สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ธีระ วงศ์สมุทร หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วม โดยอธิบายว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบนโยบายให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูจากอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี โดยกล่าวว่ากรมชลประทานได้ปรับแผนตัวเองและใช้งบประมาณที่กันไว้ แต่ยังขาดเงินอีก 3,600 ล้านบาทเศษ และขออนุญาตกราบเรียนว่ารายการงานเสียหายที่ได้ผ่านการพิจารณาของจังหวัดอยู่ในกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาท

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขออนุญาตท่านประธานสภา ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอรบกวนเวลาสั้น ๆ เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมในบางประเด็นจากที่ รัฐมนตรีท่านสาทิตย์ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่แล้วนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของ กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์นั้น ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย ครั้งนี้ ซึ่งเป็นการซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ได้รับการชํารุดเสียหาย ผมขออนุญาต กราบเรียนว่าจากการสํารวจและที่ผ่านการพิจารณาของ คพจ. จังหวัดมาแล้ว รายการงาน ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายนั้น ถ้าคิดเป็นเงินแล้วก็อยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราได้มอบนโยบายให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้ที่ประชุมได้ทราบแล้ว

ในเรื่องแรก ก็คือให้ส่วนราชการปรับแผนตัวเองเพื่อดําเนินการฟื้นฟูก่อน ซึ่งในส่วนนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนของกรมชลประทานเองนั้นได้ปรับแผนตัวเอง ซึ่งได้ใช้งบประมาณที่กันไว้ ในปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ถึงจํานวน ๗๓ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นแล้วในแผนปี ๒๕๕๔ ได้ปรับแผนตัวเองเพื่อไปดําเนินการที่จะซ่อมแซม สิ่งที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยเป็นวงเงินถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปรับจากเงินที่คิดว่า เราไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายได้ทันอีกประมาณ ๓๘๑ ล้านบาทเศษ ก็แปลว่าปรับในส่วนนี้อีก ๑,๓๘๐ ล้านบาทเศษ รวมแล้วใช้ไปได้ปรับทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามรายการงานเสียหาย ที่ได้ผ่านการพิจารณาของจังหวัดมาแล้วอยู่ในกรอบวงเงินถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ เราก็ได้ขอเงินดังกล่าว เนื่องจากว่าเราได้ดําเนินการตามมติ ครม. คือปรับแผนตัวเองแล้วยังไม่เพียงพอ ก็ของบกลางไปยังรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ ๓,๖๐๐ ล้านบาทเศษ เราก็ได้รับการจัดสรรมาเพียง ๑,๖๙๗ ล้านบาทเศษ ๆ อันนี้คือ สิ่งที่อยากจะกราบเรียน ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ที่ได้มีการอภิปรายว่า ได้กําหนดรายการนั้นต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาทถึง ๗๓๘ รายการนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในรายละเอียดทั้งหมดทั้ง ๗๓๘ รายการนั้นก็ปรากฏอยู่ใน ซีดีที่ได้มอบให้แก่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้วมันมีรายละเอียดหมด รายการ ๑๐๐,๐๐๐ บาทก็มี ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาทก็มีมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็มี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทก็มี ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถึงแม้ว่ากําหนดไว้ในเอกสาร งบประมาณซึ่งมันเป็นไปตามที่สํานักงบประมาณเขาเป็นคนจัดทํา เพราะว่ารายการที่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้นเขาไม่ได้ลงรายละเอียด ซึ่งจะเห็นว่ารายการใดที่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็โชว์ตัวเลขให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามรายการเหล่านี้ก็ถูกบันทึกไว้ใน แผ่นซีดีทั้งหมดที่ได้แจกให้นะครับ ฉะนั้นขั้นตอนต่าง ๆ ในการดําเนินการเพื่อให้บรรลุ กรอบวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ก็เป็นการดําเนินการขั้นตอนตามระเบียบพัสดุที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็แปลว่ารายการใดที่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการสอบราคา ถ้ารายการใดที่เกินกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นการประกวดราคาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนนะครับ กรณีพูดถึงการใช้ภาพถ่าย ดาวเทียมนั้น ผมเข้าใจว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นเกี่ยวกับการสํารวจความเสียหายของพี่น้อง เกษตรกรที่ประสบภัยน้ําท่วมนะครับ ผมเรียนว่าในเรื่องของภาพถ่ายดาวเทียมนั้นไม่ได้ เกี่ยวกับงบประมาณที่มาเสนอในการครั้งนี้ แต่เป็นการที่เราจะเยียวยาพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบภัยพิบัติและน้ําท่วมครั้งนี้ เรื่องภาพถ่ายดาวเทียมนั้นเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง ที่จะพิสูจน์ทราบว่าพี่น้องเกษตรกรที่เขามาแจ้งความเสียหายเท่าไรนะครับ เพราะว่าในการ ดําเนินการสํารวจความเสียหายนั้น เราจะให้เกษตรกรผู้ประสบความเสียหายยื่นเป็นเอกสาร แล้วก็มีผู้รับรอง แล้วก็เมื่อเกษตรอําเภอหรือเกษตรตําบลตรวจสอบแล้วเราก็ไปทําประชาคม หมู่บ้านติดประกาศให้หมู่บ้านได้ตรวจสอบ ภาพถ่ายดาวเทียมเข้ามาเกี่ยวข้องตรงไหน เข้ามาเกี่ยวข้องบอกว่าเมื่อเราดูพื้นที่ที่เกษตรกรมาแจ้งแล้วในอําเภอนี้ ในจังหวัดนี้ มันเกินพื้นที่น้ําท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมหรือไม่ อย่างไรนะครับ ซึ่งในเรื่องนี้เมื่อผ่าน คณะกรรมการจังหวัดแล้วมาที่กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งปีนี้ผมก็ได้ขออนุมัติต่อ คณะรัฐมนตรีว่าในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วมนั้นไม่ต้องจัดสรร มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้จัดสรรไปที่กระทรวงการคลังโดย ธ.ก.ส. โดยตรง เพื่อให้ ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเพื่อให้การทํางานที่เร็วขึ้น จึงจะเห็นได้ว่า ในการทํางานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนั้น เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้ผ่านมาที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์เลย ผ่านไปที่ ธ.ก.ส. เพื่อโอนเข้าสู่บัญชีของพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อให้สภาเป็นข้อมูล ในการพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