ร้อยตำรวจเอก เฉลิม วิพากษ์รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน ใช้งบ 1 แสนล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท และชี้ให้เห็นความไม่โปร่งใสของบริษัททรูฯ รวมถึงปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานจะได้เห็น ผมได้พูดถึงเรื่องงบประมาณรายจ่าย ยกเอกสาร ๔ เล่ม ยกถ้อยแถลงคําชี้แจง ท่านนายกรัฐมนตรีเรื่องงบประมาณ แต่ผมบอกว่าก็เพราะผมไม่เชื่อถือรัฐบาลชุดนี้ ก็มันทุจริตแล้วผมไม่บอกได้อย่างไร ผมไม่ได้บอกว่านายอภิสิทธิ์ทุจริต แต่รัฐบาลชุดนี้ทุจริต คอร์รัปชันมากที่สุด ผมจึงห่วงงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีนอกประเด็นหรอกครับ ผมแม่นประเด็น อยู่สภามา ๒๘ ปี รู้ที่มาที่ไปครับ ผมเรียนท่านประธานต่อ ถ้าพูดถึงบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) แล้วมันแหยงใจคน เพราะตอนตั้งรัฐบาล มีบริษัทบางบริษัทเอาเงินมาซัพพอร์ต (Support) รัฐบาลชุดนี้ ผมไม่พูดถึง ให้ทีมอื่น เขาว่ากัน ผมเรียนท่านประธาน พออนุมัติเสร็จ วันนี้ ๑๔ ข้อ หรือ ๑๙ ข้อ สตง. ถาม แบะ แบะ แบะ กรรมการเก่า ๑๗ คนเขาลาออก ทําอย่างไร อย่างนี้ไม่พิรุธหรือ กฎหมาย อาญา ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย เขียนไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑ เล่มสีน้ําตาล ถึงแม้ไม่มีเจตนาทุจริตแต่เถยจิตเป็นโจร ผิดเหมือนกัน แค่เฉลยจิต ผมไม่ได้บอก ท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ก็รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมาแก้ปัญหาราคา น้ํามันปาล์ม แล้วจะให้ผมคิดอย่างไร ผมต้องหวงงบประมาณส่วนนี้ของผม ท่านประธานครับ ทําไมผมต้องพูดถึง ท่านเอาไปให้กระทรวงคมนาคม ๒,๖๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นายกรัฐมนตรีไม่รู้หรอกครับว่าวีรกรรมวีรเวรกระทรวงนี้มันเป็นอย่างไร รถไฟฟ้าสีม่วงทุจริต พออภิปรายเสร็จ ป.ป.ช. รับเรื่องสอบ ผมไปชี้แจงมาแล้ว ๓ ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีฟังน่ารู้ หรือควรรู้ แต่ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับปรับ ครม. เอาคนไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าทุจริต เอาคนไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อแผ่นดินออก คนถูกหาเอาเก็บไว้ ถามว่าอย่างนี้ท่านเล่นการเมืองเพื่อตัวเองหรือเพื่อระบบ หรือเพื่อระบอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ท่านไปเยี่ยมตรวจน้ําท่วม ไปเรียกท่านรัฐบุรุษ ไอ้นั่น ต้องเอาหนังสติ๊กยิงปาก รัฐบุรุษต้องนําความกราบบังคมทูลฯ ไม่ใช่อยู่ ๆ ไปเยี่ยมน้ําท่วมหน่อย ผูกเนคไทหล่อเลย ผมดูโทรทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเอาเรือไปรับรัฐบุรุษ ขอเรียนต่อนะครับ อย่างโครงการคมนาคม ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมสงสาร ผมเห็นใจพี่น้อง แต่ผมไม่ไว้วางใจผู้บริหารกระทรวง กรมทางหลวงชนบท ๒๕ : ๓๐ กรมทางหลวงธรรมดา ๓๐ : ๒๐ นักการเมืองเอา ๕ ข้าราชการเอาอีก ๕ ให้บริษัทฮั้วประมูล ผมหวงครับ ๒,๖๐๐ ล้านบาทไม่น้อยครับ กระทรวงนี้นอกจากไม่ให้สตางค์แล้ว ต้องไม่ไว้วางใจวีรกรรม วีรเวร รถไฟฟ้าสีม่วงยังคาราคาซัง นี่สีน้ําเงินจะกินกันอีกแล้วครับ อย่างนี้ไม่ให้ผมพูดไม่ได้ หรอกครับ พวกผมจะต้องทําหน้าที่ของผม มากระทรวงพาณิชย์ ทุจริตพืชผลการเกษตร หลายชนิด กระทรวงพาณิชย์ จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีต้องปลดผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ปลดแล้วก็ โก้ครับ สอบไหม เป็นอย่างไร ไม่มีข่าว เงียบ ต่อมาก็การทุจริตหลายภาคส่วนของ กระทรวงมหาดไทย เอาไปเยอะที่สุด ตัวเลขผ่าน ๆ ตา เดี๋ยวผมจะบอก ประมาณ ๘,๕๐๐ ล้านบาทครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนนี้เป็นรัฐมนตรีคนแรก และขอ สาปแช่งให้เป็นคนสุดท้าย แต่งตั้ง โยกย้าย มีปัญหาทุกระดับ นายอําเภอ เข้าโรงเรียน นายอําเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รองอธิบดี อธิบดี ปลัดกระทรวง มีปัญหาทุกระดับ ผมไม่รู้ว่าแต่งตั้งภารโรงที่กระทรวงมีปัญหาไหม ไม่มั่นใจ ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่รู้ไม่ได้ เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ขณะนี้โครงการ เช่าคอมพิวเตอร์ ๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท ย้ายผู้อํานวยการคนเดิมไปไว้ภาคใต้ แล้วเอา ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์มาทําหน้าที่ สุดท้ายข้าราชการเขาสู้ วันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) กรมนี้ก็เพิ่งทําดีคราวนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้เรื่อง คราวนี้ทําพอใช้ได้ สอบสวน แล้วเห็นว่าโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ทุจริต ก็ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดําเนินการต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยรู้ร้อนรู้หนาวไหม นี่เป็นสมัยท่านชวนเป็นนายกรัฐมนตรี เขาปลดแล้วครับ กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทยเอาไว้ไม่ได้ครับ ท่านกล้าไหมครับ ไม่ เพราะอยากเป็นนายกรัฐมนตรีต่อรอบนี้และรอบหน้า ฟ้าดินมีจริง ยังไม่แน่นะครับ ท่านประธาน ว่าผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร การอภิปรายของผมครั้งนี้คงมีกุศลผลบุญมาก ที่ทําหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน ต่อไปก็เอางบประมาณเข้าพื้นที่บุคคล ใกล้ชิด ท่านนายกรัฐมนตรีลงไปตรวจไหม สมาชิกพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง งบประมาณ เข้าไป อะ ล็อต (A lot) มาก เข้าไป ๆ ฝ่ายค้านไม่มีวันได้ ต่างจังหวัดนายกรัฐมนตรีไป ที่เขาด่าตั้งแต่สนามบินยันหนองน้ําว่ากระทรวงนี้มันใช้ไม่ได้ มันจัดงบประมาณพวกมัน ที่เป็น ส.