สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สรรเสริญ สมะลาภา ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนะให้พิจารณาวงเงิน 84,000 ล้านบาทที่จะชดเชยเงินคงคลังในงบประมาณรายจ่ายกลางปี 2554 เหมาะสมหรือไม่ โดยอ้างว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลดภาระหนี้ของรัฐบาลและลดระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP)

นายสรรเสริญ สมะลาภา กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าก่อนที่ เพื่อนสมาชิกจะได้ลงมติ แล้วก็พิจารณางบประมาณรายจ่ายกลางปีฉบับนี้นะครับ เราก็ต้อง มาหาคําตอบกันก่อนว่างบประมาณรายจ่ายกลางปีนี้ได้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ หรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้แถลงว่าองค์ประกอบหลักของงบประมาณ รายจ่ายกลางปีนี้มีอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือในเรื่องของการนําเงินไปเพื่อที่จะจัด สวัสดิการให้ทั่วถึง วงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องนําไปจ่ายเบี้ยยังชีพ ผู้ชราที่มีผู้ชรามาลงทะเบียนมากขึ้น แล้วก็ยังรวมไปถึงเบี้ยของผู้ทุพลภาพแล้วก็คนพิการ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องนําไปชดเชย แล้วก็ฟื้นฟู ความเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติ ผมคิดว่า ๒ เรื่องนี้ อีกสักครู่ก็จะมีสมาชิกอีกหลายท่าน อภิปรายกันต่อไปนะครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้ผลประโยชน์กันอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ผมอยากเรียนกับท่านประธานในโอกาสนี้ ก็คือวงเงินที่ ๓ ครับ ในเรื่องของการชดเชย เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าก่อนที่เราจะดูกันว่าวงเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท หรือการชดเชยเงินคงคลังเหมาะสมหรือไม่ เราก็ต้องดูครับว่ารัฐบาลมุ่งหวังจะทําอะไร สําหรับท่านที่ติดตามการจัดทํางบประมาณ ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามานะครับ ไม่ว่าจะเป็น ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ก็จะติดตามได้ครับว่ารัฐบาลชุดนี้มุ่งมั่นที่จะทําให้เกิดงบประมาณสมดุล ในปี ๒๕๕๙ แล้วก็มุ่งมั่นที่จะลดระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทุก ๆ ปีไป การที่จะดูว่าเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่นําไปชดเชยเงินคงคลังนั้นเหมาะสม หรือไม่ ก็ต้องไปดูครับว่าเงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้ถูกนําไปใช้อะไรบ้าง มีหลายเรื่อง ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบําเหน็จบํานาญ เรื่องของเงินสมทบ เรื่องของ ค่ารักษาพยาบาล แต่รายการที่มีวงเงินสูงสุดและใหญ่ที่สุดของเงินคงคลังที่ได้ถูกนําไปใช้ ก็คือการชดใช้ หรือการใช้หนี้ก่อนกําหนด มียอดสูงถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ สําคัญครับ เพราะว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะลดภาระหนี้ของรัฐบาล ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ที่จริงแล้วเพื่อนสมาชิกที่อยู่ฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายในเรื่องของหนี้สาธารณะ ถูกครับ หนี้สาธารณะล่าสุดที่มีการประกาศโดยทั่วไป ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ จริง ๆ ก็ไม่ใช่ความลับอะไรครับ มันอยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของกระทรวงการคลัง อยู่แล้ว ปรากฏว่ายอดหนี้สาธารณะในช่วง ๓ เดือนล่าสุด ลดลงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าท่านประธานจะสังเกตนะครับ มันเป็นช่วงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งบประมาณ ในปี ๒๕๕๔ ของรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่าการที่หนี้สาธารณะลดลงถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนน่าจะเป็นที่ยินดีอย่างมาก เพราะว่าการลดลงของหนี้สาธารณะ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันแปรกลับเป็นการลดภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลที่จะต้องจ่ายแต่ละปี ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ ทุก ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมายถึงการลดภาระดอกเบี้ย ของรัฐบาล ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ก็หมายถึงว่าเงินภาษีของพี่น้องประชาชน แทนที่จะต้อง นําไปชําระดอกเบี้ยนะครับ ก็กลับมาเป็นการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้ชรา ในเรื่องของการเรียนฟรี ในเรื่องของเงินสมทบ การประกันสังคม ในนโยบายประชาวิวัฒน์หรือในเรื่องของเงินสมทบการออมในกองทุนการออมแห่งชาติ เหล่านี้ละครับจะเพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี การชําระเงินคงคลังครับ ก็ยังมีผลดีไปถึง ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ด้วย เพราะว่าชําระในตอนนี้แล้วในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็ไม่ต้อง ชําระ มีผลทําให้รัฐบาลในชุดถัดไปมีเงินลงทุนสูงขึ้น หรือไม่ก็มีการกู้ที่น้อยลง แน่นอนที่สุดครับ จะมีคําถามว่า รัฐบาลชดเชยในปีนี้ ไปเทียบกับรัฐบาลชดเชยเงินคงคลังในปีหน้า อันไหน มันดีกว่ากัน ก็คือว่าเรากําลังจะถามว่า ให้งบประมาณปี ๒๕๕๔ นี้ขาดดุลเท่าเดิมนะครับ ขาดดุลมาก หรือในปีหน้าขาดดุลมาก อันไหนจะดีกว่ากัน ที่จริงผมขอเรียนท่านประธาน ตามตรงนะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เห็นแก่ตัว ต้องขอย้ํานะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เห็นแก่ตัว รัฐบาลไม่ต้องชดใช้เงินคงคลังในปีนี้หรอกครับ ไปชดใช้ในปีหน้า แล้วก็ให้ปีนี้ขาดดุลน้อยกว่า ประมาณการ เก็บไว้เป็นผลงานหาเสียงได้ แล้วปีหน้าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ทราบ ว่ากันทีหลัง แต่ผมเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ รัฐบาลชุดนี้เลือกผลประโยชน์ ในระยะยาวของประเทศ ถ้าคิดในแง่ของการปูทางไปสู่งบสมดุลในปี ๒๕๕๙ แล้ว ปีนี้ขาดดุลมาก แล้วปีหน้าขาดดุลน้อย ย่อมเป็นการที่จะดีกว่าครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนถ้าเกิดว่าฟังว่าเราอยากจะ ให้มีงบสมดุลในปี ๒๕๕๙ ก็ย่อมที่อยากจะเห็นการขาดดุลหรือการก่อหนี้ของภาครัฐ ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ตามลําดับ และด้วยวิธีนี้ก็จะทําให้มีความมั่นใจจากพี่น้องประชาชนว่า ทุก ๆ ปีเงินภาษีที่เขาเสียมา จะนําไปใช้ในการชดใช้ดอกเบี้ยน้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วก็ แปรญัตติกลับมาเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ เวลาก็หมดนะครับ ก็พยายามจะ รวบรัด แล้วก็ผมคิดว่าด้วยเหตุผลนี้ละครับ ผมขอสนับสนุนงบประมาณกลางปีในปี ๒๕๕๔ นี้ ขอบคุณครับ