วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องความสำเร็จของการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และยืนยันว่าชาวบ้านมีเงินเพราะโครงการประกันรายได้ โครงการเรียนฟรี โครงการผู้สูงอายุ และโครงการอื่น ๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ทํา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จังหวัดพิษณุโลก อยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า คําที่บอกว่าประชาชนไม่ต้องการ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปนั้น ไม่จริงครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังมีความชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยศักยภาพในการบริหารประเทศ ท่านประธานคงจําได้ว่าอดีตที่ผ่านมามีคนพยายามที่จะ กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้กู้ กู้ แล้วก็กู้ แต่สังเกตวันนี้ คําว่า กู้ กู้ อาจจะมีหลุดบ้างมาบ้าง แบบเผลอตัว ท่านประธานคงจําได้ว่าในชีวิตจริงของเราในการทําธุรกิจถ้ามีความจําเป็น ต้องการเงินทุนก็จําเป็นจะต้องกู้ แต่คนที่กู้ที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้นจึงจะทําให้กิจการของธุรกิจ มีการเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น เหมือนกันครับท่านประธาน ในช่วงที่รัฐบาลเจอวิกฤติเศรษฐกิจ ของประเทศ ทั่วโลกมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจหมด แนวทางในการหาเงินก็มีอยู่ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือขายสินทรัพย์ ซึ่งรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ต้องการจะเป็นขายชาติ อยู่แล้ว ส่วนที่ ๒ ก็คือขึ้นภาษี ซึ่งเราก็ไม่ขึ้นภาษี ส่วนที่ ๓ ก็คือความจําเป็นจะต้องกู้ แต่วันนี้ผ่านไปประมาณปีเศษ ๆ เกือบ ๒ ปี บทพิสูจน์ได้พิสูจน์ฝีมือท่านนายกรัฐมนตรี พิสูจน์ฝีมือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าท่านบริหารประเทศได้ยอดเยี่ยมมากครับ คําถามถามว่าทําไมบริหารประเทศได้ยอดเยี่ยม ท่านประธานคงจะรับทราบว่าวันนี้เศรษฐกิจ ดีขึ้น การส่งออกดีขึ้น การบริโภคในประเทศดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น แม้แต่เหตุการณ์ ที่มีความไม่สงบเกิดขึ้นภายในประเทศ รวมทั้งภาวะการว่างงานที่ต่ํากว่าที่คาดคิด ก่อนหน้านี้เราเคยคาดว่าคนจะตกงานถึงเกือบๆ ๑,๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขล่าสุดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนเศษ มันจึงเป็นผลพวงที่ทําให้สภาพัฒน์คาดว่าปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะโต ไม่ต่ํากว่า ๗.๙ เปอร์เซ็นต์ ผลพวงของการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศมันก็ไม่แปลก ที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต ซึ่งเป็น ๓ กรมใหญ่ของประเทศในการ จัดเก็บภาษี จัดเก็บภาษีได้เกินเป้า ตัวเลขล่าสุดหลังจากผ่านไปแค่ ๔ เดือน คือเดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔ เราเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๖๔,๒๔๗ ล้านบาท สูงจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ๖๔,๒๔๗ ล้านบาท ซึ่งถ้าประเมินทั้งปีอย่างไม่เข้าใครออกใครคาดว่า จะเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ประโยคที่ว่ากู้ ๆ มันหมดสมัยแล้วครับท่านประธาน วันนี้มีแต่รวยอย่างเดียวท่านประธาน เก็บภาษีได้เกินเป้าอย่างเดียว และเป็นบทพิสูจน์ที่ชี้ให้เห็นว่าคนที่มีฝีมือบริหารประเทศ เท่านั้นจะสามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าหมาย และสามารถเอาไปชดใช้หนี้ได้ อยากจะ กราบเรียนท่านประธาน หลายคนพยายามพาดพิงในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหา เรื่องน้ําท่วมก็ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีครับ การแก้ปัญหาเรื่องเร่งด่วน การแก้ปัญหา การเยียวยา โดยเฉพาะพี่น้องชาวไร่ชาวนาบ้านผมบอกว่าเกิดมาในชีวิตไม่เคยเจอ ไม่คิดว่า ชาวนาน้ําท่วมทีจะได้ ๓ เด้ง คําว่า น้ําท่วมได้ ๓ เด้ง ก็คือได้พันธุ์ข้าวด้วย ได้เงินช่วยเหลือถึง ไร่ละ ๒,๐๙๘ บาทต่อไร่ อดีตที่ผ่านมาได้แค่ ๖๐๖ บาท แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ทําได้จริง และส่วนที่ ๓ คือยังได้เงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ วันนี้พี่น้องชาวนาชื่นชม มากครับ คิดไม่ถึงว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําได้ดีมากและทําได้รวดเร็ว ที่จังหวัดพิษณุโลกบ้านผม ชาวไร่ ชาวนามาลงทะเบียนเดือนพฤศจิกายน อดีตที่ผ่านมาน้ําท่วมทีรอ ๑๐ เดือนครับ ท่านประธาน แต่วันนี้ ๒ เดือนครึ่งเงินถึงมือครับ จึงบ่งบอกได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า นี่คือ ฝีมือของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ประโยคที่พยายามบอกว่าวันนี้ ชาวบ้านจนลงไม่จริงครับท่านประธาน ผมพูดด้วยความยืนยันเลยครับ ผมคุยกับพวก บริษัทลิสซิ่งเขาบอกวันนี้ลําบากครับ ปล่อยยากขึ้น ชาวบ้านมีเงิน คุยกับคนปล่อยเงินกู้ นอกระบบก็บอกว่าปล่อยยากขึ้น เพราะชาวบ้านมีเงิน เหตุผลก็พูดง่าย ๆ ว่าชาวบ้านมีเงิน เพราะอะไรครับ โครงการประกันรายได้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถึงมือชาวไร่ชาวนา ทุกหลังคาเรือนที่ลงทะเบียนกับรัฐบาล โครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี จริงอยู่อาจจะมี วิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่นั่นคือมาตรฐานของการเรียนฟรี ๕ รายการ รัฐบาลใช้เงินประมาณ เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียนและค่าอุปกรณ์การเรียน ก็เหมือนกับว่าพี่น้องก็ประหยัดเงินโดยในทางตรงกันข้าม โครงการผู้สูงอายุเพื่อนสมาชิก รับรู้อยู่แล้วว่าเป็นโครงการจ่ายตรงถึงผู้สูงอายุ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงทําให้เงินผ่านมือชาวบ้าน มากขึ้น ผมยืนยัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านอยู่ในที่นี้ท่านมั่นใจแล้วว่า กระบวนการ โครงการ แผนงาน นโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ทํา เงินถึงชาวบ้านจริง ๆ ครับ ดังนั้นการพาดพิงของเพื่อนสมาชิกพยายามพูดไปเรื่อย บางครั้งอาจจะเรื่อยเปื่อยไป แล้วผม ภูมิใจที่ ๓ อย่างในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ตั้งงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นการบ่งบอกถึงวินัยทางการคลัง เงินเอาไปใช้หนี้เงินคงคลัง ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท บ่งบอก จริง ๆ ว่าท่านมีวินัยในการใช้เงินของประเทศ ไปเจอรัฐบาลบางรัฐบาลครับท่านประธาน มีเงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะเอาไปใช้หนี้ บางครั้งเอาไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย วันนี้นายกรัฐมนตรีท่านประกาศชัดเจน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้หนี้เงินคงคลัง นี่คือ การใช้หนี้ครับ ดังนั้นคําว่า กู้ กู้ กู้ หมดแล้วครับท่านประธาน มีแต่รายรับเข้าประเทศ เกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้ นอกจากนั้นแล้ว ข้อกล่าวหาในเรื่องของผู้สูงอายุผมตรงไปตรงมาครับ ก็ในเมื่อมีการพิสูจน์แล้วว่ามีผู้สูงอายุมาลงทะเบียนเกินกว่าเป้าหมาย รัฐบาลจึงจําเป็นต้อง ตั้งงบประมาณกลางปีประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งผมมองว่าเรื่องเหล่านี้ตรงไปตรงมา และสุดท้ายประเด็นที่ ๓ ในการใช้จ่ายงบประมาณกลางปีครั้งนี้ก็คือเอามาฟื้นฟูประเทศ ในช่วงเกิดวิกฤติภัยพิบัติ รัฐบาลทําไป ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน และอย่างที่ ๒ คือรัฐบาลได้เยียวยา พี่น้องประชาชน ขณะนี้รัฐบาลกําลังทําในสิ่งที่ ๓ ก็คือเอามาพัฒนาฟื้นฟู และสิ่งที่ น่าภาคภูมิใจครับ เขาพยายามกล่าวหาว่าเงินนี้พยายามเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง แต่ท่านประธานลองคิดดูนะครับ ถ้าเก็บไว้เฉพาะกระทรวงของพรรคประชาธิปัตย์ก็อาจจะ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกแบบหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมภูมิใจเวลาคุยกับพี่น้องประชาชนได้อย่าง เต็มปากคือซีดีแผ่นนี้ ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนให้ความโปร่งใสของการใช้จ่ายเม็ดเงิน งบประมาณด้วยการจัดทําซีดี เพื่อบ่งบอกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเอาไปทําอะไรบ้าง นี่คือความโปร่งใสที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสามารถ บริหารเม็ดเงินงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