ส. มันจัดของมัน ว่าที่ผู้สมัครของมัน อ้าย ๕๐ หมู่ ๖๐ หมู่ ผมไม่รู้ฟัง ผมให้เกียรติผู้แทน แต่งบโกลาหล คนไหนยังไม่ยอมมาเป็นมิตร คนไหนยังไม่ยอมไม่อยู่ร่วมด้วย เอาเลยครับ เขาอนุมัติงบประมาณแล้วครับ ไม่เซ็นสัญญา บีบเขา กระทืบเขา กลั่นแกล้งเขา แล้วไม่ให้ ผมพูดได้อย่างไร การแก้ไขราคาน้ํามันปาล์ม ท่านประธานครับ บอกกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของคนในพรรครัฐบาลได้ประโยชน์ น้ํามันปาล์มเอาไปผลิต ไบโอดีเซล (Biodiesel) ไปกินลิตรละบาท ไปทุจริต พอน้ํามันเหลือน้อยสั่งจากเมืองนอก เมืองนอกมันถูกครับ พอเข้ามาจะให้ใครก็ได้ ผมยืนยันบริษัทวิเคราะห์อันหนึ่งเขาได้วิเคราะห์ ไว้ล่วงหน้าประมาณ ๓ เดือนว่าบริษัทที่ขายน้ํามันปาล์ม ในตลาดจะมีปริมาณกําไร ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของผลประกอบการประจําปี ต่อไปก็ปั่นหุ้น คนในรัฐบาลทั้งนั้นครับ ทําไมมี ข่าวซื้อไทยคมจากเทมาเส็ก (Temasek) ก็ไทยคมมันของประเทศไทย คุณไปซื้อทําไม สัญญาหมดคืนพลั๊วะ ก็เท่านั้นครับ พอข่าวออกมา ใครจะออกข่าวผมไม่ทราบ ข่าวออกมา หุ้นมันตก ช้อนซื้อ เพราะต่อไปบอกไม่มีการซื้อ กําไรแล้วส่วนต่าง รัฐบาลชุดท่านกินแบบ นกกระจอก กินแบบนกกระจิบ กินแบบพญาหงส์ กินแบบพญาอินทรีย์ สัตว์ทุกชนิดที่กิน พฤกษาหาร รัฐบาลชุดนี้แบ่งระดับการกิน การทุจริตคอร์รัปชัน เหมือนกับสัตว์ทุกชนิด ผมเรียนต่อท่านประธานมีการรับประโยชน์จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่พอใจผม เดี๋ยวก็เย้ยหยัน โดยเฉพาะท่านโฆษกประจําตัว เฉลิมมาบอก รัฐบาลทุจริต ทุจริตอย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่า ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ มีการสัมมนา สร้างแนวร่วม แนวร่วมทางปฏิบัติคอลเลคชั่น แอ็คชั่น (Collection Action) ในการต่อต้าน การทุจริต ภาคเอกชนไทย โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ในการสัมมนามีการประชุม สัมมนาทั้งหมด ๑,๐๐๗ คน นายกรัฐมนตรีรู้ไหม เขาสํารวจตัวอย่าง ๑,๐๐๗ คน เขามี หลายระดับ บริษัท พนักงานที่มีรายได้ ในบริษัทที่มีรายได้เกิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาสํารวจ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ พอมาบริษัทที่มีรายได้น้อยกว่า ๒๕๑ ล้านบาท เขาสํารวจ พนักงาน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ พอมาบริษัทที่มีรายได้ต่อปี ๑,๐๐๑ ล้านบาท ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เขาสํารวจพนักงาน ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีคนไทยเป็นผู้มีอํานาจ ควบคุมและบริหารถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ และบริษัทที่ดําเนินธุรกิจเน้นตลาดไทยและระหว่าง ประเทศ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านอาจจะได้รับรายงานหรือไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่มีคนบอกท่าน เพราะกลัวท่านอารมณ์เสีย ผลสํารวจเรื่องการทุจริตของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการสัมมนาสร้างแนวร่วมปฏิบัติการคอลเลคชั่น แอ็คชั่น เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ผลสรุปปรากฏว่าผู้ให้แบบสอบถาม นักธุรกิจ ร้อยละ ๔๗ บอกรัฐบาลยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทุจริตอยู่ในระดับสูง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาร้อยละ ๔๖ บอกว่าอยู่ในระดับสูง สูงกับสูงมาก ๔๗ บวก ๔๖ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ นายกรัฐมนตรีเอาหน้าไปไว้ไหน อย่าบอกนะว่าเอาหน้าไว้บนคอ ผมไม่อยากได้ยิน ต่อมาก็ ร้อยละ ๖ บอกอยู่ในระดับปานกลาง โดยนักธุรกิจส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๗ เห็นตรงกันว่าปัญหา ทุจริตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ รูปแบบการทุจริต นักการเมือง เผด็จการ บริษัทฮั้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคิดสิครับ ผมไม่หวงแหนหรือ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หมื่นละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๘๐๐ ล้านบาท ๔,๘๐๐ ล้านบาท นี่ท่านปล้นบ้านปล้นเมืองมาตามลําดับแล้วยังจะ ปล้นงบกลางอีก พวกผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ นี่เฉพาะเมืองไทยครับ ไปที่ไหนวันนี้ ถ้าเขาถามมาจากประเทศไทยไหม ถ้าผมเป็นคนเดินทางผมบอก ไม่ใช่ อายเขา ทําไมผมพูด อย่างนี้ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผมพูดนี่เป็นนักธุรกิจเมืองไทยที่เขาสัมมนากันในประเทศไทย จากนี้ต่อไปองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ขออนุญาตพูดภาษาอังกฤษนิดเถอะครับ เพราะเขาชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ผมไปพูดเป็นภาษาไทยไม่ได้ องค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระ ชื่อ ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชั่นแนล (Transparency International) ตั้งอยู่ในประเทศ เยอรมัน ท่านนายกรัฐมนตรีอับอายเขาไหมครับ ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีปี ๒๕๕๑ พอสิ้นปี ๒๕๕๒ เขาสํารวจ เขาบอกว่ารัฐบาลของประเทศไทยยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใน ๑๗๘ ประเทศ เป็นประเทศที่ทุจริตลําดับ ๘๔ พวกท่านสมัยนั่งซีกผมนี่นะ ด่าทักษิณ ชินวัตร ทุจริตประพฤติไม่ชอบ เขาสํารวจช่วงนั้นอยู่ลําดับ ๖๔ ครับ ลําดับ ๖๔ สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลําดับ ๘๔ ครับ นี่ถ้าพวก คมช. ที่ปฏิวัติฟังผมอภิปรายกลับไปนั่งร้องไห้คลําเมียเสียคืนนี้ว่าที่กล่าวหา กล่าวร้ายทุจริต มันไม่ใช่รัฐบาลชุดนั้น นี่องค์กรสําคัญของโลก ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่ในเยอรมัน เขาสํารวจทุกปี ๑๗๘ ประเทศ สมัยท่านทักษิณ ๖๔ สมัยคุณอภิสิทธิ์มา ปี ๒๕๕๒ ๘๔ ครับ ทั้งนอกและในสอดคล้องรองรับกับผลสํารวจของสถาบันการศึกษา จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปี ๒๕๕๓ เขาบอกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คดโกง งบประมาณแผ่นดิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี อย่างนี้ละครับ ผมถึงบอกว่ามาเอาไปแสนล้านผมไม่ให้ครับ นี่ผมเกริ่นนําให้ประธานได้แลเห็นว่าพวกผมก็ทําการบ้าน ปรึกษาหารือแล้วก็นําเสนอ

ทีนี้ผมจะนําเข้าสู่งบประมาณรายจ่ายที่รัฐบาลได้นํามาเสนอใน ๔ เล่ม รัฐบาลประมาณการ ผมถึงบอกรัฐบาลบิดเบือนตัวเลข บิดเบือนข้อเท็จจริง มันไม่เป็นจริง อย่างที่รัฐบาลเขียนมาในหนังสืองบประมาณ ผมจะวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจัดงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เอาตัวเลขดีเทล (Detail) เป็นจํานวนเงิน ๑๕,๘๕๗,๔๔๓,๗๐๐ บาท แสนล้านบาทตรงนี้ รัฐวิสาหกิจ หน่วยราชการ ส่วน ๘๔,๑๔๒,๔๕๖,๓๐๐ บาท รัฐบาลใช้หนี้ เงินคงคลัง ใช่ไหมครับ ใช่ เอามาจากไหนครับ เอกสารรัฐบาล

