จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ 2554 โดยแสดงความไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีได้ 120,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเหตุผลและตรวจสอบความถูกต้องของงบประมาณนี้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการจ่ายเงินชดเชยเงินคงคลัง โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกู้เงินเพื่อชดเชยเงินคงคลังที่มีอัตราดอกเบี้ย 1.82% ซึ่งถือว่าถูกเกินไปและไม่สมเหตุสมผล
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ตั้งงบไว้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แยกเป็นเงินชดเชยคงคลัง เป็นในส่วนของ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นะครับ การที่จะอภิปรายผมขออนุญาตเริ่มด้วยการดูเรื่อง รายได้ก่อน แล้วมาดูเรื่องรายจ่าย รายได้ของรัฐบาลที่กะว่าจะได้รับ สาเหตุแห่งการตั้ง งบประมาณกลางปีก็เพราะว่าเราคิดว่าเราจะเก็บเงินภาษีได้เกินกว่าเป้าหมาย รัฐบาลบอกว่า จะเก็บเงินเกินกว่าเป้าอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่าในเบื้องต้น ผมไม่เชื่อเลยครับ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นไปได้ เพราะกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่บอกว่าเศรษฐกิจ ในวันนี้ดีก็คือท่านนายกรัฐมนตรีกับคนในคณะรัฐบาลเท่านั้น ไปถามพี่น้องประชาชน ตามท้องที่ต่าง ๆ ทุกคนก็เสียงเดียวกันครับบอกว่าวันนี้เศรษฐกิจแย่ วันนี้เงินทองในกระเป๋า มันลด ตัวชี้วัดเรื่องเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ดูกระเป๋าเงินของตัวเองเป็นหลักว่ามันมีเยอะหรือมันมี น้อย วันนี้รัฐบาลยิ่งบวกเข้าไปในเรื่องการบริหารจัดการต่าง ๆ ราคาสินค้าแพงกันถ้วนหน้า ซื้อไข่ต้องซื้อเป็นกิโล น้ํามันปาล์มก็ขึ้น น้ํามันใช้เติมรถยนต์ก็ขึ้นอีก ทุกอย่างมันแพงไปหมด จะบอกว่าเศรษฐกิจดีอย่างนั้นหรือ บวกเข้าไปกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปากกล้าของรัฐบาลชุดปัจจุบัน พูดจนกระทั่งยิงกันนะครับ ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา วันนี้การค้าขายชายแดนไทยกัมพูชา ที่เราเกินดุลอยู่ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เป็นศูนย์ครับ ยังมีไปเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกกับประเทศใหญ่ ๆ ประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศรัสเซีย ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดว่าการค้าระหว่างประเทศกับประเทศใหญ่ ๆ เหล่านี้ในอนาคต อันใกล้มันจะลดถอยลงแล้วก็จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ปรากฏว่าอย่างนี้ครับ พอทางหน่วยงานของรัฐบาลโดยเฉพาะหน่วยงานจัดเก็บมาชี้แจง กับทางวิป(Whip) ฝ่ายค้าน ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม ปรากฏว่าทั้งกรมศุลกากร กรมสรรพามิต กรมสรรพากร ทั้ง ๓ หน่วยงาน บอกว่า ๔ เดือนแรกของปีนี้เก็บเงินภาษีได้ เกินกว่าเป้ามาแล้ว ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมแปลกใจครับ ก็เลยขอเอาตัวเลขเขามาดูว่า สรุปมันเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลทํางานจนกระทั่งเก็บเงินได้เร็วอย่างนั้นหรือ พอมาดูตัวเลข ถึงบางอ้อครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ภาษีที่เก็บได้นะครับท่านประธาน กรมศุลกากร เกินจากงบประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท กรมสรรพสามิตเกินมา ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ติดใจครับเพราะว่ามันเป็นภาษีน้ํามัน ยาสูบ เหล้า กรมศุลกากรก็การค้า กรมสรรพากร