อภิรักษ์ โกษะโยธิน เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีเพิ่มเติม พ.ศ. 2554 จํานวนประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอํานวยการกํากับและติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และวางแผนฟื้นฟูในระยะยาวหลังเกิดน้ำท่วม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางผังเมือง การแก้ไขปัญหาสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ และการทำงานเชื่อมโยงเป็นระบบ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้เวลาผมได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีเพิ่มเติม พุทธศราช ๒๕๕๔ จํานวน ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการดําเนินการโดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติจํานวนประมาณ ๙,๙๐๐ ล้านบาท กลุ่มที่ ๒ ก็คือการจัดสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประมาณ ๕,๙๕๗ ล้านบาท และกลุ่มสุดท้ายก็คือรายจ่ายเพื่อชดเชยในเรื่องของเงินคงคลัง ประมาณ ๘๔,๑๔๒ ล้านบาท ประเด็นแรกที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลและกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้อง ก็คือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่แรก ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลุ่มแม่น้ําชี-มูล ที่เกิดผลกระทบในเรื่องของอุทกภัย ทั้งน้ําท่วมฉับพลัน และในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมขัง พื้นที่ที่ ๒ ก็คือ พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา ไล่ตั้งแต่บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ไล่ลงมาจนกระทั่งถึง บริเวณปริมณฑลในพื้นที่ที่ติดกับกรุงเทพมหานคร แล้วก็สุดท้ายก็คือในพื้นที่ภาคใต้นะครับ ที่เกิดผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาตภัยที่ส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่อยู่อาศัย แล้วก็ในส่วนของสวนยางพารา ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอํานวยการกํากับ และติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เรียกกันว่า คชอ. โดยมีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธาน ได้มีการให้ความช่วยเหลือโดยเสนอผ่าน ครม. ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการช่วยเหลือครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้มีพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความช่วยเหลือ จนกระทั่งล่าสุดประมาณ ๖๙๓,๖๗๗ ราย รวมถึงในเรื่องของ การชดเชยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของพืชสวนไร่นา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นาข้าว ประมง และปศุสัตว์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือประมาณถึง ๓ เท่า ประเด็นถ้าเรา กลับมาดูนะครับในเรื่องของความช่วยเหลือที่ทางรัฐบาลได้กําหนดขึ้นก็จะแบ่งเป็นประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมปรับปรุงระบบส่งน้ํา การฟื้นฟู การขุดลอกคู คลอง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็คือกรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ํา ซึ่งจริง ๆ ในประเด็นตรงนี้ต้องอยากกราบเรียนท่านประธานว่า นอกเหนือจากงบประมาณที่ได้ดําเนินการ เพื่อที่จะเร่งแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ในช่วงประมาณ ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนในปีนี้ ในปีงบประมาณก็จะ มีทั้งในเรื่องของแหล่งน้ํา ในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพโครงสร้างพื้นฐาน เพราะว่าพี่น้อง ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในภาคอีสานก็ดี ภาคกลาง หรือภาคใต้ หลังจากน้ําเริ่มลดแล้ว ก็จะประสบปัญหาในเรื่องสภาพถนนหนทาง เส้นทางรถไฟ สะพาน คันกันน้ํา รวมถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ศาสนสถาน ซึ่งได้มีการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในส่วนเหล่านี้ทั้งหมดประมาณ ๔,๘๘๓ แห่ง ในส่วนของ โรงเรียนที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแล รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ก็รวมถึงประมาณ ๒,๖๕๐ แห่ง ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมก็คือว่า ในส่วนของงบประมาณที่จะต้องมีการเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในช่วง ๖ เดือนที่เหลือนี้ ก็อยากกราบเรียนฝากไปถึงกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องและก็ทางรัฐบาลที่จะได้ช่วยเร่งรัดในเรื่อง ของการดําเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายในช่วงกรอบระยะเวลา ๖ เดือน รวมถึงเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวถึงในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิด ความโปร่งใส อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากกราบเรียนฝากไปถึงทางรัฐบาลให้กํากับดูแล และมีมาตรการในเรื่องเหล่านี้
ประเด็นสุดท้ายนะครับ ก็คือในเรื่องของการที่จะได้วางแผนฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความจําเป็นที่พี่น้องประชาชนอยากเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ระบบการวางผังเมือง การแก้ไขปัญหาในเรื่องสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ําไหล ในเรื่องของ การทํางานเชื่อมโยงเป็นระบบในลักษณะที่เป็นพื้นที่ แทนที่จะเป็นการแยกส่วนการทํางาน ของแต่ละกระทรวง อันนี้ก็จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วม แล้วในขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองก็จะได้ ช่วยวางกรอบการป้องกันแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป ผมเองขอสนับสนุนร่างงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