ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดชัยภูมิเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและสนับสนุนให้ใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงบประมาณกลางปีและผลการบริหารงานของรัฐบาล
อยากเรียนท่านประธานนะครับ วันนี้ทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณกลางปี ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเรียนครับว่า ผมอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไปที่จังหวัดชัยภูมิ ท่านทราบไหมครับ สมัยที่ ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี น้ําท่วมที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุดรธานี ท่านไปปุ๊บ เดี๋ยวนี้จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นน้ําไม่ท่วมแล้ว ท่านไปจังหวัดชัยภูมิท่านอย่าลืม นะครับ ผมดูในงบประมาณไม่มีอะไรเลยครับ มีเพียงแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อมแซมฝาย ในเขตเทศบาลไม่มีเลยครับ ถึงอยากฝากท่านครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านไปดูแล้ว ท่านต้องแก้ปัญหาให้ได้ ผมอยากเรียนนะครับว่าวันนี้ผมอยากพูดในหลายเรื่อง ก่อนที่จะพูด เรื่องงบประมาณผมก็ถูกพาดพิงทางหน้าหนังสือพิมพ์ หลายคนก็ไปพูด ผมไม่อยากตอบโต้ นะครับท่านประธาน ผมไม่เป็นคนที่จะไม่ไปตอบโต้ทางหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะว่าเป็นเรื่อง ที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร ท่านไปดูสวนดุสิตโพลล์ เขาทําไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ถึง ๑๔ ธันวาคม เขาบอกว่าปีหน้าเขาอยากได้อะไรและเขาอยากให้รัฐบาลชุดนี้ทําอะไร ๖๐.๐๘ เปอร์เซ็นต์ บอกให้รัฐบาลชุดนี้ระวังคนใกล้ชิด และที่สําคัญให้ทํามากกว่าพูด โดยเฉพาะท่านมีโฆษก โฆษกเทพไทก็หาแต่เรื่องนักการเมือง โฆษกรัฐบาลก็หาเรื่องจะไปรบกับคนนั้น จะไปรบ กับคนนี้ โฆษกพรรคท่านก็ไม่รู้พูดอะไร เป็นหมอเหมือนกันนี่ละครับ ผมถึงบอก ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ลุกขึ้นมาปรามแล้ว แต่เขาก็ระรานอีก นโยบายเขาจะว่าอย่างไร เขาเป็นฝ่ายค้านก็ต้องพูดได้ แต่นี่ก็ไปต่อว่าเขาอย่างนั้นอย่างนี้ พี่เหลิมเขาไม่ได้เอ่ยถึงคุณเทพไทแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้เอ่ยชื่อเลย ผมนี่เอ่ยชื่อ เพราะเขาไปสัมภาษณ์ชื่อผม ผมต้องเอากลางสภาครับ ผมไม่พูดหรอกหนังสือพิมพ์ ผมถึงอยากเรียนว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกตลอด ว่าท่านจะนํานโยบายเศรษฐกิจ พอเพียงมาใช้ นี่หาเงินได้ ความจริงท่านต้องไปลดการกู้เงิน เศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ต้องรู้จักคําว่า พอ นี่ท่านไม่ค่อยพอครับ แบ่งสรรเค้กกัน ผมก็ไม่อยากจะดู ไปดูเห็นชัดเจน ท่านสนั่นมาคุยกับผม ผมดีใจนะครับ ๔๐๐ บวกอีก ๑๐๐ แต่ปรากฏว่าผลออกมา งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันชัดเจนครับ ผมสงสารท่านครับ สงสารท่าน จริง ๆ ท่านไปทําอะไรผู้ที่มีอํานาจในพรรคตัวจริง โทรศัพท์สั่งการ แบบนี้ไม่ตอบแทนกัน จะว่าอะไร จะให้แปลว่าอะไร มันดูแล้วมันน่า ไม่อยากจะพูดท่านประธาน ทีนี้ผมอยากเรียน เอะอะท่านก็บอกว่าจีดีพีท่านดีขึ้น เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีท่านสูง ท่านต่ํากว่าใครท่านพูดผิด เลยครับ ผมเคยตอบโต้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครั้งหนึ่งในเรื่องฐานะหนี้ ของประเทศ ท่านประธานครับ เราต้องไล่ดูครับ หนี้ไม่ใช่ดูปีเดียว ดูปีเดียวของท่านนี้ดูดีมาก ดูปีเดียวมันต้องดูตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๕๔ เลยครับ ไล่ลงมาครับ ถึงจะรู้ว่ารัฐบาลมีฝีมือหรือไม่ ดูสิครับ รัฐบาลเอาปี ๒๕๔๔ เลยนะครับ หนี้ต่อจีดีพี ๕๗.๑ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ท่านชวนยุบสภา ท่านทักษิณขึ้นมา สมัยท่านชวน ๕๖.๙๗ เปอร์เซ็นต์ ถึงรัฐบาลทักษิณ ๕๗.๑๖ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนั้นครับ ปี ๒๕๔๕ ลดลงเหลือ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๖ เหลือ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๗ เหลือ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๔๘ ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ จนถึงปี ๒๕๔๙ สมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าจีดีพีโตขึ้นโตแบบมหาศาลเลยครับ หนี้ต่อจีดีพีลดลง ๆ ต่ําสุด ก่อนที่ท่าน จะมานะครับ คือเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๑ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลท่าน ได้ ๓๗.