นริศ ขํานุรักษ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลเสนอต่อสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยและวาตภัยในจังหวัดพัทลุง และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นอกจากนี้เขายังแสดงความไม่พอใจต่อการกระจุกตัวของงบประมาณในบางกระทรวง และขอเสนอแนะว่าเงินจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยควรโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปีไม่ว่าจะเป็นงบประมาณปกติหรืองบประมาณเพิ่มเติมที่พวกเรา กําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ล้วนสะท้อนนโยบายและทิศทางการบริหารประเทศของ รัฐบาล แล้วก็สะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทุกงบประมาณนะครับ เช่นเดียวกับงบประมาณที่พวกเรากําลังร่วมกันพิจารณาอยู่ในขณะนี้ก็สะท้อน ๒ อย่างนี้ นะครับ แต่ว่างบประมาณในการพิจารณากันในวันนี้คือ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี ๒๕๕๔ มีความเป็นพิเศษกว่างบประมาณอื่น ๆ นะครับ พิเศษตรงที่ว่า เป็นงบประมาณที่มีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นก็คือ ฟื้นฟูอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติ และเป็นงบประมาณที่มีเป้าหมายชัดเจนไม่คลุมเครือ มีเป้าหมายอยู่ ๓ ประการ ๑. ฟื้นฟูภัยพิบัติ อุดหนุนเงินผู้สูงอายุให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ๓. ใช้เงินคงคลัง ไม่คลุมเครือและมีความชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตที่จะชื่นชม รัฐบาลว่าได้เสนองบประมาณรายจ่ายมาถูกเวลา โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูภัยธรรมชาติ ประเทศไทยนับวันที่จะประสบภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกปีครับ แต่ว่าปีนี้จังหวัดพัทลุง ได้ประสบภัยรุนแรงมากที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์จังหวัดพัทลุงเคยประสบมา เพราะ ไม่เพียงแต่อุทกภัย จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา และภาคใต้ส่วนหนึ่งประสบวาตภัยด้วย เฉพาะจังหวัดผมครับ ท่านประธานครับ สวนยางพาราได้รับความเสียหายถึง ๕๐,๐๐๐ ไร่ บ้านเรือน ๕๐,๐๐๐ หลัง แล้วก็เรือกสวนไร่นาอีกจํานวนมากมายกว่าที่จะฟื้นได้ต้องใช้ ระยะเวลายาวนาน แต่การเสนองบประมาณวันนี้จะทําให้ย่นระยะเวลาการฟื้นตัวของพี่น้อง ประชาชนได้พอสมควร ไม่เพียงแต่นั้นนะครับ โรงเรียน มหาวิทยาลัย วิทยาลัย วัด ถนน แล้วก็ระบบชลประทานได้รับความเสียหายและต้องใช้ระยะเวลายาวนานทีเดียวที่จะได้รับ การแก้ไข รัฐบาลเองก็ได้พยายามช่วยเหลือไปส่วนหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ครัวเรือน สําหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรีปรับ ความช่วยเหลือ ความเสียหายนาข้าว พืชสวน ไม้ยืนต้น ยางพารา ปรับขึ้น ๒-๓ เท่า ท่านประธานครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้ผมคิดว่าประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ แล้วก็จะต้อง ใช้ระยะเวลาฟื้นฟูยาวนานมาก โดยเฉพาะสวนยางพารา มีเพื่อนสมาชิกพยายามที่จะอภิปรายว่างบประมาณดังกล่าว กระจุกตัวอยู่ในบางกระทรวงโดยมีการเมืองแอบแฝงอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าดูตัวเลขจริง ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณ ๑.๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อไป ฟื้นฟูระบบชลประทานซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เพราะว่า ประเทศเรายังเป็นประเทศเกษตรกรรม ยังทํานา ยังทําสวน ยังทําปศุสัตว์ ระบบชลประทาน ต้องได้รับการแก้ไขฟื้นฟู กระทรวงคมนาคมได้แค่ ๒.๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถนนเมื่อปีที่แล้ว ยังดี ๆ อยู่เลย เพิ่งเสร็จเมื่อปีที่แล้ว ที่บ้านผมปีนี้ต้องทําใหม่เพราะว่าโดนอุทกภัย แล้วก็ รถสิบล้อเข้าบรรทุกไม้ยางพารา ทําให้ถนนใหม่ ๆ เพิ่งเสร็จเมื่อปีที่แล้ว แล้วก็รอดมาจาก อุทกภัยก็มาถูกรถบรรทุกสิบล้อไปเอาไม้ยางในสวนได้รับความเสียหาย ผมคิดว่าการฟื้นฟู ระบบโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทางก็ยังมีความจําเป็น กรมน้ําซึ่งเป็นกรมหลักที่จะสามารถ แก้ไขทั้งภัยแล้งและน้ําท่วมก็ได้รับงบประมาณเพียง ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงศึกษาธิการ ของท่านรัฐมนตรีชินวรณ์ก็ได้แค่ ๑.๗๒ เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนอีกมากมาย มหาวิทยาลัย อีกมากมายที่รอการแก้ไขฟื้นฟู ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ตัวเลขเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้กระจุกอยู่เลย มีกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นเองครับที่โป่งอยู่นิดหนึ่ง ๘ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าดูในรายละเอียดจะพบว่าใน ๘ เปอร์เซ็นต์นี้เป็นเงินของผู้สูงอายุอยู่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๔ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าหากวันข้างหน้ารัฐบาลมีโอกาสในการจัด งบประมาณแบบนี้อีก งบที่อยู่กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัยนี้ผมอยากให้ไปอยู่ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีกว่า เพราะว่า ๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และ อบต. นี้มีความใกล้ชิดต่อปัญหาและประชาชนมากกว่า ๒. ใน อบต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฝ่ายค้านอยู่ในนั้นแล้ว สามารถตรวจสอบได้ และ ๓. คนเหล่านั้นทุ่มเทในการทํางานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน บางเทศบาล บาง อบต. ขณะนี้เงินหมดแล้วครับ ครั้งแรกน้ําท่วมจ่ายหมดเลย น้ํามาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ บ้านผมนี่ตั้ง ๖ ครั้ง จนไม่เหลืออะไรแล้วนะครับ ผมคิดว่าการจัดงบประมาณ โยกจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะเกิด ความเหมาะสมมากว่าครับ ผมขออนุญาตเรื่องกรมน้ํานิดหนึ่งครับ รัฐบาลมีนโยบายที่จะทํา แหล่งน้ําทั้งประเทศประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ แหล่ง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมได้ และสิ่งเหล่านี้จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ และประเทศเรามีแหล่งน้ํา ลําคลอง หนอง บึง มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ แหล่ง และก็ใช้งบประมาณไม่มาก ผมคิดว่าจะแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมได้ดูงบประมาณมาทั้งหมดพบว่าได้สะท้อนความมุ่งมั่น ตั้งใจทํางานของรัฐบาลอย่างแท้จริง และสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจทํางานของนายกรัฐมนตรี ให้เห็นว่า แม้ว่าท่านบริหารในภาวะวิกฤติมาตลอดระยะเวลา ๒ ปี แต่ว่าท่านยังมี ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทํางานเพื่อแก้ไขบ้านเมืองโดยสะท้อนผ่านงบประมาณเพิ่มเติม ประจําปีนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