มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณปีงบประมาณ 2554 และเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์อธิบายการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท รวมถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้นี้อย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องหนี้นอกระบบที่รัฐบาลอภิสิทธิ์สร้างขึ้น ซึ่งเป็นการกู้เงินจากแหล่งนอกประเทศที่มีดอกเบี้ยสูง และมีส่วนร่วมในการสร้างหนี้นี้
ขอบพระคุณครับ ผมเป็นห่วง ท่านครับ ปี ๒๕๕๒ ๔๔๑,๐๖๐ ล้านบาท อันนี้ตัวเลขสุทธิและตัวเลขจริงนะครับ ปี ๒๕๕๓ ๒๓๒,๕๗๕ บาท นี่ก็ตัวเลขจริงเรียบร้อยหมดแล้วครับ ปี ๒๕๕๔ ครับ งบประมาณนี้กําลัง ดําเนินมา ๔ เดือนเศษ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นพระราชบัญญัติแล้วครับ เป็นพระราชบัญญัติ ปีงบประมาณแน่นอน และตัวสุดท้ายที่จะขาดไม่ได้ครับ เข้มแข็งเหลือเกิน ไทยเข้มแข็ง แข็งแล้วแข็งอีก พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วบอกเลยนะครับ ท่านกู้ไปเต็มจํานวนแล้ว ตรงนี้ผมต้องพูดครับ ไม่พูดไม่ได้เลย เพราะนาน ๆ ครั้งผมจะลุก ขึ้นมาพูด วันที่ท่านนําเรื่อง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าผมยื่นขึ้นอภิปรายอย่างนี้ครับ ผมพูด ๒-๓ ประเด็น ผมจะเตือนทบทวนความจําสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เรื่องนี้ประการแรก ผมต้องกราบขอบพระคุณย้อนหลัง ไปยังพี่ ๆ น้อง ๆ ส.ว. ทุกท่านที่ช่วย ท่านนายกรัฐมนตรี นําเข้ามา พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเข้ามา ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าผมย้อนกลับไปอีกตอนนั้นเป็นรัฐบาลใหม่ ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาบอก ว่าเราจะทําเงินกู้ไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ผมฟังผมก็ตกใจขนหัวลุกไปที่แล้ว เฮ้ย ตายแล้วคิดอย่างนี้เหรอ ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ผมก็นึกว่าท่านพูดไปอย่างนั้น ที่ไหนได้ แป๊บเดียวครับ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสนอเข้ามาเลย พรวด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บอกว่าผมทวนความจํานะครับ ผมบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกู้ไปทําอะไร ตอนนั้นอ้างว่าจะไปปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ่วงมาอีกทําไม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บอกถ้าผมเป็นครูไหวใจร้ายดุ ๆ ผมจะบอกให้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่สองผมไม่อนุญาต ไปคิดมาใหม่ ตอนนั้นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรช่วยกันอภิปรายยับยั้งบอกว่าไปบอกวัตถุประสงค์การใช้เงินก่อนเอาเงินไปทําอะไร แล้วอยู่เฉย ๆ ปุ๊บปั๊บจะมาเอาเงินไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างไร ปรากฏว่าพรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันโหวต จน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทและ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนจะจบการอภิปรายผมก็บอกบอกว่าฝากพี่ ๆ ส.