ต่อไปผมจะวิเคราะห์รายละเอียดของแต่ละกระทรวง มาตรา ๔ งบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจํานวน ๑,๖๙๗,๓๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ท่านเอาไปให้กรมชลประทานหมด นายกรัฐมนตรีแถลงให้ผมฟัง ทําไมไม่พูดลงลึกล่ะ มันเกิดปัญหาต้องกรมชลประทาน ต้องทําเขื่อน ผมรู้ครับ ซีดีส่งมาไม่ต้องดูหรอกครับ แต่ท่านดูไหม ในจํานวน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แต่ละงบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยัง นายกรัฐมนตรี ผมยังเชื่อว่าท่านไม่โกง แต่ผมไม่เชื่อว่าท่านไม่รู้ว่ามันมีคนโกง ผมไม่เชื่อ พอไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ผู้ประมูลรายเดียวได้ไปหมด ๒๐ ๒๐ ๒๐ พันเท่าไร ๒๐๐ ล้านบาท สบาย ๆ ทําไมผมมั่นใจก็พฤติกรรมที่ผ่านมา กรรม คือ การกระทํา กรรมเป็นเครื่อง ชี้เจตนา รัฐบาลหลายกระทรวง ทบวง กรม โกงทุกชุด ทุจริตทุกช็อท (Shot) โกงทุกดอก ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท นี่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วท่านประธานทราบไหมครับ เมื่อคราวเกษตรกรเดือดร้อน จะช่วยเหลือเกษตรกร แทนที่จะนับจํานวนไร่ แทนที่จะนับ จํานวนคน ไม่ครับ ไปถ่ายภาพดาวเทียมแล้วเอางบลัมพ์ซัม (Lump sum) ให้ไป ไอ้นี่มัน โคตรโกง นี่คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีจะถ่ายรูปยังไม่กล้า ต้องไปยืนหลัง นายกรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าบุคลิกหน้าตาไม่ดีเลยไม่กล้าถ่ายรูป ต้องไปยืนหลังนายกรัฐมนตรี ผมดูหนังสือพิมพ์ เอ้า ไอ้นี่มันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณอภิสิทธิ์ไปยุ่งอะไรด้วย รัฐมนตรีไปยืน คุณเคยดูไหม คุณจะเอาเงินไปอีก ๑,๖๙๗,๓๖๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ คุณเคยดูไหมว่ากระทรวงคุณทุจริต กรณีช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ยากไร้ ได้รับผลกระทบ แทนที่จะนับเป็นรายหัว กลับไปเอาภาพถ่ายดาวเทียม นี่รีดเลือดกับปู ถ้าเป็นโจรเขาเรียก มหาโจร ถ้าใครเป็นคนทุจริต ผมเรียนกับท่านประธานต่อ นะครับว่าหลายโครงการจํานวนเงินนับพันล้านบาท แต่ว่าไม่ถึง ๑๐ ไม่ถึง ๑๐ ไม่ถึง ๑๐ เขารู้กันทั้งกระทรวงครับว่าผู้รับเหมาคนเดียวกัน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๒๐๐ ล้านบาท สบายแฮ อาจจะน้อยไปด้วยซ้ํา เพราะมันเคยโกงกันมาก ฝั่งนี้ในรัฐบาล ชุดนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ จากมาตรา ๔ ผมไปมาตรา ๕ รายจ่ายงบประมาณ เพิ่มเติมกระทรวงคมนาคมเป็นเงินตัวเลขกลม ๆ ๒,๙๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง ๑,๘๐๐ ล้านบาท ใส่ไปเลยครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บดเท บดเท บดเท ๓ อาทิตย์ต่อมา ฝนตกลมแรง ไปหมดแล้วครับ ก็มันเป็นอย่างนี้ทั้งประเทศ นายอภิสิทธิ์ไม่รู้เชียวหรือ ต่อมาก็ กรมทางหลวงชนบท ๑,๑๐๐ ล้านบาท แก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมไม่ขัดข้อง แต่กระทรวงนี้มันแชมป์ (Champ) โกง โดยเฉพาะกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ผู้รับผิดชอบจะท่องเป็นคาถา ต้องทําให้นาย ต้องทําให้นาย ต้องทําให้นาย นายใกล้เลือกตั้ง นายต้องกวาดต้อนผู้คนเข้าพรรค แล้วผมไว้ใจได้อย่างไรครับ ผมเรียนท่านประธาน รถไฟฟ้า สายสีม่วง เจ็บปวดผม ซารัมย์ตอบไม่ได้เลย ป.ป.ช. ก็สอบ ท่านอภิสิทธ์กลับเอา ซารัมย์ไว้ แล้วผู้แทนที่เขาไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เขาฟังผมแล้วเขาไว้วางใจได้อย่างไร นี่เอาอีกแล้ว สีน้ําเงิน ปัญหาก็คือว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวที่กล่าวหารัฐบาลทุจริต ทั่วโลก องค์กรในประเทศ มหาวิทยาลัย หอการค้า ผลโพลล์ (Poll) สําเร็จของงานรัฐบาลไม่มี ด้วยความเป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพ ผลโพลล์ทุกสํานัก เขาให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สอบผ่าน แต่ฉิวเฉียด เฉพาะตัวนะ แต่ถ้าถามรัฐบาลเป็นอย่างไร เขาบอกไม่มีท่า ท่านรัฐมนตรีแต่ละคน เป็นอย่างไร โลกลืม กระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพ เจ็บปวดจริง ๆ ที่ ๒,๖๐๐ ล้านบาทในกรรมาธิการ ตัดให้หมดเพราะมันเอาไป ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่ต่างจังหวัด ผมไปต่างจังหวัดบ่อย ถนนเป็นหลุมไปเกรดตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ ตั๊บ พอเกรดเสร็จ ใส่ปุ๊บ ปุ๊บ ปุ๊บ มันรู้กันหมด มันโกง กันเป็นระบบ มันกินกันเป็นระเบียบ แต่ผ่านพ้นสายตาพวกผมไม่ได้ สายสีน้ําเงิน คนพรรคประชาธิปัตย์ออกมาทักท้วง เอาอีกแล้วครับ ก็จะเอากันอยู่

ต่อไปมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปทั้งหมด ๙๘๙,๒๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๙๙ ของงบประมาณ จําแนกดังนี้ ผมต้องวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๆ ที่คุณสุวิทย์กับผมชอบกัน หน้าที่ต่างกันแต่ความสัมพันธ์คงเดิม ไอ้นี่มาอวดอ้าง แหม หัวหน้าพรรคกิจสังคมมี ๕ ที่นั่ง ผมจะบอกท่านประธาน ตอนรณรงค์หาเสียง ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๐ นายสุวิทย์ ตายคาสนามรบ แพ้พรรคพลังประชาชน ๕ คนนั่นเอาจากผมไป หลังจากยุบพรรคแล้ว ก็เราโดนสหบาทา ทุกภาคส่วนรุมกระทืบ พรรคพลังประชาชนอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้ บันไดขั้น ๒ บันไดขั้น ๓ ก็ซื้อคนของเราไป ๕ คน คุณไม่อายบ้างหรือว่าพรรคกิจสังคมมี ๕ คน น้อง ๆ ทั้งนั้นล่ะที่อยู่ที่นั่น ผมต้องฟ้องท่านประธานว่า ๙๘๙ ล้านบาท มันเกือบ ๆ พันล้านบาท เขาบอกไอ้นี่มันแลกกันหรือเปล่า ตอนลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีที่ไหนหรอกรัฐธรรมนูญ ๒ ส่วนที่แก้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีที่ไหนหรอกครับ เพิ่มสัดส่วนปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) ๑๒๕ เขตเลือกตั้งประเทศไทยลดสัดส่วนเขตเลือกตั้งเหลือ ๓๗๕ จาก ๔๐๐ ท่านประธานคิดเหมือนผมคิดแต่เราพูดไม่ได้ แต่ผมจะพูดว่าทีแรกเอา ๔๐๐ บวก ๑๐๐ ๔๐๐ บวก ๑๐๐ เลยพาพี่หนั่นผมไปบาดเจ็บในสมรภูมิ แต่ว่าพี่หนั่นเขาคนแข็งแรง เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ผมวิเคราะห์ในพรรค ถามสมาชิกได้ ผมบอกไม่มีทางเลยวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ทําได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเหาะ ทําไม่ได้ สมาชิกถามทําไม ก็ ๒๕๘ ล้านบาท ก็ไม่ยุบ ๒๙ ล้านบาทไม่ยุบ ศาลยกประโยชน์ให้จําเลย เรื่องไม่ได้สู้ก็หยิบมาเป็นประเด็น ในการพิจารณา ผมถึงบอกศาลรัฐธรรมนูญผมไม่เชื่อถือ แล้วผมไม่เคารพ บางคนบอกไม่กลัว ไม่กลัว เพราะไม่ใช่ศาลยุติธรรม ศาลการเมือง ผมบอกไม่มีทางที่พรรคประชาธิปัตย์ จะพ่ายแพ้พรรคร่วมรัฐบาล ผมบอกเดี๋ยวพรุ่งนี้ ๑๔.๐๐ นาฬิกา คําสั่งออก ท่านประธาน ที่เคารพ ขอสาปแช่งคนไปล็อบบี้ (Lobby) คนไปจ่ายสตางค์ ขอให้มันพบกับความวิบัติหายนะ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าใครจ่ายสตางค์ พวกตัวดี ไอ้พวกรักษาภาพ ไม่ได้จ่ายเอง แต่มีส่วนรับรู้ในการจ่าย ขอให้ความวิบัติหายนะจงเกิดขึ้นกับคน ๆ นั้น

