อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2554 เพื่อฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ สวัสดิการสังคม และส่งเสริมการกระจายอำนาจการปกครอง รวมถึงการบริหารการคลังของรัฐบาล เพื่อดำเนินมาตรการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาของประชาชนจากการเกิดอุทกภัยและวาตภัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นจํานวนไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เป็นจํานวนไม่เกิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท และเพื่อชดใช้ เงินคงคลังเป็นจํานวน ๘๔,๑๔๒,๕๕๖,๓๐๐ บาท
เหตุผล ๑. โดยที่รัฐบาลมีความจําเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการฟื้นฟู ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบอันเนื่องมาจากการเกิดภัยพิบัติ รวมทั้ง การดําเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้ทั่วถึง จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจํานวน ไม่เกิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อจัดสรรตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ เป็นจํานวน ๙,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) เพื่อจัดสรรตามแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจํานวน ๔,๙๔๐,๐๑๑,๗๐๐ บาท
(๓) เพื่อจัดสรรตามแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง เป็นจํานวน ๑,๐๑๗,๔๓๒,๐๐๐ บาท
๒. โดยที่มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้ต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังในพระราชบัญญัติโอนเงิน งบประมาณรายจ่าย พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณถัดไป ทั้งนี้ ให้กําหนดแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อนแล้วด้วย ดังนั้น จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจํานวน ๘๔,๑๔๒,๕๕๖,๓๐๐ บาท ในพระราชบัญญัตินี้ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอกราบเรียนว่าการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ฉบับนี้ เป็นสิ่งสะท้อนถึงผลสําเร็จของรัฐบาลในความพยายามที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ให้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และวางรากฐานสําคัญให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง เพียงพอ ที่จะไม่ย้อนกลับเข้าสู่วิกฤติเช่นในอดีตที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๓ มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๗.๙ และมีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๓.๕ ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็น ถึงความเข็มแข็งของพื้นฐานระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออกใน ๒ ไตรมาส สุดท้ายของปี มีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ ๒๑.๖ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในเดือนธันวาคมมีสูงถึง ๑.๘ ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการ การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๓ ที่ขยายตัวได้ในระดับสูง คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องให้ เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๔ ขยายตัวประมาณร้อยละ ๓.๕-๔.๕ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อประมาณ ร้อยละ ๒.๕-๓.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมีการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศ เป็นปัจจัยสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป ในขณะที่การส่งออกและ การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดีจากเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณว่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัว ประกอบกับการดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา และแนวทาง การปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลในปัจจุบัน ทั้งการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ ในเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม และการเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทย โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงประสิทธิภาพของภาคการเกษตรและภาคบริการ รวมทั้งการสนับสนุนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างงานและการบริโภค อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของประชาชนและรายได้รวมของประเทศเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่รัฐบาลยังต้องระมัดระวังในการบริหาร เศรษฐกิจ ได้แก่ความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ คู่ค้าสําคัญที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการไว้ และอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจาก แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามที่ ได้กล่าวมา ทําให้คาดการว่ารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้สูงกว่าประมาณการรายได้ที่ประมาณการไว้เดิมเป็นจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น เพื่อให้การบริหารการคลังภาครัฐเป็นไปอย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้ง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดําเนินมาตรการเข้าสู่ภาวะงบประมาณสมดุล รัฐบาลจึงเห็น ควรจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ เพื่อเพิ่มความ ยืดหยุ่นในการกําหนดนโยบายการคลังและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕
ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่นําเสนอต่อท่านสมาชิก ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนํารายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ ไปชดใช้เงินคงคลัง ที่ได้จ่ายไปแล้ว ซึ่งเป็นการดําเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชน รวมทั้งจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนรายได้ของท้องถิ่น ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ซึ่งเป็นไปตาม ข้อกําหนดของพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น โดยมีเงินพึงได้มาสําหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจากภาษีและ รายได้อื่นที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ
สําหรับวัตถุประสงค์และรายละเอียดการดําเนินงานที่สําคัญของงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมมีดังต่อไปนี้
๑. การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติจํานวน ๙,๙๐๐ ล้านบาท เพื่อดําเนินการฟื้นฟูบูรณะ ปรับปรุงสาธารณประโยชน์ เช่น อาคาร สถานที่ ถนน สะพาน แหล่งน้ํา ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม รวมทั้ง ดําเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ ประกอบด้วย ภารกิจที่สําคัญดังนี้
๑.๑ ด้านแหล่งน้ํา เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมระบบส่งน้ํา ระบบระบายน้ํา และการฟื้นฟูแหล่งน้ําที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้งานได้เช่นเดิม และดําเนินการ เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดจากอุทกภัยหรือภัยแล้งในอนาคต จํานวน ๙๐๒ แห่ง
๑.๒ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟู ปรับปรุง ซ่อมแซมโครงสร้าง พื้นฐานด้านต่าง ๆ เช่น ถนน สะพาน สะพานรถไฟ เขื่อนป้องกันตลิ่ง และพนังกั้นน้ํา เป็นต้น ที่ได้รับความเสียหายให้กลับสู่สภาพปกติสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มประสิทธิภาพ จํานวน ๔,๘๘๓ แห่ง
๑.๓ ด้านการศึกษา เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและ สิ่งก่อสร้างอื่นของโรงเรียน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้อยู่ในสภาพ ที่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ รวม ๒,๖๕๐ แห่ง
๑.๔ ด้านศาสนา เพื่ออุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัดที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เป็นศูนย์กลางของชุมชน ประชาชนสามารถ ประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ จํานวน ๖๒๗ วัด
๒. การจัดสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จํานวน ๕,๙๕๗.๔ ล้านบาท เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดํารงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มเติม สําหรับจ่ายเป็นเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ จํานวน ๘๒๓,๓๓๕ คน และเบี้ยยังชีพผู้พิการหรือทุพพลภาพ จํานวน ๑๖๙,๕๗๒ คน เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้พิการหรือทุพพลภาพที่มีคุณสมบัติและลงทะเบียนกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึง
๓. รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวน ๘๔,๑๔๒.๖ ล้านบาท เพื่อเป็น รายจ่ายชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพ สาระสําคัญและรายละเอียดของโครงการและรายการ ตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ที่ได้แถลงมา รัฐบาลได้นําเสนอต่อสมาชิกทุกท่านแล้ว และกระผมขอเรียนว่า รายการค่าใช้จ่ายตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นความพยายามที่รัฐบาลมุ่งหวังจะดําเนิน มาตรการเพื่อฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาของประชาชนจากการเกิดอุทกภัยและวาตภัย รวมทั้ง เป็นการดําเนินนโยบายการคลังที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดการขาดดุลงบประมาณ เพื่อเข้าสู่ภาวะงบประมาณสมดุลภายใน ๕ ปี กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านประธาน และสมาชิกจะให้การสนับสนุนและรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