กว่าครึ่งประมาณ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทเก็บมาได้ แล้วถามว่าเก็บมาจากไหน ลงไปดู รายละเอียดเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓ ตัวนี้คือ ภาษีที่เราไปรีดมาจากพี่น้องประชาชนครับ ถามบอกว่าทําไมภาษีต่าง ๆ เหล่านี้แว็ต (Vat) ภาษีมูลค่าเพิ่มเก็บได้ตั้ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินกว่าเป้า ผมก็สงสัยเพราะว่าเราก็ไม่ได้ ใช้จ่ายอะไรกันมากขึ้น พี่น้องประชาชนก็บอกไม่มีเงินไปจับจ่ายใช้สอย มานั่งวิเคราะห์ ถึงได้ทราบว่าเกิดจากการที่สินค้ามันราคาแพงครับ ทุกอย่างขึ้นหมด น้ํามันปาล์มก็ขึ้น ไข่ก็ขึ้น กะปิ น้ําปลาแพงไปหมด เมื่อเราซื้อของซื้อสินค้าเหล่านี้นั่นคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรา เสียเข้ารัฐ มันกลายเป็นภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลเก็บภาษี ไปรีดของเขามา เอาล่ะครับถ้าเราตั้งข้อสมมุติเดียวกันกับรัฐบาลซึ่งผมยังไม่ค่อยเชื่อว่า เราจะเก็บเงินได้ตามเป้าคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เกินจากที่ตั้งงบไว้ คราวนี้อภิปรายกัน มาตั้งแต่เช้าพี่น้องประชาชนทางบ้านฟังอยู่นึกว่ามันไม่มีทางเลือกเลย อย่างไรเก็บมาแล้ว เกินเป้าก็ต้องหาทางใช้ ตั้งงบประมาณมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมารองรับ ต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกรวมถึงพี่น้องที่รับฟังทางบ้านว่านี่ไม่ใช่ทางเลือกเดียว ทางเลือกมันมีอยู่ ๒ ทางครับ ๑. ตั้งงบกลางปีขึ้นมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกระจาย แบ่งเค้กกันถลุงกันเข้าไปอย่างที่เป็นอยู่ ถ้าเก็บไม่ได้ตามเป้าจริงก็กลายเป็นขาดดุล งบประมาณเพิ่มเติมกู้เพิ่มอีก ๒. ไม่ต้องตั้งงบกลางปีก็ได้ครับ เงินจํานวนนี้ก็จะเข้าคลัง ไปรออยู่ ถ้าเก็บได้จริง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือมากกว่านั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ปีปัจจุบัน รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ขาดดุลครับ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าต้องกู้เพิ่มอยู่ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเก็บได้เกินกว่าเป้า ก็งดการกู้สิครับ ลดภาระ ของพี่น้องประชาชน เงินในอนาคตของลูกหลานของเราในอนาคต นี่คือทางเลือก ที่เรามีครับ วันนี้มันขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าจะเลือกทางไหน ๑. กู้มันเข้าไป เอามา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถลุงกันเข้าไป ๒. หยุดการกู้ ลดการกู้ ที่รัฐบาลนี้จําเป็นจะต้อง กู้มา เก็บเงินได้เกินก็ลดไปเท่านั้น นี่คือทางเลือกที่รัฐสภาจะต้องเลือก ผมเลือกทางที่ ๒ ครับ ผมบอกว่า พอแล้ว เพราะว่ากู้มาเยอะแล้ว ลดการกู้ ไม่ต้องก็ได้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ถอนไปก็ไม่มี อะไรเสียหาย เพราะว่าไม่ว่าเรื่องภัยพิบัติหรือเรื่องอะไรต่าง ๆ มันมีงบประมาณในส่วนอื่น รองรับอยู่หมดแล้ว ไม่มีความจําเป็นเลยครับ
คราวนี้มาดูเรื่องรายรับของท่านแล้ว ก็มาดูเรื่องรายจ่าย รายจ่ายแบ่งเป็น ๕ กระทรวง ๑ หน่วยงาน ๑ รัฐวิสาหกิจ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ ผมเอง คงจะไม่เจาะประเด็นเรื่องแบ่งเค้กอะไรกัน เพราะว่าได้ยินได้ฟังกันมาเยอะแล้ว ตอนนี้ หลายท่านก็คงรับทราบแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง ในสังคมในการตั้งงบประมาณครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามมีงบประมาณในส่วนของกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะ ไม่พูดไม่ได้ ตั้งงบประมาณไว้ในแผนสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ ๔,๙๔๐ ล้านบาท กับในส่วนของการเสริมสร้างสวัสดิการ ทางสังคมให้แก่ผู้พิการอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ เอาแค่เรื่องของผู้สูงอายุแล้วกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูตามหนังสือ เอกสารที่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ ๒ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หน้า ๓๖ แผนจําแนกตามโครงการ บอกว่าหลักประกัน ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปอย่างทั่วถึง นโยบายของรัฐที่เอาไปฝากไว้กับท้องถิ่น ๔,๙๔๐ ล้านบาท ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ จํานวนผู้สูงอายุ ๘๒๓,๐๐๐ คน ระยะเวลาดําเนินการ ๖ เดือน เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน ๒๕๕๔ ต่อหัวได้คนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ท่านตกเลขหรือเปล่าครับ คูณเข้าไปสิครับ ๘๒๐๐,๐๐๐ คูณ ๕๐๐ คูณ ๖ เดือน มันตกตัวเลขอยู่ ๒,๔๗๐ ล้านบาท ทําไมตัวเลขมันถึงโผล่ขึ้นมา ๔,๙๐๐ ล้านบาท เกิดอะไรขึ้น หมกเม็ดหรือเปล่า คราวนี้ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมได้มีการถามกับ ทางผู้มาชี้แจงอยู่ ตอบกันไม่ได้ ไปคนละทิศคนละทาง วันนี้มาถามกับทางรัฐบาลโดยตรง ผมมีช้อยท์ (Choice) ให้ท่านเลือกด้วยครับ มีตัวเลือกให้ท่านเลือกมันเกิดอะไรขึ้นกับ งบประมาณตัวนี้ ๑. บวกเลขผิดเอามาเสนอสภา เป็นไปได้เยอะเพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน ทั้งร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. อะไรต่าง ๆ ผิดกติกาตลอด เดี๋ยวก็ต้อง มาขอยกเว้นข้อบังคับ เดี๋ยวก็ต้องมาขอยื่นศาลรัฐธรรมนูญวุ่นกันไปหมด ๒. เขาลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ แต่คราวนี้ถ้าเขาลงทะเบียนตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๕๓ เขาเกิดอะไรขึ้น ๑. เขาอาจจะยังไม่ได้รับ แปะเขาไว้ก่อนอย่างนั้นหรือผู้สูงอายุเหล่านั้น ใช่ไหมครับ แล้วมาตั้งงบไปชดเชยเขา ถ้าทําอย่างนั้น ผมกราบเรียนเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ท้องถิ่น เขาจ่ายไปแล้ว เขาออกข้อบัญญัติ เขาจ่ายสํารองให้เราไปแล้ว เราไปตั้งงบเฉพาะกิจ ๔,๙๐๐ ล้านบาท ส่วนหนึ่งครึ่งหนึ่งก็คือที่เราจ่ายไปแล้วเราจะต้องไปเติมให้กับท้องถิ่น มันกลายเป็นงบเฉพาะกิจ แต่เงินบาทที่เป็นงบเฉพาะกิจสําหรับผู้สูงอายุอันนี้มันก็จะถูก ถ่ายโอนเป็นงบทั่วไป เพราะว่าท้องถิ่นเขาบอกจ่ายไปแล้ว ก็เอาเงินตัวนี้ไปทําอย่างอื่น นี่ใช่ไหมครับที่ท่านซ่อนไว้ จะไปปรับเล่นแร่แปรธาตุกับงบประมาณตัวนี้หรือไม่ เอาไป ทําอย่างอื่นใช่ไหม ผ่านคณะกรรมการกระจายอํานาจที่มีปัญหามาโดยตลอด ท้องถิ่น ทั่วประเทศเขารู้ถึงปัญหานี้โดยตลอด หรือว่าเขาลงทะเบียนไปแล้ว ท่านจ่ายไปแล้วด้วย รัฐบาลจ่ายเกินไปก่อน เพราะว่าท่านตั้งไว้ตอนงบประจําปี ๕.๑ ล้านคน วันนี้ท่านบอก มาลงทะเบียน ๖ ล้านคน ท่านจ่ายเกิน ๕.๑ ล้านคน ถ้าท่านให้คําตอบอย่างนี้ ท่านไปถามสํานักงบประมาณดูครับ ท่านกําลังทําผิด พ.ร.บ. งบประมาณ เขาตั้งงบทําถนนไว้ ๑ กิโลเมตร ท่านไปถึง ๑.๕ กิโลเมตร พอถึงสิ้นปีบอกว่าเงินหมดแล้วทําไม่เสร็จ ท่านทําผิด พ.ร.บ. งบประมาณหรือเปล่าครับ เขาบอกให้ทําแค่ ๑ กิโลเมตร อันนี้อย่างเดียวกันครับ ตั้งงบไว้ ๕.