โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือเรื่องการซ่อมถนนและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยชี้แจงว่ากรมทางหลวงซ่อมถนน 3 ประเภท พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานปรึกษากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน คู คลอง เพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วม
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจงต่อ ท่านประธานไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงแล้วอาจจะไม่ครบถ้วน เพราะผมไม่ได้ฟัง ท่านผู้อภิปรายซึ่งอภิปรายจบ นั่งประชุมเรื่องเอ็มโอยู (MOU) รถไฟไทย-จีน อยู่ ได้ยิน แต่เสียงซารัมย์ ซารัมย์ ผมก็มาตอบท่านนี่แหละ กราบเรียนอย่างนี้นะครับ
เรื่องแรกที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ประเด็นที่กระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาตั้งแต่เช้า เรื่องแรกที่ต้องเรียนก็คือเรื่องถนนดีไปซ่อม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ ในใจผมตั้งแต่ตอนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เหมือนกัน แต่ว่าเมื่อได้เป็นรัฐมนตรี แล้วผมไม่ได้ละเลย แล้วก็ได้มากํากับหน่วยงานในกระทรวงว่าทําไมถนนดีไปซ่อม ที่จริง ถนนเขาซ่อมกันอยู่ ๓ ประเภท
ประเภทแรกก็คือซ่อมปกติ ซ่อมปกติ ตัดหญ้า บํารุงผิว ใช้เงินในการ บํารุงรักษาประมาณสัก ต่อกิโลเมตรนะครับ ก็ประมาณสัก ๖๐,๐๐๐ บาทต่อกิโลเมตร
ประการที่ ๒ อันนี้คือซ่อมตามอายุการใช้งาน ซ่อมตามอายุการใช้งาน ถ้าผิวมันแตก ถนนถ้าทํา ๓ ปีจะต้องชํารุด ผิวแตก ถ้าซ่อมภายใน ๓ ปีจะต้องใช้เงิน ต่อกิโลเมตร ๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วถ้าอยู่ถึง ๗ ปี ใช้ซ่อมต่อกิโลเมตร ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าซ่อมบํารุงใหญ่ ที่เรียกว่าซ่อมประเภทที่ ๓ ซ่อมบํารุงใหญ่ใช้เงินต่อกิโลเมตร ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นก็กราบเรียนว่าในเมื่องบประมาณประเทศมันไม่พอ เขาก็เลือกซ่อม ว่าอันไหนที่ควรซ่อมปกติ ที่ใช้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท อันไหนที่จําเป็นต้องใช้เงิน เหมือนที่ จังหวัดชัยภูมิ ทําไมเขาถึงซ่อม เพราะว่าเขาซ่อมในระยะที่เป็นระยะที่ ๒ ที่ใช้เงินทุก ๓ ปี ต้องซ่อม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าประเด็นนี้ได้เคยชี้แจงหลายครั้ง จนบางครั้งผมถึงบอกว่า ถ้าจังหวัดไหนที่มีปัญหา ให้หน่วยงานไปปรึกษาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนว่าจะซ่อม หรือไม่ซ่อม ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าประเด็นเรื่องซ่อมจะได้จบไปว่ามันมีการซ่อม ๓ ประเภท
เรื่องที่สองที่ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้นะครับ เรื่องน้ําท่วม ท่านประธานที่เคารพ ตอนที่น้ําท่วมกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยตัวกระผม ผมเรียนท่านประธานนะครับเราทํางานกันอย่างหนัก โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวง เจ้าหน้าที่ของทางหลวงชนบทม่ได้หลับได้นอนต้องไปเฝ้ายาม ถนน ทั้งถนนจะขาด ทั้งทําที่ระบายน้ําในเขตที่น้ําท่วม ผมได้ออกตรวจน้ําท่วมอยู่ตลอดเวลา ไปทุกที่ครับ ทุกจังหวัดที่มีน้ําท่วม ภาคเหนือก็ไป จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําพูน ภาคกลางก็ไป ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ไปหมดครับ ฉะนั้นผมเรียน ท่านอย่างนี้นะครับว่าเมื่อไปแล้วผมจะได้ไปประชุมข้าราชการในหน่วยงานของเราว่า ปีนี้รัฐบาลมีภาระหนักในเรื่องงบกลาง ทุกท่านก็ทราบในสถานะการเงินการคลังของเรา ผมก็ไปให้ความสําคัญว่าต้องจัดลําดับความสําคัญให้ได้ ฉะนั้นงบความเสียหายของถนน แต่ละเส้นต้องผ่านคณะกรรมการจังหวัดที่เรียกว่า กชพจ. มาก่อน แล้วเขตจะรวบรวม