ต่อไปมาตรา ๗ กระทรวงนี้เห็นแล้วน้ําตาไหล ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการมาก่อน ท่านประธานที่เคารพ ในอดีตกาล ในโบราณ เขาเรียกกระทรวง ๒ กระทรวงเท่านั้นละครับ ในการบริหารบ้านเมือง กระทรวงแรกเขาเรียก สมุหกลาโหม นั่นคือกระทรวงกลาโหม อีกกระทรวงหนึ่งเขาเรียก สมุหนายก คือกระทรวงมหาดไทย ผมเป็นมาแล้วประมาณ ๘ เดือน ผมไม่มีตําหนิ ผมไม่มีริ้วรอย ผมไม่เคยกลั่นแกล้งข้าราชการแต่วันนี้กระทรวงนี้ ซึ่งรัฐบาลจัดงบประมาณให้ ๘,๗๒๖,๗๒๕,๕๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘.๗ ของงบประมาณ ซึ่งจําแนกดังนี้ จริง ๆ มันต้องปลดรัฐมนตรีคนนี้ สร้างความเสียหายให้กับกระทรวง ในการบริหารราชการบ้านเมือง ขาดกู๊ด กัฟเวอร์นแนนซ์ (Good governance) สร้างความแตกแยก ทุจริตการแต่งตั้ง มีการถูกกล่าวหาทุจริตเนื้องานหลายอย่าง รัฐบาลให้ไป ๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ๘,๗๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ผมไม่ไว้ใจ ผมมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ เพราะงบประมาณไม่ใช่เงินนายอภิสิทธิ์ เป็นเงินภาษีอากรพี่น้อง ประชาชนคนทั่วประเทศ ๒.๓ ล้านคน เสียมาก อีก ๔.๗ ล้านคนถูกโอบอุ้มด้วย ๒.๓ ล้านคน ๔,๐๐๐ เสียมาก ๒๕,๐๐๐ คนตัวเลขกลม ๆ เสียน้อย เอาเงินไปผลาญ กระทรวงนี้ไม่ควรได้ ผมเรียนท่านประธานต่อ จําแนกเป็น ๒ ส่วน แผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ ให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ หรือกลัวพรรคภูมิใจไทยหิว หรือกลัวไม่เชื่อง หรือกลัวรอบหน้า เขาอาจจะคิดถึงบ้านเก่า เป็นไปไมได้เลย เอาไปให้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฟังพวกท่านพูด เหมือนกับว่ากรมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีศูนย์ข้อมูล ไม่ใช่หรอกครับ ก็ย้ายสิ ย้ายเปลี่ยนได้ ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เขาเป็นคนแจก พอต่อมาแผนงานที่ ๒ แผนงานสวัสดิการสังคมเอาไปให้คนแก่ ๕๐๐ บาท ให้คนแก่แล้วจนไม่เป็นไร บางส่วน นายกรัฐมนตรีรู้ไหม ไปแจกข้าราชการบํานาญ ไปแจกทําไมเขาพอมีอยู่แล้ว ต่อมา งานส่วนที่ ๒ แผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจปกครอง ๑,๐๑๗,๔๓๐,๒๐๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเรียกคนทํางบประมาณตรงนี้ คุณเขียนอย่างไร บอกว่าแผนงาน ส่งเสริมการกระจายอํานาจการปกครอง แต่เอาเงินมาให้คนพิการ คนพิการให้ไปสิครับ แต่ไม่ใช่เป็นการกระจายอํานาจการปกครอง

ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่า มาตรา ๘ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ของกระทรวงศึกษาธิการ ๑,๒๒๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑.๓๒ ของงบประมาณ เมื่อเช้ารัฐมนตรีว่าการอวดแสดงความรู้ความสามารถกระแทกกระทั้น ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน เขามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ครับ ถ้าเป็นรัฐมนตรีมันต้องตอบ มันต้องใจเย็น ต้องสุขุมคัมภีรภาพ ผมเคยพูดเสมอเป็นรัฐบาลต้องรําแบบรําลักษณ์ เป็นฝ่ายค้านต้องรําแบบทศกัณฑ์ หน้าที่มันแบ่งกัน ผมไม่อยากไปพูดให้ออกมาตอบ ตอบก็ไร้สาระ กรมอาชีวศึกษา เขาเปลี่ยนชื่อใหม่ ท่านประธานถามนายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือ มันโคตรโกงกรมนี้ รัฐมนตรี ออกมาการันตีไม่มีการโกง ผมถามว่างบ ๑,๓๒๒ ล้านบาทเอาไปทําอะไรก็แล้วแต่ที่โรงเรียน มันมีข้อพิรุธ มีข้อพิรุธตรงไหน ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ผู้ประมูลรายเดียวพันกว่าล้านบาท เอาไปแล้ว ๒๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมผมฟันธง ก็พฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้มันทุจริตจริง ๆ ผมถึงกล่าวหาตรงนี้ ต่อมาท่านประธานครับ งบประมาณที่ได้ไปไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่ต้องเปิดประมูล ใช้วิธีการพิเศษแล้วก็หากินกัน ต่อมารัฐบาลให้เหตุผล ผมไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ จากนี้ต่อไปผมจะบอกครับ ท่านประธานว่าผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไอ้พวกนั่งห้องแอร์ นักวิเคราะห์ตัวเลข ผมมีเหตุผลสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลบอกว่ารัฐบาลจะเก็บ ภาษีเกินเป้าในรอบปี ๒๕๕๔ ๑๒๐,๐๐๐ล้านบาท วันทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ ปีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แถลงต่อสภาว่า ขอกู้เงิน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเป็นงบขาดดุล และนายอภิสิทธิ์คนนี้ล่ะ คนที่พันธมิตรด่านี่ล่ะ ด่าเจ็บ หาว่านายกรัฐมนตรีไม่ฉลาด ผมไม่เชื่อ ฉลาด ไม่ฉลาดแพ้เลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร หาว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ฉลาด นายกรัฐมนตรีโลเล แล้วข้อ ๓ นี่ใช้คําพูดไม่สุภาพ เจ็บปวด แหมทําให้ผมนึกในใจ ผมคิดถูกแล้วชาตินี้ไม่คิดเป็นนายกรัฐมนตรี มันด่ากันจับแก้ผ้าล่อนจ้อน จะให้ผมเชื่อได้ อย่างไร ผมไม่เชื่อ แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีโกหก อาจจะเจตนา ไม่เจตนา ผมเชื่อว่ามีบ้าง แต่ไม่ฉลาด ไม่ใช่เลย ไม่มีครับ นายกรัฐมนตรีฉลาด ฉลาดมาก ฉลาดจริง ๆ แล้วมันไปด่า นายกรัฐมนตรีว่าใครไปตะไบเล็บให้ ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อ นายกรัฐมนตรีสบายใจได้ ผมไม่เชื่อ นะครับท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าแม่บ้านท่านตะไบเล็บให้ท่าน ปกติ แต่มันไปบอกศิริโชค ตะไบเล็บ ผมไม่เชื่อ แหมพวกนี้มันก็ไปขุดมาด่านายกรัฐมนตรี แต่ถ้าบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสนิทกับศิริโชคก็ธรรมดา แบบผมสนิทกับ ส.