สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ โดยอ้างเหตุผลว่าการจัดเก็บภาษีเกินเป้าหมายเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ดีของกระทรวงการคลัง และการอนุรักษ์นิยมในการประมาณการรายได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเล็กน้อยในการที่จะตอบคําถามหรือ ความกังวลที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านหลายท่านมีคําถามเดียว ก็คือหลายท่านได้อภิปรายไป ผมฟังก็เป็นห่วงนะครับว่าท่านไม่เชื่อว่าประมาณการรายได้ของทางกระทรวงการคลัง ที่ได้ประมาณการไว้ว่ารายได้ที่กระทรวงการคลังจะจัดเก็บได้ในปีนี้จะสูงกว่าเป้าที่กําหนดไว้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๔ ได้จริง และถึงจริงก็ไม่เชื่อว่าจะจัดเก็บได้เกิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามประมาณการที่เราได้ใช้เป็นสมมุติฐานในการกําหนดงบประมาณกลางปี ต้องขออนุญาต เรียนนะครับว่าความไม่เชื่อของท่านก็สอดคล้องกับในอดีตที่ทุก ๆ ครั้งเราเสนอตัวเลข ในแง่ของประมาณการรายได้ ท่านก็จะอภิปรายในทุก ๆ ครั้งนะครับว่าท่านไม่เชื่อว่า ทําได้จริง แต่สุดท้ายตัวเลขก็เป็นตัวบ่งชี้นะครับว่าในเกือบทุกกรณีเราสามารถที่จะจัดเก็บ ได้เกินเป้าที่เราได้กําหนดไว้ ซึ่งเป็นเป้าที่ท่านเองแต่เดิมไม่เชื่อว่าเราจะทําได้ จนกระทั่ง มีท่านสมาชิกฝั่งท่านเองหลายท่านะครับก็ได้อภิปรายในทํานองที่ว่าทําไมถึงทุก ๆ ครั้งเราถึง ได้สามารถที่จะหารายได้เกินกว่าเป้า แล้วก็หันมาโทษว่าอันนี้เป็นเพราะว่าเรากําหนดเป้า ไม่เป็นจริงหรือไม่ ผมขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น การบริหารจัดการในเรื่องของ การเงินการคลังที่ดี ผมต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธาน ก็คือต้องจัด โดยการกําหนดประมาณการด้วยความรอบคอบ เราต้องถือว่าเราอนุรักษ์นิยมในการที่จะ มีการประมาณการรายได้ เพื่อให้มีการกําหนดรายจ่ายอยู่ในกรอบประมาณการที่มี ความเป็นไปได้สูง ดังนั้นเมื่อเราบริหารจัดการด้วยเม็ดเงินงบประมาณส่งผลให้เศรษฐกิจมีผล ในเชิงบวก ผู้ประกอบการมีรายได้สูงขึ้น ประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ก็ทําให้เรา สามารถที่จะจัดเก็บรายได้ในรูปของภาษีเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน อันนี้ก็คือสาเหตุที่ทุก ๆ ครั้ง เราจะประมาณการรายได้ไว้ในระดับที่เรามั่นใจว่าเราทําได้จริง ถือว่าถ้าทําได้เกินกว่านั้น ก็เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

ทีนี้วกกลับมาในส่วนของปีนี้นะครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกถึงกับอภิปรายว่า ไม่เชื่อตัวเลขของทางราชการว่า ๓ เดือนแรก เราเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง ๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับท่านอย่างไรนะครับ ตัวเลขของราชการก็เป็นตัวเลขที่มีการสอบทาน เป็นตัวเลขที่ถูกต้อง และผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมด้วยว่านั่นคือ ๓ เดือนแรก และสถิติ การจัดเก็บรายได้ การสรรหารายได้ของรัฐบาลก็ดีต่อเนื่อง ในเดือนมกราคมเองเดือนเดียว เราสามารถจัดเก็บได้ถึง ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาท สูงกว่าประมาณการที่กําหนดไว้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทําให้รายได้โดยรวม ๔ เดือนแรกในปีงบประมาณปีปัจจุบันสูงกว่า ประมาณการที่กําหนดไว้ถึง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๔๑,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ เดือนแรก ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อเพียงแค่ ๔ เดือนผ่านไป นั่นคือเกินครึ่งของประมาณการทั้งปี