ว. ด้วยนะ อย่าให้ผ่านนะ เห็นแก่ประเทศเถอะให้ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแรก พอ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สองอย่าให้ผ่าน ปรากฏว่าอย่างไรครับ ผมย้ําอีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ ด้วยความที่ท่าน เห็นแก่ประเทศชาติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่สองถูกคว่ําใน ส.ว. ครับ ถ้าจําไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีไปทําอะไรไม่รู้ที่สิงคโปร์ บินกลับด่วนเลยครับ บินกลับมาด่วนแล้วเกิด อะไรขึ้นครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตกไป ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปรากฏว่าอะไรครับ ท่านอาศัยข้อกฎหมาย ซึ่งผมพูดจริง ๆ นะ ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมขอตําหนิท่านย้อนหลังไปอีก เป็นผมผมจะไม่ทําอย่างนี้ เอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมายัดเข้ามาในตรงนี้ผมต้องเสียงอย่างนี้ แล้วพูดคําว่า ยัด ขอโทษนะครับ อาจจะดูไม่สุภาพ แต่ความหมายมันคืออย่างนั้นจริง ๆ ยัดเข้ามาอีกในสภาร่าง แล้วให้ทุกคนช่วยกันโหวตผ่าน ผมพูดตรง ๆ นะงง ตายล่ะ บอกก็ไม่เชื่อ ส.ว. ก็ไม่ให้ผ่านแล้ว ผู้ใหญ่ก็เตือนแล้ว ส.ว. หลายคนก็ไม่ได้แปลว่าอย่างอื่น เขาบอกว่า สูงวัยนะครับ เขาล้อกันเองว่า สูงวัย ผู้ใหญ่เตือนก็ไม่เชื่อปรากฏว่าอย่างไรครับ ผ่าน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ผ่านเอามายัดเข้าข้างล่างปรากฏผ่าน ผมก็รอดูว่ามันอย่างไร แต่ถึงกระนั้นก็ดีผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีคลังตัดสินใจเปลี่ยนใจเอา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เอามาผ่านทีหลังบอกว่าไม่กู้แล้ว แต่ถึงกระนั้นเหตุผลถ้าท่านบอกว่า ผมตระหนัก ผมรู้สึกว่ามันไม่ควรจะทํา ผมถอนออกไป พูดอย่างนั้นดูดีครับ แต่ถ้าจะพูด ไม่ดูดีหรือดูไม่ดีก็คือว่า ท่านคงเห็นแล้วสิดอกเบี้ยมันขนหัวลุกขนาดไหน ท่านคงรู้แล้วสิว่า หาเงินคืนไม่ได้ แล้วท่านคงรู้แล้วสิว่าเอ๊ะ ขณะที่กู้ กู้ กู้ กู้มานี่มันยังใช้กันไม่ทันเลย แล้วโดยเฉพาะประสิทธิภาพในการเบิกจ่าย ท่านไปไม่ถึงขีดที่เหมาะสม ตรงนี้มันต้องดู ตั้งหลายเหตุผล พูดให้ดูดีอย่างไรก็ได้ แต่สําคัญมันอยู่ที่ความจริง เพราะฉะนั้นผมบอกท่าน เลยนะครับ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ หลายคนเน้นนักเน้นว่าให้ผมอธิบายดี ๆ เพราะ ถ้าไม่อธิบายดี ๆ เดี๋ยวท่านจะอธิบายเป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นผมย้ํานะครับ ตัวเลขพวกนี้ คือตัวเลขที่ชัดเจน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านกู้ไปเต็มจํานวนแล้วครับ ท่านไปดูนะครับ ก่อนจะฉายสไลด์แผ่นต่อไปผมต้องอธิบายความให้กับท่านผู้ชมประชาชนที่อยู่ทางบ้าน และในสภาในรับทราบก่อน มันเป็นสไลด์ซึ่งผมอยากจะบอกว่าปกติเวลาอภิปราย ผมจะไม่ค่อยได้เอ่ยชื่อถึงบุคคลผู้นี้ มันเป็นสไลด์ซึ่งผมอยากจะบอกว่าปกติเวลาอภิปรายผมจะไม่ค่อยได้เอ่ยชื่อถึงบุคคลผู้นี้ หรือ พูดตรง ๆ ผมไม่เคยเอ่ยชื่อถึงท่านนี้เลย แต่วันนี้ผมมีความจําเป็น เหตุผลนะครับ ถ้าผมบอก ว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ทําให้เกิดหนี้ขึ้นมา ๒ ปีเศษ อย่างไร ๆ เท่าไร ๆ ผมก็ พยายามหาเหตุผล ผมกลัวที่ท่านจะไปตอบว่า ๗๖ ปี เมื่อ ๗๐ กว่าปีที่แล้วบะหมี่มันชามละ บาทหนึ่งท่านจะมาพูดได้อย่างไร นี่มันก็ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแบบที่พูดเมื่อกี้ เพราะฉะนั้นเพื่อประกันความผิดหวังและ ความถูกต้องแน่นอน เพราะผมเป็นคนชัดเจนนะครับ ผมจะไม่พูดอะไรที่ไม่ใช่ความจริง เด็ดขาด เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจําเป็นที่ต้องหารัฐบาลที่อยู่ในอยู่ยุคสมัยค่าครองชีพ ใกล้เคียงกับท่านมาเปรียบเทียบ ครั้นผมจะมองย้อนไปนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าท่าน ท่านเป็นคนที่ ๒๗ คนที่ ๒๖ คือใครครับ คือท่านสมชายอยู่แป๊บเดียว ๒ เดือน คงนับไม่ได้ ถ้าย้อนไปอีกท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านอยู่เพียงประมาณ ๘ เดือนครับ มันก็ไม่ครบปี ถ้าไปท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ก็เป็นรัฐบาลที่เกิดจาก คมช. หรือพูดง่าย ๆ ก็คณะรัฐบาล ที่เกิดจากการปฏิวัติ ผมขออนุญาตข้ามไป ผมไม่กล้าเอ่ยถึง ผมจึงมีความจําเป็นต้องย้อนไปอีก ๑ รัฐบาลที่ค่าครองชีพใกล้เคียงกัน ชื่อนี้คนอาจจะชอบ คนอาจจะเกลียด แต่วันนี้ขอทําใจ ให้เป็นกลาง แล้วดูตัวเลขแห่งความเป็นจริงว่าทําไมผมถึงต้องเอามาเปรียบเทียบ ผมย้ํานะครับ ชื่อนี้ผมยังไม่เคยอภิปราย หรือไม่พูดถึงเลย แต่วันนี้มันต้องพูดถึงด้วยเหตุด้วยผล ท่านดูต่อไปครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมไห้เกียรติ พอกันครับ ผมยืนยันครับ ผมเรียกท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อย่างไรผมก็เรียก นายกรัฐมนตรีทักษิณอย่างนั้น ท่านดูปี พ.ศ. ในการบริหารจัดการนะครับ นายกรัฐมนตรี ทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ เป็นเวลาโดยประมาณ ๖ ปี หรือเกือบ ๖ ปีครับ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เข้ามาปลายปี ๒๕๕๑ ครับ ท่านเริ่มปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ตอนนี้กําลังดําเนิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ผมนับรวมปีนี้ว่าท่านถือเสียว่าทํางบประมาณอยู่ ๓ ปี ได้ใช้งบประมาณอยู่ ๓ ปีว่าอย่างนั้นเถอะ ถ้าผมให้ท่านอยู่ต่อไปอีกนะ ความจริงนี่มันต้องไปใช้ สํานวนนี้ประโยคอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ เดี๋ยวท่านก็เอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาอีก ตัวเลขหนี้รวมอันนี้ผมบอกเลยนะครับ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ความเที่ยงตรง ณ วันนี้ ถ้าท่านเอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาบวกอีก หนี้รวมเกินกว่านี้อีกครับ ไหนลองให้ดูเต็ม ๆ สิครับ หนี้รวมสมัยรัฐบาลทักษิณอยู่มา ๖ ปี ตอนนั้นมีคนพูดว่านโยบายคือประชานิยม หลายคนบอกจะไปหาเงินที่ไหนมา กองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละล้านบาท หรือกลัวกัน แต่ปรากฏว่าอะไรครับ รัฐบาลนี้มีหนี้รวมอยู่ ๔.๔ แสนล้านบาทครับ เป็นงบประมาณสมดุล ๒ ปีเต็ม ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก่อนกําหนด ๒ ปีเต็มครับ แล้วดูท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ๓ ปีงบประมาณ นโยบายท่านถ้าตอนเริ่มต้นท่านบอกประชาชนต้องมาก่อน ท่านทําเสียง หล่อ ๆ อย่างนี้ใช่ไหมครับ ประชาชนต้องมาก่อนนะครับ แล้วท่านไปดูนะครับ วันนี้ ท่านกําลังเปลี่ยนไปเป็นประชาวิวัตน์ หนี้รวมครับ ลองดูครับ ๑.๔๙ ล้านล้านบาทครับ ผมย้ํานะครับ ยังไม่นับอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าที่ท่านจะเอางบปี ๒๕๕๕ เข้ามาบวกอีก ถ้าตรงนั้นมากกว่านี้อีกครับ ๔.