สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

(เนื่องจาก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ติดราชการ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิกคะ ก่อนที่ที่ปร ะชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระการประชุม ดิฉันจะให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือก่อนท่านละ ๒ นาทีนะคะ ดิฉันมีรายชื่ออยู่ในขณะนี้ มีท่านฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ท่านชาลี เจริญสุข รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ดิฉันขอเชิญท่านฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ก่อนเลยค่ะ

นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์

กราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกผมก็บอกว่า ผมมาบ่นทุกเช้าและพูดเสียงเบาเห ลือเกิน กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ ความจริงผมเองก็ไม่ใช่เปึนคนเสียงเบา เสียงดังแล้วก็ฟังชัดด้วย แต่วันนี้ไมโครโฟนไม่เปึนใจเท่านั้นเอง ผมจะพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญหน่อยนะครับว่า รัฐธรรมนูญของเรามันจะขลังหรือไม่มันอยู่ที่คนมากกว่า เปึนธรรมนูญของชีวิตนะครับ และมนุษย์เราหรือพลเมืองในภาคประชาชนของเราถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของชีวิตแล้วรัฐธรรมนูญฉบับไหนจะขลังขนาดไหนก็แล้วแต่มันก็ไร้ความหมาย ณ เวลานี้ เราก็มาถึงสุดท้ายแล้วนะครับท่าน สุดท้ายใกล้เต็มทีแล้วใกล้หมดเวลาของพวกเราแล้ว จะทําอย่างไรนะครับว่าธรรมาภิบาลจะเกิดขึ้นไหมในประเทศของเรานี้ ณ ประเทศนี้ เมืองนี้นะครับ คนเราอยู่ที่จิตมากกว่า พลังทั้งหลายรวมกันอยู่ที่จิตของเรา ทุก ๆ คนถ้าเรามี รวมพลังในการสมานสามัคคีแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่ว่ามีปัญหามันจะไม่มี เพราะฉะนั้นถ้ามันเปึนไปได้ ในความรู้สึกของผมส่วนตัวนะครับว่าทําอย่างไรก็ได้นะครับพวกเราสมานสามัคคีกันเอาไว้ จะดีที่สุด เราอย่าได้แตกแยกกันเลย หรือเราอย่าได้มาคิดต่างแบบประเภท ที่แล้วมา ไปคิดต่างกันแล้วมาเปึนศัตรูกัน ไม่ใช่นะครับ ใน ๒๕๐ คนเราไม่ใช่เปึนศัตรูกัน เราจะมี

ความคิดแตกต่างกันก็จริงแต่เราร่วมกันอยู่เสมอครับ ผมเปึนคนที่ชอบบ่นตอนเช้า ๆ ทุกวันนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจำกจังหวัดฉะเชิงเทราครับ วันนี้ขอหารือ เรื่องสําคัญเร่งด่วนเลยนะครับ เพราะว่าเนื่องจากมีการจัดเวทีเสียงประชาชนหรือ สปช. ไปเมื่อวันศุกร์ แล้วก็ออกอากาศไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ๑ ชั่วโมงครึ่ง ทางช่องเอ็นบีที ต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการ ท่าน พลเอก จีระ โกมุท ท่านก็ไปดูแล อย่างใกล้ชิด ไปรับฟังความคิดเห็นมาพร้อมกับ สปช. หลายท่าน ท่านหาญณรงค์ เยาวเลิศ แล้วก็ทางผมเองได้รับข้อ ๑ ในคําถามนะครับว่าเราจะปฏิรูปเรื่องการบริหารจัดการน้ําอย่างไร เนื่องจากลุ่มน้ําบางปะกงมีน้ําจืดในช่วงฤดูฝนอยู่เยอะ แต่ปัญหาก็คือว่าน้ําจืด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไหลลงทะเลหมด ทั้ง ๆ ที่เรามีประตูกั้นน้ําซึ่งสร้างไปกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท และรวมค่าเวนคืนที่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท

แต่วันนี้เรายังไม่เคยป่ดประตูนั้นได้เลย ไม่สามารถที่จะเก็บน้ําจืดได้เลย ผมก็เลยขอหารือ เพื่อที่จะผ่านไปถึงยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านก็ดูแลอยู่แล้ว ก็เคยเปึนประธานรอยต่อป์า ๕ จังหวัดด้วย อยากให้ท่านมาเปึนประธานในการบริหาร จัดการลุ่มน้ําบางปะกงและลุ่มน้ําอื่น ๆ ด้วยที่มีน้ําจืดไหลทิ้งลงทะเลให้เก็บไว้ใช้อย่างไร ในหน้าแล้ง ซึ่งได้ทราบมาว่าป้หน้าฝนจะน้อย น้ําจะน้อยกว่าทุกป้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แน่นอน หมายความว่าฝนที่ตกเหลืออีกไม่กี่เดือน ไม่ครบ ๓ เดือนแน่ ฉะนั้นน้ํา มันจะน้อยกว่าถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นอ่างเก็บน้ําที่มีอยู่ ทุกวันนี้เหมือนเราต้องเติมน้ํา ในอ่าง เหมือนกับเราสร้างเขื่อนใหม่ แล้วเราก็ต้องเติมน้ํา ซึ่งสร้างเขื่อนใหม่ป้เดียว เติมน้ําไม่เต็มแน่นอน ฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมจึงได้นําหารือ แล้วเรียนไปยังคณะรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข ๒๑๖ วัฒนธรรมนั้นเปึนเรื่องสําคัญมากครับ ประเทศไทยเรา ชาติไทยเราดํารงอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมไทย ถ้าหากว่าเราไม่ช่วยกันดูแลรักษา วัฒนธรรมไทยแล้วก็ไม่ทราบว่าใครจะดูแลรักษานะครับ ให้ชาติอื่นมาช่วยดูแลคงยาก ไม่ว่า จะเรื่องการแต่งกาย ไม่ว่าจะเรื่องภาษา เรื่องประเพณี อาหารการกิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องช่วยกันนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้ไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไปติดตามร่องรอย ของอาณาจักรตามพรลิงค์ ศรีวิชัย และศรีธรรมราชมหานคร นั่นเปึนเรื่องของวัฒนธรรม ในอดีตของบรรพชนเรา แล้วก็ไปที่อําเภอทุ่งสงไปดูอาคาร ยิบอินซอยซึ่งเปึนอาคารของ ธนาคารไทยพาณิชย์ปัจจุบันหรือธนาคารสยามกัมมาจล ในที่สุดเราก็ได้ทําให้ตรงนั้น มีความหมายมากขึ้นนั่นคือต่อไปจะเปึนศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งนายกเทศมนตรีทุ่งสงก็คือ คุณทรงชัยท่านจะพยายามทําสิ่งนี้ให้เกิด ฝ์ายค่านิยมศิลปวัฒนธรรมก็เดินเครื่องเต็มที่ตรงนี้ เรื่องวัฒนธรรมไทยจึงเปึนเรื่องสําคัญ และผมอยากจะให้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เห็น ความสําคัญของเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น อําเภอตอนนี้มีนักวัฒนธรรมไปอยู่เพียงท่านเดียวไม่ทันครับ ท่านประธานครับ คงจะต้องขอเพิ่ม แล้วต้องขอขอบคุณเรื่องการถ่ายทอดเรื่องวัฒนธรรม

ของกรมประชาสัมพันธ์ ท่านอธิบดีอภินันท์ จันทรังษี ท่านทําเต็มที่ทุกเวทีทั่ว ๗๗ จังหวัด เมื่อไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราชทุกเวที วิทยุจะออกสดรายการทุกเวที แล้วก็ถ่ายทําข่าว แล้วก็มีภาพทําเปึนตอน ๆ ก็ต้องขอขอบคุณครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผอ. ของช่อง ๑๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิรัตน์ นิ่มวิจิตร และน้องสุวิทย์นะครับ ซึ่งดูแลอย่างดีครับ พอไปถึงปัูบช่อง ๑๑ จะรออยู่แล้ว มีกล้องตั้งอยู่แล้ว นี่คือสิ่งหนึ่งที่เห็นเปึนตัวอย่างว่า ราชการในการทํางานนั้นต้องประสานกันทุกฝ์ายอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นภาพข่าวจึงออกไป ทั่วประเทศ คุณงามความดีเหล่านี้ก็ต้องจารึกไว้ในแผ่นดิน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจะเก็บไว้ ที่หอเอกสารและจดหมายเหตุปฏิรูปแห่งชาติครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ค่ะ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธาน กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือบุญเลิศ ช้างใหญ่ สิ่งที่จะใช้เวลาหารือท่านประธานก็คือปัญหาขยะล้นเมือง แล้วก็ปัญหาขยะล้นโลกมนุษย์ของเรา เปึนที่น่ายินดีว่าทางรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้ประกาศให้การจัดการปัญหาขยะเปึนวาระแห่งชาติ นั่นหมายความว่า ปัญหาขยะถูกยกระดับขึ้นมาเปึนปัญหาที่มีความวิกฤติร้ายแรงที่จะต้องแก้ปัญหาจัดการ ให้บังเกิดผล การที่กําหนดให้เปึนวาระแห่งชาติในเรื่องของปัญหาขยะจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องระดมพลังทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเปึนภาครัฐบาลโดยท่านผู้นํา พลเอก ประยุทธ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เปึนรัฐมนตรี

และเราก็มาร่วมกันกับสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มีคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และนําเอาเรื่องการบริหารจัดการขยะเข้ามาเปึนวาระที่เราจะต้องเสนอ เพื่อการปฏิรูปด้วย นอกจากนี้ก็ยังต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศบาลตําบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร เราโชคดีที่ สปช. ของเราท่านหนึ่ง นั่งใกล้ ๆ ผมนะครับ นายกตุ้ย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย ก็ได้จับมือร่วมกันแล้วกับรัฐบาลเราจะจัดการปัญหาขยะให้สําเร็จให้ได้ อย่างไรก็ดีการบริหารจัดการปัญหาขยะมีอยู่หลายด้าน หลายมิติ จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง สร้างจิตสํานึกให้กับพี่น้องประชาชนที่มีส่วนในการสร้างขยะ ทิ้งขยะแล้วก็ไม่รู้จักการบริหาร จัดการ การรณรงค์ การแคมเปญ (Campaign) ใหญ่ระดับชาติจะต้องดําเนินการต่อไป ก็อยากจะกราบเรียนว่าเปึนที่น่ายินดีว่าเท่าที่มีการหารือกันเปึนการภายใน กับท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือท่านเกษมสันต์ เปึน สปช. ด้วยนะครับ ก็พร้อมจะร่วมมือกันไปแล้วนะครับ มีความคืบหน้าอย่างไรผมก็จะมากราบเรียน ให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ค่ะ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๑๔ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้ก็ขออนุญาตที่จะมาหารือแล้วก็รายงานความคืบหน้าของสื่อออนไลน์ (Online) ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราแห่งนี้ซึ่งเป่ดตัวมาตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมระยะเวลาตอนนี้ก็ประมาณเกือบ ๒ เดือนแล้วนะครับ ได้มีการพัฒนารูปแบบ ไปค่อนข้างมาก โดยประเด็นสําคัญที่สุดก็คือเพื่อที่จะให้บุคคลทั่วไป ประชาชนทั่วไป ได้รับทราบข่าวสารข้อมูลของสภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนสําคัญ แล้วปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนา ไปในรูปแบบของการบูรณาการที่เสนอข่าวสารข้อมูลนี้เปึนระบบ แม่น้ํา ๕ สาย คือเอาข้อมูล ของ คสช. ครม. สนช. สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมารวมกัน เพื่อที่จะเห็น ภาพรวมของการสื่อสารที่จะไปในทิศทางที่ชัดเจนว่าได้ทํางานสื่อประสานกัน ในรูปแบบนั้น ก็ได้ดําเนินการพัฒนาจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ มาเปึนวิทยุออนไลน์ ปัจจุบันนี้ก็ได้มี การออกอากาศไปแล้วตั้งแต่เมื่อต้นเดือน แล้วก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของรายการ

เปึนรายการที่มีการจัดรายการเพื่อความบันเทิง จัดรายการด้วยสาระ และล่าสุดก็ได้จัด ในลักษณะของรายการที่สื่อเปึนช่วง ๆ ช่วงละประมาณ ๕ นาที ชื่อว่าทุกคําถามมีคําตอบ โดยนําคําถามจากพี่น้องประชาชนหรือคําถามที่น่าสนใจมาตั้งคําถามเพื่อที่จะให้มีคําตอบ โดยมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราที่รับผิดชอบเปึนผู้ตอบ ได้รับความสนใจ เปึนอย่างมากครับ เนื่องจากว่าได้มีสถานีวิทยุทั่วประเทศได้ติ ดต่อเข้ามา ล่าสุดเปึน จังหวัดเลยติดต่อเข้ามาขอเปึนเครือข่าย อันนั้นก็ตรงเปัาหมายที่ต้องการ ที่สําคัญที่สุด เราทําแอพพลิเคชัน (Application) ขึ้นมาซึ่งจะให้มีการโหลด แอพพลิเคชัน (Load application) ทั้งแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS) ปัจจุบันนี้ก็ได้มีการโหลดแอพ (App) ไปค่อนข้างมาก จึงนํามาหารือว่าถ้าเกิดมีการเผยแพร่ต่อไปอย่างกว้างขวาง สมาชิก ทุกท่านช่วยกันประชาสัมพันธ์ ตรงนี้ก็จะเปึนช่องทางให้คนเข้าใจ สปช. ได้มากขึ้น อันนี้ จึงเรียนหารือมาเพื่อประชาสัมพันธ์ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ดิฉันมีรายชื่ออยู่อีกคือ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ และท่านเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ขอเชิญท่าน พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ค่ะ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร เรื่องที่ ๑ ที่ขอหารือก็คือเกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟัาถ่านหิน ที่จังหวัดกระบี่ครับ เนื่องจากในขณะนี้มีประชาชนได้ต่อต้านการก่อสร้างโรงผลิตไฟฟัา ที่จังหวัดกระบี่ อันนี้ผมอยากจะเสนอแนะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และท่านนายกรัฐมนตรีได้พาประชาชนที่ต่อต้านไปศึกษาดูงานที่โรงไฟฟัาถ่านหิน ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีอยู่ ๒ โรงงาน รู้สึกว่าเปึนโรงงานถ่านหินสะอาด ก็อยากจะ ให้ทางรัฐบาลนําประชาชนที่ต่อต้านไปดูของจริงว่าเขาทําได้อย่างไร เพื่อแก้ปัญหาไฟฟัา ทางภาคใต้นะครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตจังหวัดมุกดาหาร ก่อสร้างมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ในขณะนี้ยังไม่มีความก้าวหน้า

ก็อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปตรวจสอบดูหน่อยว่ามันติดขัดเรื่องอะไร เกี่ยวกับงบประมาณในการก่อสร้างมหาวิทยาลัยอุบลราชธา นี วิทยาเขตจังหวัดมุกดาหาร เรื่องที่ ๓ ก็คือความปรองดองแห่งชาติ อันนี้ผมได้ศึกษาพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่บอกว่าคนไทยที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขได้ก็จะต้องมีความปรองดอง ด้วยธรรม ๔ ประการ ก็คือ ๑. มีความเมตตาธรรม มีความรักต่อกัน ๒. สามัคคีธรรม มีความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ๓. สุจริตธรรม มีความซื่อสัตย์และความจริงใจต่อกัน ๔. ความเที่ยงธรรมก็คือความยุติธรรมในสังคม เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ช่วยพิจารณาจัดในเรื่องนี้ให้คนไทยทุกคน มีความปรองดองกัน ส่วนเรื่องสุดท้ายก็คือสถาบันมวยไทยแห่งชาติ ในปัจจุบันนี้ได้มี การส่งเสริมมวยไทยทั่วโลก มีการชิงแชมปีกันทั่วโลกแล้วก็ทีวีหลายช่องได้ออกแข่งขัน มวยไทยนานาชาติ เพราะฉะนั้นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเ ที่ยวและกีฬา อยากจะจัดตั้งสถาบัน มวยไทยแห่งชาติขึ้นมา อันนี้ผมขอสนับสนุนก็อยากจะให้ มีจริง ๆ แล้วก็ให้มีการจัดตั้งเวทีมวยจังหวัดทุกจังหวัดโดยอยู่ในความรับผิดชอ บของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ค่ะ

นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๐๕๓ จากจังหวัดพังงา มีประเด็นที่จะ หารือมีเรื่องของเศรษฐกิจจากการที่ผมกลับไปในพื้นที่แ ล้วก็ได้มีโอกาสเดินทางไปใน หลาย ๆ จังหวัด สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างมากในเรื่องของปากท้องของประชาชน การหารายได้ ซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นสําคัญ อย่างยิ่งที่อยากจะให้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อยากให้มีการเร่งจัดตั้งทีม ที่ทําการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะในรูปแบบไหน ก็ตาม เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาในภาคการผลิตรายสาขาหรือที่เราเรียกว่าเรียล เซกเตอร์ (Real sector) มีปัญหาเกือบทุกตัวโดยเฉพาะด้านเกษตร ซึ่งพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดพังงาเราอยู่ด้วยเศรษฐกิจของยางพารากับปาล์มน้ํามัน ขณะนี้เกษตรกร มีรายได้ค่อนข้างน้อยแล้วก็เกิดปัญหาความยากจนเกิดขึ้น แล้วก็ลามไปถึงในเรื่องของ

การลักขโมยและปัญหายาเสพติดระบาดต่อเนื่อง ผมคิดว่าอันนี้เปึนปัญหาหลักผมก็ติดตาม ข่าวโดยตลอด แต่ว่าบางครั้งทางรัฐบาลอาจจะมีปัญหาหลายด้าน แต่ผมคิดว่า ปัญหาเศรษฐกิจนั้นเปึนปัญหาเร่งด่วน ถ้าพี่น้องประชาชนอยู่ด้วยความยากลําบากรายได้ไม่มี ผมว่าจะเปึนปัญหาที่สะท้อนเชิงสังคมต่อไป ก็อยากจะเสนอประเด็นหารือไปยัง คณะรัฐมนตรีนะครับว่าให้เร่งดําเนินการจัดตั้งทีมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจโดยเร่งด่วนแล้วก็ ทํางานเชิงบูรณาการไม่มีแบ่งแยกภารกิจ อยากให้เปึนเชิงบูรณาการโดยเอากระทรวง ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเรื่องยางพาราก็เอากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาหารือร่วมกัน เรื่องปาล์มก็เช่นเดียวกัน และรวมทั้งด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้ว ต้องกระทําโดยเร่งด่วน ถ้าปล่อยไปนานกว่านี้ก็จะเกิดปัญหาแล้วก็จะแก้ไขลําบากยากขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ค่ะ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ๑๓๒ ท่านประธานครับ บทบัญญัติเรื่องกําหนดคุณสมบัติต้องห้ามของ รัฐธรรมนูญที่เปึนข่าวล่าสุดเมื่อวานต่อเนื่องถึงวันนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก นักการเมืองว่าเปึนการประหารชีวิตทางการเมือง ว่าเปึนการลงโทษย้อนหลัง ผมได้หารือกับ นักกฎหมาย ๕-๖ คนด้วยกันในช่วงเมื่อวานและวันนี้ต่อเนื่อง ก็ขอเรียนว่า ๑. ไม่ใช่ การลงโทษย้อนหลัง มันเปึนการกําหนดคุณสมบัติต้องห้ามทางการเมือง

ซึ่งจะว่าไปรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ก็กําหนดสิ่งเหล่านี้ไว้ว่าคนที่โกง คนที่ต้องคําพิพากษาจําคุก คนที่ให้ออกจากราชการ คนที่ถูกยึดทรัพย์ ล้วนแต่ต้องถูก ตัดสิทธิทางการเมือง ข้อ ๒ บทบัญญัตินี้เน้นย้ําคนที่ทําความผิดครับ คนที่ติดร่างแห ไม่โดนนะครับ ยกตัวอย่างโกงเลือกตั้ง ใครเปึนคนโกงเลือกตั้งคนนั้นโดน แต่คนที่ติดร่างแห ไม่โดน ฉะนั้นอาจจะพูดได้ว่าบ้านเลขที่ ๑๑๑ หรือบ้านเลขที่ ๑๐๙ ก็โดนเฉพาะตัวบุคคล ไม่ใช่โดนถึงคนที่ติดร่างแหด้วย ประเด็นที่ ๓ เปึนการเดินตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๗ ผมขออนุญาตอ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย (๑) (๒) (๓) (๔) (๔) กลไกที่มีประสิทธิภาพในการปัองกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่ง ที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือเคยกระทําการอันทําให้ การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมเข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองอย่างเด็ดขาด อย่างเด็ดขาดเน้นย้ํานะครับ คําว่าอย่างเด็ดขาดคืออะไรครับ ถ้ามีความผิดฉกรรจ์ก็ต้อง ตลอดชีวิตนั่นเอง ท่านประธานครับ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับแตงโมเน่าครับ แตงโมเน่าใน เน่าทั้งลูก เราจะเอามากินไหมในเมื่อมันจะทําให้ท้องเสีย จะว่าไปแล้วมันก็คืออาการของ วัวสันหลังหวะที่ทําความผิดแล้วก็ออกมาโวยวาย ผมเชื่อว่าข้อบัญญัตินี้ประชาชนทั้งประเทศ ต้อนรับ จะมีก็แต่คนที่ทําความผิดไว้เท่านั้นที่เดือดเนื้อร้อนใจ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ ของประเทศครับ วันนี้นําเรียนด้วยความเคารพครับว่าวันไหนเห็นหน้าท่าน รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทัศนาขึ้นเปึนประธานมีความสุขมากครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะหารือมันหลาย ประเด็นเหลือเกิน แต่ประเด็นหลัก ๆ ที่สําคัญที่ผมเคยพูดไว้แล้วว่าเรื่องบายพาส (Bypass) ที่อําเภอยางตลาด ผมงงครับเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท อ้อมแค่เทศบาลยางตลาด ผมงง ผมฝาก หารือไปยังรัฐบาลให้ทบทวน แล้วยังมีบายพาสอ้อมเมืองกาฬสินธุ์อีก ผมไม่รู้กี่พันล้านบาท โดยที่จังหวัดกาฬสินธุ์ของผมไม่เคยมีรถติด เปึนเมืองน่าอยู่ เมืองคนดี เมืองมีความสุข

เรามีเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานครับ อยู่ ๆ มีบายพาสอ้อมเมืองนี่ทําให้คน ไม่เข้าไปจับจ่ายใช้สอยเงินในเขตจังหวัดผม ผมยังงงอยู่ว่าใครได้ใครเสียตรงนี้ ผมฝากหารือ ไปที่รัฐบาลด้วยนะครับ เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ มีมติคณะรัฐมนตรีขอเงินเหลือจ่ายคืน เมื่อเดือนที่แล้ว ต้องคืนภายใน ๓๑ กรกฎาคมนี้ เราท้องถิ่นทั้งประเทศเพิ่งประมูลประกวดราคา เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ทางรัฐบาลส่งไปให้ ก็มีการฟันงานเงินเหลือครับ เรากําลังจะประกาศ ประกวดราคา สอบราคา เพราะเราต้องทําประชาคมกับชาวบ้านก่อนว่าชาวบ้านต้องการ อะไร เราต้องใช้เวลาสักนิดหนึ่ง แต่อยู่ ๆ รัฐบาลขอเงินคืนนี่ ผู้ที่เสียผลประโยชน์ นั่นก็คือประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยากฝากหารือขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี ได้หรือไม่ว่าภายใน ๓๑ กรกฎาคม ส่วนเรื่องสุดท้ายเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เรื่องน้ํา ท่านประธานครับ เกิดปัญหาภัยแล้งวิกฤติทั่วประเทศ หลายหน่วยงานออกมา ไม่มีความรับผิดชอบ โยนให้ใครครับ โยนให้ท้องถิ่น อธิบดีกรมชลประทานก็ออกมาพูดว่า โอนคลอง หนอง บึง ให้ท้องถิ่น ๓,๐๐๐ แห่ง ไม่สามารถบริหารจัดการได้ ผมถามกลับไปว่า ท่านโอนมาท่านเคยให้เงินมาบ้างไหม ผมถามกลับไปครับ ห้วย หนอง คลอง บึง ถนนหนทาง ท้องถิ่นทั้งประเทศถูกตัดงบประมาณลงทุกป้ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณที่มีความสําคัญที่สุด เขาเรียกว่าหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปตามอํานาจหน้าที่ พวกผมนี่เอาพวกนี้ไปจ่ายเปึนเงินเดือน ค่าตอบแทน ยังถูกตัด ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๕๗ พวกผมได้ ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ท้องถิ่น ๗,๘๕๓ แห่ง

พอป้ ๒๕๕๘ ป้นี้เหลือ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเมตตา ผมไปร้องขอ ท่านให้มาอีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท เรายังพอทํางานให้ประชาชนได้ มาจ่ายเปึนเงินเดือน ค่าตอบแทน แต่มาป้ ๒๕๕๙ ยังอีหรอบเดิมอีก ผมไม่รู้ใครมีอํานาจ ไปตัดตรงนี้เหลืออยู่ ๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เงินตรงนี้พวกเราไปจ่ายเปึน เงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าบริการสาธารณะ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าน้ํา ค่าไฟ อยู่ ๆ ก็ตัดเราลง ผมยังงงว่าใครบริหารจัดการตรงนี้ ผมอยากเรียกร้องไปที่รัฐบาลฟังพวกเราบ้าง เรียกเราเข้าไปคุย ไปฟังแต่ข้าราชการประจําประจบสอพลอ ปลดเกียร์ว่าง รอรัฐบาลใหม่ เปอร์เซ็นต์ที่เคยได้ ไม่ได้ แล้วก็ทํางานบ้าง ไม่ทํางานบ้าง ลองมาทําอย่างผมสิครับ มาคิดอย่างผม ผมกําลังคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยให้ใช้มาตรา ๔๔ ให้พวกเราใช้เงินสะสม ที่มีอยู่ทั้งประเทศเปึนทุนสํารองไว้เอามาช่วยเหลือประเทศชาติ มาจ้างงาน สร้างงาน สร้างอาชีพ ครัวเรือนได้รับ ทั้งประเทศครับท่านประธาน ผมกําลังคิดแล้วก็ยังนําเสนอ รัฐบาล เราต้องคิดช่วยกันครับท่านประธาน อันนี้ผมขอหารือ ๓ ประเด็น แล้วฝาก ท่านประธานด้วยนะครับว่าช่วยส่งเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลให้ผมด้วย กราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ขอบคุณมากค่ะ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๒๙ คน

ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๑๗๐ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้ว ดิฉันจะดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๔ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ

วาระปฏิรูปที่ ๑๒ : การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๒ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ เมื่อวันพุธที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ นี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ วาระปฏิรูปที่ ๑๒ เรื่อง การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) แล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทาง ในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนการดําเนินงาน เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้นําเสนอรายงานแผนการดําเนินการเพื่อปฏิรูป การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรมแล้ว พร้อมทั้งได้จัดทําร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งปรากฏในภาคผนวกของรายงานที่เสนอเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ในวันนี้

ท่านสมาชิกคะ เนื่องจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ได้พิจารณาศึกษาวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง การปฏิรูป การผูกขาดและการแข่งขันทางการค้าเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค และคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้จัดทําร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ขึ้นด้วยฉบับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระ การประชุม ดิฉันเห็นว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติในชื่อเดียวกัน จึงขอปรึกษาที่ประชุมนี้ว่าเพื่อขอนําร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งจัดทําโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคมาประกอบการพิจารณาพร้อมกัน กับร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ นําเสนอในวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาด และการแข่งขันที่เปึน ธรรม ซึ่งถือเปึนคณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบหลักนะคะ

สําหรับการลงมติจะลงมติเฉพาะรายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๒ และร่างพระราชบัญญัติที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการเสนอมา ส่วนร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอมาด้วยนั้น จะจัดส่งไปประกอบการพิจารณาในกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเปึนร่างหลักแล้ว จะมีสมาชิก ท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่ดิ ฉันได้เสนอขอปรึกษานะคะ ดิฉัน จะขอให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสารในร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคเลย ขอบคุณมากค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการแจกเอกสาร)

ดิฉันขอเชิญคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการเข้าประจําที่ค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ เนื่องจากการพิจารณาเปึนการพิจารณารายงานในรอบ ๒ ดังกล่าวแล้ว ดิฉันจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการ เหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบั ญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมาจะมีส่วนสําคัญ ในการผลักดันให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร และขอให้คณะกรรมาธิการแถลง อย่างกระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก ท่านกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ํากับร อบแรก แล้วก็ ด้วยเหตุที่ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการได้มีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมเพื่อให้ การแถลงรายงานและร่างพระราชบัญญัติเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น ซึ่งดิฉันได้พิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๗ วรรคท้าย จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อที่ได้ขออนุญาตไว้มีคุณสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ คุณวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม คุณอรุณศรี รุพรรณ แล้วก็คุณสันติชัย เกียรติคุณโสภณ เข้าร่วมชี้แจงขึ้นประจําที่ กรรมาธิการได้ค่ะ โดยพร้อมกันนี้ประธานกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีหนังสือ ขออนุญาตที่จะชี้แจงหลักการ เหตุผลและสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการได้จัดทําขึ้นโดยจะขอชี้แจงจากที่นั่งของ กรรมาธิการเองซึ่งอยู่ในห้องประชุมคือจะชี้แจงจากฟลอร์ (Floor) อันนี้ก็จะต่อจากที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ได้นําเสนอแล้ว ท่านประธานพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมก็ขอเชิญท่านประธานค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านสภา ที่เคารพ ผมพร้อมแล้วครับกําลังรอให้ท่านสั่งการให้ผมขึ้นมายืนได้เมื่อไร ท่านประธานครับ

เมื่อวันที่ ๑ เมษายนกับวันที่ ๒๘ เมษายน กรรมาธิการคณะเศรษฐกิจรายสาขาได้เสนอ เรื่อง ๒-๓ เรื่องด้วยกัน แต่ว่ามันยังมีอีกหลายเรื่องมากที่ยังไม่ได้เสนอรวมทั้งหมด ๗-๘ เรื่อง ด้วยกัน แล้วก็โดยที่ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของเรา เท่าไรนัก ผมคิดว่าผมจะขออนุญาตสั้น ๆ ในช่วงต้น ๆ สั้นที่สุดเท่าที่ผมจะทําได้เท่าที่จําเปึน เพื่อจะร้อยเรียงสิ่งที่เราทําให้จากกระถางต้นไม้มาเปึนสวน มาเปึนป์าเพื่อให้ท่านเข้าใจ เพราะว่ากระผมต้องเสนอยืนตรงนี้อีก ๒ วัน ๔ เรื่อง

แล้วก็กว่าจะจบก็อีก ๔ เรื่อง เปึน ๘ เรื่องด้วยกัน ท่านจะได้รู้ว่าผมกําลังพูดเรื่องอะไร ณ จุดไหนของต้นไม้ ของป์า เอาสั้น ๆ แล้วกัน เราใช้หลัก ๖ ประการของรัฐธรรมนูญที่ให้ อํานาจเราไว้ว่าเราจะต้องทําอะไรบ้ำง ในสิ่งที่เศรษฐกิจต้องทํานั้นก็คือในยวงที่ ๖ ทางด้านขวาล่างของท่านบนจอ ก็คือการลดความเหลื่อมล้ํา การสร้างความเปึนธรรม ในสังคม แล้วก็การพัฒนาที่ยั่งยืน อันนี้เปึนโจทย์ที่เราคงจะต้องทําให้ได้ แล้วเราก็ทําอยู่ จากการที่เราไปสัมมนามา ๒ ครั้ง วิสัยทัศน์เราก็ได้ วิสัยทัศน์มา มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน อันนี้ ก็เปึนสิ่งที่เรายึดเปึนหลักปฏิบัติในการคิดปฏิรูปในทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็จากนั้นเราได้มา ๓๖ วาระปฏิรูป กับ ๗ วาระพัฒนา ในจํานวนนี้มีเรื่องของเศรษฐกิจอยู่ ๖-๗ เรื่องด้วยกัน ทั้งเศรษฐกิจมหภาคกับเศรษฐกิจรายสาขา ผมขอนํามาผนวกกันเพื่อท่านจะได้เข้าใจว่าเราได้ ประสานกันมากน้อยเพียงใด แล้วก็ออกมาเปึนรูปภาพของกรอบเศรษฐกิจใหญ่เพียงใด ในจํานวนนี้เปึนของเศรษฐกิจมหภาคอยู่ ๓-๔ เรื่อง แล้วก็เปึนของเศรษฐกิจรายสาขาอีก ๓-๔ เรื่อง รวมทั้งวาระพัฒนาทั้งหมดอีก ๓-๔ เรื่องด้วยกัน ๔ วาระพัฒนา แต่จากตรงนี้ เราใช้หลักอะไรคิด หลักคิดของเราก็คือ ๓ ประเด็นที่ว่า มาตรา ๒๗ วรรคสอง แล้วก็มาเรื่อง ความเหลื่อมล้ํา ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขัน ท่านจะเห็นว่าผมนํา ไข่ตรงกลางคือปฏิรูปเศรษฐกิจ เราจะแบ่งเปึน ๒ ซีกของไข่ ซีกซ้ายคือเศรษฐกิจมหภาค และซีกขวาคือเศรษฐกิจรายสาขา ในเศรษฐกิจมหภาค ผมขอเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานสมชัยไม่ได้อยู่ ณ ที่นี่ ท่านได้ทําไว้ประมาณ ๘ เรื่อง ๙ เรื่อง ๑๐ เรื่องด้วยกัน แล้วก็ทางเศรษฐกิจรายสาขาก็มีทั้งหมด ๘ เรื่อง ทางขวามือเปึนสีชมพู ถ้าเปึนสีเขียวก็เปึน เรื่องของเศรษฐกิจ ๑ อันนั้นมีเรื่องระบบภาษีงบประมาณ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ การเงินฐานราก ความรู้พื้นฐานทางการเงิน ประเด็นประกันสุขภาพ ประกันภัยพืชผล การเกษตรพันธสัญญา เปึนต้น อันนี้เปึนสิ่งที่ท่านทําในเศรษฐกิจ ๑ หลายเรื่องที่ผ่านท่านไปแล้ว ในเรื่องเศรษฐกิจรายสาขานั้นเรามีเรื่องของการแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะเสนอรายละเอียด ในวันนี้เพื่อให้ท่านให้ความเห็นชอบส่งไปให้ ครม. ต่อไป เกษตรกรรม การปฏิรูปเกษตรกร เกษตรกรรม สังคมผู้ประกอบการซึ่งจะเสนอในวันพรุ่งนี้ แล้วก็ในการท่องเที่ยว จะเสนอในบ่ายวันนี้ ทั้งหมด ๔ เรื่อง ๒ วัน หลังจากนั้นอีก ๔ เรื่องของคณะกรรมาธิการ คณะนี้จะไปวันที่ ๒๘ กับวันที่ ๑๐ สิงหาคม ซึ่งผมเข้าใจว่าเปึนวันสุดท้ายที่เราจะเสนอ

ในรอบ ๒ นี้ หลายเรื่องยังไม่เคยเสนอมาก่อน ทีนี้ทั้งหมดนี้ที่ให้ท่า นทราบว่าท่านต้อง พิจารณาแล้วก็อนุมัติอะไรนี่คือเรื่องอย่างนี้ อันนี้ก็มาจากแนวความคิดที่เรายึดหลักในการคิดว่า เราจะทําให้ประเทศนี้เปึนประเทศที่มีความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน อย่างไร สมมุติฐาน ที่เราใช้ก็คือเราจะทําให้ประเทศนี้เปึนประเทศพัฒนาแล้วในป้ ๒๕๗๕ คือ ๑๐๐ ป้ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๕๐ ป้จักรีวงศ์ และ ๒๕๐ ป้กรุงรัตนโกสินทร์ และทิศทาง ทางยุทธศาสตร์ที่เราใช้ในการคิดคือการเปึนดิเวลลอป เทรดดิง เนชัน (Develop trading nation) ท่านศิลป่นแห่งชาติได้กรุณาใช้คําว่าพาณิชยภูมิ ผมก็ตั้งขึ้นไปใหม่ ว่าเติมเข้าไปให้ มันเปึนพาณิชยภูมิพัฒนา ดิเวลลอป เทรดดิง เนชัน นี่คือสมมุติฐานในการคิด แล้วก็มีสิ่งที่ ต้องทําต่าง ๆ ใน ๘ เสี้ยวของพายเค้กที่ท่านเห็นบนจอ ตั้งแต่เรื่องของนโยบาย หลายเรื่อง อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราเสนอไป ผมคิดว่าคงจะกลับมามีสิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ ความสามารถในการแข่งขันยุทธศาสตร์ การเป่ดเสรีการค้าที่เปึนธรรม แล้วก็เรื่องของ โปรดักชัน (Production) ในเสี้ยวที่ ๒ ทางขวามือ ข้างบน ๑๔.๐๐ นาฬิกา ก็จะเปึนเรื่อง ของเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวและสินค้าอื่น ๆ ที่เราจะจัดทําขึ้นเพื่อให้เปึนตัวผลักดัน เศรษฐกิจในอนาคต

แล้วก็มาถึงคน มาถึงเรื่องของการศึกษา เรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีต่าง ๆ เรื่องของ ระบบสิ่งแวดล้อมที่ดีทางธุรกิจ ทางกฎหมาย ทางการค้า ทางภาษีอากร รวมทั้งเครื่องมือ ในการออกไปสู่ต่างประเทศคือการลงทุนในต่างประเทศ แล้วก็การทําให้เราเปึนศูนย์กลาง ของอาเซียน (ASEAN) และจะต้องทําให้เกิดการเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่ดีทั้งบก น้ํา อากาศ แล้วก็ ใช้โหมด (Mode) การทําธุรกิจสมัยใหม่ในอนาคตคือดิจิ ทัลไลเซชัน (Digitalization) ของธุรกิจการค้าของเรา อันนี้คือสิ่งที่เราใช้หลักคิดแล้วก็ออกมาเปึนสิ่งที่จะเสนอท่าน ผมขอย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ท่านจะเห็นว่าทั้งหมดที่เราทํานั้นมันจะดีไม่ได้เลยถ้าไม่มี ๑. คน ๒. ความรู้ ๓. ระบบ ๔. วิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์ บรรทัดล่างสุดถ้าไม่มีคน ไม่มีความรู้ ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีระบบที่ดีมันจะทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมอยาก ให้ท่านได้มองประเด็นเหล่านี้เพื่อความเชื่อมโยงด้วย จากที่เรียนท่านมามันจะเปึน เรื่องต่าง ๆ อยู่ ๗-๘ เรื่องด้วยกัน ยกตัวอย่าง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องแข่งขันทางการค้า อันนี้ คือสิ่งที่จะเสนอท่านอีกสักครู่หนึ่ง อันที่ ๒ คือเรื่องของการปฏิรูปทางภาคเกษตรซึ่งจะเสนอ ท่านในบ่ายพรุ่งนี้ เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของสังคมผู้ประกอบการหรือเอสเอ็มอี เอนทรีพรีเนอร์ส (SME entopreneurs) จะเสนอท่านในตอนเที่ยงประมาณเที่ยงวันพรุ่งนี้ เรื่องต่อไปเรื่องที่ ๔ คือเรื่องการท่องเที่ยว บ่ายนี้หลังจากกีฬาเราจะเสนอท่านในเรื่องของการปฏิรูปพัฒนา การท่องเที่ยว ต่อไปเปึนเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ ๒๘ ต่อไป เรื่องของความเปึนศูนย์กลางอาเซียน ก็จะเสนอท่านผมเข้าใจว่าคงจะเปึนวันที่ ๑๐ สิงหาคม เรื่องที่ ๗ เรื่องของการลงทุนในต่างประเทศวันที่ ๒๘ จะเสนอท่าน และเรื่องสุดท้ายดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) ก็คงจะเสนอท่านในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ท่านประธานครับ นี่คือภาพรวมทั้งหมด แล้วท่านคงต้องทนเห็นผมอีก ๘ ครั้ง แต่ผมจะพยายามทําให้กระชับที่สุด จะไม่พูดเกินความจําเปึน มันมีเรื่องต้องทําอีกมาก ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องที่เราเสนอทั้งหมด ๒ คณะ ๑๘ เรื่องเท่านั้น เรามีเวลาเท่านี้เรามีเวลาที่จํากัด เพราะฉะนั้นไม่อาจจะก้าวล่วง ไปถึงเรื่องจิปาถะมากมาย เช่น ตัวพระเอกใหม่ ๆ จะเปึนอย่างไร เราจะทําอย่างไรกับกลไก ในการพัฒนา เพราะว่าเวลาของเราถูกหั่นไปเยอะเพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนความพยายาม ที่ดีที่สุดแล้ว ผมขอเข้าไปที่เรื่องกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่เราจะต้องนําเสนอในวันนี้ ผมขอเรียนว่าหลังจากวันที่ ๑ เมษายนแล้วได้มีการประสานแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับกลไกต่าง ๆ ทั้งในและนอกสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น

ผมเองได้ผลักดันอย่างมากที่จะให้มีการค รอส คัตติง (Cross cutting) ที่เรียกว่า ครอส คัตติงกันเพื่อให้เกิดความเห็นและเกิดประโยชน์จากการทํางานร่วมกัน และนําความคิดต่าง ๆ มาผนวกกัน ผมคิดว่าเราได้ใช้กระบวนการทางประชาธิปไตย กระบวนการหารือที่ค่อนข้างจะครบถ้วนสมบูรณ์ ผมไม่ขัดที่จะมีการแสดงความคิดเห็น แต่ผมแปลกใจที่มีการเสนอร่างกฎหมายอีกฉบับหนึ่งขึ้นมา แต่ไม่เปึนไรครับก็เปึนสิ่งที่ผม รับได้ แต่ผมขอเรียนว่ากระบวนการในการหารือทางประชาธิปไตยได้กระทําและได้รับ ความเคารพ เรื่องการปฏิบัติครบถ้วนแล้ว ท่านประธานครับ ปัญหาสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ อยู่ที่การบังคับใช้เหมือนกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ ในประเทศไทย กฎหมายฉบับนี้ออกมา เมื่อป้ ๒๕๔๒ เพื่อคุ้มครองให้ประเทศไทยไม่ถูกระรานโดยยักษ์ใหญ่ที่แข็งแรงกว่าจาก ต่างประเทศ เนื่องจากเราต้องเป่ดประเทศเพื่อรองรับการเป่ดเสรีทางการค้าโลกเรียกว่า อุรุกวัย ราวด์ (Uruguay Round)

และเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเกิดขึ้นในป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๓๘ อะไรอย่างนี้นะครับ ถ้าผมจําไม่ผิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ป้ ๑๙๙๗ หลังจากออกกฎหมายฉบับนี้มา ป้ ๒๕๔๒ ๑๖ ป้ถึงบัดนี้ ไม่มีกรณีใดเลยที่ถูกนําขึ้นฟัองศาล เราเปึนประเทศแรกในอาเซียน ที่ออกกฎหมายฉบับนี้ ประเทศอินโดนีเซียตามมาขณะที่เราออกกฎหมายฉบับนี้ในโลกนี้ มีกฎหมายเพียง ๒๐ ฉบับเท่านั้น แต่ ณ ป้นี้มีกฎหมายกว่า ๑๐๐ ฉบับใน ๑๐๐ ประเทศนะครับ กฎหมายเรามีบรรทัดฐานเทียบกฎหมายคือเรื่องนี้ในนานาชาติ เพราะเราใช้โมเดล ลอว์ (Model Law) ขององค์การสหประชาชาติมาเปึนต้นแบบในการออก แต่ปัญหามันอยู่ที่ การบังคับใช้ ปัญหาอยู่ที่ความครอบคลุมในอดีต เรายกเว้นรัฐวิสาหกิจ ปัญหาของการที่มี การเรียกว่าแทรกแซงทางการเมืองหรือมีความไม่ตั้งใจทางการเมืองที่จะบังคับใช้กฎหมาย มีปัญหาเรื่องความอิสระของกลไกของสํานักงาน มีปัญหาเรื่องความรู้องค์ความรู้ต่าง ๆ ของ บุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งเปึ นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะประเด็นเรื่องของการแข่งขันทางการค้านั้น เปึนประเด็นทางเศรษฐกิจระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะซับซ้อนละเอียดอ่อนและมันจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันอยู่เยอะแยะมาก เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง ให้กฎหมายฉบับนี้มีเขี้ยวเล็บมาก ขึ้น มีการบังคับใช้ที่ดีขึ้นและมีองค์ความรู้ที่ดีขึ้น มีความอิสระของผู้ดําเนินการทางกฎหมายมากขึ้น เมื่อเช้านี้มีคนถามผมทางวิทยุสัมภาษณ์ว่า แล้วท่านคิดว่ามันจะได้อะไรสัก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ผมคิดว่าผมไม่อาจจะการันตีได้ว่า มันจะได้กี่เปอร์เซ็นต์แต่มันต้องพยายามทําให้มีเกิดการล้อมคอกเพื่อไม่ให้วัวหายมากขึ้น นี่คือความพยายาม ผมขอประทานอนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ คุณจิตร์ ศิรธรานนท์ ได้แนะนําในรายละเอียดของสาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการพาณิชย์และการบริการแล้วก็เปึนกรรมาธิการ แล้วก็เปึนสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติด้วย ในวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ขออนุญาตเสนอประเด็นต่อที่ประชุมในเรื่องของ หลักการและเหตุผลและจะตามมาด้วยว่าปัญหาที่เราศึกษาตลอดมาตั้งแต่ตอนต้น ๆ ป้

จนกระทั่งจบป่ดในเรื่องนี้ลงไปเราพบอะไรบ้าง แล้วทําไมถึงได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็สิ่งที่มันจะปฏิบัติได้ต้องเรียนให้ทราบว่ากฎหมายนั้นถ้าจะออกให้ครอบคลุมทั้งห มด ก็อย่างที่ภาษาชาวบ้านก็คือรอชาติหน้าเวลาบ่าย ๆ เพราะว่ากฎหมายด้วยหลักการของเขา ถ้าออกรู้เรื่องหมดบังคับใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะบังคับใช้กฎหมายให้เปึนผลนั้นจะต้อง โดยหลักการใหญ่ ๆ แล้วโดยเฉพาะการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจการค้า ซึ่งเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผมอยู่ในภาคเรียล เซกเตอร์ เพราะฉะนั้นบริหารธุรกิจที่เราเรียนกันมา ๔ ป้ พอป้ที่ ๕ ความรู้ต่าง ๆ ใช้ไม่ได้แล้วครับ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายในเรื่อง ทางการค้าถ้าออกระบุเฉพาะเจาะจงลงไปปัญหาก็จะเกิดตรงที่ว่าอย่างกรณีในเรื่องตลาด ถ้าตลาดเราระบุเฉพาะเจาะจงไปตลาดเปลี่ยนเปึนดิจิทัล (Digital) ท่านไม่ต้องแก้กฎหมายใหม่ หรือครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถึงได้ไปพ่วงอยู่ในเรื่องของตัวลูกมันไปนะครับ อันนี้ ก็เปึนเบื้องต้นที่เปึนเรื่องของความยากในการที่จะออกกฎหมายมาดูแลในเรื่องของธุรกิจ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าท่านติดตามข่าวจะเห็นว่าแทบทุกประเทศในโลกนี้ เห็นด้วยและส่งเสริมในเรื่องของการค้าที่เสรีและเปึนธรรมนะครับ และจะเห็นว่าอย่างกรณี ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเห็นว่าการเมืองการปกครองของเขาเปึนไป ในระบอบของคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมมีการเผด็จการแล้วก็มีการผูกขาดในเรื่องของ การค้าก็ยังเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้เลยจะเห็นศัพท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาว่าแม้จะเผด็จการแต่ก็ เผด็จการแบบทุนนิยมเสรีเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นการเป่ดประเทศของเขาในป้ ๒๕๒๑ ด้วยมูลค่าทางการค้าแค่ ๒๐,๖๔๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ในป้ ๒๕๒๑ แต่ตัวเลขหลังสุดเมื่อป้ ๒๕๕๖ มูลค่าทางการค้าของประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มเปึน ๔.๑๖ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ ด้วยการเป่ดประเทศ ด้วยการให้ประเทศของเขามีการแข่งขันที่เสรีแล้วก็เปึนธรรมโดยรัฐบาลดูแล แม้การเมือง การปกครองจะเปึนไปในระบอบที่เราคงไม่มีในประเทศไทยเรานะครับ เพราะของเรา ประชาธิปไตย ของเขามันเหมือนเผด็จการ แต่ขณะเดียวกันเขาเป่ดประเทศตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดใน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเทศที่มี การเมืองการปกครองอีกแบบหนึ่ง กับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเรา ซึ่งควรจะเป่ดเสรีเปึนธรรมได้ง่ายกว่า แต่บริบทต่าง ๆ กลับต่างกัน จะเห็นว่าของเรา ถ้าจะเปรียบเทียบไปแล้วมันเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๒๕ ป้เลย อีกสักครู่ผมจะ เล่าให้ท่านฟังว่ามันเปึนอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดในขณะนี้ ปัญหาที่จะเกิด ในสังคมที่ประกอบธุรกิจทางเศรษฐกิจในเรื่องของเสรีและเปึนธรรมมันมีอยู่ ๔ เรื่องหลัก ๆ ที่เขายกขึ้นมาเปึนประเด็น เรื่องที่ ๑ คือการใช้อํานาจเหนือตลาดในทางมิชอบ ภาษาฝรั่ง เขาเขียนไว้ว่า อะบิวส์ ออฟ โดมิแนนซ์ (Abuse of dominance) คือโดมิแนน ซ์ (Dominance) อย่างเดียวคือการที่มีอํานาจเหนือตลาดอย่างเดียวยังไม่ผิดนะครับ แต่ใช้ในทางที่มิชอบเมื่อไรถึงจะผิด เพราะฉะนั้นการที่เขามีอํานาจเหนือตลาดแต่เขาทําธุรกิจ แบบปกติ เราไปลงโทษเขาไม่ได้ในเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องของการรวมธุรกิจอันอาจ ก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่ำงมีนัยสําคัญ อันนี้เขาเรียกว่าเมิร์จ แอนด์ แอกควิซิชัน (Merge and acquisition) ในสากล การรวมตัวกันก็ยังไม่ผิด เพราะการควบรวมกัน เปึนเรื่องปกติของธุรกิจโดยเฉพาะในต่างประเทศ ท่านอาจจะเคยได้ยินว่าระหว่างเอ็กซอนกับ โมบิลมาควบรวมกัน ก็เปึนเอ็กซอนโมบิล แต่เขาไม่ได้อะบิวส์ (Abuse) คือไม่ไปทําผิด ในการที่จะขายของแพงหรือว่าในการที่ผูกขาดตลาด ตรงนี้ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะฉะนั้น พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ว่าเกิดพฤติกรรมอย่างนี้แล้วเปึนความผิดนะครับ จะต้องกระทําในสิ่งที่ผิดด้วย เรื่องที่ ๓ เรื่องการตกลงร่วมกันอันเปึนการผูกขาด ลดหรือ จํากัดการแข่งขัน อันนี้คือการฮั้วนั่นเอง ไม่ว่าจะอยู่ในต่างประเทศฮั้ วกับในประเทศ หรือในประเทศฮั้วกันเอง อันนี้คือพฤติกรรมที่จะต้องจับตาดู เรื่องที่ ๔ คือพฤติกรรม ทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม ที่เราเรียกว่า อันแฟร์ เทรด แพรกทิส (Unfair trade practice)

อันนี้บริบททั้งโลกนี้เขาดูตัวนี้เปึนหลัก ทั้งนั้น แต่คําว่าอันแฟร์ เทรด แพรกทิส หรือแฟร์ เทรด แพรกทิส (Fair trade practice) เปึนเรื่องที่จะต้องระบุเพราะพฤติกรรมทางการค้า เปลี่ยนได้ตลอดเวลา จะไประบุให้ชัดเจนในกฎหมายก็เท่ากับฆ่าตัวตาย เพราะว่าถ้ามัน เปลี่ยนไปปัูบท่านบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าบางส่วนซึ่งจะเล่าต่อไปหลังจากนี้ บางมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ใส่รายละเอียดลงไปได้ถ้ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลงสูง แต่บางเรื่องราวเปลี่ยนแปลงเร็วอันนี้จะต้องจํากัดไว้ไปออกทีหลัง ออกเปึนอนุบัญญัติหรือ ออกเปึนกฎหมายลูกตามมาในทีหลังเพื่อให้ทันต่อกา รเปลี่ยนแปลง และกฎหมายนั้น จะทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อันนี้คือหลักการใหญ่ ๆ ที่ใช้ในกฎหมายนะครับ ผมจะเล่าเรื่องว่า ทําไมผมได้พูดว่าเราเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๒๕ ป้ ประเทศสหรัฐอเมริกาในสมัย เมื่อ ๑๒๕ ป้ก่อน เขาถูกผูกขาดโดย ๓ กลุ่มธุรกิจใหญ่ มีกลุ่มธุรกิจน้ํา มัน ไม่ต้องบอก ชื่อบริษัทนะครับ ถ้าบอกไปท่านร้องอ๋อแน่ ธุรกิจน้ําตาล แล้วก็ธุรกิจรถไฟ เพราะฉะนั้น หลักการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาในยุคแรก ๆ มีการให้ สัมปทาน พอไม่ให้สัมปทานไปมันก็เกิดธุรกิจที่เข้ามาดูแลตรงนี้ออกเรียกว่าบริษัทลูก กันเยอะแยะ ที่เขาเรียกคองโกลเมอเรต (Conglomerate) เปึนกลุ่มเปึนก้อนนะครับ แล้วก็ผูกขาดตัดตอนในเรื่องนี้จนกระทั่งธุรกิจเกิดใหม่เกิดไม่ได้ เมื่อถูกผูกขาดโดย ไม่กี่บริษัท เศรษฐกิจมันเดินไปไม่ได้ครับ เมื่อเดินไปไม่ได้มันก็มีวีรบุรุษคนหนึ่งของ ประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นคือนายจอห์น เชอร์แมน คือป้ ๑๘๙๐ ก็ผลักดันกฎหมาย ออกมาฉบับหนึ่งเขาเรียกว่าเชอร์แมน แอกต์ เชอร์แมน แอกต์ตรงนี้ออกมาเพื่ออะไร ออกมาเพื่อคงไว้ซึ่งเศรษฐกิจเสรี ขจัดพฤติกรรม กําจัดการค้าและแข่งขันที่ไม่ถูกต้องตาม แบบวิถีของการค้าปกติ เปึนต้นกําเนิดสําคัญของกฎหมายปัองกันการผูกขาดของโลก ประเทศสหรัฐอเมริกาเปึนต้นฉบับออกกฎหมายฉบับแรกของโลกเรื่องปัองกันการผูกขาด ตัดตอน จนเศรษฐกิจเขาดีขึ้นมาในระยะ ๑๐๐ กว่าป้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในระยะแรก ๆ มีปัญหาเหมือนกัน ออกมาเนื่องจากว่าระบบของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเปึนลักษณะของ กฎหมายที่เปึนคอมมอน ลอว์ (Common law)

อาศัยคําพิพากษา คือคําตัดสินของศาลเปึนบรรทัดฐาน แต่ปรากฏว่าไปเล่นงานบริษัทที่มี อิทธิพล ที่ยักษ์ใหญ่ ขณะเดียวกันไม่เคยมีกรณีอย่างนี้ขึ้นมาก่อนก็บังคับใช้ลําบาก ๒๔ ป้ต่อมาจึงต้องมีกฎหมายตามมาอีก ๒ ฉบับ ในป้ ๑๙๑๔ ก็มีกฎหมายเครตัน แอกต์ ซึ่งสร้างความชัดเจนในการควบรวมธุรกิจออกมา ประกอบไปด้วยอีกฉบับหนึ่งก็คือเฟเดอรัล เทรด คอมมิชชัน แอกต์ หรือเอฟทีซี (FTC) อันนี้คือการจัดตั้งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการผูกขาดดูแลเฉพาะขึ้นมาแทน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพราะปกติกฎหมาย ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นถูกบังคับใช้โดยดีโอเจ (DOJ) ก็คือดีพาร์ตเมนต์ ออฟ จัสติซ (Department Of Justice) คือกระทรวงยุติ ธรรม เพราะฉะนั้นถ้ามีองค์กรตัวนี้ขึ้นมา ก็ทํางานเปึนอิสระ แล้วก็บังคับใช้กฎหมายอย่างได้ผลในป้ ๑๙๑๔ หลังจากนั้นยังมีกฎหมาย ตามมาอีก ๒ ฉบับเปึนการป่ดท้ายกลุ่มกฎหมายที่เรียกว่าแอนไททรัส ต์ ลอว์ (Antitrust Law) ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะบริษัทที่ได้สัมปทาน บริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ นั้น เขาควบรวมกันเปึนทรัสตี (Trustee) เพราะฉะนั้นกลุ่มกฎหมายแอนไททรัสต์จึงมีชื่อ มาด้วยประการฉะนี้ ป้ ๑๙๓๖ ประเทศสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายชื่อว่าโรบินสัน แพทแมน แอกต์ ปัองกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติด้านราคาอย่างไม่เปึนธรรมที่เราเรียกว่าไพรซ์ ดิสคริมิเนชัน (Price discrimination) สุดท้ายของแอนไททรัส ต์ก็คือป้ ๑๙๗๖ ออกกฎหมายฮาร์ต สก็อต โรดิโน แอกต์ ปัองกันการมีอํานาจตลาดและอํานาจเศรษฐกิจด้วยการต้อง แจ้งก่อนการควบรวม หมายความว่าการจะควบรวมบริษัทต้องแจ้งเขาก่อน แจ้งเสร็จ เขาจะเข้ามาดูแลว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผู้บริโภคเสียประโยชน์ไหม ธุรกิจเล็กอยู่ได้ หรือไม่ได้ อันนี้คือที่มาที่ไปของแอนไททรัส ต์ ลอว์ หลังจากที่มีกฎหมาย ๕ ฉบับแล้ว การค้าภายในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีการกระจายรายได้ มีการแบ่งบริษัทเล็ก บริษัทน้อยเกิดขึ้นมา เมื่อธุรกิจของเขาเปึนไปตามระบบเรีย บร้อยตามที่ต้องการยังเกิด กฎหมายอีก ๒ ฉบับตามมา กฎหมายอีก ๒ ฉบับนั้นตอนนี้เปึนเรื่องของการไปดูแลธุรกิจของ ประเทศสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศแล้ว ซึ่งจริง ๆ หลักของคอมแพระทีฟ แอดแวนเทจ (Comparative advantage) คือประโยชน์สูงสุดตรงนี้มันต้องแล้วแต่ประเทศใดที่ผลิตอะไร ได้ดี ราคาถูกก็ควรจะเปึนอย่างนั้น แต่ของประเทศสหรัฐอเมริกานี่หลักการก็คือการดูแล ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายกลางของเขาให้เสรีและเปึนธรรมจริง ๆ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่ากฎหมายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาฉบับต่อมาเปึนฉบับที่ ๖ ก็คือที่เรารู้จักกัน

ในนามของซูเปอร์ ๓๐๑ (Super 301) หรือสเปเชียล ๓๐๑ (Special 301) เปึนมาตรการ ฝ์ายเดียวที่เรียกว่ายูนิแลตเทอรัล เมเจอร์ (Unilateral major) อันนี้คืออะไร อันนี้คือที่ท่าน ได้ยินว่าจัดอันดับประเทศต่าง ๆ อย่างประเทศไทยนี่อยู่ในข่ายของพีดับบลิวแอล (PWL) หรือดับบลิวแอล (WL) วอตช์ ลิสต์ (Watch List) หรือว่าไพรออริตี วอตช์ ลิสต์ (Priority Watch List) แล้วเขาก็จะเล่นงานแซงก์ชัน (Sanction) เราเรื่องอะไรต่ออะไร อันนี้เปึนเรื่อง ที่เริ่มมาดูในเรื่องของลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสหรัฐอเมริกา ในต่างประเทศ แล้วสุดท้ายฉบับที่ ๗ ที่ออกมาในกลุ่มกฎหมายฉบับนี้กลางป้ ๒๐๑๑ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ออกกฎหมายชื่อว่ายูไนเตด สเตท อันแฟร์ คอมเพททิชัน แอกต์ เพื่ออะไร เพื่อปกปัองการผลิตในเรื่องไอที (IT) ของเขา คือคอมพิวเตอร์ ใช้ชิ้นส่วนที่มัน ปลอมหรือไม่ถูกต้องก็จะเกิดการดูแลในเรื่องนี้ เนื่องจากรัฐสภาของประเทศสหรัฐอเมริกา เขามีหน่วยงานยูเอสทีเอ (USTA) ในการที่ออกไปดูแลแล้วมารายงานสภา ถ้ามีเรื่องราวอะไร ที่กระทบทําให้พ่อค้า นักธุรกิจของเขา มีการกระเทือนในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาก็จะ เล่นงานในส่วนนี้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ๑๒๕ ป้ที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดการ กิจการให้เสรีเปึนธรรมภายในประเทศของเขาก่อน แล้วก็ทําให้ธุรกิจของนักธุรกิจอเมริกา ในต่างประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญาของเขาได้รับการคุ้มครอง อันนี้คือที่มาที่ไปโดยยึดถือ การประกอบธุรกิจในระดับเล็ก ระดับกลาง ระดับย่อยของเขานี่ส่งเสริมเอสเอ็มอีจริง ๆ ถึงแม้ว่าในบางเรื่องผู้บริโภคจะไม่ได้รับประโยชน์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่การเกลี่ยหรือ การบาลานซ์ (Balance) กันให้มีความสมดุลในประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลงตัว ธุรกิจอยู่ได้เสียภาษี ให้รัฐ ผู้บริโภคก็มีส่วนตรงนี้ ไม่ใช่ใช้ของแพงจนเกินไป มันก็อยู่ร่วมด้วยกันได้ อันนี้คือที่มาที่ไป ของการที่ทําไมถึงได้มีการออกกฎหมายในเรื่องปัองกันการผูกขาดตัดตอน ก็คือเหมือนกับ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าของเรานั่นเอง มาถึงประเทศไทย ประเทศไทยจริง ๆ มันแค่ ๑๖ ป้ เท่านั้นเองที่ผ่านมา เราไม่ต้องการที่จะใช้เวลาถึง ๑๐๐ กว่าป้เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา ในการที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างนี้ แต่ก็มีความจําเปึนในการที่ทําไมเราถึงจะต้องผลักดัน ในการที่จะออกกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้

