของประเทศไทย จากวันนั้น ๗๖ ปีต่อมามีนายกรัฐมนตรีมา ๒๖ นายกรัฐมนตรี ๒๖ นายกรัฐมนตรี ๗๖ ปี มีหนี้ดังกล่าว แผ่นเมื่อกี้ครับ ผมจะพูดคําว่า หนี้ สั้น ๆ ๘.๗ แสนล้านบาทครับ ผมตัดคําว่า บาท เพื่อให้ ๘.๗ มันโตขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนเดียวโดด ๆ นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๗ ผมย้ําเลยนะครับ ๒ ปีเศษ ที่ท่านเข้ามาบริหารจัดการครับ ความสามารถท่านเหลือล้น ๑.๔๙ ล้านล้านบาทครับ คนแปลไปบังไว้ล้านหนึ่ง เดี๋ยวจะกลายเป็น ๑.๔๙ ล้านเฉย ๆ ล้านล้านบาท ค่อยยังชั่วหน่อยครับ เห็นชัดนะครับ ท่านดูสิครับ ถ้าผมเติมเข้าไปอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๑.๔๙ ล้านล้านบาท ก็คือ ๑.๕ ล้านล้านบาท ๑.๕ ล้านล้านบาทนี่นะครับ ผมไม่รู้จะนับตัวเลขอย่างไร ท่านดู อันหนึ่งเป็นหลักแสนล้านบาท อันหนึ่งเป็นหลักล้านล้านบาทนะครับ เยอะนะครับ ไม่ใช่เยอะ ธรรมดา อภิมหาเยอะครับ ๒๖ นายกรัฐมนตรี ๗๖ ปี ๘.๗ แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์คนเดียวโดด ๆ ๒ ปีเศษ ๑.๔๙ ล้านล้านบาทครับ ถอนหายใจกันสักครู่ดีไหมครับ ลูกคู่ผมไม่ค่อยทํางานเลย เฮ่อไม่ดังเลย ไปดูแผ่นต่อไปครับ ท่านดูว่าเกิดอะไรขึ้นใน ๗๖ ปี อันนี้ผมไม่ได้เอาประวัติศาสตร์มาเล่าเล่นนะครับ หนี้ ๗๖ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญอะไรครับ สงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ เศรษฐกิจของโลกตกต่ําอย่างสุดขีดครับ วิกฤติการณ์น้ํามันโลก ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๑๖ ท่านรู้ไหมครับเกิดอะไรขึ้น ค่าน้ํามัน ๑๐ บาท เด้งขึ้น ๓ เท่าตัวเป็น ๓๐ บาทครับ วิกฤติการณ์น้ํามันโลก ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๒๒ น้ํามัน เด้งขึ้นไป จาก ๑๐ บาท เป็น ๒๕ บาท ๒ เท่าครึ่งครับ ตอนนั้นโลกทั้งโลกปั่นป่วน และที่สําคัญวิกฤติต้มยํากุ้ง พ.ศ. ๒๕๔๐ ท่านดูสิครับ ๗๖ ปีนี้ประเทศไทยสาหัสสากรรจ์ ขนาดไหนครับ แต่มาดูอีกซีกหนึ่งนะครับ หนี้ ๒ ปีเศษของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตัวเลข เห็นชัดกันดีหรือเปล่าครับ ปี ๒๕๕๒ อันนี้ผมย้ํานะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีหายไปอีกแล้ว อะไรนะครับ ข้างหลังบอกว่าอะไรนะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เป็นไรท่านมิ่งขวัญ ท่านฟังอยู่รอบ ๆ นี้ครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานบอกว่าอะไรนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอภิปรายต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ฟังอยู่ตลอด

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณครับ ผมเป็นห่วง ท่านครับ ปี ๒๕๕๒ ๔๔๑,๐๖๐ ล้านบาท อันนี้ตัวเลขสุทธิและตัวเลขจริงนะครับ ปี ๒๕๕๓ ๒๓๒,๕๗๕ บาท นี่ก็ตัวเลขจริงเรียบร้อยหมดแล้วครับ ปี ๒๕๕๔ ครับ งบประมาณนี้กําลัง ดําเนินมา ๔ เดือนเศษ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นพระราชบัญญัติแล้วครับ เป็นพระราชบัญญัติ ปีงบประมาณแน่นอน และตัวสุดท้ายที่จะขาดไม่ได้ครับ เข้มแข็งเหลือเกิน ไทยเข้มแข็ง แข็งแล้วแข็งอีก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วบอกเลยนะครับ ท่านกู้ไปเต็มจํานวนแล้ว ตรงนี้ผมต้องพูดครับ ไม่พูดไม่ได้เลย เพราะนาน ๆ ครั้งผมจะลุก ขึ้นมาพูด วันที่ท่านนําเรื่อง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าผมยื่นขึ้นอภิปรายอย่างนี้ครับ ผมพูด ๒-๓ ประเด็น ผมจะเตือนทบทวนความจําสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เรื่องนี้ประการแรก ผมต้องกราบขอบพระคุณย้อนหลัง ไปยังพี่ ๆ น้อง ๆ ส.ว. ทุกท่านที่ช่วย ท่านนายกรัฐมนตรี นําเข้ามา พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเข้ามา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าผมย้อนกลับไปอีกตอนนั้นเป็นรัฐบาลใหม่ ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาบอก ว่าเราจะทําเงินกู้ไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ผมฟังผมก็ตกใจขนหัวลุกไปที่แล้ว เฮ้ย ตายแล้วคิดอย่างนี้เหรอ ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ผมก็นึกว่าท่านพูดไปอย่างนั้น ที่ไหนได้ แป๊บเดียวครับ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสนอเข้ามาเลย พรวด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บอกว่าผมทวนความจํานะครับ ผมบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกู้ไปทําอะไร ตอนนั้นอ้างว่าจะไปปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ่วงมาอีกทําไม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บอกถ้าผมเป็นครูไหวใจร้ายดุ ๆ ผมจะบอกให้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่สองผมไม่อนุญาต ไปคิดมาใหม่ ตอนนั้นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรช่วยกันอภิปรายยับยั้งบอกว่าไปบอกวัตถุประสงค์การใช้เงินก่อนเอาเงินไปทําอะไร แล้วอยู่เฉย ๆ ปุ๊บปั๊บจะมาเอาเงินไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร ปรากฏว่าพรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันโหวต จน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทและ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะจบการอภิปรายผมก็บอกบอกว่าฝากพี่ ๆ ส.ว. ด้วยนะ อย่าให้ผ่านนะ เห็นแก่ประเทศเถอะให้ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก พอ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สองอย่าให้ผ่าน ปรากฏว่าอย่างไรครับ ผมย้ําอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ ด้วยความที่ท่าน เห็นแก่ประเทศชาติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่สองถูกคว่ําใน ส.ว. ครับ ถ้าจําไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีไปทําอะไรไม่รู้ที่สิงคโปร์ บินกลับด่วนเลยครับ บินกลับมาด่วนแล้วเกิด อะไรขึ้นครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตกไป ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปรากฏว่าอะไรครับ ท่านอาศัยข้อกฎหมาย ซึ่งผมพูดจริง ๆ นะ ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมขอตําหนิท่านย้อนหลังไปอีก เป็นผมผมจะไม่ทําอย่างนี้ เอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมายัดเข้ามาในตรงนี้ผมต้องเสียงอย่างนี้ แล้วพูดคําว่า ยัด ขอโทษนะครับ อาจจะดูไม่สุภาพ แต่ความหมายมันคืออย่างนั้นจริง ๆ ยัดเข้ามาอีกในสภาร่าง แล้วให้ทุกคนช่วยกันโหวตผ่าน ผมพูดตรง ๆ นะงง ตายล่ะ บอกก็ไม่เชื่อ ส.ว. ก็ไม่ให้ผ่านแล้ว ผู้ใหญ่ก็เตือนแล้ว ส.ว. หลายคนก็ไม่ได้แปลว่าอย่างอื่น เขาบอกว่า สูงวัยนะครับ เขาล้อกันเองว่า สูงวัย ผู้ใหญ่เตือนก็ไม่เชื่อปรากฏว่าอย่างไรครับ ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ผ่านเอามายัดเข้าข้างล่างปรากฏผ่าน ผมก็รอดูว่ามันอย่างไร แต่ถึงกระนั้นก็ดีผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีคลังตัดสินใจเปลี่ยนใจเอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เอามาผ่านทีหลังบอกว่าไม่กู้แล้ว แต่ถึงกระนั้นเหตุผลถ้าท่านบอกว่า ผมตระหนัก ผมรู้สึกว่ามันไม่ควรจะทํา ผมถอนออกไป พูดอย่างนั้นดูดีครับ แต่ถ้าจะพูด ไม่ดูดีหรือดูไม่ดีก็คือว่า ท่านคงเห็นแล้วสิดอกเบี้ยมันขนหัวลุกขนาดไหน ท่านคงรู้แล้วสิว่า หาเงินคืนไม่ได้ แล้วท่านคงรู้แล้วสิว่าเอ๊ะ ขณะที่กู้ กู้ กู้ กู้มานี่มันยังใช้กันไม่ทันเลย แล้วโดยเฉพาะประสิทธิภาพในการเบิกจ่าย ท่านไปไม่ถึงขีดที่เหมาะสม ตรงนี้มันต้องดู ตั้งหลายเหตุผล พูดให้ดูดีอย่างไรก็ได้ แต่สําคัญมันอยู่ที่ความจริง เพราะฉะนั้นผมบอกท่าน เลยนะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ หลายคนเน้นนักเน้นว่าให้ผมอธิบายดี ๆ เพราะ ถ้าไม่อธิบายดี ๆ เดี๋ยวท่านจะอธิบายเป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นผมย้ํานะครับ ตัวเลขพวกนี้ คือตัวเลขที่ชัดเจน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านกู้ไปเต็มจํานวนแล้วครับ ท่านไปดูนะครับ ก่อนจะฉายสไลด์แผ่นต่อไปผมต้องอธิบายความให้กับท่านผู้ชมประชาชนที่อยู่ทางบ้าน และในสภาในรับทราบก่อน มันเป็นสไลด์ซึ่งผมอยากจะบอกว่าปกติเวลาอภิปราย ผมจะไม่ค่อยได้เอ่ยชื่อถึงบุคคลผู้นี้ มันเป็นสไลด์ซึ่งผมอยากจะบอกว่าปกติเวลาอภิปรายผมจะไม่ค่อยได้เอ่ยชื่อถึงบุคคลผู้นี้ หรือ พูดตรง ๆ ผมไม่เคยเอ่ยชื่อถึงท่านนี้เลย แต่วันนี้ผมมีความจําเป็น เหตุผลนะครับ ถ้าผมบอก ว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทําให้เกิดหนี้ขึ้นมา ๒ ปีเศษ อย่างไร ๆ เท่าไร ๆ ผมก็ พยายามหาเหตุผล ผมกลัวที่ท่านจะไปตอบว่า ๗๖ ปี เมื่อ ๗๐ กว่าปีที่แล้วบะหมี่มันชามละ บาทหนึ่งท่านจะมาพูดได้อย่างไร นี่มันก็ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแบบที่พูดเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นเพื่อประกันความผิดหวังและ ความถูกต้องแน่นอน เพราะผมเป็นคนชัดเจนนะครับ ผมจะไม่พูดอะไรที่ไม่ใช่ความจริง เด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจําเป็นที่ต้องหารัฐบาลที่อยู่ในอยู่ยุคสมัยค่าครองชีพ ใกล้เคียงกับท่านมาเปรียบเทียบ ครั้นผมจะมองย้อนไปนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าท่าน ท่านเป็นคนที่ ๒๗ คนที่ ๒๖ คือใครครับ คือท่านสมชายอยู่แป๊บเดียว ๒ เดือน คงนับไม่ได้ ถ้าย้อนไปอีกท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านอยู่เพียงประมาณ ๘ เดือนครับ มันก็ไม่ครบปี ถ้าไปท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ก็เป็นรัฐบาลที่เกิดจาก คมช. หรือพูดง่าย ๆ ก็คณะรัฐบาล ที่เกิดจากการปฏิวัติ ผมขออนุญาตข้ามไป ผมไม่กล้าเอ่ยถึง ผมจึงมีความจําเป็นต้องย้อนไปอีก ๑ รัฐบาลที่ค่าครองชีพใกล้เคียงกัน ชื่อนี้คนอาจจะชอบ คนอาจจะเกลียด แต่วันนี้ขอทําใจ ให้เป็นกลาง แล้วดูตัวเลขแห่งความเป็นจริงว่าทําไมผมถึงต้องเอามาเปรียบเทียบ ผมย้ํานะครับ ชื่อนี้ผมยังไม่เคยอภิปราย หรือไม่พูดถึงเลย แต่วันนี้มันต้องพูดถึงด้วยเหตุด้วยผล ท่านดูต่อไปครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมไห้เกียรติ พอกันครับ ผมยืนยันครับ ผมเรียกท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อย่างไรผมก็เรียก นายกรัฐมนตรีทักษิณอย่างนั้น ท่านดูปี พ.ศ. ในการบริหารจัดการนะครับ นายกรัฐมนตรี ทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ เป็นเวลาโดยประมาณ ๖ ปี หรือเกือบ ๖ ปีครับ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามาปลายปี ๒๕๕๑ ครับ ท่านเริ่มปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ตอนนี้กําลังดําเนิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ผมนับรวมปีนี้ว่าท่านถือเสียว่าทํางบประมาณอยู่ ๓ ปี ได้ใช้งบประมาณอยู่ ๓ ปีว่าอย่างนั้นเถอะ ถ้าผมให้ท่านอยู่ต่อไปอีกนะ ความจริงนี่มันต้องไปใช้ สํานวนนี้ประโยคอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ เดี๋ยวท่านก็เอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาอีก ตัวเลขหนี้รวมอันนี้ผมบอกเลยนะครับ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ความเที่ยงตรง ณ วันนี้ ถ้าท่านเอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาบวกอีก หนี้รวมเกินกว่านี้อีกครับ ไหนลองให้ดูเต็ม ๆ สิครับ หนี้รวมสมัยรัฐบาลทักษิณอยู่มา ๖ ปี ตอนนั้นมีคนพูดว่านโยบายคือประชานิยม หลายคนบอกจะไปหาเงินที่ไหนมา กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละล้านบาท หรือกลัวกัน แต่ปรากฏว่าอะไรครับ รัฐบาลนี้มีหนี้รวมอยู่ ๔.๔ แสนล้านบาทครับ เป็นงบประมาณสมดุล ๒ ปีเต็ม ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก่อนกําหนด ๒ ปีเต็มครับ แล้วดูท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ๓ ปีงบประมาณ นโยบายท่านถ้าตอนเริ่มต้นท่านบอกประชาชนต้องมาก่อน ท่านทําเสียง หล่อ ๆ อย่างนี้ใช่ไหมครับ ประชาชนต้องมาก่อนนะครับ แล้วท่านไปดูนะครับ วันนี้ ท่านกําลังเปลี่ยนไปเป็นประชาวิวัตน์ หนี้รวมครับ ลองดูครับ ๑.๔๙ ล้านล้านบาทครับ ผมย้ํานะครับ ยังไม่นับอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าที่ท่านจะเอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาบวกอีก ถ้าตรงนั้นมากกว่านี้อีกครับ ๔.๔ แสนล้านบาท กับ ๑.๔๙ ล้านล้านบาท ต่างกันไหมครับ ผมจะย่อตัวเลขให้ง่ายลงนะครับ ท่านลองไปดูหนี้เฉลี่ยรัฐบาลทักษิณ กับหนี้เฉลี่ยของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต่างกันเท่าไร ท่านดูตัวเลขเลยครับ ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน หวังว่าผมคงไม่อธิบายเร็วเกินไปนะครับ แล้วท่านคงเข้าใจตามที่ผมอธิบาย เพราะผม พยายามจะไม่ใช้ศัพท์แสงวิชาการมากนักเพื่อให้ท่านเข้าใจ ไปดู หวังว่าผมคงไม่อธิบายเร็วเกินไปนะครับ และท่านคงเข้าใจตามที่ผมอธิบาย เพราะพยายาม จะไม่ใช่ศัพท์แสลงวิชาการมากนักเพื่อให้ท่านเข้า ไปดูแผ่นต่อไปครับ หนี้เฉลี่ยท่าน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ๗.๓ หมื่นล้านบาทต่อปี ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี หนี้เฉลี่ยของท่าน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ๔.๙ แสนล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นวัยรุ่นเขาอุทาน พระเจ้าช่วย กล้วยทอด จริง ๆ ครับ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดจริง ๆ ท่านเติมเข้าไปอีกเท่าไร อีกหมื่นล้านบาท กลายเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันหนึ่งเป็นหลักหมื่นล้านบาท และท่านดูดี ๆ ท่านดูหลัก ตรงที่หนี้เฉลี่ย ๗.๓ อันนั้นหมื่นล้านบาท อีกอันหนึ่งแสนล้านบาทและ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตะเบ็งเสียงจนเหนื่อยเลย ท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านมองเห็นนะครับ ชัดเจนนะครับ ผมขอเอาคนแปลออกอีกนิดหนึ่งแล้วแช่ภาพนี้สักครู่หนึ่งสิครับ โปรดใช้สติสัมปะชัญญะ ดูตัวเลขนะครับ ซาบซึ้งดีไหมครับ เห็นชัดเจนหรือยังครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ท่านอยู่มา ๒ ปีเศษ ๓ ปีงบประมาณ กําลังจะทําปีงบประมาณที่ ๔ ถ้าแปลตรงนี้หลายคนงง เดี๋ยวดูว่า ๗.๓ มันมากกว่า ๔.๙ นี้ท่านต้องสังเกตหน่วยดี ๆ นะครับ อันนั้นมันหมื่นล้านบาท อันนี้มันแสนล้านบาท คนละหน่วยกันนะครับ ผมจะแปลโจทย์ง่าย ๆ ด้วยสไลด์แผ่นต่อไปว่า อ่านโจทย์นี้ให้พี่น้องชาวบ้านจําติดหูติดตาไปให้ดี ๆ พ่อแม่พี่น้องพร้อมหรือยังที่จะรับรู้ข้อมูลนี้ เปิดแผ่นต่อไปครับ หนี้เฉลี่ยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เทียบกับหนี้เฉลี่ยของ รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มากกว่ากัน ๖.๘ เท่า เราไม่เจ๊งกันวันนี้ เราไม่ตายกันวันนี้ เราไม่โดนดอกเบี้ยทับหัวบี้หัวแบนกันวันนี้แล้วจะเป็นวันไหนครับ แล้วรัฐบาลจะหาเงินที่ไหน มาใช้หนี้ เด็กเกิดมาใหม่ต้องรับผิดชอบไหม คนไทยทั้งประเทศต้องพบกับอะไรครับ ผมบอกเลยนะครับ ผมพยายามพูดให้ดูผ่อนคลายที่สุด แต่ยืนยันตัวเลขที่นําเสนอในคืนวันนี้ น่าสยดสยองที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินไทย ผมอ่านช้า ๆ ชัด ๆ ก่อนจะไปสไลด์ แผ่นต่อไป หนี้เฉลี่ยของรัฐบาลอภิสิทธิ์เทียบกับหนี้เฉลี่ยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มากกว่ากัน ๖.๘ เท่า อันนี้เพื่อความยุติธรรมกับท่านทั้ง ๒ ด้วยเฉลี่ยต่อปีเท่านั้นเท่านั้น เพราะถ้าผมเอาหนี้ ๖ ปี หนี้ ๓ ปี เดี๋ยวท่านจะพูดเป็นอย่างอื่น อันนี้ช้า ๆ ชัด ๆ แล้วก็ หนักแน่นแน่นอน มากกว่า ๖.๘ เท่า ท่านพร้อมที่จะรับข้อมูลหน้าต่อไปหรือยังครับ ถ้าภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่าจัดให้หนัก ๆ ครับท่าน จัดหนักแน่นอนแผ่นนี้ คนไทยเตรียมตัว ที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังไม่เคยมียุคใดสมัยใดที่คนไทยต้องจ่าย ดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นนี้ หลายคนอยู่ที่บ้าน คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา เกาหัวแกรก ๆ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แปลว่าอะไร หลายคนหันไปถาม อีหนูบอกลุงหน่อยสิ มันอย่างไรนี่ดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมแปลมาให้คุณลุงเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ลบ สถิติการจ่ายดอกเบี้ยทุกดอกเบี้ย ทุกกระบวนความอย่างราบคาบ ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ ในปี ๒๕๕๕ อีกไม่กี่เดือนท่านกําลังจะทํางบปี ๒๕๕๕ คนไทยจะแบกภาระดอกเบี้ย โดยยังไม่รวมเงินต้นเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียวกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอ่านตัวเลขไม่ผิด แล้วท่านไม่ต้องมาเถียงผมว่าผิดหรือไม่ผิด ผมมีตัวเลขยืนยันท่านทุกข้อมูลแน่นอน รัฐมนตรีกรณ์ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ ผมอ่านตัวเลขไม่ผิด แล้วท่านไม่ต้องมาเถียงผมว่าผิดไม่ผิดนะครับ ผมมีตัวเลขยืนยันท่าน ทุกข้อมูลแน่นอนครับ รัฐมนตรีกรณ์ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ อันนี้แน่นอนครับ ปี ๒๕๕๕ คนไทยจะต้องชําระดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยยังไม่รวมต้นเงินนะครับ เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วเรายังชําระดอกเบี้ยเป็นหลักหมื่นล้านบาท อยู่เลย ทะลุแสนล้านบาทมาแป๊บเดียวท่านเด้งขึ้นไปเกือบ ๒ เท่า ตรงนี้หายใจให้ทั่วท้องครับ เตรียมพร้อมที่จะรับชะตากรรมนี้ ผมบอกให้เลยนะครับ ถ้าท่านไม่เป็นอภิมหาซุปเปอร์แมน หาเงินเข้าประเทศแบบถล่มถลายนะครับ เตรียมตัวครับ ตรงนี้ยังไม่หนําใจ ท่านไปดูข้อต่อไป ก่อนจะฉายแผ่นต่อไปผมต้องใช้คําว่า ผมเตือนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้ว ผมเตือน ท่านรัฐมนตรีคลังแล้ว ผมเตือนคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้พูดในสภานี้แล้วก่อนท่านจะเริ่มทํา ให้เกิดหนี้มหาศาลอันนี้ แต่ท่านก็ไม่ฟัง ท่านไปดูนะครับ หนี้แผ่นต่อไปคือหนี้อะไรที่ผมจะ บอกกับคนไทยทั้งประเทศ ท่านจะใช้คําว่า ฟ้องคนไทยทั้งประเทศผมก็ยอมรับครับ