๔ แสนล้านบาท กับ ๑.๔๙ ล้านล้านบาท ต่างกันไหมครับ ผมจะย่อตัวเลขให้ง่ายลงนะครับ ท่านลองไปดูหนี้เฉลี่ยรัฐบาลทักษิณ กับหนี้เฉลี่ยของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต่างกันเท่าไร ท่านดูตัวเลขเลยครับ ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน หวังว่าผมคงไม่อธิบายเร็วเกินไปนะครับ แล้วท่านคงเข้าใจตามที่ผมอธิบาย เพราะผม พยายามจะไม่ใช้ศัพท์แสงวิชาการมากนักเพื่อให้ท่านเข้าใจ ไปดู หวังว่าผมคงไม่อธิบายเร็วเกินไปนะครับ และท่านคงเข้าใจตามที่ผมอธิบาย เพราะพยายาม จะไม่ใช่ศัพท์แสลงวิชาการมากนักเพื่อให้ท่านเข้า ไปดูแผ่นต่อไปครับ หนี้เฉลี่ยท่าน นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ๗.๓ หมื่นล้านบาทต่อปี ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี หนี้เฉลี่ยของท่าน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ๔.๙ แสนล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นวัยรุ่นเขาอุทาน พระเจ้าช่วย กล้วยทอด จริง ๆ ครับ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดจริง ๆ ท่านเติมเข้าไปอีกเท่าไร อีกหมื่นล้านบาท กลายเป็น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันหนึ่งเป็นหลักหมื่นล้านบาท และท่านดูดี ๆ ท่านดูหลัก ตรงที่หนี้เฉลี่ย ๗.๓ อันนั้นหมื่นล้านบาท อีกอันหนึ่งแสนล้านบาทและ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตะเบ็งเสียงจนเหนื่อยเลย ท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านมองเห็นนะครับ ชัดเจนนะครับ ผมขอเอาคนแปลออกอีกนิดหนึ่งแล้วแช่ภาพนี้สักครู่หนึ่งสิครับ โปรดใช้สติสัมปะชัญญะ ดูตัวเลขนะครับ ซาบซึ้งดีไหมครับ เห็นชัดเจนหรือยังครับ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ ท่านอยู่มา ๒ ปีเศษ ๓ ปีงบประมาณ กําลังจะทําปีงบประมาณที่ ๔ ถ้าแปลตรงนี้หลายคนงง เดี๋ยวดูว่า ๗.๓ มันมากกว่า ๔.๙ นี้ท่านต้องสังเกตหน่วยดี ๆ นะครับ อันนั้นมันหมื่นล้านบาท อันนี้มันแสนล้านบาท คนละหน่วยกันนะครับ ผมจะแปลโจทย์ง่าย ๆ ด้วยสไลด์แผ่นต่อไปว่า อ่านโจทย์นี้ให้พี่น้องชาวบ้านจําติดหูติดตาไปให้ดี ๆ พ่อแม่พี่น้องพร้อมหรือยังที่จะรับรู้ข้อมูลนี้ เปิดแผ่นต่อไปครับ หนี้เฉลี่ยของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เทียบกับหนี้เฉลี่ยของ รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มากกว่ากัน ๖.๘ เท่า เราไม่เจ๊งกันวันนี้ เราไม่ตายกันวันนี้ เราไม่โดนดอกเบี้ยทับหัวบี้หัวแบนกันวันนี้แล้วจะเป็นวันไหนครับ แล้วรัฐบาลจะหาเงินที่ไหน มาใช้หนี้ เด็กเกิดมาใหม่ต้องรับผิดชอบไหม คนไทยทั้งประเทศต้องพบกับอะไรครับ ผมบอกเลยนะครับ ผมพยายามพูดให้ดูผ่อนคลายที่สุด แต่ยืนยันตัวเลขที่นําเสนอในคืนวันนี้ น่าสยดสยองที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินไทย ผมอ่านช้า ๆ ชัด ๆ ก่อนจะไปสไลด์ แผ่นต่อไป หนี้เฉลี่ยของรัฐบาลอภิสิทธิ์เทียบกับหนี้เฉลี่ยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มากกว่ากัน ๖.๘ เท่า อันนี้เพื่อความยุติธรรมกับท่านทั้ง ๒ ด้วยเฉลี่ยต่อปีเท่านั้นเท่านั้น เพราะถ้าผมเอาหนี้ ๖ ปี หนี้ ๓ ปี เดี๋ยวท่านจะพูดเป็นอย่างอื่น อันนี้ช้า ๆ ชัด ๆ แล้วก็ หนักแน่นแน่นอน มากกว่า ๖.