๔ เปอร์เซ็นต์ หลังจากท่านเป็นรัฐบาลครับ ปี ๒๕๕๒ กระโดดพรวดเดียวครับ ๔๕.๕๗ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๓ ลดลงนิดหนึ่ง ผมดีใจนะครับที่ได้ลดลง ๔๒.๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปี ๒๕๕๔ ล่ะครับ จะเป็นอย่างไร ผมดูแล้ววังเวงนะครับ ท่านทักษิณทําให้ลดหนี้ต่อจีดีพี ลดลงมา ๑๖.๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านอย่าเอาส่วนที่ท่านบอกหนี้ต่อจีดีพีท่านต่ําที่สุด มันไม่ใช่ ตัวเลขมันไม่ใช่เลย ผมถึงอยากเรียนท่านประธานนะครับว่าวันนี้บ้านเมืองของเรามันต้อง ค่อย ๆ อย่าไปคิดเรื่องใช้เงินมากมาย ใช้จนเรางง อยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่าท่านก็บอกว่าว่างงานน้อยลง ท่านไปดูครับ อัตราการว่างงาน ของท่านไม่ได้ดีกว่าใครเลย ดีที่สุดตอนไหนท่านประธานทราบไหมครับ ปี ๒๕๔๙ ก่อนปฏิวัติ ๑.๓๖ เปอร์เซ็นต์ ของท่านปีนี้ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๒ ๑.๙๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมา ผมไม่เคยพูดว่าประชากรจะว่างงานเป็นล้านคน ไม่เคยพูดครับ แต่นักวิชาการเขาพูด แต่เมืองไทยท่านประธานทราบไหมครับ ไม่ได้ขับแท็กซี่ เขาก็ไปทํานาครับ เขาจึงมีอาชีพเพราะว่า เขาไปทํานา ทําไร่ เขาไม่ได้ว่างงานแบบที่ต่างประเทศเขาว่างงานกัน ผมอยากเรียนว่า งบประมาณปีนี้ท่านก็บอกว่าจัดเก็บได้เก่งมาก ทําไมจะไม่เก่งครับ ภาษีน้ํามันที่เข้ากองทุน ดีเซล (Diesel) ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เบนซิน (Benzene) ท่านเก็บ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งภาษีทั้งเข้ากองทุน สูงที่สุดตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีมา ท่านจะเก็บธุรกิจเฉพาะท่านก็เพิ่มเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ หลังจากท่านมีนโยบายแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมอยากบอกท่านนะครับ เงินกู้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอย่าลืม ท่านกู้เงิน ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ปีหน้าท่านจะใช้หนี้เท่าไรครับ ปีนี้ปี ๒๕๕๔ ท่านจ่ายดอกเบี้ย ๑๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยนะครับ เงินกู้จ่ายเท่าไร นิดเดียวครับ แล้วปีหน้าท่านจะจ่ายเงินกู้คืนเท่าไรครับ ที่ท่านกู้ไปเท่าที่ผมประเมินได้คือ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะจ่ายหนี้ไปเท่าไร มาดูในรายละเอียดโดยเฉพาะครับ จะพูดเหลืออีก ๑ นาที เอากระทรวงคมนาคม ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ ผมอยากถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ ผมดูแล้วเอาไปทํารีไซคลิง (Recycling) จริงหรือเปล่า ผมดูแล้ว อ่านดูแล้วงง ๆ ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ส.ส. ทุกคนเขาตกใจมาก ถนนดี ๆ ครับ ลอกออก กิโลเมตรละ ๓ ล้านบาท เหมือนที่ท่านโสภณ ซารัมย์ บอก ไปลอกที่จังหวัดชัยภูมิ จริง ๆ งบบายพาส (Bypass) เขาตั้งไว้สําหรับทํา ๔ เลนครับ ๖.๕ กิโลเมตร ๘๕ ล้านบาท ที่ตั้งงบประมาณไว้ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปรากฏว่าเอาไปทํารีไซคลิงครับ ระยะทาง ๖.๕ กิโลเมตร เปลี่ยนหมดครับ เป็น ๑๑ กิโลเมตรกว่า ตามสัญญานี้ผมได้สัญญามาเลยครับ นี่ได้สัญญาเอามาเลย ๖.๕ กิโลเมตร แต่ไปทํารีไซคลิงครับ ไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จากทํา ๔ เลน กลายเป็นรีไซคลิง แล้วตรงที่ทํานี้มีเสียหายอยู่ประมาณสัก ๒๐๐ เมตร นอกนั้นทางดีหมดครับ ขูดออก ๆ แล้วก็เอายางเก่าปูทับ เขาบอกมีคนฟันเหนาะ ๆ ไป ไม่ต่ํากว่า ๒๕ ล้านบาท อันนี้ละครับจะให้ผมไว้ใจอย่างไรครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี้ บอกเอาไปบูรณะ ผมดูแล้วแม้แต่คนทํานะครับ ผมก็รู้ครับบริษัทนี้ผมก็รู้ว่าเป็นใคร ผมเคยอยู่กับท่านประธานทําไมผมจะไม่รู้ว่าบริษัทที่มาทําที่จังหวัดชัยภูมินี้เป็นคนของใคร มันน่ารังเกียจมากเลย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปดูหน่อยครับ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาไปทํา รีไซคลิง ท่านนายกรัฐมนตรีตัดออกไปเถอะครับ ถ้าทํารีไซคลิงนะครับ ถ้าไปซ่อมแซม ถนนที่พังผมไม่ว่าครับ แต่ถ้าทํารีไซคลิงท่านกรุณาตัดออกเลยครับ ขอบคุณครับ