มาประชุมจัดลําดับความสําคัญที่เขต เขตก็จะเอามาจัดลําดับความสําคัญที่กรม ฉะนั้น ผมเรียนว่าผมก็แปลกใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่บอกว่ากระทรวงคมนาคม ไม่ต้องไปให้งบประมาณ วันนี้ถึงให้ไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ยังไม่สามารถบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เพราะเงินมันน้อยนิดครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าทางหลวงชนบทเสียหายทั้งหมด ๔,๙๐๐ ล้านบาท ที่ประเมินกันมา ๔,๙๐๐ ล้านบาท เรานะครับ ขั้นตอนแรกรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็บอกว่า ให้ไปใช้เงินกันก่อนอย่างที่ท่านเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ผมก็ไปกันประเภทเงินที่ ๑ ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เงินกัน เรากันได้มา ๒๖ ล้านบาท ปรับแผนปี ๒๕๕๔ อีก ๑๒๐ ล้านบาท ใช้เงินเอสพี ๒ อีก ๔๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่เรากันมาได้ทั้งหมด ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐจัดให้ครั้งนี้ในงบประมาณกลางปีนี้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลืออีก ๒,๗๐๐ ล้านบาทเราจะต้องไปตั้งในปี ๒๕๕๕ ฉะนั้นกระบวนการในการทํางาน ผมไม่ได้สุกเอาเผากินอย่างที่สมาชิกบางท่านได้เรียนต่อท่านประธาน ขณะเดียวกัน ของกรมทางหลวงนะครับ ของทางหลวงเสียหายทั้งหมดทั่วประเทศ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราไปใช้วิธีปรับแผนปี ๒๕๕๒ ๖๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้เงินกันปี ๒๕๕๓ นี้ ๖๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับแผนปี ๒๕๕๔ อีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้เราต้องใช้เงินได้จากงบกลางปีครั้งนี้ กรมทางหลวงได้แค่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ๑,๘๐๐ ล้านบาทเสียหายทั้งหมด ๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือต้องไปตั้งในปี ๒๕๕๕ อีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า สมาชิกท่านใดหรือฝ่ายค้านถ้าท่านไม่มีความประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ผมก็จนปัญญานะครับ แต่ว่าในฐานะรัฐมนตรี ผมเรียน ท่านประธานเลยนะครับว่าเงินที่ได้ไป ๒,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท ผมได้ให้นโยบาย แก่ข้าราชการว่าใครที่ไปทําทุจริต ใครที่ไปหากินกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คุณต้องรับผิดชอบ ท่านประธานลองไปเช็กดูแต่ละที่ที่ผมไปประชุมข้าราชการของ กระทรวงคมนาคม แต่ละที่ผมได้ให้นโยบายแก่เขาว่าอย่างไร ฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่า วันนี้เรื่องน้ําท่วมเราได้งบประมาณมาเพียงน้อยนิด ๒,๙๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กรุณาอย่ามา กล่าวหาว่ารัฐบาลซื้อใจพรรคภูมิใจครับ ไม่ใช่ครับ ถ้าซื้อใจวันนี้ผมต้องถูกก่นด่าว่า ไม่สามารถเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
ประการที่ ๒ ที่ต้องกราบเรียนว่า หลายท่านสงสัยว่าทําไมไปทําแค่นี้ รัฐมนตรีไม่มีภูมิปัญญาที่จะแก้ ปีหน้ามันก็ท่วม ก็ท่วมครับ ในเมื่อกายภาพของประเทศ มันเปลี่ยน ป่าไม้ถูกทําลาย เมืองมีการถมที่มีการพัฒนาเมือง คู คลอง ลําน้ํามันเปลี่ยน ถนนมันไม่ได้สร้างในยุคผมแต่มันสร้างมาก่อนนี้ ผมจึงสั่งให้กรมทางหลวง ทางหลวงชนบท ทํามาสเตอร์ แพลน (Master Plan) เพื่อที่จะเสนอรัฐบาลว่าถนนบางเส้นมีความจําเป็น อย่างอําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านเขายินดีให้น้ําท่วมฝั่งหนึ่งโดยใช้ ถนนของกรมทางหลวงกั้นน้ําไม่ให้เข้าตลาดเทศบาล เพราะความเสียสละของชาวบ้าน ฉะนั้นมันมีทั้งแง่บวกแง่ลบ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับในเรื่องของแผนแม่บท ที่จะป้องกันปัญหาน้ําท่วมกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วก็ดําเนินการ และได้สั่งการ ไปแล้วในอนาคตก็ต้องใช้งบประมาณดําเนินการต่อไป