ผมเปรียบอย่างนี้ว่าถ้าเปรียบรัฐธรรมนูญของไทย เปึนเหมือนเสาหลักของการปกครอง ประเทศ กฎหมายแข่งขันทางการค้าก็เหมือนกับเสาหลักในเรื่องของการค้า และบริการ นั่นเอง ถ้าท่านสร้างบรรยากาศของการค้าที่เสรีเปึนธรรม ท่านสร้างบรรยากาศในการที่ เล็กจะขึ้นไปสู้กับกลางและขึ้นไปสู้กับใหญ่ แล้วปล่อยให้ใหญ่กินเล็กอย่างนี้แล้วสุดท้ายนะครับ ซึ่งผมบอกไม่ได้อีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๑๐๐ ป้ คนที่รับกรรมคนสุดท้ายคือผู้บริโภคนะครับ ขณะนี้ อาจจะไม่เห็นได้ใช้ของราคาถูก เพราะว่าการแข่งขันของใหญ่กินเล็กเขาจะเล่นเรื่องราคาก่อน เพราะฉะนั้นราคาอาจจะได้ถูกแต่เมื่อเล็กหมดแล้วเหลือแต่ใหญ่วันนั้นผมบอกไม่ได้ว่า ราคามันจะเปึนอย่างไร แต่โดยหลักการของสากลแล้วเขาต้องการปัองกันเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ให้เกิดขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วถึงเวลานั้นมันแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือ ความจําเปึนซึ่งกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและ บริการของท่านประธานเกริกไกร ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ถึงได้เร่งรัดว่าสิ่งที่คุณควร จะทําก่อนคือการสร้างบรรยากาศของการค้าเสรีเปึนธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เราคิด ตามมาไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเทรดดิ ง เนชัน (Trading Nation) เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี มันไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้ ตราบใดที่บรรยากาศต่าง ๆ เหล่านี้ยังเปึนในลักษณะของ การผูกขาดใหญ่กินเล็กนะครับ จริง ๆ แล้วหลักการสากลจากสตาร์ต อัพ (Start up) มาสู่ ไมโคร สเกล (Micro scale) ธุรกิจนะครับ ไปสู่เอส (S) ไปสู่เอ็ม (M) ไปสู่แอล (L) แล้วซัพไพล์ เชน (Supply chain) นี่ต้นทุนถูกมันต้องไปรบในต่างประเทศ เพราะว่าต้นทุน ถูกกว่า แต่การที่บางรายไปรบในต่างประเทศ สู้กฎหมายต่างประเทศซึ่งเขาปกปัองธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลางของเขาไม่ได้ ก็กลับมาภายในประเทศมาฆ่ารายเล็ก รายกลาง ของคนไทยง่ายกว่า ถ้าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กฎหมายฉบับนี้ไม่เปึนผลหรือเราพยายามที่จะออกให้ ละเอียดที่สุด และอีก ๑๐ ป้ก็ยังไม่ออก ๒๐ ป้ก็ยังไม่ออก ถามว่าบรรยากาศต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะเดินไปได้ไหม เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายเปึนสิ่งที่ไม่ง่ายสําหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการทําธุรกิจ ถ้าออกให้ละเอียดก็คือช้า แต่ออกให้เร็วบังคับไม่ได้เราถึงได้ศึกษาว่าสิ่งต่าง ๆ ที่มันเกิดนั้นมันเกิดจากอ ะไรแน่ มันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เรื่องของธุรกิจหรือการดูแลตรงนี้เปึนเรื่องของ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของ สตรักเจอร์ (Structure) คือโครงสร้าง เรื่องที่ ๒ คือเรื่องคอนดัก ต์ (Conduct) คือ ความประพฤติหรือพฤติกรรม เพราะฉะนั้นกฎหมายพยายามเข้าไปดูในเรื่องโครงสร้าง

ใหญ่มากไม่ดี หรือว่าในขณะเดียวกันพฤติกรรมชักจะไม่ค่อยได้เรื่องแล้ว เพราะว่าคําว่าเสรี และเปึนธรรมในสายตาของนักธุรกิจใหญ่เขามองแต่ว่าเสรีคือการทําอะไรก็ได้ตามที่ใจ ปรารถนาเพราะโลกนี้เปึนโลกเสรีประชาธิปไตย เปึนธรรมคือทําได้ตราบที่กฎหมายไม่ได้ บัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นทําไมถึงต้องมีบางเรื่องในการที่จะต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้ควบคุมไว้ เพื่อไม่ให้คนที่เกเร เพราะว่าคนตัวโตไม่ได้เกเรทุกคนแต่คนตัวโตที่เกเรจะต้องถูกไม้เรียว คอยตีเหมือนกันเพื่อให้อยู่ในกรอบเพราะไม่เช่นนั้นจะเที่ยวไปรังแกลูกเด็กเล็กแดงจนกระทั่ง ร้องไห้กระจองอแงแล้วอยู่ร่วมกันไม่ได้ นี่คือหลักใหญ่ในการที่ทําไมถึงได้พุ่งเปัาไปในการ ที่จะดูกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็กลับมาสู่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าซึ่งใช้มา ๑๖ ป้ จะเห็นว่าปัญหาใหญ่ ๆ ที่เจอทําไมถึงไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพมันมีอยู่ ๔ เรื่องที่เกี่ยวข้อง เรื่องสาระของกฎหมาย เรื่องคํานิยามของ ผู้ประกอบธุรกิจไม่ครอบคลุมธุรกิจในเครือ คํานิยามหลักเกณฑ์ ผู้มีอํานาจเหนือตลาด ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แนวปฏิบัติกําหนดขึ้นล่าช้าไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน แล้วไม่มีสภาพ บังคับตามกฎหมายนี่อยู่ในเรื่องของสาระของกฎหมายในข้อที่ ๑ ปัญหาข้อที่ ๒ คือขอบเขต การบังคับใช้กฎหมาย ความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้ รัฐวิสาหกิจได้รับการยกเว้นหมด ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีรัฐวิสาหกิจของไทยรายหนึ่งก็ค้าขายแข่งกับต่างประเทศภาษีปัาย ยังไม่เสียเลยครับ ภาษีปัายทั่วประเทศไม่เสียเพราะว่าถือว่าเปึนรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เอกชน ต้องเสีย นี่ดูอย่างเรื่องเล็ก ๆ พวกผมนี่ต้องเสียภาษีปัายแต่เจ้านี้ไม่ต้องเสียในฐานะเปึน รัฐวิสาหกิจนะครับ เพราะฉะนั้นความจําเปึนในการที่จะออกมาแล้วดูว่าไม่ใช่ดิสคริมิเน ต (Discriminate) คือไม่ใช่มี ๒ มาตรฐาน ค้าขายต้องอยู่บนมาตรฐานอันเดียวกัน เราถึงบอกว่า มาตรา ๔ ตามกฎหมายเดิม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ยกเว้นรัฐวิสาหกิจทุกรายที่อยู่ใน บัญชีของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือไม่มีการยกเว้น กฎหมายใหม่เราปรับใหม่ แล้วเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายก็คือขอบเขตการบังคั บใช้ไม่ครอบคลุมนะครับ

อันที่ ๑ ไม่ครอบคลุมอะไร นโยบาย มาตรการรัฐที่ลดหรือจํากัดการแข่งขัน ลดอย่างไร อย่างเช่นอยู่ ๆ ไปออกกฎหมายเก็บภาษีเพิ่มขึ้นมา เหล็กก็โดนไปแล้ว เพราะฉะนั้นปัญหา ผู้ประกอบการภายในก็ยุ่งไปหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะมีเรียกว่าถ้าเรามีกรรมการที่เปึน อิสระจริง ๆ ต้องเข้าไปคุยในเรื่องนโยบายรัฐว่าบางเรื่องท่านจะออกนโยบายอย่างนี้นึกถึง ผู้ประกอบการรายย่อยที่เขาจะล้มหายตายจากหรือเปล่า มันก็ต้องคุยกันรู้เรื่องตรงนี้นะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการกระทําผิดนอกประเทศที่กระทบการแข่งขันในประเทศ อย่างเช่นเรื่องของคาร์เทล (Cartel) เรื่องไปรวมหัวกันฮั้วอย่างนี้นะครับ เดิมทีเราก้าวไปไม่ถึง ในส่วนที่ ๓ ผู้บังคับใช้กฎหมาย สํานักงานไม่เปึนอิสระเนื่องจากว่าไปแปะอยู่ที่ กรมการค้าภายใน มีคนอยู่ไม่กี่คนเอง ๒๐ กว่าคนเท่านั้น ไม่ถึง ๓๐ คน งบประมาณป้หนึ่ง ไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านคิดว่าจะทําอะไรได้ เราออกกฎหมายนี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ เคพีพียู (KPPU) ของประเทศอินโดนีเซียตามเรามาคือ พ.ศ. ๒๕๔๓ ขณะนี้คนของเราร่วม ๔๐๐ งบประมาณเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท เขาทํางานได้ผลเปึนพัน ๆ คดี ของเราทั้งหมด ตั้งแต่ตั้งขึ้นมามีอยู่ ๙๐ กว่าคดีเฉลี่ยแล้วประมาณ ๖ เรื่องต่อป้ และบางป้ไม่มีการประชุม กรรมการเลยก็มี ในส่วนที่ ๒ ของผู้บังคับใช้กฎหมายคือคณะกรรมการก็สุ่มเสี่ยง ต่อการถูกแทรกแซงโดยนักการเมือง นี่กฎหมายเก่านะครับ รัฐมนตรีเปึนประธาน คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าโดยตําแหน่ง วันไหนเพื่อนของท่านที่เปึนบริษัทใหญ่ มากระซิบบอกว่าเฮ้ยอย่าประชุมเลย มาพูดเรื่องของเขาเดี๋ยวซวยนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ประชุม มันก็บางป้ไม่มีการประชุมเลยก็มี อันนี้เปึนจุดอ่อนที่เราศึกษามา และข้อต่อมา ในเรื่องผู้บังคับใช้กฎหมายคือไม่มีภารกิจด้านการส่งเสริมการแข่งขัน มีแต่ไปเอากฎหมาย ไปควบคุมเขาอย่างเดียว เมืองไทยนี้ชอบควบคุมนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะส่งเสริมเขา ต้องมีด้วย กฎหมายใหม่ถึงได้บัญญัติไว้นะครับ เรื่องต่อมาคือขาดระเบียบด้านความโปร่งใส ในการดําเนินงาน เมื่อปรับปรุงตรงนี้แล้วความโปร่งใสในเรื่องนี้จะชัดเจนขึ้น เรื่องที่ ๔ ของ สาระที่ทําไมกฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ คือการสืบสวนดําเนินคดี บทลงโทษ การสืบค้น พยานหลักฐานจากผู้ร่วมกระทําผิดทําได้ยาก เพราะผู้กระทําผิดจริง ๆ ก็คือพยานนั่นแหละ เขาต้องมาเปึนพยานมันถึงจะเอาบริษัทของเขาเข้าคุกเข้าตะรางได้เพราะมีโทษทางอาญาด้วย และท่านลองคิดดูก็แล้วกันว่าเราไม่มีบทแม้ กระทั่งในการที่จะลดโทษให้ อภัยโทษให้ และจะเอาใครมาเปึนพยาน และในกรณีที่ลงโทษทางอาญา โทษทางอาญาทุกท่านก็ทราบว่า

ต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย ถ้าศาลยังไม่สิ้นสงสัยยกหมดนะครับ คือเขาถือว่าปล่อยคนผิด ๑๐ คน ดีกว่าขังคนถูกคนเดียว เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า ๑๖ ป้แห่งความหลังที่ผ่านมานี้ ไม่เคยเอาใครเข้าคุกเข้าตะรางได้สักคนหนึ่ง ไม่เคยลงโทษใครได้สักรายหนึ่ง เพราะอะไร เพราะว่าไม่สามารถพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยได้ เนื่องจากว่าถ้าเอาเขามา เปึนพยาน เขาก็ต้อง ติดตะรางด้วยแล้วใครจะยอม อันนี้คือปัญหาที่เกิด เราก็พยายามจะแก้ไขตรงนี้นะครับ ในส่วนของคําสั่งทางปกครองก็ใช้ได้เมื่อพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดจริงเท่านั้นในอดีต แต่ของใหม่ยังไม่ทันพิสูจน์ว่ามีความผิดก็สามารถลงโทษทางปกครองได้ อันนี้ก็เปึน ๔ เรื่อง ปัญหาที่เจอ ประเด็นปฏิรูปของเราก็คือแก้ใน ๔ เรื่องนี้แหละนะครับ สาระของกฎหมาย ในเรื่องแรก สาระของกฎหมายก็คือปรับบทนิยาม เราปรับบทนิยามตรงที่ว่า ผู้ประกอบธุรกิจนั้นให้ครอบคลุมธุรกิจหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน เดิมที นิติบุคคลก็คือ บุคคลตามกฎหมาย บุคคลตามกฎหมายมี ๒ อย่าง คือบุคคลธรรมดากับ นิติบุคคล เพราะฉะนั้นเปึนนิติบุคคลเขาจะเปึนบริษัทลูกของอีกนิติบุคคลหนึ่งก็ถือว่า เปึนคนละคนกัน แต่ปัจจุบันเนื่องจากว่ามีการฮั้วกัน รวมหัวกันในกลุ่มนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นมา เยอะแยะเลยผูกขาดในเรื่องนี้ กฎหมายฉบับที่ร่างใหม่นี้แก้ไขแล้วก้าวไปถึงครับ ปรับนิยาม ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอํานาจเหนือตลาด พิจารณาปัจจัยสภาพการแข่งขันของตลาดด้วย ไม่ดูอํานาจเหนือตลาดธรรมดา ดูสภาพการแข่งขันด้วย ไม่ใช่วอลุม (Volume) เขานิดเดียว แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาทจะไปเล่นงานเขาแล้ว มีผลกระทบอย่างไร เพราะฉะนั้น อันนี้จะดูสภาพการแข่งขันของตลาดด้วยนะครับ ให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า มีอํานาจออกระเบียบ ประกาศหลักเกณฑ์ คําสั่งและแนวปฏิบัติ เพื่อให้มีสภาพบังคับ ตามกฎหมาย ออกประกาศหลักเกณฑ์ ระเบียบ แนวปฏิบัติให้ครบถ้วนภายใน ๓๖๕ วัน นี่คือปัญหาที่เกิด ผมอยู่ในเรียล เซกเตอร์ เคยเข้าไปอยู่ในอนุกรรมาธิการดูหลักเกณฑ์ ในเรื่องของการควบรวมกัน ประชุมกันมาเข้าใจว่าป้ที่ ๓ แล้วกระมัง หรือป้ที่ ๔ ยังออกไม่ได้เลย ยังออกไม่ได้เลยเพราะเถียงกันไปก็เถียงกันมา

แต่กฎหมายฉบับนี้เรารู้ว่าจุดอ่อนมันอยู่ตรงนี้ เดิมทีนั้นใน พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ป้ ๒๕๔๒ มันมีไม้ตะบองอยู่ ๕ ไม้ตะบอง ไม้ตะบองมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ แล้วอันนั้นรายละเอียดไม่ได้ใส่ เพราะให้ไปออกตอนหลังกันเอง แต่ปรากฏว่าไม่เคยออกมา เมื่อไม่ออกมามันก็บังคับใช้ไม่ได้ แต่กฎหมายฉบับใหม่ที่จะแก้ไข แล้วบอกล็อกไว้เลยว่าภายใน ๓๖๕ วัน จะต้องไปออกระเบียบ กติกา หรืออนุบัญญัติต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาให้ครบถ้วนว่าที่จะบังคับใช้นั้นเรื่องอะไ รบ้าง รายละเอียดมันเปึนอย่างไร แล้วขณะเดียวกันใน ๕ ป้ต้องแก้ไขอย่างน้อย ๑ ครั้ง มีการแก้ไขด้วย อันนี้ป่ดประตูไว้ก่อน เนื่องจากว่าธุรกิจการค้าเปึนเรื่องที่มันแปรปรวน เปลี่ยนง่าย แป็บเดียวเปลี่ยน ๆ พวกผมนี่ ต้องปรับกลยุทธ์กันทุกวันในการที่จะทํายอดขายให้มากขึ้น ถ้าไม่มีอะไรบัญญัติไว้ทุกอย่าง ในเรื่องของการค้าก็รู้อยู่แล้วเอากําไรสูงสุดเปึนตัวตั้ง แต่ถ้าคุณมีกฎหมายบัญญัติไว้ไม่มีใครทํา หรอกครับ เพราะทําแล้วมันติดคุกติดตะรางเสียชื่อด้วย เสียเวลาก็เสีย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ได้กําหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนในเรื่องสารบัญญัติของกฎหมายในการที่จะแก้ไข เรื่องที่ ๒ เรื่องของการปฏิรูปขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย รัฐวิสาหกิจที่ได้รับการยกเว้นต่อไปนี้ เปึนรัฐวิสาหกิจที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐเพื่อรักษาความมั่นคง ประโยชน์สาธารณะ หรือ จัดให้มีสาธารณูปโภค อย่างเช่น ไฟฟัา ประปา อะไรพวกนี้นะครับ แต่ธุรกิจหมายความว่า รัฐวิสาหกิจนอกเหนือจากนี้หรืออยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะมีสภาพของความเปึนรัฐวิสาหกิจ อยู่ก็ตาม ต้องไม่เข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะยกเว้น ต้องถือว่าเท่าเทียมกับธุรกิจอื่น ๆ ตรงนี้ละครับที่สร้างความเปึนธรรม ท่านจะเห็นว่าในอดีตไม่กี่ป้ที่ผ่านมาองค์การธุรกิจน้ํามัน กระเจิงหมดเลย เอสโซ่ เชลล์ หนีกลับประเทศหมด ตอนนี้เริ่มกลับมาเพราะมีข่าวว่า เราจะออกกติกาต่าง ๆ ในการที่จะสร้างความเสรีและเปึนธรรมมากขึ้น ถ้าเขาเชื่อตรงนี้ เขาก็จะกลับมา ถ้าเขาไม่เชื่อเขาก็หนีไปที่อื่น เพราะฉะนั้นเรื่องของการลงทุนทั้งเทรดดิง เนชัน ที่จะเอาต์เวิร์ด (Outward) หรือโดเมสติก (Domestic) ถ้าสภาพบรรยากาศตรงนี้ไม่ชัดเจน ท่านแน่ใจหรือว่าประเทศเราจะไปรอด เราจะมีภาษีใช้หรือ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายนี่ ถึงบอกว่าทําอย่างไรก็ตามสิ่งที่มันใช้อะไรไม่ได้เลยให้มันใช้ในระดับครึ่ง ๆ หน่อยได้ไหม แล้วต่อไปค่อยปรับอีก เพราะว่ามันมีระยะเวลาที่จะต้องปรับตัว ส่วนในเรื่องของการเพิ่มอํานาจ บังคับใช้นอกราชอาณาจักรให้สามารถลงโทษผู้ประกอ บธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ ที่กระทําความผิดนอกประเทศจะส่งผลต่ อการแข่งขันในไทย ในกรณีของคาร์เ ทล

ในกรณีของยา ในหลายเรื่อง ตอนนี้สามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ว่าฮั้วกั นระหว่างบริษัทแม่ ในต่างประเทศกับบริษัทลูกในไทย อันนี้ละก้าวไปถึงนะครับ เรื่องที่ ๓ คือการปฏิรูป ผู้บังคับใช้กฎหมาย มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้กะทัดรัด ตอนนี้ก็ตั้งไว้ตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่จะตามมามี ๗ ท่าน ประกอบไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องของนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ แล้วก็ได้เพิ่มคุ้มครองผู้บริโภคไป ๑ ตําแหน่งด้วย ให้มีคุ้มครองผู้บริโภค และข้อสําคัญคือปฏิบัติงานเต็มเวลา โดยดูรูปแบบ ของแบงก์ ออฟ ไทยแลนด์ (Bank of Thailand) คือแบงก์ชาติ แล้วก็คณะกรรมการ ประกันภัย หลายหน่วยงานที่เปึนอิสระตรงนี้เปึนหลักการ นอกจากนี้แล้วในการตั้ง คณะกรรมการสรรหาภาครัฐ เอกชน ผู้บริโภค เติมที่มาจากส่วนองค์กรของคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ที่ชัดเจนและเปึนนิติบุคคล และมีกระบวนการสรรหาที่โปร่งใสปลอดการเมือง ประการต่อมา คือการจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่เปึนอิสระ เหมือนกับเอฟทีซี ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมาเปึนร้อยป้แล้ว เหมือนกับเคพีพียูของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกฎหมายหลังเราแต่เขาเปึนชิ้นเปึนอันมากกว่าเราไปแล้ว ต่อมาคือเพิ่มภารกิจด้านการ ส่งเสริมการแข่งขัน ให้ข้อคิดเห็นต่อนโยบายของรัฐที่อาจจะทําให้การแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป หรือกระทบต่อการแข่งขันที่ได้กล่าวไปแล้ว เรื่องที่ ๔ ซึ่งเปึนประเด็นปฏิรูปสุดท้ายนี่นะครับ คือการปฏิรูปการสืบสวน การดําเนินคดี และบทลงโทษ ก็ให้คณะกรรมการการแข่งขัน มีอํานาจกําหนดโทษปรับและออกคําสั่งทางปกครองสําหรับการกระทําที่อาจเข้าข่ายละเมิด บทบัญญัติ แล้วก็ให้ฟัองคดีอาญา และฟัองเรียกค่าเสียหายต่อศาลพิเศษคือศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีแข่งขันต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้าน ธุรกิจการค้า ไม่ใช่ไปฟัองศาลอาญาหรือศาลไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องฟัองต่อศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และขณะเดียวกันได้เพิ่มประสิทธิภาพในการนําคดี ขึ้นสู่ศาล ก็มีเปึนขั้นตอนอย่างในกรณีของห้างมอเตอร์ไซค์ห้างหนึ่งก็ติดขัดตรงนี้ตรงที่ว่า พอส่งไปส่งมาระหว่างอัยการกับคณะกรรมการ

ส่งไปถึงทางโน้นก็โยนกลับมาว่าหลักฐานไม่พร้อม พอหาขึ้นไปหาไปหามาอายุความหมดครับ ก็เลยทําอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือเปึนปัญหา ก็เลยบอกว่าในกรณีที่สํานวน ยังไม่สมบูรณ์พร้อมให้ตั้งคณะทํางานร่วมระหว่างอัยการและสํานักงานคณะกรรมการแข่งขัน ซึ่งจะเปึนอิสระมากขึ้นรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ก่อนส่งอัยการสูงสุดใหม่ แล้วในกรณีที่หาข้อยุติไม่ได้ให้คณะกรรมการแข่งขันฟัองคดีได้เอง อันนี้ก็จะทําให้เรื่องต่าง ๆ รวดเร็วขึ้นนะครับ เรื่องต่อมาก็คือปรับลงโทษให้เหมาะสมนะครับ ผสมผสานการใช้บทลงโทษ ทางแพ่ง ทางอาญา แล้วก็เพิ่มทางปกครอง ทางปกครองนี่แหละจริง ๆ แล้วมีโทษปรับ มันเปึนรายได้เข้ามาสํานักงานด้วย ทําให้ดีไม่ดีไม่ต้องไปพึ่งงบประมาณแผ่นดินมากมาย เท่าไรด้วยซ้ํา ถ้าทําเปึนพัน ๆ คดีเหมือนเคพีพียูของประเทศอินโดนีเซียนะครับ นอกจาก ปรับลงโทษให้เหมาะสมแล้วจําแนกบทลงโทษตามพฤติกรรมความผิดนะครับ โทษจําคุก เฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อการแข่งขันอย่างรุนแรงเท่านั้นเอง ต่อมาคือปรับโทษปรับ ทางอาญาให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟัอ เพิ่มโทษปรับทางปกครองเปึนสัดส่วนของยอดขาย นะครับ ขณะเดียวกันในสุดท้ายของข้อ ๔ นี้มีมาตรการลดหย่อนโทษสําหรับผู้กระทําผิด มีการตกลงร่วมกันบางประเภทที่ไม่เปึนตัวกลางสําคัญ แต่ให้ข้อมูลพยานหลักฐานที่เปึน ประโยชน์ อย่างที่ผมบอกแล้วว่าพยานจากคดีอย่างนี้มันมาจากผู้ป ระกอบการ มันมาจาก ลูกจ้าง มาจากผู้จัดการ มาจากพนักงาน เพราะฉะนั้นเขามีความผิดด้วยเขาจะยอมมาเปึน พยานไหมนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการลดหย่อนโทษตรงนี้ก็จะทําให้การดําเนินคดีของเรา การบังคับใช้กฎหมายนั้นเปึนไปตามที่เราปรารถนานะครับ โดยสรุปในเรื่องของการที่ เราทําเรื่องนี้ก็คือว่าเรามีความจําเปึนในการที่จะต้องทําบรรยากาศเนื่องจากว่าสิ่งที่ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ท่านคิดไว้เปึนเรื่องที่ดีในการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ เรื่องของเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) เอาต์เวิร์ด อินเวส ต์เมนต์ โดเมสติก (Outward investment domestic) แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านเชื่อไหมล่ะครับว่าถ้าบรรยากาศมันไม่อํานวยไม่มีใครเขาอยู่ในนี้ หรอกครับ คนไทยเขาจะไปต่างประเทศ เพราะอยู่ที่นี่ก็สู้เขาไม่ได้ ใหญ่กินเล็กเอาทุกอย่าง แม้กระทั่งกาแฟสดตรงนี้ยังลามมาแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่ทําขึ้นมาตรงนี้ อะไรก็ตาม ถ้ากฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ หรือบัญญัติไว้ไม่ครอบคลุม แล้วมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ ไม่มีการพูดถึงไว้เขาทําได้หมด เพราะคําว่าเสรี เปึนธรรม อย่างที่บอกแล้วว่าเสรี

คือนึกอยากจะทําอะไรก็ทํา เปึนธรรมคือกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ถือว่าไม่ทําผิดกฎหมาย การที่สารบัญญัติของกฎหมายจะไปให้ถึง ถ้าไปออกกฎกติกาต่าง ๆ ให้มันชัดเจนอย่างที่เห็น อยู่ทุกวันนี้ ถ้ามันเปลี่ยนไปเขาก็ถือว่าทําไม่ได้ คือไปบังคับเขาไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่านี่คือความยาก เหมือนหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทําในกฎหมายละครับ พอกฎหมาย มันหยุดอยู่ชั่วครู่เพื่อให้ปรับปรุ ง ไม่มีพูดถึงสิ่งที่ทุกคนทําบอกว่าไม่ผิดเขาก็ทําไปได้ แต่ว่า มันเกิดความเหลื่อมล้ําตรงนี้ขึ้นมานะครับ ถ้ารายเล็กโตขึ้นมาเปึนรายกลาง รายใหญ่ไม่ได้ มีแต่ใหญ่อย่างเดียวเหลือไม่กี่เจ้าก็คือการผูกขาดนั่นเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่บรรยากาศ ของการลงทุนที่เสรีและเปึนธรรม เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนในเรื่องที่จะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ออกมานะครับ ถ้าเราออกกฎหมายฉบับนี้ออกมาเหมือนรัฐธรรมนูญของการค้าและ การลงทุน ผมย้ําเลยนะครับ บรรยากาศมันดีขึ้น แต่ประการที่ ๒ ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้จะ ออกมาเปึนรูปธรรมได้อย่างไร ถ้าเรามัวแต่คิดให้มันสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีวันได้ออก เมื่อไม่มีวันได้ออกก็คือไม่มีกฎหมาย เมื่อไม่มีกฎหมายทุกคนก็ทําตามใจสะดวก เมื่อทําตามใจสะดวกปัูบมันก็เข้าอีหรอบเดิม ใหญ่กินเล็ก และในที่สุดการที่เราฝันไว้ในเรื่อง สิ่งต่าง ๆ มันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ทุกท่านจะให้ข้อแนะนําในวันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ดี แล้วก็ย้ําอีกอย่างว่าเราไม่ใช่จุดสุดท้ายของ การออกกฎหมาย แต่จะต้องส่งไปที่ ครม. ต้องผ่านกฤษฎีกาส่งไปที่ สนช. เขาจะเอากับเรา ด้วยหรือเปล่าไม่มีใครบอกได้ เขาจะแก้ไขอย่างไรหรือไม่ไม่มีใครบอกได้ แต่เราเปึนจุดเริ่มต้น ในการที่จะผลักดันด้วยเหตุด้วยผลต่าง ๆ ที่ได้อธิบายมาแล้วนะครับ ถ้าเห็นด้วยการค้า การลงทุนในภาพที่กรรมาธิการของเราเห็นมันจะชัดเจนแน่นอนนะครับ แล้วก็จะสร้าง บรรยากาศ ทํารายได้เข้าสู่ประเทศอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจีดีพี (GDP) ของเราจะเตี้ยลง ๆ ทุกวัน ทุกวันนี้เราต่ํากว่า ๕ ตลอดครับ ๑๑ ป้ย้อนหลัง มีป้ที่น้ําท่วมเท่านั้น หรือป้ ๒ ป้ เท่านั้นที่เราเกิน ๕

และถ้าเราต่ํากว่า ๕ งบประมาณแผ่นดินของเราตามงานวิจัยต้องกู้ตลอดครับ ท่านจะเปึน ผู้ที่มีส่วนในหนี้สินที่ประเทศถูกก่อขึ้นหรืออย่างไร แต่ถ้าต้องการให้เสรีเปึนธรรม เกิดการกระจายรายได้ที่ทั่วถึงธุรกิจเล็กก้าวโตไปเรื่อย ๆ สู่ธุรกิจใหญ่และก้าวสู่ต่างประเทศ ท่านต้องผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกไป ถึงแม้ว่าบริบทของกฎหมายจะไม่ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันว่าไม่มีใครออกกฎหมายได้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเรา พอที่จะผลักดันออกไปก่อนถ้ามันมีอะไรที่บกพร่องค่อย ๆ แก้ไปเราจะประสบความสําเร็จ ในการที่ทําให้ประเทศไทยของเรารุ่งเรืองขึ้นมาในอนาคต ผมคิดว่าเปึนความหวัง ความฝัน ของทุกท่านอยู่แล้วที่จะทําให้การ ค้าการลงทุนของประเทศไทยนั้นไม่แพ้แม้กระทั่ง ซีแอลเอ็มวี (CLMV) นะครับ ซึ่งผมคิดว่าจากเดิมที่มีไม่กี่ประเทศที่ออกกฎหมายแข่งขัน เพื่อปัองกันการผูกขาดออกมาขณะนี้เปึนร้อยประเทศอย่างที่ท่านประธานได้พูดถึง เพราะฉะนั้นช่วยกันเถอะครับช่วยกันในการที่จะผ่านทั้งเรื่อ งที่เราศึกษามา กฎหมาย แล้วก็ นําความเห็นนี้ขึ้นไปที่ ครม. เพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกมาบังคับใช้ให้ได้ เพื่อความรุ่งเรืองทางการค้าของเราที่จะเปึนไปตามแบบที่รัฐธรรมนูญเองก็กําหนดไว้คือเสรี และเปึนธรรม กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประธานจะมีเพิ่มเติมอีกไหมคะในส่วนของท่าน

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ไม่มีครับท่านประธาน ผมคิดว่าที่พูดกันมาคงจะแจ่มแจ้งแล้ว แล้วหลักการสําคัญก็มีไม่กี่ประเด็นเท่านั้นเอง ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อจากนี้นะคะดิฉันจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภค แถลงหลักการและเหตุผลในร่างพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้นําเสนอเพื่อ ที่จะได้เปึนแนวทาง ในการพิจารณาร่วมกันค่ะ

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตได้ไหมคะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ เดี๋ยว ๆ ท่านสารีประเดี๋ยวค่ะ ขอเชิญค่ะ

นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช กรรมาธิการ

ขออนุญาตนะคะ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช ในฐานะรองประธานกรรมาธิการชุดนี้ รองประธานคนที่หนึ่ง แล้วก็ในฐำนะที่ปรึกษาของชุดอนุพาณิชย์ ดิฉันขออนุญาต กราบเรียนปรึกษา ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านประธานได้กรุณากล่าวไปแล้วว่าเนื่องจาก คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้ร่างกฎหมายขึ้นมา ๑ ฉบับ จึงสมควร อย่างยิ่งที่จะแนบไปด้วย แต่ดิฉันคิดว่าในสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราที่ผ่าน ๆ มานั้น ในทุก ๆ เรื่องเราต้องการความเห็นจากหลายคณะกรรมาธิการโดยการทําครอส คัตติงตามที่ ท่านประธานเกริกไกรได้กล่าวแล้วนะคะ และดิฉันก็ทราบดีว่าของเราตรงนี้ก็ได้มี การประสานงานกันอย่างดียิ่ง คุณจิตร์เองก็ได้ไปร่วมกับชุดของท่าน ขอโทษที่เอ่ยนาม ท่านทูตอดิศักดิ์เปึนประธาน และในวันสุดท้ายก่อนที่เราจะสรุปเรื่องเพื่อนําเสนอสภาแห่งนี้ ดิฉันเองก็อยู่ในที่ประชุมนะคะ ก็ได้เชิญท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค คือท่านสารี อ๋องสมหวัง แล้วก็ท่านทูตอดิศัยและท่านอาจารย์วินัยนะคะ ได้กรุณา นําประเด็นต่าง ๆ ขอโทษค่ะ ท่านทูตอดิศักดิ์นะคะ นําประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งที่ได้ออกไป ขอความคิดเห็นจากประชาชนเข้ามา วันนั้นเราได้ประชุมกันอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะเราได้เพิ่ม เรื่องกรรมการจากคุ้มครองผู้บริโภค เราก็ยังเปึนห่วงว่าเมื่อมีกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อยู่ด้วยแล้ว ถ้าหากมีกรรมการสรรหาจากผู้บริโภคด้วยกลัวจะถูกครหา ก็ได้ปรึกษา ขอให้ท่านประธานสารีเสนอชื่อบุคคลคือตําแหน่งมาเลยก็จะแก้ปัญหาตรงนั้นได้ ดิฉัน จะกราบเรียนปรึกษาก็คือว่าเนื่องจากว่าเรากําลังจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ที่คณะชุดนี้ เปึนคนเสนอ แล้วเปึนรอบ ๒ ด้วย ประเด็นก็คือว่าเดี๋ยวทางท่านสมาชิกจะได้กรุณาลงมติ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามีการนําเสนอหลักการและเหตุผลของอีกฉบับหนึ่ง มันจะทําให้ เกิดความไม่แน่ใจว่าจะไปลงมติ ดิฉันค่อนข้างเห็นด้วยกับท่านว่าควรจะนําแนบไปก็คงจะ พอเพียง มิเช่นนั้นแล้วมันจะมีประเด็นว่าหลักการและเหตุผลเกิดสมมุติไม่เหมือนกัน อย่างนี้ ผู้เปึนสมาชิกจะโหวตอย่างไร ดิฉันเชื่อว่าท่ำนสารีคงทราบดีว่าได้มีการทํางานร่วมกัน อย่างค่อนข้างจะใกล้ชิดค่ะ ขอกราบเรียนปรึกษาค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ดิฉันขอเรียนอย่างนี้ว่าดิฉันได้แจ้งตั้งแต่แรกว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปึนกฎหมายฉบับของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เปึนร่างหลัก เพราะฉะนั้นการขอมติจากที่ประชุมนี้ขอมติเพียงฉบับเดียวคือฉบับร่างหลักค่ะ

เพราะฉะนั้นในความเห็นในส่วนของคณะกรรมาธิการอีกชุดหนึ่งซึ่งได้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขึ้นมาประกบนั้นจะเปึนข้อมูลประกอบซึ่งจะส่งแนบไปให้ท่าน ให้คณะกรรมาธิการ ชุดร่างหลักกลับไปพิจาร ณาภายใน ๗ วันก็เท่านั้นเองค่ะ เพราะฉะนั้นก็เปึนสิทธิ ที่เมื่อกฎหมายประกบขึ้นมาก็เสนอหลักการและเหตุผล แต่ว่าทั้งหมดนี้ทุกท่านก็ได้ทราบ อยู่แล้วว่าฉบับของท่านจะเปึนร่างหลักอยู่แล้วค่ะ ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคค่ะ เชิญค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

กราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะ แล้วก็ เรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่ำน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภค ก็ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจ ให้สบายใจนะคะว่าจริง ๆ แล้วสาระในร่างของทั้ง ๒ ชุดก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก ก็เรียนให้ทุกท่านที่เปึนสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติสบายใจนะคะ ดิฉันขออนุญาตเรียน เนื่องจากว่าจริง ๆ หลักในแง่ของการจัดทํากฎหมายแข่งขันทางการค้านี่ก็มีอยู่ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งก็มองว่าถ้าเรามีการแข่งขันกันดีก็จะทําให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้อาจจะถือว่าเปึนการค้า ที่เปึนธรรม ซึ่งก็เรียกว่าเปึนรูปแบบ ของฝัืงอเมริกัน แต่ว่า ในฝัืงยุโรปเองอาจจะให้ความสําคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคที่ควรจะมีมากขึ้นในการแข่งขัน เพราะเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันควรจะนํามาซึ่งการคุ้มครองผู้บริ โภค ก็เรียกว่า เปึนประเภทที่ถูกกําหนดอย่างเข้มแข็งในสหภาพยุโรป เพราะฉะนั้นกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคเองเราก็ได้ยึด ๔ ประเด็นที่จะเปึนประเด็นปฏิรูป ดิฉันขออนุญาต พูดสั้น ๆ ดิฉันคิดว่าอาจจะไม่ใช่ประเด็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว ที่กฎหมาย ฉบับนี้ไม่สามารถเดินหน้าได้ ๑๖ ป้ เรามีเรื่องร้องเรียนเพียง ๙๔ เรื่องใน ๑๖ ป้ ซึ่งมีประเด็นปฏิรูปที่คณะปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่าควรจะต้องปฏิรูป ซึ่งบางประเด็นก็ตรงกันกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ ก็คือเรื่องโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมายนะคะ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าเรื่องขอบเขตของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งควรจะรวมไปถึงรัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจ อันเปึนการแข่งขันกับเอกชน ซึ่งอันนี้ก็เรียนว่าตรงกัน แต่ประเด็นที่อาจจะเห็นแตกต่างกัน แล้วก็ขณะนี้ก็เปึนประเด็นที่ดิฉันคิ ดว่าสําคัญก็คือเรื่องตลาดแล้วก็อํานาจเหนือตลาด แล้วก็การควบรวมกิจการซึ่งต้องเรียนว่าของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค นี่

เราอาจจะเขียนไว้ที่ทําให้กฎหมายสามารถที่จะบังคับใช้ได้เลย ไม่ต้องรอให้มาออกประกาศทีหลัง ซึ่งอย่างการควบรวมกิจการนี่ชัดเจนว่าขณะนี้ประเด็นเรื่องการควบรวมกิจการนี่กว่าจะ ออกประกาศต่าง ๆ ก็ล่าช้ามาก แล้วก็เรียกว่าเน้นให้กฎหมายฉบับนี้สามารถที่จะทํางานได้เลย แล้วก็ บทบัญญัติการปัองกันการผูกขาด แล้วก็โทษของกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเองเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้ทั้ง ๒ คณะมีความตั้งใจที่เราเห็นร่วมกันว่ากฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมาย สําคัญของประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ ที่จะต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เดินหน้า กฎหมายฉบับนี้โดยเร่งด่วน ที่จะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ทํากฎหมาย ฉบับนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็คิดว่าจากหลักการ ๔ ประเด็นที่สําคัญ แล้วก็ทางท่านจิตร์ ขออภัย ที่เอ่ยนาม ท่านก็ได้พูดไว้ชัดว่าเพื่อนบ้านเราที่ทํากฎหมายฉบับนี้หลังเรา ขณะนี้เขาบังคับใช้ กฎหมายอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่เรากําลังจะจัดทํานี่ก็ต้องทําให้เห็นทิศทาง ที่กฎหมายฉบับนี้จะสามารถใช้ได้จริง จัดการได้จริง

แล้วก็ดิฉันคิดว่าเราต้องไม่ลืมปรากฏการณ์ทางสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนกรณี การชักชวนกันไม่เข้าห้างสะดวกซื้อ การที่คนต้องการเห็นการแข่งขันที่เปึนธรรม การค้า ที่เปึนธรรม และดิฉันเชื่อว่าท้ายที่สุดนํามาซึ่งทางเลือกที่หลากหลายของผู้บริโภค เราอาจจะ ต้องเปลี่ยนทัศนคติร่วมกันนะคะ เรามักจะคิดว่าการแข่งขันทางการค้าเปึนประโยชน์กับ ภาคธุรกิจอ ย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วการแข่งขันทางการค้านํามาซึ่งทางเลือก นํามา ซึ่งประเด็นที่เปึนประโยชน์กับภาคธุรกิจ ขนาดเล็ก แล้วก็ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สําคัญมากที่สุด ก็คือว่าการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้สร้างปัญหาให้กับภาคธุรกิจ การคุ้มครองผู้บริโภค จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพแล้วก็มาตรฐานของสินค้าในประเทศเรา ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ เปึนประเด็นที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคอยากให้ความสําคัญนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันขออนุญาตท่านประธานว่าจะขอให้ท่านอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ซึ่งท่านรับผิดชอบเรื่องนี้ แล้วก็เปึนประธานอนุกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ ขอให้ท่าน ได้ชี้แจงในรายละเอียด ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ นะครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังผ่านท่านประธานว่า ก่อนอื่นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังเปึนอย่างมาก ที่ได้มีส่วนร่วมกันในการที่จะพิจารณาในเรื่องพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้านะครับ ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเกริกไกร มีความสบายใจ และหายแปลกใจนะครับ ผมคิดว่ามันเปึนนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความเปึนเอกภาพ ของสภาเรา ที่กรรมาธิการ ๒ คณะถึงแม้ จะมีความเห็นมุมมองแตกต่างกัน บ้าง แต่ว่าก็สามารถที่จะสนทนาหารื อ ประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันทั้งอย่างกว้างขวาง อย่างลึกซึ้ง แล้วก็เปึนไปด้วยบรรยากาศที่ดีมากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของครอส คัตติง หรือเปึนเรื่องของประชาธิปไตย ผมคิดว่าทั้ง ๒ คณะเรากําลังทําอยู่แล้วเพื่อจะลดความแปลกใจ ของท่านประธานนะครับ ผมเองในการพิจารณาเรื่องนี้แต่ต้นนั้นทราบอยู่แล้วว่าจะมี การพิจารณา ๒ คณะ ผมเองได้วางกรอบจากการหารือกับทางคณะอนุกรรมาธิการของ

คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ได้วางกรอบไว้แล้วว่าในเรื่องของกฎหมาย ฉบับนี้นั้นนอกจากจะคุ้มครองผู้บริโภคแล้วเราจะต้องคํานึงด้วยว่าจะต้องเปึนการก่อให้เกิด การค้าที่เปึนธรรม การแข่งขันที่เปึนธรรม และข้อมูลที่ถูกต้อง แน่นอนในตลาดนะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายพระราชบัญญัติที่ดีนั้นจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างกา รพัฒนา เศรษฐกิจเพื่อหากําไรสูงสุด กับการคุ้มครองผู้บริโภคที่เสียเปรียบในสังคม โดยกฎหมาย ต้องออกแบบไม่ให้การประกอบธุรกิจดําเนินการโดยฉ้อฉล หรือการดําเนินการที่ไม่เปึนธรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือได้เปรียบคู่แข่งขันของตน จากประเด็นการปฏิรูปที่ทาง คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอขึ้นไปนั้นเราได้วางประเด็นปฏิรูปไว้ ๔ ประเด็น ซึ่งท่านประธานสารี ก็ได้กล่าวแล้วสั้น ๆ ก็คือเราวางประเด็นปฏิรูปเรื่องโครงสร้างผู้บังคับใช้กฎหมาย เรื่องขอบเขตของกฎหมาย เรื่องบทบัญญัติการปัองกันการผูกขาด แล้วก็กระบวนการบังคับโทษ ซึ่งทั้ง ๔ ประเด็นนั้นโดยเนื้อหาจริง ๆ แล้วผมคิดว่าเราใกล้เคียงกันมากนะครับ อาจจะ มีต่างกันบ้างกับเรื่องการใช้ถ้อยคําเท่านั้น มีเพียงบางประเด็น ๓-๔ ประเด็นเท่านั้น ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคคิดว่าควรจะมีการเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ ทั้งหมดนี้นั้นผมต้องขอขอบพระคุณ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านจิตร์ แล้วก็ท่านคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านที่เราได้มีโอกาสปรึกษาหารือกัน ได้คุยกัน สิ่งที่ผมประทับใจมากก็คือว่าทางท่านอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนั้นได้กรุณารับฟังความเห็นของเราด้วยดี

แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาจุดยืนร่วมกันที่จะบาลานซ์ (Balance) ผลประโยชน์ด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ์าย โดยส่วนตัวนั้นผมต้องขอขอบพระคุณท่านพจนีย์เปึนอย่างมากที่วันนั้นได้กรุณา หาทางออกที่จะแก้ไขว่าเราควรที่จะมีข้อยุติอย่างไร ซึ่งวันนั้นผมคิดว่าเราพอใจด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ์าย เราเห็นพ้องต้องกันในประเด็นที่ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะมี ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะได้ ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะถอยสักนิดหนึ่งเพื่อจะเพิ่มความสมบูรณ์ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นั้นมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยนะครับท่านถ้าหากว่าไม่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ได้ดี เพราะผมเชื่อมั่นว่าทั้งหมดแล้วในที่สุดแล้วทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการเราก็ทําเพื่อ ประชาชนด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าประชาชนนั้นจะเปึนผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ไม่ว่าจะเปึนผู้บริโภคหรือผู้ประกอบธุรกิจ เพราะฉะนั้นเปึน ประชาชนด้วยกันเรามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกัน ผมขออนุญาตนําเสนอประเด็นข้อแตกต่าง เพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นเราได้ทําการแจกไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ทั้งหลายแล้วนะครับ สั้น ๆ ก็เพียงว่าเรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนิยามความหมายต่าง ๆ ซึ่งทางเราคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่ ง ที่จะต้องกําหนดคํานิยามของคําว่าตลาด อํานาจเหนือตลาด และผู้ประกอบธุรกิจในเครือ ในรายละเอียดนั้นมีปรากฏอยู่ในหน้า ๒ ของรายงานที่เรานําเสนอไปแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเรียนย้ําอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่พูดในวันนี้ที่ท่านสารีพูดและพวกเราพูดนั้นเราไม่ได้มี ข้อขัดแย้ง เพียงแต่เราอยากจะให้เห็นว่าจุดยืนของคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นเรามองอย่างไรแค่นั้นเอง เรื่องที่ ๒ นั้นสําหรับเรื่อง ความจําเปึนในเรื่องตลาดนั้น เราคิดว่าเพื่อให้สามารถจําแนกถึงลักษณะของสินค้า แต่ละประเภทว่าผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน มีการแข่งขันในตลาดเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเมื่อสามารถจําแนกได้ก็จะทําให้ทราบได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจรายนั้นมีส่วนแบ่งตลาด ของสินค้าประเภทนั้นตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ มีอํานาจเหนือตลาด เรื่องที่ ๒ ที่เรายังมองมุมมอง แตกต่างกันมากก็คือเรื่องบทบัญญัติของการปัองกันการผูกขาด บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับ การควบคุมพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขันทางการค้า ผมคิดว่า มันยังมีบางส่วนที่น่าจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขหรือสามารถที่จะมาตัดตอนหรือมารวมกันได้ ในเรื่องที่ ๑ ก็คือบทบัญญัติเกี่ยวกับพฤติกรรมต้องห้ามไม่สามารถใช้บังคับได้ตามลักษณะ และพฤติกรรมในการดําเนินธุรกิจที่อาจ เปลี่ยนแปลงไป คือทางเรามองว่าการควบคุม

พฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจในการประกอบธุรกิจไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือจํากัด การแข่งขันทางการค้า เนื่องจากธุรกิจการพัฒนาจะต้องต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง เพราะฉะนั้น พฤติกรรมในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจจึงเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของ การพัฒนาธุรกิจ ดังนั้นบทบัญญัติในการแข่งขันทางการค้าที่บัญญัติเพื่อควบคุมพฤติกรรมของ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีลักษณะที่ไม่เข้มงวดหรือแข็งกระด้างจนเกินไปและสามารถใช้บังคับ ได้ตามลักษณะ และพฤติกรรมในการดําเนินธุรกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท ของการพัฒนาธุรกิจได้ ทั้งนี้องค์กรผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถประกาศแนวทางการบังคับ ใช้กฎหมายซึ่งเปึนไกด์ไลน์ (Guideline) เพื่อประกอบการบังคับใช้กฎหมายและ เปึนการแนะแนวทางแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้ทราบว่าพฤติกรรมในลักษณะใดเปึนการต้องห้าม ซึ่งแนวทางการบังคับใช้กฎหมายนั้นมีกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ยุ่งยาก แตกต่างจากกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ซึ่งแนวทางการบัญญัติกฎหมาย และประกาศแนวทางการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ก็เปึนแนวทางที่ยอมรับเปึนสากล เพราะเราคิดว่าจะทําให้รัฐสามารถควบคุมพฤติกรรมผู้ประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันต่อบริบทการพัฒนาทางธุรกิจและไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติ แห่งกฎหมายบ่อยครั้งจนเกินไปนะครับ ในเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความไม่ชัดเจน ในองค์ประกอบของความผิดอาญา ผมขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งว่าสิ่งที่ผมเรียนให้ที่ประชุม ทราบนั้นเปึนการที่ศึกษาของเราในช่วงหลังจากที่เราได้มีการประชุมหารือกับทางท่าน ๆ แล้วนะครับ ซึ่งก็อาจจะมีการพัฒนาไปบ้างแล้ว

เรื่องความไม่ชัดเจนในองค์ประกอบของความผิดอาญานี่นะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้ากับร่างพระราชบัญญัติที่ ร่างขึ้นมาใหม่ ได้กําหนดให้การกระทํา ที่เปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขันทางการค้ามีโทษทางอาญา จึงต้องถือว่าบทบัญญัติดังกล่าว เปึนกฎหมายอาญา ดังนั้นในการพิจารณาว่าจําเลยมีความผิด ตามบทบัญญัติหรือไม่ โจทก์จําเปึนจะต้องสืบพิสูจน์พยานหลักฐานให้ครบองค์ประกอบของความผิดทางอาญานั้น ๆ จนสิ้นสงสัยว่าจําเลยได้กระทําความผิดจริงหรือไม่ ฉะนั้นในการบัญญัติกฎหมายดังกล่าว จึงมีความจําเปึนที่จะต้องบัญญัติองค์ประกอบความผิดทางอาญาให้ชัดเจน มิฉะนั้นอาจเกิด ข้อถกเถียงเกี่ยวกับองค์ประกอบความผิดได้ ซึ่งอาจทําให้ศาลไม่สามารถลงโทษ ผู้กระทําความผิดได้ ในรายละเอียดนั้นผมได้นําเสนอแจกแล้วซึ่งทางท่านคณะกรรมาธิการ ข้างบนก็อาจจะเห็นด้วย ในข้อที่ ๓ นั้นก็เปึนการบัญญัติกฎหมายในลักษณะที่ทําให้กฎหมาย ไม่อาจบังคับใช้ได้ทันทีที่พระราชบัญญัตินั้นมีผลใช้บังคับ ในส่วนความผิดและ บทกําหนดการลงโทษ การกําหนดค่าเสียหายและอายุความในคดีแพ่งก็เช่นกัน แล้วก็ การพิจารณาเปรียบเทียบปรับ ทั้งหมดนี้เดี๋ยวผมจะมีในเอกสารที่แจก แต่ผมขอเรียนว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วว่าเรามองจากมุมมองของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เราพยายามที่สุดเหมือนกันที่จะไม่ให้ไปกระทบกับการประกอบธุรกิจของท่านผู้ประกอบธุรกิจ ขนาดเล็ก และขนาดกลางซึ่งจะไปสู่ขนาดใหญ่ต่อไป ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดนี้นั้น อย่างที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งที่ประชุมว่าจะเปึนการเสริมขึ้นไป และนําเสนอไปพร้อมกัน ต้องขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างมากที่ได้กรุณาให้แนวความคิดนี้ และแน่นอนว่า พระราชบัญญัติตามของท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนั้น ก็จะเปึนตัวหลักในการที่ ที่ประชุมนี้พิจารณาครั้งนี้ เพียงแต่ว่าเรามีความเชื่อมั่นว่า ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้นจะมีส่วนที่จะช่วยเสริมให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีความสมบูรณ์ขึ้น แล้วก็ เปึนประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านก็ได้รับฟังแล้วว่า ความจริงแล้วโดยหลักการและเหตุผล ของ ร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอมานั้นก็ไม่ได้มีข้อขัด แย้งกัน เพียงแต่ว่ามีบางประเด็น ที่ทาง มุมมองของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคได้นําเสนอ อย่างไรก็ตามแต่

ในการพิจารณาในวันนี้นั้นเปึนการพิจารณาที่ใช้ร่างของคณะกรรมาธิการปฏิ รูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเปึนร่างหลักในการพิ จารณา ส่วนข้อประเด็นความเห็นที่ ทางฝ์ายคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นมีความแตกต่างนั้นก็จะเปึนข้อ ความเห็นประกอบ ซึ่งหากว่าวันนี้ ที่ประชุม ให้ความเห็นชอบร่างซึ่งจะเปึนร่างที่เราต้องขอมตินั้นคือร่างของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ และความเห็นของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นก็จะได้นําส่งไปให้คณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการไปพิจารณาประกอบ เพราะฉะนั้น ต่อไปก็จะเปึนการอภิปรายของสมาชิ ก ขอเชิญท่านแรกเลย คือท่านรสนา โตสิตระกูล ขอเชิญท่านค่ะ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานและที่ประชุมว่าในคณะอนุกรรมาธิการการ มีส่วนร่วมปฏิรูป เชิงประเด็นขององค์กรที่สําคัญ ซึ่งเปึนคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ได้มีการจัดรับฟังความเห็น ของประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ซึ่งตอนนั้นเราก็คาดหวังว่าการรับฟัง ความคิดเห็นนั้น ทั้ง ๒ คณะจะได้นําเอาความเห็นในส่วนของประชาชนไปประกอบ เพื่อการปรับปรุงให้เปึนกฎหมายฉบับเดียวกัน ทีนี้ในส่วนของข้อเสนอของภาคประชาชน ที่ได้รวบรวมเอาไว้ ก็จะมีประเด็นข้อเสนอเกี่ยวกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะพูดถึงเรื่องโครงสร้าง องค์ประกอบ ที่มา แล้วก็สํานักงาน ในส่วนของภาคประชาชน ก็เห็นสมควรว่า

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าควรเปึนอิสระและโดยที่คณะกรรมการนั้นควรจะมี องค์ประกอบประมาณ ๗-๑๐ คน โดยมีสัดส่วนจากองค์ประกอบ ๓ ส่วนคือนักวิชาการ ตัวแทนผู้บริโภค และตัวแทนภาคธุรกิจซึ่งหมายถึงตัวแทนภาควิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งเปึน ผู้เชี่ยวชาญและรวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมด้วยว่าควรจะต้องมีอยู่ในองค์ประกอบ ดังกล่าว และเห็นว่าควรจะมีคณะอนุกรรมการแข่งขันทางการค้าประจําจังหวัดด้วย ในข้อเสนอนั้นเห็นว่าควรจะเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้วย และในกระบวนการจัดตั้ง ทางคณะกรรมการก็อย่างที่บอกต้องการให้โครงสร้างของสํานักงานนั้นมีความเปึนอิสร ะ ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนที่ทางภาคประชาชนได้ระบุไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องของ พฤติกรรมต้องห้ามของผู้มีอํานาจเหนือตลาดว่าควรจะพิจารณาเรื่องการผูกขาดตลาดตั้งแต่ ขั้นตอนแรกของกระบวนการผลิตคือตั้งแต่ต้นน้ํา และควรจะมีบทลงโทษทันทีในกรณีที่ บริษัทมีพฤติกรรมที่ไม่จดทะเบียนตามกฎหมายตามที่กําหนด โดยวัตถุประสงค์ที่ต้องการ การผูกขาดเปึนต้น ดิฉันเองก็เห็นว่าในส่วนหลัก ๆ ของส่วนที่เปึนความเห็นของประชาชน ก็สนับสนุนในเรื่องของหลักการ ดิฉันเองโดยส่วนตัวก็เห็นสมควรว่าในร่างกฎหมายของทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการก็อาจจะ ยังไม่ได้มีการบัญญัติในส่วนของความหมายในเรื่องอํานาจเหนือตลาด ซึ่งดิฉันเห็นว่า ถ้าหากว่าทางคณะกรรมาธิการจะนําเอาส่วนของความหมายหรือนิยามคําว่าตลาดและ อํานาจเหนือตลาดใส่ลงไปด้วยก็จะมีความสมบูรณ์มากขึ้น ดิฉันคิดว่าในส่วนฉบับของทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภคนั้นได้พูดในส่วนอํานาจเหนือตลาดในนิยาม ซึ่งเห็นว่าเปึนส่วนที่มีความสําคัญดิฉันเองเห็นร่วมด้วยและอยากจะขอเสนอว่าทาง คณะกรรมาธิการน่าจะรวมความหมายนี้อยู่ในนิยามด้วย อย่างเช่นคําว่าอํานาจเหนือตลาด หมายความว่าความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในตําแหน่งที่มีอํานาจตลาดในลักษณะ สามารถกีดกันการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพโดยใช้อํานาจของตนในเชิงพฤติกรรมในตลาด ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอํานาจเหนือตลาดหมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวหรือ ผู้ประกอบธุรกิจหลายราย ซึ่งเปึนผู้ประกอบธุรกิจในเครือเดียวกันซึ่งมีอํานาจเหนือตลาด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ประกอบธุรกิจนั้นซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดสินค้าใดสินค้าหนึ่งหรือ บริการใดบริการหนึ่งรวมกันตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ เปึนผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอํานาจเหนือตลาด

เว้นแต่คณะกรรมการจะประกาศกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาในสินค้าใดสินค้าหนึ่ง หรือบริการใดบริการหนึ่งเปึนอย่างอื่น และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้โดยให้ พิจารณาสภาพการแข่งขันของตลาดนั้นตามรายงานหลักวิชาทางเศรษฐศาสตร์ ดิฉันคิดว่า ในเรื่องของการบัญญัติเนื่องจากว่าใน ร่างกฎหมายที่ทางคณะหลักได้มีการบัญญัติเอาไว้ ในมาตรา ๖๓ ที่กําหนดไว้ถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่าถ้าไปกําหนดว่าเปึนเพียงแค่ธุรกิจ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่ถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเปึนกลุ่มธุรกิจแล้วมีอํานาจผูกขาด เหนือตลาดเกินกว่าร้อยละ ๗๕ อันนี้ควรจะเปึนเรื่องของกลุ่มธุรกิจ แต่ถ้าเปึนธุรกิจเดี่ยว ๆ นั้น ดิฉันคิดว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์น่าจะเปึนตัวเลขที่เหมาะสม สมัยที่ดิฉันเปึนสมาชิกวุฒิสภา เคยมีบริษัทพลังงานหนึ่งซึ่งเปึนของต่างชาติมารายงาน เขาอธิบายว่าในต่างประเทศ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อบริษัทของเขาควบรวมกันแล้วมีอํานาจเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เขาจะถูกสั่งให้แยกบริษัทคือเบรกดาวน์ (Breakdown) บริษัทออกมาเพื่อไม่ให้มีอํานาจ เหนือตลาดเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากในกรณีที่เปึนเครือของธุรกิจที่รวมกันแล้วมีสภาพ การผูกขาดเกิน ๗๕ เปอร์เซ็นต์อันนี้ควรจะต้องบัญญัติตรงนี้ให้ชัดเจน

เพราะถ้าหากว่าเปึนธุรกิจเดี่ ยวอํานาจเกิน ๗๕ เปอร์เซ็นต์อาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่า เปึนกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในเครือเดียวกั นและมีอํานาจตรงนี้เหนือตลาดเกิน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ควรจะต้องกําหนดเอาไว้ให้ชัดเจน และดิฉันเห็นว่าในกรณีร่างกฎหมายฉบับนี้มันอาจจะ ไม่แน่ใจว่าครอบคลุมหรือไม่นะคะ ในกรณีที่ธุรกิจบางธุรกิจนี่ครอบคลุมกิจการหลายอย่าง ตั้งแต่ต้นน้ํา คือเปึนธุรกิจ เช่นอาจจะต้องการขายเปึนลักษณะขายปลีกแล้วก็ไปควบรวม มีลักษณะการขายส่งด้วย แล้วก็รวมไปถึงการออกสินค้าที่เปึนเฮาส์ แบรนด์ (House brand) ของตัวเอง ซึ่งดิฉันคิดว่าในต่างประเทศเขาจะไม่ให้มีธุรกิจที่ทําในลักษณะแบบนี้ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํายันปลายน้ํานะคะ ถ้าหากว่าร่างอันนี้ดิฉันไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขียนการตีความมันจะ สามารถทําให้การตีความนั้นมีการแยกลักษณะธุรกิจออกจากกันหรือไม่ เพราะถ้าหากว่า มีธุรกิจที่มันครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํายันปลายน้ํา มันก็จะเกิด การผูกขาดที่มี ความสมบูรณ์ซึ่งไม่ควรจะให้เกิดขึ้นใ นลักษณะแบบนี้ แล้วก็ธุรกิจที่มี การผูกขาด อย่างมหาศาลแล้วนี่มันกระทบต่อการทํามาหากินของประชาชนรายเล็กรายน้อย ซึ่งอันนี้ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญว่าทําอย่างไรที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะสกัดไม่ให้ธุรกิจใหญ่นั้นลงไปทําลายธุรกิจขนาดย่อยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ค่ะ

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ นะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมด้วยใจจริงสําหรับร่า งพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งผมเองนั้นในฐานะที่เปึนสมาชิกของกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคได้ มีโอกาส ไปประชุมร่วมกับทางอนุกรรมาธิการของทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง แล้วก็ได้มีความเห็นตรงกัน ทุกประการอย่างที่ท่านประธานสารีได้แจ้งไว้แล้วนะครับ อย่างไรก็ตามแล้วก็ในส่วนที่ทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคประสงค์อยากจะเพิ่มเติมเข้าไปนั้นท่านอดิศักดิ์ ก็ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาตเพิ่มเติมเพียงบางเรื่องเท่านั้นเกี่ยวกับเรื่องของ กรอบคิดในเรื่องของการคุ้ม ครองผู้บริโภค จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ กรรมาธิการแล้วก็ อนุกรรมาธิการนั้นไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งแต่อย่างใดนะครับ มีความเห็นต้องตรงกันไป