ฉายสไลด์แผ่นต่อไปเลยครับ หนี้ที่เกิดจากเงินกู้ไทยเข้มแข็งสูงถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ผมบอกตรง ๆ ท่านได้กู้เต็มจํานวนแล้วครับ ผมเห็นโฆษณาแว่ว ๆ ท่านบอกว่าอะไรครับ ท่านบอกว่าจะออกพันธบัตร ๕๐ ปีหรืออะไรก็ไม่รู้ ผมก็นั่งนึก เอ๊ ผมจะซื้อดีไหม ขันธ์ซื้อกว่าจะครบ ๕๐ ปีก็ตายไปแล้ว อย่าเพิ่งซื้อดีกว่านะครับ อันนี้ ผมไม่เชื่อท่านนะครับ คนอื่นอายุน้อย ๆ ผู้เยาว์ซื้อได้นะครับ หนี้ที่เกิดจากเงินกู้ไทยเข้มแข็ง ท่านใช้สูงถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนทางบ้านงงอยู่แล้วมันอย่างไร ก็ไทยเข้มแข็งมันก็ดูดี ชื่อมันก็ดูดีเข้มแข็ง เข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปดูนะครับว่าท่านกําลังทําอะไร กับประเทศนี้ ก่อนจะไปถึงตรงนั้นนะครับ ผมย้ํานะครับ ผมไม่พูดผิดแน่นอน ผมจงใจเขียน ถ้อยคําที่รัดกุมที่สุดแน่นอน ร เรือ ชัดเจน รัดกุมที่สุดแน่นอน

ไปดูสไลด์แผ่นต่อไปครับ ทุกรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบครับ แต่รัฐบาลท่านนายกอภิสิทธิ์กลับสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง อย่าเพิ่งงงนะครับ เดี๋ยวผม อธิบายแน่นอนครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนนั้นผมจําได้ ละครครับ วนิดา กําลังฮิต พระเอกชื่อคุณประจักษ์ ละครจบวันสุดท้ายผมก็เปิดไปดูข่าวโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี (Modern nine TV) ช่อง ๙ ปรากฏว่าข่าวเขาออกมา เอ๊ะ นางเอกแอ๊ฟ ทักษอร จอย รินลณี เถียงกันโช้งเช้งโช้งเช้งเรื่องเป็นหนี้ สักประเดี๋ยวคุณประจักษ์ ซึ่งจริง ๆ ก็น่าจะเป็นติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปล่าเลยกลายเป็นคุณกรณ์ จาติกวณิช ผมก็ เอ๊ะ เขาดูผิดไป หรือเปล่า ขอโทษจริง ๆ นะครับ ปรากฏคุณกรณ์โผล่ไปครับ คุณกรณ์ลงทุนไปเล่นละคร เรื่องนี้เป็นพระเอกเสียเอง ผมติงนิดเดียวนะครับ พระเอกตัวสูงกว่านางเอกเยอะไปหน่อย ปรากฏว่าด้วยความเป็นมิตรไมตรี ผมชื่นชมคุณกรณ์ ผมเจอคุณกรณ์ในห้องอาหาร ผมก็บอก คุณกรณ์พี่ชมนะ ท่านความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม แล้วเยี่ยมจริง ๆ เป็นรัฐมนตรีคลัง คนเดียวที่เท่ห์จริง ๆ ออกมาอย่างนี้ อันนี้ชื่นชมจริง ๆ ท่านโปรดดูตาผมนะครับ ไม่ได้มีอะไร ล่อกแล่กเลย ยืนยันครับ แต่ความน่ากลัวมันไปอยู่ตรงนี้ครับ ทุกรัฐบาลแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ แล้วที่มันน่ากลัวที่สุดคืออะไรครับ ท่านกรณ์โผล่ไปเป็นคุณประจักษ์ในละคร วนิดา มันเป็นตอนที่ชื่อว่าหนี้นอกระบบ ในตัวละครมันเถียงกันบอกว่าฉันมีหนี้นอกระบบ ฉันจะทําอย่างไรดีเถียงกันใหญ่ คุณกรณ์บอกผมแก้ปัญหาให้ ผมแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เราก็ เออ ท่านกรณ์เก่งจริง ๆ แต่ปรากฏว่าท่านดูตัวหนังสือนี้สิครับ ทุกรัฐบาลเขาแก้ หนี้นอกระบบกันหมด และรัฐบาลอภิสิทธิ์กลับสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง ถ้าดูถึงสไลด์แผ่นนี้ ผมรับรองคนทางบ้านงงครับ หนี้นอกระบบในระบบ ก็ง่าย ๆ นะครับ ท่านกู้ดอกเบี้ยเสียดอกเบี้ย ท่านไม่ได้กู้ธนาคาร ท่านไปกู้ข้างนอกก็เสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๓๐ แล้วแต่ดอกเบี้ยอาบัง ดอกเบี้ยอาซิ้ม ไม่รู้ อันนั้นคือหนี้นอกระบบ ท่านก็กําลังแก้ปัญหาอยู่ แล้วท่านเป็นแม่แบบที่ดีหรือเปล่า ท่านไปดูทําไมผมจึงบอกว่า รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับมาสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง ท่านดูสไลด์แผ่นต่อไป แล้วคนทั้งประเทศจะเข้าใจ อีก ๒ แผ่นนี้รับรองตาสว่างกันทั้งประเทศ เงินกู้ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทําอะไรกับเขา ไปดูแผ่นต่อไปครับ เงินกู้ไทยเข้มแข็ง ผมเตือน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้วบอกว่าอย่าดึงออกมานอกงบประมาณเด็ดขาด เพราะ งบประมาณรายจ่ายประจําปีเป็นเรื่องจําเป็นและต้องมาขออนุมัติผ่านวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามและต้องถกกันอย่างละเอียด แล้วผมเตือนท่านว่าอย่างไร ผมเตือนว่าตรวจสอบ ไม่ได้ แล้วเดี๋ยวจะเกิดผลอะไรขึ้น ท่านไปดูนะครับ เงินกู้ไทยเข้มแข็งอยู่นอกงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ท่านไปดูสไลด์แผ่นต่อไปครับ อํานาจอธิปไตย

