สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

เทพไท เสนพงศ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมและเรียกร้องให้ตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวแล้ว และเสนอแนะการปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีให้เพิ่มสูงขึ้น ในการอภิปรายเกี่ยวกับการจัดงบประมาณของรัฐบาล เทพไท เสนพงศ์ ยืนยันว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้มีความสมเหตุสมผล และไม่ควรนำความเป็นอคติหรือประเด็นการเมืองมาควบคุมการอภิปราย

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม แล้วก็จะใช้สิทธิพาดพิงจากร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ด้วยนะครับในคราวเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ก่อนที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ขอประทานโทษเอ่ยนาม ได้อภิปรายจบ ท่านก็บอกว่า ท่านไม่อยากจะตอบโต้กับพวกผมในฐานะมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าพวกผมเป็น ส.ส. หน้าใหม่ก็จริง แต่ถ้ามวย ผมก็คิดว่าผมเป็นมวยหนุ่มแล้วก็เป็นม้าหนุ่ม แล้วก็เป็นมวยสดและพร้อมที่จะ ตอบโต้กับพวกม้าแก่ กับมวยเมาหมัดได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าจํานวนสมัยไม่ใช่สําคัญครับท่านประธาน เกียรติและ ศักดิ์ศรีของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้เท่าเทียมกัน สิ่งที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พยายามที่จะพูดพาดพิงมายังพวกผมก็คือ ในการที่พวกผมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ตําแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของร้อยตํารวจเอก เฉลิม ซึ่งผมคิดว่าตําแหน่งดังกล่าว มันแสลงใจร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่น้อย หลังจากที่มติพรรคเพื่อไทยได้สนับสนุน ให้คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตรงนี้เองทําให้ เป็นแผลใจกับร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง จําเป็นต้องมาฟาดงวง ฟาดงากับพวกผม แต่ว่า ผมจะไม่ชี้แจง เพราะท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเหตุผลไปแล้ว ส่วนการอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ถ้าท่านประธานได้รับฟัง ท่านประธานก็จะได้เห็นนะครับ ๓ คําก็ทุจริต ๔ คําก็ทุจริต กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้โคตรโกง ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมกลับไปดูว่าถ้าหากกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้โคตรโกง แล้วรัฐบาลไหนล่ะครับ ที่โกงทั้งโคตร เพราะฉะนั้นการที่จะมากล่าวหารัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดในถ้อยคําเช่นนี้ ในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิกผู้อาวุโส ที่จริงจะต้องเตือนด้วยซ้ําไป แต่พวกผมจะไม่ใช้เวลาขัดจังหวะการอภิปรายของท่าน แต่ว่าท่านควรที่จะสํารวม ในการอภิปราย เช่น การพูดเอาถ้อยคําบนเวทีพันธมิตรมาพูด ขอประทานโทษท่านประธาน คําว่า ตอแหล อย่างนี้ท่านประธาน มาพูดในสภาแห่งนี้ได้อย่างไร โดยที่ไม่มีใครทักท้วงเลย อยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้พาดพิงมายังรัฐบาล ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นหน้าที่ของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ชี้แจงไป แต่ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็ยังเชื่อว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เป็นไปตามที่ร้อยตํารวจเอก เฉลิม กล่าวหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริต ถ้าหากว่าร้อยตํารวจเอก เฉลิม มีหลักฐานในลักษณะกล่าวหาว่าทุจริต และการอภิปราย ที่ผ่านมาผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะได้ดูการอภิปราย ผมว่าการแสดงอาการเกรี้ยวกราดของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมน่าจะเป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่าด้วยซ้ําไป แต่ว่า ผมเข้าใจได้ว่านั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เก็บกดของร้อยตํารวจเอก เฉลิม ที่ไม่สามารถ อภิปรายเป็นผู้นําอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จึงมาแสดงออกผ่านการอภิปรายงบประมาณกลางปี ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าจะพิจารณางบประมาณกลางปีของรัฐบาลชุดนี้ ผมต้อง ชื่นชมว่ารัฐบาลชุดนี้ได้จัดงบประมาณกลางปีได้เร็ว แม้ว่าใครจะตําหนิว่าการจัดตั้ง งบประมาณกลางปีเร็วก็เพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยนกับการโหวตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันนั้นผมคิดว่ามันเป็นประเด็นทางการเมืองที่พยายามที่จะหยิบยกขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ ข้อเท็จจริงก็คือว่าการจะจัดงบประมาณจะเร็วหรือช้า เมื่อมีการจัดเก็บงบประมาณเกินเป้า ก็สามารถที่จะจัดทํางบประมาณได้ทันทีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าดูจากตัวเลข ที่รัฐบาลชุดนี้จัดเก็บงบประมาณเกินเป้าประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จัดทํา งบประมาณในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าสาเหตุของการจัดเก็บภาษีเกินเป้านี้ น่าจะมาจากเหตุผล ๓ ส่วนครับท่านประธาน