๘ เท่า ท่านพร้อมที่จะรับข้อมูลหน้าต่อไปหรือยังครับ ถ้าภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่าจัดให้หนัก ๆ ครับท่าน จัดหนักแน่นอนแผ่นนี้ คนไทยเตรียมตัว ที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังไม่เคยมียุคใดสมัยใดที่คนไทยต้องจ่าย ดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นนี้ หลายคนอยู่ที่บ้าน คุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา เกาหัวแกรก ๆ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์แปลว่าอะไร หลายคนหันไปถาม อีหนูบอกลุงหน่อยสิ มันอย่างไรนี่ดอกเบี้ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมแปลมาให้คุณลุงเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ลบ สถิติการจ่ายดอกเบี้ยทุกดอกเบี้ย ทุกกระบวนความอย่างราบคาบ ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ ในปี ๒๕๕๕ อีกไม่กี่เดือนท่านกําลังจะทํางบปี ๒๕๕๕ คนไทยจะแบกภาระดอกเบี้ย โดยยังไม่รวมเงินต้นเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียวกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอ่านตัวเลขไม่ผิด แล้วท่านไม่ต้องมาเถียงผมว่าผิดหรือไม่ผิด ผมมีตัวเลขยืนยันท่านทุกข้อมูลแน่นอน รัฐมนตรีกรณ์ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ ผมอ่านตัวเลขไม่ผิด แล้วท่านไม่ต้องมาเถียงผมว่าผิดไม่ผิดนะครับ ผมมีตัวเลขยืนยันท่าน ทุกข้อมูลแน่นอนครับ รัฐมนตรีกรณ์ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ อันนี้แน่นอนครับ ปี ๒๕๕๕ คนไทยจะต้องชําระดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยยังไม่รวมต้นเงินนะครับ เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วเรายังชําระดอกเบี้ยเป็นหลักหมื่นล้านบาท อยู่เลย ทะลุแสนล้านบาทมาแป๊บเดียวท่านเด้งขึ้นไปเกือบ ๒ เท่า ตรงนี้หายใจให้ทั่วท้องครับ เตรียมพร้อมที่จะรับชะตากรรมนี้ ผมบอกให้เลยนะครับ ถ้าท่านไม่เป็นอภิมหาซุปเปอร์แมน หาเงินเข้าประเทศแบบถล่มถลายนะครับ เตรียมตัวครับ ตรงนี้ยังไม่หนําใจ ท่านไปดูข้อต่อไป ก่อนจะฉายแผ่นต่อไปผมต้องใช้คําว่า ผมเตือนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้ว ผมเตือน ท่านรัฐมนตรีคลังแล้ว ผมเตือนคณะรัฐมนตรีแล้ว และได้พูดในสภานี้แล้วก่อนท่านจะเริ่มทํา ให้เกิดหนี้มหาศาลอันนี้ แต่ท่านก็ไม่ฟัง ท่านไปดูนะครับ หนี้แผ่นต่อไปคือหนี้อะไรที่ผมจะ บอกกับคนไทยทั้งประเทศ ท่านจะใช้คําว่า ฟ้องคนไทยทั้งประเทศผมก็ยอมรับครับ
ฉายสไลด์แผ่นต่อไปเลยครับ หนี้ที่เกิดจากเงินกู้ไทยเข้มแข็งสูงถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ผมบอกตรง ๆ ท่านได้กู้เต็มจํานวนแล้วครับ ผมเห็นโฆษณาแว่ว ๆ ท่านบอกว่าอะไรครับ ท่านบอกว่าจะออกพันธบัตร ๕๐ ปีหรืออะไรก็ไม่รู้ ผมก็นั่งนึก เอ๊ ผมจะซื้อดีไหม ขันธ์ซื้อกว่าจะครบ ๕๐ ปีก็ตายไปแล้ว อย่าเพิ่งซื้อดีกว่านะครับ อันนี้ ผมไม่เชื่อท่านนะครับ คนอื่นอายุน้อย ๆ ผู้เยาว์ซื้อได้นะครับ หนี้ที่เกิดจากเงินกู้ไทยเข้มแข็ง ท่านใช้สูงถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนทางบ้านงงอยู่แล้วมันอย่างไร ก็ไทยเข้มแข็งมันก็ดูดี ชื่อมันก็ดูดีเข้มแข็ง เข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไปดูนะครับว่าท่านกําลังทําอะไร กับประเทศนี้ ก่อนจะไปถึงตรงนั้นนะครับ ผมย้ํานะครับ ผมไม่พูดผิดแน่นอน ผมจงใจเขียน ถ้อยคําที่รัดกุมที่สุดแน่นอน ร เรือ ชัดเจน รัดกุมที่สุดแน่นอน