ทุกประการนะครับ แล้วก็ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีประเด็นปัญหาว่าร่างของกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นจะกลายเปึนร่างประกอบ อันนี้ก็ไม่ได้เปึนประเด็น แล้วก็ยินดี ที่จะเปึนร่างที่จะประกอบไปด้วยซ้ํา ในแทบจะทุกส่วนมีความคิดเห็นตรงกันหมดนะครับ แต่ก็อยากจะแสดงให้เห็นอย่างหนึ่งเลยก็คือว่า กรณีกรอบคิดของนักธุรกิจกับกรอบคิดของ ผู้บริโภคนั้นอาจจะมีประเด็นบางอย่าง ที่แตกต่างกัน เนื่องจากว่าทั้ง ๒ ฝ์ายนั้น มีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน กรณีอย่างนี้นั้นนี่ถ้าสมมุติว่าเรามีร่างทั้ง ๒ ร่าง เพราะในที่สุดแล้ว เราทั้ง ๒ ฝ์ายไม่ได้จะเปึนผู้จัดทําร่างนะครับ เราไม่ใช่ สนช. หรือแม้กระทั้งเปึน ครม. นะครับ ดังนั้นถ้าเรามีทั้ง ๒ ร่างเสนอไปในลักษณะที่สร้างความสมบูรณ์ของกันและกัน ก็จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ผมอยากจะเสนอกรอบคิดว่าทําไมเราจําเปึนที่จะต้องคิดถึง ผู้บริโภค จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องของธุรกิจ นักธุรกิจเองดีใจนะครับว่านักธุรกิจเอง ยังเห็นประเด็นที่ว่าถ้าสมมุติว่าธุรกิจมีความได้เปรี ยบมากจนเกินไปแล้วนั้นจะเปึนตัวฉุด ความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง แล้วในที่สุดแล้วทุกฝ์ายนั้นก็จะเสียประโยชน์ แม้กระทั่งในเรื่องของธุรกิจ อันนี้เปึนเหตุผลที่ทางฝ์ายธุรกิจนั้นพยายามที่จะปกปัอง ผลประโยชน์ของตัวเองโดยการดูแลไม่ให้เกิดเรื่องของการผูกขาดทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษางานวิจัยของในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแม้ กระทั่งในยุโรปเขามองว่า

หากให้ทางฝ์ายธุรกิจดําเนินการร่วมกับทางฝ์ายราชการเพียง ๒ ฝ์าย ในที่สุดแล้วนั้น มันก็ยังมีประเด็นปัญหา จําเปึนที่จะต้องหาอีกฝ์ายหนึ่งเพื่อที่จะเปึนแรงขับเคลื่อนผลักดัน ที่จะทําให้เรื่องของการดูแลในเรื่องของการปัองกันการผูกขาดนั้นเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือการนําเอาผู้บริโภคเข้ามาอยู่ในตาชั่งนี้ด้วยนะครับ เพื่อที่จะทําให้เกิดสมดุล เหตุผลเลยก็คือผู้บริโภคนั้นจะเปึนผู้เข้าไปตรวจสอบการดําเนินงานของฝ์ายธุรกิจ ถ้าให้ธุรกิจ ดูแลกันเองบางครั้งก็ยังเกิดปัญหาที่ไม่สามารถที่จะดูแลกันเองได้อย่างสมบูรณ์นะครับ ผู้บริโภคนั้นควรจะเข้าไปมีส่วน แต่ว่าผู้บริโภคนั้นมีธรรมชาติที่จะไม่ค่อยรวมกัน อันนี้เปึนภาครัฐเองนะครับ หรือว่าทางฝ์ายผู้ร่างกฎหมายจําเปึนที่จะต้องช่วยกันผลัก ให้ผู้บริโภคนั้นเข้าไปมีส่วนร่วม ในสังคมที่มีวิสัยทัศน์นั้นจําเปึนที่จะต้องช่วยกันผลักผู้บริโภค ให้เข้าไปมีส่วนร่วม ในขณะเดียวกันก็จําเปึนที่จะต้องฉุดผู้ประกอบการ เรื่องของตัวอย่าง พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าเปึนตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งในการที่แสดงให้เห็นถึง เรื่องของการฉุด แต่ในขณะเดียวกันนั้นทางฝ์ายผู้บริโภคก็อยากจะให้เห็นนะครับว่า เรายังมีอีกกลไกหนึ่งคือเรื่องของการผลักดันให้ผู้บริโภคเข้าไปมีส่วนร่วม ดีใจที่ทาง คณะกรรมาธิการทางด้านเศรษฐกิจนั้นก็ได้เติมบทบาทของผู้บริโภคเข้าไป แล้วเราก็มี ความคิดเห็นตรงกันทุกประการนะครับ แต่ว่าเรื่องของข้อคิดเห็นที่เราอยากจะสงวนส่วนต่าง ไว้นั้นไม่ได้หมายความว่าจะเปึนข้อขัดแย้ง แต่ว่าจะเปึนส่วนเสริมก็อยากจะให้ทาง ท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังได้มีความสบายใจเกี่ยวกับ เรื่องของท่าทีของฝ์ายผู้บริโภค ขอขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ขอสนับสนุนของคณะกรรมาธิการ เปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากดิฉันเปึนคนชนบท เปึนลูกชาวเกษตรกรรม ดิฉันอยากจะให้มีกฎหมาย ที่เปึนธรรมกับประชาชนทุกส่วนของประเทศ ในการปฏิรูปในครั้งนี้ วาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายการแข่งขัน

ทางการค้า ดิฉันเห็นด้วยในการปฏิรูปการค้าเพราะว่ากฎหมายการแข่งขันมีการค้าปัจจุบัน ที่ทันสมัยมาก แต่กฎหมายยังควบคุมไม่ทั่วถึง ที่สําคัญมีความคล่องตัวในการบังคับใช้ มีความเปึนอิสระและโปร่งใสในการตัดสินใจดําเนินการ ประเด็นเหล่านี้ทําให้การบังคับใช้ กฎหมายในการแข่งขันทางการค้าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้ามีกฎหมายตรงนี้นะคะ การปฏิรูปตรงนี้จะทําให้เกิดกระบวนการปัองกันการผูกขาด ๒. การทําให้เกิดกลไกตลาด ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภา พ ที่สําคัญผู้ประกอบธุรกิจเล็ก ๆ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผลที่ได้รับต่อประชาชนคือผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากราคาทุน และคุณภาพของสินค้า และบริการที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันก็เปึนธรรมและเสมอภาค ภายใต้กลไกการพัฒนา เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ดิฉันอยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการในไม่ช้าก็จะเปึนประชาคมอาเซียน อิสลามจําเปึนนะคะ ตามหลักการศาสนาอิสลามจะต้องบริโภคเกี่ยวกับอาหารตราฮาลาล แล้วบางบริษัท บางโรงงาน ไม่ยอมต่อความฮาลาลก็ไม่เปึนธรรม ดิฉันอยากให้มีกฎหมาย เกี่ยวกับตราฮาลาลให้ถูกต้องมากกว่านี้

ผู้บริโภคก็มีส่วนคุ้มครองแล้วก็มีส่วนร่วม ผู้ผลิตหรือว่าโรงงานก็จะได้บริโภคโดยที่ไม่ได้ ตราฮาลาลที่แน่นอน แต่ไปเอาตราฮาลาลเพื่อหลอกมีมากมาย ดังนั้นดิฉันคิดว่าในฐานะ ที่จะปฏิรูปแล้วอยากจะให้คุมตราฮาลาล เพราะเปึนผลงานของประเทศไทยที่จะส่งออก แล้วก็ชื่อเสียงให้กับทุกประเทศ ตอนนี้ตราฮาลาลที่มีอยู่ก็ควบคุมไม่ทั่วถึง ที่จริงตราฮาลาล ถูกต้องแต่ผู้ที่เปึนการค้าไม่ยอมจดเลยเอาตราฮาลาลเดิมไปทําทําให้หลักการอิสลามไม่เปึนธรรม เลือกปฏิบัติ เปึนเศรษฐกิจของชาติจะทําอย่างไรให้ประชาชนบริโภคตราฮาลาลด้วย ส่วนอยากจะฝากคําถามแล้วก็ฝากถึงท่านคณะกรรมาธิการถึงรัฐบาลด้วยจะทําอย่างไร ให้ประชาชนให้มีเศรษฐกิจดีขึ้นให้มีรายได้ ๑๐๐ บาทหรือ ๒๐๐ บาททําให้เศรษฐกิจ ในครัวเรือนปัจจุบันนี้ให้ปากท้องชาวบ้านดีขึ้น เพราะว่าราคายางก็ถูกข้าวสารก็แพง แล้วก็เศรษฐกิจด้านการเกษตรจะทําอย่างไรจะปรับเพื่อประชาชนแล้วก็ประชาคมอาเซียน ในอนาคต นี่คือโอกาสดีที่สุดในขณะที่เปึนยุคของการปฏิรูป อยากจะให้ปฏิรูปด้านเกษตร และอุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยว บริการ ให้เกาทุกจุด ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาปลายน้ําจะต้อง แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ํา แล้วก็กลางน้ํา เพื่อผู้บริโภคเข้ามีส่วนร่วมแล้วก็หลาย ๆ อย่าง ขอขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข ในเนื้อหาสาระในร่างผมก็ได้อ่านดูก็ค่อนข้างที่จะแน่นแล้วก็เปึนห่วง หลายเรื่อง ก่อนอื่นต้องบอกว่าในเรื่องของการที่จะจัดระบบต้องบอกว่าจัดระเบียบ ในการที่จะลดการทุ่มตลาด ผมต้องยอมรับว่าวันนี้ในประเทศไทยของเรามีการแข่งขันสูง แต่ประเด็นหนึ่งผมอยากจะให้มุ่งเน้นไปตรงนี้ว่าการแข่งขันทางการค้าในประเทศของเรา ถ้าเปึนของคนไทยด้วยกัน ผมอยากให้สนับสนุน แล้วก็ให้มีการออกกฎหมายที่จะสนับสนุน และส่งเสริมอย่างเต็มที่ และในทํานองเดียวกันในการที่เราจะปัองกันหรือสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับนักธุรกิจคนไทย ผมมองอย่างนี้ว่าในประเทศที่เจริญแล้วเขามีภูมิคุ้มกันเขาอาจจะมี กฎหมายในเรื่องของการทุ่มตลาดอย่างเช่นอย่างตัวเลขที่มีเพื่อนสมาชิกได้บอกไว้แล้วว่า มีการค้าเกินกี่เปอร์เซ็นต์ ๆ ของตลาดถือว่าเปึนการทุ่มตลาด นั่นคือภายในประเทศ และระหว่างประเทศจริง ๆ เราอาจจะโดนมาบ้างแล้วในเรื่องของการทุ่มตลาด ฉะนั้นตรงนี้

ผมเปึนห่วงว่าวันนี้ในความคิดของเราในเรื่องของการที่จะปัองกันการผูกขาดทางการค้า ผมอยากให้มีการคํานึงถึงในเรื่องของการปลูกฝังนิดหนึ่ง เพราะว่าหลายประเทศอย่างเช่น ในการบริโภคประชาชนมีส่วนสําคัญที่จะตกเปึนเหยื่อของการทุ่มตลาดหรือไม่หรือการค้าที่มี ทุนใหญ่ ๆ มาทุ่ม แล้วผู้ที่ตกเปึนเหยื่อก็คือผู้บริโภค อย่างเช่นเรื่องของการมีการโปรโมชัน (Promotion) ลดแลกแจกแถม แจกรถแจกอะไรนี่ นี่ผมถือว่าเปึนเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องเข้ามา อยู่ในส่วนตรงนี้ว่าเปึนธรรมหรือไม่ ว่าเปึนการโฆษณาเกินความเปึนจริงหรือไม่ในการที่จะให้ ประชาชนตกเปึนเหยื่อ อันนี้ก็อยากจะฝากท่านคณะกรรมาธิการ

โดยเฉพาะท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ท่านมีประสบการณ์เยอะอยู่แล้วครับ ที่เปึนห่วงในเรื่อง ของ พ.ร.บ. นิดเดียวนะครับ พ.ร.บ. นี่เนื่องจาก ในหน้า ๔๑ นี่นะครับ ในหมวดของ องค์ประกอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ๗ คน ผมดูแล้วนี่ผมมองว่าในส่วนของ คณะกรรมาธิการนี้เปึนกลางมากเลย คือไม่ได้ระบุความเชี่ยวชาญ ไม่ได้ระบุอะไรไว้เลย แต่ระบุวุฒิการศึกษาอย่างเดียวเลย ผมกลัวมากเลยเรื่องนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับ ผมกลัวว่า ๗ เสือที่จะมานั่งนี่จะเชี่ยวชาญจริงหรือเปล่า จะเปึนตรายางหรือเปล่า เพราะว่า บางทีมานั่งแล้วนะตําแหน่งนี้ เพราะว่ามันมีหมวดต่อไปนี้คือต้องโปรดเกล้าฯ ด้วยนะครับ ฉะนั้นเห็นไหมครับว่าถ้าเกิดเปึนด้านนิติศาสตร์ จํานวน ๒ คน ด้านบริหารราชการแผ่นดิน จํานวน ๑ คน ด้านเศรษฐศาสตร์ จํานวน ๒ คน บริหารธุรกิจ จํานวน ๑ คน ด้านคุ้มครอง ผู้บริโภค จํานวน ๑ คน ทีนี้ผมเปึนห่วงตรงที่ว่าความเชี่ยวชาญ จบมาจริงครับแต่เชี่ยวชาญ หรือไม่ ใช่ครับ กรรมการสรรหามีความรู้จริงครับ มีประสบการณ์สูง เปึนระดับ ปลัดกระทรวง เปึนระดับประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ธนาคารนี่เรียกว่ามากมายเลยครับ ๙ ท่าน ๙ เสือที่จะมาสรรหา แต่ตรงนี้ ผมมองว่าอยากจะให้ระบุคุณสมบัติความเชี่ยวชาญลงไปเลยครับ ที่มีประสบการณ์ด้วยนะครับ ต้องมีประสบการณ์ แล้วเรื่องต่อมานะครับ เรื่องที่เปึนห่วงเปึนใยครับ เพราะว่าผมเห็นว่า มีอยู่มาตราในเรื่องของส่วนที่ ๓ หน้า ๔๔ ครับ ส่วนนี้เปึนห่วงตรงที่ว่ากรรมการมีวาระ ทั้งหมด ๖ ป้ แต่เมื่อ ๓ ป้ก็จะมีการจับสลากออก อันนี้ส่วนนี้ผมด้วยความเปึนห่วงนะครับ ผมไม่อยากให้มีการถ้า ๖ ป้ ก็ ๖ ป้ไปเลยไม่อยากให้จับออกเพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าจะต้องมีการสรรหาใหม่แล้วก็ต้องโปรดเกล้าฯ อีกครั้ง ซึ่งมันเหมือนกับเหล่านี้ จะเปึนภาระแล้วไปเพิ่มภาระไปเพิ่มงาน ซึ่งจริง ๆ ตําแหน่งทางการเมืองก็มีการโปรดเกล้าฯ อยู่เยอะแล้ว ตําแหน่งนี้ควรที่จะให้เปึนลักษณะของดูว่าการประเมินผลที่คุณภาพแล้วผลงาน ว่ากรรมการถ้าดีจริงแล ะมีผลงานก็ให้คณะกรรมการสรรหาเปึนผู้ที่ ต้องบอกว่าเปึนผู้ที่ อาจจะมีการประเมินผลหรือมีการให้ประชาชนประเมินผลด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือ พูดง่าย ๆ ว่าไม่มีการไปเลียนแบบ ผมว่ามาตรานี้ไปเลียนแบบทางการเมืองนะครับ ก็คือ คล้าย ๆ ส.ว. เลย เพราะเขาฝากว่าถ้าอยู่ยาวได้ก็คือ ๖ ป้ไปเลย แต่กระบวนการคัดกรอง คณะกรรมการนี้ให้แบบว่าให้มีความเชี่ยวชาญนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เมื่อครู่นี้ท่านสมศักดิ์ยกมือหรือเปล่าคะ ไม่ได้ยกนะคะ ไม่ทราบว่ามีท่านผู้ใดจะอภิปรายอีกไหม เราพอมีเวลาสําหรับการอภิปรายเรื่องนี้ค่ะ

นายพนา ทองมีอาคม

ท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายพนา ทองมีอาคม 🔗

ไปเติมชื่อไว้อาจจะช้าไปนิดหนึ่งนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผม พนา ทองมีอาคม หมายเลย ๑๔๖ นะครับ อยากจะอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนปัญหาที่ค้างคามานานแล้วก็ ในอดีตที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าพระราชบัญญัติเก่าไม่สามารถที่จะมีผลในการกํากับดูแล การแข่งขันได้นะครับ จะเห็นได้ว่ากรณีที่นําขึ้นสู่การพิจารณาแล้วก็ดําเนินการให้เสร็จสิ้น มีน้อยมาก การที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ชุดที่ ๒ นี่นะครับ เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาผมว่าตรงนี้ถ้าเผื่อเรามองเพียงแค่ว่าเปึนกํากับการแข่งขัน ก็จะเห็นว่ามันไม่ใช่ดูว่ามันไม่ได้เปึ นเรื่องที่ใหญ่เท่าไร

แต่จริง ๆ แล้วผมมองว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะที่สุดแล้วมันหมายถึงการสร้าง ประสิทธิภาพในการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจของเราทั้งหมด แล้วก็สร้างให้เกิด ความเปึนธรรม โดยเฉพาะสร้างเงื่อนไขให้เกิดการพัฒนาทางการค้าของเรา ถ้าตลาด ขาดการแข่งขันที่เปึนธรรม คนที่เข้มแข็งแล้วก็ได้ประโยชน์จากสังคมก็อาจจะไม่ใช่คนที่ มี ประสิทธิภาพที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่เข้มแข็งที่สุด เพราะฉะนั้นคนที่ดีที่สุด เข้มแข็งที่สุด เปึนประโยชน์ที่สุด อาจจะไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ก็ได้ ลักษณะของคณะกรรมการชุดนี้ เปึนองค์กรที่เรียกว่าเปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) แยกออกมา ถ้าเผื่อเราพูดถึงแนวคิดตอนนี้ ที่แพร่หลายกันอยู่ในสภาของเรา รวมถึงทางส่วนของรัฐบาลที่ดูด้วย ก็คือการแยกเรกูเลเตอร์ ออกมาจากโอเปอเรเตอร์ (Operator) แล้วก็แยกออกมาจากโพลิ ซี เมกเกอร์ (Policy Maker) ด้วย การที่เราแยกเรกูเ ลเตอร์ออกมาเพื่อสร้างให้มีความเปึนอิสระ โดยสร้างในลักษณะที่เปึนองค์ กรที่มีอิสระ และไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ของผู้กําหนดนโยบาย จะทําให้องค์กรเหล่านี้รักษากติกาได้อย่างเที่ยงธรรม แล้วก็สามารถดูแลประโยชน์ ของประเทศให้เต็มที่ ส่วนที่ผมจะขอความเห็นเพิ่มเติมตรงนี้ ผมว่าคณะกรรมการแข่งขัน ตรงนี้ดูแลในเรื่องของการผูกขาดซึ่งเปึนเรื่องของ การกํากับทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็เปึนเรื่อง จําเปึน แล้วก็เปึนเรื่องดีนะครับ แต่ที่อยากจะให้เพิ่มเข้าไปด้วยหรือว่าให้เน้น จริง ๆ แล้ว ในพระราชบัญญัติมีแล้ว คืออยากให้กํากับทางด้านการแข่งขันที่เปึนธรรมด้วย บางครั้ง มันอาจจะไม่ได้เห็นผลในเชิงเศรษฐกิจโดยตรง แต่มันเปึนผลในระยะยาวทางเศรษฐกิจ และทางสังคม ก็คือว่าการแข่งขันบางอย่างมันอาจจะไม่ได้นําไปสู่การผูกขาด แต่มันไม่ได้ เปึนธรรม อย่างที่ท่านพูดเรื่องทุ่มตลาดเมื่อกี้นี้นะครับ การค้าขาย พฤติกรรมที่เราเรียกกันว่า เปึนอันแฟร์ แพรกทิส (Unfair practice) เช่นการขายควบอย่างนี้เปึนต้น หรือมีเงื่อนไข ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่ง และมันจะส่งผลไปถึงผู้บริโภคด้วย อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าควรจะดูก็คือ ความเปึนธรรมระหว่างคู่ค้า จะเห็นว่าคู่ค้าเวลาที่เอาของเข้าห้าง เข้าร้านอย่างนี้นะครับ บางทีเสียค่าส่วนลดไม่เท่ากัน จริง ๆ แล้วมันไม่ได้จําเปึนต้องเท่ากันหมด แต่มันต้องอธิบาย ได้ว่าทําไมถึงเข้าในราคาต่างกันมาก เพราะตรงนี้จะทําให้เกิดการไม่เปึนธรรมในการแข่งขัน จริง ๆ แล้วมันเปึนการกีดกันการเข้าตลาดด้วยซ้ําไป แต่แพรกทิสพวกนี้มันไม่ได้เกิดจาก คู่แข่ง มันเกิดจากคู่ค้า เช่นห้างอาจจะกําหนดเงื่อนไขที่ไม่เปึนธรรมระหว่างคู่ค้าแต่ละราย

ตรงนี้เราก็ควรจะได้มีการดูแลด้วยนะครับ ทั้งหมดรวมไปถึงการขายควบ การทุ่มตลาด การอะไรพวกนี้ ผมอยากจะรวม ๆ ว่าเปึนพฤติการณ์ทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ควรจะเข้าไปดูด้วย และโดยทางตรงหรือทางอ้อมการกํากับทางด้านนี้ ก็จะส่งผลไปถึงผู้บริโภคด้วย ผมถือว่าเปึนการคุ้มครองผู้บริโภคโดยทางอ้อม ยังมีในเรื่องของ กรรมการ ผมอาจจะเห็นต่างจากท่านอื่น ผมว่าการที่กําหนดไว้ให้แคบเกินไปมันนําไปสู่ การพิพาท จะเห็นว่าในอดีตมีคดี การสรรหากรรมการองค์กรอิสระขึ้นไปสู่ศาลปกครอง ด้วยข้อหาที่ว่าคุณสมบัติไม่ตรงตามนั้นหรือตรงตามนั้น ผมคิดว่ากําหนดคุณสมบัติกว้าง ๆ แล้วให้กรรมการสรรหาท่านใช้ดุลยพินิจเลือก การกําหนดไว้กว้างมันจะเหมาะสมกับสมัย เพราะแต่ละสมัยอาจจะเลือกคนไม่เหมือนกัน ตรงนี้ให้ท่านใช้ดุลยพินิจ การกําหนดให้แคบ อย่าไปคิดว่าเราจะได้คุณสมบัติตามที่เราอยากจะได้ เช่นเราพูดถึงเรื่องกฎหมาย คนที่เชี่ยวชาญกฎหมายนี่นะครับ กฎหมายมันมีอยู่หลายอย่าง ถ้าเผื่อเปึนผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านกฎหมายอาญา กฎหมายอะไรพวกนั้นอาจจะไม่ได้เปึนประโยชน์กับทางด้าน การแข่งขัน เพราะมันไม่ใช่กฎหมายเศรษฐกิจ หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็ไม่แน่ท่านอาจจะเปึนเศรษฐศาสตร์คนละด้านกับที่จําเปึนต้องใช้ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ผมว่ากําหนดกว้าง ๆ คลุม ๆ จะได้ไม่มีการกันใครออกไป จะได้ไม่เปึนประเด็นที่จะทําให้เกิด การพิพาททางคดีทีหลัง อีกส่วนหนึ่งผมขออนุญาตอีกนิดเดียวนะครับ เรื่องการจับสลากออก อันนี้ประสบการณ์ผมว่าผมเห็นด้วย เพราะถ้าเผื่อมาพร้อมกันและออกพร้อมกัน กรรมการจะตกอยู่ในอิทธิพลของสํานักงานหรืออาจจะเปึนเลขาธิการ เพราะว่าเวลาเข้ามาใหม่ ๆ จะไม่มีใครรู้เรื่อง กว่าจะปรับตัวกันได้

การที่ให้มีการเหลื่อมวาระกันระหว่างกรรมการจะช่วยให้มีการประคองกันไป แล้วก็ช่วยให้ กรรมการสามารถทํางานได้เปึนหนึ่งมากขึ้น ที่ห่วงว่าการเลือกแต่ละครั้งจะใช้เวลามาก ผมว่าตรงนี้ถ้าเผื่อทําโดยตั้งใจจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ใช้เวลามาก แล้วผมอยากให้คนเข้ามา ถ้าเผื่อเกิดการลาออกก่อนวาระ หรือท่านสิ้นสุดก่อนวาระ เวลาเลือกเข้ามาอยากให้เลือก เต็มเวลาคือให้ท่านเปึนวาระของท่านไปเลย ถ้าท่าน ๕ ป้ ท่านก็อยู่ตลอด ๕ ป้ อยู่ ๖ ป้ ก็อยู่ ๖ ป้ แต่ไม่ใช่แทนตําแหน่งว่างที่เกิดขึ้น เพราะมันก็จะทําให้เกิดการหมดวาระในทาง พร้อม ๆ กัน จริง ๆ แล้วเราอยากให้เกิดธรรมชาติทุกคนอยู่ ๖ ป้ แล้วก็สืบเนื่องกันไป ผมคงใช้เวลาเท่านี้ก็ขอขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านพรายพล คุ้มทรัพย์ ค่ะ

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ พรายพล คุ้มทรัพย์ อยากจะอภิปราย ๒ ประเด็น ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ ที่ได้ทํางานมาอย่างหนักหน่วง แล้วก็ทําให้เกิดร่างพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า ที่ผมคิดว่าจะถือว่าเปึนการปฏิรูปแนวทางในการส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าได้ เพราะว่า กฎหมายปัจจุบันนี้เราก็ทราบกันดีว่ามีปัญหาอย่างไร ท่านกรรมาธิการก็ได้อภิปรายแล้ว ประเด็นที่ผมจะอภิปรายก็เพียงแต่อยากจะย้ําเน้นว่าเรื่องอํานาจเหนือตลาด หรืออํานาจ การผูกขาด ผมคิดว่าเราต้องทําความเข้าใจกับมันก่อน เบื้องหลังของกฎหมายเรื่อง การแข่งขันทางการค้าของทุกประเทศ ประเทศไทยเราพูดง่าย ๆ ก็คือเราก็เลียนแบบ ประเทศอื่น ก็มีความเชื่ออยู่ว่าเรื่องการแข่งขันทางการค้านี้เปึนเรื่องที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม ในทางตรงข้ามเรื่องการผูกขาดหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า โมโนโปลี (Monopoly) มักจะมองว่ามันเปึนป้ศา จหรือสิ่งเลวร้ายทําให้ผู้ผลิตหรือผู้ขาย เอาเปรียบผู้บริโภคทําให้ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีทางเลือก แล้วก็ทําให้ผู้ค้าด้วยกันต้อง เสียเปรียบด้วย ดีไม่ดีอาจจะต้องล้มละลายด้วยซ้ําไป อันนั้นคือความเชื่อ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็จริง แต่พอเอามาปฏิบัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาใช้กับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ผมคิดว่าต้องระวัง เพราะว่าอํานาจการผูกขาดหรืออํานาจเหนือตลาดของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ในตลาดใดตลาดหนึ่งมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเ ฉพาะส่วนแบ่งในการตลาดหรือมาร์เก ต แชร์

(Market share) เท่านั้น อย่างที่เราวัดส่วนแบ่งการตลาดกัน อย่างเช่นว่าดูยอดขายของ บริษัทเอเทียบกับยอดขายรวมในสินค้านั้น ในอุตสาหกรรมนั้น ออกมาเปึนเปอร์เซ็นต์เท่าไร แล้วเราบอกว่าอันนี้ก็มาก อันนี้มากเกินไป อันนั้นน้อยเกินไป เพราะฉะนั้นอันนี้มากเท่านี้ ต้องถือว่ามีอํานาจเหนือตลาด เพราะฉะนั้นกฎหมายก็จะต้องมีการเรียกว่าดูแล กํากับ อย่างใกล้ชิด แต่นั่นมันแค่ปัจจัยเดียว แล้วอันนี้ผมก็คิดว่าผู้ร่างกฎหมายนี้ก็เข้าใจเพราะว่า ถ้าจะดูในมาตรา ๔ ที่ให้คํานิยามของคําว่าผู้ประกอบธุรกิจที่มีอํานาจเหนือตลาดก็จะเห็นได้ชัด ว่าท่านก็เข้าใจว่าไม่ใช่เปึนเรื่องเฉพาะส่วนแบ่งตลาดแต่เพียงอย่างเดียว แต่เปึนเรื่องของที่ ท่านใช้คําว่าปัจจัยสภาพการแข่งขัน อันนี้มันก็รวมหลายอย่าง แต่ที่สําคัญผมคิดว่า อํานาจผูกขาดอย่างที่ผมเรียนว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับส่วนแบ่งการตลาดอย่างเดียว

แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้า ลักษณะของตลาดด้วย เพราะว่าบางสินค้ามันมี ความเปึนไปได้ในการทดแทนด้วยสินค้าอื่น จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ อันนี้ก็คือประเด็น สําคัญ เพราะว่าสินค้าไหนก็ตามที่มีสินค้าอื่น ๆ ที่สามารถทดแทนได้ ต่อให้คุณมีผู้ผลิต อยู่รายเดียว เปึนผู้ผูกขาดอยู่รายเดียว คุณก็ไม่สามารถที่จะตั้งราคาเท่าไรก็ได้ เพราะว่า คุณตั้งแพงเกินไป เขาก็จะหันไปใช้สินค้าอื่นที่ทดแทนได้ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์น้ํามัน บางประเภทเช่นเบนซินอย่างนี้มันก็ทดแทนด้วย สมมุติเอาอย่างง่าย ๆ ก็คือแก๊สโซฮอล์ อย่างนี้เปึนต้น แต่อันนี้พูดเปึนตัวอย่างเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วผู้ขายก็มักจะเปึนบริษัท เดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วอันนี้ก็เปึนประเด็นที่ผมคิดว่าทางผู้ร่างได้คํานึงถึงแล้วนะครับ โดยใช้ คําว่าปัจจัยสภาพการแข่งขัน เพราะฉะนั้นก็สรุปได้ว่าดูเฉพาะส่วนแบ่งการตลาดเท่านั้นเท่านี้ บอกไม่ได้ มันจะต้องดูถึงสภาพการแข่งขันอย่างที่ท่านว่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเปึนไปได้ในการทดแทนระหว่างสินค้านั้นกับสินค้าอื่น อันนี้เปึนประเด็นที่สําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะไปกําหน ดตายตัวบอกว่าส่วนแบ่งการตลาดเท่านั้นเท่านี้ถือว่า เปึนผู้มีอํานาจเหนือตลาด ผมคิดว่าจะก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัตินะครับ จริง ๆ ผมอยากจะเพิ่มเติมด้วยซ้ําไปว่าในการพิจารณาในการทํางำนของคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าควรจะคํานึงถึงด้วยว่าสินค้านั้นเปึนสินค้าที่จําเปึนต่อความเปึนอยู่หรือการบริโภค หรือไม่ ถ้าเปึนสินค้าฟุ์มเฟ๋อยไม่ต้องไปสนใจครับ มันจะผูกขาดหรือไม่ผูกขาด ถ้าเปึนสินค้า ฟุ์มเฟ๋อย รถสปอร์ต ขอโทษที กระเปิาแบรนด์เนม (Brandname) หรืออะไรต่ออะไรพวกนี้ ไม่มีความสําคัญอะไรในเรื่องการแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นอันนี้น่าจะรวมอยู่ในสภาพ การแข่งขันด้วยนะครับ และจริง ๆ แล้วในการทํางานของคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่ดูเฉพาะว่า ผูกขาดและเลวร้ายอย่างเดียว ควรจะต้องคํานึงถึง นึกถึงด้วยว่าสินค้าบางอย่างเปึนสินค้าใหม่ ที่เกิดขึ้นด้วยนวัตกรรมของผู้ผลิตหรือผู้ประดิษฐ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เปึนคนไทย เพราะฉะนั้น เวลาเขาผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมาแน่นอนมาร์เกต แชร์ก็ต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะมันมีอยู่สินค้าเดียวในตลาดนั้น อย่างนี้นะครับ ก็จะต้องคํานึงถึงว่าต้องยอมให้เขามี มาร์เกต แชร์สูงมาก แล้วก็มีอํานาจผูกขาดในระดับหนึ่งเพื่อให้เขาได้ประโยชน์จากนวัตกรรม ที่เขาอุตส่าห์ลงแรง อันนี้เปึนประเด็นที่ผมคิดว่ากฎหมายนี้น่าจะเอื้อตรงจุดนี้ คือในนี้คงขยายความได้จากการที่จะไปพิจารณา เพราะว่ารายละเอียดทั้งหลายผมเข้าใจว่า อยู่ในประกาศของราชกิจจานุเบกษา ประเด็นที่ ๒ นิดเดียวนะครับท่านประธาน

ก็คือว่านโยบายบางอย่างของรัฐทําให้มีการผูกขาดมากขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในอุตสาหกรรมน้ํามัน ผมเรียนตามตรงเลยว่าการที่รัฐไปกดราคาขายปลีก ทําให้ค่าการตลาดต่ํา มันก็ทําให้ บริษัทของรัฐหรือบริษัทที่เปึนรัฐวิสาหกิจก็คือพูดอย่างง่าย ๆ คือ ปตท. นั่นเองได้เปรียบ เพราะว่ามาร์เกตติง มาร์จิน (Marketing margin) หรืออัตราค่าการตลาดที่ต่ํา ปตท. สามารถอยู่ได้เพราะมีกิจกรรมอันอื่นเข้ามาเสริม แต่บริษัทน้ํามันอื่น ๆ อยู่ไม่ได้ ตัวอย่างเท่าที่ผ่านมาไม่ว่าจะเปึนบริษัทบีพีก็ตาม คิวเอทก็ตาม แล้วเร็ว ๆ นี้ก็ป่โตรนาส เปึนบริษัทที่มีเงินจํานวนมหาศาล แต่ว่าอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ก็ด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐบาล มีนโยบายกดราคาขายปลีกน้ํามัน ทําให้ค่าการตลาดต่ํา เพราะฉะนั้น ปตท. ก็จะเพิ่ม ส่วนแบ่งการตลาดอยู่เรื่อย ๆ เพราะอะไร เพราะว่าคิวเอทเวลาออกไปก็ขายให้ใครครับ ก็ขายให้ ปตท. บีพีก็เหมือนกันขายให้ ปตท. เจ็ทก็ขายให้ ปตท. ป่โตรนาสผมเข้าใจว่า จะขายให้ ปตท.

เพราะฉะนั้นส่วน แบ่งทางการตลาดของ ปตท. ก็สูงขึ้น เพราะฉะนั้นนโยบายแบบนี้ เปึนนโยบายที่ทําให้เกิดการผูกขาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าต้องพิจารณาและคํานึงถึง จริง ๆ เขาได้พิจารณาแล้ว เพราะว่าหน้าที่หนึ่งที่อยู่ในกฎหมาย นี้ ผมเข้าใจว่าในมาตรา ๑๔ (๑๙) ที่บอกว่า ให้เสนอแนะรัฐบาลว่ามันมีนโยบาย หรือมีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับอะไร ที่เปึนการทําให้ การแข่งขันลดลง อันนี้เปึนประเด็นที่ผมอยากจะย้ําแล้วจริง ๆ ถ้าจะขยายความ ในกฎหมายนี้ในส่วนนี้ ทําอย่างไรไม่ให้รัฐนี่ไปทําสิ่งเหล่านี้ ซึ่งจริง ๆ รัฐบาลก็หวังดี คือไม่อยากให้ราคาน้ํามันมันแพงเกินไป แต่ในการทําเช่นนั้นมันก่อให้เกิดการผูกขาด ของบางบริษัทซึ่งเผอิญว่าเปึนของรัฐ แล้วในที่สุดเราก็มาบ่นกันบอกว่าผูกขาดบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะเสริมตรงจุดนี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ประเด็นชัดแล้วค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายในเรื่องนี้ ได้อภิปรายครบแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็ผู้แทนของ คณะกรรมาธิการได้กรุณาตอบข้อซักถามค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ก็มีข้อเสนอ ข้อสงสัยหลายอย่างด้วยกัน แต่ผมคิดว่าคงอยู่ในประเด็นที่เราอาจจะตอบได้ ด้วยถ้อยความที่สั้น ๆ มีประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการบัญญัติอํานาจเหนือตลาดไว้ ผมอยากจะขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญที่เราเชิญมาเปึนผู้ช่วยเราในการร่างกฎหมายคือ ท่านสันติชัย รองอธิบดีได้ช่วยกรุณาชี้แจงสั้น ๆ ด้วยว่าเหตุใดจึงทําหรือไม่ทําเช่นนั้นจากประสบการณ์ ที่ท่านทํางานมา ขออนุญาตท่านครับ

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์

ขออนุญาตเรียนชี้แจงในบางประเด็น ที่เมื่อกี้ท่านสมาชิกได้มีการอภิปราย โดยเฉพาะในเรื่องของการกําหนดคํานิยามของคําว่า ตลาด หรือว่าการกําหนดหลักเกณฑ์ของการเปึนผู้มีอํานาจเหนือตลาด หรือว่าการควบรวม ธุรกิจ ซึ่งอยากจะให้มีกําหนดชัดเจนไว้ในกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าในประสบการณ์ ที่ผ่านมาการที่เราร่างกฎหมายแล้วเขียนไว้ในกฎหมายชัดเจนอย่างนั้น บางครั้งมันก็จะเปึน ข้อจํากัดในทางปฏิบัติ แล้วในประสบการณ์ที่ผ่านมาการปรับแก้กฎหมายต่าง ๆ ของเรานี่

ผมคิดว่าใช้เวลานานพอสมควร ผมยกตัวอย่างกฎหมายแข่งขันทางการค้า จริง ๆ เริ่มมี การร่างตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ กว่าจะมีผลใช้บังคับถึงป้ ๒๕๔๒ ซึ่งก็เปึนเวลานานพอสมควร เพราะฉะนั้นถ้าเราไปใส่ในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไว้ในตัวกฎหมาย สมมุติว่าเราจะมี การปรับแก้นี่ทําได้ยาก ทําได้ลําบาก แล้วก็ในตัวกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นในเรื่องของธุรกิจ เรื่องของพฤติกรรมการแข่งขันต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในบางส่วนเราไม่สามารถ ที่จะเขียนได้ชัดทั้งหมด แต่ว่าในประเด็นข้อกฎหมายบางอย่างที่เราสามารถที่จะเขียน ให้ชัดได้แล้วก็ใส่ไว้ ยกตัวอย่าง เรื่องของผู้ประกอบธุรกิจที่มีอํานาจเหนือตลาดมีข้อห้าม อะไรบ้าง อันนั้นในหลักกว้าง ๆ ก็มีการเขียนไว้ แต่ว่าในกรณีของเรื่องการค้าไม่เปึนธรรม มันเปึนเรื่องพฤติกรรม เรื่องกลยุทธ์ทางการตลาดที่มันมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ รวดเร็ว เราไม่สามารถที่จะเขียนครอบคลุมไว้ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในกฎหมาย ร่างฉบับใหม่ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการได้เสนอในวันนี้ ผมคิดว่าตรงนี้ก็ได้มีการปรับแก้ที่จะทําให้การบังคับใช้กฎหมาย ดีขึ้น ผมยกตัวอย่างเรื่องของการกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็มีข้อกําหนดไว้แล้วว่าจะต้อง บัญญัติไว้ให้ทําเสร็จภายใน ๑ ป้อะไรอย่างนี้ ภายใน ๓๖๕ วัน หรือว่าในแง่ของการออก ไกด์ไลน์หรือแนวปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งในตัวกฎหมายฉบับปัจจุบันมันก็ยังมีจุดอ่อนที่ว่ามันยังไม่มีผล ในทางกฎหมาย อันนี้เราก็ใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ที่ว่าสามารถที่ให้มีผลทางกฎหมายได้ ให้เปึนอํานาจของคณะกรรมการในการที่จะไปกําหนดหลักเกณฑ์ย่อยต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งปวงนี้มันจะทําให้การบังคับใช้มีความยืดหยุ่น แล้วก็สามารถที่จะบังคับ ใช้ได้ทันกับสถานการณ์ทุกอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้ชี้แจงในบางประเด็นนะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่ งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ ก็ต้อง ขอบคุณทางสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่ให้ ข้อแนะนํามาค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งที่เราครอส คัตติงกันไปหลายครั้งนะครับ บางเรื่อง ก็ได้ชี้แจงไปแล้ว บางเรื่องท่านยังติดใจอยู่ก็ไม่เปึนไร เพราะตรงนี้เราคิดว่าเราก็ทําหน้าที่ ของเรานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนตรงนี้ว่าเราต้องไม่ลืมว่าเรามีกฎหมายฉบับหนึ่ง คือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ ซึ่งจะดูแลในเรื่องต่าง ๆ เรื่องสัญญาที่ไม่เปึนธรรม เรื่องโฆษณาเกินจริง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคาบเกี่ยวกันกับเรื่องความได้เปรียบ เสียเปรียบ ในการทําธุรกิจ ธุรกิจ ๒ ธุรกิจ คือบริษัทเอโฆษณาโกหกหลอกลวงแหลกเลยแล้วก็ขายของได้ดี บริษัทบีนี่ทําตามเรียกว่าธรรมาภิบาลหมดแต่ขายของไม่ได้เพราะว่าโฆษณาไม่เก่งอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือความได้เปรียบ เสียเปรียบ แต่จริง ๆ กฎหมายที่เรามีอยู่นี้ไม่ได้มีฉบับเดียว เฉพาะ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้านะครับ เพราะฉะนั้นเดิมทีมาตรา ๒๙ ที่เขียนไว้ว่า เรื่องแฟร์ เทรด แพรกทิส นี่ไม่ได้ระบุเพราะว่ารายละเอียดมันมีมากกว่านั้น ผมอยากจะ กราบเรียนท่านว่าประมาณสัก ๗-๘ ป้ก่อน ผมถูกฟัอง ๑,๐๐๐ ล้านบาท จากโมเดิร์น เทรด (Modern tread) เพราะว่าไปพูดประเภทที่ว่าเรื่องของแฟร์ เทรด แพรกทิสที่ว่า มันไม่เปึนธรรม ไม่เปึนธรรมอย่างไร ผมยกตัวอย่างเรื่องเดียวเพราะไม่มีเวลา เรื่องของ การขายต่ํากว่าทุน ถ้าไประบุในกฎหมายว่าขายต่ํากว่าทุนคือต้นทุน ๑๐ บาท ขาย ๐๙.๕๐ บาท ถือว่าขายต่ํากว่าทุน มันไม่จบแค่นั้นครับ เพราะเราเคยตกลงกันในไกด์ไลน์ที่ออกมา ๘ ข้อ แต่ปรากฏว่าเวลาไปพูดกับทางโมเดิร์น เทรดเขาบอกว่าเราไปตรวจบอกว่าบัญชีนี่ถ้าไปดูบิล (Bill) การขายของเขานี้ สมมุติไปตรวจวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน เขามาแสดงว่าบิลของเขานี้ หักรีเบ ต (Rebate) เสร็จเรียบร้อย ส่วนลดต่าง ๆ แล้วนี้ ๑๐ บาทคือต้นทุนสุดท้าย

แต่ปรากฏว่าที่เขาขายอยู่ในท้องตลาดคือ ๐๙.๕๐ บาท เราบอกว่านี่คือขายต่ํากว่าทุน เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ เขาบอกว่าเอาเขาไม่ได้นะครับ เพราะว่าเขามีเปัาปลายป้ ถ้าเขาขายได้เกิน ๑๐๐ ล้านบาท เขาได้อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ เขาเอาส่วนลดนี้มาลดแล้ว เพราะฉะนั้นนี่ละครับที่จะบอกให้เห็นว่าสิ่งที่เขาไปกระทํานั้นมันดูเหมือนว่าไม่ได้ขัดกฎหมาย เพราะว่าถ้าโดยข้อเท็จจริงถ้าเขาไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาได้ไหม เขาก็ไม่ได้ แต่ขณะนี้เขาขายต่ํากว่าทุนไปแล้ว เนื่องจากว่าธุรกิจของเขานี้การขาย สินค้าถูก ๆ แล้วจํากัดสินค้าว่าซื้อได้ ๓ ชิ้น ๕ ชิ้นนี้ มันเปึนแม่เหล็กในกา รดึงคนเข้าไป เพราะเขามีรายได้อยู่ ๒ ทาง ทางหนึ่งเขาเรียกว่าซื้อมาขายไปซึ่งจะเห็นว่าเขายอมขาดทุน ก็ได้ แต่อาเทอร์ อินคัม (Other income) ในการขายพื้นที่ ขายอะไรจากผู้ซื้อที่เข้าไป เปึนแสนต่อวันนี่ ตรงนั้นเขาได้มากกว่า ผมเคยเป่ดบัญชีเขาดูนะครับ ซื้อมาขายไป ขาดทุน ๑,๒๐๐ กว่า ล้านบาทในป้ ๒๕๔๗ แต่ปรากฏว่าอาเ ทอร์ อินคัม ๓,๗๐๐ กว่าล้านบาทที่เขาได้มา พอหักไปแล้วยังกําไร ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่า ที่เขาขายต่ํากว่าทุนรายเล็กอยู่ได้ไหม รายเล็กมันไม่มีอาเทอร์ อินคัม เอารถยนต์มาจอดอยู่ ที่หน้าร้านแล้วเก็บ ๕,๐๐๐ บาทได้ไหม ของเขาเก็บได้ ของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โชห่วย เราไม่ได้ นี่เปึนตัวอย่างหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการค้าที่ไม่เปึนธรรมถึงต้องมา ระบุในตอนท้าย ๆ จริง ๆ สิ่งที่ระบุอยู่ในกฎหมายฉบับนี้เราทํางานร่วมกันจากปัญหา ที่เกิดในอดีตเมื่อ ๘ ป้ที่แล้วมันบังคับไม่ได้อย่างไรเอามาออกรายละเอียด ที่ออกได้ออกไป ที่ออกไม่ได้บอกให้กรรมการ เปึนหน้าที่กรรมการที่จะต้องไปออกกํากับไว้เลยว่า ๑ ป้คุณต้องออก ๕ ป้คุณต้องปรับปรุง เพราะฉะนั้นนี่คือข้อที่เราบอกว่าเดิมที ๑๖ ป้ยังไม่ออกเลยครับ แล้วมันจะบังคับได้อย่างไร แต่กฎหมายฉบับนี้เราบังคับไว้มาตรา ๙๔ ถ้าจําไม่ผิดนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ในอดีตถึงได้ล็อกเอาไว้นะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่บอกว่าสิ่งที่มันเกิดนี่ การพลิ้วในทางธุรกิจนี่มันพลิ้วไปเรื่อย แม้กระทั่งเรื่องของภาษีต่าง ๆ นี่นะครับ ภาษีที่เขา เอามา บ้านเรานี่ใช้ยี่ห้อของเขานี่เขามีภาษีอันหนึ่งนะครับซึ่งเขาเรียกค่าสิทธิ เดิมในบัญชี เขาเรียกค่าสิทธิ อันนี้ต้องหักภาษี ๑๕ เปอร์เซ็นต์ให้รัฐบาล แต่ต่อมาเปลี่ยนเปึนค่าบริการ ค่าบริการเนื่องจากเรามีสนธิสัญญาภาษีทับซ้อนกับอีกประเทศหนึ่ง เพราะฉะนั้นมันยกเว้นภาษี มันเว้นภาษี เมื่อเว้นภาษีก็ไม่ได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องจ่ายแวต (VAT) ๗ เปอร์เซ็นต์

เขาประหยัดไป ๘ เปอร์เซ็นต์ ป้หนึ่งเขาเสียค่าสิทธิตรงนี้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น รัฐบาลไทยถึงได้ขาดเงินไปอีก ๘๐ กว่าล้านบาทที่ควรจะเข้าประเทศ นี่คือสิ่งที่บอกว่า อะไรก็ตามที่เปึนช่องทางนี่เขาไม่ทําผิดกฎหมาย แต่เขาทําในสิ่งที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้นะครับ

เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่เราจะต้องพยายาม อะไรก็ตามที่มันไม่ได้ออก ให้กรรมาธิการตามให้ทันแล้วมาออกเสีย อันนี้ก็จะทําให้ทุกอย่างเปึนไปตามที่เราประสงค์ ก็ขอชี้แจงว่าต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ เรื่องมาร์เกต แชร์เปึนเรื่องยาก เพราะว่าเราไม่มี องค์กรในการที่จะบอกว่าเหมือนกับฟอร์จูน ๕๐๐ (Fortune 500) เขาบอกได้ว่ายอดขาย เท่าไร แต่ของเรานี่ไม่มีองค์กรที่เรำเชื่อมั่น เชื่อถือว่าบริษัทนี้ มีมาร์เกต แชร์เท่านั้นเท่านี้ แต่ยอดขายนี้ดูได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพราะต้องยื่นบัญชี ถึงแม้ว่าจะบัญชีกี่เล่ม ก็แล้วแต่ แต่มันดูได้ เราก็เอาจากสิ่งที่จับต้องได้มาเขียนไ ว้ก่อน ก็ขอบพระคุณ ในหลายความเห็นที่อยากจะให้เปึนกฎหมายที่ดีที่สุด แต่กฎหมายที่ดีที่สุดมันไม่สามารถ จะออกได้ เอาเปึนว่าให้มันไปก่อนแล้วบังคับใช้ได้ก่อน ดีที่สุดในขณะนี้เพื่อบังคับใช้ แล้วมันจะได้เดินของมันต่อไป ปรับปรุงต่อไป เราไม่รอ ๑๒๕ ป้เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เราทําให้มันสําเร็จในยุคของเรานี่แหละ อันนั้นแหละจะทําให้การค้าขายของประเทศไทย เดินไปได้ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาด และการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่องการปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า และได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... แล้ว ต่อไปดิฉันจะขอ มติจากที่ประชุม โดยจะแยกเปึน ๒ มตินะคะ คือรายงาน ๑ มติ แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ อีก ๑ มติ ก่อนขอมติดิฉันจะขออนุญาตที่จะนับองค์ประชุมก่อนค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ถ้าเผื่อสมาชิกพร้อมแล้ว ขอให้ใช้สิทธิแส ดงตนค่ะ ท่านเสียบบัตรแล้วก็กดปุ์มที่ช่อง แสดงตนนะคะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้ว ป่ดค่ะ ขอเชิญส่งผลค่ะ มีผู้เข้าประชุม ๑๙๗ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุม

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับรายงาน แนวทางการดําเนินการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นชอบด้วยสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะได้ส่งรายงานพร้ อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิท ธิลงคะแนนนะคะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วย ท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงบ้างไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีนะคะ ป่ดลงคะแนน ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม เรื่องการปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมข้อความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... มาเพื่อพิจารณาซึ่งปรากฏในภาคผนวก ของรายงาน และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... มาเพื่อประกอบการพิ จารณาร่วมด้วย ซึ่งที่ประชุมนี้ได้พิจารณาแล้ว

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการเสนอมา ถ้าที่ประชุมเห็นชอบ จะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิก และ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคไปให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เพื่อประกอบการพิจารณา โดยให้คณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เปึนผู้รับผิดชอบหลัก ในการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันถัดจากที่สภานี้มีมติคือนับตั้งแต่วันนี้ คือถัดจากวันนี้ก็คือพรุ่งนี้ ถ้าที่ประชุม ไม่เห็นชอบก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนอันตกไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่ประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันจะขอมติคงไม่ต้อง นับองค์ประชุมใหม่เพราะว่าสมาชิกยังอยู่ครบ ดิฉันยังไม่เห็นใคร ออกจากห้องเลยค่ะ ขอเชิญท่านลงมติให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการแข่งขัน ทางการค้า พ.ศ. .... ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด

ไม่เห็นชอบท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีนะคะ ป่ดลงคะแนนค่ะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มีค่ะ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับหลักการ เหตุผล และสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เปึนผู้เสนอ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวพร้อม ความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิก รวมทั้งร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้ร่วมเสนอมาในวันนี้ให้คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เปึนผู้รับผิดชอบพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่น คําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่ วันถัดจากวันที่สภามีมติ คือนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ค่ะ ท่านสมาชิกคะ เปึนอันจบการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่องการปฏิรูปกฎหมาย การแข่งขันทางการค้า และร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... แล้วค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านสมาชิก เรายังไม่ได้ป่ดประชุมนะครับ

๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา

วาระปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬา (รอบ ๒)

เรื่อง แผนปฏิรูปการกีฬาและร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับ

๑. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .....

๒. ร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ....

๓. ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

เรียนเชิญกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เรียนเชิญ คณะกรรมาธิการ เนื่องจากคณะกรรมาธิการเสนอรายงานภายหลังที่ได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง พร้อมได้จัดทําร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๓ ฉบับ เพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา และเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เปึนเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจะขอให้ประธาน กรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการและเหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับจนครบทั้ง ๓ ฉบับ และให้สมาชิกอภิปรายรายงานและร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับไปในคราวเดียวกัน จากนั้นผมจะได้ขอให้ที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบด้วยกับรายงานและหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติในแต่ละฉบับตามลําดับนะครับ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๕/๒๕๕๘ เมื่อวันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา วาระปฏิรูปที่ ๑๙ แล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการ นําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการและ กระบวนการปฏิรูปพร้อมแผนการดําเนิน การเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา อีกครั้งหนึ่งนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปนี้เสร็จแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาในวันนี้ เนื่องจากการพิจารณารายงานนี้เปึนรอบ ๒ ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการ แถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการ เหตุผล และความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของ ร่างพระราชบัญญัติแต่ละฉบับ โดยแสดงให้เห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมาจะมีส่วนสําคัญในการผลักดัน ให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร โดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลงอย่างกระชับ

และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกกรุณาอภิปราย เฉพาะส่วนที่เปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และไม่ซ้ํากับข้ออภิปรายในรอบแรกด้วยนะครับ

ด้วยทางประธานกรรมาธิการมีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการเข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อให้การแถลงรายงานเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น ซึ่งประธานสภาได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ผมขอเชิญผู้มีรายนามต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ลําดับที่ ๑ นายสุรพล ทิพย์เสนา ลําดับที่ ๒ นายสมพงษ์ ชาตะวิถี ลําดับที่ ๓ นางสาวปรางทิพย์ ยุวานนท์ ถ้าพร้อมแล้วขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน พร้อมทั้งหลักการและ เหตุผล รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อจะได้เปึนแนวทาง ในการปฏิรูปครับ เรียนเชิญครับ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ใคร่ขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติว่าตามที่กระผมและคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้เคย นําเสนอวาระปฏิรูปการกีฬาในหัวข้อการกีฬาสร้างชาติต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ แล้วนั้น ซึ่งปรากฏว่าในวันดังกล่าวได้มีสมาชิกหลายท่าน ได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะต่อการจัดทําวาระ ปฏิรูปการกีฬาในหลากหลายประเด็น ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์ในการจัดทําแผนปฏิรูปการกีฬาให้บังเกิ ดความสมบูรณ์ ก่อให้เกิดคุณูปการ ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ อาทิ การพัฒนาการกีฬา ตามกลุ่มอายุ การจัดตั้งสถาบันกีฬาคนพิการ การจัดสวัสดิการสําหรับนักกีฬาคนพิการ และ ควรจะมีสมาคมกีฬาคนพิการให้ครอบคลุมทุกชนิดกีฬา รวมทั้งการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ การกีฬา การจัดตั้งหอเกียรติยศหรือฮอล ออฟ เฟม (Hall of Fame) การพัฒนากีฬาวิถีไทย การใช้กีฬาเพื่อการสร้างความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ การพัฒนาการกีฬา ในระดับท้องถิ่น และการจัดให้มีพื้นที่กีฬาเพื่อสาธารณะ และเรื่องที่สําคัญก็คือการแยกงาน การกีฬาและงานการท่องเที่ยวออกจากกันและจัดตั้งกระทรวงการกีฬาแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้กรุณาอภิปรำยนําเสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะอันเปึนประโยชน์ต่อการจัดทําวาระ ปฏิรูปการกีฬา ซึ่งกระผมและ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาใคร่ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านอีกครั้งหนึ่งที่ท่านเห็นประโยชน์ ของการกีฬาและกรุณาช่วยผลักดันให้มีการปฏิรูปการกีฬามาโดยตลอด จนบังเกิดเปึน แผนปฏิรูปการกีฬาที่มีความเปึนรูปธรรมและกําลังจะนําเสนอต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ต่อไป กระผมขอกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้ตระหนักถึงความสําคัญของ ข้อเสนอแนะทุกประการของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จึงได้พิจารณานําข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะดังกล่าวมาประมวลร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากพี่น้องประชาชน ในการจัดประชุมสัมมนาการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อกีฬา ของประเทศ จึงมีการเป่ดเวทีทั้งในกรุงเทพมหานครและทุกภูมิภาคที่ผ่านมารวมทั้งหมด ๗ ครั้ง ประกอบร่วมกับข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษาค้นคว้า ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับจาก การตอบแบบสอบถามที่พี่น้องประชาชนตอบกลับคืนมาเปึนจํานวนมากกว่า ๒,๐๐๐ ชุด

รวมทั้งการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคลากรที่ประกอบอาชีพอยู่ในวงการกีฬา จึงนํามาสู่การจัดทําเปึนแผนปฏิรูปการกีฬาพร้อมร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องรวม ๓ ฉบับ ดังรายงานที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าท่านประธานและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านแล้ว ซึ่งมีสาระสําคัญโดยสรุปกล่าวคือแผนปฏิรูปการกีฬา กําหนดชื่อยุทธศาสตร์ว่ายุทธศาสตร์ การกีฬาสร้างชาติ มีประเด็นของการปฏิรูปที่มีแนวทางหลักและเปึนกรอบ ในการดําเนินงาน กล่าวคือการกีฬาเพื่อพัฒนาความมั่นคง เสริมส่งความมั่งคั่งและ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ประกอบด้วยประเด็นยุทธศาสตร์ในการดําเนินกิจกรรมรวม ๖ ประเด็น ยุทธศาสตร์ จําแนกได้ ๓๖ แนวทาง ประกอบด้วย ๙๙ โครงการ ซึ่งสามารถกําหนดเปึน ประเด็นการปฏิบัติในการปฏิรูปที่สําคัญเพื่อให้เร่ งดําเนินการในระยะแรกของแผนปฏิรูป การกีฬารวม ๘ ประการ กล่าวคือ

๑. การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ ๒. การจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ ๓. การจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย ๔. การปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา ๕. การส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมกีฬา ๖. การตราพระราชบัญญัติการกีฬา ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ๗. การจัดทํานโยบายและแนวทางในการผลักดันแผนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติ ทั้งนี้การดําเนินการทั้ง ๗ ประการดังกล่าวที่แล้วมานี้ คือการดําเนินงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งพัฒนากีฬาของประเทศ ให้มีความเข้มแข็ง จึงมีความจําเปึน ที่จะต้องมีองค์กรในการบูรณาการ และดําเนินการ ในแนวทางสําคัญทั้ง ๗ ประการ แล้วอีกกว่า ๙๐ โครงการตามแผนปฏิรูปการกีฬา จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดตั้งกระทรวงการกีฬา ซึ่งเปึนประการที่ ๘ เพื่อรับผิดชอบงานกีฬาทุกประการ สําหรับการดําเนินแนวทางสําคัญทั้ง ๘ ประการนั้น มีความจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องจัดลําดับความเร่งด่วนในการดําเนินการ โดยเริ่มจาก การพัฒนาทรัพยำกรบุคคลโดยการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติเปึนลําดับแรก และดําเนินการแนวทางต่าง ๆ ตามระยะเวลาที่ร้อยเรียงกัน เสมือนกับวางจานอาหาร แต่ละจานบนโต๊ะรวม ๗ จานเพื่อพร้อมรับประทาน โดยมีฝาชีครอบอาหารทุกจาน ที่อยู่บนโต๊ะเดีย วกัน ซึ่งฝาชีที่ผมกล่าวถึงก็คือ กระทรวงการกีฬานั่นเอง ทั้งนี้การจัดตั้ง กระทรวงการกีฬาจะต้องดําเนินการภายหลังจากที่แนวทางสําคัญทั้งหมด ได้ดําเนินการ และสามารถสร้างสุขภาพ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน สร้างความเปึนเลิศในทางการกีฬา และมีระบบบริหารจัดการกีฬาที่ทันสมัย มีมาตรฐานทั่วถึงและเปึนธรรมตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ โดยอาจจะมีระยะเวลาในการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาเปึน ๕ ป้ หรือภายใน ๑๐ ป้ โดยจะต้องมีการประสานแผนกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติต่อไป ซึ่งสิ่งที่ถือเปึน ปรัชญาของแผนปฏิรูปการกีฬาฉบับนี้ก็คือ การกีฬาเปึนกลไกสําคัญในการสร้างคุณภาพ ประชาชนและสร้างความเข้มแข็งของประเทศชาติ นอกจากนี้เรื่องสําคัญที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาได้ดําเนินการควบคู่ไปกับ การจัดทําแผนปฏิรูปการกีฬาในรูปของการปฏิรูปเร็ว ยังมีอีกหลายประการนะครับ อาทิ การใช้กีฬาเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปรับปรุงมาตรการต่ออายุ การลดหย่อนภาษีเพื่อการกีฬา สําหรับรายละเอียดของ แผนปฏิรูปการกีฬานั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้มอบหมายให้ท่านกรรมาธิการ ที่เกี่ยวข้องในการจัดทําแผนปฏิรูปการกีฬานําเสนอต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้

ตามลําดับขั้นตอนของการจัดทํา ซึ่งท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจะได้นําเสนอ ในรายละเอียดต่อไปจากกระผม อย่างไรก็ตามเพื่อให้การดําเนินการตามแผนปฏิรูปการกีฬา บังเกิดผลเปึนรูปธรรม คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้ประสานกับหัวหน้าส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาเพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการกีฬาให้เปึนรูปธรรม จนมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการประสานงานจัดทําและขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการกีฬา แห่งชาติ โดยมีผู้แทนส่วนราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงาน ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการกีฬา กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา และคณะนักวิชาการ ด้านการกีฬาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ร่วมกันประชุมหารือ นวทางในการขับเคลื่อน แผนปฏิรูปการกีฬา

