เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข พูดถึงงบประมาณกลางปี 2554 และเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมงบประมาณให้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการจัดสรรงบประมาณบางส่วนให้กับกระทรวงมหาดไทย และเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แทน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. .... ดิฉันเห็นว่าการจัดทํางบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ ของ รัฐบาลในวันนี้ที่ได้มีการจัดตั้งงบรายจ่ายเพิ่มเติมจากงบปกติจํานวน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ร้อยละ ๐.๙๓ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ดิฉันเข้าใจและ เห็นใจรัฐบาลชุดนี้มากนะคะ ว่าท่านต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมในการที่จะแก้ไขภัยพิบัติ หรือปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลก็ไม่รู้ว่าจะเอางบประมาณที่ไหนมาใช้จ่าย ซึ่งในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ใช้เม็ดเงินเป็นจํานวนมากเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ และรัฐบาลก็อ้างว่า รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องกู้ กู้แล้วก็ต้องกู้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลประสบปัญหา เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะวิกฤติทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นถ้าฟังดูก็รู้สึกว่าจะดูดีและมีเหตุผล แต่ถ้าจะให้ดูดีและมีเหตุผลมากกว่านี้รัฐบาล เก่งในการกู้แล้ว ก็ควรที่จะเก่งในการหางบประมาณในการเอามาใช้จ่าย เพราะฉะนั้นรัฐบาล ก็จําเป็นที่จะต้องมารีดภาษีกับพี่น้องประชาชนนะคะ และเมื่อไว ๆ นี้นะคะท่านประธานคะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลังได้ออกมาบอกว่าตอนนี้สามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่า เป้าที่ได้คาดหมายเอาไว้ใน ๔ เดือนแรกของปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ก็คือตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคมนี้ จัดเก็บรายได้สุทธิถึง ๕๒๑,๒๐๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็น เปอร์เซ็นต์สูงกว่างบประมาณที่คาดหมายไว้ถึง ๖๔,๒๐๐ ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๑ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีงบประมาณปีก่อนหน้านั้น ก็คือร้อยละ ๑๒.๕ ก็รู้สึกดี แสดงว่า รัฐบาลนี้เดินทางไปถูกต้องแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้นะคะจัดงบประมาณแต่ละปีรัฐบาล ก็ควรที่จะจัดสรรงบประมาณให้มีการควบคุมดูแลให้ดีมากกว่านี้ ท่านประธานคะ รัฐบาลนี้ ได้ขอตั้งงบประมาณกลางปี ๒๕๕๔ นี้ ด้วยหลักการและเหตุผลไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่อง ภัยพิบัติ ด้านสวัสดิการ ส่งเสริมการกระจายอํานาจ ใช้หนี้ของกระทรวงการคลัง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะคะ ดิฉันก็ขอพูดถึงกระทรวงมหาดไทยเล็กน้อย ซึ่งกระทรวงนี้ได้งบประมาณไปจํานวนถึง ๘,๗๒๖ ล้านบาทเศษ ลงไปดูที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ถึง ๕,๙๕๗ ล้านบาทเศษ ซึ่งเอาไปจัดทําอะไรคะ ก็เอาไปทําแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึง ๔๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ เข้าใจค่ะ คือเอาไปให้คนแก่ ผู้สูงอายุ ส่วนแผนงานส่งเสริม กระจายอํานาจ กรมปกครองนี้ได้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เอาไปให้ผู้พิการ ตัวดิฉันเข้าใจ แต่ทุกคนของฝ่ายค้านก็จะอภิปรายว่าสงสัยว่าทําไมจะต้องเอางบส่วนนี้ ของคนพิการ และผู้สูงอายุไปให้กระทรวงมหาดไทย ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นว่า จริง ๆ แล้วส่วนนี้น่าจะ ให้ไปกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดีกว่า ส่วนเรื่องข้อมูลที่ไม่ว่าจะ อบต. หรือเทศบาล อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ก็เป็นคนส่งข้อมูลมาให้ยังกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดูดีหรือไม่ เพราะว่าอะไรนะคะ ดิฉันลงพื้นที่ ไปหาผู้สูงอายุ ได้รับการร้องเรียนจากผู้สูงอายุ เขาบอกว่าแม่ถามหน่อย ๒ เดือน ๓ เดือน แล้วทําไมแม่ถึงยังไม่ได้เงินของผู้สูงอายุเลย ดิฉันก็หันกลับมายัง อบต. เทศบาล ว่าทําไม ผู้สูงอายุร้องเรียนมา เขาบอกว่ายังไม่ได้รับเงินโอนจากกรมเลย ก็เกี่ยงกันไปโยนกันมา นี่คือเหตุผลที่ดิฉันว่า ฉะนั้นงานนี้ก็ควรไปให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์จะดีกว่าหรือไม่คะ ส่วนมาตรา ๙ รายจ่ายเพิ่มเติมของส่วนราชการไม่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้งบประมาณไป ๑๖๒ ล้านบาท เอาไปทําอะไรคะ เข้าแผนงาน สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ๑๖๒ ล้านบาท แค่ภาคกลางภาคเดียวที่ไปดูแลวัด ที่โดนน้ําท่วม เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๖๒ ล้านบาทนี้ก็ไม่เพียงพอแล้ว ไม่เข้าใจว่า ทําไมรัฐบาลถึงได้จัดงบประมาณให้กับสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติน้อยเหลือเกิน แล้วภาคอื่นล่ะคะ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้บางส่วน งบประมาณ ๑๖๒ ล้านบาทนี้ ทําอย่างไรจะได้เพียงพอ หรือดูแลวัดวาอารามได้ทั่วถึงไหม เพราะว่าจังหวัด พระนครศรีอยุธยาเป็นวัดเก่าแก่ เป็นประวัติศาสตร์ และแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง เป็นมรดกของชาติไทยเราในอดีตนะคะ เพราะฉะนั้นตัวดิฉันก็คิดไปว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ ความสําคัญในด้านพุทธศาสนา อันนี้ไม่ทราบว่าดิฉันกล่าวหารุนแรงไปหรือไม่ ส่วนเรื่องทาง รัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านก็มานั่งตรงนี้พอดีนะคะว่าท่านเป็น ผู้นําของรัฐบาลนี้ ท่านมีคุณสมบัติพิเศษ คือท่านเป็นคนมีภาพพจน์ที่สะอาด ไม่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่ท่านคะ ท่านกําลังพายเรือให้โจรนั่ง ท่านหรี่ตาข้างหนึ่ง ทําเป็นมองไม่เห็นหรือเปล่า ว่าพรรคร่วมรัฐบาลของท่านมีการทําทุจริตเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณที่ผ่านมามากมายก่ายกอง อย่างที่มีสถิติหรือมีการสัมมนาจากเอกชนมานะคะ ท่านจะมาบอกว่าท่านไม่รู้ ท่านไม่เห็น ท่านจะปัดสวะไปก็ไม่ใช่ที่ เพราะว่าท่านเป็นหัวหน้า รัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องรับเต็ม ๆ ในส่วนนี้ ส่วนการจัดงบประมาณลงไปยังท้องถิ่น หรือเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม ดิฉันเข้าใจว่าคงจะเฉลี่ยไปทั่วถึง ๓๘ จังหวัด ที่ได้ถูกน้ําท่วม แต่บางจังหวัดก็เป็นการสร้างภาพ เขี่ยงบประมาณไปปลาย ๆ เศษ ๆ แต่งบประมาณส่วนมากก็ไปกระจุกตัวในจังหวัดที่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ อันนี้ดิฉัน ก็ตั้งข้อสงสัยนะคะ ส่วนวันนี้การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปีนี้ที่ท่านมาขอนี้ เอกสาร ๔ เล่ม ดิฉันก็ไปตรวจดู ก็ดูแบบคร่าว ๆ ก็ไม่มีรายละเอียดใด ๆ เพิ่งจะได้มารับ เอกสาร ดิฉันมาถึงนี่ ๙ โมง กว่าจะได้รับเอกสาร ซีดี (CD) ซึ่งแสดงรายละเอียดใด ๆ ในข้อมูล ในแผ่นซีดีนั้นนะคะ ดิฉันก็ไม่ได้มีการรับประสานว่าควรจะถือโน้ตบุ๊ค (Notebook) มา หรือว่า ไอแพด (iPad) มาเพื่อจะดูข้อมูล เพราะฉะนั้นดิฉันจะไปหาเปิดที่ไหนดูข้อมูลที่ท่านได้ใส่ ข้อมูลว่ามีรายละเอียดอยู่ในนั้นนะคะ ก็ขอพูดถึงตรงนี้เล็กน้อยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ก็ขอฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังทางท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลว่า เงินงบประมาณของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายประจําปีหรืองบเพิ่มเติม กลางปีนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเงินของภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเงินจํานวนดังกล่าว ก็จะต้องใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ที่สุดต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และของประเทศชาติของเรา และมากไปกว่านั้นก็ไม่ควรที่จะเอางบประมาณส่วนนี้ ไปแบ่งกันแบบสนุกสนาน ดิฉันมั่นใจว่าวันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีตาทิพย์ หูทิพย์ มีสื่อให้ดู มีวิทยุให้ฟัง มีโทรศัพท์ให้สื่อสารติดต่อกัน เดี๋ยวนี้โลกประชาภิวัฒน์แล้วนะคะ อินเทอร์เน็ต (Internet) ก็มีการส่งข่าวสารบ้านเมืองไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลกําลังทําอะไรอยู่ พี่น้องประชาชนก็จับตาดูกันอยู่ ถ้ารัฐบาลนี้ถ้าไม่ยุบสภาไปก่อนก็จะมีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ก็คิดว่าดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะขอในการแสดงความคิดเห็นช่วงนั้นด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