สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ประเกียรติ นาสิมมา อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2554 และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้และรายจ่ายที่จะใช้

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา ส.ส. ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําปี ๒๕๕๔ พ.ศ. .... อันที่จริงการตั้งงบประมาณเพิ่มเติม กลางปีนั้นเราก็สามารถที่จะทําได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีความจําเป็น แล้วก็ต้องมีเงิน แต่ทีนี้ความจําเป็นที่กําลังจะพูดถึงนี้เท่าที่ฟังจากรายงานของ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีความจําเป็นขนาดไหน แล้วฟังจากเพื่อน ส.ส. ด้วยกันที่อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขค่าใช้จ่ายบางอย่าง บางจํานวนในระยะเวลาที่จํากัด คือ ๖ เดือนอย่างนี้ ก็ยังเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะสับสน ขณะนี้เรากําลังพิจารณากฎหมาย ถ้าตัวเลขมันไม่ชัดเจน ไม่เป็นไปตามกรอบเวลาและจํานวนนั้นเราจะได้ชื่อว่ากฎหมาย ได้อย่างไร หรือว่ามีเงื่อนงําเลศนัยที่จะทําอะไรไว้กับงบประมาณเพิ่มเติมชิ้นนี้ อันที่จริงผม ยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่รัฐบาลได้แสดงไว้ว่าในไตรมาสแรกสามารถที่จะเก็บเงินจากรายได้ จากภาษีได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ ของพรรคที่ส่งมาให้ ผมเห็นแล้วผมก็ตกใจ เพราะตัวเลขที่แสดงออกมานั้นเปรียบเทียบ ในเดือนเดียวกัน ไตรมาสแรกคงจะอยู่ในเดือนตุลาคมปีที่แล้วถึงเดือนมกราคมปีนี้ เขาเปรียบเทียบว่าในเดือนเดียวกันรายได้เฉพาะเดือนธันวาคม รายได้จากภาษีนี้เก็บลดลงถึง ๒๒,๖๔๕.๓๕ ล้านบาท ลดลงถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นตัวเลข ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มาอย่างไร และนอกจากนั้นการใช้จ่ายของภาครัฐยังมีความจําเป็นที่จะต้องกู้เงินเป็น รายเดือนต่อไป และในเดือนธันวาคมนั้นรัฐก็มีการกู้เงินจํานวนถึง ๑๒,๘๕๐.๔๑ ล้านบาท รวมเงินทั้ง ๒ ส่วนในไตรมาสแรกที่ว่านั้น ที่รัฐบาลบอกว่ามีรายได้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นตัวเลขที่สูญเสียไปถึง ๓๕,๔๙๕.๙๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวเลข ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมคิดว่าไม่เป็นความจริง เป็นการจงใจบิดเบือนที่จะมาตั้งงบประมาณรายจ่ายกลางปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะสถานการณ์ประเทศในปัจจุบันเราต้องสู้รบ เราต้องป้องกันดินแดนของเราจากเพื่อนบ้านที่กําลังรุกรานกันอยู่ สถานการณ์ของเรา ไม่ใช่ได้ยินแค่ประเทศไทยเท่านั้น ได้ยินถึงต่างประเทศ แน่นอนคนที่จะมาลงทุนก็ดี รายได้จากการลงทุนจากต่างประเทศนี้ผมคิดว่าเป็นศูนย์ในระยะนี้ การส่งออกก็ตกต่ํา เพราะอัตราค่าเงินบาทของเราก็แข็ง ถามว่าเก็บภาษีได้ไหม ผมเห็นรายการวิเคราะห์นี้ ภาษีในช่วงเดียวกันนี้มันลดลงอย่างที่พูดถึง ก็แสดงว่าภาคเอกชน ภาคประชาชนไม่มีรายได้ คือรายได้ตกต่ํา ภาษีจึงเก็บได้น้อยลง สถานการณ์ภายในตัวเมืองหลวงก็ดี ก็มีการชุมนุม ผมจึงไม่มั่นใจว่าเงิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านว่าจะเก็บได้นี้มาถึงวันนี้ทั้งปีจะได้หรือครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะได้จริงหรือครับ ผมอยากจะขอให้ท่านชี้แจงรายละเอียดอีกนิดหนึ่ง