สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการจัดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดงบประมาณที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเสนอเกณฑ์การพิจารณาโครงการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเรียกร้องให้สภาตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่าย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานกนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบดูแลคณะกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งขึ้น ผมขออนุญาตให้ข้อมูลกับท่านประธานและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เนื่องจากว่า ได้มีการอภิปรายพาดพิงถึงการจัดงบประมาณรายจ่ายกลางปีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนงาน งบประมาณในการฟื้นฟูบูรณะน้ําท่วมในทํานองที่เป็นการจัดงบประมาณที่ไม่เหมาะสมบ้าง หรือว่าเป็นการจัดงบประมาณน้ําท่วมต่างตอบแทนบ้าง ตลอดจนกระทั่งถึงการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ก็ได้มีการพูดถึงว่าการจัดงบประมาณเที่ยวนี้เรื่องน้ําท่วมดูเหมือน จะเป็นการจัดงบประมาณก่อนหน้าที่จะยุบสภาหรืออย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าเรื่องน้ําท่วมคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดหมายได้ก่อนว่าน้ําท่วมแต่ละครั้งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด และความรุนแรงนั้นจะมีมากน้อยเพียงใด น้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้นเกิดขึ้นทั้งหมด ๔ ช่วงครับ ช่วงที่ ๑ นั้นเกิดระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ ครอบคลุม พื้นที่ ๓๘ จังหวัด ในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๔ สิงหาคม ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งเกิดจากพายุมินดอนเลขึ้นฝั่งที่เวียดนาม อันนี้ส่งผล น้ําท่วมครอบคลุมถึง ๕๒ จังหวัด ช่วงที่ ๓ เป็นช่วงระหว่างวันที่ ๑๐ กันยายน ถึงวันที่ ๑๑ ตุลาคม อันนี้เป็นช่วงที่ถือได้ว่าหนัก น้อง ๆ จากช่วงที่ ๔ คือช่วงวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ซึ่งอันนี้ก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมาเป็นต้นไปจนกระทั่งมาถึงที่ราบลุ่ม ในส่วนของภาคกลาง ส่วนที่ ๕ นั้นได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ ซึ่งเกิด พายุดีเปรสชั่น ขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลา อันนี้เกิดอีก ๑๒ จังหวัดทางภาคใต้ ความเสียหาย ของน้ําท่วมเที่ยวนี้มีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า ๑ ล้านครัวเรือนทั่วทั้งประเทศ ใหญ่ที่สุด ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา พื้นที่การเกษตรเสียหายไปมากกว่า ๘ ล้านไร่ ไม่ได้พูดถึง สาธารณูปโภค สาธารณูปการทั้งหลาย รวมถึงบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนซึ่งถูกทั้งอุทกภัย และถูกทั้งวาตภัย ถ้าท่านประธานจําได้ ในที่ประชุมนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการหารือ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกจังหวัดที่ถูกน้ําท่วมว่าต้องการให้มีการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนโดยเร็ว ผมเรียนว่ารัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการ คชอ. และมีการดําเนินการ โดยในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปดู เรื่องน้ําท่วมทั้งสิ้น ๑๖ ครั้งใน ๑๕ จังหวัด ในทั้ง ๑๖ ครั้ง ๑๕ จังหวัดนั้นก็นํามาซึ่งการดูแล พี่น้องภาคประชาชนออกเป็นนโยบายต่าง ๆ รัฐบาลได้มีการดําเนินการช่วยเหลือประชาชน ไปในหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งครอบคลุมได้ถึง ๑๕ กรณีด้วยกัน กรณีประชาชนที่เสียชีวิตนั้น ได้มีการช่วยเหลือประชาชนรายละ ๕๐,๐๐๐ บาทของกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และในส่วนของกองทุนจากกรมป้องกันภัย ทั้งหมด ๒๘๑ ราย เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๔ ล้านบาทเศษ นอกจากนั้นแล้วได้มีการกําหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนทั้งสิ้น ๑๕ มาตรการ ด้วยกัน ตั้งแต่ ๑. เป็นการขยายวงเงินทดรองราชการ ซึ่งมีการขยายวงเงินทดรองราชการ ไปในหลายจังหวัดด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดลพบุรีมีการขยายไปถึง ๒๔๘ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๕๐ ล้านบาท จังหวัดสงขลา ๔๐๐ ล้านบาท จังหวัดมุกดาหาร ๑๑๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๙ จังหวัด ๑,๖๙๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น มีการจ่ายเงิน เยียวยาให้กับประชาชนครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งกรณีนี้เป็นการใช้จ่ายที่ไม่เคยมีการใช้จ่ายมาก่อน แต่เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าประชาชน ประสบภัยพิบัติครั้งนี้นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลันและเกิดความเสียหายมาก การจ่าย เงินเยียวยาเบื้องต้น ๕,๐๐๐ บาทก็สามารถจะนําไปใช้จ่ายในการดูแลเยียวยาครอบครัว เบื้องต้น ขณะนี้มีการอนุมัติเงินจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ๗๑๘,๔๓๓ ครัวเรือน คิดเป็นเงิน ๓,๕๙๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังคงเหลือตกค้างที่จะต้องมีการสํารวจตรวจสอบอีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ราย ซึ่งใน ๓๐๐,๐๐๐ รายนี้นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ในหลายจังหวัดครับ แต่เนื่องจากว่าเป็นการยื่นรายชื่อมาในช่วงที่สถานการณ์น้ําท่วมลดลงไปแล้ว คณะกรรมการ คชอ. จึงมีการแต่งตั้งอนุกรรมการซึ่งเป็นการไปตรวจสอบรายละเอียดของพื้นที่ที่ขอเงิน ๕,๐๐๐ บาทมาโดยการดูจากแผนที่ดาวเทียมว่ามีน้ําท่วมหรือไม่ และลงตรวจสอบลึกลงถึง ในตําบล หมู่บ้าน เพื่อให้การจ่ายเงิน ๕,๐๐๐ บาทนั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสมากที่สุด เรามีการใช้จ่ายเงินงบประมาณส่วนกลางที่เป็นงบกลางไปซื้อเรือ จัดสุขาเคลื่อนที่ เครื่องสูบน้ําอีกเป็นจํานวน ๓๒๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีการยกเว้นค่าเช่าที่ดินราชพัสดุให้กับ ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นด้านการเงินโดยการ จําหน่ายหนี้สูญกรณีเกษตรกรเสียชีวิต และขยายเวลาชําระหนี้และงดคิดดอกเบี้ยให้สินเชื่อ เพิ่มเติม และลดดอกเบี้ยขยายเวลาสําหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะของ ธ.ก.ส. มีการจัดโครงการสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัยและวาตภัยอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ที่ประสบอุทกภัยโดยระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท และรายละ ๒๐,๐๐๐ บาท มีการสนับสนุนเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย ด้านพืชและปศุสัตว์ ซึ่งในส่วนนี้ ครม. มีการอนุมัติเงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และมี การเร่งรัดขั้นตอนในการจ่ายเร็วที่สุดตั้งแต่เคยมีการชดเชยน้ําท่วมเป็นต้นมา สภาจะพูด อยู่บ่อยว่าเงินช่วยเหลือเกษตรกรน้ําท่วมจะได้ตอนฝนแล้ง แต่ปีนี้ตั้งแต่น้ําท่วมเป็นต้นมานี่ อนุมัติไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ไปแล้ว อนุมัติไปแล้วกว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และจะเร่งจ่ายให้จบครบถ้วน นอกจากนั้นยังมีการปรับหลักเกณฑ์ในการให้การช่วยเหลือ โดยการเพิ่มเงินชดเชยด้านข้าวจากเดิมไร่ละ ๖๐๐ บาท ขึ้นมาเป็นไร่ละ ๒,๐๙๘ บาท มีการชดเชยเรื่องยางพาราและพืชสวนอย่างอื่น มีการช่วยเหลือเรื่องของพันธุ์ข้าวให้กับ เกษตรกรซึ่งเดิมทีได้เงินเฉพาะที่ไปชดเชยนาล่มเนื่องจากอุทกภัย แต่เที่ยวนี้เห็นว่า ในยุ้งฉางก็โดนน้ําท่วมไปด้วย จึงเพิ่มเติมเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรอีกรายละ ๑๐ ไร่ ไร่ละ ๑๐ กิโลกรัม มีมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประสบอุทกภัยโดยการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีมาตรการทางภาษี ยกเว้นภาษี เงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่ได้จากการบริจาคเพราะเอกชน ก็เข้ามาช่วยกันเยอะ มีการกําหนดหลักเกณฑ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีการจ่ายเงินรวดเร็ว ยิ่งขึ้น มีการสนับสนุนเงินงบกลางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมอีกจากเดิม ซึ่งรวมทั้งสิ้นอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าอยู่ที่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท
นอกจากนั้นครับ ในขั้นตอนสุดท้ายก็คือว่าเมื่อมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในการช่วยเหลือไปในส่วนต่าง ๆ นั้นก็ยังไม่สามารถจะครอบคลุมการช่วยเหลือทั้งหมดได้ ต้องเรียนท่านประธานว่าเงินช่วยเหลือน้ําท่วมเที่ยวนี้ไม่ได้มีเฉพาะ ๙,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในงบกลางปีเท่านั้น เงินซึ่งมีการขยายวงเงินทดลองราชการไปแล้วนั่นส่วนหนึ่งครับ มีการใช้งบกันปี ๒๕๕๒ อีก ๘๖๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เงินกันปี ๒๕๕๓ ๑,๙๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท งบปกติปี ๒๕๕๔ ซึ่งใช้งบปกติในการฟื้นฟูบูรณะซ่อมแซมทันทีอีก ๒,๘๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีการปรับแผนของงบประมาณปี ๒๕๕๔ ไปดูแลเรื่องน้ําท่วมตรงนี้ ๖,๙๒๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ครอบคลุมทุกกระทรวง ทบวง กรม มีการปรับงบที่เป็นงบไทยเข้มแข็งใน เอสพี ๒ ไปอีก ๑,๐๕๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และยังไม่นับเงินบริจาค ซึ่งอย่างกองทุนผู้ประสบภัยนั้น ไปดูแลบ้านที่พังแล้วสร้างทั้งหลัง อย่างน้อยตอนนี้ทําไปแล้ว ๒๕ หลัง ที่อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และกําลังจะเริ่มทําในจังหวัดพัทลุง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นผู้ได้รับภัยจากวาตภัย นอกจากนั้นในภาคอื่น ๆ ถ้ามีบ้านพังก็จะมีการนําเงินส่วนนี้ ไปช่วยเหลืออีกด้วย ถ้ารวมงบกลางปีอีก ๙,๙๐๐ ล้านบาทนี้ จะเป็นเงินงบประมาณฟื้นฟู ทั้งสิ้นกว่า ๓๔,๑๐๔ ล้านบาท และเงินบางส่วนนั้นก็จะต้องตั้งรายจ่ายในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕
ในส่วนสุดท้ายที่ผมต้องชี้แจงครับ บังเอิญท่านสมาชิก ประทานโทษเอ่ยนาม คุณเฉลิม อยู่บํารุง ได้บอกว่าเป็นวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย และท่านก็บอกว่างบ ๙,๙๐๐ ล้านบาทนั้น โดยเฉพาะงบที่ตั้งผ่านกระทรวง ทบวง กรม ท่านไม่เห็นด้วย ท่านใช้คําพูด อย่างนี้ครับ เมื่อเวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๕ นาที ท่านบอกว่างบทําถนนต้องตัดให้หมด และอีกหลายกระทรวงท่านบอกว่าต้องตัดเช่นเดียวกัน ผมเรียนท่านประธานครับว่า มันทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ ท่านอาจจะมีความไม่ชอบเรื่องขั้วการเมืองก็เรื่องหนึ่งครับ แต่ประชาชนได้รับความเสียหาย ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าอย่างงบกรมชลประทานที่ตั้งไว้ ๑,๖๙๗ ล้านบาท ครอบคลุมใน ๔๖ จังหวัด ทั้ง ๔ ภาค งบกรมทางหลวงนั้น ๓๘ จังหวัด งบกรมทางหลวงชนบท ๕๑ จังหวัด งบการรถไฟไปซ่อมที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งโดนน้ําทําให้ เสียหายทั้งสะพาน ทั้งถนน เสียหายไปหมดทั้งทางรถไฟ กรมทรัพยากรน้ําจัดงบประมาณ ใน ๓๖ จังหวัด ๙๐๐ กว่าล้านบาท กรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนที่ท่านบอกว่า เป็นกระทรวงมหาดไทยแล้วจัดให้เพราะพรรคภูมิใจไทย ความจริงมี ๔,๕๙๖ โครงการ ครอบคลุมใน ๓๖ จังหวัดครับ งบของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนของสํานักงาน คณะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดไป ๒,๔๔๘ โครงการ อยู่ใน ๕๑ จังหวัด ๒,๘๐๐ กว่าโรงเรียนครับ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยแล้วท่านตัดออกหมด คําถามคือคนได้รับ ความเดือดร้อนคือใครครับ ก็คือเด็ก คือพี่น้องประชาชน ซึ่งเราทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ งบประมาณจัดให้วัดทั่วทั้งประเทศ ๖๒๗ วัด แล้วเยอะที่สุดคือภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ ใน ๒๘ จังหวัด ถ้าท่านจะตัด อย่างนี้ท่านก็ต้องไปเสนอในคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมคิดว่าคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัฐบาลเห็นว่ามันทําอย่างนั้นไม่ได้ครับ งบ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าแยกเป็นตามภาค ภาคต่าง ๆ ก็จัดไปตามความเป็นจริง เพราะภาคไหน จังหวัดไหนเสียหายมากก็ต้อง จัดให้จังหวัดนั้น ภาคเหนือได้ไปทั้งสิ้น ๑,๒๗๓ โครงการ ๑,๔๖๔ ล้านบาทเศษ คิดเป็น ๑๔.