ส. พรรคผม นายกรัฐมนตรี สบายใจ ผมเชื่อเรื่องเดียว ๓ ข้อ ผมไม่ลงรายละเอียด เรื่องโกหก นายกรัฐมนตรีมีบ้าง แต่ไปว่านายกรัฐมนตรีตอแหล มากไป ผมพูดอย่างนี้ เดี๋ยวเย็นนี้มันก็ถล่มผมแทน ก็เอาเถอะ ผมจะได้เฉลี่ยความทุกข์จากนายกรัฐมนตรีบ้าง ก็ไม่มีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลบอกจะเก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล ประกาศประมาณการตอนแถลงนโยบาย ปี ๒๕๕๔ คุณอภิสิทธิ์บอกว่าจะเก็บภาษีได้ ๑,๖๔๗,๓๒๕ ล้านล้านบาท พอไตรมาสแรกเท่านั้นละครับ นายกรัฐมนตรีขี้ตกใจ ท่านขี้ตกใจจริง ๆ ท่านทําไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ท่านฟังผมนิดหนึ่ง อดทนฟังอีกหน่อย จะได้บรรลุโลกุตตระว่ากระทรวงการคลังมันหลอกท่าน มันบอกกับท่านว่าอย่างไรครับ บอกว่าการจัดเก็บภาษีเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ จัดเก็บได้ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท เห็นแล้ว ผมชื่นใจด้วยไหมครับ ชื่นใจครับ เกินกว่าประมาณการ พอมาเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ รัฐบาลเก็บภาษีได้ ๑๔๔,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นครับ พวกกระทรวงการคลังตกใจ เดือนตุลาคม เพิ่ม เดือนพฤศจิกายนเพิ่ม แต่มันบอกท่านไหมล่ะครับว่าเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๓ มันจัดเก็บภาษีเหลือเพียง ๑๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท มันบอกท่านหรือเปล่า เดือนตุลาคมเพิ่ม เดือนพฤศจิกายนเพิ่ม พอเดือนธันวาคมมันลด ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แถมยังจะเห็นว่าในการจัดเก็บภาษี ลดแล้ว ยังมีหนี้เพิ่มมากขึ้นอีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมท่านนายกรัฐมนตรี ไปอ่านสิ ทีนี้การจัดเก็บภาษีเมื่อ ๓ เดือนยังแตกต่าง ท่านประธานที่เคารพ มันถือว่าตัวเลขไม่นิ่ง เศรษฐศาสตร์มันมองคนละมุม กฎหมายลายลักษณ์อักษรก็มองคนละมุม แต่มุมมองของผม บอกว่าตัวเลขมันไม่นิ่ง เดือนตุลาคมได้มาก เดือนพฤศจิกายนได้มาก เดือนธันวาคมมันลด ไปเอสทิเมท (Estimate) ตอนเก็บได้มากว่าถ้าเกิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในรอบปี ท่านประธานครับ นอกจากเก็บภาษีรถในเดือนธันวาคมแล้ว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลมีหนี้เพิ่ม ๑๒,๘๕๐ ล้านบาท รวมกับ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลมีภาระ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วท่านได้คิดได้ ตัวเลขสูงคิดสูง แต่ตอนได้น้อย ตัวเลขของผมนี่ออริจินอล (Original) ออริจินอล ผมเรียนท่านประธานต่อ รัฐบาล ก็เดือนธันวาคมอย่างเดียว เฉพาะภาษีเก็บลดลง หนี้เพิ่มขึ้น รัฐบาลเสียรายได้ที่เอสติเมท ประมาณการเอาไว้แค่เดือนธันวาคมเป็นจํานวนเงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขเปเปอร์ (Paper) นะครับ แล้วทั้งปีมันจะเก็บเกินได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตามที่ท่านประมาณการ จึงมาตั้งงบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อิมพอสสิเบิ้ล (Impossible) ฝรั่งบอก เป็นไปไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลทําอะไรแล้วประสบเป้าหมายบ้าง ท่านออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บ้านเมืองกระตุ้นเศรษฐกิจ บ้านเมืองจะเจริญแล้ว เศรษฐกิจจะโต ๗.๙ เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความรู้ความสามารถออกพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายเอาไปใช้ไม่เท่าไรครับ เพราะไม่มีโครงการ ไม่มีมาตรฐาน ขาดการตรวจสอบ นําไปสู่ การทุจริตถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่หลายสํานักเขาระบุว่ารัฐบาลของท่านทุจริตและคอร์รัปชั่น

ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณปี ๒๕๕๔ รัฐบาลตั้งงบขาดดุล ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีมาบริหารราชการบ้านเมือง ๒ ปีเศษ ๆ รวมกับประวัติเก่า หนี้ที่สร้างไว้ ๔.๕ ล้านล้านบาท นายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ ยุคท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ สภาพบุคคลนับแต่คลอดรอดอยู่เป็น ทารก ลืมตามองโลกเป็นหนี้คนละ ๗๐,๓๑๒ บาท ในยุคนายกรัฐมนตรีชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านเข้ามาใหม่ ๆ ท่านร้องโอดโอย ท่านบอกรัฐบาลไม่มีเงินเลย งบประมาณที่ท่านสมัครทําไว้ไม่พอ มายุคท่านสมชายก็ไม่เพิ่มเติมงบประมาณ นายกรัฐมนตรีตั้งงบกลางปี ๒๕๕๒ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จําได้ไหมท่านนายกรัฐมนตรี เราฝ่ายค้านบอกเห็นด้วย เผื่อท่านจะได้มีเงินไปทํางาน สุดท้ายท่านเอาเงินไปผลาญ เพราะรัฐบาลของท่านทุจริต พอมาปี ๒๕๕๔ กู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านอยู่ทํา งบประมาณปี ๒๕๕๕ ท่านต้องกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นเป็น อย่างอื่น ท่านประธานครับ ท่านมีหนี้เดือนธันวาคม ๑๒,๘๕๐ ล้านบาท ไม่คิดหรือครับว่า เป็นค่าใช้จ่าย เก็บภาษีธันวาคมน้อยกว่าพฤศจิกายน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่คิดครับ รายได้ลดลง แล้วไปประมาณการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาวิธีคิดส่วนไหน อาจจะมองไม่ ตรงกัน กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ท่านประธานครับ ท่านเสนอมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีเสนอ เป็นการนําเงินในอนาคตมาใช้ผมจะบอกให้ ท่านทึกทักเอาเองว่า ในไตรมาสต่อ ๆ ไปจะเก็บภาษีได้เหมือนเดือนตุลาคม พฤศจิกายน ทั้ง ๆ เดือนธันวาคม ก็ไม่เหมือนแล้ว เหตุผลของผมสนับสนุนได้ว่ารัฐบาลเก็บภาษีเกินไม่ได้จริง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเรียนท่านประธาน เงินในอนาคตไม่แน่นอน เมื่อรัฐบาล จัดงบประมาณเพิ่มเติมและสุดท้ายเมื่อเก็บภาษีไม่ได้ รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่ม การตั้งงบ ปี ๒๕๕๕ ต้องกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบขาดดุลในระยะเวลา ๒ ปีเศษ ๆ ไม่รวมภาพรวม รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กู้เงินมาแล้ว ตัวเลขโดยประมาณ อย่าเถียงในดีเทลท่านกู้มาแล้ว ๑๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเก่ง บริหารจนกระทั่งประเทศเป็นหนี้ท่วมหัว บริหารจนคนนานาอารยประเทศเขาบอกว่ารัฐบาลนี้ คอร์รัปชัน