สําหรับรายละเอียดของการดําเนินงานนั้นท่านกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาที่รับผิดชอบจะได้ นําเรียนเสนอต่อไป กระผมใคร่ขอเรียนต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้กรุณารับทราบว่า ทุกวันนี้การกีฬาไม่ได้เปึนเพียงการสร้างสุขภาพและพลานามัยของประชาชน ไม่ได้เปึนเพียง การสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิในเวทีนานาชาติ ไม่ได้เปึนเพียงการสร้างมิตรภาพระหว่ำง ประเทศดังเช่นในอดีตเท่านั้น แต่การกีฬากําลังได้รับการพัฒนาให้เปึนกลไก เปึนเครื่องมือ ในการรวมพลังน้ําใจของพี่น้องประชาชนชาวไทย สร้างความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ความกตัญ็ูและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระคุณ ต่อพสกนิกรชาวไทย ดั่งจะเห็นได้จากโครงการไบค์ ฟอร์ มัม (Bike for mom) หรือโครงการ ปัืนเพื่อแม่ ที่ประชาชนชาวไทยจะได้มีกิจกรรมทางการกีฬาและการออกกําลังกาย เพื่อสุขภาพ และได้มีโอกาสหลอมรวมจิตใจเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีเทิดไท้ เฉลิมพระเกียรติองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชิ นีนาถพร้อมกันทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ กรุณาพิจารณาว่าภาพที่กําลังจะปรากฏ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ จะมีความงดงามและน่าชื่นชมเพียงใด ซึ่งปรากฏการณ์อันสําคัญใน ครั้งนี้สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการใช้กีฬาเปึนเครื่อง มือ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมอันทรงคุณค่าและสวยสดงดงามเช่นนี้ กระผมจึงหวังเปึนอย่างยิ่งว่า แผนปฏิรูปการกีฬาที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้จัดทําและจะนําเสนอต่อไปนี้จะเปึน แนวทางสําคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการกีฬาของประเทศตามความคาดหวังของ พี่น้องประชาชนที่มีต่อรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการกีฬาและการปฏิรูปการกีฬาของประเทศ ด้วยความเชื่อมั่นศรัทธาต่อการดําเนินงานโดยสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ อนึ่ง เนื่องจาก รายงานฉบับนี้มีความไม่สมบูรณ์บางประการจึงมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมาธิการก็ขอ แก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ในชั้นนี้ไปในคราวเดียวกัน จึงขออนุญาตท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติแจกใบแทรกขอแก้ไขรายการดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ รายละเอียด ปรากฏตามใบแทรกที่อยู่ในเล่มรายงานแล้วนะครับ ในลําดับต่อไปกระผมใคร่ขอให้สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติได้กรุณารับทราบจากการ นําเสนอประเด็นสาระสําคัญต่าง ๆ ของ แผนปฏิรูปการกีฬา โดยจะขอเชิญประธานอนุกรรมาธิการทั้ง ๕ ท่านเปึนผู้อภิปรายชี้แจง ในแต่ละเรื่อง โดยเริ่มต้นที่ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณจุตินันท์ครับ

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี สมาชิก สปช. และรองประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ขอกราบเรียนต่อท่านสมาชิกได้กรุณารับทราบถึงแผนปฏิรูป การกีฬาในส่วนของการบริหารจัดการด้านการกีฬา ซึ่งเปึนประเด็นในส่วนรายละเอียด เพิ่มเติมจากที่ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว กระผมใคร่ขอย้อนกลับไปพิจารณาถึงเจตนารมณ์มาตรา ๙๕ ของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความมุ่งประสงค์ที่จะให้รัฐจัดให้มีการบริหารจัดการด้านการกีฬาที่เปึนระบบเพื่อให้ การกีฬาของประเทศสามารถพัฒนาสุขภาพกาย ใจ รวมไปถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน อย่างทันสมัย มีมาตรฐาน ทั่วถึงและเปึนธรรม เมื่อเปึนเช่นนี้กระผมขอเรียนว่าเรื่องระบบ การบริหารจัดการด้านการกีฬาจึงถือว่าเปึ นโจทย์ใหญ่ที่คณะกรรมาธิการจะต้องไตร่ตรอง และกําหนดขอบเขตในการดําเนินการเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งประเทศได้อย่างเพียงพอ ทั่วถึงและเปึนธรรม โดยจะต้องมีความเหมาะสมกับกรอบ แนวทางการให้บริการของภาครัฐ

รวมถึงจะต้องมีมาตรฐานมาตรการส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับ การกีฬา สามารถพัฒนาศักยภาพตนเองในการดําเ นินธุรกรรมเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้แก่ประเทศ รวมทั้งเป่ดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการกีฬาเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเปึนการลดภาระของภาครัฐ เมื่อเปึนเช่นนี้เราจึงต้องปรับเปลี่ยนความคิด ในเรื่องเกี่ยวกับการกีฬาจากอดีตที่เปึนผู้ใช้เงินเพียงอย่างเดียวให้ พัฒนามาเปึนผู้หาเงิน และผู้ใช้เงินในเวลาเดียวกัน สําหรับแผนปฏิรูปการกีฬาที่ผ่านกระบวนการพิจารณาศึกษา วิเคราะห์ของกรรมาธิการ ประกอบด้วย ๖ ประเด็นยุทธศาสตร์ จําแนกได้ ๓๖ แนวทาง และมีโครงการที่จะต้องดําเนินการรวม ๙๙ โครงการ ซึ่งจําแนกเปึนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการด้านการกีฬารวมถึง ๗๙ โครงการ อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เสียเวลา ของสภา กระผมขอนําเสนอเฉพาะโครงการหรือประเด็นการปฏิรูปสําคัญรวม ๔ ประเด็น กล่าวคือประเด็นแรก เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา ซึ่งถือเปึนองค์ประกอบ และทรัพยากรขั้นพื้นฐานของการกีฬาสําหรับให้บริการประชาชนในการพัฒนาสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยสามารถจําแนกออกมาเปึน ๒ ประการ ประกอบด้วย ประการแรกฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือสิ่งอุปกรณ์ที่สามารถจัดหาหรือพัฒนาขึ้นมาได้ อันได้แก่ สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งอํานวยความสะดวก เปึนต้น ประการที่ ๒ คือซอฟต์แวร์ (Software) ซึ่งเปึนทรัพยากรที่ต้องสร้างและพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานฮาร์ดแวร์ ให้เกิดประโยชน์ ได้แก่ บุคลากร องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา เปึนต้น ทั้งนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดจากการจัดการประชุมสัมมนา การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในด้านปฏิรูปการกีฬาทั่วประเทศ ในทุกประเด็นเพื่อเปึนข้อมูลสําคัญในการอภิปรายที่กระผมจะกราบเรียนตามลําดับ โดยปรากฏผลว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นเปึนในทิศทางเดียวกันว่ารัฐจะต้องสนับสนุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการกีฬาให้ครอบคลุมไปถึงการส่งเสริมการออกกําลังกาย และการเล่นกีฬาให้ทั่วถึงในทุกท้องถิ่น ทุกสถานศึกษา และควรตระหนักถึงการเข้าถึง การกีฬาของผู้พิการหรือผู้บกพร่องทางร่ำงกายด้วย และในการนําเสนอวาระปฏิรูป การกีฬาต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีท่านสมาชิกได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการกีฬาของชาติไว้หลายท่าน โดยเฉพาะการกระจายโอกาส ทางการกีฬาให้ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง ด้วยการจัดให้มีพื้นที่สาธารณะและสถานที่

เพื่อการศึกษา การมีอุปกรณ์กีฬาและสนับสนุนใ ห้มีบุคลากรทางการกีฬาเพื่อรองรับ การพัฒนาการเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยให้แก่ประชาชน เมื่อเปึนเช่นนี้ คณะกรรมาธิการจึงได้กําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้าง ด้านการกีฬาไว้ ๔ ประเด็นยุทธศาสตร์ กล่าวคือ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ การพัฒนา คุณภาพชีวิตทางด้านร่างกาย จิตใจ วินัยของพลเมืองด้วยการกีฬา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ การมีส่วนร่วมและการบริการสาธารณะของชุมชนท้องถิ่นการกีฬา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ การปฏิรูปและการพัฒนาการกีฬาเพื่อความเปึนเลิศในทุกระดับ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๖ การสร้างสัมพันธภาพ และแสดงศักยภาพทางการกีฬาของประเทศในระดับสากล ซึ่งมีรายละเอียดตามแผนปฏิรูปการกีฬาอยู่ในมือของท่านสมาชิกทุกท่าน โดยมีเปัาประสงค์ คือพัฒนาให้ประชาชนมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี และสามารถร่วมกิจกรรมออกกําลังกาย และกิจกรรมกีฬาได้อย่างทั่วถึงและทุกกลุ่ม รวมทั้งมีจิตสํานึก มีความสามัคคี สร้างนิสัย ความมีน้ําใจนักกีฬา มีวินัย ด้วยการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาที่มีมาตรฐาน มีองค์ความรู้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ และสร้างทักษะในการสร้างสุขภาวะของประชาชน และสถานที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้เพื่อให้เกิดสภาพบังคับในการ ดําเนินงาน ตามแผนปฏิรูปการกีฬาและการพัฒนาการกีฬำของชาติในอนาคต

จึงได้เสนอบรรจุเรื่องโครงการพื้นฐานด้านการกีฬาในบทบัญญัติมาตรา ๓ และมาตรา ๑๐ ของร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการส่งเสริม อุตสาหกรรมกีฬา รวมถึงการประกอบการด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับพาณิชยกรรม การบริการ ที่เกี่ยวกับการกีฬา โดยเรื่องสําคัญขอให้ท่านตระหนักถึงคือเม็ดเงินที่จะได้รับจาก การประกอบการอุตสาหกรรมกีฬารวมทั้ง ๒ ภาค กล่าวคือ ภาคแรกภาคสินค้ากีฬา ได้แก่ อุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้ากีฬา อุปกรณ์วิทยาศาสตร์การกีฬา สถานที่ฝ๊กอบรม ฝ๊กซ้อมและ จัดแข่งขัน เปึนต้น ส่วนภาคที่ ๒ ภาคบริการการกีฬา ได้แก่ การบริการทางการศึกษา เกี่ยวกับการกีฬา การบริหารจัดการสโมสรกีฬา การบริการทางด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ การกีฬา การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดการแข่งขัน ธุรกิจบันเทิงด้านการกีฬา หากอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศได้รับการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพให้สามารถ แข่งขันกับกลุ่มอุตสาหกรรมกีฬาในระดับนานาชาติได้ ยกตัวอย่าง โครงการส่งเสริม ให้การสร้างพัฒนาบุ คคลทางการกีฬา โครงการส่งเสริมผลักดันด้านการตลาด และสร้างตราสินค้าแบรนด์ (Brand) ให้เปึนที่ยอมรับและแพร่หลายสู่สากล สามารถสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจทางกีฬาให้กับประเทศ และโครงการส่งเสริมการวิจัยด้านสินค้า และอุปกรณ์การกีฬาให้มีมาตรฐาน ก็ย่อมสร้างอาชีพนํารายได้ เข้าสู่ประเทศโดยมี ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี (SME) จะนํามาสู่การสร้างงานแก่ ประชาชน สร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งยังเปึนรากฐานในการพัฒนาประเทศ สู่ความยั่งยืนอีกด้วย ทั้งนี้ภาครัฐควรให้การสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม การกีฬาของประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานเพียงพอสอดรับกับมาตรฐานสากล โดยกําหนด สิทธิประโยชน์และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหลายท่านก็กรุณาให้ข้อเสนอแนะต่อเรื่องนี้เมื่อวันที่ประชุม วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ว่าจะต้องสร้างอุตสาหกรรมการกีฬาให้มีความเข้มแข็งเพื่อเปึน การสร้าง มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งต้องมีมาตรการในการปัองกันการแสวงหา ประโยชน์ หรือเปึนเครื่องมือของกลุ่มการเมืองจากการกําหนดสิทธิประโยชน์ดังกล่าว คณะกรรมาธิการจึงได้กําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อ งกับอุตสาหกรรมกีฬาไว้ ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ การส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากการกีฬา พร้อมทั้ง เสนอบรรจุเรื่องอุตสาหกรรมกีฬาในบทบัญญัติมาตรา ๑๑ ของร่างพระราชบัญญัติ

สภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ประเด็นที่ ๓ เรื่องการพัฒนากิจการวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์การกีฬาคือกลไกสําคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา สุขภาพของประชาชน และพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาเพื่อการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่ที่ผ่านมากิจการวิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจน ในการบูรณาการงานให้ก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากขาดแผนแม่บทการจัดการ งานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศ แล้วยังขาดหน่วยงานหลักที่มีเปัาประสงค์ชัดเจน ทําให้ขาดเอกภาพในการจัดการความรู้ที่เปึนระบบ ผู้รับบริการ โดยเฉพาะกลุ่มเปัาหมาย ที่เปึนนักกีฬาไม่ได้รั บประโยชน์และการส่งเสริมสนับสนุนได้เต็มที่ จึงกลายเปึนข้อจํากัด ต่อการพัฒนามาตรฐานกีฬาแล้วก็ศักยภาพของนักกีฬาเรา ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า สมควรมีสถาบันวิทยาศาสตร์ทางการกีฬาในระดับชาติที่เปึนระบบอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องบุคลากร เครื่องมือ เครื่องใช้ และองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพ ของประชาชน เพื่อความเปึนเลิศทางกีฬาในการแข่งขันระดับนานาชาติ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติหลายท่านก็กรุณาให้ข้อเสนอแนะต่อเรื่องนี้ในวันที่ประชุมวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ว่าควรจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสมรรถภาพของนักกีฬา

และสนับสนุนการสร้างสมรรถภาพในระดับสมาคมกีฬา คณะกรรมาธิการจึงได้กําหนด โครงการจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศเปึนหน่วยงานที่มีหน้าที่ ในการส่งเสริมสนับสนุน พัฒนา และดําเนินการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ประสานงานและ กํากับดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับการบริการและการใช้ประโยชน์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพทางด้านการบริหารงาน พร้อมกับเสนอบรรจุเ รื่อง ดังกล่าวในบทบัญญัติมาตรา ๓ และมาตรา ๒๙ ของร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬา แห่งชาติ พ.ศ. .... ประเด็นที่ ๔ เปึนเรื่องการพัฒนากีฬาคนพิการซึ่งเปึนเรื่องสืบเนื่องจาก การเสนอความเห็นของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ต้องการให้รัฐส่งเสริมในเรื่องการเข้าถึง กีฬาของผู้พิการหรือผู้บกพร่องทางร่างกาย ท่านสมาชิกหลายท่านก็กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ต่อเรื่องนี้ในที่ประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคมว่าจําเปึนที่จะต้องส่งเสริมกีฬาสําหรับผู้ป์วย หรือผู้บกพร่องทางร่างกาย โดยการจัดตั้งศูนย์กีฬาคนพิการรวมถึงการจัดสรรเงินรางวัลและ สวัสดิการที่เปึนธรรม เท่าเทียมให้แก่นักกีฬาคนพิการให้สามารถเทียบเคียงได้กับนักกีฬา คนปกติ คณะกรรมาธิการจึงได้กําหนดการดําเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนากีฬาคนพิการไว้รวม ๒ โครงการ คือ ๑. โครงการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการกีฬาคนพิการ โดยในชั้นต้นพิจารณา จัดทําให้เปึนหน่วยงานที่มีภารกิจรับผิดชอบในเรื่องของการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนา ขีดความสามารถและคุณภาพชีวิตของคนพิการและคนกลุ่มพิเศษเพื่อความเท่าเทียมทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการให้บ ริการด้านกีฬาแก่คนพิการและ นักกีฬาคนพิการ เช่น ผู้ฝ๊กสอน ผู้ตรวจสอบระดับความพิการ ผู้จัดการทีม ผู้ฝ๊กนักกีฬา ผู้ช่วยเหลือ นักกีฬา เปึนต้น และโครงการจัดสรรตําแหน่งกรรมการสําหรับนักกีฬาคนพิการ ในทุกสมาคมกีฬาในลักษณะการกําหนดให้มีผู้แทนที่เปึนนักกีฬาคนพิการเข้าไป เปึนผู้บริหาร สมาคมกีฬาอย่างน้อย ๑ ตําแหน่ง นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังได้ดําเนินการในเรื่องของ การบริหารจัดการด้านการกีฬาให้เกิดผลเปึนรูปธรรมในลักษณะการปฏิบัติ การปฏิรูปเร็ว อีก ๒ ประการ กล่าวคือประการแรกการปรับปรุงมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการกีฬา ด้วยการเสนอรัฐบาลในการขยายระยะเวลามาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการกีฬา ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๕๕๙ ที่กําหนดให้ผู้สนับสนุนการกีฬาสามารถลดหย่อน ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจําป้ได้ ๒ เท่า จากค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไรสุทธิ ซึ่งพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ ๕๕๙ กําลังจะสิ้นสุด

ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ นี้ ทางกรรมาธิการได้ขอขยายระยะเวลาต่อไปรวมทั้งการเพิ่ม สิทธิประโยชน์ให้กับผู้สนับสนุนเพื่อการพัฒนากีฬาในระยะยาวตามวงรอบ ๔ ป้ หรือ ๘ ป้ ตามรอบการแข่งขันกีฬาโอลิมป่ก หรือเวิลด์ คัพ (World cup) โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่าง การพิจารณาของกระทรวงการคลังและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประการที่ ๒ การส่งเสริม องค์ความรู้ด้านกีฬาให้แก่เยาวชน เพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการกีฬาให้กับคนไทย โดยเฉพาะเยาวชนในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยพึ่งพาการสนับสนุนจากภาคเอกชนรวมถึง ภาคราชการ ทั้งนี้เพื่อใช้การกีฬาเปึนเครื่องมือสําคัญในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้กับประชาชนในชาติ ด้วยโครงการแรกได้แก่การสอนเทคนิคการเล่นฟุตบอล โดยผู้ฝ๊กสอน จากสโมสรฟุตบอลเชลซี โครงการที่ ๒ การสอนเทคนิคการเล่นฟุตบอลโดยผู้ฝ๊กสอน จากสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้กับเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ จังหวัด จํานวน ๔๐๐ คน โครงการที่ ๓ การฝ๊กสอนเทคนิคเล่นวอลเล ย์บอลในระดับต่าง ๆ โดยผู้ฝ๊กสอนนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย โครงการที่ ๔ การฝ๊กสอนเทคนิคการชกมวยไทย ให้กับเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดย สิบตรี สมบัติ บัญชาเมฆ หรือที่เรารู้จักกัน ในนามของ บัวขาว บัญชาเมฆ

โครงการที่ ๕ การฝ๊กสอนเทคนิคการเล่นบาสเกตบอลโดยผู้ฝ๊กสอนและนักบาสเกตบอล ทีมสโมสรที่สังกัดอยู่เอ็นบีเอ (NBA) สโมสรของประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ประเด็นสําคัญ ไม่ได้อยู่ที่เยาวชนที่ได้รับการฝ๊กสอนในที่แห่งนั้น แต่เปึนการเป่ดโอกาสให้เยาวชนสามารถ เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการกีฬา ในระดับสากลจากทีมที่มีชื่อเสียงใ นระดับโลก ทั้งนี้ ทุกโครงการจะมีการบันทึกภาพวีดิทัศน์พร้อมตัดต่อ พร้อมคําบรรยาย จัดทําเปึนวิดีโอ (Video) แจกจ่ายให้ตามโรงเรียน รวมถึงนําเผยแพร่ผ่านเว บไซต์ (Web site) ทางยูทูบ (YouTube) อีก สิ่งที่กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาตระหนัก เปึนอย่างยิ่งคือโครงการ ทั้ง ๙๙ โครงการที่บรรจุในแผนปฏิรูปการกีฬานั้นจะต้องมีเจ้าภาพในการดําเนินงานและ รับผิดชอบต่อผลสําเร็จของโครงการ จึงได้มอบหมายให้กระผมไปทําการหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนแผนปฏิรูป การกีฬาให้บังเกิดผลเปึนรูปธรรมจนนํามาสู่การแต่งตั้งอนุกรรมาธิการประสานงานจัดทํา และขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการและ หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการกีฬาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาและคณะวิชาการ สําหรับผลสําเร็จของการดําเนินงานนั้น ท่าน พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานอนุกรรมาธิการดังกล่าวจะเปึนผู้นําเสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป กระผมมีความเชื่อมั่นเปึนอย่างยิ่งว่าท่านสมาชิกทุกท่านคงจะให้ การสนับสนุนแผนปฏิรูปการกีฬาที่นําเสนอ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา เพื่อเปึน การพัฒนาสุขภาวะ ความปรองดองสมานฉันท์ให้แก่ประชาชนทั่วทั้งประเทศด้วยการกีฬา ขอบคุณครับ

พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ในฐานะ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อกรุณารับทราบผลประโยชน์ที่สังคมและ ประเทศชาติที่จะได้รับผลจากการกีฬาครับ ผมทราบดีว่าในอดีตท่านสมาชิกหลายท่านและ ประชาชนชาวไทยจํานวนมากเข้าใจว่าการกีฬาคือการแข่งขันเพื่อเอาชนะหรือสร้างชื่อเสียง ให้แก่นักกีฬาและนําเกียรติมาสู่ประเทศในบางช่วงเวลาเท่านั้น แต่ความเปึนจริงแล้วการกีฬา คือพื้นฐานทางร่างกายที่จะสร้างและพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลให้เปึนพลเมืองที่มี

คุณภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีวินัย มีน้ําใจนักกีฬา รู้จักการให้อภัย รู้จักคําว่าแพ้ และคําว่าชนะ รู้จักคําว่าขอโทษและขอบคุณ ซึ่งเปึนทัศนคติพื้นฐานของ การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม สร้างความรัก ความสามัคคี และการมีน้ําใจนักกีฬา ซึ่งจะเปึน การพัฒนาสุขภาวะให้ประชาชนสามารถต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้เปึนอย่างดี จึงนํามาสู่ การเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๕ ดังที่ทุกท่านได้กรุณาทราบก่อนหน้านี้แล้ว กระผมขอเรียน เพิ่มเติมว่าการกีฬาไม่เพียงแต่มีบทบาทโดยการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเท่านั้น แต่ยังเปึน กลไกของประเทศในการลดปัญหาความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ําของพี่น้องประชาชน ในประเทศได้เปึนอย่างดี ซึ่งจากการที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้เสนอ วาระปฏิรูปการกีฬาต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ซึ่งในวันดังกล่าวมีท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะว่าควรส่งเสริมการใช้กีฬา เพื่อลด ความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง พัฒนาความมั่นคงและสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ รวมถึงพื้นที่เพื่อความมั่นคงและพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ

โดยเฉพาะการสร้างสนามกีฬากลาง การจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาด้านการกีฬาในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนควรใช้การกีฬาเพื่อลดความหวาดระแวง และพัฒนา ความสัมพันธ์กับประเทศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศเพื่อนบ้าน โดยสามารถเริ่มต้นได้ที่พื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้กับประเทศมาเลเซีย เปึนต้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้พิจารณาข้อเสนอที่สําคัญดังกล่าว และประสานงานกับ หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๔ ส่วนหน้า จนได้ข้อสรุปว่าควรจัดทํารายงานการปฏิรูปเร็วหรือควิก วิน (Quick win) เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยใช้ชื่อโครงการการกีฬาเพื่อสันติสุขในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีแนวคิดว่าจะใช้การกีฬาเปึนสื่อกลางในการนําพาเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ให้พ้นจากการถูกครอบงําโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือผู้ก่อเหตุ รุนแรง รวมทั้งปัองกันพิษภัยจากยาเสพติด เพื่อสร้างเกราะปัองกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ที่เข้มแข็งแก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกรอบเวลา ดําเนินการ ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นซึ่งดําเนินการได้ทันทีในระห ว่างป้ ๒๕๕๘-๒๕๖๐ โดยกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภา ค ๔ ส่วนหน้า จะเปึนผู้รับผิดชอบหลัก สําหรับระยะกลางคือช่วงระหว่างป้ ๒๕๖๑-๒๕๖๓ มอบหมายให้กระทรวงที่รับผิดชอบ การกีฬาเปึนผู้รับผิดชอบหลัก และระยะยาวคือตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ เปึนต้นไป มอบหมายให้ กระทรวงที่รับผิดชอบทางการกีฬาเปึนผู้รับผิดชอบหลักเช่นกัน ทั้งนี้ได้มีการบรรจุชนิดกีฬา เพื่อดําเนินการตามโครงการ อาทิ ฟุตบอลชาย วอลเลย์บอลหญิง ปันจักสีลัต แบดมินตัน เรือพาย และอีกหลายชนิดกีฬา ซึ่งจะช่วยให้เกิดมิตรภาพ และเกิดสันติสุขในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป แต่เนื่องจากการดําเนินการโครงการกีฬา เพื่อสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถดําเนินการได้ทันที และมีกีฬาหลายชนิด อยู่ในความสนใจของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนมีกระแสความต้องการให้นํากีฬา เข้าไปสร้างความสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาจึงได้จัดทํารายงานการป ฏิรูปเร็วหรือควิก วิน เพื่อเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยได้รายงานท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อทราบก่อน และได้ประสานกันปฏิบัติ กับกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้าให้เปึนหน่วยรับผิดชอบต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้มีผลในการดําเนินงานตามแผนปฏิรูปการกีฬา และการพัฒนากีฬาของชาติ

ในอนาคต จึงได้เสนอบรรจุเรื่องการกีฬาเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ํา และการสร้างสันติสุขของ สังคม ในบทบัญญัติมาตรา ๙ ของร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ผมมีเรื่องที่สํา คัญจะแจ้งให้ทราบอีกเรื่องหนึ่ งคือการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการกีฬา ให้บังเกิดผลเปึนรูปธรรม เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยมอบเปึนนโยบาย ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าการจะปฏิรูปอะไรขอให้ประสานกับหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อให้เกิด การทํางานร่วมกัน สามารถขับเคลื่อนให้แผนหรือแนวทางการปฏิรูปดําเนินการได้อย่างเปึน รูปธรรม ดังนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้แต่งตั้งอนุกรรมาธิการประสานงาน การจัดทําและขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปการกีฬาแห่งชาติขึ้น กระผมขอกราบเรียนว่า จากการจัดการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการที่ผ่านมามีผลงานสําคัญรวม ๒ ประการ ด้วยกัน กล่าวคือ ประการแรกได้มีการพิจารณาโครงการสําคัญตามแผนปฏิรูปการกีฬา

คือโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทางด้านการกีฬาของรัฐและองค์กรอิสระที่มุ่งเน้น การจัดให้มีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาเยาวชนแห่งชาติ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยมีการเสนอขอปรับเปลี่ยนเวลาการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จากการจัดป้ละ ๑ ครั้ง เปึน ๒ ป้ต่อ ๑ ครั้ง ซึ่งอาจทําให้เกิดปัญหาในเรื่องการไม่มีกิจกรรม กีฬาหรือเวทีให้นักกีฬาดาวรุ่งได้แข่งขันกัน จนอาจจะกระทบกระเทือนต่อการเฟันหา นักกีฬาทีมชาติในอนาคตได้ ดังนั้นคณะอนุกรรมาธิการจึงได้หารือกับผู้แทนการกีฬา แห่งประเทศไทยในเรื่องดังกล่าวจนได้ข้อยุติที่จะจัดให้มีการแข่งขันกีฬาแห่งชาติป้ละ ๑ ครั้ง เช่นเดิม ทั้งนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยได้นําเสนอเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณชนแล้วเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ประการที่ ๒ คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณารายละเอียดของ โครงการว่ามีโครงการใดบ้างที่หน่วยปฏิบัติมีการดําเนินการไปบ้างแล้ว และจะต่อยอดให้ บรรลุผลตามแผนปฏิรูปกีฬาและมีโครงการใดบ้างที่เปึนโครงการใหม่ซึ่งพร้อมที่จะนําไป พิจารณาบรรจุเปึนงานที่ต้องกระทําต่อไปในอนาคต ซึ่งจะเปึนการขับเคลื่อนแผนปฏิรูป การกีฬาให้เกิดผลเปึนรูปธรรมและสามารถจับต้องได้ ในอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทย ทั้งนี้จะได้ทํา เปึนรายงานสรุปเสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป ผมมีความมั่นใจและเคารพในความคิดของท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่านว่าท่านมีความตระหนักถึงการใช้การกีฬาเพื่อสร้างสุขภาพของ พี่น้องประชาชนและจะต้องมีทิศทางที่ชัดเจนในการดําเนินการด้านการกีฬาของชาติ ซึ่งแผนปฏิรูปการกีฬาที่อยู่ในมือของท่านนี้จะเปึนโรดแมป (Roadmap) ในการดําเนินการ และกระผมขอความกรุณาจากท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านได้ให้การสนับสนุน แผนปฏิรูปการกีฬานี้เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

พลอากาศเอก เจษฎา วิจารณ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก เจษฎา วิจารณ์ กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านสมาชิกได้กรุณาทราบว่าในการที่จะปฏิรูปการกีฬาให้ประสบ ความสําเร็จตามที่ท่านประธานและท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่านได้กล่าวมาก่อนหน้านี้นั้ น มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ จะต้องมีการกําหนดและจัดทําแผน พัฒนาการกีฬาของชาติ ให้เกิดความชัดเจนและมีกระบวนการนําไปสู่การปฏิบัติที่เปึนรูปธรรม สําหรับ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาตินั้นการกีฬาแห่งประเทศไทยได้เริ่มจัดทําฉบับที่ ๑ ขึ้น

เมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๓๑-๒๕๓๙ โดยเอากรอบความคิดมาจากแผนพัฒนาการกีฬาของ ประเทศเยอรมนี ซึ่งต่อมาก็ได้ดําเนินการเปึนลําดับมาจนถึงปัจจุบันเปึนแผนพัฒนา การกีฬาแห่งชาติในฉบับที่ ๕ ที่ผ่านมานั้นตัวแผนมีความเหมาะสมดีจากการที่ได้มี การประชุมสัมมนามีส่วนร่วมและรับฟังควา มคิดเห็นของประชาชน แต่ก็ได้มีข้อคิดเห็น ออกมาว่าปัญหาที่ประสบอยู่นั้นก็คือการนําแผนไปสู่การปฏิบัติยังขาดความชัดเจน ขาดการสนับสนุนจากผู้มีอํานาจในการตกลงใจ ขาดการติดตามประเมินผลที่เปึนระบบ จึงส่งผลให้แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติทั้ง ๔ ฉบับที่ผ่านมาและฉบับที่ ๕ ที่กําลังดําเนินการ อยู่และจะสิ้นสุดในป้พุทธศักราช ๒๕๕๙ ไม่ประสบผลสําเร็จตามที่กําหนดเอาไว้ ทั้งนี้เนื่องจากแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่ผ่านมานั้นเปึนแผนที่จัดทําขึ้นโดยส่วนราชการ ภายในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงไม่ได้ผูกพันกับรัฐบาล ไม่ได้ผูกพันกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นภายนอกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงมีการกําหนดนโยบายรัฐบาลขึ้นทําให้ส่วนราชการ ต่าง ๆ ภายในกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาต้องรับสนองนโยบายของรัฐบาล

จึงทําให้แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติในบางรายการหรือบางโครงการต้องถูกวางไว้โดยไม่มี การขับเคลื่อนต่อ และเมื่อไม่มีหน่วยงานใดกํากับดูแลและประเมินผลจึงทําให้แผ นพัฒนา การกีฬาแห่งชาติถูกละเลยไปในที่สุด ในการศึกษาและหาหนทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา ได้บทสรุปและแนวทางในการปฏิรูปในเรื่องแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยกําหนดให้มี การจัดทําเปึนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติในวงรอบ ๕ ป้ และกําหนดให้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัตินโยบายและแผนระดับชาติดังกล่าว เพื่อให้ผลในทาง ปฏิบัติกับ ทุกส่วนราชการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้มีการวิเคราะห์ ประเมินผล และจัดทําเปึนรายงานแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบใ นวงรอบที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการกําหนดให้สภาการกีฬาแห่งชาติเปึนหน่วยกําหนดแนวทางนโยบายและให้ ความเห็นชอบก่อนนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งสําคัญที่สุดก็คือได้มีการบรรจุให้มีนโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติไว้ในร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬา แห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้มีสภาพบังคับในการปฏิบัติต่อไป เมื่อมีนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามที่กระผมได้กล่าวไปแล้ว จะเปึนกลไกสําคัญอย่างยิ่ง ในการกําหนดทิศ ทางและแนวทางการดําเนินการเพื่อ พัฒนาการกีฬาของประเทศ ให้บังเกิดผลเปึนรูปธรรมที่การกําหนดแนวทางและการปฏิบัติที่ชัดเจน และมีกฎหมาย รองรับ ซึ่งจะเปึนเครื่องมือของรัฐในการสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และส่งเสริมกีฬาเพื่อความเปึนเลิศ สมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบคุณครับ

นายโกเมศ แดงทองดี กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกเมศ แดงทองดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างการกีฬา ขอกราบเรียนต่อท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เพื่อกรุณาทราบว่าเรื่องที่กระผมจะอภิปราย ในรายละเอียดของโครงสร้างทางการกีฬาที่จะขับเคลื่อนการกีฬาของประเทศต่อจาก ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา มีประเด็นที่จะอภิปราย ๓ ประการ คือ ประการแรก การตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ท่านประธานครับ การตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เปึนเรื่องที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาทุกท่านมีความตระหนักเปึนอย่างยิ่งว่า การที่จะพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนซึ่งถือว่าเปึนทรัพยากรบุคคลของ ประเทศให้มีความแข็งแกร่งและส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาตินั้น

สิ่งสําคัญที่สุดคือการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการออกกําลังกาย การเล่นกีฬา ที่ถูกต้องและการสร้างนิสัยของการเปึนคนรักษาสุขภาพด้วยการกีฬา ซึ่งสิ่งที่จะเปึนสื่อกลาง ที่ดีที่สุดคือคน ซึ่งกระผมขอเรียกว่าบุคลากรทางการกีฬา เพราะคนเหล่านี้จะต้องเปึนผู้ที่มี ความรู้ มีความสามารถที่ได้รับจากการฝ๊กฝน การศึกษาอบรมที่เปึนระบบอย่างมีมาตรฐาน จนกระทั่งมีความพร้อมที่จะออกไปรับใช้สังคม ทั้งในเรื่องของการพลศึกษาและกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีสถาบันการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา เพื่อเปึนแหล่งให้ความรู้ เปึนตักศิลาและเปึนแหล่งผลิตบัณฑิต ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกเฉพาะทางในศาสตร์ทางการกีฬาและศาสตร์ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งกระผมขอเรียกสถานศึกษานี้ว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่กระผมจะขอกล่าวต่อไปนี้เปึนความคาดหวังของประชาชน จากการรับฟังความคิดเห็นด้านการปฏิรูปกีฬาทั่วประเทศ ที่ต้องการจะเห็นมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติเพื่อเปึนแหล่งผ ลิตนักศึกษารองรับการปฏิรูปด้านการกีฬาของประเทศ ที่มีความเหมาะสมและจะต้องมีองค์ความรู้ที่เปึนการเฉพาะทาง รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญ ในศาสตร์ทางด้านการกีฬาต่าง ๆ ด้วยเหตุผลนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้ทําการพิจารณา ศึกษาหาหนทางในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกี ฬาแห่งชาติขึ้น โดยมีข้อพิจารณา ๕ เรื่อง คือ ๑. ประหยัดงบประมาณ ๒. มีความพร้อมในเรื่องบุคลากรทางการศึกษา ๓. สถานที่จัดตั้งมหาวิทยาลัย ๔. หลักสูตรการเรียนการสอน และ ๕. จะต้องปฏิบัติตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่มีมติไม่ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐขึ้นใหม่ แต่ควรใช้วิธีการยุบรวม หลอมรวม ยกระดับสถาบันอุดมศึกษาที่เกิดจากการตั้งของรัฐ เท่านั้น ดังนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงมีแนวความคิดเสนอให้มีการปรับเปลี่ยน สถานะของสถาบันการพลศึกษา ด้วยการยกระดับขึ้นเปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมีเปัาหมายในการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านการกีฬา พลศึกษา วิทยาศาสตร์ การกีฬา วิทยาศาสตร์สุขภาพ และนันทนาการ ให้มีคุณภาพสามารถผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะที่มีความหลากหลายในสำขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ออกไปรับใช้สังคมด้วยการพัฒนาการออกกําลังกาย การเล่นกีฬา การยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชน รวมทั้งการผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองการบริหารจัดการด้านการกีฬา ซึ่งได้แก่ นักกีฬา ผู้ฝ๊กสอน ผู้ตัดสิน ผู้บริหารองค์กรกีฬา ผู้ประกอบการในธุร กิจ และอุตสาหกรรมกีฬา เปึนต้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาแห่งใดในประเทศ ที่สามารถบูรณาการสาขาวิชาการต่าง ๆ ดังกล่าวให้เปึนหลักสูตรที่บรรจุไว้ในสถาบัน เดียวกันได้ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจะพัฒนาหลักสูตร ให้สามารถเป่ดการเรียนการสอนให้ครบถ้วนต่อไป ทั้งนี้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ในเบื้องต้นจะมีเพียง ๑ มหาวิทยาลัยและมีวิทยาเขตอีก ๑๖ แห่ง มีโรงเรียนกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬาก่อนเข้าสู่ระบบ อุดมศึกษาอีก ๑๓ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งสามารถที่จะให้บริการ

ด้านการศึกษาได้อย่างทั่วถึง เปึนระบบ และเปึนธรรม นอกจากนี้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ยังเปึนทางเลือกที่สําคัญ ในการที่จะพัฒนาความรู้ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาไปจนถึง ระดับอุดมศึกษาให้แก่นักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาระดับต่าง ๆ ที่สามารถเข้ารับการศึกษา ควบคู่ไปกับการฝ๊กซ้อม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ นําเกียรติภูมิมาสู่ประเทศไทย อย่างมั่นคง ยั่งยืน นอกจากนี้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติยังมีโครงการที่จะเป่ดหลักสูตร การเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อรองรับธุรกรรมทางการกีฬา ผู้ฝ๊กสอน การบริหาร จัดการกีฬา และอุตสาหกรรมกีฬาหลายสาขาวิชา อาทิ การออกแบบการผลิตอุปกรณ์กีฬา เทคโนโลยีสารสนเทศการกีฬา ซึ่งจะเปึนสหวิทยาการทางการกีฬาอีกด้วย

ประการที่ ๒ การตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องของการสร้างกลไกในการที่จะขับเคลื่อนการกีฬาให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญและ กฎหมายที่กําหนดอย่างเปึนระบบและชัดเจนด้วยการเป่ดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทางกา รกีฬา จะได้เข้ามาร่วมกําหนดความต้องการที่แท้จริงจากความคาดหวังทางการกีฬาของประชาชน และกํากับดูแลการใช้อํานาจของฝ์ายการเมืองและการปฏิบัติงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา ทั้งนี้ผู้มีส่วนได้เสียทางการกีฬาดังกล่าวจะประกอบไปด้วยผู้แทนจากนักกีฬา บุคลากรทางการกีฬา ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งจะเข้ามา ช่วยเหลือราชการในการทํางานให้เปึนไปตามกรอบแนวทางที่รัฐธรรมนูญและที่กฎหมาย กําหนด ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในลักษณะของการตั้ง สภาการกีฬาแห่งชาติที่จะเปึนองค์กรหรือคณะผู้บริหา รในระดับนโยบายซึ่งจะเปึนตัวแทน ของผู้มีส่วนได้เสียทางการกีฬา ส่วนราชการ และฝ์ายการเมืองในการที่จะนําเสนอ ความต้องการของภาคประชาสังคม รวมทั้งเปึนหูเปึนตาให้แก่ภาคประชาสังคมในการกํากับ ดูแลการทํางานของผู้รับผิดชอบทั้งส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และฝ์ายการเมือง ในลักษณะเปึนคณะกรรมการกําหนดนโยบายและกํากับดูแลด้านการกีฬา ซึ่งจะมีหน้าที่ สําคัญคือเสนอแนะในการจัดทําและให้ความเห็นชอบในนโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งกํากับดูแล และประเมินผล ตลอดจนพิจารณา แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณทางด้านการกีฬา นอกจากนี้ยังสามารถให้ข้อเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการดําเนินงานตามแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐ และเสนอ มาตรการแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากการปฏิบัติงานตามแผนดังกล่าวอีกด้วย ประการที่ ๓ การตั้งกระทรวงการกีฬา ท่านประธานครับ การตั้งกระทรวงการกีฬากระผมถือว่าเปึนเรื่องที่ มีความสําคัญและถือว่าเปึนหัวใจของการปฏิรูปการกีฬาในครั้งนี้ เพราะประเด็นการปฏิรูป ที่สําคัญซึ่งกรรมาธิการปฏิรูปกีฬาทั้ง ๓ ท่าน ก่อนหน้าที่ผมจะได้ชี้แจงนั้นได้กรุณานําเสนอไปแล้ว ในหลายประเด็นจะบังเกิดผลในลักษณะของการบูรณาการเปึนเนื้ อเดียวกันไม่ได้ หากขาดเจ้าภาพหลักที่จะต้องรับผิดชอบวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน และพัฒนาการกีฬาของชาติในภาพรวมแล้ว การดําเนินงานการกีฬาที่มีหลาย หน่วยงาน ทั้งที่เปึนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาอาจจะมีลักษณะที่ต่างคนต่างทํา ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเปึนรูปธรรม ประกอบกับ

เปึนความคาดหวังของประชาชนจากการรับฟังความคิดเห็นด้านปฏิรูปการกีฬาทั่วประเทศ ที่ต้องการที่จะให้มีการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาขึ้นเปึนการเฉพาะโดยเร็ว เพื่อรับผิดชอบงาน ด้านการกีฬาของประเทศ โดยจะต้องมีโครงสร้างภายในกระทรวงที่เหมาะสม ตามมาตรฐานสากลเพื่อรองรับภารกิจตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด นอกจากนั้นยังมี ท่านสมาชิกสภาอีกหลายท่านอาทิ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านภัทรียา สุมะโน ได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งใน การจัดตั้งกระทรวงการกีฬาในคราวประชุม ณ สภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลดังกล่าวแล้ว จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานราชการระดับกระทรวงเข้ามารับผิดชอบ ในภารกิจการกีฬาของประเทศในภาพรวมอย่างเปึนเอกเทศ

แต่กระทรวงการกีฬาที่ว่านั้นจะจัดตั้งขึ้นก็ต่อเมื่อมีความพร้อม ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา เตรียมความพร้อมตามความเหมาะสมที่จะเข้ามาบังคับบัญชาหรือกํากับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนดต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการกีฬาจึงเปรียบเสมือนฝาชีครอบภารกิจต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือนอาหารแต่ละจาน ดังที่ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาได้กรุณากล่าวไว้เบื้องต้นของการอภิปรายแล้วนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ โครงสร้างทางการกีฬาทั้ง ๓ ประการที่กระผมได้นําเสนอต่อสภาอันทรงเกียรตินี้ จะเปึน กลไกสําคัญในการขับเคลื่อนการกีฬาของประเทศ ทั้งในเรื่องการสร้างบุคลากรทางการกีฬา เพื่อรับใช้สังคม การมีองค์กรสําคัญเพื่อกําหนดทิศทาง และกํากับดูแลงานการกีฬาของ ประเทศ และการมีเจ้าภาพหลักในการดําเนิน กิจการการกีฬาในภาพรวมของประเทศ ซึ่งโครงสร้างทั้ง ๓ ส่วนจะบังเกิดเปึนผลเปึน รูปธรรมได้ก็ต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งรายละเอียดของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องนั้น ท่านทิวา การกระสัง กรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬา ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการด้านกฎหมายจะได้กรุณานําเสนอต่อสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ในลําดับต่อไป อย่างไรก็ตามกระผมมีความเชื่อมั่นว่าท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านคงจะมีความตระหนักถึง การกําหนดโครงสร้างทางการกีฬา ของประเทศดังที่กระผมได้นําเสนอไปแล้วนั้นว่าจะเปึนเครื่องมือของภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการที่จะสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการสร้างความเปึนเลิศในเชิง กีฬาของประเทศสมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกระผมจึงใคร่ขอความกรุณา จากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ได้โปรดให้การสนับสนุนแผนปฏิรูป การกีฬา ที่นําเสนอ โดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกี ฬา เพื่อเปึนแผนแม่บทในการพัฒนา การกีฬาของชาติด้วยครับ กระผมขอกราบขอบพระคุณครับ

นายทิวา การกระสัง กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน กระผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการกฎหมายการกีฬา ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน ให้ดูแลงานด้านกฎหมายว่าแนวในการปฏิรูปการกีฬานั้นมีความจําเปึนหรือไม่ที่จะ ร่างกฎหมายเข้าไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๗ กําหนดให้สภาปฏิรูป แห่งชาติสามารถเสนอกฎหมายที่จําเปึนในการปฏิรูปได้ แล้วข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘๐

กําหนดให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะนั้นสามารถศึกษาวิเคราะห์ถึงความจําเปึนในการที่จะ เสนอกฎหมายพร้อมกับรายงานนั้นได้ นอกจากนี้ในมาตรา ๓๕ วรรคท้ายกําหนดว่า ในการที่จะตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปนั้นต้องคํานึงถึงความจําเปึนว่า องค์กรนั้นสามารถดําเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปได้ เพราะเหตุนี้เองกรอบการปฏิรูป ที่สําคัญ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา โดยเฉพาะการก่อตั้งดําเนินการองค์กรใหม่ ไม่ใช่องค์กรใหม่โดยตรงนะครับ โดยมีการตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และกระทรวงการกีฬานั้นมีความจําเปึนจะต้องร่างกฎหมายเข้าไปด้วย สําหรับร่างกฎหมายแรก ที่ผมจะเสนอต่อสภานี้คือร่างกฎหมายพระราชบัญ ญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในรายงานนั้นกําหนดไว้ในหน้า ๑๘๑ เปึนต้นไป ผมจะเสนอเฉพาะบทบัญญัติที่สําคัญ ๆ เท่านั้นว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นมาจากไหน บัญญัติไว้ในมาตรา ๒ กับมาตรา ๓

โดยเฉพาะความสําคัญอยู่ที่มาตรา ๓ (๑) ที่บอกว่าให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ทําไมต้องบัญญัติ อย่างนี้ เนื่องจากว่าการก่อตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นเรายกฐานะขึ้นมาจากสถาบัน การพลศึกษา เมื่อยกฐานะจากสถาบันการพลศึกษาจึงต้องยกเลิกกฎหมายเดิม แล้วบังคับใช้โดยมาตรา ๕ มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้บอกว่าให้สถาบันการพลศึกษา ตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัตินี้ แสดงให้เห็นว่าการตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นไม่ได้ใช้ งบประมาณของรัฐอะไรเพิ่มขึ้นเลย โดยการยกฐานะจากสถาบันเดิมนั้น เพราะเหตุอะไร เราถึงต้องมีความจําเปึนขนาดไหนถึงต้องยกสถาบันการพลศึกษาขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยนั้น ทางกรรมาธิการหลายท่านก็อภิปรายเข้าไปแล้วนะครับ สาระสําคัญอีกอันหนึ่งนะครับ ผมจะไปเร็ว ๆ เลย เนื่องจากว่าในพระราชบัญญัตินั้นถ้าท่านสมาชิกอ่านทุกมาตราแล้ว ถ้าเห็นว่ามาตราใดมีส่วนที่จะต้องเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้การบังคับใช้นั้นสามารถดําเนินการได้ ก็ขอความกรุณาท่านเสนอแนะได้เลย ผมไปที่มาตรา ๘๑ บทเฉพาะกาล การก่อตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเมื่อสภานี้เห็นชอบในรายงาน และเห็นชอบในพระราชบัญญัตินี้ เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยหลักแล้วสามารถที่จะก่อตั้งได้ เห็นได้จากมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็ใช้ในรูปแบบเดียวกันนี้ ในมาตรา ๘๑ บอกว่า ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิภาระผูกพันทั้งปวง ข้าราชการ ลูกจ้าง อัตรากําลัง เงินงบประมาณ และรายได้ของสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬามาเปึนของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามพระรา ชบัญญัตินี้ การบังคับใช้ ตามบทบัญญัตินี้ก็เปึนการยกฐานะขึ้นโดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเปึนภาระแก่งบประมาณของรัฐ แต่อย่างใด สําหรับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินี้ กระผมขอความกรุณาท่านสมาชิกทุกท่าน เพื่อประโยชน์เปึนเครื่องมือในการสร้างบุคลากร ในการกีฬา เพราะเหตุว่าการกีฬาต่อไปนั้นเราไม่ได้มองการกีฬาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา แต่การกีฬานั้นนําไปใช้กับประชาชนทั้ง ๖๐ ล้านคน ขอความกรุณาท่านสมาชิก ทุกท่าน ถ้าท่านเห็นว่ามีบทบัญญัติในมาตราใดที่จะต้องเพิ่มเติมก็สามารถที่จะอภิปราย และแนะนําได้ ผมไปที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติว่าด้วย สภาการกีฬาแห่งชาติ สภาการกีฬาแห่งชาตินี้เกิดจากการศึกษาและวิจัยที่ผ่านมา

ของกรรมาธิการว่าแผนพัฒนาการกีฬาในแต่ละฉบับมาถึง ๕ ฉบับแล้วนี่ขาดเครื่องมือ ในการขับเคลื่อน เนื่องจากว่ารัฐบาลใดหรือรัฐมนตรีใดที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับการกีฬา ก็มีการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนา ถ้าหากรัฐมนตรีหรือรัฐบาลใดที่เห็นว่าการกีฬานั้น ไม่มีความสําคัญสําหรับประเทศหรือประชาชน ก็บริหารราชการหรือขับเคลื่อน น้อยกว่ากิจการอื่น เห็นได้จากแผนพัฒนาทั้ง ๔-๕ ฉบับนั้น อย่างแผนพัฒนาฉบับที่ ๕ นั้น ตัวชี้วัด ๑๐๐ ผ่านมา ๓ ป้ได้แค่ ๒๒ คะแนน เนื่องจากว่าขาดองค์กรในการขับเคลื่อนนั่นเอง ทางกรรมาธิการก็เลยมีการเสนอว่าองค์กรในการขับเคลื่อนนั้นควรจะมีองค์กรหนึ่ง ซึ่งทําหน้าที่ในการเสนอนโยบายแล้วก็ขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาครัฐและภาคประชาชนด้วย บทบัญญัติแห่งสภาการกีฬาแห่งชาติมีกําหนดไว้ในหน้า ๒๐๘ กระผมขอความกรุณา ท่านไปดูที่สาระสําคัญของสภานี้ โดยเฉพาะดูในมาตรา ๑๒ หมวด ๒ ว่าด้วยสภาการกีฬาแห่งชาติ มาตรา ๑๒ ท่านจะเห็นว่ามีสมาชิกหลายท่าน เคยอภิปรายว่าการตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตาม ส่วนมากจะตั้งนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ทําให้ไม่ค่อยจะมีเวลา ในการประชุม ขอความกรุณาว่าคณะรัฐมนตรีนั้นจะมีรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงาน ในแต่ละกระทรวงอยู่แล้วนะครับ

เพราะเหตุนี้ในมาตรา ๑๒ (๑) จึงบัญญัติให้นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปึนประธานนะครับ ท่านจะเห็นว่าในฝ์ายการเมืองในสภานี้ มีอยู่แค่ ๒ ท่าน ก็คือนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีที่กํากับดูแลในแต่ละกระทรวงนั้นเท่านั้น ท่านดูใน (๓) (๔) (๕) นะครับ จะมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ส่วนมาก เราให้ความสําคัญกับประชาชนหรือบุคลากรหรือบุคคลที่เกี่ยวกับการกีฬาทํา หน้าที่ ในการบริหารการกีฬานะครับ ทางกรรมาธิการเชื่อว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาสามารถรู้ว่า จะต้องพัฒนาอย่างไรนะครับ สิ่งสําคัญที่สุดเครื่องมือสําคัญที่สุดในการที่จะพัฒนากีฬา โดยเฉพาะเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน องค์กรหลักที่เปึนเครื่องมือ ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในรัฐธรรมนูญใหม่เรียกว่าองค์การบริหารท้องถิ่น กําหนดไว้ใน (๔) ของมาตรา ๑๒ ให้กรรมการสภาซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จํานวนสี่คน จาก ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คําว่า “แห่งประเทศไทย” ผู้แทนสมาคมกีฬาจังหวัด ผู้แทนสื่อมวลชน ด้านการกีฬา และผู้แทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น นะครับ ซึ่งก็เห็นว่าถ้ากระทรวงหรือ มหาวิทยาลัยส่งองค์ความรู้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นการขับเคลื่อนทางด้านการกีฬา ของประเทศก็จะสามารถประสบความสําเร็จได้ เนื่องจากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีเครื่องมือ ปัจจุบันนี้เราทราบปัญหาดีว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกฎหมาย ท้องถิ่นเองนั้นให้ท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงส่งเสริมสนับสนุนด้านการกีฬา แต่ไม่สามารถที่จะ ทําการพัฒนาด้านการกีฬาด้วยตนเอ งได้นะครับ เพราะเหตุนี้เอง เราจึงกําหนดไว้ ในมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ ที่บอกว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในรัฐธรรมนูญใหม่อาจจะใช้ คําว่า องค์การบริหารท้องถิ่น ซึ่งมีกฎหมายจัดตั้ง มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาด้านการกีฬา ต่อไปท้องถิ่นก็สามารถที่จะพัฒนา ด้านการกีฬาด้วยตนเองได้ ใช้งบประมาณได้โดยกระทรวงนั้นหรือสภาการกีฬานั้นมีหน้าที่ ในการส่งองค์ความรู้เข้าไปนะครับ แล้วก็ส่งนโยบายสนับสนุนพัฒนาด้านการกีฬาแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ถามว่าแล้วองค์กรใหม่หรือสภานี้จะใช้งบประมาณ ของรัฐอย่างสิ้นเปลืองหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ทางกรรมาธิการเรา คิดตลอดเวลาว่าเราจะไม่ตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณของรัฐบาล กําหนดไว้ในมาตรา ๒๒ นะครับ ให้ประธานสภา รองประธานสภา กรรมการสภา ที่ปรึกษา คณะกรรมการ อนุกรรมการ บุคคลและผู้เชี่ยวชาญ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น

ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หลัก ๆ ก็คือมีเบี้ยประชุมเฉพาะการประชุมเท่านั้น ไม่มีค่าตอบแทนในรูปของเงินเดือน เพราะฉะนั้นการสิ้นเปลืองงบประมาณจึงน้อย ทางกรรมาธิการเลยคิดว่าการตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นชอบ รายงานและเห็นชอบในกฎหมายฉบับนี้ก็ สามารถดําเนินการได้ในรัฐบาลนี้เลยนะครับ ส่วนกฎหมายฉบับต่อไปก็คือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเปึนเรื่องที่หนั กใจมากของกรรมาธิการ โดยเฉพาะในอนุกรรมาธิการ ปฏิรูป กฎหมายเอง เราจะเสนอกฎหมายนี้หรือไม่นะครับ ผมขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่ำนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า กระทรวงการกีฬานั้น ทางกรรมาธิการไม่ได้เสนอด้วยกรรมาธิการเอง แต่ได้มาจากการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทุกเวทีทั้งประเทศนี้นะครับ ลําดับแรกที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือต้องการให้มีกระทรวงของตนเองที่เกี่ยวข้องกับการกีฬานะครับ เนื่องจากประชาชน มองเห็นว่าการกีฬานั้นสามารถที่จะพัฒนาคนให้เปึนคนได้นะครับ สามารถที่จะสร้างคน ในชาติให้มีระเบียบ มีวินัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจากการที่เรามีกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ซึ่งเปึนกระทรวงที่มีภารกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือกระทรวงการท่องเที่ยวนั้น มีหน้าที่ในการหาเงินเข้าประเทศพูดตามภาษาชาวบ้านนะครับ แต่กระทรวงการกีฬานั้น เปึนเรื่องเกี่ยวกับสังคม ก็คือเรื่องการ ใช้เงินนะครับ แต่กีฬาในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เปึนกีฬา ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพชีวิต คุณภาพ หรือความเปึนเลิศ หรือเหรียญทองแต่อย่างเดียว

แต่กีฬาสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศแล้วก็เลี้ยงประเทศได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรามีเจ้าภาพของเราเองที่ชัดเจนคือมีกระทรวงการกีฬาที่รับผิดชอบแล้ว สามารถที่จะตอบโจทย์ในการพัฒนาการกีฬาของประเทศได้ จึงมีการเสนอว่าให้มี พระราชบัญญัติปรับ ปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปึนพระราชบัญญัติสั้น ๆ โดยแยกภาระ ทางด้านการกีฬาออกมาต่างหากให้รับผิดชอบ ก่อนที่จะมีการจัดตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ผมอาจจะไม่อธิบายในรายละเอียดของพระราชบัญญัตินะครับ ซึ่งมีอยู่ในรายงานแล้ว ถ้าหากท่านเห็นว่ากระทรวงนี้มีความจําเปึนอย่างไร หรือไม่มีความจําเปึนอย่างไร ท่านสามารถเสนอแนะต่อทางฝ์ายกฎหมายได้ แต่ความจําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องเสนอ กฎหมายฉบับนี้ต่อสภานี้เพื่อให้เห็นชอบนะครับ สุดท้ายนี้ผมหวังว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านเห็นความสําคัญของการกีฬา การกีฬาในรัฐธรรมนูญนี้เราไม่ได้คิด ถึง เรื่องของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาซึ่งเปึนบุคคลเฉพาะทาง แต่เราเห็นว่ากีฬานั้น สําคัญในการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนประเทศนี้ ซึ่งโลกพัฒนาต่อไป กีฬาก็พัฒนาต่อไป การพัฒนาต้องต่อเนื่อง ท่านก็จะเห็นว่าในการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ที่ผ่านมาทีมชาติจีนมีอายุเฉลี่ ยไม่เกิน ๒๒ ป้ ทีมชาติญี่ปุ์นก็เช่นเดียวกัน แต่ทีมชาติไทย มีอายุเฉลี่ยเท่าไรท่านก็เห็น เนื่องจากว่าประเทศเหล่านี้เขามีการพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬา ของเขาอย่างต่อเนื่อง มีเครื่องมือในการรับผิดชอบอย่างชัดเจนแต่ของเรานั้นยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นการกีฬาจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะปฏิรูปและมีองค์กรที่จะส่งต่อ ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนี้คิดว่าสภานี้ จะเห็นชอบในร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านประธาน มีอะไรจะสรุปเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าอย่างนั้นจะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายและให้ความเห็น กับวาระปฏิรูปเรื่องการกีฬาและร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ที่มีชื่ออยู่ขณะนี้ ๕ ท่านแรกก่อน คุณโกวิทย์ ทรงคุณ พันตํารวจ จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ คุณกาศพล แก้วประพาฬ คุณจําลอง โพธิ์สุข และคุณวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ

นายโกวิทย์ ทรงคุณ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๘ จังหวัดสุโขทัย ใคร่ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและท่านสมาชิกสภาปฏิรู ปแห่งชาติ

ทุกท่านได้ตระหนักถึงมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเปึนการแสดงออกถึงภูมิปัญญา ท้องถิ่นและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย โดยเปึนการพัฒนาสุขภาพอนามัยผสมผสานกับ การสร้างสัมพันธ์ในชุมชน ทั้งนี้สิ่งที่กระผมจะขอกล่าวถึงคือกีฬาพื้นบ้านครับ ก่อนอื่น กระผมใคร่ขอเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านทราบว่ากีฬาพื้นบ้านที่กระผม กล่าวนี้ไม่ใช่เพียงแต่ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน การละเล่นของไทยเท่านั้น แต่ถือได้ว่าเปึนการถ่ายทอดเอกลักษณ์ ถ่ายทอดวัฒนธรรม ถ่ายทอดวิถีไทยของท้องถิ่น ในส่วนภูมิภาคได้อย่างโดดเด่น ทั้งนี้การเล่นกีฬาพื้นบ้านยังมีคุณค่าในกายภาพครบถ้วน ทั้งทางกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญาและสังคม กล่าวคือร่างกายด้วยที่มีความเคลื่อนไหว การออกกําลังในลักษณะการเดิน การวิ่ง ทําให้กล้ามเนื้อแขนขามือและลําตั ว มีส่วนเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนทิศทางไปมา

ช่วยให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไว และความแข็งของกล้ามเนื้อ กล่าวได้ว่ามีประโยชน์ต่อ สุขภาพและอนามัยเปึนอย่างดี ท่านประธานที่เคารพ ไม่ทราบว่าปัจจุบันทางราชการ ได้รวบรวมและขึ้นทะเบียนการเล่นกีฬาพื้นบ้านไทยหลายชนิด ในพุทธศักราช ๒๕๕๘ นี้ ได้ขึ้นทะเบียนกีฬาพื้นบ้านหลายชนิด ได้แก่ แนดข้ามส้าว โค้งตีนเกวียน เสือข้ามห้วย งูกินหาง อีแต๊ก แข่งเรือ ตีนขอบกระด้ง เปึนต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนกีฬาในความทรงจํา ของท่านประธานและสมาชิกหลายท่าน แต่ในวันนี้กีฬาที่กําลังจะถูกลืมเลือนไป ได้รับการอนุรักษ์ และกําลังได้รับการพัฒนาเปึนกีฬาของชาติ ที่จะสร้างความภาคภูมิใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนในชาติได้เปึนอย่างดียิ่ง และช่วยส่งเสริมกิจกรรมร่วมกัน ช่วยปลูกฝัง ความรับผิดชอบร่วมกันของชุมชน ก่อให้เกิดน้ําใจนักกีฬา คือรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพและยอมรับการทํางานและการกระทําของคนในสังคม รู้จักรักษาสถานะของ ประชาชนที่อยู่ร่วมกันในสังคม จึงนับได้ว่ากีฬาพื้นบ้านคือคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ที่กระผมใคร่ขอฝากต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ และขอขอบคุณต่อคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กรุณาให้ความสําคัญต่อกีฬาพื้นบ้านเปึนอย่างดียิ่ง ขอขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณนะครับ เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ครับ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร สิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านการกีฬาที่เสนอมาในวันนี้ ผมคิดว่าเสนอมาระดับสูงคือระดับมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ แต่ได้มองข้ามไปว่า การกีฬาระดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด ท่านไม่ได้พูดถึงเลย เพราะฉะนั้น ผมก็ขอเสนอแนะ ที่มาก็คือจากการที่กระผมได้ไปรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน จากจังหวัดมุกดาหาร ประชาชนเขาได้เสนอแนะเลยว่าการปฏิรูปด้านกีฬาก็ควรจะมี โรงเรียนกีฬาประจําตําบล ในระดับประถมศึกษาในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าบางโรงเรียนที่สังกัด กระทรวงศึกษาธิการมีนักเรียน ๔๐-๕๐ คน ตําบลนั้นบางโรงเรียนมี ๔๐-๕๐ คน หรือบางโรงเรียนมี ๒๐ กว่าคนก็มี เพราะฉะนั้นโรงเรียนเหล่านี้ผมคิดว่าในตําบลหนึ่ง