ว่าถ้ามันได้จริงผมก็ยินดีด้วย แต่ถ้ามันได้ไม่จริงปัญหาอะไรจะเกิดขึ้น ปัญหาขณะนี้ภาครัฐ รัฐบาลกําลังแสดงว่าเศรษฐกิจดี มีเงินเฟ้อ ถ้าถามว่าเงินที่ท่านนําลงไปสู่เงินงบประมาณ ก้อนนี้ ท่านนําลงไปสู่พื้นที่อีก มันยิ่งจะเฟ้อมากขึ้น ทีนี้อะไรเกิดขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ต้องมาดูแล เพื่อควบคุมไม่ให้เงินมันเฟ้อแรงเกินไป เพื่อควบคุมให้หลาย ๆ อย่างมันอยู่ ในขั้นที่มีมาตรฐานปกติ อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ย อาจจะมีมาตรการอื่น ๆ แน่นอน การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยกระทบผู้ลงทุนแน่นอน และถามว่าผู้ลงทุนนี้ เอกชนที่ผลิตสินค้าบริโภค อุปโภคออกขายให้ประชาชนนี้เขายอมหรือที่ขาดทุน ไม่ยอม หรอกครับ นั่นก็คือสินค้าบริโภค อุปโภคจะต้องขึ้น เป็นปัญหาการครองชีพของประชาชน ต่อไป นี่หมายถึงวินัยทางการคลังไม่ได้ผล ไม่ได้คํานึงถึง ถ้าหากว่าท่านคิดถูก ประเมินถูกว่า รายได้คงจะได้นี้ผมก็ไม่ได้ว่านะครับ แต่ถ้าประเมินผิดนี้งบประมาณปีหน้าก็จะเกิดปัญหาอีก ซึ่งมันก็จะเป็นอย่างนี้เป็นวัฏจักร แล้วในที่สุดความล่มจมก็จะมาถึงประเทศชาติ หนี้สาธารณะก็จะเพิ่มขึ้น ผมมองเห็นรัฐบาลนี้ยังไม่เคยมีแผนงานที่จะหารายได้นอกจาก เก็บภาษีจากประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีที่เก็บง่ายที่สุดก็คือภาษีน้ํามัน ซึ่งเพื่อน ได้อภิปรายไปหลายคนแล้ว ผมก็ไม่อยากพูดถึง แต่นั่นผมอยากจะชี้ให้เห็นว่ารายได้อื่น ของรัฐไม่มี ถ้าภาวะสถานการณ์ของประเทศเป็นอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าท่านเก็บภาษีไม่ได้ และอย่างที่เพื่อน ส.ส. ท่านวรวัจน์ได้พูดถึงเรื่องรายจ่ายบางประการ ซึ่งจริง ๆ แล้วหลายคน ก็พูดไปแล้ว ว่าเงินที่จะเข้ามาจ่ายในเรื่องผู้สูงอายุก็ดีหรือผู้พิการก็ดีนี้ ก็สามารถที่จะใช้จ่าย จากงบกลางซึ่งตั้งไว้แล้วเป็นงบประจําปี ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปยังไม่ถึงครึ่ง หรือประมาณ ครึ่งหนึ่ง ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง ทําไมไม่ใช้ตรงนั้นเสียก่อน และจริง ๆ แล้วก็ควรจะต้อง ระมัดระวังด้วยว่ามันจะเก็บเงินได้ตามเป้าจริงหรือไม่ ตรงนั้นสําคัญมากกว่า ถ้าหากว่า ตัวเลขยังเหลื่อมกันอยู่อย่างนี้ ผมว่านี่คือกฎหมายนะครับ แล้วมันจะเป็นกฎหมายได้อย่างไร กรอบการใช้เงินไม่ถูกต้อง และยังเกินไปอีก เงินที่เกินไปนี้มันเกินจากกฎหมายไปอย่างนั้น แล้วไม่มีที่ลงที่ใช้ และจะเอาไปทําอย่างไร นี่แหละชาวบ้านถึงได้พูดว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลใบสั่ง ไม่เคยปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เคยรักษา กฎหมาย ไม่รักษาระเบียบวินัย การออกงบประมาณกลางปีคราวนี้ก็เป็นการขัดต่อสิ่งที่ ควรจะเป็น สิ่งที่ควรจะทํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวินัยทางการคลังขัดอย่างยิ่ง และตัวกฎหมาย ก็มีปัญหาอย่างที่ผมกราบเรียน เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลไม่ควบคุมวินัย ไม่รักษากฎหมาย จึงปล่อยให้เพื่อนของท่านทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงจนเอิกเกริก เงินงบประมาณที่อุดอัดลงไป ในพื้นที่ครั้งนี้ ผมคิดว่ามีปัญหาแน่นอน การทุจริตจะเบ่งบานเบิกบาน ส่วนผู้ที่รับกรรม จะต้องถูกรีบภาษีต่อไปก็คือประชาชนตาดํา ๆ ผมขอเวลาครึ่งนาทีครับท่านประธาน ผมขอสรุปนิดเดียว ผมได้ยินเสียงท่านประธานผมก็ตกใจแล้วครับ ขอนิดเดียวครับ