ไปดูสไลด์แผ่นต่อไปครับ ทุกรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบครับ แต่รัฐบาลท่านนายกอภิสิทธิ์กลับสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง อย่าเพิ่งงงนะครับ เดี๋ยวผม อธิบายแน่นอนครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนนั้นผมจําได้ ละครครับ วนิดา กําลังฮิต พระเอกชื่อคุณประจักษ์ ละครจบวันสุดท้ายผมก็เปิดไปดูข่าวโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี (Modern nine TV) ช่อง ๙ ปรากฏว่าข่าวเขาออกมา เอ๊ะ นางเอกแอ๊ฟ ทักษอร จอย รินลณี เถียงกันโช้งเช้งโช้งเช้งเรื่องเป็นหนี้ สักประเดี๋ยวคุณประจักษ์ ซึ่งจริง ๆ ก็น่าจะเป็นติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปล่าเลยกลายเป็นคุณกรณ์ จาติกวณิช ผมก็ เอ๊ะ เขาดูผิดไป หรือเปล่า ขอโทษจริง ๆ นะครับ ปรากฏคุณกรณ์โผล่ไปครับ คุณกรณ์ลงทุนไปเล่นละคร เรื่องนี้เป็นพระเอกเสียเอง ผมติงนิดเดียวนะครับ พระเอกตัวสูงกว่านางเอกเยอะไปหน่อย ปรากฏว่าด้วยความเป็นมิตรไมตรี ผมชื่นชมคุณกรณ์ ผมเจอคุณกรณ์ในห้องอาหาร ผมก็บอก คุณกรณ์พี่ชมนะ ท่านความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม แล้วเยี่ยมจริง ๆ เป็นรัฐมนตรีคลัง คนเดียวที่เท่ห์จริง ๆ ออกมาอย่างนี้ อันนี้ชื่นชมจริง ๆ ท่านโปรดดูตาผมนะครับ ไม่ได้มีอะไร ล่อกแล่กเลย ยืนยันครับ แต่ความน่ากลัวมันไปอยู่ตรงนี้ครับ ทุกรัฐบาลแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ แล้วที่มันน่ากลัวที่สุดคืออะไรครับ ท่านกรณ์โผล่ไปเป็นคุณประจักษ์ในละคร วนิดา มันเป็นตอนที่ชื่อว่าหนี้นอกระบบ ในตัวละครมันเถียงกันบอกว่าฉันมีหนี้นอกระบบ ฉันจะทําอย่างไรดีเถียงกันใหญ่ คุณกรณ์บอกผมแก้ปัญหาให้ ผมแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เราก็ เออ ท่านกรณ์เก่งจริง ๆ แต่ปรากฏว่าท่านดูตัวหนังสือนี้สิครับ ทุกรัฐบาลเขาแก้ หนี้นอกระบบกันหมด และรัฐบาลอภิสิทธิ์กลับสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง ถ้าดูถึงสไลด์แผ่นนี้ ผมรับรองคนทางบ้านงงครับ หนี้นอกระบบในระบบ ก็ง่าย ๆ นะครับ ท่านกู้ดอกเบี้ยเสียดอกเบี้ย ท่านไม่ได้กู้ธนาคาร ท่านไปกู้ข้างนอกก็เสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๓๐ แล้วแต่ดอกเบี้ยอาบัง ดอกเบี้ยอาซิ้ม ไม่รู้ อันนั้นคือหนี้นอกระบบ ท่านก็กําลังแก้ปัญหาอยู่ แล้วท่านเป็นแม่แบบที่ดีหรือเปล่า ท่านไปดูทําไมผมจึงบอกว่า รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับมาสร้างหนี้นอกระบบเสียเอง ท่านดูสไลด์แผ่นต่อไป แล้วคนทั้งประเทศจะเข้าใจ อีก ๒ แผ่นนี้รับรองตาสว่างกันทั้งประเทศ เงินกู้ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทําอะไรกับเขา ไปดูแผ่นต่อไปครับ เงินกู้ไทยเข้มแข็ง ผมเตือน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้วบอกว่าอย่าดึงออกมานอกงบประมาณเด็ดขาด เพราะ งบประมาณรายจ่ายประจําปีเป็นเรื่องจําเป็นและต้องมาขออนุมัติผ่านวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามและต้องถกกันอย่างละเอียด แล้วผมเตือนท่านว่าอย่างไร ผมเตือนว่าตรวจสอบ ไม่ได้ แล้วเดี๋ยวจะเกิดผลอะไรขึ้น ท่านไปดูนะครับ เงินกู้ไทยเข้มแข็งอยู่นอกงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ท่านไปดูสไลด์แผ่นต่อไปครับ อํานาจอธิปไตย