องค์กรอิสระในเยอรมัน องค์กรภาคเอกชนสํารวจนักธุรกิจ ท่านประธานครับ ผมถามท่านประธานว่าเมื่อรัฐบาลมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลหารายได้ไม่เป็นก็ต้อง กลับมาขูดรีดจากประชาชน พรรคประชาธิปัตย์เคยมีนโยบายเรื่องไม่เก็บภาษีสรรพสามิต ถ้ากระผมจําไม่ผิด ถ้าผิดต้องขอโทษ รัฐบาลของท่านเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันเพิ่มขึ้น ลิตรละ ๓ บาท เขาเรียกว่า รีดเลือดกับปู ภาษีส่วนนี้รัฐบาลเก็บได้ ๑๓,๙๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ อย่าไปภูมิใจ อย่าไปดีใจ เป็นวิธีการสกปรก เป็นวิธีการข่มเหงรังแกพี่น้อง ประชาชน ต่อมาผมบอกท่านประธานว่าในสมัยรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ภาษีสรรพสามิต ๓ บาท ไม่เก็บครับ รัฐบาลหาวิธีการเอากองทุนมาอุ้ม เพราะเราไม่อยากให้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ท่านประธานครับ ในระหว่างที่รัฐบาลจัดงบกลางปีเพิ่มเติม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีอ่านโพยครับ บอกว่าปีนี้เงินเฟ้อ ๓.๕ ปีหน้า ๓.๕ ถึง ๔ ตัวเลขเฉี่ยวฉิวครับ ท่านประธานที่เคารพ คนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ท่านจัดงบ เพิ่มเติมในขณะที่สภาพปัญหาทางเศรษฐกิจมีเงินเฟ้อได้อย่างไร เขาไม่ทํากัน เขาทําไม่ได้ เกลี่ยงบตัวอื่นมาใช้สิครับ ท่านประธานต้องรู้เหมือนกับผมรู้ว่าขณะนี้ภาษี ๓ บาท คนด่า ทั้งเมือง วันเลือกตั้งจะเป็นเครื่องตัดสิน สินค้าทุกประเภทเพิ่มขึ้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ไข่ไก่แพง ใช้เงินฟุ่มเฟือย ไปเอา ๖๙ ล้านบาท ไปจ้างบริษัทอะไรมาแพลน (Plan) ให้ และสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่ไหน สํานักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ไหน หรือมัน โง่กันทั้งกระทรวงการคลัง ต้องไปเสียเงิน ๖๙ ล้านบาท นี่มันเงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชน ไข่ไก่แพง น้ํามันปาล์มแพง น้ํามันพืชแพง ข้าวสารแพง เนื้อสุกรแพง นมสดแพง นมผงแพง กระเทียมแพง น้ําตาลทรายแพง ยาสามัญประจําบ้านแพง น้ํายาล้างจานแพง ผงซักฟอก สบู่ แชมพู ผ้าอนามัย แม้แต่บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป และอาหารกระป๋อง แพง รู้ไหมท่านนายกรัฐมนตรีว่ามันแพงจริง ๆ สุกรเนื้อแดงเมื่อก่อน ๖๗ บาท สมัยท่านสมชาย อยู่ที่ ๙๒ บาท หมูเนื้อแดง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยเดินตลาดเหมือนผมเดิน ผมว่างขับรถ พาหลานไปเดินตลาด หมูเนื้อแดงวันนี้ท่านทราบไหมครับราคาของท่าน ๑๙๐ บาท ต่อกิโลกรัมครับ นายกรัฐมนตรีเอาแต่กินนี่ ให้แม่บ้านทําอย่างเดียว ให้คนใช้ไปซื้อเลยไม่รู้ราคา ๑๙๐ บาทต่อกิโลกรัมครับ สมัยท่านสมชายเขาอยู่ที่ ๙๒ บาท ยุคท่านหมูแพงกว่ายุคผม ๙๘ บาท อย่างอื่นแพงหมด ต่อมาน้ํามันราคาแพง ดีเซลปรับสูงขึ้น ๘ เปอร์เซ็นต์ อ้างตลาดโลกเพิ่ม รัฐบาลได้ขึ้นภาษีน้ํามันอย่างมากมาย ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ น้ํามันราคา ๘๐-๙๐ เหรียญต่อบาเรลครับ สมัยพวกผมเป็นรัฐบาล ๑๔๗ เหรียญต่อบาเรล แต่เราไม่เก็บภาษีสรรพสามิต เรากลัวประชาชนเดือดร้อน ผมเรียนท่านประธานต่อว่า ผมไปคุยกับพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่ บอกเงินเฟ้อ ๓-๓.๕ พี่น้องประชาชนบอก คุณเฉลิม คุณอธิบายนิดหนึ่ง ผมบอกผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์แต่ผมอธิบายได้ เงินเฟ้อ คืออะไรครับ ท่านผู้ชมทางบ้าน เงินเฟ้อก็คือว่าประชาชนซื้อของได้ในปริมาณเท่าเดิม ค่าของเงินลดลง แต่จํานวนเงินเพิ่มขึ้น สินค้าแพงขึ้น เชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีรู้ เมื่อเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้น สินค้าเพิ่มขึ้น ธนาคารชาติขึ้นดอกเบี้ยครับ นี่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่รอบคอบ พอขึ้นดอกเบี้ยก็ ๒ ขาครับ ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยเงินกู้ คนยากคนจนก็ต้องกู้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังโยนภาระให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจน ผมจะบอก ท่านประธานว่าในทางเศรษฐศาสตร์ ในทางเศรษฐกิจ เมื่อนายกรัฐมนตรีมีเม็ดเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสู่ระบบการเงิน นักลงทุนตาวาวครับ พอมีเงินแสนล้านบาท เข้าสู่ ระบบ เขาจะมีการปรับเพิ่มราคาสินค้าอย่างแน่นอน เพราะเงินมันเข้ามาอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะบอกว่าเป็นการซ่อมแซมผลกระทบจากภัยพิบัติ ผมถามท่านประธานไปถึงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเคยให้สัมภาษณ์ไหม ผมจําได้ว่า ท่านบอกจะเอางบส่วนอื่นที่มีอยู่มาแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่เกิดจากผลกระทบ ผมเข้าใจ มีนายกรัฐมนตรีว่าภัยพิบัติไม่มีใครอยากให้เกิดหรอกครับ แต่เกิดขึ้นแล้วมันต้องแก้ไข ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาตั้งยาว เพราะรัฐบาลท่านคอร์รัปชัน ท่านตกเขียวพรรคร่วม พรรคร่วมอาละวาด ทุจริต ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่พรรคร่วมรับผิดชอบ ผมเรียนนะครับ ว่าต่อไปนี้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าระบบ นักลงทุนก็จะมีการปรับเพิ่มราคาสินค้า เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนขึ้น คนตกงานครับ ไม่มีภาคการผลิต คนไม่มี งานทํา โรงงานต้องปิด อาชญากรรมเกิด ถ้าอาชญากรรมไม่เพิ่ม นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ทําไม จะให้งบ ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม แปลว่าท่านรู้ ควรรู้ ต้องรู้ และรู้อยู่ในใจว่าอาชญากรรมมันเพิ่ม อาชญากรรมเพิ่ม ง่าย ๆ ครับ ก็คือเศรษฐกิจไม่ดี พวกคนรวยแอบไปลักของในห้าง รวยมันก็ชั่วได้ ไม่ใช่รวยชั่วไม่ได้ ชั่วได้ครับ ต่อมาผมเรียน ท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริง การจัดงบไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ นําเงินในอนาคตมาใช้ โครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏในหนังสืองบประมาณรายจ่ายประจําปี ต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาททุจริต ง่าย ไม่ต้องเปิดประมูล ท่านทําไปเถอะ ทุจริต ผมไม่คิดว่าท่านโง่ ผมไม่คิด แต่มันเปิดช่อง รัฐบาลชุดท่าน ด้วยความเคารพท่านประธาน รัฐบาลชุดท่านหลายคน