ก็คัดออกไปเสีย โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยให้ไปเรียนร่วมกับโรงเรียนที่มีจํานวนมาก และโรงเรียนอันนี้ก็ให้เปึนโรงเรียนกีฬาประจําตําบล แล้วโรงเรียนกีฬาประจําตําบล ในระดับประถมศึกษาก็คือเริ่มตั้งแต่ประถมศึกษาป้ที่ ๑ จนถึงประถมศึกษาป้ที่ ๖ ให้องค์การบริหารส่วนตําบลหรือว่าเทศบาลเปึนผู้รับผิดชอบโรงเรียนได้รับงบประมาณ ไปดําเนินการ แล้วส่วนที่ ๒ ก็คือโรงเรียนอําเภอให้มีเสีย ๑ แห่ง โรงเรียนกีฬาอําเภอ ก็รับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาป้ที่ ๖ แล้วระดับจังหวัด อย่างน้อยก็มีวิทยาลัยกีฬาจังหวัด ก็เรียนระดับ ปวช. หรือว่าระดับ ปวส. หลังจากจบแล้ว ก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ อันนี้มันจะเปึนระดับขั้นตอนนะครับ เพราะว่า ในเยาวชนเด็ก ๆ เขาก็อยากจะเล่นกีฬา อยากเรียนกีฬาเฉพาะทางเหมือนกัน จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันนี้โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา

ครูพลศึกษาบางโรงเรียนไม่มีนะครับ หรือมีก็มีคนเดียวแล้ว ผอ. สั่งให้ไปทําอะไรครับ ให้เปึน ครูปกครองนักเรียนไม่ได้สอนกีฬาครับ เปึนครูปกครองนักเรียนไปดูนักเรียนเกเรแค่นั้นเอง อันนี้เปึนความเสียหายอย่างมหันต์เลยนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาเสนอมาในวันนี้ถือว่าเปึนการบุกเบิ กการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในด้านกีฬา แล้วที่สําคัญก็คือการยกฐานะการกีฬาซึ่งเปึนส่วนหนึ่งในกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาขึ้นมาเปึนกระทรวงถือว่าเปึนการยกระดับนะครับ ยกระดับของคน บุคลากร ในประเทศไทยให้มีความโดดเด่นหรือว่าสร้างความสามารถเพิ่มขึ้นให้กับคน แล้วก็เปึนที่ ยอมรับของนานาชาติ เจ้าหน้าที่อยู่ในสังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ส่วนใหญ่แล้วถ้า ผอ. คนนั้นมาจากท่องเที่ยวก็จะดูแต่เรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียวครับ การกีฬาไม่รู้เรื่องเลยไม่สนใจเลย สโมสรหรือว่าสมาคมกีฬาเขาก็ไปหาคนโน้นคนนี้ อยากจะให้สนับสนุนไปถาม ผอ. ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดก็บอกผมไม่มีควำมถนัดครับ เพราะว่าผมมาจากท่องเที่ยว กีฬาผมไม่รู้เรื่องเลย แข่งกีฬาที่ไหนผมไม่ไป ผมไม่รู้ไม่สนใจ แล้วสนามกีฬากลางจังหวัดนี่นะครับ ก็อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด อันนี้ละครับ ที่ผมหารือเมื่อเช้าอยากจะให้มีสนามมวยประจําจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมันเปึนเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่กีฬา กีฬาเด็ก ๆ นะครับ นักมวยเด็ก ๆ ชกกันในโรงเรียนมันก็เริ่มต้นไปจากนี้และการกีฬาที่ชื่นชมในป้นี้ก็คือการแข่งขันที่อาเซียน ปรากฏว่าประเทศไทยของเราได้เหรียญมาเปึนจํานวนมาก แล้วเหรียญจํานวนมากที่ว่านี้ ส่วนใหญ่ก็จะเปึนนักกีฬาศิลป่นเดี่ยว นักมวยบ้าง นักวิ่ง นักอะไร นักยกน้ําหนักพวกนี้ นักว่ายน้ําเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการกีฬาก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก ๆ นะครับ อันนี้ ผมขอยกตัวอย่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เขาเล่นยิมนาสติกนะครับ เด็กตัวเล็ก ๆ เริ่มตั้งแต่อนุบาลนะครับ ทําให้กระดูกอ่อนทั้งตัวได้อย่างไร ก็ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ถ้าปัจจุบันนี้โรงเรียนไม่ได้ส่งเสริมการกีฬาของกระทรวงศึกษาธิการถือว่าการกีฬา ไปอยู่กับการท่องเที่ยว กระทรวงศึกษาธิการจึงไม่สนใ จด้านการกีฬาไม่มีการส่งเสริม พอเด็กโตขึ้นมาแล้วกระดูกมันแก่ครับ ไม่สามารถที่จะฝ๊กหัดให้มันเก่งได้ เพราะฉะนั้น ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตว่าการกีฬาต้องเริ่มตั้งแต่ระดับตําบล ระดับอําเภอ ระดับจังหวัด แล้วก็ ระดับประเทศ ระดับชาติ แล้วก็ระดับโลกในโอกาสต่อไป กราบขอบคุณครับ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกาศพลครับ

นายกาศพล แก้วประพาฬ

กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายกาศพล แก้วประพาฬ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๐๒ จากจังหวัดกาญจนบุรี ท่านประธานผมขออนุญาต ใช้เวลาตรงนี้เพียงเล็กน้อยนะครับ เพื่อที่จะเรียนถึงข้อเสนอนะครับ ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ทั้งหมด ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับรายงานและร่างกฎหมายที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมาทั้งสิ้นนะครับ ผมมีเพียงประเด็นที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนําผล และแนวทางปฏิบัติในครั้งนี้ไปสู่ความสําเร็จนะครับ ได้ ๒ ประการเท่านั้นเองครับ ประการแรกครับท่าน เมื่อสักครู่นี้ท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ขอประทานโทษที่เอ่ยนามครับ ท่านครับ ท่านได้กล่าวถึงท่านได้นํา โครงการทีมกีฬาที่ชั้นนําของโลกที่มีชื่อเสียงนะครับ ไปเผยแพร่ให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงท่านได้ทําสื่อซีดี (CD) นะครับ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ไปเผยแพร่ในโซเชียล มีเดีย (Social media) ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ดีนะครับ ท่านควรจะนําไปขยายผลเพราะว่าเรื่องแบบนี้จะทําให้คนที่อยู่ในต่างจังหวัด ที่อยู่ห่างไกล เขาได้มีโอกาสได้เข้าถึงแล้วง่ายด้วยครับ

ถ้าให้เขาได้สัมผัสกับนักกีฬาที่มีชื่อเสียงจริง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านได้กรุณาทําตรงนี้ ต่อไปครับ ผมขอชื่นชมแล้วก็ขอให้ดําเนินการตรงนี้ต่อไปเพราะว่าอยากให้เพิ่มกีฬา ให้มากชนิดกว่านั้นด้วยนะครับ กีฬาที่เปึนแรงบันดาลใจหลัง ๆ นี้มีเยอะ ไม่ว่าจะเปึน แบดมินตัน นอกเหนือจากที่ท่านได้กล่าวมา ๕-๖ ชนิดกีฬาแรก ๆ นะครับ กีฬาบางชนิด เด็ก ๆ อาจจะอยากจะเล่นนะครับ เมืองไทยเปึนเมืองน้ําแล้วก็ได้รับเหรียญมาอย่างชนิด คาดไม่ถึง โปโลน้ําอย่างนี้อาจจะมีองค์ความรู้จัดระบบให้เปึนเรื่องเปึนราวเปึนหมวดเปึนหมู่ อยู่ในองค์ความรู้ของการให้เผยแพร่ความรู้กับการกีฬา อันนี้ฝากให้กําลังใจท่านดําเนินการ ต่อนะครับ ในประการที่ ๒ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งอีกเหมือนกัน ในแนวทางของการปฏิรูป การกีฬา (๔) ท่านเขียนว่าให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุน และดําเนินการด้านการกีฬาแก่ประชาชน ในพื้นที่ให้บริการ อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ท่านครับ ผมว่าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น เขาเต็มใจนะครับ ที่จะรับนโยบายแนวทางหลักของท่านไปดําเนินการ อย่างไรก็ตามครับผมคิดว่าในการปฏิบัติ ที่ผ่านมามันจะมีข้อสะดุดอยู่บ้าง มีอุปสรรคเล็กน้อย ความอยากจะทําของท่านผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะถูกทักท้วงในความไม่ถูกต้องจากผู้ตรวจสอบ ซึ่งอีกฝัืงหนึ่ง ก็มีเจตนาดีนะครับ อีกฝัืงหนึ่งก็อยากจะทํางาน อีกฝัืงหนึ่งก็อยากจะปกปัองรักษาภาษีอากร ให้ใช้เงินอย่างเหมาะสมครับ ตรงนี้ถ้าท่านหาช่องทางที่จะเกิดทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้ทํางาน ได้อย่างสบายใจระหว่าง ๒ ฝ์าย ฝ์ายตรวจสอบก็เห็นด้วยนะครับ ฝ์ายบริหารท้องถิ่น ก็ใช้งบประมาณได้อย่างถูกต้อง สบายใจเกิดความชัดเจน ผมคิดว่าการกีฬาของเราจะได้ มีคนเข้ามาช่วยในการส่งเสริมและสนับสนุนได้มากขึ้น ผมขอฝากประเด็นไว้ตรงนี้ เพียง ๒ ประเด็น ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณจําลอง โพธิ์สุข ครับ

นายจําลอง โพธิ์สุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ปฏิรูป การกีฬา ท่านสมาชิกผู้ทรง เกียรติทุก ท่านครับ กระผม จําลอง โพธิ์สุข สปช. หมายเลข ๐๕๐ จากจังหวัดชัยนาท ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะเสนอในส่วนของรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะเรื่อง แผนปฏิรูปการกีฬาและร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับโดยย่อนะครับ ประเด็นที่ ๑ ในส่วนที่อยู่ใน

กฎหมายการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยเฉพาะในเอกสารหน้า ๑๘๕ ในมาตรา ๑๙ คือเรื่องของกรรมการสภามหาวิทยาลัย มีข้อสงสัยนะครับว่าท่านนายก สภามหาวิทยาลัยกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเปึนผู้ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส่วนกรรมการท่านอื่นไม่ได้เปึนกรรมการ ที่จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ผมไม่ทราบเหตุผล ตรงนี้นะครับ นี่เปึนประเด็นข้อสังเกต เพียงประเด็นเดียวนะครับในกฎหมายฉบับนี้ ประเด็นที่ ๒ ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติก็ดี หรือการจัดตั้ง สภาการกีฬาแห่งชาติก็ดี หรือในส่วนที่จะเปึนการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาขึ้นมานี้นะครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็เปึนห่วงในประเด็นของฟังก์ชัน (Function) ภารกิจหน้าที่ขององค์กร ที่จะเกิดขึ้นใหม่ แล้วก็กลไกที่เรามีเปึนองคาพยพอยู่เดิม ตรงนี้ก็ยังไม่ชัดเจนนะครับ ก็ฝากไปถึง คณะกรรมาธิการ ต้องมีรายละเอียดต้องมีให้ชัดเจนด้วยนะครับ เรามีการกีฬาแห่งประเทศไทย ผมอยู่ที่จังหวัดนี่ เรามีหน่วยงานเรื่องของการกีฬา คือมีสํานักงานการท่องเที่ยวและ กีฬาจังหวัด เมื่อกี้มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปว่า เนื่องจากว่าเรามีการปฏิรูปกันเมื่อคราวก่อนโน้น ก็เลยมีสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเปึนหน่วยงานภูมิภาค ทางจังหวัดก็ได้รับ การสนับสนุนการทํางานในส่วนของเรื่องการท่องเที่ยวก็ดี เรื่องกีฬาก็ดีนะครับ

แต่เนื่องจากว่าบางจังหวัดท่านผู้อํานวยการท่านก็มาจากฝัืงของทางพลศึกษา ท่านก็ไม่รู้เรื่อง ท่องเที่ยว บอกช่วยทําแผนท่องเที่ยวหน่อย ท่านก็บอกว่าผมก็ได้แค่นี้ละครับท่านผู้ว่า ก็เข้าใจกัน ผมคิดว่าสภาพแบบนี้ก็มีกันทั้งบ้านทั้งเมืองก็ว่าได้ โดยเฉพาะการทํางาน ในภูมิภาค ตรงนี้ถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการทําผลงานในเรื่องนี้สําเร็จ มีการแยกเรื่องของ การกีฬาออกมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สําเร็จ ผมคิดว่าเปึนผลงานชิ้นโบแดง ที่สุดของกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็สภาปฏิรูปแห่งชาติของเราด้วย ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ตรงนี้นะครับ แต่ก็อดเปึนห่วงไม่ได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภารกิจหน้าที่ที่จะจัดกัน ให้ชัดเจนระหว่างองค์กรที่จะเกิดขึ้นใหม่ ถ้าเกิดมีขึ้นจริงกับส่วนที่เปึนองคาพยพเดิม โดยเฉพาะในภาคส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในประเด็นสุดท้ายเปึนประเด็น รายละเอียดปลีกย่อย เปึนข้อมูล ขออนุญาตไปดูที่เอกสารหน้า ๔๔ ในหน้า ๔๔ ตารางที่ ๕.๒ กับ ๕.๓ ผมคิดว่าอาจจะสลับกัน ทับซ้อนกันอยู่ ผลงานของนักกีฬาไทย ในเอเชียนเกมส์ ในหน้า ๔๔ กับผลงานนักกีฬาไทยในซีเกมส์ ในหน้า ๔๔ กีฬาเอเชียนเกมส์ ป้ ๑๙๗๐ ที่กรุงเทพฯ น่าจะไม่ถูกต้อง น่าจะเปึนป้ ๑๙๖๖ อาจจะเปึนข้อมูลที่ทับซ้อน ไปยกมาจากหน้า ๔๕ ผมจําได้ว่ากีฬาเอเชียนเกมส์ ที่ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพครั้งแรก คือป้ ๑๙๖๖ ที่เราได้ ๑๒ เหรียญทองอะไรประมาณนี้นะครับ รายละเอียดผมขออนุญาต ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการได้ช่วยแก้ไขตรงนี้ เพราะถือว่าเปึนข้อมูลที่สําคัญ เปึนการจดจารึก ประวัติศาสตร์ความสามารถของนักกีฬาของบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ ถูกต้องด้วยนะครับ ผมคงมีประเด็นที่จะเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ ครับ

นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๘๒ จังหวัดพิจิตร กระผมใคร่ขอ กราบเรียนต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติผ่านไ ปยังคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ได้กรุณาให้ความสําคัญการกีฬาวิถีไทย ซึ่งเปึนการยกระดับกีฬาที่เปึนของท้องถิ่นไทย ตั้งแต่สมัยโบราณให้คงอยู่เคียงคู่ประเทศ โดยมีการบันทึกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา และเปึนมรดกทางปัญญาของกีฬาวิถีไทย ที่อดีตพระมหากษัตริย์ไทย

ที่สําคัญพระองค์หนึ่ง กระผมขอพระบรมราชานุญาตที่จะกล่าวถึงพระนามอันเกรียงไกร คือองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรงโปรดปรานแข่งขันกีฬาชนไก่ และมีการบันทึกว่าเคยทรงแข่งขันกีฬานี้ในขณะที่ทรงพระสถานะเปึนองค์ประกันที่ต่างแดน ดังนั้นกีฬาที่กระผมจะกล่าวต่อไปนี้ก็คือกีฬาวิถีไทย ซึ่งประกอบไปด้วยกีฬาชนไก่ กีฬาปลากัด กีฬาวิ่งควาย กีฬาวัวลาน และกีฬาวัวชน และกีฬาการแข่งขันกีฬานกเขา ตลอดจนกีฬาพื้นถิ่นอื่ นที่ใช้สัตว์เปึนการแข่งขันครับ ท่านประธานครับ กีฬาวิถีไทย ที่กระผมกล่าวถึงนี้ถือได้ว่าเปึนการพัฒนามาจากการละเล่นของไทยในท้องถิ่น เพื่อให้เกิด ความสนุกสนานตามประเพณี หรือมีการแข่งขันในวันนักขัตฤกษ์ของไทยแต่โบราณ โดยมุ่งเน้นการนําสัตว์เลี้ยงในครัวเรือนมาทําการแข่งขันเพื่อความสนุกสนาน และสร้างให้เกิด น้ําใจนักกีฬา คือการยอมรับกติกา รู้จักยาการกีฬา คือรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ก่อให้เกิด การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของสัตว์ที่ใช้ในการแข่งขัน

นอกจากนี้ในระหว่างการแข่งขันผู้ชมสามารถออกกําลังกายโดยกระโดดโลดเต้น ลุกนั่ง เหยียดแข้งเหยียดขา ซึ่งจะช่วยให้มีการเคลื่อนไหวในร่างกายเพื่อสุขภาพกาย และมี การตะโกนเชียร์ซึ่งเปึนการพัฒนาปอดและอวัยวะภายใน ทั้งนี้เปึนการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการเคารพกติกา การมีส่วนร่วมของคนในสังคมเปึนอย่างดีครับท่านประธาน ในปัจจุบันนี้สังคมไทยเปึนที่ยอมรับในกีฬาวิถีไทยมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีกฎหมายกําหนดว่า มีบางชนิดกีฬาที่เปึนการพนัน ซึ่งความจริงแล้วเจตนาของการจัดกีฬา วิถีไทยต่างมุ่งเน้น ในเรื่องของการแข่งขันเพื่อความสนุกสนาน เพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างประชาชน ในชุมชนและต่างชุมชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ดังนั้น การตีความว่ากีฬาวิถีไทยเปึนส่วนหนึ่งของการพนันจึงเปึนเรื่องที่น่าเสียใจ และควรได้รับ การแก้ไขให้ถูกต้องทั้งในเรื่องวิธีคิด วิธีปฏิบัติ กระผมจึงใคร่ขอฝากต่อสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ และขอความกรุณาคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้กรุณาพิจารณาต่อเรื่องดังกล่าวนี้ด้วยครับ และหากท่านมีความประสงค์จะขอรับข้อมูลในเรื่องกีฬาวิถีไทยในพื้นที่จังหวัดพิ จิตรของผม และขอข้อมูลวิถีไทยในภูมิภาคทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ผมยินดี ให้การสนับสนุนให้ข้อมูลแก่ท่านทุกท่านในทุกประการครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๕ ท่าน คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ คุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี คุณภัทรียา สุมะโน และคุณสรณะ เทพเนาว์ เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ และท่านสมา ชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ทุกท่านนะครับ วันนี้ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาได้นําเรื่องของการปฏิรูปกีฬามาเสนอกับทาง สภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๒ จากจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีสถาบันการพลศึกษาซึ่งถือว่าเปึนแหล่งสําคัญ ในการที่จะปฏิรูปเรื่องการกีฬา วันนี้ผมอยากจะนําเรียนว่าคนไทยมีความสุขนะครับ ที่เราได้เห็นการแข่งขันกีฬาของประเทศไทยไปสู่ระดับโลกนะครับ เราเห็นการถ่ายทอดสด มวยชิงแชมปีโลก เราเห็นฟุตบอลของเราไปสู่ในระดับอาเซียน ในระดับเอเชียนะครับ เราเห็นวอลเลย์บอลที่ไปถึงระดับโลก การถ่ายทอดซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมป่ก แม้กระทั่ง กีฬาคนพิการ ประเทศไทยของเรามีการพัฒนาขึ้นมามากนะครับ ซึ่งนอกจากสร้างความสุข

ความภูมิใจของคนไทยแล้วก็เรียกว่าเปึนการสร้างความสามัคคีให้กับคนไทยในฐานะที่ บ้านเมืองของเราช่วงนี้ยังมีความแตกต่างทางความคิดเห็นนะครับ ผมว่ากีฬาก็เปึนเครื่องมือหนึ่ง ที่จะทําให้เกิดความสามัคคีในบ้านในเมืองของเรานะครับ การกีฬาไทยในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เหลือเชื่อความก้าวหน้าเปึนไปได้เยอะนะครับ เช่น ใครจะคิดว่ายกน้ําหนักประเทศไทย จะไปชิงได้เหรียญทองโอลิมป่ก ใครจะเชื่อว่าวอลเลย์บอลไทยจะไปแข่งกับจีน ชนะจีน ชนะญี่ปุ์นได้เข้าไปสู่ระดับโลกได้ ใครจะเชื่อล่ะครับว่าฟุตบอลเราเริ่มมีการพัฒนาลีก (League) ฟุตบอลซึ่งสามารถจะเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการมีผู้ชมมาชม การแข่งขัน เสื้อฟุตบอลขายได้เยอะแยะ นี่คือผลการพัฒนาด้านกีฬาของประเทศไทยนะครับ ทีนี้เราทุกคนก็ทราบว่าการกีฬาของไทยจําเปึนต้องมีการสนับสนุนนะ ครับ ต้องขอชื่อชม คณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาที่ทําข้อมูลมาเรียกว่าสมบูรณ์แบบมาก ๆ นะครับ โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านยุทธศักดิ์ ศศิประภา บอกว่าในฝาชีที่มีอาหารเรียงกันหลาย ๆ อย่างมันจําเปึนจะต้องมียุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ที่จะมาปฏิรูปเรื่องของการกีฬา ซึ่งผมจะขออภิปรายก็คือเรื่องของมหาวิทยาลัยการกีฬำแห่งชาติ ซึ่งในทุกบริบทของ การจะพัฒนาการปฏิรูปกีฬา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของปฏิรูปสภาการกีฬาแห่งชาติ การปฏิรูป กระทรวง ทบวง กรม หรือการปฏิบัติการกีฬาตั้งแต่รากหญ้า ตั้งแต่ตําบล หมู่บ้าน จนถึงระดับชาติ

ผมคิดว่ามหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติเปึนหัวใจในการเชื่อมโยงในทุกส่วนเพื่อจะสร้าง องค์ความรู้ในการปฏิรูปการกีฬาอย่างยั่งยืน เพราะมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติน่าจะเปึน ผู้สร้างผู้เชี่ยวชาญในส่วนต่าง ๆ เช่น ในโลกนี้เราแข่งขันฟุตบอลนี่เกิดมีการบาดเจ็บเรื่องกีฬา ประเทศอังกฤษ หรือประเทศกรีซ ยุโรปทําอะไรได้ผมคิดว่าประเทศไทยก็ต้องทําได้ ซึ่งองค์ความรู้พวกนี้ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แล้วก็ส่วนที่เกี่ยว ข้องต้อง มีการเรียนรู้ มีองค์ความรู้ มีผู้เชี่ยวชาญในทุกส่วน แล้วก็รู้จริง แล้วก็รู้ในระดับของโลก ที่นานาอารยประเทศเขารู้นะครับ แล้วก็ศาสตร์ของการเปึนโคช (Coach) การฟุ๋นฟู สมรรถภาพผู้ฝ๊กสอนต่าง ๆ เราต้องมีความรู้จริง ซึ่งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติก็ได้เปึน คําตอบคําตอบหนึ่งเปึนศูนย์รวมความคิดของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์รวมเทคโนโลยี การกีฬา การจัดกีฬาเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อย่างเช่นเราจะลงทุนเรื่องของการกีฬา เราต้องคิดว่าทําอย่างไรจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่นทางคุณเนวิน ชิดชอบ ในการสร้าง เรื่องของบุรีรัมย์ยูไนเตด ก็เปึนเคส สตัสดี (Case study) หนึ่งที่ว่าการกีฬาสามารถจะทําให้ เศรษฐกิจของทั้งจังหวัดทั้งประเทศไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า ประเทศไทยเราจะต้องมาทําเรื่องกีฬาอย่างเปึนระบบเปึนรูปแบบ ซึ่งการจะจัดตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติมันต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างเยอะ แล้วการที่จะทําให้เกิด ประโยชน์แล้วก็คุ้มทุนก็คือการที่จะพัฒนาสถาบันการพลศึกษาซึ่งเรามีอยู่แล้ว ๑๗ สถาบัน แล้วก็มีบุคลากรที่มีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งการจะไปจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ขึ้นมาผมคิดว่าคงจะ ไม่เหมาะสมเพราะว่าการจะจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ขึ้นมาก็คงจะต้องใช้งบประมาณ ที่ค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ บอกว่าไม่สนับสนุน ให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ขึ้นมา แต่เปึนการหลอมรวม ควบรวม เช่นมหาวิทยาลัย กาฬสินธุ์ที่ผ่านมาก็เกิดจากการควบรวม ผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าเราจะจัดการสถาบันการพลศึกษา ทั้ง ๑๗ วิทยาเขต ให้เปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติจะเกิดคุณูปการให้กับการกีฬาของ ประเทศไทยในทุก ๆ มิติ และจะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการกีฬา การท่องเที่ยวหรือส่วนที่จะทําให้คุณภาพของการกีฬาของเราไปสู่ระดับโลก มหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติจะเปึนคําตอบ และขอฝากสุดท้ายก็คือว่าโรงเรียนกีฬาที่เกิดขึ้นผมอยาก ฝากว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาหรื อสถาบันการพลศึกษาทั้ง ๑๗ สถาบันควรจะมีโรงเรียน การกีฬาในทุกวิทยาเขตโดยอาจจะจัดการควบรวมกับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาหรือ

โรงเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างโรงเรียนการกีฬาซึ่งเรามีความพร้อม เรื่องอาคารสถานที่ของสถาบันการพลศึกษาในแต่ละจังหวัดนั้นอยู่แล้วครับ ขอนําเรียนแล้วก็ สนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ครับ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูนครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผ่านมาไม่นานนี้พี่น้องคนไทยทั้งชาติต่างได้แสดงความชื่นชมยินดีกับนักกีฬาไทยที่ประสบ ความสําเร็จและได้รับเหรียญในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ผ่านมา ทุกคนต่างมีหัวใจอันเดียวกัน ว่ากีฬาของไทยนั้นไม่ด้อยไปกว่าชาติอื่น ๆ ในโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ผลของ ความสําเร็จดังกล่าวนั้นจะมีไม่ได้เลยหากมิ ได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่นโดยเฉพาะจาก สมาคมกีฬาจังหวัด เราคงไม่ปฏิเสธนะครับว่านักกีฬาระดับชาตินั้นผ่านการกลั่นกรอง การฝ๊กซ้อมจากกีฬาแห่งชาติ กีฬาระดับภาค

แล้วก็คัดตัวไปสู่ทีมชาติ แล้วก็ได้เหรียญทอง หรือเหรียญรางวัลต่าง ๆ มาให้คนไทยได้ชื่นชม ยินดี แต่เบื้องหลังของความสําเร็จนั้นก็อยู่บนความเศร้าของสมาคมกีฬาจังหวัด และความเศร้าของฝ์ายสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันนี้จะไปถำมว่า สมาคมกีฬาจังหวัดนั้นจะเอาเงินมาจากไหน ในการที่จะดูแลนักกีฬา ในการที่จะฝ๊กฝน นักกีฬาให้มาเปึนเลิศได้รับเหรียญรางวัลได้ ครั้นที่จะให้นายกสมาคมเปึนผู้จ่ายผมคิดว่า คงไปได้ไม่ไกลละครับท่านประธานครับ เพราะว่าไม่มีใครที่จะได้ผลประโยชน์อะไรเลย จากสมาคมกีฬาจังห วัด แล้วใครล่ะครับที่จะสนับสนุนให้นักกีฬาของไทยเราได้รับ เหรียญรางวัลต่าง ๆ ถ้าทางภาคราชการยังไม่เอื้อมมือที่จะไปสนับสนุน ผมขออนุญาตในฐานะ ที่เคยอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาว่าในปัจจุบันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่สามารถที่จะให้เงินสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัดได้ เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เคยสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัดนั้น ถูก สตง. เรียกเงินคืน ท่านไปดูได้เลยครับว่าทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในขณะนี้กําลังระส่ําระสาย แล้วก็ทุกวันนี้สมาคมกีฬาจังหวัดไปขอรับเงินสนับสนุน ทุกคนปฏิเสธที่จะให้การสนับสนุน เพราะทาง สตง. อ้างว่าการที่จะให้เงินสนับสนุนสมาคมกีฬานั้น ไม่เปึนภารกิจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านทั้งหลายครับ โดยเฉพาะขออนุญาตฝากไปถึง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาว่าทําอย่างไรที่จะสร้างความเข้ำใจระหว่างกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เปึนหน่วยงานที่กํากับดูแลการปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ได้ทําหนังสือชี้แจงแล้วก็ออกระเบียบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาจังหวัดได้ แม้ว่าสมาคมกีฬาจังหวัดหลายแห่งเมื่อได้รับ เงินไปแล้ว ไม่นําเงินไปทําตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ก็ต้องไปเรียกจากสมาคมนั้น ๆ ไม่ใช่มาเรียกคืน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือผู้จ่ายได้ แล้วก็ทําความเข้าใจกับ ฝ์ายตรวจสอบคือ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินว่าเวลานักกีฬาไทยเราได้รับเหรียญทองมา คนไทยต่างชื่นชมยินดี ทําอย่างไรที่จะสนับสนุนการกีฬาของไทยนั้นให้มีความเจริญก้าวหน้าได้ ถ้าเราไม่เริ่มจาก ก เราก็จะไม่มี ฮ อย่างทุกวันนี้นะครับ สมาคมกีฬาจังหวัดเปรียบเสมือนเปึน ก ที่จะฝ๊กฝนนักกีฬาให้สู่ความเปึนเลิศ ท่านประธานครับ คนไทยเรานั้นไม่สามารถที่จะจบ การศึกษามาเปึนแพทย์ เปึนพยาบาล เปึนวิศวกรได้ทุกคน การกีฬาส่วนหนึ่งที่ บางท่านมีความสามารถทางด้านกีฬา ก็สามารถที่จะประสบความสําเร็จในชีวิตได้

โดยใช้กีฬา จากกีฬาระดับสมัครเล่นไปสู่กีฬาระดั บอาชีพได้ ก็สามารถที่จะใช้กีฬา เปึนการประกอบอาชีพต่อไปได้ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับสมาคมกีฬาจังหวัดให้สามารถ เกื้อหนุนกันได้ในการที่พัฒนากีฬาของประเทศไทยต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาทุกท่าน และสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ และผู้มีเกียรติที่รับฟังแล้วก็รับชมในการอภิปรายครั้งนี้ ดิฉันขอสนับสนุน ด้านกีฬา ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี รหัส ๐๑๓ ด้านสังคม

การกีฬามีความสําคัญมากเปึนการแก้ปัญหาด้านสังคม การกีฬาส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เปึนเครื่องมือในการแก้ปัญหาด้านสังคม จึงสมควร เปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิรูปการกีฬาในระดับท้องถิ่น ชุมชน ตําบล อําเภอ จังหวัด สู่ระดับชาติอย่างเปึนระบบ และมีเสถียรภาพ ลดค่าใช้จ่ายด้านกระทรวงสาธารณสุข ด้านเจ็บป์วย ด้านพื้นฐานอนามัยหรือโรงพยาบาล กีฬาเปึนการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ สร้างชาติ ข้อ ๒ การกีฬามีความสัมพันธ์ แล้วก็มีความสําคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ เปึนกลไกสําคัญเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดี สังคมน่าอยู่ ให้อยู่กับประชาชนในชาติ เปึนเครื่องมือในการรวมจิตใจของประชาชนเปึนหนึ่ง ข้อ ๓ การปฏิรูปครั้งนี้เปึนการสร้างให้ กลไกของรัฐสามารถให้บริการประชาชนทุกระดับได้อย่างทั่วถึง อาศัยกีฬานะคะ การสร้าง จิตสํานึกของประชาชนให้รู้รักสามัคคี ความสามัคคี มีน้ําใจ มีวินัย และสร้างความปรองดอง ของการเคารพสิทธิ เคารพกติกาและเงื่อนไขการอยู่ร่วมกันขอ งคนในชาติ ทําให้คน ออกกําลังกาย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ข้อ ๔ การกีฬาจะเปึนการสร้างวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์การกีฬา กีฬาสร้างชาติ โดยยุทธศาสตร์ที่ ๖ การสร้างสัมพันธภาพและแสดง ศักยภาพทางการกีฬาสู่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน สู่อาเซียน สู่โลกในอนาคต เช่น การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาเพื่อสันติสุขของชายแดนภาคใต้ และความมั่นคงก็จะเกิดขึ้น เปึนการส่งเสริมกีฬา ต่อไปนะคะ ให้เกิดกีฬาชายแดน ๔ ภาค จากภาคใต้ไปสู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน เกิดการรู้รักสามัคคี เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อัตลักษณ์ กีฬาผู้นําท้องถิ่น กีฬากลุ่มแม่บ้าน เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เชื่อมโยงการติดต่อเศรษฐกิจชุมชน เปึนการลด ค่าใช้จ่ายในอนาคต กีฬาสร้างสัมพันธ์ สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง สร้างเศรษฐกิจมากมาย ระดับชุมชน ท้องถิ่น ตําบล อําเภอ จังหวัด ประเทศ แล้วก็ประชาชนที่จะเข้าไปเปึน ประเทศอาเซียน สร้างรายได้ อยากจะให้เติมเต็มพัฒนากีฬา ๔ ภาค ให้มีวิทยาลัยกีฬา แล้วก็มีศูนย์กีฬาระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล ระดับจังหวัด เพื่อให้คนรู้รัก รู้จักดูแลตัวเอง ก่อนที่จะไปดูแลสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาล ดังนั้นดิฉันขอสนับสนุนในด้านกีฬาให้มีกีฬา ที่มากกว่านี้ในโรงเรียน ในชายแดนภาคใต้ตอนนี้ ๓ จังหวัดไม่สงบ เมื่อมีกีฬาสันติสุข ชาวใต้ก็ยินดี ยิ้มแย้ม ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา รัฐบาล แล้วก็แม่ทัพ ภาคที่ ๔ อยากให้มีกีฬา ๔ ภาค แล้วก็เปึนการพัฒนาความสัมพันธ์ สร้างเครือข่าย ระดับนานาชาติ ขอขอบคุณคนไทยทุกคนนะคะที่จะมี พ.ร.บ. กีฬา จะมี พ.ร.บ. เกี่ยวกับ

การกีฬา อยากจะให้มีการกีฬาแยกจากการท่องเที่ยว กระทรวงการกีฬาก็กระทรวงการกีฬา กระทรวงท่องเที่ยวก็ท่องเที่ยว งบประมาณจะได้ทั่วถึงรากหญ้า ไม่ใช่เปึนการแก้ปัญหา ปลายเหตุ นี่เปึนการแก้ปัญหาตรงจุดแล้วก็เปึนการแก้ ปัญหาต้นน้ําค่ะ ขอสนับสนุน คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ขอให้เปึนกีฬาสร้างชาติ สร้างคน ขอให้ประสบความสําเร็จ กีฬาอยู่ในจิตใจของคนทุก ๆ คน ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีกีฬาทางด้านเรือ แล้วก็แม่ฟัาหลวงของเราพระราชชนนีก็กีฬาเปตอง ดังนั้นเราเปึนคนไทยเราจะต้องมีกีฬา ในจิตใจแล้วก็สร้างจิตสํานึกด้วย ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณภัทรียา สุมะโน ครับ

นางภัทรียา สุมะโน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ ขออนุญาตอภิปรายในประเด็นที่เห็นต่าง แล้วก็ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันไม่ติดใจในแผนปฏิรูปการกีฬาเลยเพราะทําได้ดีมาก แล้วก็ละเอียดแล้วก็สมบูรณ์ทีเดียว แต่ติดใจในส่วนที่เปึนร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับ โดยเริ่มจากร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬาที่ได้รับข้อเสนอของดิฉันที่ขอให้จัดตั้งกระทรวงการกีฬา แต่ว่าดิฉันเสนอครั้งที่แล้ว ว่ากระทรวงการกีฬาแห่งชาตินะคะ คราวนี้มาเปึนกระทรวงการกีฬาเฉย ๆ ก็เลยอยากจะ เสนออีกนะคะ ควรจะเปึนกระทรวงการกีฬาแห่งชาติค่ะ ท่านดูหน่วยงานของท่านสิคะ ที่อยู่ภายใต้กระทรวงเปึนแห่งชาติบ้าง เปึนแห่งประเทศไทยบ้างเต็มไปหมดเลย แต่ว่า ตัวกระทรวงนี่เปึนกระทรวงการกีฬาเฉย ๆ นะคะ เวลาเราไปต่างประเทศดิฉันคิดว่า เนชันแนล สปอร์ต มินิสทรี (National Sports Ministry) จะฟังดีกว่า สปอร์ต มินิสทรี (Sports Ministry) เฉย ๆ เราต้องติดต่อต่างประเทศ แข่งกีฬากับต่างประเทศมากมาย ใช่ไหมคะ ต่อไปโครงสร้างของกระทรวง ตามร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เขียนไว้ว่า มาตรา ๔ (๑) (๒) (๓) ไม่ติดใจ ติดใจ (๔) ที่บอกว่า ให้กรมการท่องเที่ยวไปเปึนของกรมส่งเสริมการกีฬาและสิทธิประโยชน์ กระทรวงการกีฬา ซึ่งกรมนี้ก็ยังเปึนกรม ใหม่ยังไม่เกิดขึ้น ดิฉันเห็นว่า เมื่อแยกภารกิจการกีฬาออกจาก การท่องเที่ยวแล้วก็แยกไปเลยทําไมถึงได้เอากรมการท่องเที่ยวมาอยู่กับกรมส่งเสริมการกีฬา ดิฉันคิดว่าเมื่อแยกแล้วก็ควรที่จะใ ห้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปเปึนอิสระ ไปเปึน หน่วยงานเดี่ยว ๆ อาจจะเปึนรัฐวิสาหกิจตามเดิมหรือเปึนองค์กรอิสระที่ใหญ่ขึ้น เพราะว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปึนหน่วยงานสําคัญทํารายได้ให้ประเทศชาติมหาศาล ให้เขาอยู่ลําพัง เมื่ออยู่ลําพังแล้วกรมการท่องเที่ยวก็ให้โอนไปอยู่กับการท่องเที่ย ว แห่งประเทศไทยมากกว่านะคะ ดิฉันขอเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนที่ท่านไม่ได้พูดถึง แต่อาจจะคิดไว้ก็คือว่าในส่วนของจังห วัดที่เมื่อกี้มีท่านสมาชิกบางท่านพูดถึงสํานักงาน การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดที่ทํางา นไม่ประสานกัน เราก็ต้องควรจะมีการระบุแยก ในจังหวัดต่าง ๆ ให้มีสํานักงานการกีฬาจังหวัดเดี่ยว ๆ ขึ้นมา ก็แยกการท่องเที่ยวออกไป ทีนี้ทางด้านสภาการกีฬาแห่งชาติดิฉันยังไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าใดนัก เพราะว่ามันอาจจะทํา

ให้เกิดความอุ้ยอ้ายล่าช้าหรือไม่ ลองพิจารณาดูใหม่นะคะ พิจารณาจากภารกิจของ สภาการกีฬาแห่งชาติตามมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ แล้วดิฉันเห็นว่ามันก็เปึนหน้าที่ของกระทรวงนั่นเอง กระทรวงการกีฬานี่ละค่ะ การจัดทํา นโยบายและแผนระดับชาติกระทรวงก็ควรจะทําเองอยู่แล้ว วางนโยบายและแผนติดตาม ประเมินผลอะไรต่าง ๆ ทําให้เกิดการปฏิบัติขึ้นมา ดิฉันคิดว่าอาจจะมีเปึนคณะกรรมการ การกีฬาแห่งชาติขึ้นมาแล้วก็ทําหน้าที่นี้มันจะเร็วกว่า แล้วก็จะกระชับกว่าไหมคะ ดิฉันก็เสนอดูนะคะ คณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติ และตามมาตรา ๑๒ ของ ร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ดิฉันเข้าใจว่าจะพิมพ์ผิดหรือเปล่า หน้า ๒๑๑ ที่บอกว่าองค์ประกอบของสภานี้ให้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปึนรองประธานสภา ก็เราไม่มีแล้วไม่ใช่หรือคะ เรากําลังจะมีกระทรวงการกีฬาแห่งชาติ ขึ้นมาแล้ว ทําไมมามีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว มาเปึนองค์ประกอบของสภาการกีฬาแห่งชาติ เข้าใจว่าพิมพ์ผิดนะคะ มหาวิทยาลัยการกีฬา แห่งชาติก็เปึนแนวคิดที่ดีเพราะว่าเปึนการยกฐานะของสถาบันการพลศึกษา สุดท้าย เวลาหมดแล้วดิฉันขอขอบคุณที่ตอบสนองข้ อเสนอในเรื่องของการดูแลนักกีฬาคนพิการ โดยเฉพาะด้านสิทธิประโยชน์ ทราบจากการอภิปรายของท่านจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ขออภัย ที่เอ่ยนาม ที่บอกว่าจะมีโครงการจัดตั้งสถาบันพัฒนากีฬาคนพิการขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ไม่ทราบว่าสังกัดหน่วยงานใดนะคะ

ดิฉันอยากจะเสนอให้สังกัดกรมส่งเสริมการกีฬาและสิทธิประโยชน์ เพราะว่าอยากจะเห็น นักกีฬาพิการนี่เขาได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเปึนธรรมเท่าเทียมกับนักกีฬาคนปกติเหมือนกัน ทุกอย่าง แต่ว่าทําไมได้ไม่เท่ากัน และสุดท้ายเสนอไว้อีกนิดหนึ่งว่าในด้ำนอารยสถาปัตย์ ของนักกีฬาคนพิการ ดิฉันทราบจากนักกีฬาคนพิการบางคนที่รู้จักเขาบอกว่าเวลาไปฝ๊กซ้อม ไปอะไรนี่สนามกีฬาไม่มีทางลาดขึ้นสําหรับนักกีฬา คนพิการ ตรงนี้ก็ฝากไว้ด้วยค่ะ ขอเปึนกําลังใจแล้วก็ขอขอบคุณเปึนอย่างยิ่งนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสรณะ เทพเนาว์ ครับ

นายสรณะ เทพเนาว์ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ท่านคณะกรรมาธิการ รวมทั้งท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านปกครองท้องถิ่น หมายเลข ๒๐๙ ท่านประธานครับ ผมเคยอภิปรายแล้วก็ขอชื่น ชมคณะทํางานของการปฏิรูปด้านกีฬา ท่านได้ทําเอกสารแล้วก็ผม ก็นั่งดูเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา แล้วท่านได้สํารวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน และมีค่าเฉลี่ยและเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของผู้เกี่ยวข้องทางด้านกีฬาทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกควรมีการจัดตั้ง กระทรวงการกีฬาระดับความเห็น ณ ตรงนี้มากที่สุด ประเด็นที่ ๒ ควรให้มีการปรับปรุง กฎหมายทางด้านการกีฬา มีระดับความเห็นระดับมากที่ สุดเช่นเดียวกัน ประเด็นที่ ๓ การส่งเสริมการสนับสนุนวิทยาศาสตร์การกีฬาและมีความเห็นระดับมากที่สุด ประเด็นที่ ๔ การปรับปรุงมาตรฐาน การลดหย่อนภาษี และส่งเสริม และสนับสนุนภาคเอกชนและ รัฐวิสาหกิจเข้ามามีส่วนร่วม มีพาร์ทิซิเพชัน (Participation) ทางด้านการกีฬา อันที่ ๕ ประเด็นอื่น ๆ ระดับความเห็น ณ จุด จุด จุด คือมากที่สุด นั่นก็แสดงว่าท่านเดินทาง มาถูกทางแล้วครับ ท่านประธาน ท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ในฐานะที่เปึนประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ผมนั่งคุยกับท่านผู้ว่าสยุมพร ลิ่มไทย ที่นั่งข้างผม มวยไทย การกีฬานี่ถือว่าเปึนเรื่องสตอรี (Story) แล้วก็รวมทั้งสรีระของคนไทยนี่มีความเหมาะสม และรวมทั้งถ้าพัฒนาด้านมวยไทยจะเปึนกีฬาโอลิมป่กได้ และรวมทั้งหลายประเทศ ฝรั่ง จีน แขก หันมานิยมฝ๊กมวยไทยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะภูมิปัญญามวยไทยในอดีต ๕๐ ป้ท่านจะ เห็นว่าจอมเตะแห่งบางนกแขวกคือนักมวยไทยที่สร้างชื่อเสียงคือ อภิเดช ศิษย์หิรัญ

พุฒ ล้อเหล็ก จากจังหวัดตรัง ท่านสมศักดิ์นั่งอยู่นี่ท่านคงทราบ ศอกครับ มีอาวุธคือศอก ต่อยที่ครบเครื่องคืออดุลย์ ศรีโสธร นักมวยที่สร้างชื่อเสียงและเกรียงไกรมาก สถาบันนี่ ผมอยากให้มหาวิทยาลัยมีสถาบันและเปึนคณะมวยไทย ประเด็นที่ ๑ มิติที่ ๒ ก็คือว่ามิติ การกีฬาเพื่อสุขภาพ มิติที่ ๓ มิติของการกีฬาคือการสร้างความรัก ความสามัคคี และมีวินัย และน้ําใจ มิติที่ ๔ มิติกีฬาคือกีฬาเพื่อมวลชนและความมั่นคงของชาติ ลองจับกีฬามาด้าน การสลายขั้วและลดความขัดแย้ง สถานะ ความมั่นคง ไม่ใช่อยู่ที่เศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับมวลชนชาวไทยที่ยึดกีฬาและเปึนสิ่งที่ถูกต้อง และมิติกีฬาก็คือการสร้างรายได้ และเศรษฐกิจของประเทศ หรืออุตสาหกรรมการกีฬา มิติที่ ๕ มิติการใช้กีฬาเปึนเครื่องมือ สื่อสัมพันธ์และความสัมพั นธ์ระหว่างประเทศ กีฬาในอาเซียน มีหลายท่านอภิปรายถึง ประเด็นการแข่งขันกีฬาในอาเซียนเราก็เปึนหนึ่ง และได้รับเหรียญทอง

ส่วนที่ ๓ ก็คือมิติของการกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเปัาหมายของ การออกกําลังกายของชุมชนของท้องถิ่นเพื่อยกระดับให้กีฬาลากออกจากหมู่บ้านและตําบล อันที่ ๘ ก็คือการกีฬาสู่ความเปึนเลิศและสร้างชื่อเสียง ละศักดิ์ศรีภูมิประเทศเปึนสําคัญ และสุดท้ายคือมิติการกีฬาสู่การเปึนนักกีฬา มืออาชีพถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ส่วนต่าง ๆ ที่ผมอยากจะฝากก็คือปัญหาในเรื่องข้อสังเกต ประเด็นที่ ๑ ปัญหาในเรื่องงบประมาณ ของการอุดหนุนการกีฬาแก่หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอํานาจหน้าที่ ทางด้านการกีฬา อันนี้ท่านต้องแก้ไขออกกฎหมาย อันที่ ๒ คืออํานาจหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๒ ขอให้แก้ด้วยนะครับ เพราะท่านเอง ที่ได้ชี้แจงถึงกฎหมาย ผมขออนุญาตเป่ดดูประเด็นนิดหนึ่งว่า ในเรื่องของมาตรา ๓๑ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกฎหมายจัดตั้งและมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนา ทางด้านการกีฬาให้แก่ประชาชนในพื้นที่บริการนั้น ถ้าเราจะระบุได้ไหมครับว่าส่งเสริม และสนับสนุน ถ้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเขาไม่สนับสนุนแล้วจะทําอย่างไร อันสุดท้ายขอฝากท่านทิวา การกระสัง ในฐานะเปึนคนจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยกันนะครับ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแ ห่งชาติ พ.ศ. .... มาตรา ๕ ให้สถาบันการศึกษา ตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา ๒๕๔๘ เปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช่ ๒๕๔๘ นะครับ ๒๕๕๘ ให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามวรรคหนึ่งเปึนนิติบุคคลและเปึนส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธี การงบประมาณ ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทําไมไม่ระบุไปเลยว่าในสังกัดกระทรวงของการกีฬา อันนี้ประเด็นสุดท้ายที่ผมขอฝากกราบผมใช้เวลาส่วนนี้ และขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาและท่านได้ทุ่มเทเสียสละอย่างสูง ขอกราบขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๔ ท่านนะครับ คุณเตือนใจ สินธุวณิก อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน อาจารย์อมรวิชช์ นาครทรรพ เชิญคุณเตือนใจครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา คณะกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกท่านค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔

สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตกราบเรียนแสดงความชื่นชมแด่ท่านประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาและคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ทําให้การกีฬานั้นได้รับการเชิดชู แล้วก็จะมีการปฏิรูปกันอย่างเต็มรูปแบบ เปึนครั้งแรกที่ได้มีการบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ อย่างเปึนหลักเปึนฐานเช่นเดียวกับทางด้านวัฒนธรรมซึ่ งดิฉันเปึนกรรมาธิการอยู่นะคะ อยากจะขอชื่นชมว่าจะเห็นว่าจากการนําเสนอของท่านนั้นจะบอกเลยว่าท่านคํานึงถึงกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่ให้มีการเพิ่มกระทรวง ทบวง กรม ได้ศึกษารอบคอบแล้วว่าควรจะปรับ อะไร อย่างไร อย่างเช่นยกฐานะสถาบันพลศึกษาขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่ งชาติ อย่างนี้เปึนต้น ดิฉันคิดว่าท่านได้คิดรอบคอบดีมากเลย แต่อย่างไรก็ตามมีประเด็น ยุทธศาสตร์การกีฬาสร้างชาติของท่านซึ่งมีทั้งหมด ๖ ประเด็นด้วยกันนั้น ดิฉันจะขออนุญาต กราบเสนอแนะในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ที่ท่านบอกว่าส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจการกีฬาซึ่งก็มีการดําเนินงาน ๓ ประการนั้น ข้อแรกเปึนเรื่องของการร่วมมือ ภาครัฐ ภาคเอกชนหรืออะไรต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าอยากขอเพิ่มตรงนี้เพราะเปึนที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้ถ้าเผื่อกีฬาเราจะเห็นเลยว่าสามารถสร้างเงินให้กับประเทศชาติ และแม้แต่สร้าง ความเปึนเศรษฐีให้กับตัวนักกีฬาได้อย่างจริงจัง อย่างเช่น กีฬากอล์ฟ เทนนิส

หรือว่าฟุตบอล หรือแม้แต่มวยอาชีพอย่างคุณบัวขาวอย่างนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก ทั่วเอเชีย แล้วสร้างเงินได้มากมาย ดังนั้นอยากจะขออนุญาตท่านเพิ่มเติมในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ นี้ ว่าขอให้จัดตั้งโรงเรียนนักกีฬำผู้เปึนเลิศหรือทาเลนเตด แอต ลีก สกูล (Talented at League School) ซึ่งอาจจะต้องจัดตั้งที่มีเครื่องกีฬาพร้อมมูล อาจจะปรับมาจากโรงเรียนกีฬาทั้ง ๑๗ แห่ง แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะจัดตั้งขึ้นใหม่ด้วยเครื่องกีฬาที่พร้อมมูล อันนี้คัดเลือกนักกีฬา เด็ก ๆ ที่มีทาเลนเตด (Talented) จริง ๆ อันนี้ดิฉันก็ได้แบบอย่างมาจากทางยุโรป อย่างเช่น ทางประเทศรัสเซียหรือทางประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแม้แต่ประเทศจีน ถ้าเด็กคนไหน ที่เก่งกีฬาด้านไหนฝ๊กตั้งแต่เด็ก ๆ ไปเลยแล้วให้เขาเรียนด้านกีฬานั้นไปอย่างเดียว โดยมีการเรียนทางด้านภาคประถมศึกษามาเสริมด้วยก็จะทําให้เราได้นักกีฬาที่เปึนยอด จริง ๆ แล้วได้รับการเทรน (Train) อย่างแท้จริง คือใครเข้าโรงเรียนนี้ทราบเลยว่า พวกนี้แหละจะเปึนผู้ที่สร้างเงินให้กับตัวเอง สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ขอเสนอว่า ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ นี้น่าจะมีการจัดตั้งโรงเรียนนักกีฬาผู้เปึนเลิศหรือทาเลนเตด แอต ลีก สกูลขึ้น ส่วนประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ เปึนเรื่องของการปฏิรูปนโยบายและโครงสร้าง เพื่อพัฒนาระบบการขับเคลื่อนการกีฬาแห่งชาติ ดิฉันขอสนับสนุนทุกอันที่ท่านเสนอมา ไม่ว่าจะเปึนการจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้ง สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย อันนี้สําคัญมากเพราะว่าเราทราบแล้วว่า วิทยาศาสตร์การกีฬานั้นสามารถเปึนเทคนิค เรียกว่า เปึนเมคะนิซึม (Mechanism) เปึนกลไกที่จะทําให้พัฒนาศักยภาพของกีฬาทุกชนิดแล้วจะทําให้นักกีฬาเรามีคุณภาพ ศักยภาพมากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีการตั้งสถาบันสภาวิชาชีพการกีฬา หรือแม้แต่ สถาบันพัฒนากีฬาคนพิการ แต่ตรงนี้ดิฉันอยากจะขอเพิ่มอีกสักข้อหนึ่งเถอะค่ะ อยากจะ ขอกราบเสนอว่าอยากจะขอให้ท่านเพิ่มเติมในยุทธศาสตร์ที่ ๔ นี้ก็คือเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนบําเหน็จบํานาญนักกีฬาผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติค่ะ เพราะว่าเราได้เห็น ในอดีตหรือแม้แต่ปัจจุบันนี้นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงเปึนฮีโร (Hero) ของเรานั้นบางทีจะได้รับ การชื่นชมได้รับการแห่ไปทั่วกรุงเทพฯ เพื่อต้อนรับในระยะอันสั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักกีฬาพวกนี้ในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิตเราจะเห็นข่าวคราวนักมวยเก่า ๆ ที่โด่งดังนั้น นักกีฬาแบบสุขภาพแย่มากแล้วต้องจากโลกนี้ไปด้วยสภาพอนาถาอย่างน่าสงสารมาก ดังนั้น อยากจะขอความกรุณาได้เพิ่มเติมการจัดตั้งกองทุนบําเหน็จบํานาญนักกีฬาทีมชาติ

รวมทั้งนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยที่เปึนเดี่ยว ๆ ด้วย อันนี้ขอรวมทั้งนักกีฬา ที่เปึนนักกีฬาคนพิการที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติด้วย ดิฉันคิดว่าข้อเสนอ ๒ ข้อนี้ ของดิฉันคงจะได้รับความกรุณาที่จะนําไปพิจารณา เพราะคิดว่าจะทําให้วงการกีฬาของเรา ดีขึ้นในภาพรวม แล้วก็แข็งแกร่งสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติตามวิสัยทัศน์ที่ท่านอยากได้ คือกีฬานั้นทําให้เศรษฐกิจมั่งคั่ง ร่ํารวย แล้วก็ทําชื่อเสียงให้กับประเทศ ชาติเราค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภา ปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริย ะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมขึ้นมาทีไรเปลี่ยนประธานทุกทีเลย ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนโดยเฉพาะที่คุณเตือนใจได้พูด เอาไว้ว่าในแผนนี่ควรจะมีโรงเรียนกีฬาหรือ จะเรียกว่าโรงเรียนเตรียม เพราะเรามีมหาวิทยาลัยแล้ว ผมว่าควรจะมีโรงเรียนเตรียมการกีฬา หรือโรงเรียนกีฬาเปึนเลิศก็แล้วแต่จะเรียกชื่อ คือเราต้องเตรียมให้นักกีฬาเปึนเลิศมันต้อง เตรียมตั้งแต่เด็ก มันไม่สามารถที่จะมาเตรียมที่ระดับมหาวิทยาลัยไม่กี่ป้ได้ เพราะฉะนั้น ผมว่าเวลาทําแผนก็ทําให้มันเกิดความต่อเนื่อง แล้วผมก็อยากจะเสนอในเรื่องของ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติผมคิดว่าน่าจะเป่ดโอกาสให้มีหลายมหาวิทยาลัยได้ เพราะฉะนั้นผมก็เห็นว่าไม่จําเปึนที่เราจะต้องไปตั้งชื่อเปึนมหา วิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประเดี๋ยวมหาวิทยาลัยอื่นเกิดขึ้นมาจะเรียกว่าอย่างไรครับ

จะเรียกมหาวิทยาลัยการกีฬาอะไรครับ แต่ผมกลับคิดว่าถ้ากรรมาธิการไปพิจารณาหาชื่อ ที่เปึนสิริมงคล ขอพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมว่าถ้าท่านได้ พระนามอันเปึนสิริมงคลท่านตั้งสําเร็จแน่นอนเลย ๑ มหาวิทยาลัยแล้ว แล้วจากนั้นเดี๋ยวก็ให้ มหาวิทยาลัยอื่นตามมาได้ แล้วผมไม่อยากให้มหาวิทยาลัยคิดแค่กีฬาของเรา ผมอยากให้คิด กีฬามหาวิทยาลัยเราให้คลุมอาเซียน นั่นหมายความว่าท่านจะต้องพยายามจัดการเรียน การสอนเปึนภาษาอังกฤษไปด้วย เพราะว่าถ้าคนของเราจบเรื่องกีฬาแล้วใช้ภาษาอังกฤษได้ดี นั่นหมายความว่าเขาสามารถไปประกอบอาชีพที่อื่นได้ ไม่จําเปึนต้องประกอบอาชี พ ในประเทศไทย แล้วก็เพื่อปัองกันปัญหาว่าจบแล้วไม่มีงานทํา เพราะว่าการที่รู้ภาษามันทําให้ โอกาสการมีงานทํามันกว้างแล้วก็รายได้ก็จะดีด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเสนอว่า อยากให้คิดไกลกว่ากีฬาของประเทศไทยเราเท่านั้น นอกจากเรื่องมหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องกระทรวงเพื่อให้มีโอกาสประสบผลสําเร็จมาก ๆ ลดเปึนทบวงได้ไหมครับ จริง ๆ ทบวง กับกระทรวงมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก เพียงแต่ทบวงมันถูกจํากัดว่ารัฐมนตรีคนเดียว มีรัฐมนตรีช่วยไม่ได้ ดูชื่อมันจะเล็กลงมานิดหนึ่ง แต่มันมีโอกาสเปึนไปได้มาก แล้วข้างใน ของท่านจะกี่กรมมันก็เหมือนเดิม มันก็เกี่ยวกับกีฬา เพราะเขาบอกว่าเรายิ่งปฏิรูปหน่วยงาน มันยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เดิมเราปฏิรูปทีหนึ่งจากกรมพลศึกษา ก็แยกออกมาอยู่ที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พอเราปฏิรูปอีกทีหนึ่งเปึนกระทรวงแล้ว เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ถ้าเราเอาแค่ทบวงโอกาสเปึนไปได้มันจะมีมาก ผมจึงอยากจะเสนอแนะว่า ถ้าท่านกรรมาธิการจะปรับเปลี่ยนเปึนแค่ทบวงได้ ก็น่าจะได้รับการสนับสนุนได้เยอะ เพราะการยกหน่วยไหนขึ้นเปึนกระทรวง จาก ๑ กรมมาเปึน ๑ กระทรวงผมว่า เรื่องใหญ่มาก เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะร่วมเสนอด้วยก็คือในกฎหมายของท่านควรเขียน ให้ชัดเลยว่าให้ท้องถิ่นสนับสนุนการกีฬา ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ของคนพิการเราต้องเขียน พอไม่เขียนพอท้องถิ่นจะมาสนับสนุนปัูบจะมีปัญหา สตง. แต่ถ้าเรามีกฎหมายรองรับ สตง. จะไม่มีปัญหาเลยครับ พอ สตง. เห็นปัูบคุณสนับสนุน ไปตามระเบียบที่มีกฎหมายรองรับมันจบเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านช่วยกรุณาเขียนเอาไว้ ให้หน่อย เพื่อให้ท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนสนับสนุนกีฬาภาคเอกชนได้ นั่นหมายถึงอย่างสมาคม กีฬาของจังหวัดก็สามารถที่จะทําโครงการขอเงินอุดหนุนจากท้องถิ่นได้ เมื่อมีกฎหมายนี้แล้ว เราก็ให้กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบมารองรับมันก็จะหมดปัญหา กับ สตง. นะครับ

ผมก็เลยอยากขอเสนอท่านว่าช่วยเติมเข้าไปด้วย ซึ่งของคนพิการก็เติมอยู่ในมาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็เติมไว้เช่นเดียวกันว่า ให้ท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมอะไรของคนพิการได้ เพื่อท้องถิ่นจะนําไปใช้อ้างกับ สตง. ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ณรงค์ พุทธิชีวิน ค่ะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. หมายเลข ๐๗๔ ด้านการศึกษาครับ ท่านประธานครับ คงจําได้ แต่เดิมผมคัดค้านที่จะให้มีกรรมาธิการชุดนี้ แต่วันนี้ผมรู้สึกว่าความเห็นผมคราวนั้นผิดครับ