(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านผู้ประท้วงประท้วงอะไรครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมได้ฟัง ท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อภิปรายนะครับ ผมก็งงหลายเรื่อง นึกว่าติวเตอร์ (Tutor) นะครับ พูดไปพูดมา ไทยเข้มแข็งอย่างเดียว ผมอยากจะให้ท่านมิ่งขวัญอภิปรายเข้าประเด็น ให้มากกว่านี้นะครับ ให้เจาะลึกเข้าประเด็น ผมเห็นแล้วว่าไม่ตรงประเด็น ตามพระราชบัญญัติเลยนะครับ ก็ขอให้ท่านตรงประเด็นสักนิดหนึ่งนะครับ นี่คือความเห็นใจ กับท่านทั้งหลาย และเห็นใจผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านด้วยนะครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย ตามข้อ ๖๑ ด้วยนะครับ วกไปวนมาไม่เข้าประเด็นจริง ๆ ครับ และทําให้สภาของเรา ตกต่ําได้ครับท่านประธานสภาครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยนะครับ คือท่านมิ่งขวัญกําลังชี้ประเด็นว่ารัฐบาลไม่ควรจะนํางบกลางปีหรืองบเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมานะครับ แล้วท่านก็อธิบายว่ามันมีเงินอยู่ตรงไหน อย่างไรแล้วนะครับ แล้วก็พูดถึงภาระดอกเบี้ยซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้จ่าย ก็อยู่ในประเด็นอยู่ครับ ขอความกรุณาให้ผู้อภิปรายท่านได้อภิปรายต่อนะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ขออนุญาตนะครับ นิดเดียวครับท่านประธานครับ ก็ไม่อยากจะประท้วงท่านที่ประท้วงหรอก ครับ แต่ว่าผมนึกแล้วเชียวว่าในที่สุดจะทนฟังไม่ได้ ขอความกรุณาว่าอย่าประท้วงอีกเลยครับ นี่คือการอภิปรายที่มีคุณภาพที่สุด และเป็นการเตือนสติรัฐบาลว่าท่านกําลังทําอะไรผิดพลาด มันเป็นประโยชน์ต่อท่านอภิสิทธิ์เอง จึงขอความกรุณาท่านประธานกําชับว่าอย่าประท้วง สุรุ่ยสุร่าย กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธานก็วินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญท่านผู้อภิปรายอภิปรายต่อ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผมถูกลบสถิติเหมือนกันครับ ผมพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ พูดกับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมได้พูดในสภานี้เพียงไม่กี่ครั้งนะครับ และ ทุกครั้งผมยืนยันว่าเป็นหลักการ ไม่ออกนอกประเด็น มุ่งตรงไปสู่เป้าหมาย ผมถูกลบสถิติ ก็คือมีคนประท้วง ๑ คน แต่ผมคิดว่าผมย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วก็ผมอภิปรายสร้างสรรค์ ท่านอย่าห่วงเลยครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ที่ฟังอยู่ทางบ้านจะเข้าใจ ผมต้องย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับวันนี้เรากําลังวิเคราะห์กันถึง งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ เป็นการของบเพิ่มเติม ตรงนี้เป็นสาระสําคัญครับ ผมกําลังบอกท่านว่าอะไรครับ ผมกําลังบอกว่าเงินกู้ไทยเข้มแข็งอยู่นอกงบประมาณ รายจ่ายประจําปี เพราะผมได้เตือนครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ผมจะพูดย้ําอีกครั้งหนึ่ง คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข อํานาจอธิปไตยถูกแบ่งออกเป็น ๓ ข้อ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ บริหาร ก็คือรัฐบาล นิติบัญญัติก็คือสภาแห่งนี้มีหน้าที่พิจารณาออกกฎหมายและตรวจสอบ ความโปร่งใสของรัฐบาล จึงมีคณะกรรมาธิการถึง ๓๕ คณะไว้ตรวจสอบการใช้เงินประเภท ต่าง ๆ ก็ในเมื่อท่านดึงงบนี้ออกไปอยู่นอกงบประมาณ คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะจึงไม่ สามารถตรวจสอบได้ นี่คือความหมายของคําว่า สร้างเงินนอกงบประมาณเสียเอง ท่านไปดู แผ่นต่อไปสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น มีผลให้เกิดการทุจริตอย่างมโหฬาร ผมย้ํานะครับ ทุจริต อย่างมโหฬาร ตรงนี้มีประเด็นครับ การทุจริตวันนี้มีพูด ผมว่าประปราย แน่นอนครับ ผมทิ้ง ประเด็นคําว่าทุจริต ผมคงไม่ไปพูดในรายละเอียด ผมจะบอกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนักนี้ ตรงนั้นเน้น ๆ เนื้อ ๆ แล้วก็จัดหนักอยู่ตรงทุจริตแน่นอนครับ แล้วอีกเรื่องหนึ่งผมถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานด้วย ผมขออภิปรายไว้ ๕ วัน ๔ วันเป็นการอภิปราย โหวตวันที่ ๕ รวม ๕ วัน ถามว่ายุติธรรมหรือเปล่า ตอนสมัย พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็อภิปราย ๔ วัน โหวตวันที่ ๕ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วแต่ท่านจะพิจารณา กลับไปมีผลทุจริตอย่างมโหฬาร ทีนี้ผมจะกลับไปดูว่า ตกลงหนี้ที่เราคุยกันมาหนี้โน่นหนี้นี่ รวมแล้วเป็นเท่าไรกันแน่ ท่านไปดูแผ่นต่อไปรับ รัฐบาล ในช่วง ๒ ปีเศษท่านก่อให้เกิดหนี้ ๑.๔๙ ล้านล้านบาท (ผมไม่รวม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้) อีก ๒-๓ เดือน ๓-๔ เดือนผมไม่รู้ ท่านกําลังเตรียม ข้อมูลผ่านคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว งบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ท่านยังคงใช้เงินขาดดุลอยู่ เป็นงบประมาณ ขาดดุล ใช้เงินเกินที่มีอยู่ว่าอย่างนั้นเถอะ อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าผมคิดเอาเอง ฝันเอาเองหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เป็นงบประมาณซึ่งท่านได้ผ่านมติ ครม. และกําลังเตรียมการ ผมไม่รู้ท่านจะเสนอต่อสภานี้วันใด (ท่านไม่ทํางบไทยเข้มแข็งเข้ามา เสริมอีก) สมมุติท่านใส่มาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดทิ้ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดทิ้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อหนี้รวมตอนนี้แล้ว ๑.๘๔ ล้านล้านบาท ถ้าท่านอยู่อีกไม่กี่เดือน ทะลุ ๒ ล้านล้านบาทแน่นอน ทะลุ ๒ ล้านล้านบาท หนี้เกิน ๒ ล้านล้านบาท แล้วมันอย่างไร ล่ะครับ มันก็ท่วมงบประมาณประจําปี ตรงนี้น่ากังวลใจครับ ผมกราบเรียนเลยนะครับ ผมกําลังเตรียมระบบเศรษฐกิจในอนาคตให้คนไทย ตรงนี้ต้องมีคนมาแก้ ตรงนี้ต้องมีคนหา รายได้เข้าประเทศ เตรียมเข้ามาเพื่อที่จะใช้หนี้ก้อนนี้ ผมขอไปดูหนี้อีกอันหนึ่งที่น่าจะพูดถึง วันนี้ วันนี้คงได้ยินคําว่าหนี้บ่อย ๆ นะครับ ไปดูแผ่นต่อไป หนี้สาธารณะ เมื่อกี้บอก ๑.๘๔ ล้านบาท บัดนี้หนี้สาธารณะสูงถึง ๔.๓ ล้านล้านบาทแล้วครับ ตอนนี้ถึงแล้ว แล้วมันจะทําอะไรให้เกิดขึ้นครับ ผมแปลความให้ง่าย ๆ นะครับ ที่ตัวเลข ประชากรอยู่ที่ประมาณ ๖๗ ล้านคน ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ คนไทยต้องแบกหนี้ อันนี้ ขึ้นอยู่กับท่านดูฐานประชากรนะ ๖๓ ล้าน ๖๕ ล้าน ๖๗ ล้าน ปัญหาคืออะไรครับ คํานิยาม ของคนยากจนครับ รายได้ ๕๓ บาทต่อวันครับ มีเงินได้ต่อเดือนไม่เกิน ๑,๖๐๐ บาท ต่อเดือน ตรงนี้คนไทยทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ยากดีมีจน จะเด็ก ผู้ใหญ่ อายุมาก อายุน้อย ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ไปดูแผ่นต่อไปครับ อันนี้เป็นคําแนะนําแล้วแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะคิดจะพิจารณานะครับ ถ้าท่านคิดจะใช้เงินเก่ง ท่านต้องหาเงินเป็น หา รายได้เข้าประเทศที่ผมเขียนเอาไว้ อย่าอ่านผิว ๆ เผิน ๆ นะครับ มันต้องหารายได้จนกระทั่ง เพียงพอ หรือเกินกว่าค่าใช้จ่าย ประเทศจึงจะมั่งคั่งรุ่งเรือง ประชาชนจึงจะมีความสุข ถ้าหา รายได้ไม่พอ แน่นอนที่สุดขาดทุนเป็นหนี้แน่นอนครับ ไปดูแผ่นต่อไปครับ ผมขออภัยที่ใช้ภาษาไทยแบบโบราณแล้วก็ชัดเจนนะครับ ถ้าใช้เงินมือเติบอย่างนี้ความ หายนะของคนไทยรออยู่ข้างหน้า ผมขออภัยจริง ๆ นะครับที่ใช้คําว่า ความหายนะ ผมไม่รู้ว่ามันรุนแรงเกินไปหรือเปล่าสําหรับความรู้สึกของคนไทย ก่อนที่ผมจะนําเสนอสไลด์ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมได้ลองนั่งถามคนดูโดยที่เขาไม่รู้เรื่องรู้ราว จบ ม. ๖ จบ ป. ๔ จบ ม. ๓ จบอาชีวะ จบมหาวิทยาลัย จบปริญญาเอก เรียนเศรษฐศาสตร์ ไม่เรียน เศรษฐศาสตร์ คํานี้เป็นคําที่หลายคนอุทานออกมาครับ เขาบอกฟังแล้วเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง เขาบอกหายนะ หายนะ หายนะ ผมบอกมันไม่รุนแรงไปหรือ เขาบอกท่านใส่เถอะ ท่านเตือนสติคนไทยทั้งประเทศ ท่านเตือนผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีบอกระวัง ถ้าขืนยังใช้เงินมือเติบอย่างนี้ ความหายนะของคนไทยรออยู่ข้างหน้า ไปดูสไลด์แผ่นต่อไป แม้นว่าถ้าพ้นคืนนี้ไป ทุกคนกดโหวต สนับสนุนการใช้เงิน อีกไม่กี่วันครับ คนไทยก็จะมี ค่าใช้จ่ายอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ และนี่คงเป็นสไลด์แผ่นสุดท้าย ผมอยากมีข้อความบางอย่างคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธานนะครับ สไลด์ คงไม่จําเป็นต้องแช่แล้วครับ ผมจะได้ออกโทรทัศน์ก็ช่วงตอนปลายนี้สักนิดหนึ่ง ถึงจะไม่หล่อ เท่าไรนะครับแต่ก็จะพยายามพูดให้ดีที่สุด ผมอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่นําเสนอเป็นข้อมูล เป็นความจริง ไม่ว่าหลังจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาอธิบาย จะชี้แจงอย่างไร เวลาจะผ่านไปอีกกี่เดือน อีกกี่ปี การอภิปรายในวันนี้ก็คงถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานในรัฐสภาและเป็นเอกสารสําคัญอย่างหนึ่ง ของชาติ ไม่ใช่ผมอภิปรายคนเดียวนะครับ แต่สมาชิกสภาทุกท่านอภิปรายก็บันทึกไว้เช่นนี้ สิ่งเหล่านี้คือข้อเท็จจริงที่เราต้องเผชิญ จะกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ตัวเลขก็จะเป็นเช่นนี้ ตลอดไปครับท่าน การเป็นผู้นําขององค์กร ของบริษัท หรือของประเทศชาติ ในฐานะตําแหน่งนายกรัฐมนตรี คําว่า ประสบการณ์การบริหารจัดการที่ดี ประเทศท่านต้องใช้ข้อมูลความจริง ที่สําคัญที่สุด คือตัวเลข การตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีผลต่อคนไทยทั้งประเทศเกินกว่า ๖๐ ล้านคนแน่นอน ผมอยากย้ํากับท่านนะครับ ผมได้ยินข่าวท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึง วันยุบสภาหลายครั้งแล้ว ในพรรคผมก็รุมตําหนิผมทําไมไม่ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็ยุบสภา ผมไม่รู้ ผมเดาใจท่านนะครับ ผมว่าท่านคงอยู่จะอยู่ถึง เมื่อไรตอบไม่ได้นะครับ แต่ถ้าแม้ว่าท่านตัดสินใจยุบสภาและวันเลือกตั้งมาถึง ผมหวังว่า การอภิปรายที่ตรงไปตรงมา ข้อมูลชัดเจน ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ และทันต่อเหตุการณ์ มากที่สุดจะทําให้คนไทยทั้งประเทศได้ตาสว่าง แล้วก็ได้ตัดสินใจตระหนักถึงสถานภาพ ที่แท้จริงของเขาว่าวันนี้เรากําลังเผชิญอะไรอยู่ และคนไทยทั้งประเทศก็ต้องตัดสินใจ เลือกอนาคตครับ ถ้าโชคดีเรายังมีสภาอยู่ ผมและพรรคพวกพี่น้องในพรรคฝ่ายค้าน ก็จะมาพบกับท่านนายกรัฐมนตรีอีกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ่อแม่พี่น้องประชาชน คนไทยที่รักทุกท่านครับ ตรงนั้นถ้าโชคดีนะครับ ผมมีโอกาสผมจะเตรียมคําไว้คําหนึ่งครับ ระบบเศรษฐกิจใหม่ คําคํานั้นจะเป็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศ และถ้าผมโชคดี ผมคงได้มีโอกาสสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีแข่งกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องปรบมือนะครับ ในสภาไม่ต้องปรบมือ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถือว่าการอภิปราย ยุตินะครับ ตอนนี้ก็จะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีจะสรุป เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี วันนี้เพื่อนสมาชิกจํานวนมากได้กรุณาอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... หรือที่เราเรียกกันว่างบกลางปีมา ก็เป็นระยะเวลาประมาณเกือบ ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งในเนื้อหา สาระส่วนใหญ่ผมแล้วก็เพื่อนรัฐมนตรีหลายท่านได้มีโอกาสชี้แจงไปแล้ว แต่ว่าที่เพิ่งจบลงไป ซึ่งเป็นการอภิปรายของท่าน ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็คือ ส.ส. มิ่งขวัญนั้น ได้ใช้เวลา ยาวพอสมควร แล้วก็ได้อภิปรายเพื่อที่จะทําให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมว่าการดําเนินนโยบาย ไม่ใช่เฉพาะการจัดงบประมาณกลางปี แต่ว่าเรื่องของการดําเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นกําลังจะทําให้ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ท่านก็ใช้ คําว่า หายนะ หรือว่าเข้าสู่ภาวะที่เสมือนกับว่าล้มละลาย ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านบอกว่าท่านอภิปรายวันนี้เป็นการอภิปรายที่มุ่งในเรื่องของ ความสร้างสรรค์แล้วก็แนะนํา ก็ขอเรียนนะครับว่าผมคิดว่าถ้าสิ่งที่ท่านพูดที่บอกว่า เป็นตัวเลขเป็นข้อมูลนั้นเป็นไปอย่างที่ท่านบวก ลบ คูณ หารแล้วสรุป ผมก็คิดว่าพี่น้อง ประชาชนที่ดูอยู่คงตกใจจริง ๆ ครับ ว่าสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่ผิดปกติมากมายมหาศาลเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ อันยาวนานเรื่องของการเงิน การคลังของไทย แล้วก็เป็นเรื่องซึ่งกล่าวได้ทํานองว่าเป็นวิกฤติ แบบที่ไม่เคยประสบมาก่อน ผมก็จะขอใช้เวลาท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจ เพราะว่า ตรงนี้ไม่ต้องการให้เกิดความสับสน แล้วผมคิดว่าถ้าท่าน ส.ส. มิ่งขวัญจะกรุณาฟัง และคิดตามก็อาจจะทําให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันมากขึ้น