๘๙ เปอร์เซ็นต์ของงบที่จัดใน ๙,๙๐๐ ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเสียหายมาก ได้ไปเยอะที่สุดครับ เป็นเงิน ๒,๙๘๒ ล้านบาท ๓,๐๔๙ โครงการ คิดเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางและภาคตะวันออกได้ไป ๒,๕๙๘ ล้านบาท ๒,๑๗๖ โครงการ คิดเป็น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ได้ไป ๒,๘๕๔ ล้านบาท ๓,๑๖๐ โครงการ คิดเป็น ๒๘ เปอร์เซ็นต์ คําถามก็มีว่าแล้วตัวโครงการที่ใส่ในดีวีดี (DVD) ให้ มันมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นการจัดเอาตามสัดส่วนของพรรคการเมืองหรือไม่ คําตอบคือ ไม่ครับ หลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการไปจัดงบประมาณเที่ยวนี้ คณะกรรมการ คชอ. เองได้วางหลักเกณฑ์ เอาไว้อย่างนี้ว่าในงบประมาณซึ่งส่วนราชการเสนอมา ความจริงจัดได้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท เขาขอมาทั้งหมด ๒๒,๕๐๑ ล้านบาทเศษ แต่งบมีให้ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ที่เหลือก็ต้อง ไปจัดลําดับความสําคัญครับ โดยหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการวางไว้มีหลัก ๆ ๓ ข้อ
๑. โครงการนั้นจะต้องเป็นโครงการที่จะได้รับการช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ ที่มีความเสียหายจริง และจะต้องเป็นโครงการกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟู ความเสียหายให้กลับสู่สภาพอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นจึงใส่ภาพถ่ายเอาไว้ทุกโครงการ ถ้าคณะกรรมาธิการหรือ ส.ส. ตรวจพบว่าโครงการไหนสวมรอยมา ไม่อยู่ในพื้นที่เสียหายจริง ท่านสามารถจะแปรญัตติตัดลดได้เลยครับในคณะกรรมาธิการ และเราพร้อมตัดลด
๒. ทุกโครงการนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด หรือคณะกรรมการที่เรียกว่า กชพจ. ซึ่งใน กชพจ. นั้น จะประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการ จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กชพจ. จะพิจารณาต้องผ่าน กชพอ. คือ กรรมการระดับอําเภอ ซึ่งจะต้องมีนายอําเภอเป็นประธาน แล้วก็มีผู้แทนครบถ้วน ตามองค์ประกอบที่พูดถึงขึ้นมา เพราะฉะนั้นทุกโครงการที่ผ่าน กชพจ. จึงสามารถมาขอรับ งบประมาณนี้ได้ และต้องเสนอมาก่อน ๓๑ ธันวาคม นอกจากนั้นแล้วทุกโครงการตรงส่วนนี้ มีความสําคัญว่าโครงการแต่ละโครงการต้องมีความพร้อมที่จะดําเนินการได้ทันทีนับแต่วันที่ ได้รับอนุมัติ และจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ คือภายใน เดือนกันยายน เพราะฉะนั้นทุกโครงการก็ต้องดูรายละเอียดว่าทําเสร็จไหม เพราะมันจะ เหลือเวลาถ้าเกิดสภาพิจารณาวันนี้เดือนกุมภาพันธ์ จบ คณะกรรมาธิการต้องกลับไปวุฒิสภา กลับมาสภานี้ครบถ้วนเรียบร้อยก็น่าจะเป็นกลางเดือนมีนาคมโดยประมาณ ก็แปลว่า ส่วนราชการต้องพร้อมทําตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ก็เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ทั้งหมดประมาณ ๖ เดือน เท่านั้น นี่คือโครงการทั้งหมดและกรอบการพิจารณาของตัวคณะกรรมการซึ่งดูแล เรื่องงบประมาณก้อนนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนอย่างนี้ครับว่าที่รัฐบาลเสนอมาเป็นงบรายจ่าย กลางปี แล้วก็เสนอเป็น กระทรวง ทบวง กรม มีแผนงานนั้นก็เพื่อประสงค์ที่จะให้สภา ตรวจสอบครับ ถ้าตรวจสอบพบว่าตรงไหนมีความไม่โปร่งใส ก็ต้องดําเนินการ ก็ต้องตัดออก กันไปครับ แล้วที่สําคัญหลังจากงบนี้มีการอนุมัติไปแล้วเมื่อไปดําเนินการนั้นสภาก็มี คณะกรรมาธิการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ คณะของรัฐบาลเองก็จะมีในส่วนของ ป.ป.ท. ที่อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งสามารถจะติดตามตรวจสอบความโปร่งใสได้รวมทั้งองค์กร ภาคประชาชนด้วย ก็จึงเรียนเพื่อสภาจะได้มีข้อมูลในการประกอบการพิจารณาครับ