เพราะผมเห็นกระบวนการทํางานของกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็ผลงานที่ออกมาค่อนข้างจะ สมบูรณ์แล้วก็ชัดเจน แต่ผมยังยืนยันว่าผมมีความคิดถูกอยู่เรื่องหนึ่งในรายงานฉบับนี้ ก็คือการเสนอ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ต้อง แสดงความเห็นต่างอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพกรรมาธิการครับ มองในประเด็นเลย ประเด็นเรื่องความจําเปึนที่จะต้องมีมหาวิทยาลัยนี้บอกว่ามีอยู่ ๓ ข้อ ข้อแรกก็คือต้องการ ให้มีกระบวนการที่มีบุคลากรด้านการกีฬา อันที่ ๒ ก็คือต้องการพัฒนาศักยภาพการกีฬา ให้มีมาตรฐาน อันที่ ๓ ก็คือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ ทั้ง ๓ ข้อนี้ จําเปึนไหมครับที่ต้องมีมหาวิทยาลัย ถ้าด้วยเหตุผลเบา ๆ ๓ ข้อนี้แล้วต้องมีมหาวิทยาลัยนั้น เรายิ่งจะต้องมีมหาวิ ทยาลัยเพิ่มอีกเปึน ร้อยเปึนพันแล้วที่สําคัญที่สุดก็คือกระบวนการ ของมหาวิทยาลัยนั้นมันพ้นระยะเวลาของการเตรียมคนแล้ว สังเกตไหมว่านักกีฬาที่ดีและ มีคุณภาพนั้นส่วนใหญ่ก็เติบโตมาก่อนหน้านั้นแล้ว พัฒนามาก่อนหน้านั้นแล้ว พอมาเรียน มหาวิทยาลัยการกีฬาก็คือเรียนเพื่อไม่ให้เปึนนักกีฬาครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของ การบริหารจัดการ ถ้าเผื่อว่าเรามีมหาวิทยาลัยกีฬาแ ล้วใช้สถาบันการพละเปึนแบบเดิม กระบวนการที่เราพูดถึงการกระจายอํานาจในการจัดการศึกษาคงมีไม่ได้ เพราะกลายเปึน เรื่องของรีโมต คอนโทรล (Remote control) ในการบริหารจัดการ กระบวนการที่มี สถาบันพลศึกษา ๑๔ แห่ง แล้วก็มีแคมปัส (Campus) แม่อยู่แห่งหนึ่ง แล้วบริหารทุกแห่ง ทั้งประเทศพิสูจน์ได้แล้วไม่เวิร์ก (Work) ครับ จะเปึนวิทยาลัยวิชาการศึกษาแต่เดิมหรือ สถาบันราชภัฏเดิมไม่เวิร์กครับ มันจะทําให้มีกระบวนการบริหารจัดการที่ติดขัดไม่เติบโต ไม่ก้าวหน้าและไม่มีอิสระซึ่งขัดกับหลักการของความเปึนมหาวิทยาลัย ประเด็นที่ ๓ ก็คือ เรื่องความซ้ําซ้อนเชิงพื้นที่ ถ้าเผื่อว่าเรามีความจําเปึนที่จะต้องมีศูนย์ในการฝ๊กหรือพัฒนากีฬา แล้วใช้สถาบันพลศึกษาเปึนศูนย์กลางที่จะทําตรงนั้นก็ทําไมถึงไม่ทําให้เปึนส่วนเดียวกับ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ แล้วก็ทําให้เขาเติบโตทางด้านการพลศึกษา สามารถผลิตบัณฑิต ปริญญาตรี ปริญญาโทหรือปริญญาเอกได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน จําเปึนไหมครับที่จะต้องมี มหาวิทยาลัยเปึนการซ้ําซ้อนอีกแห่งหนึ่งอีกสถาบันหนึ่งซึ่งทําให้เกิดคําถามมากมายกับการที่ มีมหาวิทยาลัยใหม่ขึ้นมา เรื่องสําคัญที่สุดที่จะต้องตอบมาก ๆ เลยก็คือมหาวิทยาลัยใหม่ ที่ท่านคิดว่าจะมีนั้นนี่นะครับ มันตอบโจทย์การมีงานทําของบัณฑิตได้แค่ไหน แล้วถ้าเผื่อว่า เราผลิตเราสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งอีกชื่อหนึ่งอีกสถาบันซึ่งมีแคมปัส ๑๔ แห่ง

แล้วทําให้ผลิตบัณฑิตว่างงานเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะผมดูหลักสูตรที่เป่ดแล้วตอบโจทย์ได้เลยว่า ว่างงานมากกว่าครึ่งหรือเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นมีความจําเปึนไหมครับที่จะทําให้ ยกระดับการว่างงานอย่างเปึนรูปธรรมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มีเรื่องเดียวที่ผมเห็นว่า สถาบันพลศึกษาตอบโจทย์ได้ก็คือเรื่องของการรับใช้สังคมคือยูนิเวอร์ซิตี เอนเกจเมนต์ (University engagement) สถาบันการพลศึกษาก็ดีหรือมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติก็ดี สามารถตอบโจทย์ในการรับใช้สังคมได้อย่างดี ในเรื่องของการเปึนสถานที่ฝ๊กกีฬา สถานที่เล่นกีฬา มีวิทยากรอํานวยการกีฬา ผมว่าตอบโจทย์ข้อนี้ได้ แต่คําถามก็คือ การตอบโจทย์ข้อนี้นั้นจําเปึน ไหมครับที่จะต้องเปึนมหาวิทยาลัย ถ้ามันเปึนแคมปัส ๑ รวม ๑ รวมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และตอบโจทย์ได้อย่างใกล้ชิด กระบวนการบริหาร จัดการที่มีประสิทธิภาพไม่มีความซับซ้อนและสามารถผลิตบัณฑิตในเครือข่ายหรือ ในขอบข่ายของมหาวิทยาลัยเดิมในพื้นที่น่าจะมีประโยชน์กว่าไหมครับ เพราะฉะนั้นอยากที่จะ ให้ได้ทบทวนใหม่ เพื่อยืนยันได้ว่าวิธีคิดแบบนี้ได้ รับการพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ถูกและ กําลังหลงทางครับ ด้วยความขอบคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์อมรวิชช์ นาครทรรพ

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ 🔗

เรียนท่านประธานครับ ผม อมรวิชช์ นาครทรรพ สปช. ด้านการศึกษาครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่านกร รมาธิการนะครับ เรื่องกีฬาสําคัญมาก ผมในฐานะทํางานด้านเด็กและเยาวชนมาด้วย เรื่องการศึกษาด้วย ก็เรียนว่ากีฬาที่ดีช่วยเก็บกู้ชีวิตเด็กได้มากนะครับ ทําให้เขามีศรัทธาในตัวเอง ค้นพบตัวเอง มีศักดิ์ศรี ในตัวตนนะครับ แล้วหลายคนก็ค้นพบเปัาหมายในชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ทางคณะกรรมาธิการพยายามทํานี่ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับหลักการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกต ๓ ประเด็นนะครับที่อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ช่วยกรุณา ทบทวนหรือเน้นย้ํา หรืออาจจะได้ขยายความในการศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เรื่องกีฬาของชาติ มันเปึนไปตามสิ่งที่เราใฝ์ฝันจริง ๆ นะครับ ประเด็นแรกผมคิดว่าเรื่องกีฬาที่มันเปึนสุนทรียะ ของชีวิตนี่สําคัญนะครับ ตอนนี้เราเห็นกีฬาเพื่อการแข่งขันมาก ผมไม่สบายใจนิดหนึ่งที่ว่า ถึงแม้ว่าทางกรรมาธิการได้เขียนในบทนําถึงเรื่องกีฬาเพื่อปวงชน กีฬาในชีวิตก็จริงนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าน้ําหนักยังค่อนข้างน้อย ตอนนี้เด็กและเยาวชนมีไอดอล (Idol) ที่เปึนนักกีฬา หลายประเภทนะครับ ทั้งฟุตซอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน อะไรต่าง ๆ แต่ว่าวิธีการ จัดการศึกษา จัดการกีฬาลงไปในระดับเด็ก และเยาวชนหรือในระดับท้องถิ่นมันเปึนไป เพื่อการแข่งขันค่อนข้างมาก ตรงนี้สุดท้ายก็เปึนระบบแพ้คัดออกอยู่ดีนะครับ มันไม่ใช่กีฬา เพื่อปวงชน อยากให้ท่านกรรมาธิการได้กรุณาให้น้ําหนักเรื่องนี้ ให้มากนะครับ แล้วทําให้ แน่ใจว่าการส่งเสริมท้องถิ่นก็ดี ส่งเสริมโรงเรียนก็ดี มันเปึนกีฬาเพื่อสุนทรียะ ขออนุญาต ใช้คํานี้ ให้เปึนพื้นที่ที่เด็กทุกคนเขาได้มีโอกาสเล่นนะครับ แล้วไม่ต้องเปึนในเรื่องการแข่งขัน ชิงถ้วยชิงเหรียญอะไรมาก แน่นอนครับ เรื่องจะไปคว้าเหรียญทองอะไรให้มากขึ้น นั่นก็เรื่องหนึ่ง อันนั้นก็คงเปึนการจัดการอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ผมฝากประเด็นเรื่องกีฬา ที่มันจะเปึนสุนทรียะของชีวิ ต เรื่องที่ ๒ ก็เสริมท่านสมาชิกบางท่านที่ ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ เรื่องการตั้งกระทรวงการกีฬาผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับว่าจะให้คําตอบอย่างที่เราคาดหวังได้ มันมีมาตราหลาย ๆ เรื่องที่ทางกรรมาธิการได้ศึกษามาซึ่งก็ปรากฏอยู่ในเอกสารหน้า ๕๓ หน้า ๕๔ หน้า ๕๕ หน้า ๕๖ นี้นะครับว่าหลายเรื่องก็อาจจะเกินขอบเขตกระทรวงจะแก้ได้ ปัญหาเรื่องความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง ปัญหาเรื่องภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่อง ความซับซ้อนขององค์กรต่าง ๆ นี้ ผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงการกีฬาเปึนคําตอบที่เราจะ แก้ปัญหานี้ได้แน่นอนหรือเปล่านะครับ ผมยกตัวอย่างที่ผมอยู่ ใกล้ตัวสุดแล้วกันก็คือ

กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ก็มีข้อเสนอนะครับ ตอนนี้จะแยกองค์กรหลักเปึนทบวงก็มี อาชีวะกลายเปึนทบวงอาชีวะ สุดท้ายก็เลิกล้มความคิดไปเพราะคิดว่ามันไม่ใช่คําตอบ แต่ว่าการจัดการความร่วมมือแบบพีพีพี (PPP) คือสร้างพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) ร่วมกับภาคเอกชนในการผลิตคนร่วมกัน สร้างตลาดงานร่วมกันกลายเปึนคําตอบที่ดีกว่า อาศัยกลไกการจัดการใหม่เท่านั้นเอง ไม่จําเปึนต้องสร้างกลไกหลังขึ้นมา ผมอยากเรียน ท่านกรรมาธิการว่าถ้าจะมีการศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมถึงทางเลือกในกลไกการจัดการนะครับ เรามีกีฬาที่ประสบความสําเร็จหลายประเภทสาขา หลายสมาคมนะครับ ประสบการณ์ ความสําเร็จของเขาคืออะไร ทําไมจึงสําเร็จ สําเร็จได้ด้วยกลไกการจัดการอะไร หรืออาจจะ รวมไปถึงการถอดบทเรียนปัญหาหรืออุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ประสบอยู่ให้เห็นภาพที่มันชัด ปัญหาที่มันชัด แล้วทางเลือกที่ชัดนะครับ ก็อาจจะมี ๒-๓ ทางเลือก จะเปึนกระทรวง จะเปึนทบวง หรือเปึนกลไกการจัดการอื่นนะครับ ผมคิดว่า เรื่องนี้น่าจะให้ข้อเสนอกับทางรัฐบาลที่มีทางเลือกและมีเหตุผลประกอบคําอธิบายที่ชัดเจน ที่รัฐบาลจะนําไปศึกษาต่อได้แล ะมีความเปึนไปได้จริง ผมย้ํานะครับเรื่องการกีฬา เปึนเรื่องการจัดการจริง ๆ ครับ แล้วกีฬาที่ประสบความสําเร็จหลายประเภทก็ไม่ใช่เรื่อง ต้องอาศัย โครงสร้าง แต่อาศัยความใส่ใจการจั ดการและการลงทุนที่ถึงพร้อมครับ อันนี้ เปึนประเด็นที่ ๒ นะครับ แล้วก็อยากเรียนย้ําว่าตอนนี้เรื่องกลไกการผลักดันเรื่องการตั้ง กระทรวงก็ค่อนข้างยาก อันนี้ผมเปึนห่วงจริง ๆ อยากเห็นความตั้งใจของคณะกรรมาธิการ ประสบความสําเร็จครับ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เช่นกันครับผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันเปึนคําตอบหรือเปล่านะครับ บางทีคําตอบมันอาจอยู่ที่ เรื่องแคเรียร์ พาต (Career path) เส้นทางอาชีพหรือการประสานร่วมกับทา ง กระทรวงศึกษาธิการให้วิชาพละเปึนวิชาที่สําคัญขึ้น ให้ความสําคัญกับครูพละมากขึ้น การมีบุคลากรด้านพละมากขึ้น ด้านกีฬามากขึ้น แต่ไม่มีแคเรียร์ พาตก็อาจจะทําให้การตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติขึ้นมาไม่สมประโยชน์ก็ได้นะครับ

เพราะฉะนั้นประเด็นผมคงคล้าย ๆ ประเด็นที่กล่าวไปแล้วนะครับ คืออยากเห็น การวิเคราะห์ประเด็นปัญหานี้ให้ชัดนะครับ แล้วก็ให้ทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นนะครับ เปึนข้อเสนอไปยังรัฐบาลที่จะทําให้รัฐบาลมีทางเลือกว่าการปรับปรุงเรื่องกลไก การจัดการ เรื่องบุคลากรกีฬาก็ดี การส่งเสริมกีฬาของประเทศก็ดี ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษามาอย่าง ละเอียดรอบคอบแล้วก็มีทางเลือกอะไรให้กับรัฐบาลบ้าง ตรงนี้ก็คิดว่าน่าจะเปึนช่องทาง ที่เราจะผลักดันเรื่องนี้ให้ประสบความสําเร็จได้ตามความตั้งใจของคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ค่ะ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ผมชื่นชมนะครับกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ที่ได้ทําแผนงานต่าง ๆ มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเรื่องเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ อย่างไรก็ตามผมมีข้อเสนอแนะ และข้อท้วงติงบางประการ ในฐานะที่ผม เกี่ยวข้องกับการศึกษาในระดับอุดมศึกษามาหลายป้ ในตัวร่าง พ.ร.บ. หน้า ๑๘๕ นั้น มาตรา ๑๙ (๒) จัดตั้งกรรมการสภาซึ่งเฉพาะวงเล็บนี้วงเล็บเดียวมีถึง ๑๑ คน โดยตําแหน่ง ๑๑ คน แล้วก็ยังมีมาตรา ๑๙ (๖) กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๒ คน ซึ่งจะได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย โดยคําแนะนําของนายกสภาและกรรมการสภา ซึ่งผมเชื่อว่าใน ๑๒ คนนี้นั้นมันควรจะต้องแต่งตั้งตามคําแนะนําของ สกอ. ด้วย ก็คือสํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา ขณะเดียวกันผู้แทน หรือกรรมการสภา ควรจะต้องมีผู้แทนจาก สกอ. คือสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาด้วย นอกจากนี้ ในมาตรา ๖๔ หน้า ๑๙๖ ให้สภาวิชาการจัดให้มีการประเมินหลักสูตรการศึกษา การเรียนการสอน และการวัดผลตามหลักสูตรนั้นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลา ที่สภากําหนด แล้วรายงานสภาเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๒๕ (๓) ซึ่งถ้าดูจากข้อความตรงนี้ แสดงว่าในมหาวิทยาลัยแห่งนี้นอกจากจะมีสภามหาวิทยาลัยแล้วยังมีสภาวิชาการ ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ป่ด เพียงแต่ผมยังกังวลว่าสภาวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งนี้นั้น จะมีหลักเกณฑ์การประเมินผล และวัดคุณภาพการเรียนการสอนอย่างไร ในสภาวิชาการนั้น ควรจะต้องมีการกําหนดคุณภาพ หรือหลักเกณฑ์ และเคพีไอ (KPI) ในการวัดผลอาจารย์

ในมหาวิทยาลัยแต่ละคณะ รวมถึงรูปแบบที่ถูกต้อง เท่าที่ทราบในมหาวิทยาลัยบางแห่ง ในปัจจุบันนี้นั้นไ ม่มีเคพี ไอที่ชัดเจนในการ วัดผลการเรียนการสอนในแต่ละคณะ ย้อนกลับมาถึงสภามหาวิทยาลัยซึ่งผมนับแล้ว ถ้านับไม่ผิดนะครับ จํานวนกรรมการสภา มีมากถึง ๓๗ คน ซึ่งผมไม่ทราบว่าสภามหาวิทยาลัยที่อื่นเปึนอย่างไร แต่สภามหาวิทยาลัย ที่ผมเคยเปึนกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่นั้นมีประมาณ ๑๕ คนเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่า ๑๕ คนนั้นเปึนจํานวนที่เหมาะสมในการจะขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของมหาวิทยาลัย คุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยให้เปึนไปตามทิศทางที่กําหนด การมีกรรมการ สภามหาวิทยาลัยมีถึง ๓๗ คน และเปึนโดยตําแหน่งถึง ๑๑ คน ผมมีความคิดว่าจํานวน กรรมการสภาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มากจนเกินไป และถ้าสมมุติว่าจะมีจํานวนกรรมการสภา ที่เหมาะสม ถ้ามองว่าโดยตําแหน่ง ๑๑ ท่าน อันนี้ผมไม่มีคําถาม ไม่มีประเด็น เพียงแต่ว่าในการแต่งตั้งกรรมการสภานี้นั้นมีลงไปถึงรองอธิการบดี มีลงไปถึงอาจารย์ ข้าราชการ มีใครต่อใครเต็มไปหมด ซึ่งผมคิดว่าโดยหลักการแล้วมันควรจะต้องกําหนด จํานวนบุคลากรที่เหมาะสมในสภามหาวิทยาลัย และผมคิดว่าจํานวนที่เหมาะสมนั้น มันน่าจะไม่เกิน ๒๐ คน ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามองในแง่อีกมุมหนึ่งนะครับจะเปึนมหาวิทยาลัย ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ซึ่งผมอาจจะมีประสบการณ์ที่ก้าวไปไม่ถึง

แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อมั่นว่าจํานวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งมีถึง ๓๗ คนนั้น ผมเชื่อมั่นว่าจํานวนคนมากเกินไป ถ้าจะให้ดีแล้วฝากกรรมาธิการชุดนี้ช่วยพิจารณาจํานวน กรรมการสภาในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยครับ มาตรา ๑๙ ตั้งแต่ (๑) เปึนต้นไปเลยครับ เปึนเรื่องเกี่ยวกับการตั้งกรรมการสภาทั้งสิ้น ฝากมาเพื่อพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปเปึนท่านสุดท้ายท่านไพโรจน์ พรหมสาส์น ค่ะ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาแยกให้พูด เปึนคนสุดท้ายนะครับ กระผมคิดว่าเรื่องการปฏิรูปการกีฬานั้นเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะว่าเราคงจะได้ยินคํากล่าว จิตใจที่สบายอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์ ร่างกายจะสมบูรณ์ได้ ต้องมีการพัฒนา และมีการเล่นกีฬา แม้กระทั่งพวกเราที่สูงอายุแล้วถ้ามาเล่นกีฬาก็อาจจะ แข็งแรงและมีอายุยืน ซาวด์ ไมด์ อิน ซาวด์ บอดี (Sound mind in sound body) อย่างที่ฝรั่งว่า นอกเหนือจากแผนปฏิรูปการกีฬาที่กรรมาธิการได้เสนอแล้ว กระผมคิดว่าหากเราจะไม่ใช้ งบประมาณหรือให้สามารถดําเนินการได้อย่างทั่วถึงทั่วทั้งประเทศ นั่นก็คือการที่เราจะต้อง พัฒนาการกีฬาตั้งแต่ปฐมวัย ผมมั่นใจว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเราซึ่งมีอยู่ ๗,๘๕๓ แห่ง ตั้งแต่ท้องถิ่นรูป แบบพิเศษ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หรือ อบต. เหล่านี้ล้วนแต่มีขีดความสามารถที่จะพัฒนาการกีฬาได้ทั้งนั้น แล้วผมเชื่อว่าเด็กแต่ละคนนั้น มีพรสวรรค์แต่ละคน อาจจะไม่ทุกคน บางคนมีพรสวรรค์ เราหาพรแสวงให้เขา เราคงนึกไม่ถึงว่า อย่างน้องรัชนกเปึนลูกคนงานก่อสร้างวิ่งเล่นอยู่แล้วเจ้าของบริษัทเอาไปหัดเล่นแบดมินตัน จนกระทั่งกําลังจะเปึนแชมปีโลก หรือไทเกอร์ วูดส์ คุณพ่อเปึนนักกีฬา คุณแม่เปึนคนไทย หัดเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ๘ ขวบ เขาก็สามารถเปึนแชมปีโลกได้ เมื่อหลายป้มาแล้ว กระผมเคยไปดูงานที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นวันหยุดวันอาทิตย์เขาให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่งลูกหลานเข้าไปเลย ใช้อาคารเรียนที่มีอยู่เด็กถนัดทางด้านไหน ดนตรี กีฬา ได้ทั้งนั้นเลยวันละ ๑ ดอลลาร์เท่านั้นเอง เด็กก็จะแยกแยะกันไปใครจะเล่นกีฬา จะว่ายน้ํา จะอะไรก็แล้วแต่ แล้วจากเด็กเหล่านี้ เขาก็คัดเอาคนที่เด่น ๆ คนที่มีความสามารถเอาไปฝ๊กเฉพาะทางนั้น ๆ ก็สามารถที่จะทําให้มี กายกรรมกวางเจา กายกรรมอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเกาหลีนั้น

เช่นเดียวกันในวันหยุดวันอาทิตย์อะไรต่าง ๆ เขามีวังเขาเรียกวังเยาวชน เอาเด็กเหล่านี้ ไปฝ๊กเปึนกีฬา เปึนอะไรได้ทุกอย่าง เด็ก ๆ ตั้งแต่เล็กเลย แล้วก็ตามความถนัด คนไหนเก่ง ก็สามารถจะฝ๊กต่อไปจนกระทั่งเล่นกายกรรมเป้ยงยางอะไรอย่างที่เราเคยได้ยิน อันนั้น เปึนสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเขาทํากัน แม้กระทั่งประเทศญี่ปุ์นก่อนที่เขาจะมีโอลิมป่ก คนญี่ปุ์น ตัวเล็กนิดเดียวแต่สามารถที่จะพัฒนาด้านร่างกาย สุขภาพ จนกระทั่งสามารถเข้าแข่งขัน กับฝรั่งตัวใหญ่ ๆ ได้ เพราะฉะนั้นผมกําลังจะเน้นว่าจะทําอย่างไร เราจะส่งเสริม สนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อยที่สุดไล่ตั้งแต่เทศบาลนคร ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง อะไรก่อน อบต. น้อย ๆ อาจจะไม่มีงบ เราอาจจะ ให้เขามีโอกาสที่จะมีงบประมาณส่วนหนึ่งสนับสนุนใช้อาคารเรียนที่มีอยู่วันอาทิตย์ วันหยุด อาจจะมีค่าใช้จ่ายเปึนค่าน้ํา ค่าไฟฟัา ค่าอาหารกลางวันอะไรของเด็กเล็กน้อยเท่านั้นเอง แล้วเด็กเหล่านี้ไปพัฒนาทุกด้านทุกทางเลย แล้วโดยเฉพาะด้านการกีฬาใครถนัดทางด้านไหน มีความสามารถทางด้านไหนเ ราหยิบออกมาแล้วมาฝ๊กเขาทางด้านนั้น ผมมั่นใจว่า จากระดับท้องถิ่นขึ้นมาระดับอําเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ เราจะมีนักกีฬาที่เก่ง ๆ อีกไม่ใช่น้อยเลย เราคัดเลือกจากคน ๖๕ ล้านคนทั่วทั้งประเทศในแต่ละทาง อันนี้เปึน สิ่งหนึ่งที่ทําได้เลย เพียงแต่เราเป่ดโอกาสให้สนับ สนุนด้านท้องถิ่น หรืออาจจะมีกองทุน พัฒนาการกีฬา ซึ่งไปส่งเสริมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในระดับพื้นที่ก็เชื่อว่าเราจะได้นักกีฬา ที่มีขีดความสามารถอีกมาก แล้วก็จะทําให้ร่างกายแข็งแรง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ําใจ เปึนนักกีฬา แล้วก็จะเปึนพลเมืองที่ดี ที่เราจะพัฒนาประชาธิปไตย พัฒนาอะไรได้ทั้งนั้น ถ้าคนเรามีชีวิตจิตใจ มีความเปึนนักกีฬา มีรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะฝากให้ท่านกรรมาธิการอาจจะเพิ่มเติมไว้ตรงไหนก็ได้ที่สามารถ จะพัฒนาคน ของเรานั้นให้เปึนนักกีฬา แล้วสามารถที่จะเอาขีดความสามารถที่มีอยู่เฉพาะตัวนั้นออกมา สามารถที่จะเปึนนักกีฬาระดับชาติ ระดับโลก อะไรก็สุดแล้วแต่ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๖ ท่าน ที่ประสงค์จะให้ความเห็น ในเรื่องของการปฏิรูปการกีฬา แล้วก็พระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ได้อภิปรายครบแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันคงจะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาตอบข้อซักถามค่ะ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ท่านจุตินันท์กับท่านสุรพล ทิพย์เสนา กฤษฎีกา ตอบ ๒ ท่านครับ ชี้แจง ๒ ท่าน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผมรับ มอบหมายแค่ตอบประเด็นนิดเดียวนะครับ เรื่องของมหาวิทยาลัยการกีฬา อย่างแรกก็คง ต้องขอขอบคุณในแนวทางมุมมองที่แตกต่างจากที่เรามองนะครับ แต่ก็ขออนุญาตอธิบาย ก็แล้วกันในที่มาที่ไปของความคิดในการนําเสนอของเรานะครับ จริง ๆ แล้วเราตั้งโจทย์มาว่า เราอยู่ในห้วงที่จะต้อ งปฏิรูป ฉะนั้นเราคงต้องพยายามคิดให้นอกกรอบให้มากที่สุด เพื่อในการนําเสนอนะครับ เพราะว่าการปฏิรูปมันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแก้ไข แต่มันเปึน การปฏิรูปนะครับ แล้วสิ่งที่เราได้มาจากวันแรกที่เราเริ่มทําก็คือข้อคิดเห็นจากเวทีรับฟัง ความคิดเห็นทั้งหลายที่เราได้รับมา แล้วอีกอย่างหนึ่งก็มีท่านสมาชิกก็ได้พูดถึงว่า จริง ๆ เราก็ให้ความสําคัญและคํานึงถึงงบประมาณในการปฏิรูปการกีฬำที่เราได้นําเสนอ ครั้งนี้นะครับ ก็ขอย้อนกลับมาถึงตัวมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินะครับ จริง ๆ แล้วมันก็ มาจากปัญหาที่คาราคาซังอยู่นะครับ อันแรกเลยก็คือเรื่องของโครงการช้างเผือกนะครับ โครงการช้างเผือกก็มีมาหลายสิบป้แล้วที่นักกีฬาที่มีแวว มีทาเลนต์ (Talent) ก็จะได้รับ การพิจารณาพิเศษเพื่อเข้าไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยดี ๆ ทั้งหลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม้ ตัวสถาบันอุดมศึกษาทั้งหลายที่รับเข้าไปแล้วยินดีรับเข้าเปึ นนักกีฬา แต่นักกีฬาจะมีปัญหา ในการเข้าเรียนหรือเวลาชั่วโมงนั่งฟังเลคเชอร์ (Lecture) หรือสอบนะครับ เพราะว่าอาจารย์ แต่ละวิชาแต่ละคณะมีความเห็นแตกต่างกันในการสนับสนุนการศึกษาของนักกีฬานะครับ ล่าสุดเลยก็มีกรณีของน้องผู้หญิงคนหนึ่งเปึนนักกีฬาทีมชาติแบดมินตันติด แรงค์ (Rank) โลกเลย อยู่ที่สถาบันมหาวิทยาลัยที่ขึ้น ชื่อทอป (Top) ของประเทศไทยเลย ซึ่งทางอาจารย์

ไม่ยอมให้เข้าไปฝ๊กซ้อม จนกระทั่งน้องเขาสุดท้ายก็ต้องดรอป (Drop) ออกจากการเปึน นักกีฬาทีมชาตินะครับ ก็เพราะว่าได้รับความกดดันจากพ่อแม่เขาว่าต้องจบจาก มหาวิทยาลัยอันนี้ให้ได้นะครับ อันนี้ไม่ใช่แค่กรณีเดียว แต่เราก็เห็นมาหลากหลายว่านักกีฬา ที่มีแววในการพัฒนาเปึนตัวแทนหรือสร้างชื่อเสียงให้ประเทศก็ไปติดเรื่องของการศึกษา ส่วนอันที่ ๒ เรื่องของสถาบันพลศึกษาถึง แม้ว่าเราจะมีถึง ๑๗ แห่ง แต่ปัจจุบันนี้ เราขาดบุคลากรทางด้านครูพลศึกษาป้หนึ่งประมาณ ๑๒,๐๐๐ คน มันก็คงจะสะท้อนถึง ปัญหาที่มี ซึ่งต่อมาก็คือว่าสุดท้ายผู้ที่จบมาจากสถาบันพลศึกษาก็ดี หรือว่าหันมาทํา ทางอาชีพกีฬาก็ดี อนาคตทางด้านการสร้างวิชาชีพของเขามันค่อนข้างจํากัด ซึ่งทั้งหมด ๓-๔ ประเด็นนี้มันทําให้การพัฒนาการกีฬาของเรานี้มันไปไม่ได้อย่างที่เราคิดว่าควรจะเปึนนะครับ พอเรานําเสนอมหาวิทยาลัยการกีฬานี่ความเข้าใจของหลาย ๆ ท่านก็อาจจะมาจากว่า เราให้ความสําคัญแต่นักกีฬา แต่จริง ๆ มันไม่ใช่นะครับ ผมคิดว่านักกีฬาเปึนแค่ส่ว นหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งนี้นะครับ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่เราพูดถึง มันเปึนการพัฒนาให้ความรู้ แล้วก็สร้างสรรค์บุคลากรที่ เกี่ยวกับกีฬา เรามองไปถึงโคช นักกายภาพบําบัด นักกฎหมายที่สามารถดูสัญญาเรื่องการกีฬา บริหารจัดการ ในการจัดสปอร์ต เอนเทอร์เทนเมนต์ (Sport entertainment) ผู้บริหารสนามกอล์ฟ หลากหลายซึ่งมันเปึนแขนงวิชาหลากหลายซึ่งมันไม่ใช่เกี่ยวกับแค่นักกีฬา อันนี้ผมคิดว่า มันจะเปึนโจทย์ของตัวมหาวิทยาลัยการกีฬานี้ที่เราอยากจะเห็น

ส่วนสุดท้ายคงจะรับคําติติงเรื่องของโครงสร้างกรรมการสภากีฬาที่มีสมาชิกบอกไปเดี๋ยวจะ กลับไปพิจารณา แต่ก็อยากจะอธิบายให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้เข้าใจครับว่าที่มาที่ไป ทําไมเราถึงได้นําเสนอมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เราก็ได้คํานึงถึงจะเปึนงบประมาณก็ดี หรือการแก้ปัญหาที่เปึนอยู่ แล้วก็มีการสร้างอนาคตให้กับธุรกิจกีฬา หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา ก็ขออธิบายเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายสุรพล ทิพย์เสนา

กราบเรียนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผม สุรพล ทิพย์เสนา อนุกรรมาธิการด้านกฎหมายกีฬา ในกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ยังมีประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติได้มีข้อซักถาม และข้อสังเกต ๒-๓ ประเด็น ที่คิดว่าน่าจะต้องกราบเรียนเพื่อที่ให้เกิดค วามชัดเจนในการนําเสนอของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการกีฬาครั้งนี้นะครับ ในประเด็นแรกประเด็นเรื่องถ้อยคําที่มีการใช้ถ้อยคําที่ปรากฏอยู่ว่า ยังเปึนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ในกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชาติ หรือพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ ขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในการนําเสนอของคณะกรรมาธิการเพื่อผลักดันในกรอบของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติ สภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... หรือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อดําเนินการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ทีนี้ในกระบวนการก็อาจจะมีการนําเสนอ มีการผลักดันที่อาจจะไม่พร้อมกัน ตรงนี้การเขียน ในกฎหมายก็ยังยึดอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อติดขัด ในข้อกฎหมาย ถ้าในการผลักดันการจัดตั้งกระทรวงการกีฬาเปึนไปล่าช้ากว่ากฎหมายฉบับอื่ น ดังนั้นจะปรากฏอยู่ในกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับว่ายั งใช้รัฐมนตรีหรือว่าปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา สําหรับประเด็นที่ ๒ ประเด็นในข้อห่วงใยหรือข้อสังเกตที่เกี่ยวกับ ในเรื่องขององค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีสัก ๒-๓ ท่านที่ได้มี ข้อสังเกต ในประเด็นแรกเรื่องจํานวนของคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่มีเปึนจํานวนมาก อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าตอนที่พิจารณาจัดทํายกร่างขึ้น ก็ได้มีการพิจารณาว่ามีบุคคลใดที่เข้ามาเกี่ยว ข้องบ้าง ซึ่งตัวนี้พอพิจารณาแล้ว ก็เห็นว่า

ทั้งกรรมการโดยตําแหน่ง และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องเปึนจํานวนมาก ก็นํามาบัญญัติไว้ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ประกอบกับในเรื่องของสัดส่วน ของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ซึ่งเมื่อกรรมการโดยตําแหน่งมากขึ้นก็กําหนดให้มีผู้ทรงคุณเปึนสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี จะรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกกลับไปพิจารณาเพื่อปรับจํานวนกรรมการให้เหมาะสมต่อไป รวมทั้งในเรื่องของการนําผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อของ สกอ. มากําหนดไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ด้วย สําหรับประการที่ ๒ ที่เกี่ยวกับในเ รื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการ ที่มีกรณีข้อซักถามว่าการโปรดเกล้าฯ นี้โปรดเกล้าฯ เฉพาะนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิใช่หรือไม่ อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ในกระบวนการในการนําเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็จะมีกรรมการอยู่ ๒ ประเภทที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ก็คือกรรมการที่เปึนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและนายก สภามหาวิทยาลัย สําหรับกรรมการโดยตําแหน่งและกรรมการซึ่งเปึนผู้แทนโดยตําแหน่ง ภายในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ อันนี้จะไม่มีการนําเสนอโปรดเกล้าฯ เนื่องจากว่าตําแหน่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึนกรรมการโดยตําแหน่งที่มาจากองค์กรภายนอกหรือว่ำกรรมการโดยตําแหน่ง ที่มาจากภายในก็อาจจะมีการหมุนเวียนกันบ่อย โดยเฉพาะตําแหน่งที่เปึนผู้บริหาร ในมหาวิทยาลัย ตรงนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดเปึนการรบกวนในการที่จะเสนอโปรดเกล้าฯ บ่อยครั้ง ก็ไม่ได้กําหนดให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

สําหรับประเด็นที่ ๓ ข้อห่วงใยในเรื่องของการให้อํานาจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการดําเนินการส่งเสริมกีฬานะครับ ตรงนี้ทางคณะกรรมาธิการก็ได้มีการพิจารณาแล้ว ก็เห็นว่าเปึนเรื่องที่เห็นควรที่จะมีการส่งเสริม อย่างที่เปึนข้อสังเกตของท่านสมาชิกครับ ก็ได้มีการกําหนดไว้ในมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาตินะครับ ตรงนี้ ก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้งนั้นมีหน้าที่ในการส่งเสริมและดําเนิน กิจการทางด้านกีฬานะครับ อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญท่านประธานค่ะ

พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาตินะครับที่ได้ให้ข้อเท็จจริง เปึนข้อเท็จจริงจริง ๆ นะครับ ผมก็มีความรู้สึกเหมือน ทุกท่านนะครับว่ามันเปึนความจริง แล้วก็หลายเรื่องที่จะต้องทําครอส คัตติง ซึ่งจะต้องใช้ เวลาในการประสานงานด้วยนะครับ ก็รับไปนะครับ และที่ท่านตั้งข้อสังเกต ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ รวมทั้งประสบการณ์แล้วก็ปัญหาที่ท่านอภิปรายมานั้นถือว่าเปึนประโยชน์ อย่างยิ่ง แล้วก็ได้จดบันทึกไว้ทั้งหมดแล้วนะครับ ก็จะได้นําข้อสังเกตเหล่านี้ไปพิจารณา ปรับปรุงแผนปฏิรูปการกีฬาให้เกิดความเหมาะสม แล้วก็จัดทํารายงานบันทึกประกอบแผน นําเสนอต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อส่งมอบต่อไป ก็ฝากเรื่องที่ท่านฝากผมไว้ ในเรื่องกีฬาประจําชาติไทยนะครับ ว่าให้ใส่ใจมาก ๆ หน่อย ยืนยันว่าไม่ลืมนะครับ ยกตัวอย่างเช่นมวยไทยอย่างนี้เปึนต้นนะครับ เมื่อกี้นี้เองได้สั่งให้มีการประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อให้กีฬามวยไทยซึ่งเปึนกีฬาประจําชาติไทยไปสาธิตในการแข่งขันกีฬาโอลิมป่กที่ ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ในป้หน้าต่อไปด้วยครับ อันนี้เปึนเรื่องที่เราได้พยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้กีฬาประจําชาติไทยเปึนที่รับทราบและยอมรับของทั้งโลกต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานวาระปฏิรู ปที่ ๑๙ การกีฬา (รอบ ๒) เรื่องแผนปฏิรูปการกีฬาและร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับรายงานที่นําเสนอนะคะ

แล้วก็เห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผลตามร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอ แต่ละฉบับ จํานวน ๓ ฉบับด้วยนะคะ ก่อนที่ดิฉันจะขอมติก็จะขอนับองค์ประชุมก่อนค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

คงต้องคอยสักนิดหนึ่งนะคะ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วกดที่ช่อง แสดงตนค่ะ เชิญอาจารย์สังศิตค่ะ ยังไม่ได้ป่ดค่ะ เชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้ว ดิฉันป่ดนะค ะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๗ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้วนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบกับรายงานของ คณะกรรมาธิการที่นําเสนอหรือไม่ หากท่านเห็นชอบด้วยสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสี ยงลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วย ท่านโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านลงมติแล้วนะคะ ท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ทุกท่านลงคะแนนแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๗ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูป ที่ ๑๙ การกีฬา (รอบ ๒) เรื่อง แผนปฏิรูปการกีฬา ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไป ปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ท่านอลงกรณ์มีอะไรคะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

หมายเลข ๒๓๘ ขอใช้สิทธิครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ

ต่อไปเปึนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ดิฉัน จะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการ เสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อ ประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภาลงมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะคะ เพราะว่ายังครบอยู่ ดิฉันไม่เห็นใครออกจากห้องประชุม นอกจากท่านเกริกไกรที่เพิ่งเข้ามาค่ะ ดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติเลยนะคะ ท่านผู้ใด เห็นชอบท่านโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงท่านโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มี ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ เหตุผล และสาระ หลักสําคัญของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ซึ่งจะได้ ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกให้กับคณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวัน ถัดจากวันที่สภามีมติ โดยที่สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้ยื่นคําขอต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมตินะคะ คือนับจากวันพรุ่งนี้เปึนต้นไปค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติแล้วนะคะ

ต่อไปจะเปึนร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันคงจะ ขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับ หลักการ เหตุผล และสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภา มีมติ แต่ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบ ก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเปึนอันตกไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันคงจะไม่นับองค์ประชุมเช่นเดียวกัน เพราะองค์ประชุมยังครบอยู่ค่ะ ต่อไปก็จะขอให้ สมาชิกลงมตินะคะ ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าไม่มี ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผล และสาระสําคัญ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่ งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แล้วให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยสมาชิกผู้ใดที่ประสงค์จะยื่น คําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่ นต่อ ประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติคือนับแต่วันพรุ่งนี้ เปึนต้นไป ถ้าเผื่อว่าท่านประสงค์ที่จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมท่านก็ยื่นได้ค่ะ

ต่อไปจะเปึนร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมเช่นเดียวกันว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าว พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนอันตกไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ดิฉันคงจะไม่นับองค์ประชุมเช่นเดียวกันนะคะ เพราะว่าองค์ประชุมยังครบอยู่ดิฉันไม่เห็นใคร เดินออกจากห้องประชุมนะคะ ดิฉันคงจะขอมติจากที่ประชุมว่าถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบ ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านกรุณา กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มีนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐ ท่าน งดออกเสียง ๒๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ เหตุผล และสาระหลักของ ร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกในวันนี้ไปให้ คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ โดยสมาชิกท่านใดประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วัน ถัดจากวันที่สภามีมติ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตเพิ่ม ลงคะแนนด้วย เห็นด้วยครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกด้วยนะคะ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

ประเสริฐ ๑๓๕ ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

สมาชิกคะ เปึนอันจบการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๙ การกีฬา (รอบ ๒) เรื่องแผนปฏิรูป การกีฬาและร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย การกีฬาแห่งชำติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ..... ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะคะ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณาวาระที่ ๓.๓ คือรายงานของคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เรื่อง วาระพัฒนา ด้านการท่องเที่ยว

ขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา เพราะว่าเรายังมีระเบียบวาระการประชุม หลังจากนี้อีก ๑ วาระ ดิฉันจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการในการแถลงรายงาน แล้วก็ตอบข้อชี้แจงให้กระชับ แล้วก็อยู่ในประเด็น แล้วก็สําหรับการอภิปรายของสมาชิก ก็เช่นเดียวกัน ขอความกรุณาท่านอภิปรายเฉพาะในส่วนข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จะได้ไม่ซ้ําซ้อนกับส่วนที่เราได้เคยพูดกันมาแล้ว

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อให้การแถลงรายงานเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดิฉันได้พิจารณาแล้วอนุญาตตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๙๗ วรรคท้าย จึงขออนุญาตให้ คุณสมประสงค์ โขมพัตร คุณวนิดา มหากิจ และคุณสิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน เข้าร่วมชี้แจงด้วย ขอเชิญค่ะ ท่านประธานกรรมาธิการพร้อมหรื อยังคะ ขอเชิญท่านแถลงรายงานค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอบคุณท่านประธานที่ท่านเอ่ยนามคณะกรรมาธิการผมถู กต้องแล้วนะครับ ไม่มีคําว่า อุตะสาหกรรมนะครับ ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพ รายงานของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขา เรื่องการท่องเที่ยวนั้นเปึนการเสนอครั้งแรก ไม่เคย เข้ามาก่อน เนื่องจากเปึนวาระพัฒนา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตให้ผู้รายงานได้ใช้เวลาเท่าที่ จําเปึน แต่คงจะไม่ให้ยืดยาว เพราะมันมีประเด็นรายละเอียดที่ต้องเสนอเยอะมาก กระผม จะขอกราบเรียนสั้น ๆ เพื่อสร้างภาพใหญ่เพื่อให้ท่านได้เข้าใจถึงกรอบใหญ่ เพื่อจะได้เข้าสู่ ประเด็นที่จะขอให้ท่านได้มีโอกาสตัดสินใจ การท่องเที่ยวเปึนเครื่องมือ เปึนกลไกขับเคลื่อน เศรษฐกิจที่สําคัญที่สุดในขณะนี้

เพราะว่าถ้ามองถึงเรื่องตัวส่งออกก็ดี เรื่องของการลงทุนก็ดี เรื่องของการใช้จ่ายก็ดี เราล้วนแต่มีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงขณะนี้ทั้งสิ้น ที่มีความน่าชื่นใจที่สุดในบรรดากลไก ขับเคลื่อนก็คือการท่องเที่ยว ในป้นี้เราคาดว่าเราจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ถึงประมาณ ๒๘ ล้านคน แต่เราลองดูนะครับภาพใหญ่ที่เราทํามาในอดีตจนกระทั่งบัดนี้นั้น เปึนอย่างไร ดูการประเมินขององค์กำรการท่องเที่ยวโลกซึ่งอยู่ที่สเปน ประเทศไทย เปึนอันดับ ๑๐ ของการท่องเที่ยวโลก มีผู้ที่เข้ามาท่ องเที่ยวในประเทศไทยอยู่ที่ ๒๖.๕ ล้านคน เราจะเห็นว่าเราเปึนอันดับ ๑๐ ในเอเชียนั้นเราเปึนรองเพียงประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น แล้วก็อันดับ ๑ ของโลกคือประเทศฝรั่งเศส ตามด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสเปน ในประเด็นเรื่องของรายรับจากการท่องเที่ยวนั้น น่าชื่นใจประเทศไทยอยู่ที่อันดับ ๗ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเปึนอันดับ ๑ อยู่ที่ประมาณ ๔๒ บิลเลียน (Billion) อันนี้เปึนประมาณการในป้ ๒๕๑๓ ในประเทศเองการท่องเที่ยว คนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวกันเองในประเทศก็ ๑๖๑ ล้านคนครั้ง ทํารายได้ถึงประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ามองในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะเห็นว่า การท่องเที่ยวนั้นมีความสําคัญมาก เกษตรสร้างจีดีพี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่องเที่ยว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของท่องเที่ยวนั้นอยู่ในภาคของบริการ ภาคบริการมีทั้งหมด ๔๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวจึงมีสัดส่วนในจีดีพีค่อนข้าง สําคัญมากในเศรษฐกิจไทย ทั้งส่วนที่เปึนทางตรงกับส่วนที่ทําให้เกิดคลื่นในระยะต่อไปจาก ระลอกแรกรวมแล้วเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีผู้ที่อยู่ในการจ้างงานในภาคนี้อยู่ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานของประเทศทั้ งหมด ทีนี้ถ้าเรามองถึงศักยภาพการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวใ นช่วงที่ผ่านมาเราลอง เปรียบเทียบ การท่องเที่ยวโลก ทวีปต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงป้สุดท้าย คือป้ ๒๕๑๓ จากการคํานวณขององค์การการท่องเที่ยวโลก ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๕ ถึงป้ ๒๕๑๓ ท่านจะเห็นว่าเส้นที่ เปึนของโลกเส้นบนสุดนั้นก็ชี้ชั นไปนะครับมีนักท่องเที่ยวในโลกนี้ ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านคน คือประมาณ ๑ ใน ๖ ของคนในโลกนี้ท่องเที่ยวหรือเดินทาง และในเอเชียแปซิฟ่กนั้นอยู่ที่ประมาณ ๒๕๐ ล้านคน ในเชิงรายรับเอเชียแปซิฟ่กนั้นกระโดด ก้าวสูงนะครับ เส้นที่เปึนลูกศรชี้นั้นเปึนการเจริญเติบโตในเชิงชันมากของเอเชียแปซิฟ่กอยู่ที่ ๓๖๐ บิลเลียนเหรียญสหรัฐ เรากลับมาที่ประเทศไทยทุก ๆ ๑๐ ป้การท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

๑ เท่าตัวในป้ ๒๕๓๐ เรามีนักท่องเที่ยว ๓.๕ ล้านคน ในป้ ๒๕๔๐ ไปถึง ๗,๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ในป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นเท่าตัวอยู่ที่ ๑๔.๕ ล้านคน แล้วก็ขณะนี้ ๗ ป้ให้หลังเราจะมีป้นี้ อีกเปึน ๒๘ ล้านคน ถ้าอัตราการเจริญเติบโตเปึนไปเช่นนี้เรื่ อย ๆ ในอีก ๑๗ ป้ข้างหน้า เราจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศนี้ ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเรามีวิสัยทัศน์จะให้ ประเทศไทยเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วเปึนเทร ดดิง เนชัน ในป้ ๒๕๗๕ เราก็จะมีคน เข้ามาร่วมฉลองกับเราอีก ๑๐๐ ล้านคนในป้นั้น ประเด็นก็คือมันน่าดีใจไหมที่เรามีคนเข้ามาอีก ๑๐๐ ล้านคน ผมคิดว่าคงจะต้องไปดูที่ปัญหาอื่นด้วย

ปัญหาของการท่องเที่ยว ประเด็นที่ ๑ มีการกระจุกตัวของการท่องเที่ยวในจัง หวัด จํานวนไม่มาก ๑๐ จังหวัดแรก พัทยา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสงขลา ๑๐ จังหวัดแรกได้คนไปเที่ยวถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไปใช้จ่ายที่นั่ น ที่บอกว่าทั้งหมด ๔๐ บิลเลียนอะไรนี่ไปอยู่ที่ ๑๐ จังหวัดนี้ถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ที่เหลืออีก ๖๗ จังหวัดนี่ผมคิดว่าเขาคงอาจจะเปึนข้าวที่คอยฝนอยู่นะครับ ประเด็นที่ ๒ ความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวในประเทศไทยวัดจากจํานวน ๑๔๑ ประเทศ เรามีปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาที่แย่ที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัยเซฟตี แอนด์ ซิเคียวริตี (Safety and security) หรือที่อันดับ ๑๓๒ อันนี้น่าห่วงใยครับ การท่องเที่ยวนั้นมันมี ความละเอียดอ่อนอยู่ที่ ๒ ปัจจัย คือ ๑. ความปลอดภัย อันที่ ๒ คือโรคระบาด สุขภาพ เมื่อไรที่มี ๒ สิ่งนี้เมื่อนั้นการท่องเที่ยวตกทันที สิ่งที่เปึนปัญหามากของเราคือเรื่องเซฟตี กับซิเคียวริตี อันที่ ๒ ที่เปึนปัญหาใหญ่คือเรื่องข องความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็คือเอนไว รอนเมนทอล ซัสเทนอะบิลิตี (Environmental sustainability) ไพรซ์ คอมเพตทีทีฟเนส (Price competitiveness) ของเรา ข้างล่างสุดตรงประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา อันดับที่ ๓๖ แปลว่าเราก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ว่าเราไปอยู่ในค่อนข้าง จะถูกมาก แล้วก็มีเรื่องอื่นอีกซึ่งเปึนเรื่องสําคัญที่เราแข่งขันไม่ได้ เช่น การคมนาคม ขนส่งทางบก แล้วก็ท่าเรือ อยู่ที่อันดับที่ ๗๑ อันนี้เปึนปัญหาสําคัญ ๒ ประการ เราเปึนอันดับ ๓ ในเอเชียแปซิฟ่กในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เมื่อสักครู่นี้ อะไรเวิล (Arrival) กับรายได้นั้นเราเปึนอันดับ ๗ ในโลก อันดับ ๑๐ อันดับ ๗ แล้วก็ เอเชียแปซิฟ่กเราเปึนอันดับ ๒ แต่ในเชิงของความสามารถในด้านการแข่งขัน ในด้าน การท่องเที่ยว เราเปึนอันดับ ๓ รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น เราจะเห็นได้ว่า ๑. การท่องเที่ยวเราเปึนตัวจักรสําคัญ ประเด็นที่ ๒ มันมีศักยภาพ เราได้ทําดีมาตลอด และมันจะดีไปอีกเรื่อย ๆ แต่ความดีเหล่านั้นมันมีนัยที่ซ่อนอยู่มากเลย การทําลายสิ่งแวดล้อม การทําให้เกิดการกระจุกตัวของรายได้ ความสามารถในการกระจาย ออกไปยังทั้งประเทศ เรื่องของการใช้จ่ายต่อหัวของผู้ที่เข้ามานั้นน้อย ผมจําไม่ได้ว่า สถิติเท่าไร ประมาณวันหนึ่งไม่ถึง ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็อยู่ไม่เกิน ๓ วัน ๔ วัน ทําอย่างไร ถึงจะให้ ๑๐๐ ล้านคนนั้นที่ในอนาคตเข้ามาสักครึ่งหนึ่ง ๕๐ ล้านคน แต่ใช้จ่ายมากขึ้น

๓ เท่า ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่า ๑๕๐ ล้านคน ดีกว่า ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นประเด็น ต่าง ๆ เหล่านี้เปึนประเด็นความท้าทายอย่างมากต่อการที่เราจะต้องปฏิรูปแนวคิด การบริหารจัดการ เรื่องของการกระจายรายได้ เรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ ยว ในประเทศนี้ เพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ท่านประธานครับ ผมจะ ขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เข้าไปในรายละเอียดว่าประเด็นปัญหา ที่แท้จริงเปึนอย่างไร แล้วเราควรจะมีประเด็นปฏิรูปและแนวทางแก้ไขอย่างไร ขออนุญาตครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ผม กงกฤช หิรัญกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการ และประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการท่องเที่ยว ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณา ชี้ให้เห็นถึงความสําคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แล้วก็ได้ทิ้งท้ายว่าหากว่าเราปล่อย ให้มีอัตราการเพิ่มของนักท่องเที่ยวไปเช่นนี้นะครับ ใน ๑๐ ป้ที่ผ่านมาเราเพิ่ม ๑๕ เปอร์เซ็นต์โดยถัวเฉลี่ย เพียงเราคิดครึ่งเดียวคือเพิ่มป้ละ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ไปอีก ๑๗ ป้ จะถึง ๑๐๐ ล้านคน ซึ่งอันนี้ก็คงจะเปึนสิ่งที่บางคนปรารถนา และบางคนไม่ปรารถนา ที่จะเห็นนักท่องเที่ยวเปึนจํานวนถึง ๑๐๐ ล้านคน ปัญหาของการพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเราเริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ นับถึงวันนี้ ๕๕ ป้นะครับ ปัญหาต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ยังคงมีอยู่ ซึ่งสามารถจําแนกได้เปึน ๖ เรื่อง ซึ่งถือเปึนปัญหา โครงสร้างของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทีเดียวนะครับ ในปัญหาโครงสร้างทั้ง ๖ เรื่องก็คง จะมีสําคัญ ๑. คือเรื่องแหล่งท่องเที่ยวไม่เพียงพอแล้วก็แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม ซึ่งเมื่อสักครู่ก็บอกแล้วว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากนะครับ แล้วกระจุกตัวอยู่เพียง ๑๐ จังหวัด ก็ทําให้ทั้ง ๑๐ จังหวัดเปึนแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ เชิงอนุรักษ์ทั้งหลาย ในเรื่องที่ ๒ คือการคมนาคม การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวไม่ดี ท่านจะ เห็นว่าในแหล่งท่องเที่ยวหลาย ๆ แหล่งไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีเหมือนในต่างประเทศ เรายังต้องนั่งรถ สองแถว รถแดงแล้วก็ต่อรองราคา ในเรื่องที่ ๓ คือเรื่องสิ่งอํานวย ความสะดวกทางการท่องเที่ยวก็ไม่เพียงพอและไม่มีมาตรฐานที่ดี เช่น ห้องน้ํา ปัายบอกทาง เรามีนักท่องเที่ยวหลายประเทศแต่เรามีปัายบอกทางส่วนใหญ่จะเปึนภาษาไทย อย่างมาก ก็มีภาษาอังกฤษ เราไม่มีภาษารัสเซีย เราไม่มีภาษาจีน เราไม่มีภาษาญี่ปุ์น เรายังขาด ซึ่งสิ่งอํานวยความสะดวกและข้อมูลการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางดิจิทัลนะครับ ในเรื่องที่ ๔ คือการบริการของภาคเอกชนยังมีมาตรฐานต่ําและติดกับดักราคา ในเรื่องนี้ก็คือเรามีธุรกิจ ผิดกฎหมายค่อนข้างมาก อย่างมีการบอกกล่าวกันว่าเรามีโรงแรมที่จดทะเบียน ถูกต้องกับกระทรวงมหาดไทยประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ โรงแรมนะครับ แต่เรามี อพาร์ตเมนต์ (Apartment) และที่พักแรมที่ไม่จดทะเบียนเปึนโรงแรมนับจํานวนแล้วน่าจะ มากกว่าโรงแรมที่จดทะเบียน สิ่งเหล่านี้ทําให้เราไม่สามารถควบคุมทางด้านอุปทาน และตัวนี้เองเปึนตัวที่ก่อให้เกิดกับดักราคาและวกกลับมาสู่คุณภาพมาตรฐานของ การปรับปรุงในเรื่องของบริการ สิ่งเหล่านี้เองก็ทําให้เปึนที่ประจักษ์ว่าราคาค่าที่พักแรม ในประเทศไทยจะถูกกว่าหลาย ๆ ประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันนะครับ ในประเด็น โครงสร้างที่เปึนปัญหาที่ ๕ คือเรื่องบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ ทั้งคุณภาพและปริมาณโดยเฉพาะที่ท่านประธานกรรมาธิการของผมพูดเสมอคือเรื่องภาษา ในภาษาต่างประเทศเรามีความรู้จํากัด ในขณะเดียวกันก็ในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ และยิ่งไปกว่านั้นก็คือคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขาดแคลนค่อนข้างมาก สาเหตุถ้าไปดู จากสํานักงานสถิติแห่งชาติพบว่ารายได้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะอยู่ต่ํากว่ารายได้ ของคนในสาขาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เกือบจะต่ําที่สุดนะครับ ตรงนี้เองเปึนเหตุผลหนึ่ง

ที่คนไม่ค่อยเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สุดท้ายก็เปึนเรื่องความปลอดภัยแล้วก็ การหลอกลวงนักท่องเที่ยวซึ่งอันนี้ก็รวมถึงการจําหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานแล้ วก็ การจําหน่ายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวที่เกินกว่าราคาที่ควรจะเปึน อันนี้เปึนปัญหาโครงสร้าง ที่ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ ในปัญหาเหล่านั้นสาเหตุที่สําคัญก็คงจะ มาจาก ๒ เรื่อง คือ ๑. ปัญหาที่มาจากวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ต้องยอมรับ ว่าเราประสบความสําเร็จมากนะครับในการนํานักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ทางด้านอุปสงค์ เราสามารถพัฒนาได้สัมฤทธิผลเปึนอย่างดี แต่ทางด้านคุณภาพที่เราพยายามหันเหที่จะ พัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพยังไม่สัมฤทธิผลโดยเฉพาะ เรายังคงเน้นมุ่งการเติบโต เรายังคงให้ความสําคัญกับจํานวนนักท่องเที่ยว เรายัง ให้ความสําคัญกับรายได้จากการท่องเที่ยว โดยเราไม่ได้เน้นในเรื่องของการคํานึงถึง การกระจายรายได้ และเราไม่ได้เน้นถึงผลกระทบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนะครับ อย่างเช่น อุทยานทางทะเลหลาย ๆ พื้นที่ที่ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ธรณ์ ขอเอ่ยนาม ว่าท่าน ก็ได้เคยนําเสนอไปในหลายวาระว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้เข้าไปใช้พื้นที่ในพื้นที่ อนุรักษ์อย่างเกินขอบเขตนะครับ ในส่วนสาเหตุที่ ๒ ของปัญหาโครงสร้างก็คงจะมาจาก ปัญหาการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนยังขาด ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูรณาการการทํางานของหน่วยงานทางด้านการนําแผน การบูรณาการแผน การนําแผนไปสู่ปฏิบัติ ก็จะเห็นว่าเรามีหน่วยงานที่ดูแลทางด้าน การท่องเที่ยวในระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ในส่วนท้องถิ่นซึ่งไม่ค่อยได้ประสานกัน เท่าที่ควร การจัดการแหล่งท่องเที่ยวขาดประสิทธิภาพ เรามีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้เปึนเจ้าของทรัพยากรทางการท่องเที่ยวใด ๆ เลยนะครับ ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ขึ้นอยู่กับกระทรวงอื่น ๆ เกือบจะทั้งหมด เช่น กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากร

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่แล้วแหล่งท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงอื่น ๆ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้มีความเปึนเจ้าของ การดูแลแหล่งท่องเที่ยวจึงขาดการบูรณำการไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นก็เกิดการทับซ้อนของส่วนราชการ ตอนนี้หน่วยงานราชการทั้งองค์การมหาชน บางแห่งก็ขึ้นอยู่กับสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เช่น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. หรือสํานักงานส่งเสริ มการประชุมและนิทรรศการ สสปน. หรือล่าสุดก็มีสํานักงาน พัฒนาพิงคนครที่จังหวัดเชียงใหม่ เปึนต้น ซึ่งองค์กรเหล่านี้ไม่ได้สังกัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากนั้นก็ยังขาดองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่ง เขาเปึนเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว มีบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีความเข้าใจในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเช่น ไปตัดถนนริมหาดเลยชิดหาดเลยก็ทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยไม่สะดวกต่อนักท่องเที่ยว ในเรื่องถัดไปของปัญหาที่มีสาเหตุก็คือบทบาทของหน่วยงานของภาครัฐทําหน้าที่ ทั้งเปึน หน่วยกํากับแล้วก็หน่วยโอเปอเร ต (Operate) ไปในตัว เหมือนที่เราประสบปัญหา ในเรื่องของไอเคโอ (ICAO) ในเรื่องของการบินพาณิชย์ ในกรณีนี้ก็อย่างเช่นเดียวกันว่า เรามีการกําหนดในเรื่องของการจัดทํามาตรฐานทางการท่องเที่ยว แต่กรมการท่องเที่ยว เปึนทั้งผู้กํากับมาตรฐานและเปึนผู้ออกใบรับรองมาตรฐานซึ่งอันนี้ก็เปึนเรื่องที่จะต้องแก้ไข ถัดไปก็คือขาดหน่วยงานส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้มแข็ง ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ผ่านมาเติบโตได้ด้วยดีก็ด้วยความแข็งแกร่งของภาคเอกชน ที่เข้าไปเปึนตัวบุกเบิกซึ่งอันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดที่ให้การส่งเสริมในลักษณะของภาคเอกชน อย่างชัดเจน การจัดสรรบุคลากรไม่สมดุล อันนี้พูดถึงในหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากมีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แล้วมีการจัดตั้งกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ในป้ ๒๕๔๕ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีคนซึ่งเดิมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปึนหน่วยงานเดียวซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจที่ดูแลการท่องเที่ยว เมื่อมีกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาก็มีการจัดตั้งกรมการท่องเที่ยวขึ้น ภายใต้สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนจํานวนมากยังอยู่ที่การท่องเที่ย วแห่งประเทศไทย เพราะเปึนรัฐวิสาหกิจไม่สามารถ โอนย้ายกลับเข้ามาที่ส่วนราชการได้ องค์ความรู้ต่าง ๆ ของหน่วยงานยังอยู่ที่การท่องเที่ยว

แห่งประเทศไทย ในขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มีการโอนย้ายบุคลากรจาก หลายหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรมพลศึกษาเข้ามาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีบุคลากรอยู่ปัจจุบัน ๒,๐๐๐ กว่าคน แต่เปึนที่ทํางาน ในส่วนของการท่องเที่ยว ๕๐๐ คน อีก ๑,๐๐๐ กว่าคนอยู่ในส่วนของการกีฬา ซึ่งเมื่อสักครู่ก็ได้พิจารณาผ่านกันไปแล้วน่าจะแยกกีฬาออกไปเปึนกระทรวง ซึ่งตรงนี้เอง คือการจัดสรรบุคลากรทางการท่องเที่ยวเราจึงไปเน้นที่การสร้างอุปสงค์นํานักท่องเที่ยว มากกว่าการดูแลอุปทานทางการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุล สุดท้ายก็คือที่ผ่านมาเรามักจะพูด หารือการกําหนดนโยบายกันในระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยละเลยถึงการนําชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการกําหนดซึ่งอันนี้ทําให้เกิดการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน ในคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการก็เลยคิดได้ เปัาหมาย การปฏิรูปและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะต้องเปึน อุตสาหกรรมที่มีคุณภาพ ไม่เปึนอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับอัตลักษณ์และ วัฒนธรรมเพื่อเพิ่มรายได้แก่ประเทศ กระจายรายได้สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยดําเนินการ อย่างมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน บูรณาการการทํางานร่วมกันทั้งด้าน แผนงานและงบประมาณ อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าหน่วยงานทางด้านการท่ องเที่ยว กระจัดกระจาย และอย่างไรก็ไม่สามารถรวมกันไปอยู่หน่วยงานเดียวได้ การบูรณาการ จึงเปึนสิ่งสําคัญที่สุด วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวในแนวทางการปฏิรูปของ คณะกรรมาธิการของเราจึงได้กําหนดว่าการท่องเที่ยวจะต้องมีคุณภาพและยั่งยืน การบริหาร จัดการต้องมีประสิทธิภาพและสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดังที่เรียนนะครับ ที่ท่านประธานได้เรียนไปแล้วว่า

