ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พูดถึงปัญหาการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลอย่างไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบการใช้เงินเพื่อป้องกันการคอร์รัปชั่น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ดูจาก ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งวงเงินไว้ ๑ แสนล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกสภาว่า วันนี้รัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้สูงกว่า ประมาณการ ซึ่งบอกว่า ๑ แสนล้านบาทนี่จะต้องไปใช้หนี้ที่พวกเราได้ยินคําว่ากู้ กู้ กู้ นะครับ ๘๔,๑๔๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และก็จะไปแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยให้กับกระทรวงต่าง ๆ นี่ ๑๕,๘๕๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เศรษฐกิจดี ปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ และอัตรา เงินเฟ้อประมาณ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และปี ๒๕๕๔ ก็บอกว่าเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ ๓.๔ ถึง ๔.๕ อัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๒.๕ ถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมาดูแล้วนะครับผมอยากจะถามว่าวันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า เศรษฐกิจดี จีดีพี เพิ่ม ผมอยากให้ไปถามพ่อใหญ่มี แม่ใหญ่สี แม่ใหญ่ทา ที่อยู่ในชนบทว่า ขณะนี้เงินในกระเป๋ามีหรือไม่ หาเงินได้สะดวกจริงหรือเปล่า วันนี้ครับหาเช้าไม่พอจะกินค่ํา ซึ่งสุภาษิตโบราณเขาบอกว่า ข้าวยากหมากแพง แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ข้าวยากน้ํามันแพง การที่จะไปซื้อน้ํามันครับ ผมไปที่ร้านโชห่วยเขาบอกว่า วันนี้ขณะยังไม่เกิดสงครามนี่จะซื้อ น้ํามันพืชสัก ๒ ขวดต้องไปต้องไปต่อแถวเป็นกิโลเมตร ซึ่งประเทศไทยไม่น่าจะเกิดขึ้น และวันนี้ครับจากการที่รัฐบาลแทนที่จะคุยเรื่องความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านกลับไปใช้เงินที่ไม่เกิดประโยชน์เลยในการที่มาตั้งบอร์ดไข่ใช้เงินตั้ง ๖๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะมาคุยว่าจะขายไข่เป็นกิโลกรัมหรือจะขายไข่เป็นโหล ผมอยากให้รัฐบาลได้คุยถึง พี่น้องประชาชนในคนชนบทว่าวันนี้นี่เขาอยากจะกินไข่แต่ไม่มีสตางค์ซื้อครับ คนในชนบท บ้านผมครับ เอาข้าวแลกไข่ แต่ต้องถามเจ้าของไข่ที่มาแลกบอกว่าข้าว ๑ ตะกร้านี่ แลกไข่ได้เท่าไร เจ้าของไข่เขาบอกว่าไข่ ๑ ถาดแลกข้าวได้ ๑ ตะกร้า ผมอยากให้รัฐบาลเป็นห่วงพี่น้องประชาชนว่าต่อไปนี้ใครมีไข่ที่จะไปแลกข้าว ต้องของต่อของ หรือ ๑ ตะกร้าต่อ ๑ ตะกร้า มันถึงจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในชนบท ซึ่งวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลได้ใช้เงินในการที่จะไปฟื้นฟูของ คณะกรรมการขั้นพื้นฐาน คือฟื้นฟูโรงเรียน ซึ่งวันนี้ได้ตรวจสอบและให้โรงเรียนทุกโรงเรียน แจ้งเข้ามา วันนี้มีโรงเรียนประมาณ ๓,๐๐๐ โรงเรียน และขอเงินมาประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับจัดให้โรงเรียนไป ๒,๔๔๘ โรงเรียน ใช้เงินประมาณ ๑,๑๙๘ ล้านบาท ในขณะนี้ทราบว่าอีก ๕๐๐ โรงเรียนยังไม่ได้รับงบประมาณ ซึ่งผมเห็นว่าการซ่อมแซม ทํานุบํารุงโรงเรียน ซ่อมประตู ซ่อมหน้าต่าง ซ่อมพื้นอาคารเรียน ซ่อมรั้ว ซ่อมถนน ซ่อมโต๊ะ ซ่อมเก้าอี้ให้นักเรียนจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะเอาไปทําเรื่องอื่น ๆ เช่น วันนี้อยากจะ ฝากถึงรัฐบาลด้วยว่าการจะช่วยผู้สูงอายุที่จะได้รับเงินเดือน ๕๐๐ บาท มีหลายคนบอกว่า วันนี้เขารวยครับ วันนี้เขามีฐานะที่อยู่ได้ แต่รัฐบาลประกาศบอกว่าใคร ๖๐ ปีก็ได้เงิน ผู้สูงอายุ เขาก็ใช้สิทธิครับ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ต้องไปให้เขาก็อยู่ได้ อยากจะเอามาให้ซ่อมแซม ปรับปรุงโรงเรียนที่ยังไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเลยอีก ๕๐๐ โรงเรียน ที่ยังไม่มี งบประมาณเลย แล้วยังไม่พอครับ รัฐบาลยังเอางบประมาณโครงการเรียนฟรีที่ท่าน โฆษณานักโฆษณาหนาว่าดีเอาไปปรับปรุงซ่อมแซมโรงเรียนที่โดนอุทกภัยอีก ๑๓๖ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ผมได้รับการโทรศัพท์จากผู้ปกครองนักเรียนว่าโครงการเรียนฟรี ฟรีไม่จริง ผู้ปกครอง ฝากผมบอกถึงรัฐมนตรีนะครับว่าวันนี้ถึงรัฐบาลจะให้เรียนฟรีแต่ ผอ. ที่โรงเรียนยังให้ ผู้ปกครองต้องไปเสียสตางค์ ไม่ได้เสียค่าเทอมนะครับ เขาบอกว่าเสียค่าซ่อมคอมพิวเตอร์ เสียค่าซ่อมโน้ตบุ๊ค (Note Book) คนละ ๕๐๐ บาทต่อ ๑ เทอมนะครับ บางโรงเรียน ก็บอกว่าไม่ต้องเสียค่าเทอมหรอกลูก ซื้อกระดาษ เอ ๔ (A4) มาให้ครูคนละ ๓-๔ รีมก็พอ นี่ก็คือต้องให้ผู้ปกครองเดือดร้อน
และอีกอันหนึ่งอยากจะฝากถึงรัฐมนตรีนะครับว่า โครงการเรียนฟรีที่ท่าน บอกว่าดี ที่ซื้อชุดนักเรียน ผมบอกว่าวันนี้การที่จะให้เงินผู้ปกครองไปซื้อชุดนักเรียน แล้วแต่เขาเถอะครับ อย่าให้ผู้ปกครองต้องไปซื้อใบเสร็จมาให้ครูดู เพราะวันนี้คนที่มีเงินน้อย เขาก็ซื้อตามที่โรงเรียนให้สตางค์ไป คนที่ผู้ปกครองพอมีสตางค์เขาก็ใช้จ่ายเงินตัวเอง ในการซื้อชุดให้ลูกหลานเขาได้มาโรงเรียน แต่ว่าวันนี้หลายคนครับต้องไปซื้อใบเสร็จ เพื่อจะมาส่งครู การที่ไปขอใบเสร็จจากร้านเขาบอกว่าถ้าจะเอาใบเสร็จจากชุดละ ๔๐๐ บาท ผมขอบวกเป็น ๔๔๐ บาท เพราะผมต้องเสียภาษีค่าใบเสร็จอีก ๑๐ บาท เป็นการให้ ผู้ปกครองต้องมารับภาระเพิ่มโดยไม่จําเป็นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับกระผมเห็นว่า ความจําเป็นเดือดร้อนอื่น ๆ คงไม่เท่ากับการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียนของโรงเรียน หรือห้องน้ําห้องส้วมให้กับลูกหลาน โครงการอื่น ๆ น่าจะตัดทอนลงไปบ้าง แล้วก็เอามาสร้าง ซ่อมแซมโรงเรียนซึ่งจะได้ประโยชน์
แล้วก็ฝากอีกอันหนึ่งนะครับว่า อย่าเอางบประมาณไปสร้างอาคารใหม่ แล้วมีเจตนาแอบแฝงเพื่อผลประโยชน์อื่น ซึ่งการจัดตั้งงบประมาณของท่านผมดูแล้ว ในรายละเอียดไม่เกิน ๑ ล้านบาท หรือ ๒ ล้านบาท ก็จะเป็นโครงการที่จะต้องตกลงราคา กับโรงเรียน กับผู้รับจ้าง เกรงว่าจะใช้เงินในส่วนนี้ไปทุจริต กระผมในฐานะที่เป็น รองประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณก็จะทําการติดตามตรวจสอบเพื่อให้เกิด ความกระจ่างและจะนําข้อมูลต่าง ๆ มาเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนในคราวต่อไป ซึ่งจะมี การอภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