ที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เราได้ใช้เป็นสมมุติฐานในการกําหนดงบประมาณกลางปีไว้ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมคิดว่าท่านมั่นใจได้ครับ แล้วพี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายอยู่มั่นใจได้ว่า เมื่อเพียงแค่ ๔ เดือนแรก เราสามารถที่จะมีรายได้ในส่วนของรัฐบาลสูงกว่าเป้าหมาย ที่กําหนดไว้ถึง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราตั้งสมมุติฐานไว้ทั้งปีเพียงแค่อีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่เรามั่นใจในส่วนของกระทรวงการคลังว่าเราจะบริหาร ได้แน่นอน ในส่วนของการถามถึงประเด็นจังหวะในการจัดทํางบประมาณกลางปี เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีอิสสระก็ได้อธิบายในส่วนของการจัดสรรเม็ดเงินรองรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผมขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี ณ ปัจจุบันมีเหลืออยู่ ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็เห็นนะครับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เหตุเกิดจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริง เราไม่เห็นความจําเป็นครับว่าทําไมเราถึงต้องรองบประมาณปี ๒๕๕๕ ในการ ที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อเรามีรายได้ที่เก็บได้อยู่แล้ว ณ เวลานี้ ที่สามารถที่จะนํามาจัดสรรเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ผมไม่แน่ใจว่าความหมาย ของหลาย ๆ ท่าน คือท่านต้องการรอให้เวลากับการจัดสรรงบประมาณต้องมีการ เลือกตั้งก่อน ถึงจะดําเนินการในการช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ แต่รัฐบาลนี้เมื่อเราเห็นว่า รายได้ในกระเป๋าเรามี การบริหารเงินสดของเราไม่ได้ทําให้มีประเด็นปัญหาในแง่ของ สภาพคล่องแต่อย่างใด เราก็พร้อมที่จะจัดสรรเม็ดเงินส่วนนี้เป็นเม็ดเงินงบประมาณ ผ่านงบกลางปีเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันที ถ้าท่านถามว่าทําไมไม่ใช้ งบกลางของท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็เพิ่งเรียนไปนะครับว่า ณ ปัจจุบันงบกลางของ ท่านนายกรัฐมนตรีเหลืออยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าต้องนําไปใช้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะชดเชยในส่วนของผู้สูงอายุที่มาขึ้นทะเบียนหลังจากสิ้นปีงบประมาณปีที่แล้ว จํานวน ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเหลือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะรองรับโครงการที่จะ เป็นการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเพียงแค่ ๒ รายการนี้ก็จะ ทําให้งบกลางท่านนายกรัฐมนตรีหมดไป และนี่เป็นเพียงแค่เดือนกุมภาพันธ์ ในอนาคต เมื่อพี่น้องประชาชนประสบภัยแล้งหรือเดือดร้อนจากเหตุการณ์อื่น ๆ ท่านจะให้ทางรัฐบาล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างไร มาตั้งงบประมาณกลางปีตอนนั้นก็สายไปแล้ว ดังนั้นการบริหารบ้านเมืองโดยเฉพาะการบริหารในเรื่องทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพครับว่าต้องการมีการวางแผนและต้องมีการบริหาร ด้วยความรอบคอบ เมื่อเราเห็นอยู่แล้วว่ารายได้มี สามารถที่จะจัดสรรได้และช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที ไม่มีประโยชน์ครับที่จะต้องรอคอย นั่นคือสาเหตุอันดับแรก ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับว่าเรามีความมั่นใจในส่วนของที่มาของรายได้และเรามีความมั่นใจ ในแง่ของจังหวะเวลา ว่านี่คือเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมที่รัฐบาลควรที่จะรีบยื่นมือไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