เราอยู่ในลําดับที่ ๓๕ แต่เรามีรายได้ลําดับที่ ๗ เรามีนักท่องเที่ยวลําดับที่ ๑๐ จะเห็นว่า เราใช้พลังสูงกว่าขีดความสามารถของเราค่อนข้างมาก ข้อเสนอการปฏิรูปก็คือการแก้ปัญหา โครงสร้างทั้ง ๒ ปัญหา โดยเปึนการจัดทําข้อเสนอการปฏิรูปวิสัยทัศน์การพัฒนา การท่องเที่ยวเสียใหม่ การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว แล้วก็การเพิ่ม ขีดความสามารถนะครับ ซึ่งผมจะขอลงไปในรายละเอียดทีละเรื่อง ก็คือการปฏิรูปวิสัยทัศน์ ของการพัฒนาการท่องเที่ยวซึ่งจะต้องเน้นไปที่เปัาหมาย รายได้ และนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเอาจํานวนนักท่องเที่ยวออกไป ซึ่งหากเราเน้นจํานวนนักท่องเที่ยวก็อย่างที่กราบเรียนว่า ภายใน ๑๗ ป้ นักท่องเที่ยวจะเปึน ๑๐๐ ล้านคน ซึ่งเปึนสิ่งที่เราไม่จําเปึนต้องมีนักท่องเที่ยว ถึง ๑๐๐ ล้านคน แต่เราอยากได้รายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ๗.๕ ต่อป้ นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวที่เราอยากจะเห็นเข้ามาในประเทศก็ต้องเปึน นักท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม แล้วก็มีคุณภาพในการรักษาสิ่งแวดล้อม ของประเทศเปึนอย่างดี ซึ่งอันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราจะต้องมีการจัดการการท่องเ ที่ยวอย่างยั่งยืน ในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบางทางการท่องเที่ยว รวมทั้งจะต้องจัด ให้มีบริการที่มีมาตรฐานสากล ซึ่งอันนี้ก็อย่างที่กราบเรียนว่าก็จะต้องมีการดูแลเรกูเลเตอร์ โอเปอเรเตอร์ที่แยกออกจากกัน รวมทั้งต้องเน้นที่จะให้เกิดการกระจายผล ประโยชน์ อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม เพราะปัจจุบันยังกระจุกตัวอยู่เพียง ๑๐ จังหวัดของประเทศไทย เท่านั้น วิสัยทัศน์นี้จะต้องรีบเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด ในส่วนที่ ๒ ของข้อเสนอก็คือเสนอ ให้มีการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวใหม่ จากเดิมที่เราเน้นแต่เฉพาะ ภาครัฐและภาคเอกชนมาหารือกันเพื่อกําหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ก็จะต้องเน้นเพิ่ม ในภาคชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและการกําหนดยุทธศาสตร์ทาง การท่องเที่ยวร่วม โดยการปรับปรุงภาครัฐ ก็คือการปรับปรุงคณะกรรมการนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งชาติซึ่งมีอยู่แล้ วตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๑ แต่เนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้มีถึง ๓๐ กว่าคน มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานที่ประชุมเห็นว่าควรจะจัดทําให้คณะกรรมการนโยบายชุดนี้ มีองค์ประกอบที่เล็กลงและมีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แล้วก็ให้เพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งขณะนี้องค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติไม่มีส่วนที่มาจากชุมชนเลย แม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่ก็จะมาจากภาครัฐและภาคเอกชนเท่านั้น นอกจากนั้นก็ขอให้

กรรมการชุดนี้ได้ขยายบทบาทในการทําหน้าที่จัดทํายุทธศาสตร์ภาพรวมของประเทศที่ต้อง เน้นความสมดุลของระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไป ซึ่งเดิมเราเน้นแค่ การจัดทํายุทธศาสตร์เพื่อการเพิ่มรายได้ และกระจายโอกาสของการท่องเที่ยว แต่ในกรณีนี้ ให้เน้นไปที่การสร้างความ สมดุลของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งการบูรณาการ แผนงานและงบประมาณ ซึ่งเดิมเรามีการขอจัดทํางบประมาณในเรื่องของการพัฒนา การท่องเที่ยวหลายหน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงและหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่าง ๆ ในกรณีนี้ก็อยากจะให้มีการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเพื่อ จัดส่งสํานัก งบประมาณผ่านคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมทั้งสนับสนุนให้มี คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติในระดับจังหวัด ในระดับพื้นที่ด้วย ในการพัฒนาปรับปรุง บทบาทของคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ก็เห็นว่าน่าจะปรับกระทรวงไปเปึนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เปึนสํานักงานภายใต้คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งมีสังกัดอยู่ สํานักนายกรัฐมนตรี มีเลขาธิการเปึนหัวหน้าส่วนราชการ มีตําแหน่งเทียบเท่าระดับ ปลัดกระทรวงแล้วก็ทําหน้าที่ประสานทั้งแนวราบในระดับกระทรวง ทบวง กรม ประสาน ในระดับแนวดิ่งคือในส่วนของพื้นที่ท้องถิ่นต่าง ๆ รวมทั้งประสานกับหน่วยงานท่องเที่ยว ระหว่างประเทศตามความตกลงทั้งทวิภาคี พหุภาคี ที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และภายใต้สํานักงานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติก็ให้มี ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยยุทธศาสตร์ หน่วยพัฒนา หน่วยประชาสัมพันธ์และ การตลาดและหน่วยวิจัย

โดยหน่วยยุทธศาสตร์หรือสํานักงานยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ซึ่งก็คือสํานักงาน ปลัดกระทรวงเดิมก็ให้ทําหน้าที่สนับสนุนการประชุมของคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยว แห่งชาติให้จัดทํายุทธศาสตร์ชาติตามแนวนโยบายของรัฐ และให้เปึนศูนย์กลางของข่าวสาร ด้านการท่องเที่ยวทั้งปวงนะครับ ในส่วนที่ ๒ คือหน่วยสํานักพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบัน ก็คือกรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ทําหน้าที่เปึนโคออร์ดิเนเตอร์ (Coordinator) ผลักดัน แผนพัฒนาระดับนโยบายลงสู่ภาคปฏิบัติลงสู่พื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ให้เปึนผู้กํากับมาตรฐาน การท่องเที่ยวในเรื่องของการตรวจรั บรองก็จะให้เปึนองค์กรภาคเอกชนตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ว่าต่อไปนะครับ ในส่วนถัดไปก็จะให้เปึนผู้บริหารกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมีอยู่แล้วตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวนี้ก็เปึน การจัดสรรงบประมาณมาเพื่อเปึนตัวแมตชิง ฟันด์ (Matching fund) คล้าย ๆ อย่างนั้นครับ เพื่อจะให้แผนที่กําหนดโดยคณะกรรมการ นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติสัมฤทธิ ผล เปึนความร่วมมือทางด้านการใส่เงินทุนเข้าไปกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ รวมทั้ง สนับสนุนส่งเสริมการดําเนินงานให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง อย่างที่เรียนว่ายังไม่มี หน่วยงานใดที่ดูแลด้านนี้ชัดเจน และสุดท้ายก็ให้บูรณาการแผนและงบประมาณ เปึนตัวกลั่นกรองในเรื่องของแผนงบประมาณของส่วนราชการต่าง ๆ ที่อ้างเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวทั้งปวงครับ ในส่วนของหน่วยประชาสัมพันธ์การตลาดก็คือการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยที่มีอยู่เดิมตามพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๒๒ ก็ขอให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติเฉพาะของตนเองขึ้นใหม่ เนื่องจากเดิม พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอย่างที่ผมกราบเรียนว่าสมัยก่อนเกิดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา พระราชบัญญัติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีอํานาจหน้าที่ ถึงการกู้เงินลงทุน ร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วย ซึ่งอันนี้ก็จะขอปรับให้เปึน ความจริงคือทําหน้าที่แต่เฉพาะในเรื่องการส่งเสริมการตลาดทางด้านการท่องเที่ยวแล้วก็ เน้นว่าไม่เปึนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งปัจจุบันเปึนรัฐวิสาหกิจซึ่งไม่ได้แสวงหากําไร ไม่ได้มีรายได้ครับ ก็ขอเปึนพระราชบัญญัติคล้าย ๆ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ทํานองนั้นนะครับ แล้วก็ให้ครอบคลุมงานตามลักษณะของการท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเดิม เราจะเน้นในเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวไปตามพื้นที่ หรือตามประเทศต่าง ๆ สร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ

ด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เช่น สํานักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ เปึนต้น นอกจากนั้นก็จะขอให้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่เปึนหน่วยวิจัย เช่น สถาบันวิจัย เพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสําคัญมากแต่เราไม่มีหน่วยวิจัย และพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว ก็เสนอให้มีการดําเนินการในลักษณะมูลนิธิหรือสถาบัน คล้าย ๆ กับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลังของกระทรวงการคลัง สร้างองค์ความรู้ เพื่อจะใช้ประโยชน์ในการวางแนวนโยบายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สร้างดัชนีตัวชี้วัด เพื่อทําให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าใจถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน รวมทั้งก็ขอถ่ายโอนบุคลากรจากการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ทั้งหมดที่เสนอในเรื่องของการปรับปรุงส่วนราชการเปึนการขอปรับ ขยับตําแหน่งที่มีทั้งหมดประมาณ ๑,๕๐๐ ตําแหน่งจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ ๕๐๐ ตําแหน่งจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้นนะครับ โดยไม่ปรารถนาที่จะให้มี การเพิ่มอัตราแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าตอนนี้โครงสร้างบริบทของบุคลากรทางการท่องเที่ยว เราไปเน้นทางด้านอุปสงค์มากกว่าอุปทาน ดังที่กราบเรียนมาแล้วนะครับ โดยสรุปก็คือ การปรับโครงสร้างบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวก็จะมีในระดับนโยบายคือ คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ และในระดับปฏิบัติการก็มีสํานักงาน นโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งมี ๔ หน่วยงาน คือ หน่วยยุทธศาสตร์ หน่วยพัฒนา หน่วยประชาสัมพันธ์และหน่วยวิจัย รวมทั้งมีการดูแลในระดับพื้นที่ คือคณะกรรมการ นโยบายท่องเที่ยวในระดับพื้นที่ในลักษณะของภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชน ในส่วนที่ ๒ ก็คือการปรับปรุงการบริหารจัดการของภาคเอกชน ซึ่งอันนี้ก็คือสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่ม ภาคเอกชนให้มีความเข้มแข็ง โดยยังให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นแล้วตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๔๔ เปึนองค์กรประสานกับภาครัฐแล้ วก็ ดําเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสต ร์และนโยบายที่กําหนดโดยคณะกรรมการนโยบาย ท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมทั้งการสร้างฐานข้อมูลเพิ่มองค์ความรู้ให้กับองค์กรภาคเอกชน

นอกจากนั้นก็ยังต้องเน้นให้ผู้ประกอบการมีธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องบังคับให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการตรวจสอบความถูกต้อง แล้วก็ให้มีการเสียภาษี อย่างเหมาะสม ในเรื่องของการบริหารจัดการของชุมชนก็ต้องเน้นการรวมกลุ่มและเพิ่ม การมีส่วนร่วมของชุมชนในเรื่องของการท่องเที่ยวโดยชุมชน อย่างเช่นจังหวัดกระบี่ที่อ่าวนาง ก็มีการรวมกลุ่มเรือหางยาว เรือหางยาวแต่ก่อนก็ทะเลาะแย่งผู้โดยสารกัน ตอนหลังก็มี การตั้งเปึนชุมชนผู้ประกอบการเรือหางยาวอย่างนี้เปึนต้น ภาครัฐควรสนับสนุนให้มี การรวมกลุ่มให้มากในรูปสหกรณ์การท่องเที่ยว ชุมชน หรือผู้ประกอบการท่องเที่ยว แล้วก็ ให้มีอํานาจและบทบาทในการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ตั้งแต่การกําหนดทิศทางและ แผนงานพัฒนา ซึ่งอันนี้ก็อยากจะให้รวมไปถึงพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ด้วยนะครับ รวมทั้ง ต้องเน้นการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงชุมชนเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน ในส่วนสุดท้าย ก็คือการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว ก็มีข้อเสนอคือ การปัองกันและแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว โดยการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอนุรักษ์ บริหารจัดการระดับพื้นที่แบบภาครัฐ เอกชน และชุมชนร่วมกัน รวมทั้งจัดการให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่นระบบการจอง จ่ายบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอนุรักษ์ เช่นเราจะเข้าพื้นที่อนุรักษ์ที่มีการกําหนด จํานวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันก็ต้องมีการจองล่วงหน้า นอกจากนั้นก็มีการส่งเสริม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่เพื่อกระจาย นักท่องเที่ยวไป อย่างที่เรียนแล้วว่าถ้าเรา มีจํานวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอัตราเพียงครึ่งหนึ่งของอัตราในปัจจุบันเราจะพบว่า แหล่งท่องเที่ยวไม่เพียงพอแออัดและเสื่อมโทรม ก็เสนอให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเปึน ๓ ระดับ คือ ระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น ซึ่งก็ขอให้ อย่างน้อยทุกอําเภอมีแหล่งท่องเที่ยว ๑ ระดับอย่างใดอย่างหนึ่ง และรัฐบาลควรสนับสนุน ให้มีการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้สูงขึ้น รวมทั้งจัดรวมกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) ท่องเที่ยว ตามอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ โดยภาครัฐจะต้องลงทุนศึกษาวิจัยอัตลักษณ์ ซึ่งสร้างให้เกิดเรื่องราวของอัตลักษณ์ แล้วก็ส่งเสริมผู้ประกอบการที่นําอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ของพื้นที่นั้น ๆ มาใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการ เช่นก็ได้เคยนําเสนอสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนว่าต่อไปถ้าจะให้การส่งเสริมลงทุนโรงแรมควรจะให้ การส่งเสริมแต่เฉพาะโรงแรมที่ได้นําเอาอัตลักษณ์วัฒนธรรม วิถีชีวิตเข้ามาประยุกต์

ใช้กับโรงแรมเปึนต้น รวมทั้งก็ให้มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่มนุษย์สร้างขึ้น ในเรื่องเพิ่ม ขีดความสามารถในเรื่องสุดท้ายก็คือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ แล้วก็ การส่งเสริมการขยายธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของไทยไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนี้มีนักท่องเที่ยวคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศหลายล้านคน ก็เปึนโอกาสที่นักธุรกิจไทย จะไปประกอบธุรกิจที่รองรับนักท่องเที่ยวไทยไปยังประเทศนั้น ๆ ด้วย รวมทั้งการส่งเสริม ผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นก็คือการสร้าง เครือข่ายผู้ประกอบการและตราสินค้าทางการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันตราสินค้ำ ทางการท่องเที่ยวจะเปึนของชาวต่างประเทศ อย่างเช่นแบรนด์ทางด้านธุรกิจโรงแรมเปึนต้น เราจะไม่ค่อยมีแบรนด์ที่เปึนของคนไทยที่มีชื่อเสียง ในความคิดทั้งหมดก็จะสรุปได้ว่า เราเสนอให้มีการปฏิรูปวิสัยทัศน์ เสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน และเสนอให้มีการปฏิรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลที่คาดว่าจะได้รับก็เชื่อว่าหากว่ามีการดําเนินงานตามแนวทางที่เสนอก็จะทําให้เกิด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม แล้วก็มีการพัฒนา การท่องเที่ยว เปึนเครื่องมือในการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเข้มแข็ง ให้สังคมและข้อขัดแย้งต่าง ๆ ในตัวชี้วัดของความสําเร็จก็คือคุณภาพและยั่งยืน ก็คือให้มี การเติบโตคือรายได้ต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์

มีส่วนในจีดีพีเพิ่มขึ้นมากกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียแปซิฟ่ก รายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ๖ เปอร์เซ็นต์ ทางด้านการกระจายรายได้ก็คือมีจังหวัดที่มีรายได้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่า ๑๐ จังหวัด ความยั่งยืนก็คือจํานวนแหล่งท่องเที่ยว ที่มีการกําหนดจํานวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเพิ่มมากขึ้น มีระบบการจองและจ่ายค่าธรรมเนียม ล่วงหน้า รวมทั้งจํานวนแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเกินกําหนด คาพาซิตี (Capacity) ลดน้อยลง ในเรื่องของโครงสร้างการบริหารจัด การในส่วนของภาครัฐ ตัวชี้วัดก็คือ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนพระราชบัญญัตินโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ในส่วนของ ภาคเอกชนก็คือสนับสนุนและกําหนดบทบาทองค์กรภาคเอกชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายให้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ชุมชนก็ให้มีการรวมชุมชน เพื่อบริหารจัดการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็คือความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ก็อยากจะเห็นว่าขีดความสามารถของประเทศไทยจากลําดับที่ ๓๕ จะขึ้นเปึนลําดับที่ ๒๕ และในระดับภูมิภาคจากเอเชียแปซิฟ่กที่เปึนลําดับที่ ๑๐ ขึ้นเปึนลําดับที่ ๗ และในอาเซียน ภูมิภาคก็ขอขึ้นเปึนลําดับที่ ๒ ทั้งหมดก็เปึนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ ท่องเที่ยวและบริการ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประธานคะจะมีเพิ่มเติมอีกไหมคะ ขอเชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ก็คงจะให้รายละเอียดสาระสําคัญของการปฏิรูปไว้พอสมควรนะครับ ผมคิดว่าผมอยากจะ เป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็น นี่เปึนครั้งแรกนะครับแต่ว่าเราจะไม่มีครั้งที่ ๒ แล้ว เวลาไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกจะกรุณาให้ข้อคิดเห็นผมว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อการที่เราจะไปปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ท่านก็ได้รับทราบแนวทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของ คณะกรรมาธิการที่ได้นําเสนอแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอให้ท่านสมาชิ กอภิปราย ให้ความเห็นในเรื่องวาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาที

เช่นเดิมนะคะ ขณะนี้ดิฉันมีรายชื่ออยู่มีท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านสยุมพร ลิ่มไทย ท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร กับท่านอาจารย์วินัย ดะห์ลัน ค่ะ ขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ค่ะ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทาง ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ก็ขอบคุณมากนะครับที่กรุณาทําการปฏิรูปการท่องเที่ยว ซึ่งผมดูในภาพรวมทั้งหมดแล้วผมยืนยันว่าเปึนการปฏิรูปอย่างแท้จริง แล้วก็มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรหลายต่อหลายอย่างในองค์ประกอบ ก็อยากขอให้ สปช. ทุกท่าน ลองดูในรายละเอียดนะครับ ผมคิดว่าน่าสนใจมาก ผมไปอย่างรวดเร็วนะครับ ก็คือ ในเรื่องแรกเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เราพูดถึงกัน แล้วทางท่านกรรมาธิการ ก็ได้พูดถึงรายละเอียดนี้ ส่วนหนึ่งที่ผมต้องเน้นย้ําว่านอกจากรายได้การท่องเที่ยวของเรา เพิ่มขึ้น หรือนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอะไรต่าง ๆ ทรัพยากรของเราลดน้อยลงอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างสั้น ๆ ก็คืออย่างหมู่เกาะสิมิลัน เมื่อ ๒๐ กว่าป้ก่อนหมู่เกาะสิมิลันเคยเปึนเกาะ ที่สวยที่สุด ๑ ใน ๑๐ ของโลก เช่นเดียวกับหมู่เกาะพีพีสวยที่สุด ๑ ใน ๕ ของโลก ปัจจุบัน ไม่มีใครพูดถึงคําว่า ๑ ใน ๑๐ หรือ ๑ ใน ๕ อีกแล้ว เรียกว่าตกสํารวจไปโดยสิ้นเชิง อันนี้ก็เห็นชัดเจน ฐานทรัพยากรโดยเฉพาะทางทะเลซึ่งมีการใช้ประโยชน์กันมาก ก็เคยพูดแล้ว ก็เน้นย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าแนวปะการังของเราจาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออยู่ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ลดลงในอัตราป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใน ๒๐ ป้ ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมี ๑๐๐ ล้านคน หรือไม่ ๑๐๐ ล้านคน ก็อาจจะไม่มีปะการังเหลือ ให้คน ๑๐๐ ล้านคนมาเที่ยวก็ได้ ตรงนี้เอาความชัดเจนว่ามันเสื่อมโทรมลงจริง ๆ ในส่วนของ เรื่องต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการนําเสนอมาผมเห็นด้วยเกือบทั้งหมดนะครับ แต่จะเน้นย้ํา ความสําคัญบางประการ ยกตัวอย่างเช่น ในข้อเสนอที่ ๒ หน้า ๒๔ ก็จะเห็นได้ว่าในเรื่องของ โครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หน่วยงานต่าง ๆ ทํากันเต็มไปหมดแล้วก็มั่วกระจาย เต็มไปหมด เปึนแนวความคิดที่ดีมากที่จะเอาหน่วยของกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ เอามารวมกัน ไม่อย่างนั้นทุกคนก็ของบประมาณ ขอทําหน่วยงานท่องเที่ยวกัน แล้วก็ไม่ไป ทางไหน มันกระจัดกระจายครับ เอามาบูรณาการรวมกันภายใต้ ททช. อันนั้นเห็นด้วย อย่างยิ่งนะครับ

ในเรื่องของชุมชนนี่เดิมทีเราพยายามที่จะพัฒนาชุมชนให้มีการท่องเที่ยว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น ก็คือฮับ (Hub) ของการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างอย่างจังหวัดภูเก็ตอย่างนี้ถ้าถามว่าดูภาพปุ็บ ๘๓ เปอร์เซ็นต์อยู่จังหวัดภูเก็ต แต่จริง ๆ แล้วไปเที่ยวจังหวัดพังงา แต่คนจังหวัดพังงา ที่ชุมชนจังหวัดพังงานี่แทบจะไม่ได้อะไรเลย เพราะฉะนั้นตรงนั้นการกระจายการท่องเที่ยว ก็ต้องมองยุทธศาสตร์ตรงส่วนนี้ว่าทําอย่างไรไม่ให้จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเปึนฮับ แล้วก็ นักท่องเที่ยวก็ไปใช้ทรัพยากรของจังหวัดรอบ ๆ เต็มไปหมดแล้วก็กลับมาใช้จ่ายกันที่ฮับ มันก็จะมีปัญหา การท่องเที่ยวกระจุกตัวของเราจะเห็นผล กระทบอย่างตามพื้นที่ต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ ในหน่วยงานทั้ง ๔ หน่วยงานที่พูดถึงนี่ผมเห็นด้วยนะครับโดยเฉพาะหน่วยงาน การวิจัย พอดีผมก็ทํางานวิจัยด้านนี้พอสมควร ผมคิดว่าหน่วยงานการวิจัยนี่ ต้องตีกรอบ ให้ชัดเจนแล้วก็ทํากรอบการวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ อันไหนที่ไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ก็คงจะต้องตีออกไป แล้วก็ต้องเอาสอดคล้องกับในเรื่องของ สกว. แล้วก็ หน่วยงานด้านทุนการบริหารการท่องเที่ยวอื่น ๆ แล้วงานวิจัยที่ขาดแคลนอย่างมากก็คือ งานวิจัยในเรื่องของความยั่งยืนในเรื่องของทรัพยากร ความสมดุลของทรัพยากรและอื่น ๆ อีกมากตรงส่วนนี้คงจะต้องฝากความเน้นย้ํา อีกเรื่องหนึ่งซึ่งอันนี้ก็พูดคุยกันหลายครั้ง ก็คือเรื่องของระบบการจองและจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ในความเปึนจริงผมอยากเห็น เปึนศูนย์กลางอาจจะเปึนอันเดอร์ (Under) อะไรสักอย่างหนึ่งที่ดูแลทั้งหมดเลยมันจะได้หมดปัญหา เพราะว่าอย่างที่ผมทํามาก็เห็นชัดเจนอย่างเกาะพีพีอย่างนี้จากวันละ ๘๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันวันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เดิมทีหายไป ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าธรรมเนียม เข้าอุทยานเกาะพีพีที่เดียวนะครับ ยังไม่พูดถึงที่อื่น ถ้าเกิดมันเปึนหน่วยงานเดียวดูแลหมดเลย ทั้งค่าเข้าไม่ว่าจะเปึนอะไรก็ตามในเรื่องของที่ต้องเสียค่าบัตรค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว รวมถึงศิลปะ วัฒนธรรมด้วยนี่อันเดอร์ วัน รูฟ (Under one roof) อาจจะ มีหลายราคาใช่ แต่อันเดอร์ วัน รูฟมีการจองล่วงหน้า มีการจ่ายล่วงหน้า มีการใช้บัตร เดียวกันเข้าได้หลายที่เหมือนอย่างในต่างประเทศทํากันอันนั้นจะเปึนศูนย์ที่ใหญ่และดูแล เรื่องการทุจริตหรืออะไรต่าง ๆ จบเลย แล้วก็ค่อยมาจ่ายเงินไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่ เหมาะสม เพียงแต่ว่าอันเดอร์ วัน รูฟมันจะกลายเปึนสแตนดาร์ด (Standard) เดียวกัน ไม่ใช่ให้กระทรวงหนึ่งไปทํา กระทรวงวัฒนธรรมไปทําของกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นมาแล้วก็ เก็บค่าธรรมเนียม ค่าเข้าหรืออะไร แล้วก็กรมอุทยานก็ไปทําอีกอันหนึ่งมันหลายอันเหลือเกิน

ทั้งที่หัวใจจริง ๆ ก็คือการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพียงแต่ไม่ใช่เอาเงินไปอยู่กับสํานักหมดครับ ต้องคืนเขาไปด้วยเพราะเขาต้องเปึนคนดูแลด้วย เพียงแต่ว่ามันอันเดอร์ วัน รูฟ มาตรฐานเดียวกันนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ที่ผมดูมาถ้าเกิดเราทําสําเร็จได้ผมคิดว่ามันจะมี ประโยชน์เปึนอย่างยิ่ง จบพอดี เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้และเดี๋ยวที่เหลือนี่อี กยาวหลังไมโครโฟน ก็แล้วกันครับ ตอนนี้ก็ฝากไว้ แต่ชื่นชมมากครับถ้าเกิดทําได้จริง ๆ นี่ชื่นชมมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอลงกรณ์ พลบุตร ค่ะ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. ความจริงท่านประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ ๒ เรียล เซกเตอร์นี่ทํางานหนัก พร้อมกับคณะกรรมาธิการทําได้ดีมากทุกวาระเลยรวมทั้งวาระนี้ด้วย แล้วก็เปึนรายงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเปึนอนาคตเพราะศักยภาพประเทศ ของเรานั้นเรื่องอาหาร เรื่องท่องเที่ยว เรื่องพลังงานทดแทน อันนี้ถือได้ว่าเปึนอนาคตของ ประเทศอย่างแท้จริง แล้วก็เปึนเทรนด์ (Trend) ของโลกด้วย เรามีอัตลักษณ์และศักยภาพ ตรงนี้เต็มที่ ข้อเสนอ ๓ ปฏิรูปที่เปึนแนวทางสําคัญเปึนการตีโจทย์ที่ถือว่าเปึนมืออาชีพ มาก ทราบข้อมูล ทราบปัญหา แล้วก็วางโพซิชันนิง (Positioning) ประเทศไว้ดีมากชัดเจน ในเปัาหมาย มีข้อติติงประการเดียวซึ่งอาจจะเปึนการบ้านใหญ่ของกรรมาธิการทั้งคณะครับ คือการปฏิรูปโครงสร้างและ ระบบ ผมอยากจะให้ท่านลองพิจารณาว่าก่อนจะมาเปึน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นเรามีการจัดวางโครงสร้างซึ่งผมคิดว่าดีกว่าตอนเปึน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดิมนั้นเราไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และ กีฬาครับ เรามีรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

ความหมายก็คือว่าการท่องเที่ยวนั้นอยู่ที่ศูนย์กลางโดยนายกรัฐมนตรี และสํานัก นายกรัฐมนตรี ก็คือบูรณาการได้ทุกกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็มีรัฐวิสาหกิจ คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การเปึนรัฐวิสาหกิจที่แปลงจากส่วนราชการไปหรือ หน่วยราชการไปเพราะว่าต้องการให้เกิดขีดความสามารถในการแข่งขัน เกิดความคล่องตัว ไม่ติดอยู่กับระบบราชการ จึงทําให้การท่องเที่ยวของเราเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเมื่อมี การปฏิรูปราชการ โดยเฉพาะป้ ๒๕๔๕ จาก ๑๔ กระทรวงเปึน ๒๐ กระทรวง รูปแบบ ราชการกลับมา มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา งานแยกส่วนงบประมาณ ดึงเข้ามาวันนี้เปึนอย่างไรครับ ถูกย้าย ถูกดําเนินการสอบสวนตั้งแต่ระดับสูงสุดลงมาถึง ระดับผู้บริหาร ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวก็ไปทําด้านการตลาด ด้านส่งเสริม แต่วันนี้ ข้อเสนอกลับย้อนมาอีกแล้วครับ เปึนโครงสร้างราชการ ผมอยากให้ท่านลองทบทวนนะครับ เพราะว่าไม่ว่าเปัาหมายเราจะดีอย่างไร เราตอบโจทย์รู้โจทย์ชัดเจนและเห็นปัญหาข้างหน้า และวางแนวทางยุทธศาสตร์ไว้ดีมาก แต่พอขั้นที่จะปฏิบัติการก็คือกำรทําโพรเซส แอนด์ ออร์แกไนเซชัน นอล ดีไซน์ (Process and organizational design) นี่ หรือบางที เราก็เรียกว่าเปึนโอเปอเรชัน นอล ดีไซน์ (Operational design) ของแผนแม่บท ปฏิรูปประเทศของเราด้านนี้ กลับปรากฏว่าเราเปึนราชการ ผมไม่ได้เกี่ยงงอนเรื่องราชการ เพราะราชการก็คือคนที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็เปึนโครงสร้างภาครัฐที่เราต้องขับเคลื่อนประเทศ แต่ธรรมชาติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นเปึนการส่งออกครับ เราจัดว่าอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวเปึนส่วนหนึ่งของการส่งออก การแข่งขันสูงมาก อย่างที่เห็นนะครับ อันดับรายได้ จํานวนนักท่องเที่ยวเราอาจจะอยู่สูง แต่พอมาดูแรงกิง (Ranking) ทางด้านคอมเพตทิทีฟเนส (Competitiveness) ของเรานี้มันต่ํากว่าตัวจํานวนนักท่องเที่ยว แล้วตรงนี้เองมันถึงเปึน เหตุผลว่าทําไมต้องปฏิรูป แต่พอปฏิรูปแล้วนี้การออกแบบการขับเคลื่อนโดยองค์กรสําคัญมาก ธรรมชาติของการส่งออกจําเปึนต้องมีคอมเพ ตทิชัน โพลิซี (Competition policy) ที่สอดคล้องเพื่อที่จะขับเคลื่อนเปัาหมายของเรา ความคล่องตัวครับ บางประเทศเขาไปไกล มากครับ สํานักงานการท่องเที่ยวของเขาเขาไม่ใช้เจ้าหน้าที่รัฐนะครับ จ้างบริษัทมืออาชีพ เลยครับ เขาเอาต์ซอร์ส (Outsource) ไปไกลมาก เอาต์ซอร์สซิง (Outsourcing) ออกไป ดังนั้นผมอยากให้ท่านลองปรึกษากับกรรมาธิการปฏิรูประบ บบริหารราชการแผ่นดิน ที่เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบโครงสร้างในภารกิจภาครัฐ ลองตั้งโจทย์อันนี้แล้วให้ช่วย

ดูหน่อยว่าถ้าจะปรับให้ไปสู่แนวทางที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะท่านอดีตรัฐมนตรีเกริกไกรนี่ ท่านเปึนคนหนึ่งในดวงใจผมเลยนะครับ ความเปึนรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และท่านก็มีวิสัยทัศน์ กว้างไกลมากนี่ ปรับอีกนิดเดียวครับในเรื่องโครงสร้างที่ออกมาเปึนกรรมการนโยบาย แห่งชาตินั้นมีได้ครับ แต่การมีสํานักงานอีก แล้วก็ยังไม่ชัดเจนว่ากระทรวงยุบหรือเปล่า ยังอยู่หรือเปล่า หรือเกิดสํานักงานใหม่ขึ้นมาแล้วมาซอยแยกอีก มันจะยิ่งเกิดเรด เทป (Red tape) ขึ้น ขั้นตอนมากขึ้น ตรงนี้ผมเกรงว่ามันจะทําให้การขับเคลื่อนเปัาหมายของเรานั้น มันจะมีปัญหาติดขัดนะครับ ก็เลยฝากประเด็นนี้ให้ท่านประธานและกรรมาธิการโดยผ่าน ท่านประธานไปลองพิจารณาทบทวนครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ว่าสยุมพร ลิ่มไทย ค่ะ

นายสยุมพร ลิ่มไทย 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพครับ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย นะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้กําหนดประเด็นปัญหาไว้นี้ ค่อนข้างจะตรงนะครับ ก็คือเรื่องปัญหาที่เกิดจากนโยบายยุทธศาสตร์ ทิศทางการพัฒนา การท่องเที่ยวที่เปึนอยู่ในปัจจุบันไม่มีความชัดเจนครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหา การที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้นไม่ได้ทํางานในเชิงบูรณาการกัน อันนี้คือปัญหาจริง ๆ แล้วผมจะขอยกตัวอย่างประสบการณ์จริงในพื้นที่ที่ผมได้พบเกี่ยวกับ ปัญหาเหล่านี้เพื่อให้เห็นความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ตอนผมไปเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ตอนนั้นกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์ พยายามที่จะใช้พื้นที่ ที่ราชพัสดุเพื่อจัดหาประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เปึนนโยบายของกระทรวงการคลัง

กรมธนารักษ์ก็ไปดําเนินการในพื้นที่ที่เรียกว่าเกาะอาดัง บังเอิญเกาะอาดังเปึนพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างกรมธนารักษ์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะนั้นซึ่งเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนหน้าผมก็ไปดําเนินนโยบายตามนโยบายของ กระทรวงการคลัง ก็คือไปส่งเสริมให้เอกชนได้ไปเช่าพื้นที่เกาะอาดังแล้วก็สร้างเปึนรีสอร์ต (Resort) ขึ้นมา แต่ปรากฏว่าพอไปสร้างจนใกล้จะเสร็จกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และ พันธุ์พืชไม่เห็นด้วย เนื่องจากว่าเปึนพื้นที่ในเขตอุทยาน นโยบายของ ๒ กรมไม่ตรงกันเลย ปรากฏว่าคนที่ได้รับผลพวงในขณะนั้นก็คือเอกชนที่ได้ก่อสร้างไปแล้วถูกระงับการก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่ได้ลงทุนไป ๓๐-๔๐ ล้านบาท จนต้องยื่นฟัองศาลปกครอง อันนี้ก็คือยกตัวอย่าง ให้เห็นนะครับว่ามันขาดการบูรณาการในเชิงนโยบายและทิศทางการพัฒนา ก็คือปัญหา พื้นที่ท่องเที่ยวที่มีเจ้าของหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เจ้าของโดยกรมใดกรมหนึ่ง พื้นที่แบบนี้ จะมีมากในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ทับซ้อนกันระหว่างพื้นที่ของกรมธนารักษ์ซึ่งเปึน ที่ราชพัสดุและพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชที่มีความทับซ้อนกัน อันนี้เปึนประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพอไปดูในเรื่องของการก่อสร้างทั้งหลาย การก่อสร้างอาคารในบริเวณพื้นที่ทั้งหลายนี่นะครับ อํานาจในการพิจารณาอนุญาต ก็จะกลายไปเปึนอํานาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ อบต. เทศบาลทั้งหลาย ทีนี้ ก็จะไปอีกทิศทางหนึ่งเลยนะครับ ก็คือ อบต. หรือเทศบาลก็จะไม่สนใจละครับว่าพื้นที่ตรงนั้น จะมีเปัาหมายในการพัฒนาการท่องเที่ยวเปึนแบบไหน แต่ว่าเมื่อมีการขออนุญาตก่อสร้าง อาคารมาก็จะดูเฉพาะว่าแบบถูกต้องตำมแบบแปลนไหม ผู้ขอมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ ครบถ้วนไหม ก็อนุญาตไป เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่เราเห็นก็คือว่าทําไมเราเห็นชายหาด หลายแห่งมีการก่อสร้างอาคารที่ระเกะระกะ พื้นที่เกาะบางแห่งทําไมถึงมีการอนุญาตให้ สร้างอาคารในลักษณะเปึนห้องแถวเกิดขึ้น อันนี้ก็เนื่องจากว่าเรื่องของการก่อสร้างทั้งหลาย กลายไปเปึนเรื่องของอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีการกําหนดนโยบายแล้วก็ทิศทาง การพัฒนาให้ชัดเจน พอไปในเรื่องของการตลาด การตลาดก็คือการหาลูกค้าเพื่อที่จะ ปัอนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็กลายเปึนเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อก่อนก็เปึน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต่อมาก็เปึนกรมการท่องเที่ยว กรมนี้หรือหน่วยงานนี้ก็จะมี หน้าที่เพียงไปทําการประชาสัมพันธ์ ไปจัดอีเวนต์ (Event) แล้วก็พยายามดึงให้นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาในพื้นที่ท่องเที่ยวมาก ๆ โดยที่ก็ไม่ได้ไปดูหรอกครับว่าในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่ง

ถ้าหากนักท่องเที่ยวเข้ามามากจะมีปัญหา ก็คือพื้นที่หรือศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ไม่สามารถรับคนได้มากขนาดนั้น ผมยกตัวอย่างเช่นพื้นที่เกาะบางแห่งถ้าจะสามารถรับคนได้ ในเชิงคุณภาพ ในแต่ละเดือนไม่ควรจะมีนักท่องเที่ยวเกิน ๓,๐๐๐ คน หรือ ๔,๐๐๐ คน แต่พอปรากฏว่าการตลาดดี นักท่องเที่ยวเข้ามาล้น เกิดปัญหาเลยครับ ไม่มีน้ําใช้ เรื่องของการแย่งพื้นที่ที่เปึนห้องพัก น้ําดื่มไม่พอใช้ เรื่องขยะ เรื่องมลภาวะ เหล่านี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นก็ชี้ให้เห็นว่าแต่ละหน่วยงานก็ไปกันคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวขณะนี้ส่วนใหญ่การเติบโตของการท่องเที่ยวเปึนไปด้วยบทบาท ของเอกชนเปึนหลัก เขาก็จะเน้นไปอีกทิศทางหนึ่งนะครับ เน้นความสะดวก ความปลอดภัย สิ่งที่จะอํานวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ สมมุติจะเข้าไปทําในพื้นที่บางแห่งนี่เรื่องเหล่านี้ ทําไม่ได้หรอกครับ ประปา ไฟฟัา อะไรต่าง ๆ มันไปขัดกับกฎหมายของอีกหลายหน่วยงาน เพราะฉะนั้นที่ผมเรียนให้ทราบก็คือว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือต้องเขียนไว้ให้ชัดเจนจะบูรณาการกัน อย่างไร อาจจะต้องมีแผนแม่บทในเรื่องของการท่องเที่ยว อาจจะไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการท่องเที่ยวหลัก ๆ มาดูกันว่าจะแก้ไขอย่างไร ก็ขอเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเบญจวรรณ สร่างนิทร ค่ะ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน เบญจวรรณ สร่างนิทร สปช. หมายเลข ๑๒๔ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ก่อนอื่นต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จัดวาระปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การกีฬา โดยมีร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กับรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยวและบริการ เรื่องวาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยวอยู่ในครั้งเดียวกัน เมื่อวาระที่แล้วดิฉันก็ฟังไปก็บังเอิญ ขอเรียนตามข้อเท็จจริงนะคะ ลงชื่อไม่ทัน ลงชื่ออภิปรายวาระที่แล้วไม่ทันนะคะ ดิฉันจะขอ โยงวาระที่แล้วกับวาระครั้งนี้เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่เราพิจารณาพร้อมกัน เมื่อครั้งที่แล้วตอน พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

คราวที่แล้วพิจารณาเสร็จไปแล้วนะคะ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

เสร็จไปแล้วขออนุญาตโยงค่ะ กําลังจะโยงว่า เรื่องมันต่อเนื่องกัน ขอบคุณที่จัด ๒ วาระนี้อยู่ใกล้กัน วาระที่แล้วที่ตั้งกระทรวงการกีฬานั้น บอกว่าให้โอนบรรดากิจการ อํานาจหน้าที่ ทรัพย์สิ นอะไรทั้งหลายไปเปึนของ กระทรวงการกีฬาดังนี้ (๑) สํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปเปึนของ สํานักงานรัฐมนตรีกระทรวงการกีฬา (๒) สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ไปเปึนของสํานักงานปลัด กระทรวง กระทรวงการกีฬา (๓) กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปเปึนของกรมพลศึกษาและนันทนาการ กระทรวงการกีฬา (๔) กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปเปึนของกรมส่งเสริมการกีฬา และสิทธิประโยชน์ กระทรวงการกีฬา ดิฉันก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่าแล้วหน้าที่ของ กรมการท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม โดยกฎหมายกําหนดว่ากรมการท่องเที่ยวมีภารกิจเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว แล้วก็มีการพัฒนามาตรฐานการบริการการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว สนับสนุนการประกอบธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้อยู่ในระดับมาตรฐานเพื่อเกิดประโยชน์ แก่ประเทศชาติอะไรในลักษณะอย่างนี้ค่ะ หายไปไหน อยู่ที่ไหน พอมีการนําเสนอในวาระ ครั้งนี้ดิฉันก็ได้คําตอบในเรื่องการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการการท่องเที่ยวดังนี้ สิ่งที่ได้มีการนําเสนอก็คือโอเค (OK) สมมุติว่าไม่มีกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว กลายเปึนกระทรวงการกีฬา สิ่งที่มีการนําเสนอในเรื่องการท่องเที่ ยวนั้นก็คือให้ไปอยู่

สํานักนายกรัฐมนตรี โดยให้มีคณะกรรมการนโยบาย การท่องเที่ยวเกิดขึ้น ที่สําคัญจัดตั้ง สํานักงานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เปึนหน่วยงานในสังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการเปึนหัวหน้าส่วนราชการที่มีตําแหน่ง เทียบเท่าระดับกระทรวง ก็ยอมรับว่าในสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีหลายส่วนราชการ ในสังกัดที่เทียบเท่ากับระดับกระทรวง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรายละเอียดในส่วนนี้ก็คือว่าให้มี การแบ่งส่วน ให้มีหน่วยงานในสังกัดนี้ประกอบด้วย ๔ หน่วยงานก็คือหน่วยงานด้านพัฒนา มีหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์ก็คือสํานักปลัดกระทรวงเดิม แล้วก็มีหน่วยงานด้านพัฒนาก็คือ สํานักพัฒนาการท่องเที่ยวเดิมซึ่งเอาภารกิจของกรมการท่องเที่ยวมา แล้วก็มี ด้านประชาสัมพันธ์ซึ่งก็ของ ททท. แล้วส่วนสุดท้ายที่จะมาก็คือหน่วยวิจัย ซึ่งหน่วยวิจัยนั้น จะอาศัยแนวเหมือนมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ดิฉันต้องขอเอ่ยชื่อ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่อภิปรายเรื่องโครงสร้าง ค่อนข้างเปึนประเด็นว่าการจัดตั้ง ๑. เรื่องการท่องเที่ยวออกมาจากกระทรวง การกีฬาทั้งหมด แล้วก็จะเปลี่ยน กรมการท่องเที่ยวเปึนกรมส่งเสริมการกีฬาและสิทธิประโยชน์ในกระทรวง การกีฬานั้น ก็แสดงว่างานท่องเที่ยวทั้งหมดจะมาอยู่ที่สํานักนายกรั ฐมนตรี โดยสถานภาพนั่นก็คือ กรมกรมหนึ่งที่จะให้มี แต่ด้วยภารกิจจะให้กําหนดเทียบเท่ากับหน่วยงานในระดับกระทรวง แต่ภารกิจอื่นทั้งหมดอย่างเช่นกรมการท่องเที่ยวที่เคยมีสถานะเปึนกรมเดิมนั้นกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการของส่วนราชการระดับกรมนั้น มีฐานะเทียบเท่าเพียงระดับสํานักหรือ ระดับกองเท่านั้น

เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงจุดนี้เปึนจุดที่สําคัญ เรามีการนําเสนอในเรื่องการปรับปรุง โครงสร้างส่วนราชการ คือการที่จะมาปรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแยกออกเปึน ๒ ส่วน แต่ในการนําเสนอนั้นดิฉันคิดว่ามันอาจจะต้องดูในรายละเอียดให้รอบคอบ ให้ลึกซึ้ง มากกว่านี้ ถ้าอย่างนั้นสถานภาพจากของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจากเดิมก็จะ เปลี่ยนเปึนเพียง แค่กรมกรมหนึ่งในสํานักนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าคือกรมนะคะ กรมกรมหนึ่งในสํานักนายกรัฐมนตรี เพียงแต่สถานภาพบอกว่าจะให้เทียบเท่ากับกระทรวง ในขณะที่ประเทศเวลาเราไปพูดที่ไหนอย่างไรก็แล้วแต่เราจะบอกว่ารายได้ที่นําสู่ประเทศ มากที่สุดก็คือรายได้จากการท่องเที่ยว แล้วก็สิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับลูกหลานในอนาคตก็คือ เรื่องการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องการท่ องเที่ยวเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ทําอย่างไรที่จะสนับสนุนหรือว่าที่จะผลักดันเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็เปึน ข้อสังเกตที่ฝากไว้ในการที่จะไปประกอบพิจารณาการดําเนินการต่อไป ขอบคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ค่ะ

นายวินัย ดะห์ลัน 🔗

ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการ ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ จะไม่พูดเรื่องของโครงสร้าง จะขออนุญาตพูดเรื่องของ สาขาในเรื่องของการท่องเที่ยว ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณรายงานที่ท่านได้ทําไว้นั้น ให้ประโยชน์อย่างมากในหลายเรื่อง งานที่ผมทําอยู่นั้นจะขออนุญาตเอาข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่าน ได้รวบรวมไว้เอาไปใช้ประโยชน์ แต่หลังจากที่ได้อ่านไปแล้วนี่อยากจะมีข้อคิดเห็นอยู่ บางส่วน ต้องเรียนอย่างนี้ว่าผมเสียดายในเรื่องขอ งสาขาการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่หายไป ผมไม่ทราบว่าท่านได้พูดถึงสาขานี้หรือไม่ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่นั้นผมไปดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียดายก็คือมีอยู่สิ่งหนึ่งที่เปึนสาขาทางด้าน การท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่านับแสนล้านในทั่วโลกต่อป้ แล้วก็ทางประเทศญี่ปุ์น ไม่น่าเชื่อนะครับ ประเทศญี่ปุ์นตั้งเปัาไว้ในป้ ๒๐๒๐ นั้นเขาจะต้องมีรายได้จากธุรกิจสาขานี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เปึนประเทศญี่ปุ์น แล้วก็อีกอันหนึ่งที่น่าตกใจเลยก็คือหน่วยงานเอสดีซี (SDC) ของ รัฐบาลมาเลเซีย บอกว่าในส่วนของสาขานี้แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีความโดดเด่น แต่ว่า เปึนยักษ์หลับ นั่นหมายความว่าอีกไม่นานนั้นถ้าประเทศไทยตื่นขึ้นมาในสาขานี้ แล้วจะกลายเปึนคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างยิ่งสําหรับประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย

แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ แล้วก็จะยิ่งแปลกใจอย่างยิ่งเลยก็คือว่าขณะนี้เรามีประธานหรือว่า นายกสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคนปัจจุบันคือคุณอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก มีธุรกิจสาขานี้ อยู่ในจังหวัดกระบี่และจังหวัดภูเก็ต สาขาที่ผมกําลังจะพูดนี้คือสาขาการท่องเที่ยวฮาลาล หรือฮาลาล ทัวริซึม (Halal tourism) ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา เราคุยกันในเรื่องของการนําเอาเรื่องของวัฒนธรรม และการศาสนามาใช้ในเรื่องของการใช้มูลค่าเพิ่ม เรื่องหนึ่งที่เราคุยกันก็คือเรื่องของการใช้ อุตสาหกรรมและวัฒนธรรมฮาลาล ในเรื่องของอุตสาหกรรมนั้นเพื่อที่จะนํารายได้เข้ามาจาก การส่งออกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในส่วนของวัฒนธรรมฮาลาลนั้นเปึนเรื่องของรายได้ขาเข้า ก็คือ เรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็เรื่องของการแพทย์ฮาลาล ซึ่ง ๒ สาขานั้นจะมีรายได้นําเข้าสู่ ประเทศไทยอย่างมหาศาล แต่ว่าถ้าเราไปดูจากรายงานของท่านคณะกรรมาธิการนั้นเราจะ เห็นว่าในข้อ ๕ ข้อเสนอปฏิรูปและพัฒนา ใน ๕.๓ เรื่องของการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันในหน้า ๑๐ และหน้า ๑๑ จะมีเรื่องของการส่งเสริมและพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวใหม่

การแบ่งระดับแหล่งท่องเที่ยวมีระดับโลก ระดับภูมิภาค ระดับพื้นที่ มีเรื่องของการรวมกลุ่ม ท่องเที่ยวตามอัตลักษณ์มีการแบ่งกลุ่มเปึน ๘ กลุ่ม มีล้านนา มรดกโลก อีสานใต้ แม่น้ําโขง แม่น้ําภาคกลางแอกทีฟ บีช (Active Beach) รอยัล โคสต์ (Royal Coast) มหัศจรรย์ สองสมุทร ทั้งหมดนี่เราจะได้เห็นเรื่องของวัฒนธรรมที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องของการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งที่หายไปแล้วก็น่าเสียดายนะครับ ถ้าสมมุติว่าท่านจะกรุณาเติมกลับเข้าไปเรื่องของ กลุ่มท่องเที่ยวมุสลิม แล้วก็เรื่องของฮาลาล ยกตัวอย่าง ในกรณีของภาคเหนือมีเรื่องของ จีนมุสลิม ภาคใต้มีเรื่องของมลายูมุสลิม และในประเทศมาเลเซีย ท่านอาจจะไม่ทราบ ประเทศมาเลเซียเขาจัดฮาลาลบิกไบค์รูทไปจังหวัดเชียงใหม่ขี่กันมา แต่เขาบ่นกันว่า ไม่มีอาหารฮาลาลเลยไม่รู้ว่าจะกินกันที่ไหน ตลอดระยะเส้นทางจากประเทศมาเลเซียขึ้นไป ที่จังหวัดเชียงใหม่เขาขี่บิกไบค์ขึ้นไป มีเรื่องของฮาลาลแรลลี่รูท มีเรื่องของแรลลี่ มีเรื่องของ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมุสลิมภาคเหนือ มีเรื่องของฮาลาลฮอลิเดย์ และอีกเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะนําเส นอก็คือเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพิเศษร่วมกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ เขาจัดเรื่องของฮาลาลรูทร่วมกัน ประเทศไทยมีศักยภาพเต็มเป้ืยมในการที่จะจัดเรื่องของ การท่องเที่ยวฮาลาลร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่ำนั้น ขณะนี้มีเรื่องของการทําฮาลาล การท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ผมอยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้เข้าไปรับทราบด้วย ไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพฯ อย่างเช่นแถวบางลําภู ผมอยากจะขอเพิ่มอีกนิดหนึ่ง เหตุผลที่การท่องเที่ยวฮาลาลน่า สนใจ มุสลิมนั้นเปึน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจํานวนมาก มุสลิมมีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น ที่น่าสนใจก็คือเขาไปเปึนครอบครัวและมีการใช้จ่ายเปึนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤติกรรมการซื้อของฝาก แล้วก็เรื่องของการท่องเที่ยวฮาลาลนั้ นเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่น ได้ง่ายอย่างเช่นเรื่องของการแพทย์ เรื่องของการแพทย์ฮาลาลในประเทศไทยเขาเอาญาติ มาด้วย ญาตินั้นก็จะไปเที่ยวกันตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และในกรณีที่ท่านอาจจะกังวล เรื่องพวกบุคลากร เรามีบุคลากรที่จะสามารถพัฒนาได้อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่นนักศึกษา มุสลิมที่จบ การศึกษาในตะวันออกลาง พวกนี้พูดภาษาอาหรับได้ พูดภาษามลายูได้ เปึนภาษาหลักในเรื่องของฮาลาลการท่องเที่ยว อยากจะฝากทางท่านคณะกรรมาธิการ ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ อันนี้คือโอกาสของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง

ขอ บคุณมาก ค่ะ ต่อ ไป ราย นาม ขอ งส มำชิก ที่ป ระส งค์อ ภิป รายนะ ค ะ ท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ท่านสารี อ๋องสมหวัง ท่านดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ขอเชิญศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ค่ะ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการนะครับ คิดว่าต้องชื่นชมในโครงสร้างกับแผนการปฏิรูปการท่องเที่ยว ที่ยั่งยืนที่ท่านได้วางโครงสร้างมาผมว่าค่อนข้างครอบคลุมแล้ วก็ชัดเจน แต่ผมอยากจะให้ ข้อสังเกตในเรื่องของฮาว ทู (How-to) เปึนดีเทล (Detail) เปึนรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไป ในหัวข้อที่ท่านวางไว้เปึนข้อสังเกต ข้อสังเกตแรกคือการที่หลายท่านได้พูดถึงไปแล้ว ทั้งท่านอาจารย์วินัย ท่านอลงกรณ์ ขออนุญาตกล่าวนามถึง เปึนสิ่งที่เรา จับต้องได้ ผมขออนุญาตพูดในภาพรวมว่าการบูรณาการการวางแผนการท่องเที่ยวคืออะไร จะทําอย่างไร เรียกว่าครอส คัตติง ฉะนั้นการครอส คัตติงผมคิดว่าบูรณาการอันแรกเลย คือบูรณาการองค์ความรู้ ธรรมชาติของการท่องเที่ยวเราจะพูดว่ามีทั้งตัวบ้าน มีวัด มีโรงเรียน มีวิถีชีวิต มีสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างมันเกิดมาเปึนก้อนของการท่องเที่ยว ซึ่งทั่วโลก เขาบอกว่า ๒๕ แห่งของโลกใบนี้ ชีวิตนี้ไม่ตายต้อง มาให้ได้คือประเทศไทย อันดับ ๑ เลยครับ เปึนโพลล์ (Poll) ที่เขาออกมา –

ฉะนั้นการให้โพลล์ตัวนั้นมันประกอบด้วยบ้าน วัด โรงเรียน สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม มันเปึนก้อนของวัฒนธรรมหรือก้อนของซึ่งเรามาขายการท่องเที่ยวรวมถึงสิ่งแวดล้อม ที่ท่านอาจารย์ธรณ์ดูแลอยู่ด้วย ฉะนั้นทั้งหมดทั้งสิ้นเราจะบูรณำการองค์ความรู้เหล่านี้ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องทําวิจัย ต้องทําวิจัย ใครทําวิจัยครับ ผมว่าชุมชนชาวบ้าน ประชาชนเขาทําอยู่แล้วในชุมชน เรียกว่าภูมิบ้านภูมิเมืองที่ท่านประธานของผม ขออนุญาต พาดพิงถึง เขาทําอยู่แล้วเขามีอยู่แล้ว มีอยู่จริงด้วย แล้วไม่ใช่มีแค่พัทยาหรือเมืองปาย หรืออะไรที่เราพูดกันมันมีอยู่มากมาย คณะกรรมการด้านศิลปวัฒนธรรมเราเข้าไปจับที่ อําเภอสันป์าตองหรือจังหวัดเชียงใหม่ก็มีหลายแห่งมีหมดเลยครับ แต่เขาอยู่กันอย่างไร องค์ความรู้เหล่านั้น ผมเรียนฝากไว้นั่นคือต้ององค์ความรู้เหล่านั้นใครดูแลครับ เราต้องคัดเขาขึ้นมา นั่นประเด็นที่ ๑ แล้วเขาต้องมาบูรณำการกับการท่องเที่ยวหรือหน่วยงานที่จะเข้าไป ท่องเที่ยวกับเขาอันนี้คือศิลปวัฒนธรรม แม้แต่สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นสิ่งแวดล้อมที่บอก วัฒนธรรมทุกอย่าง บ้าน วัด โรงเรียน เขายังอยู่ด้วยกันหมดเลยมันเปึนวิถีชีวิตอันนั้นไปเปึนก้อน ต้องบูรณาการนั่นคือองค์ความรู้ที่ ๑ ต่อไปคือการบูรณาการคน คนที่จะมานั่งบริหารจัดการ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนได้ก็คนในพื้นที่จะเปึนชาวประมง เปึนบ้าน วัด หรือวิถีชีวิตที่เขาอยู่ ตรงนั้น เขาอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับสิ่งแวดล้อม สร้างวัฒนธรรม สร้างอะไรก็ตามก็คือ คนในท้องที่เขาจะต้องเปึนตัวหลักในการที่จะต้องอนุรักษ์ตัวเองดูแลสืบสานพัฒนาให้อ ยู่ได้ และเข้มแข็งอยู่ได้นั่นคือ การบูรณาการคนที่มีอยู่จริง อันดับต่อไปก็คือการบูรณำการ หน่วยงาน หน่วยงานที่จะเข้าไปซัพพอร์ต (Support) อย่างไรชาวบ้านในท้องที่ต้องเปึน ตัวตั้งอยู่แล้ว การท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมหรืออะไรที่เกี่ยวข้อง แม้แต่บริษัทที่จะ เข้าไปท่องเที่ยวต้องเข้าใจถึงองค์ความรู้และเข้าใจถึงจุดแข็ง จุดเข้ม จุดเปราะบางของเขา เราจะเอาท่องเที่ยวนั้นขายแค่ไหนขายอย่างไรมันก็ไหลมาเปึนข้อที่ ๔ ผมเน้นว่าข้อที่ ๔ สําคัญมากเราต้องขายคุณภาพของการท่องเที่ยวไม่ได้ขายปริมาณอย่างที่หลายท่านพูดถึงว่า ไม่ใช่เอาใครก็ได้ที่มาเที่ยวกันเต็มไปหมดเลยจนวัฒนธรรมสูญสลายอย่างเรื่องปะการังที่ อาจารย์ดอกเตอร์ธรณ์ที่ได้พูดถึง วัฒนธรรมอื่น ๆ ที่กําลังจะสูญสลายไปกับของเก่าก็ หาย ของใหม่ก็หมด ที่ท่านประธานผมต้องพูดอยู่เสมอ เราจะต้องเอาองค์ความรู้นั้นแล้วก็สืบต่อให้ได้ แล้วคนที่จะไปเที่ยวเที่ยวอย่างไร ผู้ที่จะไปสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวหรือ กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องดูแลอย่างไรให้เขาเที่ยวได้แค่ไหน ดูได้แค่ไหน ใครดูได้บ้าง

ผมเน้นประเด็นสุดท้ายคือการรู้คุณค่าเปึนอันดับ ๑ คือองค์ความรู้ การสร้างมูลค่าคือ การที่ไปซื้อตั๋วไปดูไปท่องเที่ยวราคาตั๋วผมว่าต้องแพง แล้วควบคุมปริมาณการท่องเที่ยว เราขายคุณภาพเพื่อจะรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาศิลปวัฒนธรรมให้มันยั่งยืนยืดยาวต่อไป แต่สิ่งที่ยั่งยืนยืดยาวถาวรต่อไปคือตัววัฒนธรรม ตัวคนในพื้นที่เขาต้องรู้ค่าและเข้าใจเขา เปึนผู้ปกปัองดูแลเขา อันนั้นคือทั้งวัฒนธรรมทั้งสิ่งแวดล้อมก็จะยืดยาวต่อไป ผมจะเรียนฝากนิด เปึนเรื่องของดีเทล (Detail) แต่โครงสร้างที่ท่านร่างมาผมยอมรับหมดเลยครับ แต่อิน ดีเทล (In detail) สําคัญมากจะฮาว ทูอย่างไร อันนี้มันเปราะบางมันซ่อนอยู่ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ก็เรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ดิฉันขออนุญาตเรียกสั้น ๆ ว่าเปึนเรื่องการท่องเที่ยวแล้วกัน จริง ๆ มีหลายประเด็นมากในคณะนี้ ดิฉันคิดว่าประเด็นปัญหาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เรื่องแหล่งท่องเที่ยวคงเปึนประเด็นก็คือเราทําลายแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งชัดเจน ว่าล่าสุดที่ขณะนี้ดิฉันคิดว่ากรรมาธิการชุดนี้ต้องทําข้อเสนอให้กับรัฐบาลที่กําลังจะทําลาย แหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญที่ท่านประธำนเกริกไกร ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านพูดว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวไปแถบนั้น แต่ขณะที่เรากําลังทําลายแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็ จากงานวิจัยสํารวจนักท่องเที่ยว ๖๐๐ กว่าคนพบว่าเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จะไม่กลับไปที่ จังหวัดกระบี่อีก

