อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อธิบายการใช้จ่ายงบกลาง 100,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 หมวด โดยมีรายละเอียดว่าเงิน 6,000 ล้านบาทไปใช้จ่ายในเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ และเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,100 ล้านบาท นอกจากนี้ อรรถวิชช์ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินภัยพิบัติ 9,900 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐบาลประมาณการรายได้ที่ถูกต้อง และสนับสนุนงบประมาณกลางปี 100,000 ล้านบาท เพื่อซ่อมซากความเสียหายจากภัยพิบัติ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยครับกับงบกลางปี ๒๕๕๔ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าให้อธิบายลงไปถึงลึก ๆ ว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ชัด ๆ ว่ามีอะไรบ้าง แบ่งเป็น ๓ หมวด ง่าย ๆ หมวดแรกชดเชยเงินคงคลัง ตัวเลขกลม ๆ ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ ๒ ก็คือว่า นําไปช่วยเรื่องภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ตัวเลขที่ ๓ คือนําลงไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวนเลขกลม ๆ ๖,๐๐๐ ล้านบาท อธิบายจาก ข้างล่างขึ้นข้างบนครับ ตัวแรกก่อนการนําไปช่วยเอาเงินไปอุดหนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็เป็นไปตามระเบียบแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจในการปกครองท้องถิ่น นี่นะครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ก็ต้องแบ่งไป จัดสรรงบประมาณทุกครั้งห้ามต่ํากว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องไปอุดหนุนให้กับท้องถิ่นที่คิดจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อุดหนุน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถามว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไรบ้าง แต่ไปดู ๒ เรื่อง
เรื่องแรกเอาไปทําเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการประมาณ ๔,๙๐๐ ล้านบาท เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าภารกิจเรื่องการดูแลคนพิการและสูงอายุนั้น ได้ถูกถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นที่มาจากประชาชน มีการยึดโยงเขารู้ฐานข้อมูลชัดเจนว่าเบี้ยคนพิการต้องจ่ายใคร เขารู้ว่าคนพิการอยู่ที่ไหน คนสูงอายุอยู่ที่ไหนครับ ไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลางครับ เพราะฉะนั้น ภารกิจนี้เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรงอยู่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ครับ อีกส่วนหนึ่ง ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็เอาเป็นเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมสาระตะแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาทเป็นไปตามระเบียบ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเกินอีกต่างหาก ในส่วนแรก
ส่วนที่ ๒ ครับ เงินภัยพิบัติ ๙,๙๐๐ ล้านบาท ขาดไปอีกแค่ ๑๐๐ ล้านบาท ก็จะครบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้ชัดเจนนะครับ แล้วก็ครั้งนี้ผมเห็นเป็นซีดีแบบนี้ แล้วประทับใจครับ เอาไปทํา ๔ ภารกิจหลักครับ ตั้งแต่ทําแหล่งน้ํา สะพาน อาคารเรียน วัด แหล่งน้ําก็ ๙๐๒ แห่ง สะพานก็ ๔,๘๘๓ แห่ง อาคารเรียน ๒,๖๕๐ แห่ง วัด ๖๒๗ แห่ง รายละเอียดอยู่ในซีดีแห่งนี้ครับ ถ้าวันนี้ผู้แทนที่ไหนก็แล้วแต่อยากตัดดูรูปประกอบ อันนี้ผมชอบมากครับ เพราะจะได้รู้ครับว่าท่านเป็นผู้แทนประเภทไหนครับ รูปประกอบ ความเดือดร้อนครบ แต่ยังตัดได้ เพราะฉะนั้นก็จะรอดูว่าฝ่ายค้านจะตัดแบบไหนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันอีกครั้งว่าที่บอกว่าฟังมาแต่เช้าครับ เป็นเรื่องอําพราง เป็นเรื่องต่างตอบแทน ก็ไม่จริงครับ เพราะเวลาดูภารกิจเรียงรายตามหลังกระทรวงนะครับ ถ้าท่านดูหลังซีดีเขียนไว้เลยนะครับ มีตั้งแต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงมหาดไทยก็คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงศึกษาธิการเขามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ สพฐ. สํานักปลัด เรียงลําดับมาเลยครับ แล้วหน่วยงานสุดท้ายคือหน่วยงานไม่สังกัด กระทรวง ก็คือสํานักพุทธศาสนา มันพรางที่ไหน เงินก็เข้าที่กระทรวงนั้น เพราะฉะนั้น ไม่อําพราง ไม่ต่างตอบแทน ชัดเจนอยู่ในนี้แล้วก็เป็นไปตามภารกิจครับ