เดินเข้าไปทําบุญในโบสถ์ ออกจากโบสถ์พระต้องตรวจค้นร่างกาย กลัวขโมยพระออกมา เพราะมันทุจริตทุกช็อต ไปทําบุญแท้ ๆ ออกนี่หลวงพ่อต้องล้อมเลย อย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งไป อ้ายนี่มันขโมย อ้ายนี่มันทุจริต เดี๋ยวไปเลียนแบบ ไปคด ไปโกง ไปขโมยในต่างด้าว ชาวต่างแดน หลวงพ่อไม่ยอมหรอกครับ ท่านรู้เลย รัฐบาลชุดท่าน ท่านหาเสียงล่วงหน้า แจกคนชรา แจกคนพิการ แต่ไม่บอกหัวข้อที่แท้จริง ไปบอกกระจาย อํานาจการปกครอง มันใช่ที่ไหน ก็ให้ไปซิ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านประธานครับ เมื่อผม ตรวจสอบโครงการที่บรรจุไว้ในงบประมาณแล้ว จะมีการทุจริตได้เปอร์เซ็นต์ มีไม่กี่บริษัท ผมสรุป ท่านประธานครับ รัฐบาลบิดเบือนตัวเลข ผิดวินัยการคลังอย่างร้ายแรง ตั้งงบประมาณ ในขณะเงินเฟ้อและสินค้าแพง ส่อไปในทางทุจริต เพิ่มหนี้ให้ประชาชน เพิ่มภาระให้ ประชาชน สินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในระหว่างเกิดภัยพิบัติ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเงินงบไทยเข้มแข็งเหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอ่านจากหนังสือนะครับ เพราะท่านนี่เป็นคนไม่ยอมคน เดี๋ยวท่านก็มาพูดลอยหน้าลอยตา ตีหน้าเศร้า เล่าความหลัง เดี๋ยวก็เอาคะแนนไปกินหมด ก็บอกไปก่อนท่านเคยพูด แล้วทําไม ไม่มาเคลียร์งบ ทําไมไม่เอามาใช้ แล้วพูดทําไม ท่านประธานครับ กลางปี ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลว เอาไปทําอะไรครับ เช็คช่วยชาติคนละ ๒,๐๐๐ บาท โครงการต้นกล้าอาชีพ คนไทยเขาทํางานเก่งแต่เขาไม่มีงานทํา ท่านเอาเงินไปจ่ายเพื่อให้ฝึกงาน ผิดฝาผิดตัว เช็คช่วยชาติล้มเหลวจ่ายครั้งเดียวเลิกกันเลย โครงการต้นกล้าอาชีพล้มเหลว ชุมชนพอเพียง ทุจริต รองนายกรัฐมนตรีคนเก่งของท่านทําไมไม่รอให้พวกฝ่ายค้านตรวจสอบล่ะ ลาออกทําไม เหตุผลน้อยไป ลาออกเป็นเลขา น้อยไป แล้ววันนี้ท่านสอบไปถึงไหนแล้วเรื่อง ชุมชนพอเพียงยัดเยียดตั้งราคาสูง ให้พรรคพวก นี่อย่างไร นั่น ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่จะเอามาอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงบอกว่าก็ไม่ให้ ไม่เห็นด้วย ๒,๐๐๐ บาทเช็คช่วยชาติ ล้มเหลว โครงการต้นกล้าอาชีพล้มเหลว ชุมชนพอเพียงทุจริต เรียนฟรี ๑๕ ปีไม่จริง พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเอาเงินไปจ่ายเยอะแยะ เพียงแต่บอกว่าให้บ้าง ๑๕ ปีท่านคิดหรือ ไม่ได้คิด พันตํารวจโท ทักษิณเขาคิด เขาคิด ๑๒ ปี ท่านมาเติม ๓ ปี ต้องรับสภาพความเป็นจริงว่า พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก ท่านต้องรับสภาพความเป็นจริง

ต่อไปเรื่องสุดท้าย การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ แค่ตั้งนะโมเท่านั้น โหมโรงเท่านั้น ชาวชนบทมันออกมาคัดมาค้าน เหลวแหลกใช้ไม่ได้ สุดท้ายก็เลิก ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ ๕ นโยบายล้มเหลวหมด คราวนี้ผมรู้ ผมอ่านหนังสือรู้ ผมดูงบประมาณเป็น ท่านจะไปพัฒนาแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ แต่พวกผม ไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดท่าน เพราะพวกท่านทุจริต ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓ ๖ ๑๘ เศษ ๑๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงิน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาทที่จะคดโกงจาก งบประมาณ ไม่ใช่ผมพูดคนเดียว หน่วยงานที่เกี่ยวมาเขาบอก ท่านประธานที่เคารพ ภัยพิบัติ เท่าไร ใช้หนี้เท่าไร มีครบ ผมไม่ต้องลงรายละเอียดด้วย งบประมาณของท่านเงื่อนงํา น่าสงสัย ไม่สมเหตุสมผล อ้างภัยพิบัติบังหน้า เพราะฉะนั้นจะหาเปอร์เซ็นต์จากการทํางาน ไม่ได้ก็ต้องใส่มาอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดรองรับ ย้ําอีกครั้งหนึ่ง ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ทุจริตได้ง่าย ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เป็นประโยชน์ ของนักการเมือง เป็นประโยชน์ผู้รับเหมาที่อยู่กับพรรคการเมืองบางพรรค และนักการเมือง บางคนที่อยู่ในรัฐบาล รัฐบาลมีเงินพอเกลี่ยอยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องตั้งงบ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าการจัดทํางบประมาณครั้งนี้จะทําให้รัฐเป็นหนี้มากขึ้น ผมยืนยันจาก เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ฉบับที่ ๑ สีฟ้า หน้า ๗ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร เก็บภาษีเกินเป้า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ได้ เดือนธันวาคมลด หนี้เพิ่ม ผมเรียนท่านประธานต่อ ถ้าท่านเก็บภาษีเพิ่มไม่ได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือได้แต่ไม่ถึง นายกรัฐมนตรีจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ก็ต้องกู้ กู้คือหนี้ในอนาคตใช่หรือไม่ใช่ ทั้ง ๆ ที่ผม วิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุด้วยผล แต่ถ้ารัฐบาลเก็บได้ก็โชคดีของท่าน ท่านก็ได้แต้มไป พวกผม ก็เสียแต้ม วันนี้มันฟันธงระหว่างมุมแดงกับมุมน้ําเงิน มองกันคนละมุม เห็นกันคนละด้าน ไม่มีใครผิดครับ กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านคิดอย่างนี้ถูกไหม ผมคิดอย่างนี้ถูก หรือผิด ผมเรียนต่อนะครับว่าเมื่อรัฐบาลเก็บภาษีไม่เข้าเป้า รัฐบาลจะทําอย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสถานการณ์ที่ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาชนกําลังเดือดร้อน นักธุรกิจที่ทํางานกับ รัฐบาลต้อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้รัฐบาลของท่าน ท่านประธานครับ ท่านบอกว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เศรษฐกิจขยายตัว ปีนี้ลดลงจาก ๗.๙ เหลือ ๓.๕ ถึง ๔.๕ ต่ํากว่าปีที่แล้ว เมื่อความขยายตัวลดน้อยลง แล้วท่านนายกรัฐมนตรีมั่นใจ ได้อย่างไรจะเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณอ้างภัยพิบัติบังหน้า ส่อไปในทางทุจริต ประชาชนไม่ได้อะไร งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผมบอก ไปแล้ว ถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมแล้วเอาเงินไป ต่อไปก็กระทรวงคมนาคมไม่น่าให้ กระทรวงมหาดไทยใช้ไม่ได้ ไว้วางใจไม่ได้ เข้าโบสถ์ก็ต้องตรวจ ค้นตัว เดี๋ยวขโมยพระ ออกจากโบสถ์ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ๑,๑๙๘.๙ ล้านบาท ถือว่าได้งบประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับ จากเอกสารเล่มสีฟ้า ฉบับที่ ๒ หน้า ๔๑ ข้อ ๒ รายละเอียดในโครงการไม่มีครับ รัฐมนตรีจ๋อย ๆ ท้าฝ่ายค้าน ผมบอกเลยตอบให้ได้สิ ทําไมงบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท งบไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท นี่ล่ะช่องทาง หากิน ต่อไป ค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้าง มีราคา ต่อหน่วยต่ํากว่า ๑๐ ล้านบาท รวม ๒,๔๔๘ หน่วย เอกสารเล่มสีฟ้า ฉบับที่ ๒ หน้า ๔๙ ผมอ่านเป็น ไม่ต้องมาสอนผมหรอก ผมอ่านงบประมาณตั้งแต่พวกท่านอยู่ไหนกันยังไม่รู้ กระทรวงการคลังไม่ได้เป็นคนทําหรอกครับท่านนายกรัฐมนตรี งบประมาณเขาทํา อวดดี ถือเด่น คลังทํางบประมาณ ไปพูดที่อื่นอย่ามาพูดที่นี่ ท่านจะเห็นนะครับ ๒ กระทรวงนี่ กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทย เอาไป ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากที่ท่านเหลือ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ อย่างนี้ไม่ถือว่าซื้อพรรคภูมิใจไทยล่วงหน้าแล้วท่านจะให้ผม คิดอย่างไร ท่านจะบอกว่าประชาชนเดือดร้อน ผมเข้าใจ ก็ทําไมต้องให้กระทรวงมหาดไทย แจกล่ะ คุณอิสสระ สมชัย เขาก็แจกเป็นนี่ หรือพรรคประชาธิปัตย์รู้แล้วว่าทําอย่างไรก็ได้แค่นี้ คะแนนเลยให้พรรคภูมิใจไทยไป ให้ปีกกล้าขาแข็ง ให้มีกําลัง ท่านประธานที่เคารพ ผมถามว่าท่านตั้งงบกลางปีครั้งนี้สุดท้ายแล้วประชาชนได้อะไร ไม่มี ผมเรียนสรุปอีกที เงินที่เหลืออยู่พอเกลี่ยมาใช้ได้ พอเกลี่ยมาทําได้ ถ้าไม่หวังเปอร์เซ็นต์ ไม่หวังการทุจริต จากงบกลางปี ผมมีเหตุผลสนับสนุนจากอธิบดีกรมบัญชีกลางได้แถลงข่าวว่าผลการ เบิกจ่ายเงินภาครัฐประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ สิ้นเดือนมกราคม ปรากฏว่าเงินงบประมาณรายจ่ายมีการเบิกจ่ายเงินในภาพรวมจํานวน ทั้งสิ้น ๗๗๓,๙๘๐.๔๒ บาท หรือเบิกไปเพียง ๓๗.๓๙ เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นรายจ่ายประจํา ๖๖๖,๓๘๖,๐๐๐,๐๐๐.๒๙ บาท ร้อยละ ๓๘.๖๓ สําหรับรายจ่ายการลงทุน ๑๐๗,๕๔๙,๐๐๐,๐๐๐.๑๓ บาท หรือเป็นร้อยละ ๓๑.๒๑ เปอร์เซ็นต์ เบิกใช้จ่ายไปเพียง ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นี่อธิบดีกรมบัญชีกลางแถลง ไม่ใช่ผม เสร็จเรียบร้อยยังมีเงินเหลือ เบิกจ่ายอีกมาก ผมถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าเพราะอะไรจึงไม่นํางบประมาณรายจ่าย ที่ยังเหลืออยู่มาเกลี่ย มาปรับปรุง มาเปลี่ยนแปลง เพราะท่านนายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ท่านนายกรัฐมนตรีส่งไปงบประมาณให้เขาปรับปรุงแก้ไข ท่านหวังว่าท่านเก็บเกินได้ แต่จริง ๆ มันอาจจะไม่แน่ ขอเรียนท่านประธานนะครับว่างบไทยเข้มแข็ง อนุมัติ ๒ รอบ กรมบัญชีกลางเขารายงานว่าผลการเบิกจ่ายมีการชะลอตัวช่วงปลายปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เนื่องจากต้องเร่งใช้จ่ายงบประมาณประจําปีไปก่อน เพราะงบไทยเข้มแข็ง ท่านออกพระราชกําหนด ๔ แสนล้านบาท ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจําปี จึงฟิก (Fix) เอาไว้ เก็บไว้ทําไม ท่านประธานครับ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ วันวาเลนไทน์ (Valentine) วันแห่งความรัก โครงการไทยเข้มแข็งที่ตั้งกรอบโครงการเอาไว้ คิดเอาไว้ ๑.๔ ล้านล้านบาท อนุมัติโครงการไปแค่ ๔๙๑ โครงการ ไม่หมด ไม่ครบ เงินเหลือ ผมเรียนท่านประธาน โครงการไทยเข้มแข็ง ท่านนายกรัฐมนตรีภูมิใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน คนมีงานทํา คนมีรายได้ เก็บภาษีได้ โรงงานมีภาคการผลิต มีเรียล เซคเตอร์ คนไม่ตกงาน อาชญากรรมลด เอาเข้าจริงไม่มีอะไรเป็นจริง

ต่อไปผมคงสรุป เพราะใช้เวลารัฐบาลไม่มากครับ ใช้เวลาพวกผมมากไป เกรงใจเขา และพรรคพวกเขาก็บอกว่าให้ผมใช้เต็มที่ แล้วจะอนุญาตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ท่านประธานที่เคารพ ผมฝากเรียนไปทางนายกรัฐมนตรีว่า มุมมองของผม นี่คือมุมมองพรรคเพื่อไทย ท่านไม่ต้องให้ลูกหาบท่านออกมาเอะอะระราน ทุกเสาร์ ทุกอาทิตย์หรอก มีมารยาทเสียบ้าง พรรคใครพรรคมัน พรรคเพื่อไทยจะมีหัวหน้า หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตบปากลูกพรรค ไปเกี่ยวอะไรกับเขา ก็เขาจะเอาอะไร ก็ไปมีปัญหา นี่ขนาดไม่มีผู้นําฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจ ๒ หน หนแรกก็เรื่องยุบพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ หนที่ ๒ ก็รัฐบาลแตกกระสานซ่านเซ็น ต้องปรับ ครม. หนที่ ๓ ก็เป็นหน้าที่คนอื่น ผมจะยืนดู และผมบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าที่ผม วิพากษ์วิจารณ์ผมก็ใช้สติปัญญาของผม ที่เอารายละเอียดจากที่รัฐบาลแถลง รัฐบาลใช้เงิน และรายละเอียด ๔ เล่มนี้ครับ และผมมาวิเคราะห์ วันข้างหน้าจะเป็นการพิสูจน์ วันข้างหน้า จะเป็นการชี้ชัดว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี ๒๕๕๔ เอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาว่าไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรี แถลงประกอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ผมบอกปีนี้มาผิดฟอร์ม อ่านอย่างเดียว แต่ดีนิดหนึ่งไม่ตะกุกตะกัก เมื่อก่อนไม่อย่างนี้ เมื่อก่อนแน่น สมาร์ท พูดเสร็จพรีเซนท์ประกอบ อ่านเอกสารเสร็จ ตอนเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พวกผมเรียนท่านประธาน ไม่เคยอิจฉาท่านนายกรัฐมนตรีนะ ใครจะโชคดี เท่าท่าน ๙๑ ศพตาย อยู่ได้ บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ กว่าคน อยู่ได้ พันธมิตรสมัยผมยึดทําเนียบ อ้ายนี่มันได้อยู่ข้าง ๆ ทําเนียบ ใครจะโชคดีเท่าท่าน นายกรัฐมนตรีอยู่ไปเถอะ อย่าไปพูด เรื่องยุบสภา อยู่ไปเถอะ แต่งตั้งข้าราชการเมษายนอีกรอบหนึ่ง ทํางบประมาณปี ๒๕๕๕ แต่งตั้งตุลาคม แล้วไปสู่สนามเลือกตั้ง ผมไม่ได้อิจฉานะ ผมเล่นการเมืองกับท่านในสภานะ นอกสภาจะให้สัมภาษณ์แต่ละครั้ง ผมรักษาระยะห่างนะ มีแต่ลูกหาบท่าน ยุ่ง ไม่เคย อภิปรายในสภา ไอ้พวกมวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ผมเรียนท่านประธานอีกครั้งว่าผมจึง ไม่เห็นด้วยที่งบประมาณรายจ่ายกลางปี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อกี้นายกรัฐมนตรีฟังไม่ชัด ผมด่าลูกหาบท่านว่าผมไม่ได้โต้เถียง เพราะไอ้ประเภทพูดนี่ มวยไม่มีราคา ม้าไม่มีชั้น ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