ประการแรก ขอกราบเรียนครับว่าท่านเริ่มอภิปราย จริง ๆ แล้วท่านอภิปราย ย้อนกลับไปในเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่บอกว่าขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ รายจ่ายประจําสูง แล้วก็เรื่องของงบกลางก็มีอยู่มาก ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า งบประมาณที่มีสูงนั้น และขาดดุลสูง ก็ต้องคิดเป็นสัดส่วนของตัวเลขอื่น ๆ ในระบบ เศรษฐกิจ ที่จริงถ้าจะว่าไปแล้วงบประมาณปี ๒๕๕๔ ในภาวะที่มีความจําเป็นจะต้องมีการ กระตุ้นเศรษฐกิจ การขาดดุลงบประมาณในสัดส่วนถ้าเทียบกับงบประมาณก็ดี หรือผลิตภัณฑ์ มวลรวมของประเทศก็ดี ไม่ได้สูงมากครับ ไม่ได้ผิดไปจากอดีตเท่าไรหรอกครับ แม้แต่ในช่วง ซึ่งเศรษฐกิจดีด้วยซ้ํา เช่น ในช่วงประมาณปี ๒๕๔๕ ก็ไม่ต้องบอกนะครับว่ารัฐบาลของท่านใด ก็จะขาดดุลอยู่ประมาณร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณ ไม่ได้แตกต่างกันนะครับ ต่างกันแต่เพียงว่าวันนั้นความจริงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวชัดเจนแล้ว แต่ในวันที่เราทํา งบประมาณปี ๒๕๕๔ เรากําลังประคับประคองงบประมาณให้ฟื้นตัว ผมได้กราบเรียนแล้วว่า บางครั้งการเปรียบเทียบตัวเลขต้องดูภาวะความเป็นจริง ผมเข้ามาภายใต้ภาวะซึ่งเศรษฐกิจ ติดลบร้อยละ ๗ เปอร์เซ็นต์ นายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ ปี ๒๕๔๔ เศรษฐกิจขยายตัว ปี ๒๕๔๓ ร้อยละ ๔ จุดกว่า ๆ เปอร์เซ็นต์ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ประเทศไทยขณะนั้นมีเงินที่จะใช้หนี้ไอเอ็มเอฟคืนหมดแล้วครับ เพียงแต่ไม่ได้คืน เพราะ ถ้าคืนเร็วเสียค่าปรับ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีชวนก็จึงตัดสินใจไม่คืนหนี้เร็วเพราะ จะเสียค่าปรับ เห็นว่าประเทศเสียประโยชน์ แม้ในทางการเมืองอาจจะเป็นสิ่งที่ได้คะแนน แต่ว่าสิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือว่าผมจะสรุปให้เห็นว่าตัวเลขที่ท่านนํามาบวก ลบ คูณ หาร มันไม่ใช่ แล้วมันไม่ค่อยเป็นธรรม ผมจําได้ ผมเคยใช้คําพูดคําหนึ่งกับท่าน ส.ส. มิ่งขวัญว่าท่านค่อนข้างจะซุกซน ซุกซนกับตัวเลข วันนี้ก็ซุกชนอีกนะครับ เดี๋ยวผมจะกราบเรียน ให้เห็นว่าตัวเลขที่ขึ้นมาแต่ละแผ่น ๆ นี้มันซุกซนอย่างไร แต่ก่อนอื่นผมอยากจะกลับมาที่ งบกลางปีครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะข้ามไปแล้วก็จะกลายเป็นว่าวันนี้ที่เราพิจารณากัน ไม่ได้เป็น สิ่งที่ได้มาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลให้มีความชัดเจนต่อไป กราบเรียนอย่างนี้ครับ งบกลางปี ขณะนี้ที่เราทํา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นงบเพิ่มเติม มาจากสาเหตุที่เราจัดเก็บเงินรายได้ เกินเป้าประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ๘๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันไม่ได้มีการใช้เงินหรอกครับ มันเป็นการไปใช้หนี้ซึ่งเป็นเรื่องทางบัญชีในส่วนของรัฐบาลเอง เพราะฉะนั้นเงินที่เติมลงไปจริง ๆ คือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีเงินแน่นอนไหม รับรองได้เลยครับว่าขณะนี้งบทั้งปีเก็บเกินเป้ามากกว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็จะไล่นะครับ ตามที่ท่านบอกว่าท่านไม่เห็นด้วยกับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เสนอในวันนี้ ท่านให้มา ๖ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ท่านบอกว่าที่จริงปัญหาจากน้ําท่วมนี่คนตายเยอะ และเราเข้าไป ช่วยเหลือช้า ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนและผู้แทนราษฎรที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ครับ ถ้าเราพูดกันตามความเป็นจริงปรากฏการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยเหมือนกับภัยธรรมชาติที่เราเคยพบเห็น แล้วปีที่แล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยครับ มีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไปทั่ว จะเป็นประเทศ ปากีสถาน จะเป็นประเทศออสเตรเลีย แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งอภิปรายก่อนหน้านี้ บอกดูสิ ปริมาณน้ําฝนที่ตกลงมาถ้าดูไปแล้วทั้งปี ปีที่แล้วมันไม่ได้มาก จริงครับ แต่อุทกภัย ที่เกิดขึ้นปีที่แล้วเป็นความผิดปกติตรงที่ว่าเกิดขึ้นจากการที่ฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ๆ ถ้าท่านดูตัวเลขน้ําฝนเป็นเดือน เป็นปี มันจะไม่มาก แต่ฝนที่ตกต่อเนื่องกันหลายสิบชั่วโมง ในหลายพื้นที่ โดยสภาพทางกายภาพมันไม่สามารถที่จะระบายน้ําได้ จึงเกิดปรากฏการณ์ว่า พื้นที่หลายพื้นที่ไม่เคยเจอน้ําท่วมมาก่อนครับ เจอ แล้วก็ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเราบริหารจัดการน้ํา ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ําผิด เพราะถ้าท่านจําได้ ๒ เดือนก่อนหน้านั้นเรากําลังประสบกับภาวะ แล้งมากที่สุดเป็นประวัติการเช่นเดียวกัน นี่คือผลพวงของปัญหาโลกร้อนและปัญหา ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผมจึงกราบเรียนว่าหลายพื้นที่ครับ ความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นนี้น่าเสียใจ แต่ว่าการเตือนภัยต่าง ๆ นั้นได้มีการทําครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นก็ได้ว่า แม้แต่พื้นที่ซึ่งเคยเกิดน้ําท่วม อย่างเช่น อําเภอหาดใหญ่ อาจจะ ๗ ปีครั้ง ๑๐ ปีครั้ง มีการท่วมมา ท่วมหนัก เขาก็จะจํากันได้ครับ ปีไหน ๆ ที่มีน้ําท่วมหนัก ขนาดที่ว่าเราเตือนภัย ล่วงหน้า ชักธงแดง ประชาชนในอําเภอหาดใหญ่ไม่เคยเห็นน้ําไหลมามากมายเท่านี้ ในระยะเวลาสั้น ๆ เป็นเรื่องยากที่จะให้พี่น้องประชาชนและชุมชนรับกับสถานการณ์ ซึ่งเขาไม่เคยคาดคิดว่ามันเกิดขึ้นได้และรุนแรงเช่นนั้น ถามว่าผมอยู่เฉย ๆ ลอยตัวใช่หรือไม่ ผมไม่ทราบว่าท่านติดตามข่าวละเอียดแค่ไหน แต่ว่าพื้นที่แรกที่วิกฤติจริง ๆ ก็คือโคราชครับ ผมเข้าไปอยู่ในพื้นที่ภายใน ๑๒ ชั่วโมงหลังจากที่เริ่มปัญหาน้ําท่วมเกิดขึ้นครับ แล้วก็ภายใน ๑๒ ชั่วโมงแรกนั้นก็เริ่มต้นจัดการกับเรื่องของการที่จะปลดล็อกปัญหาเรื่องของการใช้เงิน ทดลองราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นการบริหารจัดการในสภาวะที่มีความฉุกเฉิน อําเภอหาดใหญ่ไม่ถึง ๑ วันเหมือนกัน ผมก็เข้าไปในพื้นที่ทันที เพื่อเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา ในพื้นที่ และในเกือบทุกวันในช่วงนั้น ยกเว้นที่ติดภารกิจที่จําเป็นจริง ๆ ผมก็จะตระเวนไป ทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ ที่ได้เกิดปัญหา ถ้าท่าน ส.ส. มิ่งขวัญมาเป็นที่ปรึกษาการตลาดผมอาจจะทําให้คนรับรู้ได้มากกว่านี้ ผมไม่ใช่ นักการตลาดนะครับ แต่ผมทําหน้าที่ แล้วถ้าถามว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลช้าไหม ท่านไปตรวจสอบได้เลยครับ เงินชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยและเงินชดเชย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน หรือเงินชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก การเกษตร ไม่มีภัยพิบัติครั้งใด ที่เงินถึงมือประชาชนในระยะเวลาสั้นเท่ากับที่เราได้ทํา มาแล้วครับ วันที่ผมเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อน ส.ส. จากหลายพรรคยังต้องมาเร่งให้ผม จ่ายเงินภัยแล้งจาก ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปีก่อนหน้านั้นเงินยังไม่ถึงมือประชาชนเลยครับ แต่รอบนี้ เงินช่วยเหลือ ยกเว้นภาคใต้บางจังหวัดที่เราต้องตรวจสอบเรื่องการทุจริต ถึงมือประชาชน ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ เดือนครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนก่อนว่าที่ท่านบอกว่า ช่วยเหลือช้าต่าง ๆ นี่ขอให้ไปดูข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์จริงจากพี่น้องประชาชน ซึ่งผ่านภัยพิบัติมา