อีกเรื่องครับ เรื่องงบกลางปี เช่นเดียวกันในส่วนของเงินชดเชยเงินคงคลัง ในส่วนนี้ต้องอธิบายกันนิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องชดเชยเงินคงคลัง ในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณในครั้งถัดไป หมายความว่าถ้าเราไม่มีงบกลางปี ๒๕๕๔ ก็ต้องไปชดเชย เงินคงคลังในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ครั้งนี้มันมีความจําเป็นที่จะต้องช่วยเหลือภัยพิบัติ แล้วก็ต้องมีงบกลางปีเพิ่มเติมเลยนํามาใส่ในงบประมาณคราวนี้ครับ ข้อดีของมันหรือครับ ต้องบอกว่านี่เป็นการทําตามกฎหมาย แต่มันมีข้อดีของมันครับ ข้อดีคือต่อจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนํารัฐบาลต่อไปในคราวหน้า ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง หรือพรรคเพื่อไทยก็แล้วแต่ ท่านไม่ต้องตั้งชดเชยเงินคงคลัง จํานวน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าจํานวนเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ใครอยากจะไปทํานโยบายแบบไหนเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็จะทําได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ติดอาวุธนะครับ ให้กับรัฐบาลในคราวต่อไปที่จะใช้งบประมาณอย่างมี ประสิทธิภาพ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งเป็นข้อดีอีกเหมือนกัน แล้วต้องเป็นข้อดีที่จะต้องสนับสนุน งบกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ งบกลางปีเพิ่มเติมงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งนี้ ไม่ได้อยู่บนฐานเงินกู้ เป็นเพราะการจัดเก็บรายได้เกินมาถึงจากประมาณการนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับท่านประธานว่าไม่ได้อยู่บนฐานเงินกู้ แต่อยู่บนเรื่องที่รัฐบาลประมาณการว่าจะมีการจัดเก็บรายได้ทะลุเป้าครับ เพราะเวลา ที่ผ่านมาเราผ่านมาหลายเดือนแล้ว ใช้งบประมาณปี ๒๕๕๔ มันทะลุเป้าต่อเนื่อง รายเดือน เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะนําเงินกองนี้มาใช้
คําถามต่อมา แล้วเอาเงินคงคลังไปไหน ทําไมต้องตั้งชดเชย เงินคงคลัง กว่าครึ่งก็คือจํานวน ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ถูกนําไปจ่ายหนี้ก่อนกําหนด รัฐบาลนี้จ่ายหนี้ ก่อนกําหนด ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมจ่ายหนี้ก่อนกําหนด รอก็ได้ครับ แต่ภาระดอกเบี้ย มันเกิดขึ้น การที่เราจะเอาเงินคงคลังไปนอนอยู่เฉย ๆ แล้วไม่ได้อะไรนี่นะครับ เราไปจ่ายคืน หนี้ก่อนกําหนด เราก็ประหยัดรายจ่ายในเรื่องของดอกเบี้ยไปด้วยครับ รัฐบาลปีต่อ ๆ ไป ก็จะถูกค่าใช้จ่ายในการตั้งในการจ่ายดอกเบี้ยก็จะลดลงอีกเหมือนกัน เมื่อกี้เมื่อท่านได้ประโยชน์ ไปหลายเด้งจากคราวนี้ สําหรับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในคราวถัดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องเรียนท่านประธานย้ําอีกครั้งว่าการจัดสรงบประมาณในคราวนี้ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปโดยโปร่งใส และที่สําคัญครับ ซึ่งผมได้ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งไว้แล้ว ไม่ได้อยู่บนหลักการของการกู้เงิน แต่อยู่บนหลักการของ การประมาณการรายได้ที่ทะลุเป้า แล้วไม่ใช่เรื่องแปลก บางคนบอกว่าประมาณการผิด ผมขอบอกอย่างนี้นะครับ การจัดสรรงบประมาณสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนี้นะครับ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ๓ ปีนะครับ ประมาณการรายได้การจัดเก็บจริงก็ไม่เคย ตรงครับ ห่างกันเป็นแสนล้านบาทก็มี เพราะฉะนั้นก็ยืนยันท่านประธานอย่างนี้ว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องดี แล้วเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าเราจะมีงบประมาณในการซ่อม ซากความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครับ ผมสนับสนุนงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