เรื่องที่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับที่มีการพูด ที่จริงก็มีการอภิปราย ไปแล้วผมก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าเรื่องโครงการใหญ่ ๆ ในกระทรวงคมนาคมในยุคผมนะครับ วันนี้ต้องเรียนตามตรงนะครับว่างานที่กระทรวงคมนาคมได้ผลักดันรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ หรือเมกกะ โปรเจค (Mega Project) ที่เกิดขึ้นในยุคผมก็มีถือว่ามีมากที่สุดในรัฐมนตรี หลาย ๆ ท่าน เรื่องแรกความสําเร็จผมก็พูดมาตลอดตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจรอบแรก เรื่องสายสีม่วง โครงการสายสีม่วงก็ต้องชื่นชมคนที่เขาคิดผมก็บอกอย่างนั้น แต่วันนี้มันมา สําเร็จในยุคผม ในรัฐบาลชุดนี้ ท่านได้ไปยื่นซอง ท่านได้ไปทําทีโออาร์ (TOR) ประกวดราคา ใส่ซองมาในรัฐบาลยุคก่อนผม พอมาถึงยุคผมมาเปิดซอง มาเปิดซองก็มาต่อรองราคากัน ก็ลดลง ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ก็ก่อสร้างไป ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สามารถดําเนินการที่จะเปิด ใช้ได้ในปี ๒๕๕๗ ขณะนี้มูลค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงไม่ได้อยู่ที่ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับ มันเกิน ๓๒,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ํา ฉะนั้นผมเรียนท่านว่าใครจะได้ดีได้งามอะไรก็ช่างเถอะ ผมก็เรียนตามตรงว่าคนที่คิดคิดมารัฐบาลชุดนี้แก้ปัญหาอย่างไร
ส่วนเรื่องสายสีน้ําเงินผมเรียนอย่างนี้ ที่มีการกล่าวหาว่าฝ่ายนั้นตรวจสอบ การตรวจสอบก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะพรรคไหนครับ พรรครัฐบาลก็ตรวจสอบกันไปก็เป็น หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า หลายท่านไม่เข้าใจว่าแม้แต่กระทรวงคมนาคมน้อยใจครับ น้อยใจท่านนายกรัฐมนตรีนี่แหล่ะ น้อยใจพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละว่าทําไมมาตรวจสอบแต่พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนท่าน อย่างนี้ครับ ต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ ไปยังพี่น้องประชาชน เรายินดีที่จะได้รับการตรวจสอบ ผมก็ยินดีที่ได้รับการตรวจสอบ สายสีน้ําเงินนี่ตรวจสอบ ท้ายสุดให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ คนที่ดูแลเรื่องกฎหมาย ที่ปรึกษากฎหมายของ ประเทศไทย สูงสุดก็มีอัยการแหละครับ อัยการก็ตรวจสอบมาแล้วว่าถูกต้อง ในเรื่องการันตี ว่าราคาถูกไม่ถูก แพงไม่แพง ก็คือกรมบัญชีกลาง ท่านนายกรัฐมนตรีมีมติคณะรัฐมนตรี ก็ให้ไปตรวจสอบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ยอมให้ไปเซ็นสัญญา ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบก่อน ผมก็ส่งไปให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบ วันนี้กรมบัญชีกลางก็ตรวจสอบสําเร็จแล้ว ก็จบแล้วครับ ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในการดําเนินงานของผม ส่วนท่าน ที่กล่าวหาว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรืออะไร ผมเรียนท่านนะครับว่าในยุคผม รัฐมนตรีคนนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะไปยุ่งเกี่ยว ไม่มีนโยบายแล้วก็ไม่เคยทําด้วย ส่วนท่านจะกล่าวหา ไม่ถูกผม ไม่ถูกพรรคผมด้วย ใครจะดําเนินการใด ๆ ผมเรียนท่านว่าวันนี้สิ่งที่กราบเรียนว่า ขอความกรุณาท่านที่กล่าวหา ถ้าท่านคิดว่ามันมีจริงหรือไม่มีจริง ท่านต้องยกตัวอย่าง อย่างที่ผมเรียนแล้ว ผมไม่ไว้หน้าใครนะครับ เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานว่าวันนี้ สิ่งที่กระทรวงคมนาคมดําเนินการไปนี้ ได้ดําเนินการไปถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