๑ ล้านคนท่านไปจ่าย ๖ ล้านบาทท่านก็ผิดอยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงทําความเข้าใจให้ถูกต้องว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับงบประมาณที่ท่านได้ตั้งมาสําหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ในส่วนสุดท้ายเป็นเรื่องของการจ่ายเงินชดเชยเงินคงคลัง ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า ชดเชยเงินคงคลังในงบประมาณคราวนี้ตั้งไว้ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นหัวข้อนี่ประมาณ ๙ หัวข้อ ส่วนที่เป็นเงินชดเชยบุคลากร เงินชดเชยเกี่ยวกับเรื่อง ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการอันนั้นไม่ติดใจครับ มันมีอันหนึ่งใหญ่มาก เขาเรียกการไถ่ถอน ตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายไปแล้วผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะว่าระเบียบนี่เขาบอกว่า มันจ่ายได้ตามระเบียบข้อใด ๆ นี่มันมีกําหนดอยู่แล้ว แล้วคราวนี้พอมาเข้าตั้งงบประมาณ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ก็บอกชัดเจนบอกว่า จะต้อง ชดเชยเงินคงคลังก่อนเสมอ อันนี้เลี่ยงไม่ได้ แต่วิธีการจ่ายนี่สิครับ จ่ายเพราะอะไร ทําไม ถึงจ่าย ผมได้รายละเอียดมาว่าไปจ่าย มีอยู่ประมาณ ๑๒ สัญญาใช้เงิน ออกตั้งแต่ ๒๕๔๕ ถึงปี ๒๕๕๒ วงเงินตั้งแต่ ๒,๕๐๐ ล้านบาทถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ รวมเป็นเงิน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ย ๑.๘๒ ครับ ผมคํานวณให้ท่าน บางอันก็ ๑.๖ บางอันก็ ๑.๙ ว่ากันไป ตั๋วสัญญาใช้เงินเหล่านี้ยังไม่ครบกําหนดไถ่ถอน และที่สําคัญที่สุด ดอกเบี้ยถูกมาก ถูกที่สุด รู้อยู่ว่าวันนี้รัฐบาลมีภาระการขาดดุลงบประมาณ การขาดดุล งบประมาณแปลว่าอะไร ต้องกู้มาโปะ การกู้ทําอย่างไรครับ ออกพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก พันธบัตรรัฐบาลเพิ่งจะขายไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่ก็อัตราดอกเบี้ยเกือบ ๔ บางครั้ง ๔ กว่า บางครั้งเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านทําอะไรครับนี่ ท่านกู้เงินมา ๔ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์เพื่อเอามาโปะหนี้เก่าราคา ๑.๘๒ มันเกิดอะไรขึ้นในความคิดในแนวทาง ความคิด ผมตามไม่ทัน มันไม่สมเหตุสมผลด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น มีคนเขากระซิบมา ท่านประธาน เพราะทักษิณไปใช้เงินไอเอ็มเอฟ (IMF) ก่อนกําหนดหรือเปล่า ไม่รู้จะเอาอะไร ไปสู้ก็เลยหาทางมาชําระอันนี้ก่อน ปรากฏว่าไปกู้แพงมาจ่ายถูก ทําบริษัทที่ไหนทําแบบนี้ เจ๊งหมดครับ นี่รัฐบาลกําลังกู้เงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ไปชดใช้เงินกู้เก่าราคา ๑.๘๒ ต้องให้คําตอบกับสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดอะไร ทําไมถึงทําอย่างนี้ โดยส่วนตัวแล้วผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ภาพรวมของงบประมาณครั้งนี้ถ้าหยุด การตั้งงบ ไปใช้งบประมาณปกติซึ่งมันก็เพียงพอยู่แล้วกับการแก้ไขภัยพิบัติเรื่องภัยแล้ง แก้ไขภัยพิบัติเรื่องน้ําท่วม ชดเชยเงินคงคลัง ตั้งงบปีหน้า ๒๕๕๕ มันก็ต้องตั้งชดเชยอยู่ดี ถ้าเก็บเงินได้วันนี้เกินกว่าเป้าจริงก็ไปใช้กันปีหน้าไม่เห็นมีอะไรเสียหาย อย่าให้เขาครหาว่า แบ่งเค้ก อย่าให้เขาครหาว่าเพราะผ่านร่างรัฐธรรมนูญถึงต้องมาตั้งงบแล้วก็ให้คนโน้นคนนี้ วันนี้ยอมถอน พ.ร.บ. งบประมาณกลางปีนี้ไปไม่ดีกว่าหรือครับ แล้วถ้ามันเก็บได้เกินกว่า เป้าจริง ผมจะร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับท่าน เพราะท่านลดภาระการกู้เงินจากที่ ต้องกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีปัจจุบัน ถ้าเก็บได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเกิน ก็จะกู้เพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ รับประกันว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนมาแข่งเรื่องการกู้กับรัฐบาล ชุดท่านแน่นอนครับ ขอบคุณครับ