ประเด็นที่ ๒ ครับ ท่านกําลังสับสน ท่านบอกว่าช่วยเหลือมาขอเงินอะไรกันอีก ก็มีงบตั้งหลายกระทรวงที่ช่วยเหลือไปแล้ว อาจจะเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ เราต้องแยกการใช้เงิน งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือนี้ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรก ที่เราจําเป็นต้อง ช่วยเหลือทันทีก็คือเงินที่เราจ่ายถึงมือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ให้เขาสามารถ ดํารงชีวิตต่อไปได้ ให้เขาสามารถที่จะกลับมามีความมั่นใจในเรื่องของฐานะของเขา และได้รับการชดเชยเยียวยาโดยเร็วที่สุดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วม นั่นคือเงิน ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน นั่นคือเงิน ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ ซึ่งเราเพิ่มให้เป็นพิเศษเพราะสภาพ ความรุนแรงของปัญหา วันนี้ที่มาขอ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่มีเงินช่วยเหลือประเภทนั้น อีกครับแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องทําในส่วนที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อเราช่วยคนแล้ว วันนี้เราต้องกลับไปดูว่า ทรัพย์สินสาธารณะเป็นอย่างไร วัดหลายพื้นที่ครับ จังหวัดอย่างพระนครศรีอยุธยาชัดเจน ที่สุด เสียหาย ในอดีตไม่เคยมีเลยนะครับ แทบไม่เคยมีเลย รัฐบาลจัดงบประมาณให้เพื่อที่จะ บํารุงเรื่องของวัดหลังจากที่ประสบกับภัยพิบัติ โรงเรียนเสียหาย ถนนหนทางเสียหาย แหล่งน้ําชลประทานเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านต้องแยกระหว่างเงินที่ได้ช่วยไปแล้วที่เป็น เรื่องของการช่วยคนกับเงินที่เรากําลังมาบํารุงรักษา ฟื้นฟู ซ่อมแซม ทรัพย์สินทั้งหลายครับ ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่ซ้ําซ้อนกัน บอกว่ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จ่ายเงินชดเชยเยียวยาเขาไปแล้ว กระทรวงมหาดไทยจ่ายเงินเขาไปแล้ว แปลว่าไม่ต้องมา ซ่อมถนน ไม่ต้องมาซ่อมโรงเรียน ไม่ต้องมาซ่อมวัด

ประเด็นที่ ๓ ที่ท่านบอกว่าท่านไม่เห็นด้วยกับผม ท่านบอกว่าผมมีเงินงบกลาง อยู่แล้ว ๒.๖ แสนล้านบาท นี่ละครับ ซุกซนครั้งแรกของท่าน เพราะว่างบประมาณที่บอกว่า เป็นงบกลาง ๒.๖ แสนล้านบาทนี้ท่านทําให้เกิดความเข้าใจว่านี่คืองบสํารองฉุกเฉิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะสั่งจ่ายได้กรณีที่เกิดภัยแล้ง น้ําท่วม ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่ครับ ท่านต้องทราบครับ ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แล้วก็เคยนําเสนองบประมาณ หรืออยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณ กรุณากลับไปดูเอกสารงบประมาณ นะครับ ๒.๖ แสนล้านบาทที่ท่านพูดนี้ประกอบไปด้วย ๑๒ รายการ ไม่ได้มีเฉพาะงบสํารองฉุกเฉิน รายการใหญ่ที่สุดเกือบแสนล้านบาทอะไร เงินเบี้ยหวัดบําเหน็จ บํานาญครับ ใครนั่งอยู่ตรงนี้ ก็ต้องจ่ายตามนี้ ไม่สามารถเอาเงินตรงนั้นมาใช้เพื่อช่วยเหลือเงินน้ําท่วมได้ นี่ผมยกตัวอย่าง นะครับ เหลืออีก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒ รายการนี้รวมเข้าไปก็ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว คือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐครับ ใครมานั่งตรงนี้ ก็ไม่สามารถเอาเงินตรงนั้นมาใช้ช่วยเหลือน้ําท่วมได้ เพราะฉะนั้นยอดเงินที่ช่วยเหลือน้ําท่วมได้ จริง ๆ ไม่ใช่ ๒.๖ แสนล้านบาท มี ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นครับ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้าไม่มีภัยพิบัติรุนแรง ปกติรัฐบาลหลายชุดใช้หมดอยู่แล้วครับ วันนี้เมื่อเราจําเป็นจะต้อง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างชาวนา ที่ได้ไปไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ๒ ยอดนี้รวมกันเกิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หักออกจาก ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔ เดือนแรกของปีงบประมาณ เราใช้จ่ายรายการอื่น ๆ สํารองฉุกเฉินตามปกติเลยครับ อัตราไม่ได้ต่างจากปีอื่น ๆ เลย ทําให้ปัจจุบันนี้เงินงบกลางจะเหลืออยู่เพียงประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าผมจะเอาเงิน ๙,๙๐๐ ล้านบาทที่มาขอในวันนี้ไปใช้นี่งบกลางเกือบจะหมด เลยที่มีอยู่ และผมจะต้องบริหารราชการแผ่นดินหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ถ้ามีการเลือกตั้ง ก่อนสิ้นปีงบประมาณจะต้องกลับมาบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีงบกลาง แล้วใครจะ รับประกันครับว่าภัยแล้งจะไม่เกิดในช่วงต่อไปนี้ นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมถึงบอกว่าท่านเสนอ แต่ตัวเลขข้อมูล แต่มันไม่จริงครับ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปพูดเป็น ๒.๖ แสนล้านบาทครับ มันไม่ใช่ รายการเหล่านี้ก็ทราบดีอยู่แล้ว ท่านก็ถามต่อไปอีกครับว่า

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับท่านนายกรัฐมนตรี ประท้วงอะไรครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมฟังชัดเจนครับว่าท่านมิ่งขวัญ ซึ่งอภิปรายไปเมื่อกี้นี้แยกชัดเจนระหว่างงบกลางกับงบเผื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็นครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านมิ่งขวัญพูดไม่จริง ไม่ใช่ครับ ท่านประธาน เมื่อกี้ถ้าเกิดตั้งใจฟังอย่างชัดเจนแล้วจะรู้อย่างชัดเจนว่าท่านมิ่งขวัญพูด กรณีไหนเป็นงบกลาง กรณีไหนเป็นงบฉุกเฉินและจําเป็น เพราะฉะนั้นท่านยืนยันว่าที่เอาใช้ ควรเอาไปใช้คืองบฉุกเฉินและจําเป็นแล้วก็เหลืออยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังพูดผมคิดว่าไม่จริงครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นั่งครับ ประธานวินิจฉัย คือท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ชี้แจงในส่วนที่ท่านได้ฟัง ก็ฟังพร้อม ๆ กัน ท่านมิ่งขวัญก็ยังนั่งอยู่ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงแล้วถ้ามันไม่ใช่ เดี๋ยวท่านมิ่งขวัญ คือท่านเป็นคนพูดเองท่านจะลุกขึ้นมาเองนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ เอาสไลด์ที่ ๔ มาฉายใหม่สิครับ ที่บอกว่ามีเงินอยู่แล้วงบกลาง ๒.๖ แสนล้านบาท ถ้าไม่พูดเพื่อให้คนเข้าใจ ว่าเอามาใช้เรื่องน้ําท่วมได้จะพูดทําไม แล้วทําไมไม่มีสไลด์ที่มีตัวเลข ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมมีแต่สไลด์ ๒.๖ แสนล้านบาท ผมถึงบอกว่านี่คือความซุกซน กราบเรียนต่อไปนะครับว่า

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมอประสิทธิ์ประท้วงอะไรอีก ประท้วงอะไรครับ ถ้าเป็นประเด็นเดียวกันผมวินิจฉัย ไปแล้วนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาคําพูดในเรื่องซุกซน ท่านพูดเหมือนดูถูกท่านมิ่งขวัญเป็นเด็ก ผมว่าถ้าท่านใช้คํานี้ ท่านไปสวมหมวกถุงยางอนามัยยิ่งซุกซนมากกว่านะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ผมวินิจฉัยนะครับ ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าท่านบอกว่าซุกซนในตัวเลข ก็ไม่ได้หยาบคาย หรือดูถูกอะไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เชิญต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ประเด็นต่อไป ประเด็นที่ ๔ ครับ ท่านบอกว่ามาขอเงินเพื่อที่จะไปดูแลเรื่องน้ําท่วม ตรวจสอบเรื่องทุจริตหรือยัง กราบเรียนว่า น้ําท่วมเงินที่ใช้ไปนะครับ เอายอดแรกก่อน ยอดแรกที่ผมพูดถึงการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ๕,๐๐๐ บาท ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาทนี้ เวลานี้ที่บางจังหวัดเงินยังออกไม่ได้ เพราะเราไม่ยอมให้มีการทุจริต บางพื้นที่ครับ ไม่ใช่บางจังหวัด เนื่องจากว่ามีการไปทําตัวเลขมา หรือแจ้งเข้ามาในพื้นที่ ในอําเภอหรือตําบลซึ่งไม่มีน้ําท่วม หรือเรียกว่าเหมารวมมาหมดเลย ครับว่าประชากรในพื้นที่นั้นมีเท่าไร ขอมาหมดเลย เสมือนกับว่าทุกคนถูกน้ําท่วมหมด เราไม่ให้ครับ ที่ช้าคือช้าตรงนี้ครับ ขณะนี้มีพี่น้องประชาชนบางคนที่ร้องเรียนเข้ามาว่าทําไม พื้นที่ของเขาช้า ถือโอกาสประชาสัมพันธ์เลยครับว่าขอให้ไปทําตัวเลขให้เป็นจริง แล้วเงิน ก็จะมีการอนุมัติต่อไป แต่ที่สําคัญกว่านั้นครับ ถ้าผมคิดอยากจะทุจริตกับเงินในส่วนนี้ ผมไม่เสนอสภาอย่างนี้ครับ วิธีที่ผมจะทํา ผมก็ต้องไปเอาเงินงบกลางนี่ละครับ ที่ท่านบอกว่า ผมยังเหลืออยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วผมก็ไปทําโดยไม่ต้องให้สภาตรวจสอบ แต่ผมจะกลับมาทํางบกลางปีแบบที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยทําก็คือมาขอเป็น เงินงบกลางสํารองจ่ายฉุกเฉินหรือโครงการซึ่งไม่มีรายละเอียดหลายหมื่นล้านบาท แล้วก็ เป็นอํานาจของนายกรัฐมนตรีหรือผู้เกี่ยวข้องไปอนุมัติ ไม่ทําครับ ผมตัดสินใจว่าวันนี้ เมื่อจะต้องไปฟื้นฟูและทราบอยู่แล้วว่าพี่น้องประชาชนก็จะต้องกังวลว่าถนนหนทางที่จะซ่อม โรงเรียน วัด ที่จะทํากระจายไปตามพื้นที่เป็นธรรมไหม เสียหายจริงไหม จะมีการทุจริตไหม ผมก็คิดว่าผมเชื่อในระบบรัฐสภา ผมเอามาให้สภาตรวจสอบ และเป็นครั้งแรกที่งบประมาณ โครงการเล็กกว่า ๑๐ ล้านบาทก็ทํารายละเอียดมาให้เป็นซีดีเพื่อกรรมาธิการจะได้ใช้ ประโยชน์ต่อไป มีการถ่ายภาพสถานที่จริงของโครงการที่จะดําเนินการเพื่อให้ตรวจสอบ ความเสียหายได้ ท่านให้เหตุผลอีก ๒ ประเด็นครับ ที่บอกว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการจะเอาเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไปทําตรงนี้