ส่วนแรกก็คือว่าภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามากกอบกู้วิกฤติ เศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ท่านประธานก็จะได้แลเห็นว่ารัฐบาลได้ใช้ ความสามารถในการที่จะนําพาประเทศผ่านวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ ในประเทศลําดับต้น ๆ ในโลก แล้วก็เหมือนว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียด้วยซ้ําไป ตรงนี้เองครับทําให้เมื่อเศรษฐกิจ ฟื้นตัว การจัดเก็บภาษีก็สูงขึ้นเป็นธรรมดา

ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าประสิทธิภาพของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับ การจัดเก็บภาษี คือสามารถที่จะทําหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วก็ สามารถที่จะทําให้เงินภาษีเข้าเป้า

ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคน ในฐานะที่เป็น ผู้เสียภาษี ได้พร้อมใจกันได้สนับสนุนรัฐบาลโดยการใช้จ่ายภาษี โดยไม่มีการหลีกหนีภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผู้นําประเทศต้องเป็นตัวอย่างให้เห็น ซึ่งต่างกับสมัยยุคก่อน ท่านประธานก็จะเห็นว่าคนระดับผู้นําประเทศยังหนีภาษีครับท่านประธาน ก็ไม่สามารถที่จะ เป็นหลักประกันใด ๆ ให้กับประชาชนหรือเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนได้ว่า ขนาดผู้นํา ประเทศขายทรัพย์สินเป็นหมื่น ๆ ล้าน แล้วไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว แต่ว่าในรัฐบาลชุดนี้ ไม่มีเรื่องนี้ขึ้นมา จึงทําให้ท่านประธานได้แลเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ก็สนับสนุนในเรื่องการจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าท่านประธานได้ดู เรื่องวงเงินการจัดเก็บจัดตั้งงบประมาณประจําปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ในส่วนต่าง ๆ ถึง ๗ ส่วน มีการกล่าวหาอยู่ตลอดเวลานะครับว่า การจัดงบประมาณครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ตามที่ผมได้ศึกษาได้ดู ในรายละเอียด ผมจะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนไหนเลยครับท่านประธาน ที่จะส่อให้เห็นว่าการจัด งบประมาณครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือเป็นการแบ่งเค้กตามที่กล่าวหา ทุกอย่างเป็นไปตามภารกิจในการทําหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะดูว่ากระทรวงที่สังกัดกับพรรคแกนนํารัฐบาลอย่าง พรรคประชาธิปัตย์คือกระทรวงศึกษาธิการ ได้งบประมาณแค่ ๑.๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เมื่อการจัดงบประมาณให้กับกระทรวงในสังกัดของพรรคประชาธิปัตย์ น้อยลง ท่านประธานก็จะได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่านออกมากระแนะกระแหนเช่นเดียวกัน ว่าเป็นการจัดเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้าหากว่าเป็นการจัดงบประมาณในลักษณะให้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ พรรคประชาธิปัตย์มากก็จะถูกกล่าวหาว่าเอาเปรียบเพื่อน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง ที่จะทําความเข้าใจลําบากกับเพื่อนสมาชิกที่มีอคติต่อการวิพากษ์วิจารณ์การจัดงบประมาณ ของรัฐบาล จากตัวเลขกลม ๆ ในวงเงิน ๑๐๐ บาท ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้เห็น ได้ชัดว่ากระทรวงที่ได้มากที่สุดก็คือกระทรวงมหาดไทย ๘.๗๓ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๐๐ บาท ก็คือ ๘ บาท ๗๓ สตางค์ ท่านประธานคิดว่ามากไปไหมสําหรับเงิน ๑๐๐ บาท ไม่มากเลย ครับท่านประธาน แล้วก็ภารกิจของแต่ละกระทรวง ก็คือกระทรวงคมนาคมที่มีถึง ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่ภารกิจที่จะต้องทําทั้งสิ้น เพราะกระทรวงคมนาคมมีภารกิจ ที่จะต้องทําในการบูรณะถนนหนทางซึ่งผมคิดว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธาน ที่จะต้องไปแบ่งเบาปัดเป่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และถ้าหากว่าท่านประธาน จะดูในเรื่องของการจัดงบประมาณในยุทธศาสตร์การฟื้นฟูการแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ โดยนําเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ท่านประธานก็จะเห็นได้ว่าเงินจํานวน ไม่มากเลยครับท่านประธาน แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเพื่อนสมาชิกหลายท่านออกมาขัดขวาง แล้วก็อภิปรายในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย

อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ดูในเรื่องยุทธศาสตร์ พัฒนาสังคม ยุทธศาสตร์บริหารพัฒนากิจการที่ดี ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นทั้งสิ้น ที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องจัดงบประมาณให้ทั่วถึง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ความจําเป็นทั้งหมดและการจัดทํางบประมาณทั้งหมดเป็นการจัดทํางบประมาณที่ สมเหตุสมผล ผมไม่อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในลักษณะที่ใช้ความเป็นอคติหรือใช้ ประเด็นการเมืองมากล่าวหาโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมือง หรือเป็นการซ้อมใหญ่สําหรับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าท่านจะเจาะลึกผมคิดว่ามีเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรออยู่ ในส่วนของรัฐบาลพร้อมที่จะรับมือกับท่านอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน