สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีหน้า โดยวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของรัฐบาลที่ 100,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามหน้าที่ โดยไม่ให้กระแนะกระแหน และชัดเจนในการจัดสรรเงิน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณบรรดาสมาชิกพรรคที่ได้กรุณาอนุญาตให้ผมได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ งบประมาณรายจ่ายประจําปีที่รัฐบาลเสนอในวันนี้ ในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอนุญาตให้ผมใช้เวลาได้พอสมควร ผมก็ขออนุญาตกราบขอบพระคุณไว้ในเบื้องต้น ท่านประธานครับ พวกผมที่ได้อธิบายความเรื่องงบประมาณ แล้วก็วิเคราะห์ เราไม่ได้ คิดขึ้นเองหรอกครับ มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลนําเสนอ แต่เป็นมุมมองไม่ตรงกันของคนที่ วิเคราะห์งบประมาณ ผมเรียนท่านประธาน พี่น้องประชาชนชมการถ่ายทอดโทรทัศน์ รัฐบาลโกหกทุกวันครับ ที่บอกว่ากระทรวงการคลังจัดทํางบประมาณมันไม่ใช่ การจัดทํา งบประมาณเป็นหน้าที่ของสํานักงบประมาณ กระทรวงการคลังไม่เกี่ยว คุณมีหน้าที่หาสตางค์ แล้วเอาให้งบประมาณเขาจัดทํา บ้านเราเรียนระบบอเมริกา สํานักงบประมาณขึ้นต่อ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่ว่าประเทศอังกฤษสํานักงบประมาณขึ้นกับกระทรวงการคลัง บังเอิญผมโชคดี สมัยเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้รับผิดชอบงาน สํานักงบประมาณ ๓ ปี บรรดาบิ๊ก ๆ ในสํานักงบประมาณรู้จักกันทั้งนั้นล่ะครับ เขามีความ ชํานิชํานาญในการจัดทํางบประมาณ ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการคลัง จากนี้ต่อไป หยุดโกหกต่อพี่น้องประชาชนได้แล้ว งบประมาณรายจ่ายมันเป็นศาสตร์ ๓ ศาสตร์

ศาสตร์แรกเป็นเศรษฐศาสตร์ เพราะว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน

ศาสตร์ที่ ๒ เป็นรัฐศาสตร์ เพราะต้องผ่านรัฐสภา ผ่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ผ่านวุฒิสมาชิก

ศาสตร์ที่ ๓ เป็นนิติศาสตร์ เพราะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ ฝ่ายค้าน กินแกลบหรือเปล่าครับ เปล่าเลยครับ เรากินข้าว รัฐบาลส่งเอกสารมาให้ ๔ เล่ม เล่มแรก ก็ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ มี ๑๓ มาตรา นายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วเอาข้อมูลที่ไหน เขาจะวิเคราะห์ต่อไป ก็เอาที่นายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อเช้า เอาที่รัฐบาลเสนอมาในเอกสาร ในเล่มขาว เล่มที่ ๒ ท่านบอกว่าบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณปี ๒๕๕๔ ท่านวิเคราะห์อย่างนี้ ฝ่ายค้าน มีเหตุผลครับ ผมไม่วิเคราะห์ตรงกับท่านก็ได้ ตํารวจจับครับ ไม่ใช่ แต่ประชาชนเขาจะตัดสิน กลุ่มนี้ เลอะเทอะ เฟอะฟะหรือ เขาวิเคราะห์อย่างนี้ กลับไปวิเคราะห์อย่างนี้ สุดท้ายความเป็นจริง จะปรากฏว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับพรรคเพื่อไทยพวกผม ใครวิเคราะห์ ได้ดีกว่ากัน อย่ามากระแนะกระแหนเลยครับว่าเราไม่มีหัวหน้าพรรค อย่ากระแนะกระแหนเรา ไม่มีผู้นําเราทํางานของเราได้ครับ นี่มันเรื่องพวกผมครับ ไม่ใช่เรื่องพวกท่าน ไม่ใช่เรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องคนที่ชอบคลิติไซร์ (Criticize) มันเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยเพื่อคุณครับ

ผมเรียนท่านประธานต่อ อีกอันหนึ่งเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปีงบประมาณ (ฉบับที่ ๑) รัฐบาลก็รายงานมาถี่ยิบ เราก็ดูเราวิเคราะห์ เราเห็น ไม่ตรงกัน อีกอันหนึ่งก็เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ (ฉบับที่ ๒) ถ้าลงลึกในรายละเอียดจะรู้เลยรัฐบาลชุดนี้คอร์รัปชัน ลงลึก ในรายละเอียดจะรู้ ท่านตั้งงบประมาณล่อหลอก ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็น เป็นเบื้องต้นก่อน บอกว่ากระจายอํานาจการปกครองสู่ท้องถิ่น เขียนหัวไว้เท่านั้นแหละครับ เราก็หาไม่เจอ ปรากฏว่าเอาเงินไปให้คนพิการ ก็บอกสิครับ เบี้ยยังชีพคนชรา ๕๐๐ คน คน พิการ ๕๐๐ คนปฏิบัติการไม่เสร็จภายใน ๖ เดือน แล้วทําไมไปเขียนว่ากระจายอํานาจการ ปกครองสู่ท้องถิ่น ถ้าดูผ่านอย่างนั้นก็นึกว่าเป็นการพัฒนาประชาธิปไตย การแบ่งอํานาจ นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ผู้อื้อฉาว ผู้ถูกกล่าวหามากที่สุด ไปสู่ท้องถิ่น แต่เอาเข้าจริงปรากฏว่าจํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ เอาไปไหนครับ เอาไปให้คนพิการ ผมไม่อิจฉาคนแก่ ผมไม่อิจฉาคนพิการ พรรคเพื่อไทยไม่อิจฉา ไม่คิดอะไรเลย ก็บอกตรง ๆ สิครับ หรือกลัวเขารู้ว่าตรงนี้ต้องให้พรรคภูมิใจไทยไปซื้อเสียงเพื่อจะได้ ร่วมรัฐบาลชุดหน้า กลัวอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะครับ ถ้าไม่กลัวก็บอกไปตรง ๆ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าจากการวิเคราะห์เอกสาร ๔ เล่ม ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง เมื่อเช้า ผมบอกท่านประธานว่าข้อบกพร่องและความไม่เหมาะสมของงบประมาณ กลางปี ๒๕๕๔

๑. รัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริงตัวเลขในการเก็บภาษี เดี๋ยวผมจะอธิบาย ในรายละเอียด

๒. ไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์การจัดทําครั้งนี้ ในขณะที่บ้านเมือง มีเงินเฟ้อ ๓ ถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นการประมาณการค่อนข้างต่ํา

๓. เป็นการนําเงินในอนาคตมาใช้ และขาดรายละเอียดของโครงการ

๔. จากโครงการต่าง ๆ เน้นเรื่องแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ ไม่มีงบกระตุ้น เศรษฐกิจ ทั้ง ๆ งบประมาณคนอื่นยังพอเกลี่ยได้ ทําไมไม่ทํา หรือมันมีน้อย หรือมันใกล้ เลือกตั้ง หรือเตรียมเลือกตั้ง หรือตกลงล่วงหน้า จึงเอาเค้ก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทมาแบ่งกัน

๕. เป็นการเน้นการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและ หาเสียงล่วงหน้า

ผมฟันธงยืนยันตรงนี้ ให้เบี้ยยังชีพคนชราผมไม่ขัดข้อง ให้คนพิการ ผมไม่ขัดข้อง เรื่องอย่างนี้ให้เบี้ยยังชีพคนชรา แปลว่าเพื่อความมั่นคงทรัพยากรมนุษย์ ให้คนพิการก็ให้เถอะ ตั้งหัวข้อก็โกหก รัฐบาลชุดนี้โกหกใครได้ แต่โกหกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หรอกครับ เราอ่านเป็นครับ เราหูหนวก เราเห็นครับ แล้วบอกท่านประธานต่อว่า เขาบอกเลยว่า กําหนดให้ดําเนินการภายใน ๖ เดือน นี่คือข้อบกพร่อง ๕ ข้อ ถามว่าทําไม ผมมีแนวคิดอย่างนั้น ผมจะบอกท่านประธาน เมื่อเช้าที่นายกรัฐมนตรีแถลงจ๋อย ๆ ผมนั่งดู ที่บ้านเรียบร้อยครับ นั่งแล้วก็ฟัง นั่งแล้วก็ดู นั่งแล้วก็วิเคราะห์ แล้วผมก็จดรายละเอียด มาช้าไปนิดหนึ่งเขาบอกคิวขึ้นบ่ายสองโมง ก็ปรากฏว่าแปลกใจมาก ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาผิดฟอร์ม (Form) ถ้าพูดตรงนี้ท่านประธานไม่เข้าใจ พูดตรงนี้ผมแฟร์ (Fair) หรือเปล่า พูดตรงนี้พี่น้องประชาชนทางบ้านรู้ไหมครับ ไม่รู้ครับ ผิดฟอร์มอย่างไรครับ เมื่อเช้า เอาเอกสารมาอ่านอย่างเดียวครับ จิ้มพรวด จ้ําพรวด ๆ ไอ้นั่นไว้หนีม็อบ (Mob) เสื้อแดงกับ เสื้อเหลืองครับ กรณีมีมาแถลงงบประมาณต้องเหตุผลประกอบ จะเอาเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นงบเพิ่มเติมต้องอธิบายความครับ ต้องบอกครับ ท่านอ่านอย่างเดียว สมัยเป็น ฝ่ายค้านหน่วยก้านดี โอ้โฮ ยืนยันแถลงอ่านออกมาจากมันสมอง จากความคิด ความรู้ ผมเคยนั่งดูก็ชื่นชม เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ พอแถลงเสร็จ พรีเซ้นท์ (Present) ใหม่ รายละเอียด หมด ปรากฏว่าเมื่อเช้าอ่านอย่างเดียวครับ ต้องกลับไปต่อว่าไอ้คนเขียนสคริปท์ (Script) ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ผมเป็นนักกฎหมาย แต่บังเอิญได้เรียนมินิ เอ็มบีเอ (Mini MBA.) มา ๗ เดือนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีสรุปเศรษฐกิจปี ๒๕๕๓ ท่านบอกเศรษฐกิจ สมัยท่านปี ๒๕๕๓ ขยายตัว ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ การส่งออก ๒๑.๖ เปอร์เซ็นต์ การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ถ้าฟังตรงนี้ โอย รวยแล้ว ๆ นายกรัฐมนตรีให้ดูหนังครึ่งม้วน ซีดีของท่านเก็บไว้เถอะ พวกผมได้มาไม่ดูหรอกครับ เพราะเรารู้ว่าท่านไปทําจริง แต่ที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์เพราะรัฐบาลชุดนี้ทุจริตคอร์รัปชันมาก ที่สุด นี่ถึงต้องวิเคราะห์ ท่านประธานครับ พอปี ๒๕๕๔ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ปี ๒๕๕๓ บอกโต ๗.๙ ปี ๒๕๕๔ บอกว่าเศรษฐกิจขยายตัว ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เงินเฟ้อ ๒.๕ ถึง ๓.๕ ท่องเที่ยวขยายตัว รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจสําเร็จ รัฐบาลพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มผลผลิต การเกษตร รายได้เกษตรกรดีขึ้น และเป็นห่วงราคาน้ํามัน เป็นห่วงประเทศคู่แข่ง ท่านบอก นะครับ และผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมเอามาจากไหนครับที่จะวิเคราะห์ต่อไปนี้ ที่นายกรัฐมนตรีพูดเมื่อเช้าบอกว่ารัฐบาลแถลงนโยบายในรอบ ๒ ปี ผมบอกท่านประธาน รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากได้แชมป์ (Champ) การทุจริตแล้ว บริหารราชการ ประสบผลสําเร็จเพียง ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เบี้ยยังชีพคนชรา เรื่องที่ ๒ เบี้ยยังชีพคนพิการ นี่เอาไปให้กระทรวงมหาดไทย ผมมีสิทธิกล่าวหานะครับว่าเอาใจพรรคภูมิใจไทย กลัวเขา ไม่ร่วมรัฐบาลด้วยในสมัยหน้า ทําไมไม่เป็นหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ชื่อมันสอดคล้องรองรับกับงบประมาณที่จัด ไม่ต้องมาบอกหรอกครับว่า ท้องถิ่นมันรู้จักดี ก็เอารายละเอียดจากท้องถิ่นมาก็ได้ และกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นคนเอาเงินไปแจก กล่าวหาไว้เลย ซื้อพรรคการเมืองล่วงหน้า และพรรคการเมืองบางพรรคเมื่อได้เงินล่วงหน้าก็มีเงินไปใช้จ่าย ดูด ๖๐ ล้านบาท งบประมาณต่างหาก ๒๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท ทุจริตที่สุด ผมเรียนท่านเลยว่า นายกรัฐมนตรีแถลงผลงาน ๒ ปี ท่านบอกเงินประกันรายได้เกษตรกร เรียนฟรี ๑๕ ปี ถามว่าเรียนฟรี ๑๕ ปี คิดเองไหม ไม่ใช่ เอามาจากไหนครับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คิดไว้เรียนฟรี ๑๒ ปี แล้วมาต่อยอด ทําไมไม่บอกล่ะ เลียนแบบมาจาก พันตํารวจโท ทักษิณ อายทําไม บอกสิครับ ขออนุญาตต่อไปนะครับว่ากรณีคนว่างงานลดลง ท่านลอยหน้าลอยตา บอกเป็นผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่ มาจากความแข็งแกร่งภาคเอกชน ผมถามท่านประธาน ไปถึงคุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เคยตั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยวสักร้านหนึ่งไหมถึงบอกว่าเก่งทาง เศรษฐกิจ ไม่มี ก็ภาคเอกชนเขาแข็งแกร่ง เขามีการสร้างงาน มีการจ้างงาน มี เรียล เซคเตอร์ (Real Sector) ภาคการผลิต คนมีรายได้ก็เสียภาษีเพราะมีเงินจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการ มีภาคการผลิตก็มีรายได้ ก็เสียภาษี รัฐบาลเก็บภาษีได้ มันต้องเป็นระบบครบวงจร ไปดีใจ โอ๊ย คนว่างงาน นายกรัฐมนตรีอวดอ้างว่า ท่านพูดเมื่อเช้าครับ ผมเลยต้องขอเวลาเขา มากนิดหนึ่ง เขาบอกเอาเลย ๆ คุณเฉลิม พรรคพวกให้ นายกรัฐมนตรีบอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ส่งออกเพิ่มขึ้น ๒๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ในความเป็นจริงท่านประธานทราบไหมครับ เป็นการส่งออกสินค้าอะไร ไม่ใช่ เรียล เซคเตอร์ ที่เกิดในเมืองไทย ภาคการผลิตในเมืองไทย ไม่ได้เป็นผลผลิตการเกษตรที่ส่งออกมากและได้เงินเข้ามา นายกรัฐมนตรีไม่พูดความจริง ต่อพี่น้องประชาชน เพราะเป็นการส่งออกรถยนต์ เป็นการส่งออกอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic) เป็นการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมย้ํากับท่านประธานให้พี่น้องประชาชนได้รู้ สินค้า ๓ ประเภทสั่งวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ เราเสียเงินส่วนมากเพื่อซื้อวัตถุดิบแล้วก็มา ประกอบการ เพราะแรงงานบ้านเราต่ํา นักลงทุนมาลงทุน แล้วก็มีการประกอบ ผลิตเสร็จ ส่งไปขาย พอหักลบกลบหนี้เงินเหลือถึงมือคนไทยนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นท่านพูดครึ่งเดียว ขอเรียนท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าพัฒนาคุณภาพ พื้นฐาน เกษตรกรมีรายได้ ไม่เป็นความจริงครับ ยางพารา ๑๘๓ บาทต่อกิโลกรัม เหตุที่แพง เพราะน้ําท่วมสวนยางเสียหายหลายล้านไร่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าปี ๒๕๕๓ เศรษฐกิจ ขยายตัว ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันครับท่านประธาน ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่เป็นเพราะว่านักธุรกิจภาคเอกชนเขามองว่ารัฐบาลชุดนี้มีตัวช่วยเยอะ รัฐบาลชุดนี้ มีอํานาจพิเศษในการสนับสนุน เขามองเห็นอนาคตรัฐบาลว่าไม่มีใครล้มล้างได้ ไม่เหมือน รัฐบาลชุดพวกผม ทําเนียบรัฐบาลยังไม่มีให้ประชุม ครม. เสื้อเหลืองไล่ ผมไปจังหวัดกระบี่ ตามล่า ตามฆ่าเกือบตาย ประชุม ครม. ที่ดอนเมืองก็ส่งคนไปจะจับผม ผมหลุดออกมาได้ก่อน ความมั่นใจของพี่น้องประชาชนในรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย นักธุรกิจไม่มั่นใจ ไม่กล้าลงทุน แต่มาถึงรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัวช่วยเยอะ หลายหน่วยงาน มือที่มองเห็น มือที่มองไม่เห็น อํานาจพิเศษเข้ามาสนับสนุนรัฐบาล จึงสร้างความมั่นใจให้กับ นักธุรกิจเขามีสมาธิในการลงทุน ไม่ใช่เติบโตเพราะนายอภิสิทธิ์บริหารราชการแต่อย่างใด ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่จริงครับ ทําไมผมบอกไม่จริง ถ้าบอกไม่จริง แล้วผมนั่งอยู่ตรงนี้ ท่านประธานบอก เอ๊ะ คุณเฉลิมบอกไม่จริงได้อย่างไร เหตุที่ผมบอก ไม่จริง เพราะการนําเงินงบไทยเข้มแข็ง ๑.๔ ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็ว ที่สุดไม่ประสบผลสําเร็จ ใช้งบไปน้อยมาก เหตุผลเพราะว่ารัฐบาลไม่มีโครงการ ไม่มี รายละเอียด สะท้อนถึงความไม่พร้อมของรัฐบาล ผมสรุปตรงนี้เบื้องต้น ที่แถลงมาของ ท่านนายกรัฐมนตรีแตกต่างจากความเป็นจริง ผมมีเหตุผลรองรับ คือรัฐบาลได้สนับสนุน งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยคุณอภิสิทธิ์จําได้ว่าน่าจะเป็น คนแถลงเอง หรือโฆษกท่านแถลง ท่านต้องการลดปัญหาอาชญากรรมโดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานคร ลดให้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ เรื่องนี้คนเคยเป็นตํารวจอย่างผม บอกรัฐบาลคิดอย่างนี้รัฐบาลเชย รัฐบาลไม่รู้เรื่อง เพราะการบังคับใช้กฎหมาย ลอว์ เอนฟอร์ซเมนท์ (Law Enforcement) ไม่ต้องเป็นนโยบาย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้เป็นนโยบายแล้วใช้ ๒๐๐ ล้านบาท ให้ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อ้ายนี้มันฟ้องในตัวว่ารัฐบาล ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดี ความผิดฐานลัก วิ่ง ชิง ปล้น กรรโชก ยักยอก ลักทรัพย์สิน มันจะไม่เกิด เพราะคนมีสตางค์ คนมีสตางค์ไม่มีใครคิดชั่ว ไม่เหมือนกับคนบางคนร่ํารวยแล้วยังขโมยของจากเขา นั่นมันเป็นความชั่วเฉพาะตัว นั่นเป็นความเห็นแก่ตัว นั่นไม่มีหิริโอตัปปะ แต่การจะแก้ไขปัญหาบอกว่าแก้ปัญหา อาชญากรรม แปลว่าในเนื้องานรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่แถลง เป็นการแถลงโดยเขาเขียนให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนท่านประธาน วันนี้ เป็นโอกาสที่พวกผมได้แสดงวิสัยทัศน์ เป็นวิสัยทัศน์สมาชิกธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ผมไม่เคยคิด มักใหญ่ใฝ่สูง ผมไม่เคยคิดถากถางทุกวัน ถากถางทําไมครับ เพราะผมไม่อยากเป็น ผมอยากเป็นมาแล้วและได้แล้วคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนายกรัฐมนตรี ไปพูดที่ไหนยืนจับโพเดียม (Podium) พูดที่ไหนแล้วทําประเทศเป็นรัฐสวัสดิการเขาเรียก วอร์แฟร์ (Warfare) บังเอิญว่าคนอย่างผมไม่ได้เรียนเมืองนอกนะครับ แต่ว่าไปลี้ภัย ในประเทศเดนมาร์ค ประเทศเขาเป็นรัฐสวัสดิการ เขามีองค์ประกอบต้องเก็บภาษีได้ ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะพูดกับท่านประธานวันนี้ ไม่อยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปพูดจาก่อให้เกิดความสับสนกับพี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไป อีก ๕ ปี อีก ๗ ปี จะทํางบสมดุล ต่อไปจะเป็นรัฐสวัสดิการไม่ได้ครับ ถามว่างบประมาณ มีกี่อย่าง รัฐได้เท่าไรใช้เท่านั้น แปลว่าสมดุล ได้น้อยใช้มาก ก็แปลว่าขาดดุล ถ้าได้มากใช้น้อย ก็แปลว่าเกินดุล มีเท่านี้แหละครับ ไม่ต้องนั่งเครื่องบินไปเรียนที่ไหนก็รู้ครับ มันมี ๓ อย่าง เท่านั้น ไปพูดอะไร แล้วไปบอกว่า โอ้โฮ จะจัดทํางบประมาณรายจ่ายสมดุล จะทําเป็น รัฐสวัสดิการ ผมเรียนท่านประธาน บ้านเมืองเราไม่มีการพัฒนา รัฐบาลเข้ามา ๒ ปีเศษ กินข้าวร้อน นอนตื่นสาย เพิ่งจะไม่สบายใจเมื่อไม่กี่วันนี้ครับ เคยคิดปรับฐานภาษีไหม ท่านประธานครับ คนไทยในประเทศไทย รายได้ ๑๐๐ บาท เข้ากระเป๋าคนรวย ๕๕ บาท ๔ บาท เข้ากระเป๋าคนยากคนจน และสําคัญที่สุด รายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนต่างกัน ๑๒ เท่า ประชากรคนไทยมี ๖๔ ล้านคน มีผู้อยู่ในระบบของการเสียภาษีเพียง ๙ ล้านคน ในจํานวน ๙ ล้านคน มีเพียง ๒.๓ ล้านคนเท่านั้นที่เสียภาษีจริง สรุปก็คือว่าคนไทย ๖๔ ล้านคน เสียภาษี ๒.๓ ล้านคน ก็ยืนยันในตรงนี้ คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คนดูแลคนอีก ๖๑ ล้านคน รวมแล้วคนดูแล กับคนถูกดูแล รวมเป็น ๖๔ ล้านคน ที่ผมบอกอย่างนี้ ผมอยากให้สื่อรู้ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ณ มวลสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ทราบว่านายกอภิสิทธิ์ไปพูดกันต่างกรรมต่างวาระ หลายสถานที่ ไม่มีพื้นฐานของความเป็นจริง เพราะการจัดเก็บภาษีไม่ได้มีการพัฒนา คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ดูแลคนอีก ๖๑ ล้านคน ท่านประธานครับ ในจํานวนผู้เสียภาษี ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน มีเพียง ๖๐,๐๐๐ คน ๒,๓๐๐,๐๐๐ คน ที่เสียภาษี มี ๖๐,๐๐๐ คน ที่จ่าย ภาษีรวมกันเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาก็มีเพียง ๒,๔๐๐ คน จ่ายภาษีเกิน ๑๐ ล้านบาทต่อปี ผมเรียนท่านประธานต่อว่า ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงถูกจัดอยู่ในประเภทกระจายรายได้ แย่ที่สุดอันดับที่ ๕๐ ของโลก เมื่อคนจ่ายภาษีน้อย รายได้ของรัฐก็จะต้องน้อยลงไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่าจะจัดทํางบประมาณรายจ่ายสมดุล ภายใน ระยะเวลา ๕ ปี ท่านเข้ามาปี ๒๕๕๒ ตั้งงบกลางปี ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ ปี ๒๕๕๓ ท่านก็กู้แล้วขาดดุล ปี ๒๕๕๔ กู้ไป ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ปี ๒๕๕๕ ถ้าท่าน อยู่ทํา ก็ต้องกู้อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ฐานภาษีไม่เปลี่ยน เก็บอย่างไรก็ไม่เพิ่ม ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อลักษณะอย่างนี้ มันต้องจัดงบขาดดุล พวกผมเป็นฝ่ายค้าน ผมมีความคิดไหม มีครับ ถ้ารัฐบาลขาดดุล แล้วเอาเงินไปลงทุน เพื่อจะได้พัฒนาทาง ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือต้องทราบผลผลิตภาคประชาชน โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกร ต้องสร้างผลผลิตทางภาคการผลิต รัฐบาลไม่เคยพูด กรณีเงินบาทแข็งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก เมื่อพ่อค้า มีรายได้น้อยแล้วจัดเก็บภาษีได้มากอย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีเคยพูดจะ ทําเมืองไทยให้เป็นรัฐสวัสดิการวอร์แฟร์ภายในปี ๒๕๖๐ หรืออีก ๑๐ ปีจากนี้ไป ท่านพูดในขณะที่อีก ๗ ปี คิดอย่างนี้ อยู่เฉย ไม่มีใครมั่นใจ ภาษียังเก็บไม่ค่อยได้ แล้วจะเป็น รัฐสวัสดิการได้อย่างไร พูดเอาโก้ พูดเอามันส์อย่างนั้นหรือ นิสัยท่านเปลี่ยนไปเยอะ ไม่เหมือนเก่า ผมบอกท่านผิดฟอร์ม เมื่อกี้อาจจะไม่ได้ฟัง ปกติท่านอ่านเสร็จท่านต้องพรีเซนท์ปากเปล่า พรั่งพรูออกจากสมอง วันนี้ผมดูที่บ้าน เอ๊ะ นายกรัฐมนตรีเป็นอะไรวะวันนี้ พอแถลงเสร็จ อ่านหมด อ่านตั๊บ ๆๆ แล้วคนเขียนก็สุ่มสี่สุ่มหกเขียน จึงเป็นประเด็นที่ผมวิเคราะห์ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าถ้าท่านจะทํารัฐสวัสดิการ ท่านต้องให้รัฐบาลเก็บภาษี ประชาชนต้อง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเป็นอย่างต่ํา มิเช่นนั้นเป็นวอร์แฟร์ไม่ได้ ไม่จริงเดี๋ยว ต่อมา ท่านประธานครับ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่กระผมกราบเรียน แล้วเก็บภาษีไม่ได้เอาเงินที่ ไหนมาดําเนินการ ทีนี้ผมเรียนท่านประธานต่อว่าฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลก็ กระแนะกระแหนว่าฝ่ายค้านมันหาว่าเอางบไปแบ่งกัน มันไม่เชื่อถือ ผมไม่เชื่อถือรัฐบาล ภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลที่คอร์รัปชันที่สุดนับแต่มีรัฐบาล ในประเทศไทยมา พูดเท่านี้ได้ไหมครับ ไม่ได้ ท่านประธานครับ งบประมาณเอาไป ถ้าเอาไป ใช้ถูกต้องพวกผมไม่ขัดข้อง แต่เรารู้นี่ครับ เอาไปใช้แล้วทุจริต เบียดบัง คดโกง เอาไปซื้อ ผู้แทน เอาไปเตรียมเลือกตั้ง ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญที่สุดที่พวกผมต้องวิพากษ์วิจารณ์ เพราะรัฐบาลทุจริต ยกตัวอย่างให้ดูเล็ก ๆ ครับ ชิว ชิว ท่านนายกรัฐมนตรี ยังมีเยอะ เดี๋ยวคุณมิ่งขวัญเขาก็จะซักท่านเองในญัตติไม่ไว้วางใจ พอดีผมไม่มีคิว เรามีนัดกันอีกครั้งหนึ่ง วันที่ ๒๔ ผมเรียนท่านประธานว่าเริ่มต้นก็มีการทุจริตเรื่อง ๓ จี (3G) ไอ้บริษัทนี้ อิทธิฤทธิ์อิทธิเดชเยอะ ผมลงลึกไม่ได้ เดิมทีก็ให้เขาไปดูแลในเชิงพาณิชย์ เขาทําซิม ๓ จีขาย ขายได้ครับ บอร์ดชุดเก่าเขาบอกดําเนินคดีให้เลิก ๓ จี ทรู (True) ไม่เลิก ทําต่อ ต่อมา แล้วเป็นอย่างไรครับ พอเปลี่ยนบอร์ดก็ยกเลิกมติบอร์ดเก่า แปลว่าบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ทําอะไรก็ได้ ไปซื้อฮัทชิสันมา ๖,๓๐๐ ล้านบาท มาเอาบุญคุณอีก ทําไมต้อง เอาบุญคุณ คุณลงทุนคุณหวังเอิน มันนี่ (Earn Money) คุณหวังมีกําไร บริษัทนี้มันเป็น ซานตาครอสหรือ ที่มีสตางค์ได้เที่ยวเอามาจ่ายเขา คุณหวังกําไรแต่มันเอาเปรียบเขา สัญญาอัยการท้วงมา ๔-๕ ข้อ ไม่ทําตาม แล้ววันนี้รับไปรับมา