ประเด็นที่ ๕ ที่ท่านบอกว่าทําไมครั้งนี้ผมไม่เชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย ผมยังไม่ทราบนะครับว่า คําว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ของท่านหมายถึงผู้บริหารท่านใด เพราะว่ายังตรวจสอบไม่ได้ว่าผู้ที่ให้สัมภาษณ์เป็นใคร แต่ไม่เป็นไรครับ บังเอิญท่านไปเปรียบ กับการที่ผมพูดว่าควรจะเชื่อธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนหรือ นโยบายดอกเบี้ย ผมกราบเรียนว่าตรงนี้ที่ต้องแยกแยะ สิ่งที่เราควรจะให้ความเป็นอิสระกับ ธนาคารกลางเหมือนกับในสากล โดยเฉพาะประเทศที่มีการพัฒนาแล้วคือนโยบายการเงิน และการบริหารเรื่องของทุนสํารองและการกํากับดูแลเงินทุนไหลเข้าออกครับ เขาควรจะเป็น อิสระ เขาควรจะใช้ดุลยพินิจ เขาอาจจะมาปรึกษาหารือ เราอาจจะคุยกันในเรื่องเป้าหมาย การบริหารเศรษฐกิจ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเขาควรจะเป็นอิสระ ในทางกลับกันครับ นโยบายการคลังคือเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องของรัฐบาลครับ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าผมพูดว่า ควรจะเชื่อธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องนโยบายการเงิน แล้วมาบอกว่าผมจะต้องเชื่อ เรื่องนโยบายการคลังด้วย ไม่ใช่ครับ ระบบไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ และก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ที่สําคัญก็คือว่าผมไม่ทราบว่าที่ท่านพูดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยท้วงติง ผมคิดว่าถ้าไปถาม เฉย ๆ ว่าจะทํางบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเหมาะไหม ถ้าผมได้ยินประโยคนี้โดยไม่ได้ ดูรายละเอียด ผมก็จะพูดเช่นเดียวกันครับว่าไม่น่าทํา เอาเงินมาใช้เพิ่ม ๑๐๐,๐๐๐ แสนบาท ผมไม่เห็นด้วยเด็ดขาด เหมือนกันครับ แต่บังเอิญ ๑๐๐,๐๐๐ แสนบาท ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท มันไปใช้หนี้ครับ มันจึงเป็นความแตกต่างอย่างชัดเจน และอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งผมเห็นว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่มองเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ซึ่งเราควรจะทํา ซึ่งผมจะได้พูดต่อไปในตอนท้าย เพราะฉะนั้นเหตุผลนี้ก็เช่นเดียวกันครับว่า ไม่ใช่ที่จะบอกว่ากรณีนี้ต้องเชื่อธนาคารแห่งประเทศไทยถ้าเป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างแท้จริง ผมสอบถามท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านก็บอกท่านไม่ได้ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้

ส่วนประเด็นสุดท้าย ท่านบอกว่าผมเคยบอกว่าจะใช้งบไทยเข้มแข็ง ได้ใช้ครับ ทั้งงบไทยเข้มแข็งที่สามารถปรับได้ ทั้งงบประมาณประจําปีที่สามารถปรับได้ แม้แต่งบ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งมีการกันเงินไว้ยังไม่ได้ทําสัญญาสามารถปรับเปลี่ยนได้ คณะรัฐมนตรี ได้ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปดูเพื่อใช้เงินตรงนั้นก่อน ก่อนที่จะมาใช้เงินตรงนี้ ท่านจะสังเกตว่าบางกระทรวงเขาก็เสียหายจากน้ําท่วมเหมือนกัน แต่เขาไม่มีรายการมาในวันนี้ เพราะเขาสามารถที่จะไปปรับ เกลี่ยงบประมาณที่มีอยู่ในปี ๒๕๕๔ หรือสามารถไปเอางบที่ กันไว้จากปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนครับว่าตรงนี้ความจริง ถือเป็นส่วนน้อย ๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท เทียบกับคําขอซึ่งเข้ามาและเงินที่ใช้เกือบทั้งหมดหลาย หมื่นล้านบาทครับ

ก็กราบเรียนว่าทั้ง ๖ ประเด็นที่ท่านบอกท่านไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าผมได้ชี้แจง อย่างตรงไปตรงมาว่าทําไมผมจึงเห็นว่ามันเหมาะสม แล้วผมก็จะต้องพูดในช่วงท้ายต่อไป แต่ทีนี้หลังจากนั้นท่านก็ไปเรื่องการเมืองบ้าง บอกงบนี้เป็นงบที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐธรรมนูญ หรืออะไร ไม่ใช่ครับ ผมตอบไปแล้วเมื่อเช้า ย้ําอีกครั้งนะครับ เพราะเรามีรูปให้ท่านเห็นหมด ถนนเสียหาย ท่านจะให้ผมตั้งงบประมาณที่กระทรวงวัฒนธรรมหรือกระทรวงอะไรครับ ผมก็ต้องตั้งที่กระทรวงคมนาคม โรงเรียนเสียหายผมก็ต้องตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมไม่ได้ดูหรอกครับว่าพรรคไหนกํากับกระทรวงใด และผมก็แปลกใจว่าท่านคิดบอกว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้มี ส.ส. อยู่แค่ ๕ คน แปลว่าได้เงินกันไป คนละกี่ร้อยล้านบาทไม่ทราบ ไม่ได้สักบาทหรอกครับ ส.ส. พรรคกิจสังคมทั้ง ๕ ท่านนี้ ไม่มีสิทธิจะได้ครับ เงินก็ต้องไปทําตามโครงการการฟื้นฟูของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วถ้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี ส.ส. ๑๐๐ กว่าคนก็ได้เท่านี้ ไม่ได้เพิ่มมากไปกว่านี้ เพราะเราไม่ได้จัดในเรื่องของ ส.ส. หรือพรรคการเมือง เราจัดตามความเสียหายที่ได้ มีการสํารวจจัดลําดับความสําคัญ ซึ่งมีคณะกรรมการที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เป็นประธาน และเราพร้อมที่จะให้คณะกรรมาธิการ ตรวจสอบในรายละเอียดทุกโครงการ ไม่มีการเมือง ไม่มีต่างตอบแทน เป็นเรื่องของการให้ ตามความจําเป็นล้วน ๆ เช่นเดียวกันครับ ไม่ใช้คําว่า ซุกซนก็ได้ แต่ว่าที่ท่านเอาตัวเลขของ กระทรวงมหาดไทยมา ๘,๗๒๖ ล้านบาทนี้ ถ้าท่านดูรายละเอียดท่านก็จะทราบ ไม่ใช่หรอกครับ เพราะอันนี้ไปรวมเบี้ยยังชีพสําหรับคนพิการและผู้สูงอายุอยู่ด้วย ถามว่าทําไมจัดให้ตามนี้ จัดให้ล้อตามแผนงานที่จัดเอาไว้ในปี ๒๕๕๔ เพียงแต่เรากําลังจัดเงินให้กับผู้พิการ กับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นก็ต้องมีเงินมาให้เพิ่มขึ้นประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ไม่ต้องพูดเรื่อง ต่างตอบแทนเลยครับ คนได้คือคนอายุเกิน ๖๐ ปี และคนพิการที่ได้ไปเต็ม ๆ ตามยอดนี้ เดือนละ ๕๐๐ บาทตามจํานวนที่ระบุไว้ เห็นไหมครับ ผมถึงกราบเรียนว่าถ้าท่านนําเสนอ ตัวเลขต่าง ๆ นี้ขอให้ได้เสนอแล้วก็ลงไปในรายละเอียดตามสภาพความเป็นจริงจะได้ภาพ ที่แท้จริง ทีนี้หลังจากนั้นมาเนื่องจากว่าท่านประธานเห็นว่ายังอยู่ในประเด็นของการ อภิปรายนี้ท่านก็เริ่มไปไกลถึงการวิเคราะห์เรื่องของโครงสร้างงบประมาณ การจัดงบขาดดุล เรื่องของหนี้สาธารณะ ผมก็เลยจําเป็นต้องชี้แจงครับท่านประธาน แม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นเรื่อง ที่อยู่ในตัว พ.ร.บ. ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยตรง

ประเด็นแรก ท่านแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเรื่องของโครงสร้างงบประมาณ ของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องรายจ่ายประจํา การขาดงบลงทุนอะไรต่าง ๆ กราบเรียนว่า เวลาที่เราเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ โดยธรรมชาติแล้วสิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือว่าการจัดเก็บรายได้ จะหายไปก่อน เมื่อรายได้หายไปเราก็จะติดเพดานในเรื่องของการจัดงบประมาณ งบที่จะตัด ยากที่สุดก็คืองบประจํา เพราะท่านยอมรับเองว่างบนี้ตัดไม่ได้ สัดส่วนของงบประจํา จะสูงขึ้นเสมอในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ แต่งบประจํา ในที่นี้ผมขอ กราบเรียนว่าบางทีเราไปเปรียบเทียบในลักษณะของธุรกิจ แต่กับประเทศนี้จะไม่เหมือนกัน ผมลงทุนในเรื่องของคน เรื่องของการศึกษานี้ เงินช่วยเหลือทางการศึกษาทั้งหมดนี้จะไม่ถูก นับเป็นงบลงทุนเลยครับ แต่ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่มีค่าที่สุดสําหรับประเทศชาติบ้านเมือง คือในลูกหลานของเรา โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี และโครงการในลักษณะนี้เงินต่าง ๆ ที่ลงไปนี้ จะไม่ถูกนับเป็นงบลงทุน แต่เรากําลังลงทุนในสิ่งที่มีค่าที่สุดในประเทศของเรา คือคนของเรา ลูกหลานของเรา อย่างนี้เป็นต้นครับ การจัดสวัสดิการก็ถูกนับเป็นงบประจําครับ แต่วันนี้คือ หลักประกันสําหรับคนที่เสียเปรียบ คนที่ด้อยโอกาสที่สุด ที่เราให้เขาเดือนละ ๕๐๐ บาทละครับ ไม่พออยู่พอกินละครับ แต่มีความหมายมากสําหรับ คนยากคนจนหลายล้านคนทั่วประเทศ หรือเงินในโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ท่านพูด เมื่อกี้ ท่วม แล้ง แมลง ก็เป็นครั้งแรกที่จะท่วมหรือแล้งหรือมีแมลง เกษตรกรได้ประโยชน์ ทุกครัวเรือนที่มาขึ้นทะเบียนในกรณีที่ราคาพืชผลไม่ดีจากรัฐบาล เพราะถ้าเป็นโครงการ จํานํา ไม่ได้ครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน เพราะฉะนั้นการจะดูลําพังเพียงแค่ว่า ตัวเลขงบประจําลงทุนมันไม่พอ ที่สําคัญกว่านั้นก็คือว่าในช่วงวิกฤตินี้ครับ แนวทางที่เราใช้ ในการลงทุนก็คือเราจะพึ่งเรื่องของไทยเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นสัดส่วนที่ท่านดูเฉพาะใน งบประมาณประจําปีมันจะไม่สะท้อนสัดส่วนของการลงทุนจริงในส่วนของรัฐบาล นี่ก็เป็นอีก ประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียน แล้วก็สุดท้ายในประเด็นนี้ก็คือว่าในรัฐสมัยใหม่นี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะทําโดยระบบงบประมาณตามปกติน้อยครับ จะไปอยู่ที่ รัฐวิสาหกิจเยอะ และจะไปอยู่ในลักษณะของโครงการที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน เพราะฉะนั้น อย่างท่านมาบอกว่างบเท่านี้ทํารถไฟฟ้าได้ไม่กี่สาย ไม่ใช่ครับ เพราะระบบการลงทุน ในรถไฟฟ้ามันจะไม่มาเอาเงินตัวนี้ก่อน แต่มันลงทุนแน่นอน ผมยืนยันได้ว่าในรัฐบาลชุดนี้ ได้เริ่มต้นก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย เพิ่งมาเริ่มต้นกันได้ แล้วก็จะดําเนินการต่อไปอีกนับเป็น ๒๐๐ กิโลเมตร ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การลงทุนเกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนว่ามันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ท่านพูด ว่ารัฐบาลไม่สนใจ ใส่ใจในการลงทุน วางโครงสร้างพื้นฐานอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ครับ ถามว่าขณะเดียวกันรัฐบาลกําลังก่อหนี้เยอะแยะ มากมายไปหมด ตามตัวเลขที่ท่านพูดว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลเดียวมากกว่า ๗๖ ปีอะไรต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร เอาละครับ ไม่ใช้คําที่บาดใจ ท่านสมาชิกก็บอกว่าตรงนี้ท่านก็จะสร้างสรรค์ ไปหน่อยครับ เรื่องการบวก ลบ คูณ หาร ประการแรก ท่านลืมไปหรือเปล่าครับว่างบปี ๒๕๕๒ ที่ขาดดุล ๔๔๑,๐๖๐ ล้านบาท ๓ ใน ๔ ของยอดนี้รัฐบาลท่านเองเป็นคนจัดงบประมาณเอาไว้ เพราะงบปี ๒๕๕๒ ทําก่อนผมเข้ามา ทําไมมาบวกให้ผมด้วยละครับ ตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ แล้วแถมผู้อภิปรายเป็นรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนเสนองบประมาณตรงนี้ด้วย ทําไมปัดมาให้ผมเฉยเลย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านก็นับบวกเข้าไปอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน บอกอย่างนี้ต้องนับด้วย แต่พอนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านไม่นับ พ.ร.ก. กู้เงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ หายไปเฉย ๆ เลย ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๔๕ ทําไมละครับ ผมถึงบอกว่าตัวเลขของท่านมันคลาดเคลื่อน แล้วที่สําคัญก็คือว่าตัวเลขที่ท่าน เอามาบวก ๆ ขณะนี้ เอาละ ปี ๒๕๕๒ ท่านพยายามยัดเยียดให้ผม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ คือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นงบกลางปี ปี ๒๕๕๓ ท่านสังเกตไหมครับ ท่านสังเกตไหมครับว่าจริง ๆ เราตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทําไม กู้จริงแค่ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นก็คือว่าแนวที่รัฐบาลนี้ได้ทําคือการประกาศเจตนา ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อการประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นซึ่งเกิดความเชื่อมั่น เกิดการใช้จ่าย เศรษฐกิจฟื้นตัว เราก็จะไม่ได้กู้ตามจํานวนที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น เหมือนไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่วุฒิสภาคว่ํา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ วุฒิสภาเขาไปแก้มาตราที่เกี่ยวข้องกับการจะรับทราบหรือพิจารณาในเรื่องโครงการ ก็จึงเข้ามาที่กรรมาธิการร่วม แต่รัฐบาลเป็นคนตัดสินใจว่าในที่สุดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องกู้เพราะเศรษฐกิจเข้มแข็งแล้ว ฟื้นตัวแล้ว ไม่ใช่ปัญหาประชาชน ไม่มีนะครับ แต่ไม่ควรที่จะไปกู้เพิ่ม กู้พิเศษ กู้นอกระบบมาเพื่อใช้อัดฉีดในระบบเศรษฐกิจแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง ๒๓๒,๐๐๐ ล้านบาทแทนที่จะเป็น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะช่วงแรก เมื่อเราทํางบประมาณขาดดุลไป กระทรวงการคลังก็ยึดถือตามประมาณการ ก็จะไปเริ่มกู้เงิน โดยคาดว่าทั้งปีจะกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏเอาเข้าจริง ๆ เศรษฐกิจพอเรากระตุ้นไป มีรายได้กลับเข้ามามากกว่าที่เราคิด ในที่สุดเขาหยุดกู้ครับ พอหยุดกู้ปั๊บ สิ่งที่เกิดขึ้นท่านไปดู ตัวเลขตัวหนึ่งน่าสนใจครับ งบประมาณปี ๒๕๕๓ เงินคงคลังเทียบต้นปีกับปลายปี เงินคงคลังจะเพิ่มขึ้นมา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดตามจริงก็คือว่าปี ๒๕๕๓ ที่เดิมตั้งใจว่า อาจจะต้องกู้ถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท บริหารจริง ๆ แทบไม่ต้องกู้เลยครับ กู้ไปหลักหมื่น เท่านั้นเองครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่โป่งอยู่ในเงินคงคลังตรงนี้ก็จึงทําให้ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งตั้งงบประมาณขาดดุลที่ท่านบอกสูงสุดเป็นประวัติการ แต่ยังไม่กู้เงินเลยครับ เพราะยังมีเงินคงคลังที่จะใช้ในการบริหารได้อีก เพราะฉะนั้นกว่าจะสิ้นปีงบประมาณนี้ ตัวเลขที่ท่านเอามาบวกทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ครับ และถ้าจะใช้เกณฑ์เดียวกันอย่างที่ผม กราบเรียนว่าไปเทียบกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านต้องบวกไปอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับที่ออก พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๕ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่ามันไม่ใช่ และที่มันไม่ใช่และ มันไม่ได้กําลังเดินไปสู่ความหายนะ การที่เรามายืนอยู่ตรงนี้มันบอกในตัวของมันเองอยู่แล้ว นั่นก็คือว่าเรากําลังทําเงิน เก็บเงินได้มากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และเราเอามาใช้จริงแค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑ ใน ๑๐ มากกว่าเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ ของเงินที่เราได้มามากกว่าที่เราคิดว่าเราจะมีแล้วที่ใช้ด้วยความจําเป็นจริง ๆ สําหรับ ผู้สูงอายุ คนพิการ และการฟื้นฟูในเรื่องของน้ําท่วม ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าตัวเลข ที่ท่านพูดนี่มันไม่ใช่ เหมือนตัวเลขหนี้สาธารณะครับ ถ้าเอาเป็นยอดก็สูงเป็นประวัติการ ใช่ และท่านก็พูดเหมือนกับบอกว่าถ้าใช้เติบขนาดนี้ หนี้ขนาดนี้ต้องหารายได้เก่ง แล้วทําไม ท่านไม่พูดบ้างล่ะครับว่าเดือนธันวาคมเดือนสุดท้ายของปีที่แล้วจํานวนนักท่องเที่ยว เข้ามามากในประเทศไทยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เหมือนกัน ทําไมไม่พูดละครับว่า ยอดส่งออกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เหมือนกัน คือตัวเลขทุกตัวมันขึ้นไปตามกาลเวลาของมัน แต่ต้องดูเป็นสัดส่วน วันนี้ผมยืนยันได้ว่าหนี้สาธารณะเทียบกับรายได้ของประเทศ สัดส่วนขณะนี้เกินร้อยละ ๔๐ ขึ้นมาเล็กน้อย ห่างไกลจากการที่สูงสุดในประวัติศาสตร์แน่นอน เพราะเราเคยเกินร้อยละ ๕๐ มาแล้ว ไม่มีตรงไหนเลยครับที่บ่งบอกว่ามีเรื่องผิดปกติ เป็นวิกฤติรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยนําไปสู่ความหายนะ จริงครับถ้าเอาตัวเลข หนี้สาธารณะมาหารกับตัวเลขประชากร ขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ วันที่พวกเราเกิด ทุกคนนี่ครับเรามีหนี้สาธารณะที่หารต่อหัวด้วยกันทั้งนั้นครับ แล้วก็เพิ่มขึ้นมา แต่หนี้ตรงนี้ มันไม่ใช่ประชาชนแบกรับในลักษณะที่เหมือนกับเป็นหนี้ส่วนตัว ประเทศทุกประเทศครับ ไม่มีประเทศไหนที่มีเป้าหมายในการบริหารว่าไม่มีหนี้สาธารณะเลย แต่เขาจะมีหนี้สาธารณะ ระดับหนึ่งเพื่อสามารถที่จะมีการลงทุนพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้ เพียงแต่ต้องดูแล อย่าให้หนี้สาธารณะมันโตเร็วกว่ารายได้ เพราะฉะนั้นตราบเท่าที่รายได้โตเร็วกว่าหนี้สาธารณะ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อรายได้ก็จะไม่เพิ่มขึ้น วันนี้มันจะอยู่ประมาณร้อยละ ๔๐ กว่า ๆ ครับ มันคงที่ มันไม่ได้ไปเป็นภาระเหมือนกับที่ไปวาดภาพว่าเกิดมาแล้วทุกคนกําลังจะต้องใช้หนี้ เท่านั้นเท่านี้ครับ อันนี้คือข้อเท็จจริงที่อยากจะกราบเรียน แล้วก็ต้องกราบเรียนต่อไปว่า ท่านมิ่งขวัญซึ่งเป็นผู้อภิปรายน่าจะทราบดีกว่าผม เพราะเคย ทํางานในภาคเอกชนมาก่อน ถ้าบริษัทหรือครอบครัวมีปัญหาอย่างที่ท่านว่า ก็คือว่ามองแล้ว มีแต่ความหายนะแน่นอน ถามว่าเราจะวัดกันตรงไหนครับ ผมว่าสิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า บรรดาเจ้าหนี้สถาบันการเงินจะบอกว่า ครอบครัวนี้ บริษัทนี้ ประเทศนี้เขาไม่ให้กู้แล้วครับ ถ้าหายนะรออยู่ข้างนี้ ถ้าเป็นอย่างที่ท่านพูดจริงทําไมวันนี้สถาบันการเงิน สถาบันระหว่าง ประเทศให้เกรดเครดิตของประเทศไทยดีกว่าสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาลละครับ เพราะเขาเห็น แล้วว่าการบริหารเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นมานี้ทําให้สามารถยกระดับความน่าเชื่อถือหนี้ของ ประเทศได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนตกใจ สิ่งที่ เป็นปรากฏการณ์ที่เป็นของจริงมันสะท้อนออกมาโดยตัวชี้วัดต่าง ๆ และการตัดสิน และการ จัดอันดับ และการจัดเครดิตโดยองค์กรที่เขาเป็นอิสระ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ท่านบอกว่า รัฐบาลอื่นแก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลนี้กลับมาสร้างหนี้นอกระบบ ก็ขอกราบเรียนว่า การบริหารจัดการเรื่องของหนี้สาธารณะที่ดําเนินการอยู่นี้เห็นได้ชัดเจนขณะนี้ว่ากําลังปรับเข้าสู่ จุดที่มีความเป็นเสถียรภาพ แต่ท่านพูดถึงหนี้นอกระบบก็ดีครับ เพราะถือโอกาสเรียนว่า มาตรการที่ท่านรัฐมนตรีคลัง โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านละครวนิดานั่นละครับ แก้หนี้นอกระบบ ให้มากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน เพราะตอนที่ ขึ้นทะเบียนคนจนตอนนั้นพยายามทํากันมารอบหนึ่งในสมัยรัฐบาลก่อนนั้นทําได้แค่ ๘๐,๐๐๐ ครัวเรือน นี่คือสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่อยากจะกราบเรียนให้กับพี่น้องประชาชน ได้รับรู้รับทราบจะได้ไม่ตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่ฟังแล้วอาจจะเข้าใจว่าขณะนี้ บริหารบ้านเมืองมากําลังจะเสียหาย ซึ่งผมกราบเรียนยืนยันว่าไม่ใช่ ผมกราบเรียนว่าแน่นอน ครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกบางท่านอภิปกรายบอกว่านายกรัฐมนตรี รัฐบาลมาบอกว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างดี ไม่ใช่ครับ ถ้าฟังผมชี้แจงทุกครั้ง ผมจะยอมรับความจริง แม้เศรษฐกิจพื้นตัวขึ้นมา ผมรู้ว่าขณะนี้มีปัญหาบางปัญหารุนแรงมากที่เป็นความยากลําบากของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแพง แล้วกรณีของน้ํามันพืชเป็นปัญหาซึ่งเจ็บปวด และหน้าที่ ของรัฐบาลก็ต้องเร่งแก้ไขต่อไป เหมือนผมไม่เคยปฏิเสธครับว่าปัญหาการทุจริตมีจริง แล้วก็ จะต้องดําเนินการในการที่จะแก้ไขต่อไปให้ได้ แล้วก็ได้กราบเรียนไปแล้วในช่วงกลางวันว่า มีหลายเรื่องซึ่งเรากําลังมีการดําเนินการมีมาตรการอยู่ แต่ว่าหลังจากที่ผมได้ชี้แจงประเด็น ต่าง ๆ ซึ่งท่านได้อภิปรายไปหมดแล้วนะครับ ผมคิดว่าค่อนข้างจะครบถ้วน ผมก็ตั้งใจฟังท่าน อย่างเต็มที่ มันต้องกลับมาที่บรรทัดสุดท้ายเพราะท่านย้ําเสมอว่าวันนี้ที่เพื่อนสมาชิกจะต้อง กดปุ่มเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ความแตกต่างคืออะไร ท่านมิ่งขวัญบอกว่าท่านเห็นว่าควรจะ กดปุ่มไม่เห็นด้วย ถ้าท่านกดปุ่มไม่เห็นด้วยก็จะมีถนน สะพาน สะพานรถไฟ เขื่อนป้องกัน ตลิ่ง พนังกั้นน้ํา ๔,๘๘๓ แห่งซึ่งต้องรอไปอีกครึ่งค่อนปีกว่าจะได้รับการซ่อมแซม จะมี โรงเรียน ๒,๖๕๐ แห่งทั่วประเทศที่ต้องรออีกครึ่งปีกว่าจะมีการซ่อมแซม จะมีแหล่งน้ําอีก ๙๐๒ แห่งที่จะต้องรออีกครึ่งปีกว่าจะมีการซ่อมแซม และจะมีวัดอีก ๖๒๗ วัดที่จะต้องรออีกครึ่งปีกว่าจะได้มีการซ่อมแซม ฟื้นฟู บูรณะ จากปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้น จะมีผู้สูงอายุ ๘๒๓,๓๓๕ คนที่มาขึ้นทะเบียนแล้ว แต่ไม่มี เบี้ยยังชีพให้ จะมีคนพิการอีก ๑๖๙,๕๗๒ คนที่จะไม่มีเบี้ยคนพิการให้ ผมจึงคิดว่า เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินที่เราได้เพิ่มมา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ผู้สูงอายุ ให้คนพิการ ให้วัด ให้โรงเรียน ให้แหล่งน้ํา ให้ถนนเหล่านี้คืนไปให้ประชาชนไม่ได้หรือครับ ผมยืนยันสิ่งที่ท่านพูดครับว่าผมพูดว่าประชาชนต้องมาก่อน นั่นคือเหตุผลที่เรากําลังจัดเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ไปให้กับประชาชน ถ้าท่านกดปุ่มไม่เห็นด้วย นอกเหนือจาก สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นแล้ว หนี้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่จะต้องมีการไปชดใช้เงินคงคลังนะครับ ท่านจะต้องรออีก ๖ เดือน ๗ เดือนเช่นเดียวกันกว่าจะไปชดใช้ได้ จะมีดอกเบี้ยซึ่งเป็นภาระ เพิ่มขึ้นมาอีกสําหรับพี่น้องประชาชนอีกประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท และจะทําให้เงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปเบียดบังยอดงบประมาณปี ๒๕๕๕ ซึ่งแทนที่จะมีความคล่องตัว ในการที่จะมารับมือกับเศรษฐกิจซึ่งอาจจะมีความผันผวนต่อไปในอนาคต ท่านก็กําลังมัดมือ มัดเท้าตัวเองอีก ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทที่จะต้องมาจัดให้ตรงนี้ ผมตัดสินใจไม่ยากนะครับว่า ผมควรจะกดปุ่มเห็นด้วย เพราะดีสําหรับประชาชนที่กําลังต้องการเบี้ยยังชีพ ดีสําหรับ โครงสร้างพื้นฐานซึ่งควรจะฟื้นฟูวันนี้แทนที่จะเป็นอีกครึ่งปี และดีสําหรับประเทศ ในการบริหารจัดการในเรื่องของหนี้สิน ท่านเคยอยู่ภาคเอกชนนะครับ ถ้าบริษัทของท่าน มีเงินเข้ามาเกินกว่าที่ท่านคาดไว้ เป็นแสนนี่นะครับ ใช้เงินช่วยเหลือคนในบริษัทท่าน สัก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะให้ไหม แล้วจะเอา ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปใช้หนี้บริษัท เสียก่อนจะได้ประหยัดดอกเบี้ย ท่านจะทําไหม ผมว่าท่านทํานะครับ เพราะฉะนั้น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านพูด มันไม่ใช่กําลังจะไปเติมปัญหาหนี้สิน ที่จะมาทับถมภาระดอกเบี้ยอะไรต่าง ๆ ครับ แต่มันเป็นการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับ สถานการณ์ และผมยืนยันว่าเป็นการบริหารจัดการที่แสดงถึงความรับผิดชอบที่ผมบอก ไม่ดีหรือครับ ท่านกับผมจะไปแข่งขันกันในสนามเลือกตั้งจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมี ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท มากวนใจ เอา ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทไปทํานโยบายแข่งกันสําหรับ งบประมาณปี ๒๕๕๕ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นคนทํา ใครจะได้เป็นคนใช้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ จะไปตัดโอกาสตรงนั้นสําหรับประเทศทําไมครับ ท่านจะแข่งขันกับผมก็ได้ครับ ผมบอกแล้วเมื่อเช้านี้ ท่านเอาซีดี เอารูป สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เรารอการซ่อมแซมไป ท่านไปหาเสียงนะครับ ต้องรออีก ๖ เดือน ผมจะหาเสียงว่าผมจะทําวันนี้ แล้วให้ประชาชน ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานครับว่าด้วยเหตุผลทั้งหมด แม้ว่าจะ ขอขอบคุณที่ท่านแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในด้านการเงิน การคลัง และเรื่องอื่น ๆ และการอภิปรายของท่าน ก็ถือว่าเป็นไปด้วยดีในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ ผมขอชี้แจง ตามแนวทางนี้และยืนยันขอความสนับสนุนจากผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคน ให้โอกาสกับ ประเทศในการฟื้นฟู ให้โอกาสกับประเทศในการใช้หนี้เร็วขึ้น สนับสนุนงบประมาณฉบับนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ

(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประท้วงหรืออย่างไรครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านยืนขึ้นยกมือ ผมเข้าใจว่าท่านประท้วง

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน

ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แบบสัดส่วน

ผมเรียนท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ ผม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ทุกทีเวลาผมอธิบาย อภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตอบ ผมก็ไม่ได้ลุกขึ้นอธิบายอะไรนะครับ วันนี้ก็จะไม่ได้โต้แย้ง อะไรท่านนะครับ ก็เป็นความเห็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้ความเห็น ก็เป็นความเห็น ที่ดีครับ ผมมีประเด็นสั้น ๆ ก็คือ

ข้อแรกเลยนะครับ เงินช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึงวัด พูดถึงโรงเรียน พูดถึงนักเรียน พูดถึงอะไรก็แล้วแต่นะครับ ผมเห็นด้วย ผู้สูงอายุ ผมเห็นด้วยนะครับ เงินช่วยเหลือภาคต่าง ๆ นี่ถ้าเป็นผม ผมจะพิจารณาจากงบที่ผมมีอยู่ประจําหรือว่าจะเป็น เงินช่วยเหลือพิเศษอะไรซึ่งท่านสามารถจากส่วนอื่น ๆ ได้ อันนี้ข้อแรก ผมย้ํานะครับว่าอันนี้ ผมไม่ได้มาโต้แย้งท่าน ผมบอกว่าผมเห็นด้วยนะครับ แต่เพียงแต่ว่าท่านควรจะเอา งบประมาณพวกนั้นมาใช้ ไม่ต้องมาตั้งเป็นงบประมาณพิเศษ

ข้อที่สอง ด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรนะครับ แล้วก็การอภิปรายที่สร้างสรรค์ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ครับ ผมนําเสนอท่านนายกรัฐมนตรี ผมอยากให้ท่านได้ไปพิจารณานะครับ ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งข้อความ ท่านเอาไปฟังหลาย ๆ เที่ยว ผมยืนยันนะครับผมพยายามพูด ด้วยเหตุด้วยผล ผมอยากให้ท่านเอาไปพิจารณาเพื่อจะไปปรับปรุงแก้ไข

แล้วก็ประการสุดท้ายนะครับ อันนี้ย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าผมพูดผ่านท่านประธาน ไปยังนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน ทั้งประเทศ ผมว่าประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเองนะครับ อย่างไรก็ขอบคุณที่ท่าน นายกรัฐมนตรีมีคําถามกลับมา บางท่อนนะครับ อันนี้ก็ด้วยความมีมิตรไมตรีที่ดีนะครับ ท่านอาจจะฟังไม่ได้หมดก็เข้าใจได้ อย่างเช่นที่ผมพูดถึง ๒.๖ แสนล้านบาท ผมด้วยวาจานะครับ ท่านไปฟังเทปดู ผมอธิบายชัดเจน ผมเข้าใจว่างบภัยพิบัติ งบฉุกเฉินมีเท่าไร ท่านใช้ไปเท่าไร เหลือเท่าไร ผมเพียงแต่แนะนําท่านว่า ถ้าเป็นผม ผมจะพยายามดึงอันนี้มาใช้ก่อนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นนะครับ หวังว่าผมกับท่านจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันนะครับ แล้วก็ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ถ้าท่านคิดว่าเป็นประโยชน์ท่านเอาไปใช้นะครับ แต่ถ้าท่านเห็นว่า ไม่เป็นประโยชน์อันนี้ก็แล้วแต่ท่านนะครับ ก็ขอบพระคุณ ผมย้ํานะครับ ประชาชน ผู้สูงอายุ โรงเรียน วัดต่าง ๆ ผมไม่ได้ขัดขวาง ผมตรงกันข้าม ผมอยากให้ช่วยเร็วและผมยังบอกว่า มันช้าเกินไป ผมย้ําตั้งหลายครั้งว่ามันช้าเกินไปน่าจะช่วยเร็วกว่านี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบคุณสําหรับไมตรีของท่านนะครับ แล้วก็ขอเรียนว่าแม้ว่าผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับตัวเลขการวิเคราะห์ของท่าน แต่ผมยืนยันว่า ความห่วงใยในเรื่องของปัญหาหนี้สินของประเทศเป็นความห่วงใยที่สําคัญ แล้วก็ขอยืนยันว่า แนวคิดในเรื่องของการที่จะบริหารให้เกิดความยั่งยืนเป็นสิ่งที่อยู่ในใจผม เพียงแต่เราอาจจะ วิเคราะห์ไม่ตรงกัน ส่วนการที่ท่านบอกว่าอยากจะช่วยเงินเหล่านี้นี่ครับ ถ้าไปทํานี่ครับ ก็จะขัดกับหลักที่ท่านพูดไว้เองว่าควรจะให้สภาได้ตรวจสอบ ถ้าไปทําวิธีอื่นก็คือสภาจะไม่มี โอกาสตรวจสอบนะครับ เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรครับ ยังไม่สายเกินไปครับ อยากจะช่วย ประชาชนกดปุ่มเห็นด้วย ได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อนายกรัฐมนตรี สรุปเสร็จแล้วนะครับ ผู้เสนอได้สรุปเสร็จแล้วผมก็ขอพอแล้วครับ พอสมควรแล้วคุณวิชาญครับ เอาไว้สําหรับแปรญัตติดีกว่าครับ มีอะไรละครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกล่าวว่าในสมัยรัฐบาลของทางเรา ก็คือทางฝ่ายผมนี่ก็มีการออก พ.ร.ก. ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านพูดไม่หมดครับว่าออกไปใช้อะไร เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดครับ สมัยที่ออกนี่ ออกไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูครับ เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงิน ๕๖ แห่งนั้นล้มนะครับ แต่ไม่ได้เอาเงินไปใช้ส่วนอื่นเลย และเรียนว่าใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูในช่วงต่อจากรัฐบาล ที่ผ่านมา ทราบไหมครับ รัฐบาลใครครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โต้กันไปโต้กันมาก็ไม่จบ สักทีครับ สุดท้ายครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมไม่ได้จะโต้แย้งเรื่องของวัตถุประสงค์การกู้เงินนะครับ เพียงแต่ผมกราบเรียนว่า ถ้าจะนับการก่อหนี้นะครับ เมื่อมันมีก็ต้องนับ แต่ผมแปลกใจว่าทําไมถึงมาบวกตัวเลขต่าง ๆ ในรัฐบาลชุดผม แต่เวลากู้ในส่วนอื่น ๆ ทําไมไม่นับ แล้วอย่างวันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องไม่นับ เพราะว่า ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทก็ไปใช้หนี้เหมือนกัน ผมก็อยากจะกราบเรียน เท่านั้นเองครับ ไม่ได้มีประเด็นปัญหาอะไรเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ โปรดเข้าห้อง ประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อขอมติในที่ประชุมนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อท่านสมาชิกเข้ามานั่ง ประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะนับองค์ประชุม ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เมื่อท่านนั่งเรียบร้อยแล้วเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน มีไหมครับ มี ไม่มี เดี๋ยวผมจะหยุดการเสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตนกัน ทุกท่านแล้วนะครับ งดแสดงตนนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๕ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการจากร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหม ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ งดการใช้สิทธิ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๒๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๑ ท่าน งดออกเสียง ๙๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

ถือว่าที่ประชุมนี้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... เชิญครับ แปรญัตติหรือว่าเอาอะไรก่อน

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... จํานวน ๔๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ก็แบ่งสัดส่วน ดังนี้นะครับ ครม. ๑๐ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๓ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรครวมชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน พรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน เชิญ ครม. ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในส่วนของรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในส่วนของ คณะรัฐมนตรีมีทั้งหมด ๑๐ ท่าน ลําดับที่ ๑ นายกรณ์ จาติกวณิช ลําดับที่ ๒ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ลําดับที่ ๓ นายมั่น พัธโนทัย ลําดับที่ ๔ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ลําดับที่ ๕ นายธีระ วงศ์สมุทร ลําดับที่ ๖ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ลําดับที่ ๗ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ลําดับที่ ๘ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ลําดับที่ ๙ นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ และ ลําดับที่ ๑๐ นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ

นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร นครปฐม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๔. นางสิรินทร รามสูต ๕. นายไพจิต ศรีวรขาน ๖. นายประยุทธ์ ศิริพานิช ๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๘. นายเจริญ จรรย์โกมล ๙. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๐. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๑. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๒. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ๑๓. นายอํานวย คลังผา ๑๔. นายซูการ์โน มะทา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๓ ท่าน เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๓ ท่านดังนี้ ๑. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๓. นายเชน เทือกสุบรรณ ๔. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๕. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๖. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๗. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๘. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๙. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๑๐. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๑๑. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๑๒. นายขยัน วิพรหมชัย และ ๑๓. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน คือ ๑. นางพัฒนา สังขทรัพย์ ๒. นางนันทนา สงฆ์ประชา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ

นายอุดร ทองประเสริฐ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอุดร ทองประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่าน ๑. นายนรพล ตันติมนตรี ๒. นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน เชิญ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน คือ ๑. นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ และ ๒. นางอุดร จินตะเวช ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน

นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม ไกร ดาบธรรม พรรครวมชาติพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรครวมชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม ๑ ท่าน ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาราช พรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ พรรคประชาราช ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในนามของ พรรคประชาราชกับพรรคมาตุภูมิ ๑ ท่าน คือ ท่านสรวงศ์ เทียนทอง ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านทบทวน

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... จํานวน ๔๕ ท่าน ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ๓. นายมั่น พัทธโนทัย ๔. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๕. นายธีระ วงศ์สมุทร ๖. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๘. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ๙. นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ ๑๐. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ๑๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๒. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๑๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๔. นางสิรินธร รามสูต ๑๕. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๖. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๑๗. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๘. นายเจริญ จรรย์โกมล ๑๙. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๒๐. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๒๑. นายวิทยา บุรณศิริ ๒๒. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ๒๓. นายอํานวย คลังผา ๒๔. นายซูการ์โน มะทา ๒๕. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๒๖. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๒๗. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๙. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๓๐. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๓๑. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๓๒. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๓๓. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๓๔. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๓๕. นายธนิตพล ไชยนันทน์ ๓๖. นายขยัน วิพรหมชัย ๓๗. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๓๘. นางพัฒนา สังขทรัพย์ ๓๙. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๔๐. นายนรพล ตันติมนตรี ๔๑. นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ๔๒. นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ๔๓. นางอุดร จินตะเวช ๔๔. นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ ๔๕. นายสรวงศ์ เทียนทอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พรรคใดที่จะแก้ไขเพิ่มเติม รายชื่อกรรมาธิการมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบตามรายชื่อทั้ง ๔๕ ท่าน เชิญแปรญัตติภายในกี่วัน

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก เสนอแปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ .ศ .๒๕๕๔ พ.ศ. .... กระผมขอนัดคณะกรรมาธิการทั้ง ๔๕ ท่านนะครับ ประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ในวันพฤหัสบดีคือวันพรุ่งนี้นะครับ คือวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ พรรคทุก ๆ พรรค ถ้ากรรมาธิการไม่ได้อยู่ในห้องนี้ โปรดบอกต่อ ๆ กันด้วยให้มาครบองค์ประชุมนะครับ ๔๕ ท่าน อย่างน้อยก็เกินกึ่งหนึ่งนะครับ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ

กระผมขอกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ที่ได้ร่วมอดตาหลับขับตานอน สู้กันตั้งแต่เช้าจนเกือบถึง ๖ ทุ่ม กระผมขอขอบคุณ ขอปิดประชุมครับ ขอขอบคุณครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๓.๕๒ นาฬิกา