เพราะฉะนั้นเรากําลังจะทําลายกระเปิาของตัวเอง ทําลายจีดีพีของประเทศ เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าขณะที่มีข้อเสนอที่ชัดเจนทั้งจากสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ข้อเสนอจาก ภาคประชาชนในแง่ของการหยุดการสร้างโรงไฟฟัาที่จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ปัญหาสําคัญของประเทศนี้ในเรื่องการท่องเที่ยวก็คือการทําลายแหล่งท่องเที่ยว หรือการทําลายทรัพยากรชุมชน ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าปัญหาเรื่องความปลอดภัยก็คือ ทั้งความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวในประเทศ ความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็ดี เราจะเห็นนะคะ ไปเที่ยวสวนสัตว์รถที่สวนสัตว์ก็ยังชนกัน อบต. พาคนไปดูงานไปเที่ยวจาก จังหวัดโน้นไปจังหวัดนี้รถก็คว่ําข้างทาง พอคว่ําข้างทางแล้วเราก็พบว่าคนซึ่งนั่งอยู่ ๕๖ คน ทําประกันให้คน ๒๒ คน ดิฉันคิดว่านี่เปึนปัญหาของการท่องเที่ยวทั้งนั้น เราจะทําอย่างไร ให้ระบบต่าง ๆ ยกระดับให้มีมาตรฐานโดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยนะคะ ไม่อย่างนั้นเราก็จะคุยกันเมื่อมีเหตุการณ์ อย่างเช่น นักขี่จักรยานระดับโลกมาขี่จักรยาน ก็เสียชีวิตอะไรอย่างนี้นะคะ ดิฉันคิดว่านี่เปึนประเด็นสําคัญอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวที่เราจะต้องยกระดับให้ได้ เรียกว่าต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเรื่องการตายของ นักท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นจากส่วนต่าง ๆ นะคะ แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ดิฉันคิดว่าเราต้องคุยกัน เรื่องการบํารุงรักษาแหล่งท่องเที่ยวหรือว่ารสนิยม อย่างเช่น ดิฉันมาอยู่ที่สภานี้ ๑ ป้ หงุดหงิดทุกครั้งที่ผ่านพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่เรามีเรือนไทยอยู่ที่ข้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งดิฉันคิดว่าจริง ๆ เรือนไทยมันก็งามมาก แต่ว่ามันไม่ควรอยู่กับพระที่นั่งอนันตสมาคม ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราควรจะต้องจัดการหรือทําให้มันมีเอกลักษณ์หรือความงาม ที่มีรสนิยม ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากแล้วเราทําลายสิ่งเหล่านี้ไปทุกวันทุกที ซึ่งอาจจะมากับการพัฒนาบ้าง มากับการพัฒนาประเทศบ้าง แต่ขณะเดียวกันเราก็อยากเห็น เรื่องการท่องเที่ยวเปึนเครื่องมือที่สําคัญในการ เรียกว่าเพิ่มจีดีพีของประเทศนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเห็นว่าสาเหตุของปัญหาจริง ๆ ในส่วนนี้อาจจะต้องลงไปให้เห็นถึง แนวทางในการที่จะทําให้เกิดเรียกว่าคุณภาพการท่องเที่ ยวทั้งในประเทศของคนไทยด้วยกันเอง ทั้งนักท่องเที่ยวในต่างประเทศต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในประเทศไทยนะคะ แล้วก็ดิฉันเอง เพิ่งมีบทเรียนตรงดิฉันมีโอกาสไปพูดที่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วก็มีโอกาสไปที่สามพันโบก ไปเอง กะว่าจะขับรถไปเที่ยวส่วนตัวไปกับเพื่อน ดิฉันไปเช่ารถแต่ทราบไหมคะว่ารถที่เช่า ทั้งหมดที่ขับทุกคนจะบอกเราว่ำมีประกันภัยชั้น ๑ แต่ว่าพอคุณไปดูในสัญญาไม่มีเลย

เพียงแต่รับประกันรถของบริษัทที่เช่าเท่านั้น แต่คนที่ขับรถไม่มีประกันภัยชั้น ๑ เลย ดิฉัน คิดว่าการยกระดับในเรื่องเหล่านี้ที่ชัดเจนเปึนรูปธรรมและโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย การไม่ทําลายแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นดิฉันอยากเห็นว่าเราไม่ควรมีโครงสร้าง ที่เทอะทะใหญ่โตแต่ดิฉันอยากเห็นว่ามีหน่วยงานที่กล้าหาญ กล้าแนะนําแล้วก็กล้าจัดการ ในสิ่งที่ควรจัดการในเรื่องการท่องเที่ยว อย่างเช่น ดิฉันก็ขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ อย่างน้อยมีความเห็นที่ชัดเจนถึงการจัดการจังหวัดกระบี่ในปัจจุบัน ซึ่งเรียกว่ารีซอร์ส (Resource) ที่ชัดเจนมากในเรื่องการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ มีท่าทีหรื อมีความกล้าหาญในแง่ของการจัดการการทําลายแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบัน ขอบพระคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์

นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์

ขอบคุณครับท่านประธาน ขอโทษช้าไป นิดหนึ่ง ผม ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ หมายเลข ๐๖๔ ขออภิปรายสั้น ๆ เข้าจุดเลยนะครับ เรื่องแรกก็คือคิดว่าคุณสารีได้พูดไว้แล้ว เรื่องมาตรการเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทีนี้นอกจากจะเรื่องของปัองกันแล้วก็เรื่องความปลอดภัยแล้ว ผมอยากจะให้พูดถึงเรื่อง เวลาเกิดเหตุขึ้นไม่ว่าจะถูกจี้ ปล้น ทําร้ายอะไรนี่ การเข้าแจ้งความอะไรนี่ตอนนี้มันค่อนข้าง จะยุ่งยาก อยากจะขอให้มันมีการทําให้ง่ายขึ้น อาจจะต้องให้มีตํารวจท่องเที่ยว ให้ความร่วมมือมากขึ้นกว่านี้ อันนี้ผมคิดว่าจําเปึนหลังจากมีเหตุขึ้นแล้ว อันที่ ๒ ผมคิดว่า ประเทศไทยเราได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อยู่แล้ว โดยเฉพาะในลุ่มแม่น้ําโขงก็น่าจะมี การส่งเสริมการท่องเที่ ยวที่เราเรียกว่าวัน ดิสทิเนชั น ซิกซ์ เวิลด์ เฮอริเทจ ไซท์ (One destination six world heritage site) คือท่องเที่ยวมาแห่งเดียวที่เมืองไทยสามารถ จะไปชมเมืองมรดกโลกได้ถึง ๖ แห่ง คือถ้าเผื่อมาจากสุโขทัยแล้วนี่ก็ สามารถไปที่ลี่เจียง ในยูนนานทางจีนใต้ได้ ไปนครวัดได้ ไปเว้ในเวียดนามได้ ไปหลวงพระบางได้ ไปพุกาม ในพม่าได้ ซึ่งพวกนี้จะอยู่ในรัศมีการบิน ๒ ชั่วโมงจากประเทศไทยทั้งนั้น อันนี้คิดว่ามันจะ เปึนเรื่องซึ่งจะได้เปรียบทางภูมิศาสตร์มาใช้เปึนประโยชน์ในการท่องเที่ยว อันต่อไปผมคิดว่า เราก็ควรจะใช้ความที่เรามีทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนานมาในเรื่องของ การท่องเที่ยว ทั้งนี้ก็ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสํานักงานส่งเสริม การท่องเที่ยวจะต้องทําในรูปของแวลู แอดเดด (Value added) มูลค่าเพิ่ม โดยไปพิจารณา จากการศึกษาวิจัยจากต่าง ๆ ที่มีไว้เยอะแล้วว่าจะมีเรื่องใดที่จะนํามาใช้ส่งเสริมในเรื่อง การท่องเที่ยวได้ ตัวอย่างผมอยากจะยกให้เห็นชัด ๆ ก็คือการศึกษาวิจัยโดย คณะวิจัย ของโรงเรียนนายร้อยซึ่งดูเรื่องของที่เราเรียกว่ารอยัล รูท (Royal Route) ในศตวรรษที่ ๑๑ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ซึ่งเปึนเส้นทางซึ่งชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสได้เขียน เอาไว้มากพอสมควรด้วย เปึนเส้นทางจากนครวัดเดินทางผ่าน ประเทศไทยเข้าอาณาจักรจําปา ในอดีตของเวียดนามซึ่งในรูทนี่ก็ยังมีสิ่งก่อสร้างหลงเหลืออยู่พอสมควรที่จะเปึน พยานหลักฐานได้ เรื่องต่อไปผมคิดว่าควรจะส่งเสริมการสร้างโรงแรมขนาดเล็กให้มากขึ้น ขนาดใหญ่คิดว่าควรจะพอแล้ว เพราะแนวโน้มต่อไปนักท่องเที่ยวรายได้ปานกลางมีแนวโน้ม

ที่จะเพิ่มขึ้น ต่อไปผมคิดว่าเรื่องที่เราได้เปรียบอีกประการหนึ่งก็คือสุขภาพ ก็ควรจะ สนับสนุนเรื่องของเฮลต์ ทัวริซึม (Health tourism) โดยภาครัฐอาจจะให้ความร่วมมือกับ โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ก็ต้องเปึนขนาดใหญ่หน่อยนะครับในการจัดทําแพ กเกจ (Package) ขึ้นมาทํามาแล้วต้องนําเสนอผ่านหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งแพกเกจนี้มันก็จะต้องรวมถึงการรักษาพยาบาล โรงแรมที่จะเข้าไปพักอยู่สําหรับผู้ที่มา ดูแลคนป์วยซึ่งตอนนี้ก็ทํากันไว้เยอะแล้วพวกโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่อยากจะให้ขยาย เปึนระบบให้มากขึ้นกว่านี้ โดยผ่านทางหน่วยงานสํานักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศ ของประเทศไทย เรื่องสุดท้ายก็คงไม่ได้พูดกันมาก แต่ท่านประธานเองพูดบ่อยเหมือนกัน เรื่องภาษานี่ ภาษาอังกฤษนี่เราอาจจะคิดว่าเปึนเรื่องเล็ก แต่เรื่องนี้มันจําเปึนเพื่อจะสร้าง ความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น

จะต้องมีการส่งเสริมในเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ บุคลากรด้านท่องเที่ยวนี่ผมคิดว่าเรื่องนี้จะ ละเลยไม่ได้นะครับ เปึนเรื่องซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ สําคัญมากเหมือนกันนะครับ เรื่องภาษาอังกฤษนี่นะครับ ผมคิดว่าแค่นี้ แล้วเรื่องภาษาอังกฤษหวังว่าท่านประธาน คงเข้าใจพูดบ่อยเหมือนกัน ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ค่ะ

รองศาสตราจารย์เปรื่อง จันดา

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งคณะกรรมาธิการทุกท่านครับ ผม เปรื่อง จันดา ครับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดเพชรบูรณ์ หมายเลข ๑๔๒ ครับ ก่อนอื่นต้องขอ เปึนกําลังใจให้กับคณะกรรมาธิการทุกท่านที่จะนําประเทศไปสู่อันดับที่ ๒๕ ของโลก และอันดับที่ ๒ ของอาเซียนตามที่ท่านมีตัวชี้วัดอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปึนไปได้ ถ้าทางภาครัฐทางภาคท้องถิ่นแล้วก็เอกชนมีการบูรณาการสร้างความรู้สึกการเปึนเจ้าของ ให้กับแหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายที่มีอยู่ในประเทศนะครับ ผมเองเปึนคนในจังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็ได้สัมผัสกับตัวเองเ รื่องแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็จะมีปัญหาให้พบในการที่ถึงวีคเอนด์ (Weekend) ที่มีลอง วีคเอนด์ (Long weekend) ทั้งหลายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเขาค้อ ไม่ว่า จะเปึนน้ําหนาวคนก็จะไปท่องเที่ยวกันมาก สิ่งที่เห็นชัดเจนก็คือความปลอดภัยนะครับ การเดินทางจากในเมืองถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ถึงเขาค้อนี่ตามปกติใช้เวลาสัก ๒ ชั่วโมง แต่พอ ถึงลอง วีคเอนด์ก็จะประมาณสักครึ่งวันกว่าจะถึงนะครับ รถติดอยู่บนเขาอันนี้ก็คือเรื่องของ การจราจรติดขัดนะครับ รวมทั้งน้ําหนาว รวมทั้งภูทับเบิกนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าหาก ประเทศเราจะเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่สม บูรณ์แบบก็เห็นด้วยครับ ที่จะต้องคํานึงถึง ความปลอดภัยอย่างที่ท่านสารีกับท่านชิงชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ได้พูดไปแล้วนะครับ แล้วก็ผมจงใจจะพูดเรื่องนี้เพราะว่าที่สวนสัตว์จังหวัดขอนแก่นผมต้องสูญเสียอาจารย์ ท่านหนึ่งกับลูกคนหนึ่งวัยขวบครึ่ง แล้วก็เพิ่งจัดการงา นศพไป อันนี้ก็เปึนเรื่องที่สูญเสีย ที่มันไม่สามารถจะแปลงมูลค่าได้แม้ว่าจะได้รับการเยียวยาอย่างไรก็ตามนะครับ ฉะนั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญระบบการจราจรก็ดี การส่งเสริมด้านสุขภาวะ การส่งเสริม ให้เกิดการอนุรักษ์อันนี้เปึนสิ่งหนึ่งที่จะต้องคํานึงถึงการท่องเที่ยวนะครับ แล้วสิ่งที่

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ คณะกรรมาธิการก็คือเรื่องของการจัดให้มีองค์กรที่เปึน เรกูเลเตอร์กับโอเปอเรเตอร์ ฉะนั้นถ้าสมมุติผมเทียบในจังหวัดเพชรบูรณ์ใครควรจะเปึน เรกูเลเตอร์ก็คือจังหวัด ควรจะควบคุมจัดการดูแลกํากับในเรื่องต่าง ๆ ว่าบริเวณที่เปึนแหล่ง ท่องเที่ยวนั้นควรจะมีการจัดการอย่างไร ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ที่ควรจะมีโครงสร้างที่กําหนดว่าควรจะเปึนทั้งแหล่งท่องเที่ยว ควรจะเปึน ทั้งแหล่งที่มีธรรมชาติแวดล้อมที่สวยงามนะครับ ฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องของ โอเปอเรเตอร์น่าจะเปึนเรื่องของท้องถิ่นที่จะมีส่วนร่วมในการรู้สึกความเปึนเจ้าของและ ความรักในท้องถิ่น อันนี้ก็เปึนเรื่องที่จะต้องดําเนินการให้เห็นชัดเจนอย่างจริงจัง เรื่องต่อไปครับ เรื่องที่เราจะส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบก็คือเรื่องการส่งเสริม อัตลักษณ์ อัตลักษณ์ของท้องถิ่นเรื่องของขนบธรรมเนียม เรื่องของความเชื่อ เรื่องของ วัฒนธรรม เรื่องของประเพณี บางเรื่องที่เราอาจจะละเลยบอกว่าเรื่องนี้มันจะทําให้ผู้ที่มา ท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกอึดอัดใจหรือเปล่า เช่น สถานที่ที่เปึนความเชื่อบางครั้งคนท้องถิ่น ปฏิบัติอย่างไร คนที่มาท่องเที่ยวก็ควรจะปฏิบัติอย่างนั้น เช่น จําเปึนไหมจะต้องถอดรองเท้า จําเปึนไหมจะต้องใส่ผ้าถุง จําเปึนไหมจะต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย อย่างนี้แทนที่เราจะคํานึงถึง เปึนเรื่องที่ขัดใจกับคนท่องเที่ยวอาจจะได้รับความประทับใจก็ได้นะครับว่าเขาได้รับ ความประทับใจกลับมาว่าเขาได้รับวัฒนธรรมที่ดีงาม ความรู้สึกที่ดีงามของคนในท้องถิ่น ที่ส่งเสริมให้เขาได้เกิดความเชื่อและเกิดความศรัทธาในสถานที่เปึนความเชื่อและสถานที่ เปึนเรื่องของศาสนานะครับ เรื่องสุดท้ายเมื่อมีองค์กรที่เปึนเรกูเลเตอร์ องค์กรที่เปึน โอเปอเรเตอร์ ผมคิดว่าจังหวัดทุกจังหวัดควรจะได้ส่งเสริมช่วยกันว่าในการท่องเที่ยวนั้น ควรจะมีทั้งการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ แล้วก็การท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรมและศิลปะอันดีงามนะครับ อันนี้ก็เปึน ส่วนหนึ่งที่จะเติมเต็มให้กับคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สมาชิก สปช. หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประเทศไทยเรานั้นโชคดีครับ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีทําเลที่เหมาะ ไม่ว่าจะเรื่องของชายทะเล เรื่องของธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ํา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่บรรพชนเราเลือก เราจึงมีมรดกธรรมชาติที่สําคัญ และสิ่งสําคัญ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของวัฒนธรรม ด้วยภูมิปัญญา ด้วยความเฉลียวฉลาดของบรรพชนจึงทําให้ เรามีสิ่งเหล่านี้มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องของประเพณี ในเรื่องของโบราณสถานต่าง ๆ ในเรื่องของ สถาปัตยกรรม ในเรื่องของคีตกรรม หรือศิลปะทางด้านวิจิตรศิลปี หรือหัตถศิลปีก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ดึ งดูดใจให้บรรดานักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงเปึน หน้าที่ของคนไทยที่จะต้องช่วยกันรักษาหวงแหนสิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่สืบไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานสําคัญที่ทําหน้าที่ก็คือหน่วยงานที่เรียกว่า ททท. แต่เดิม ซึ่งในอนาคตก็อาจจะ มีการปรับเปลี่ยนตามที่คณะกรรมาธิการศึกษาทางด้านการท่องเที่ยวได้ทํามานะครับ สิ่งที่ทํามานั้นค่อนข้างจะละเอียดและมีการสร้างสรรค์หลายอย่างทีเดียวเท่าที่ผมได้ดูนะครับ ผมใจหายวันนั้นแรก ๆ การท่องเที่ยวทําท่าจะหล่นนะครับ และทําท่าจะไม่มีในการปฏิรูป ด้วยเหตุผลที่ว่าเรามีรายได้การท่องเที่ยวดีอยู่แล้วไม่จําเปึนต้องมี แต่ในที่สุดหลายคนก็ได้ ช่วยกันพูดและเราก็มีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามานะครับ สิ่งสําคัญแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้ ได้รับการดูแลเพียงใดหรือไม่ อันนี้คือปัญหาที่เรายังต้องพูดกันต่อนะครับ เพราะเราทอดทิ้ง แหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ ๆ ของเรา บางทีก็รกร้างว่างเปล่า นี่ถ้าหากว่าต่างชาติบางชาติ ไม่เข้ามาดูแลเรื่องโบราณสถานป์านนี้เราก็ยังไม่คิดครับในเรื่องนี้ โบราณสถานหลายแห่ง ที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทยต้องดูแล ผมก็ฝากทางฝ์ายกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการได้ช่วยดูแลเรื่องงบประมาณในการดูแลโบราณสถานด้วย นอกจากของกระทรวงวัฒนธรรมแล้ว เพราะตอนนี้ยังมีหลายที่ที่ยังอยู่ใต้ดินอยู่นะครับ ไม่ได้รับการดูแล อย่างกรณีของเขาคา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการดูแ ลผมว่า น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นจึงทําให้ไม่น่าเที่ยว ไม่น่าจะเดินเข้าไป ทางขึ้นอะไรต่าง ๆ ก็ยัง ไม่ดีเท่าที่ควรนะครับเพราะฉะนั้นการดูแลแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเปึนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม เราต้องให้ความเอาใจใส่ มากกว่านี้ งบประมาณ

ผมว่าควรจะทุ่มเทลงไปมากกว่านี้นะหลายแห่งในปัจจุบันที่กําลังจะเข้าสู่มรดกโลก ไม่ว่าจะเปึน ภูพระบาท หรือไม่ว่าจะเปึนจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งกําลังจะยกทั้งเมืองให้เปึนมรดกโลกนะครับ และเข้าบัญชีเบื้องต้นแล้ว เราก็ควรจะดูแลให้มากขึ้น ผมไปที่ยุโรปแถวลัตเวีย ลิทัวเนีย สระเอีย ทั้งหลายนะครับ เขายกเมืองทั้งเมืองเปึนสถานที่ท่องเที่ยว เปึนมรดกโลก และเขาเปึนไปแล้ว เดินครึ่งวันก็ไม่จบนะครับบางที นี่คือเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาเอาใจใส่จึงทําให้คนหลั่งไหลกันไปเที่ยว ในบ้านเมืองของเขามากแต่บ้านเราก็ไม่น้อยละครับปั จจุบันนี้ได้ชื่อว่าประเทศไทยเรา มีโบราณสถานที่น่าสนใจแล้วก็คนมาเที่ยวกันมากขึ้น ๆ สถานที่โบราณสถานที่เขาไม่เคยไป ฝรั่งเขาอยากไปนะครับ แต่เราต้องประชาสัมพันธ์ให้เขาได้รู้ว่าอะไรบ้าง แค่วัดพระแก้ว เราก็ เห็นว่าเขามาเที่ยวกันเพื่อชมสิ่งที่เปึนศิลปะและวัฒนธรร ม เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ําว่า เรื่องศิลปวัฒนธรรมนั้นจะต้องช่วยกันดูแลมากขึ้น อย่าคิดว่าพอวัฒนธรรมแล้วก็เรื่อย ๆ ธรรมดาเอื่อย ๆ มีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปดูแล อันนี้คงไม่ใช่นะครับ ต้องช่วยกันดูแล ช่วยกันรักษา เพราะฉะนั้นกรรมาธิการด้านศิลปวัฒนธรรมจึงตั้งใจในเรื่องนี้ โดยการจะให้มีสมัชชา ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นมาก็ด้วยจุดประสงค์นี้ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับเรื่องของ ท่องเที่ยวโดยเฉพาะโดยตรงอันนี้ต้องทําครับ ต้องทําแล้วก็ต้องกล้าลงทุน

เรื่องความปลอดภัย เมื่อสักครู่ท่านหนึ่งได้พูดผมว่าสําคัญมาก กรณีจังหวัดสุโขทัยที่สาวญี่ปุ์น ถูกฆ่า อันนั้นเปึนโศกนาฏกรรมที่สําคัญ และเปึนรอยด่างของประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว ของเรา อันนี้เราต้องเข้มแข็งมากขึ้นนะครับ หรือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีวันก่อนนั่นเปึนเรื่องที่ เราจะต้องเพิ่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงจะตํารวจท่องเที่ยวละครับ ตรงนี้ต้องเข้มแข็ง รวดเร็ว ฉับไว ในการที่ประเทศชาติเรามีภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยวที่ดี บุคลากร การท่องเที่ยว เรื่องของมัคคุเทศก์ ผมว่าต้องสร้างคุณภาพกันให้เข้มแข็ง เข้มข้นมากขึ้น ภาษาอังกฤษก็ต้องดีเหมือนกับที่ท่านอาจารย์พูดเมื่อสักครู่ ภาษาก็ต้องดี ความรู้เรื่องของ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ประเพณี วัฒนธรรม ต้องรู้จริง ผิด ๆ ถูก ๆ นี่ก็คงจะทําให้ชื่อเสียง ของประเทศเราเสียหายได้ ผมก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าช่วยดู แลตามที่ เราได้พูดกันมานะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถัดไปจะเปึนอาจารย์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี และคุณเตือนใจ สินธุวณิก เชิญอาจารย์ ชาติชายครับ

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ชาติชาย ณ เชียงใหม่ หมายเลข ๖๓ ผมขออภิปรายในวาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ใน ๓ ประเด็น ประเด็นแรกในเรื่องความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของความเข้าใจที่เราควรจะมีต่อการท่องเที่ยวในปัจจุบันและอนาคต ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ควร ให้ความสําคัญ ประเด็นแรก เรื่องการพัฒนาความสามารถในการท่องเที่ยว คณะกรรมาธิการท่านได้นําเสนอในเอกสาร โดยเน้นในเรื่องของการที่จะสร้างเอกภาพในระดับนโยบายของการท่องเที่ยว ซึ่งเสนอให้มี สํานักงานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติขึ้นนั้น ผมเองก็เห็นด้วยว่าก็ยังเปึน จุดอ่อนในเรื่องของการทําโพลิซี เนตเวิร์ก (Policy network) ในเรื่องการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากประสบการณ์ในการวิจัยของหลายคน รวมทั้งของผมเองซึ่งเคยทํายุทธศาสตร์การท่องเที่ยวให้กับกลุ่มจังหวัดและจังหวัดมาตั้งแต่

เมื่อเราใช้ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศราว ๆ ป้ ๒๕๔๖ เปึนต้นมา จุดอ่อนมันไม่ได้อยู่ที่ ระดับนโยบายมากมายนัก แต่จริง ๆ แล้วอยู่ที่ระดับ แมเนจเมนต์ (Management) หรือ ระดับการจัดการ กับระดับการปฏิบัติ การจัดการก็หมายถึงในระดับกลุ่มจังหวัดและจังหวัด ส่วนระดับปฏิบัติก็หมายถึงเรื่องของการทํางาน การประสานงานกันในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าบุคลากรของภาครัฐนั้นไม่เก่ง แล้วก็ความคิดไม่ค่อยกว้าง แล้วก็ไม่ว่องไวด้วย ในการทํางาน แน่นอนเพราะว่าเปึนกระทรวงใหม่ด้วย แล้วก็เปึนบทบาทซึ่งยังไม่ได้ตกลงกัน กับความเข้าใจ ดังนั้นที่ผ่านมานับเวลา ๑๐ ป้โดยประมาณ การบริหารการท่องเที่ยวของเรา จะเรียกว่าแข็งแรงโดยเฉพาะส่วนหัว เก่งเรื่องตลาด ในเรื่องการวิเคราะห์ เปลี่ยนจาก ดีมานด์ ไซด์ (Demand side) มาเปึนซัพพลาย ไซด์ (Supply side) อันนี้ถูกต้องหมด เพราะแลนด์สเคป (Landscape) การท่องเที่ยวมันเปลี่ยน แต่ว่าเราอ่อนแอข้างล่างครับ เราไปให้ความสําคัญกับชุมชน เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง จริง ๆ แล้วเอกชนเขาเปึนพระเอก แต่ว่าภาครัฐเราพอเปึน กระทรวงเราไปเปึนพระเอกเสียเอง เราไปเปึนคนกําหนดอย่างนั้นอย่างนี้ การท่องเที่ยว มันเปึนการใช้ความเก่งนะครับ มันไม่ได้ใช้อํานาจ มันเปึนเรื่องของความเก่ง ความคล่อง ความรู้ เพราะฉะนั้นก็เปึนสิ่งที่อยากจะขอให้ท่านได้ให้ความสําคัญ ถ้าพูดถึงเรื่องของชุมชน เหมือนกัน แต่ว่าภาคเอกชน ที่จะมาเปึนตัวที่ ทําคะแลบบะเรชัน (Collaboration) กับฝ์ายต่าง ๆ ในพื้นที่มันหายไป อย่างต่างประเทศนี่คนไทยชอบไปเที่ยวประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นท้องถิ่นเขาสตรอง (Strong) เขาแข็งแรง เขาจัดการกันเองหมด รัฐบาลก็ดูแล หลักใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง เรื่องของท่องเที่ยว เรื่องของทรานสปอร์เตชัน (Transportation) ต่าง ๆ เรื่องที่ ๒ ก็คือมุมมองด้านการท่องเที่ยว ผมก็คิดว่าเราต้องทําให้คนไทยเราเข้าใจ มากขึ้นว่าการท่องเที่ยวมันเปึนเรื่องของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่เปึนเรื่อง ขายสมบัติพระเจ้าตากิน แต่มันเปึนเรื่องความคิดที่ว่าจะสร้ำงความรู้ มันเปึนเรื่อง นอลเลจ ครีเอชัน (Knowledge creation) สร้างความรู้ที่จะเพิ่มคุณค่าให้แก่สิ่งที่เรามี และสิ่งที่เราสร้างขึ้นใหม่ เพราะแหล่งท่องเที่ยวมันมี ๓ แบบใช่ไหมครับ ๑. ก็คือ ตามธรรมชาติ เปึนดิน เปึนน้ํา เปึนภูเขา อันนั้นเขามีของเขาอยู่แล้ว อันที่ ๒ เปึนเรื่องของ ศิลปวัฒนธรรมหรือโบราณสถานต่าง ๆ ซึ่งก็เปึนของมรดกตกทอด

แต่ส่วนที่ ๓ ซึ่งกําลังมาแรงเปึนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนะครับ เปึนเรื่องโนว์ฮาว (Know-how) เปึนเรื่องของสุขภาพ เปึนเรื่องกีฬา เปึนเรื่องอะไรต่าง ๆ ที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้น แล้วโลก เวลานี้หันมานิยมใช้จ่ายหรือว่ามาเอนเตอร์เทน (Entertain) มาเอดดูเทนเมนต์ (Edutainment) การท่องเที่ยวกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเวลานี้เมืองไทยถ้าเทียบอย่างนี้ เรายังอ่อนแอมาก เรายังอยู่ได้กับทุนเดิม ธรรมชาติบ้าง มรดกทางประวัติศาสตร์ แต่ว่าที่เรา สร้างขึ้นเองเรายังไม่ค่อยเก่งนะครับ เพราะฉะนั้นการจัดการท่องเที่ยวในมุมนี้จึงเปึนเรื่อง ของภาครัฐมีหน้าที่สร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อที่จะทําให้เอกชน ชุมชนเขาจูงใจเขาจะได้สร้าง ความรู้ สร้างมูลค่าและคุณค่าแก่แหล่งท่องเที่ยวของเขานะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๓ เรื่องยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ควรให้ความสําคัญ จากที่ผมมานั่งดูปัจจัยที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยว เช่น ความพร้อมชุมชน ความเร่งด่วนต้องชิงโอกาสที่จะทําธุรกิจการท่องเที่ยว แข่งขันกับประเทศอื่น ผลกระทบที่มาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ นั่นก็คือว่า เรื่องของการบูม (Boom) ของด้านอาเซียนเรานะครับ และค่านิยมการท่องเที่ยวของคนที่ เปลี่ยนไปจากมาเปึนกลุ่มก็มาเดี่ยว แล้วก็เน้นในเรื่องของการที่จะสัมผัสกับของจริงมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าหากเราเอาปัจจัยเหล่านี้มาไขว้กันจุดคานงัดมันน่าจะอยู่ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ ที่ใช้ทั้งความรู้ที่ผมนําเรียนมา แล้วก็การเพิ่มความเก่งของข้าราชการ ของเอกชน ชุมชน อปท. ถ้ามาทํางานร่วมกัน ยุทธศาสตร์แรกที่มีผู้พูดไปแล้วนะครับ ก็คือเรื่องของ การท่องเที่ยวในเชิงกลุ่มประเทศนะครับ อาเซียนเหนือ อาเซียนใต้ หรือจะเรียกอาเซียนบก อาเซียนน้ําก็แล้วแต่ แต่ว่ากลุ่มประเทศพวกนี้เขามีทั้งสิ่งที่เรียกว่าเขามีความงาม ตามธรรมชาติ เขามีวัตถุโบราณ แต่เขายังไม่มีสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นครับ เรานี้เด่นตรงนี้ เราต้องชิงเอาความรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้นที่เปึนของสินค้าท่องเที่ยวเข้าไปร่วมมือกับเขาเพื่อจะให้ มันเกิดหลายสต็อก (Stock) เปึนแพกเกจนะครับ และผมคิดว่านักท่องเที่ยวสมัยใหม่ คนหนุ่มคนสาวค่านิยมมันเปลี่ยนไปแล้ว ต้องการที่จะเข้าไปซาบซึ้งในคุณค่า เข้าไปที่จะเปึน แพกเกจ ๗ วัน ๒-๓ ประเทศอย่างนี้นะครับ ขอเวลาท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเข้าใจว่าทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเอง หรือ ททท. เองก็ได้ทํา อยู่แล้ว แต่ขอให้เน้นหนักเรื่องนี้ให้มากขึ้น จะต้องไปข้างหน้าก็คือไปเจรจากับเขาจริง แต่ว่าการสร้างความรู้ ความพร้อมของธุรกิจของเรา ของกลุ่มต่าง ๆ ต้องชัดนะครับ ช่วงที่ ๒

ก็คือเรื่องของสุขภาพครับเราพูดเรื่องนี้นาน แต่บางทีเราก็ไปหลายทาง จะเปึนเมดิคอล ฮับ (Medical hub) เปึนอะไรต่าง ๆ แต่ผมว่าเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องสุขภาพนั้นมันไม่ได้ เปึนเรื่องของไฮเทค (High-tech) ของการรักษาพยาบาล อย่างไปแต่งหน้าเสริมสวยอะไร แถวจังหวัดภูเก็ตอย่างที่ผ่านมา แต่มันเปึนเรื่องของการที่เน้นในเชิงสุขภาพที่พูดถึง เปึนภูมิปัญญาเดิม ซึ่งเปึนอะไรที่คนในยุโรปหรือคนในแม้กระทั่งประเทศญี่ปุ์น ประเทศอินเดีย ก็มาแสวงหา มาตามหารากเหง้า มาตามหาร่องรอยประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกัน โดยสรุปขอโทษท่านประธาน เลยเวลามานิดหนึ่งว่าอยากจะขอนําเสนอ ๓ ประเด็นนี้ ให้คณะกรรมาธิการได้กรุณาพิจารณาเพิ่มเติมด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ครับ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุชาติ นวกวงษ์ หมายเลข ๒๑๘ ครับ ท่านประธานครับ มีเรื่องกราบเรียนไปยัง ท่านกรรมาธิการจํานวนสัก ๒-๓ เรื่องด้วยกันนะ ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ที่ท่านกรรมาธิการได้นําเสนอเรื่องนี้ ก็ขอบคุณที่กรุณาเขียนรายละเอียดต่าง ๆ แล้วก็ เห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปที่นําเสนอ ๓ แนวทางนี้นะครับ เรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยว เรื่องของการปรับโครงสร้าง ถึงแม้ว่าจะมีคําถามอยู่สักนิดหนึ่งนะครับว่ำเมื่อปรับโครงสร้าง ของด้านการท่องเที่ยวแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปไหนอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็เปึน คําถามเล็ก ๆ นะครับ แล้วก็เรื่องของการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีบทบาทมากขึ้นในเรื่องของ การส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วก็การดูแลการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าเรามองต่อไปประเทศของเราก็จะต้องมีการวิวัฒนาการต่อไปนะครับ การท่องเที่ยว ก็จะต้องอยู่คู่กับประเทศของเราต่อไปนะครับ การท่องเที่ยวในความคาดหมายของผม ก็จะต้องเจริญขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องเผชิญกับปัญหา ๒-๓ ประการดังนี้นะครับ ประการที่ ๑ เราจะทําอย่างไรให้สถานที่ท่องเที่ ยวมีความยั่งยืน คําว่ายั่งยืนในที่นี้คือว่า มีความสวยงาม มีความประทับใจ แล้วก็การเข้าถึง กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีขณะนี้ในการเข้าถึง แหล่งท่องเที่ยวมันเอื้ออํานวยหรือว่าทําให้เกิดการไม่ยั่งยืนของสถานที่ท่องเที่ยว

อันที่ ๒ เรื่องของการศึกษาในเรื่องของแคร์ริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ของสถานที่ ท่องเที่ยว อันนี้ยังไม่สามารถที่จะบอกได้ชัดยกเว้นบางสถานที่อย่างเช่นภูกระดึงอย่างนี้ สามารถที่จะกําหนดได้ว่าควรจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปข้างบนสักเท่าไร เพราะฉะนั้นเรื่องของ แคร์ริอิง คาพาซิตีก็เปึนเรื่องสําคัญมาก แคร์ริอิง คาพาซิตีไม่ใช่จํานวนเรื่องของนักท่องเที่ยว อย่างเดียว แต่หมายถึงจํานวนพาหนะที่จะเข้าไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวด้วย เรือเล็ก เรือใหญ่ เรือสป้ดโบท (Speedboat) ต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เราเห็นอยู่ที่หน้าสภาเราก็คือรถใหญ่ รถบัส ที่มาจอดอยู่ที่หน้าลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อจะนํานักท่องเที่ยวมาเที่ยวก็เปึนจํา นวนหนึ่ง เช่นเดียวกัน ข้อที่ ๒ ที่เปึนปัญหาน่าจะตามมาก็คือเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ถ้าดูจากภาคผนวกที่ ๒ ที่อยู่ในเอกสาร มีสถิติเมื่อป้ ๒๕๔๖ ผมคาดว่าน่าจะเปึนจํานวนครั้ง ของการท่องเที่ยว คือมีการท่องเที่ยวของคนไทยเกิดขึ้น ๑๖๑ ล้านครั้ง แล้วก็มีนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ๕๕ ล้านครั้ง ถ้าหากว่าเราบวกทั้ง ๒ ประการเข้าไปก็คือ ๒๐๐ กว่าล้านครั้ง ในประเทศไทย ๒๐๐ กว่าล้านครั้งนี่เปึนคนไทยก็เกิดอุบัติเหตุ เปึนชาวต่างชาติก็เกิด การคุกคามหรือแม้กระทั่งเกิดอุบัติเหตุ อันนี้เราจะสร้างความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของ ผู้เดินทางได้อย่างไร อันนี้เปึนสิ่งที่ท้าทายมากนะครับ ข้อที่ ๓ ครับ เราจะเสนอควรจะ มีการศึกษาหรือมีการเพิ่มเติมเรื่องกระบวนทัศน์ในการท่องเที่ยวแนวใหม่ อย่างเช่น เสนอเรื่องของนิเวศสัญจร การท่องเที่ยวระบบนิเวศสัญจรโดยใช้พาหนะส่วนตัว มันจะต้อง ประกอบด้วยเอกสารงานวิจัย เช่นกําหนดว่าถ้าเราจะท่องเที่ยวภาคเหนือซึ่งแบ่งเปึน ๒ อนุภาค อนุภาคเหนือตอนล่างกับอนุภาคเหนือตอนบน ถ้าหากว่าเราใช้ระบบนิเวศสัญจร เราจะสามารถทําให้ผู้ขับรถผู้สัญจรไปกับครอบครัวได้ การไปกับครอบครัวทําให้เกิด ความอบอุ่น ทําให้เกิดความสร้างสรรค์ในความคิด ทําให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ ระบบนิเวศและการให้เห็นภูมิประเทศที่ดีขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้ครับ อันนี้คือการท่องเที่ยว เชิงนิเวศสัญจร ในภาคอีสานก็เช่นเดียวกันครับถ้าเราใช้ระบบนิเวศสัญจรเข้ามาจับในเรื่อง ของกระบวนทัศน์การท่องเที่ยวก็จะทําให้ผู้ท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ไปกับ ครอบครัวให้เห็น แนวทางของการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเปึนการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม หรือ การท่องเที่ยวในลักษณะของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความสนุกสนานอยู่ใน ตัวเองครับ จึงขอเสนอให้มีการวิจัยและทําเอกสารเรื่องการท่องเที่ยวระบบนิเวศสัญจร เพิ่มขึ้นครับท่านประธาน อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะทําให้เกิดขึ้นแล้วก็มีความต่อเนื่อง

ก็คือเรื่องของการแบ่งระบบการท่องเที่ยวออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการท่องเที่ยวที่เรา จะต้องเรียกว่าองค์การท่องเที่ยวทางน้ําหรือทางทะเล อันที่ ๒ ก็คือองค์การท่องเที่ยว ที่เกี่ยวข้องกับทางบก จะไปสัมพันธ์กับเรื่องระบบนิเวศสัญจร อย่างที่ผมได้เรียนเมื่อกี้ จะเปึนรายละเอียดอย่างไรนั้นขอเปึนเอกสารภายหลังครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ และคณะกรรมาธิการ และผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ วาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ทุกประเด็นดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง แต่จะขอเติมเต็มข้อเสนอแนะในการท่องเที่ยวเชิงชุมชนด้วย ให้ชุมชนอนุรักษ์วัฒนธรรม ที่ดีงามเพื่อการท่องเที่ยว ทําหมู่บ้านโดยวิถีชีวิตเชิงทักษะการท่องเที่ยวแบบชาวบ้าน แบบชนบท การทําอาชีพ

การทําสวน ทํานา การเกษตรเชิงท่องเที่ยว ทําหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเชิงท่องเที่ยว ออกแบบกึ่งพึ่งตนเองทุกมิติ อาหารทุกอย่างพอเพียง ปลอดสารพิษ ทําเกษตรอินทรีย์ และทําการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจพอเพียงให้เปึนตัวอย่าง เช่น ในการปฏิรูปครั้งนี้ยังไม่มี ทําโรงงานแพะกระปิอ ง ถ้าเราทําได้ประชาคมมุสลิมโลกอาจจะเปึนการเพิ่มรายได้ การท่องเที่ยวด้วยนะคะ แล้วก็อาหารฮาลาลอื่น ๆ วาระพัฒนาการท่องเที่ยวเราพัฒนา ระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ดิฉันอยากเห็นระดับตําบล หมู่บ้านด้วย เพราะรายได้ จะเข้ากระเปิาของชาวบ้านโดยตรง และจะทําให้การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวนั้น ๆ เริ่มจากฐานราก และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างชุมชนแต่ละชุมชนในท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนได้ ดิฉันได้เดินทางไปดูเมืองที่เขาเตรียมจากประเทศมาเลเซี ย ชื่อว่ามะละกา กรีน เพื่อต้อนรับอาเซียนที่จะถึงนี้ป ระเทศมาเลเซียจะเปึนเจ้าภาพนะคะ เขามีการเตรียม การท่องเที่ยวทุกมิติเลยค่ะ เช่น อาหารฮาลาล ฮาลาลโลก แล้วก็กีฬาต่าง ๆ และมีหมู่บ้าน พหุวัฒนธรรม ในเมืองนี้ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ ใน ๓,๐๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่เปึนศาสนาอิสลาม ๕๐๐ ไร่เปึนศาสนาคริสต์ ๕๐๐ ไร่เปึนศาสนาฮินดู ๕๐๐ ไร่เปึนศาสนาพุทธ แล้วก็อีก ๑,๐๐๐ ไร่เปึนพหุที่เชิญทุก ๆ ศาสนามาร่วมกัน มีโรงเรียนนานาชาติ มีสถาบัน โรงพยาบาล อะไร เพื่อให้เกิดความรั ก พหุวัฒนธรรม แล้วก็สามารถโชว์ในอนาคตเขามีเกี่ยวกับ ทําพลังงานไฟฟัาจากแสงอาทิตย์ แล้วก็ใช้บ้านโดยหลังคาพลังงานโซลา เซลล์ แล้วก็รถยนต์ เขาจะไม่เรียกว่ารถยนต์ตุ๊กตุ๊ก เขาเรียกว่ารถโต๊ะแช และเรือเขาก็ใช้พลังแสงอาทิตย์ และเขามีมหาวิทยาลัยเพื่อเตรียมส่งเสริมอาชีพ แล้วก็มีวัฒนธรรมเพื่อให้คนเกิดวัฒนธรรม ที่ลึกซึ้งศาสนานั้น ๆ และอัตลักษณ์เพื่อกา รท่องเที่ยว คล้าย ๆ กับฮอลลีวูด ดิฉันคิดว่า ประเทศของเรานี้ยังไม่มีการเตรียมในฐานะจะปฏิรูป ๒๐ ป้ ดิฉันขอเสนอ ๙๐ พรรษา พระองค์ท่าน ไปทําของจังหวัดดิฉันสิคะ ตําบลพร่อน ตําบลลําใหม่ เปึนตําบลที่สงบ หลายคนได้ไป ลองไปเพราะว่าตําบลของดิฉันคุณพ่อของดิฉันได้รับรางวัลแหนบ ทองคํา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปรมก็ไป แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวนก็ไป แล้วก็ผู้ใหญ่ เปึนตําบลที่เอาโจรมาเปึนรั้ว ก็คือ มะคาร์บิน มะลูกเกราะ มะเอ็ม ๑๖ มาอยู่ในโรงงาน แล้วก็เขาสร้างงาน สร้างอาชีพ เปึนเกราะหมู่บ้าน ตําบล ดังนั้นดิฉันคิดว่าจังหวัดยะลา ใกล้กับประเทศมาเลเซีย ใกล้กับประเทศอินโดนีเซียแล้วก็เปึนศูนย์กลาง ถ้าเราทําจังหวัดยะลา

เปึนตําบลสงบได้ สุดยอดเลยค่ะ เอาโครงการ ๗๗ จังหวัดไปใส่ เอาโครงการของ สปช. ๒๕๐ ไป แล้วก็มีโรงพยาบาล มีโรงเรียน เปึนแหล่งท่องเที่ยวเศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิดกอป (COP) ไป ทุก ๆ หมู่บ้าน ทุก ๆ ตําบล สงบแน่นอนค่ะ แล้วดิฉันก็มี สปช. ทั้ง ๒ ท่าน ทั้งพุทธด้วย อิสลามด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่านี่คือการปฏิรูป เชิญคณะกรรมการ แล้วก็ท่านผู้รับผิดชอบ แล้วก็ ผู้ใหญ่ด้วย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อยากจะให้เปึนตัวอย่างในอ นาคตเพื่อ ๙๐ พรรษา ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณเตือนใจครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานกรรมาธิการ และประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการท่องเที่ยวนะคะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ก่อนอื่นดิฉันก็ขอชื่นชมท่านสมกับที่เปึนคณะกรรมาธิการที่มีความรอบรู้อย่างแท้จริง ในการที่จะเสนอแผนงานเกี่ยวกับการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ ยว สิ่งที่ดิฉันจะ เสนอต่อไปนี้เปึนสิ่งที่จะเสริมแล้วก็สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านได้เสนอมาตั้งแต่เรื่องของวิสัยทัศน์ หรือวิชัน (Vision) ในการปฏิรูปของท่านค่ะ สําหรับวิชันของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ของท่านนั้นท่านบอกว่าจะเน้นเ ปัาหมายรายได้และนักท่องเที่ยวคุณภาพ คือเปึน นักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวสอดคล้องกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของพื้นที่โดยไม่สร้าง ผลกระทบลบต่อทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศให้มากขึ้น อันนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สร้างวิชันไว้ได้อย่างดีมากนะคะ และอีกข้อหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าจะสอดคล้อง อย่างมากเลยก็คือการที่ท่านตีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดิฉันขออนุญาตนํามาพูดถึงในเรื่องของปัญหาในข้อที่ ๖ ที่ท่านบอกว่ามีสิ่งที่นักท่องเที่ยว เมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในบ้านเราแล้วมักจะเกิดปัญหา ขึ้น นั่นก็คือปัญหาความปลอดภัย ในการท่องเที่ยวและการหลอกลวงนักท่องเที่ยวค่ะ สําหรับปัญหาในความปลอดภัยของ นักท่องเที่ยวนั้นอย่างที่ทางท่านประธานได้ชี้แจงตอนแรกท่านได้บอกแล้วว่าสิ่งที่ทําให้ การท่องเที่ยวทรุดลงหรือว่านักท่องเที่ยวลดลงอย่างจริงจังและเห็นผลทันตา นั่นก็คือ เรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวคนนั้น ๆ รวมทั้ง เรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามา แล้วก็พวก โรคระบาดต่าง ๆ ซึ่งอันนี้จะเปึนผลทําให้นักท่องเที่ยวลดลงนะคะ ดิฉันขอเรียนว่าสิ่งที่ท่าน ได้เสนอมานั้นทั้งการปรับเรื่องของโครงสร้างต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าเปึนการเสนอที่ชาญฉลาดมาก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอย่างที่มีเพื่อน ๆ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้ความเห็นในเชิงชี้แนะ ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมีความเปึนไปได้ในการดําเนินการแค่ไหน เพียงไร เพราะว่าจะต้อง มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง มีการแบ่งงบประมาณอะไรต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นดิฉัน ขออนุญาตกราบเสนอตรงนี้ค่ะว่าถึงเวลาแล้วที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการจะต้องร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป

ค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา โดยท่านประธานเนาวรัตน์ เราได้เคย เสนอแล้วนะคะว่าเรากําลังเสนอรัฐบาลนี้ซึ่งจะทําให้เกิดการจัดตั้งกองทุนค่ะ ซึ่งท่านอาจจะ แย้งว่ากองทุนนั้นก็มีอยู่แล้วเรื่องของกองทุนการท่องเที่ยว ตามพระราชบัญญัตินโยบาย การท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ แต่ขอเรียนค่ะว่า หลังจากที่เราได้ศึกษาแล้วก็เรียนเชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มาร่วมประชุมกับทางคณะกรรมาธิการของเราแล้ว ท่านเห็นด้วย กับการที่เราเสนอให้มีกองทุนโ ดยการดําเนินการ เพราะว่ากองทุนอันนี้นั้นจะเปึนกองทุน หมุนเวียนให้กู้ยืมในหน่วยงานของรัฐและนําไปใช้ดําเนินงานตามนโยบายหรือแผนงาน พัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมทั้งแผนพัฒนาการท่องเที่ยว และเปึนค่าใช้จ่าย ในการช่วยเหลือ สนับสนุนการท่องเที่ยว สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ฝ๊กอบรม การประชุม การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้นเองค่ะ ไม่ได้มีเงินกองทุนตั วนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีกอบกาญจน์ ก็บอกแล้วว่าไม่สามารถมาช่วยในการที่จะปฏิรูปหรือว่า ช่วยเหลือพี่น้องที่อยู่ในส่วนต่างจังหวัดในส่วนพื้นที่จริง ๆ ที่ท่านได้บอกแล้วนะคะว่าน่าจะ มีการพัฒนาตามอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในพื้นที่และท้องถิ่นของเขา ดังนั้นดิฉันขออนุญาต กราบเรียนตรงนี้ อาจจะเกินเวลานิดหนึ่ง ขออนุญาตท่านประธานว่าอยา กขอเสนอว่า การที่เราจะมีครอส คัตติงระหว่างคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่ำนิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนาและคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการนั้น

ขอให้เราร่วมกันเปึนความภาคภูมิใจเสนอไปจากสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ในการที่จะ ขอให้รัฐบาลนั้น เรากําลังเสนอสิ่งที่ทําให้รัฐบาลสบายใจ เพราะว่าเรากําลังเสนอให้มีการหา แนวทาง หาเงินรายได้เข้าประเทศเปึนจํานวนมากที่แน่นอนและยั่งยืนโดยการสบทบเปึน กองทุนที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมพื้นบ้านด้วย นั่นก็คือการประกันภัยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติภาคบังคับ ซึ่งอันนี้ถ้าหากว่าทางรัฐบาล เห็นชอบจะสามารถเปึนอํานาจของผู้บริหารในการดําเนินการได้เลย สิ่งนี้ดิฉันอยากจะขอให้ ท่านถือว่าเปึนผลงานร่วมกันของ ๒ กรรมาธิการ และถือเปึนเรื่องที่สภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ ได้นําเสนอในสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาลและประเทศชาติอย่างแท้จริง เพราะว่า เงินงบประมาณนั้นมีจํานวนจํากัด เราเสนอสิ่งนี้จะทําให้หลายท่านบอกว่าทําให้ แหล่งท่องเที่ยวหรือว่านักท่องเที่ยวลดลง แต่ในข้อวิจัยของท่านบอกไว้ แล้วว่าท่านอยาก พัฒนาให้ได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีรายได้มากขึ้น ถ้าเราดําเนินการให้เกิดการประกันภัย นักท่องเที่ยวซึ่งเขาจะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเปึนการประหยัด งบประมาณของรัฐบาลในการที่จะรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวถึงป้ละ ๒๐๐ ล้านบาทนั้น ซึ่งเปึนงบของกระทรวงสาธารณสุข ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ และคิดว่ารัฐบาลนี้โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อได้ฟังแล้ว ท่านคงจะเห็นแนวทาง ขอเรียนนะคะว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปัจจุบันท่านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ให้ความสนใจและท่านคิดว่าจะให้การสนับสนุน โครงการนี้ด้วย ดังนั้นถ้าผลักดันไปทั้งจากสภาปฏิรูป แห่งชาติของเรา แล้วก็ทาง คณะรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมโดยตรง ดิฉันคิดว่าจะเปึนผลงานที่พวกเราจะร่วมกันภาคภูมิใ จเพื่อประโยชน์ของศิลปวัฒนธรรม และพี่น้องในส่วนพื้นที่ในการที่เขาจะได้มีเงินทุนสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของเขา โดยการคิดริเริ่มและบริหารงานของเขาเองค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คุณเกรียงไกร เข้ามาแล้วจะใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หมายเลข ๐๑๕ ครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงที่ให้สิทธิในการอภิปราย

ท่านประธานครับ การท่องเที่ยวของประเทศไทยเปึนที่ขึ้นชื่อลือชาของนานาประเทศ ทรัพยากรในเมืองไทยนั้นถ้าเทียบกับทั้งโลกสู้ประเทศไทยไม่ได้ ฝรั่งนี่ชอบผู้หญิงไทยนะครับ ฝรั่งชอบผลไม้ไทย ฝรั่งชอบสินค้าไทย ฝรั่งชอบวัฒนธรรมประเพณีไทย จุดขายของเรา มีเยอะแยะ แต่บังเอิญหลายเรื่องที่พวกเราไม่ค่อยรักษากันนั่นคือความสง่างามของคนไทย เกิดเหตุจี้ ปล้น เกิดเหตุอะไรต่าง ๆ มันอาจจะเปึนเพราะว่าด้านเศรษฐกิจหรือว่า ด้านอะไรเข้ามาผมไม่ทราบ มีสิ่งหนึ่งที่ผมเห็น ผมเคยไปทัวร์ (Tour) ประเทศเกาหลี ในนามส่วนตัว ผมเคยไปเมืองจีน ผมเคยไปประเทศญี่ปุ์น ผมถูกบังคับครับท่านประธาน บังคับให้ไปนวด ให้ไปตรวจหมอแมะ เขาบอกว่าเปึนสถานที่ของรัฐบาลบังคับให้เข้ามา ท่านลองคิดสิครับ เข้าไปแล้วโอ้โฮ เขามีวิธีการหลากหลายหลอกให้เราซื้อ ยาบํารุงหัวใจ ยานวด ยาอะไรต่าง ๆ รัฐบาลได้เปอร์เซ็นต์ครับ ภาษีเข้ารัฐครับ เขาจะบังคับเลยว่า ทัวร์ทุกทัวร์ที่ไปเที่ยวประเทศของเขาต้องแวะเข้าสถานที่ตรงนี้ ศูนย์โอทอป (OTOP) ก็ดี ศูนย์แพทย์แผนจีนก็ดี อะไรก็ดีคือเขาบังคับ ถ้าคุณไม่เข้าเขาจะถูกปรับแล้วถูกยุบบริษัททัวร์ แล้วสิ่งเหล่านี้ละครับทําไมเราไม่ปรับปรุงมาใช้กับประเทศเรา ประเทศเราเชื่อไหมว่าคนนี่ มาเที่ยวเพิ่มขึ้น ผมฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพูดอยู่ตรงนี้ว่า

ผมไม่ตกใจว่าต่างชาติจะลดลง ตอนนี้มีคนจีนเข้ามาทดแทน แล้วคนเที่ยวเมืองไทย ณ ปัจจุบันเปึนอันดับ ๒ ของโลก คนจีนเยอะมากครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านก็เอาไปเขียน เปึนกฎหมาย เขียนเปึน พ.ร.บ. เขียนเปึนอะไรที่บังคับบริษัททัวร์ทั้งประเทศ จัดศูนย์สินค้า โอทอปนี่คือเรื่องแรก เรื่องที่ ๒ ท่านจะลดความเหลื่อมล้ําของจังหวัดต่าง ๆ ได้อย่างไร ในเมื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดนั้นมันไม่ทัดเทียมกัน จังหวัดใหญ่ได้เปรียบครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใครจะไปล่ะครับ เจอแต่ลูกระเบิด จังหวัดกาฬสินธุ์บ้านผม แหล่งท่องเที่ยวเยอะแยะ แต่ไม่มีบทบัญญัติว่าตรงไหนน่าจะเปึนแหล่งท่องเที่ยว ที่เจริญรุ่งเรืองงอกงาม ท่านลองจัดจังหวัดละ ๑ แห่งสิครับ อย่าไปส่งเสริมแต่จังหวัดใหญ่เลย จังหวัดภูเก็ตนี่เขารู้กันทั้งประเทศ ทั้งโลก มาแน่นอน พัทยาอย่างนี่ฝรั่งชอบ แต่จังหวัด กาฬสินธุ์ ลองให้มาจังหวัดกาฬสินธุ์สิครับ เอาอะไรหาแรงดึงดูด ผมมีฟอสซิล (Fossil) ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ อายุ ๑๕๐ ล้านป้ ชื่อพิพิธภัณฑ์สิรินธร ผมไม่เห็น ฝรั่งไปสักคน ตรงนี้ต่างหากครับ ถ้ามีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวนี่มันจะสร้างความเจริญ เหมือนผมพูดเรื่องการศึกษาลองจัดตั้ง ๑ จังหวัด ๑ มหาวิทยาลัยสิครับ เดี๋ยวนี้เด็กบ้านผม เบื่อมากระบบโอเนต (O-NET) เอเนต (A-NET) อะไรพวกนี้ ท่านประธานครับ เขาบอกอยาก กลับไปเอนทรานซ์ (Entrance) เหมือนเดิม เชื่อไหมเมื่อคนจีนมาเยอะ ผมไปภาคใต้ไปเที่ยว จังหวัดภูเก็ต ผมไปกินอาหารร้านหนึ่งผมไม่ขอเอ่ยชื่อ ปรากฏว่าทัวร์จีนลงเต็ มพรึบ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านคนไทย เปึนร้านคนจีนมาลงทุน ท่านประธานครับ นึกเอาครับว่าระบบ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเขาทําครบวงจร ต่อไปประเทศไทย คนไทยจะแย่ ถ้าเราไม่มีมาตรการ ควบคุมตรงนี้ ภัตตาคารจีน แล้วอาหารก็แย่มากด้วยแต่พวกเขากินกันได้ กลายเปึนของ คนจีนมาลงทุนเอง ต่อไปคนจีนนี่จะลงทุนทุกจังหวัดที่เปึนแหล่งท่องเที่ยว สร้างร้านอาหาร รองรับทัวร์จากเขามาลง แล้วคนไทยล่ะ เมื่อเช้าก็จะอภิปรา ยเรื่องการค้าปลีก ส่ง ก็ไม่ทันเวลา คนไทยเดี๋ยวนี้อาซิ้ม อาม่า ไม่มีอาชีพที่จะขายแล้ว ต่างชาติเข้ามาหมด จนในที่สุดเดี๋ยวนี้ร้านอาหารเริ่มจะไม่มีแล้วครับ ดูผลไม้เขาจองข้ามป้ นี่คือเรื่องจริงครับ ท่านประธาน การส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๑. รัฐบาลต้องมีความจริงใจ ในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง บางป้ถ้าท่านประธานเห็นว่ารัฐบาลส่งเสริม แหล่งท่องเที่ยวป้นี้สยามเมืองยิ้มทั้งป้นี่สนุกมาก มีความสุขมาก แต่รณรงค์ป้เดียวครับจบ

ไม่ยอมรณรงค์ต่อ ผมไม่เข้าใจคนไทยเปึนอย่างนี้หรือทําไมไม่รณรงค์ระยะยาว ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ นี่กลายเปึนว่าทําแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวัน ๆ พอเศรษฐกิจดีแล้วก็หยุด มันไม่ใช่ครับ ยิ่งเศรษฐกิจแย่ ๆ อย่างนี้ต้องยอมรับว่าภาษีที่เข้าประเทศชาติ ที่ช่วยเหลือคนในชาติ พยุงชาติ ณ ปัจจุบันเรื่องการท่องเที่ยว ผมอยากให้คณะกรรมาธิการพัฒนา ด้านการท่องเที่ยว สิ่งที่ผมพูดหรือเพื่อน ๆ พูดเอาไปคิด ไปไตร่ตรองที่จะไปปรับปรุงว่า มันจริงไหม ๆ ไม่ต้องอายว่าเอาแบบต่างชาติมาใช้ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมอยากฝาก ตรงนี้ไว้ ผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านว่าการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงพฤติกรรมในแหล่งท่องเที่ยว แม้แต่คน สถานที่ อาหาร ทุกอย่างให้เพียบพร้อม ถ้าตรงนี้เราทําได้ผมว่าประเทศชาติ แหล่งขายแหล่งดีที่สุดคือ แหล่งท่องเที่ยวครับท่านประธาน ด้วยความจริงใจจากเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงข้อซักถามของสมาชิกครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าเราใช้เวลามานานพอสมควร แล้วยังมีวาระอีกวาระหนึ่งรออยู่ เพื่อไม่ให้เสียเวลา มากกว่านี้กระผมจะขออนุญาตให้ท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านกอบกุลได้ชี้แจง บางเรื่องที่เกี่ยวกับสังคม และท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ได้ชี้แจงบางเรื่องที่ท่านคิดว่า ท่านจะมีข้อมูลให้ กระผมจะขอกล่าวสรุปสั้น ๆ ในตอนท้าย นิดหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณกอบกุลครับ

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล กรรมาธิการ

ขอบพระคุณค่ะ เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านนะคะ ดิฉันได้รับ มอบหมายให้ตอบข้อสังเกตหรือว่าประเด็นคําถามของเพื่อนสมาชิกประมาณ ๓ ประเด็น ด้วยกันที่เกี่ยวกับเรื่องทางท่องเที่ยวและมีส่วนผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่ องสังคม เรื่องที่ ๑ คือเรื่องที่ท่านวินัยได้พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมฮาลาล ซึ่งดิฉันขอเรียนชี้แจงว่า คงไม่หายไปแต่เราก็จะไปเพิ่มรายละเอียดเข้าไปในหน้า ๑๑ ได้ในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวฮาลาลจะมีทั้งเชิงวัฒนธรรมและเชิงการแพทย์ซึ่งเราก็ ได้มีการพูดกัน นอกจากฮาลาลแล้วมีเชิงพุทธและเชิงวัฒนธรรมในเรื่องแหล่งมรดกโลกอะไรพวกนี้ซึ่งคิดว่า เราได้ครอบคลุมอยู่แล้ว สาขาการท่องเที่ยงไม่หายไปยังมีอยู่ครบเพียงแต่ว่ามันจะไปกระจาย กันอยู่บ้าง ประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากเรียนชี้แจงก็คือว่าเปึนเรื่องของการบูรณา การหรือว่า แผนแม่บทของภาพรวมที่เราอยากให้เกิดขึ้นก็คือฮาว ทู ต้องขอขอบคุณท่านปรีชา เถาทอง ที่ได้สรุปให้เราพอสมควรว่าการจะบูรณาการภาพรวมหรือแผนแม่บทเราจําเปึนจะต้อง เริ่มจากการบูรณาการองค์ความรู้ บูรณาการคน แล้วก็บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งยังอ่อนแออยู่จะต้องไปซัพพอร์ต (Support) จุดเปราะบางแต่ละจุดของภาคเอกชนและ ชุมชน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ดิฉันคิดว่าหลายท่านได้พูดถึงในลักษณะของการที่เกรงว่า การทําลายแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเชิงวัฒ นธรรม เชิงเกษตร ศาสนา สุขภาพ โฮมสเตย์ (Homestay) หรือรวมทั้งเรื่องที่เรามีชื่อเสียงใน ด้านของการนวดแผนไทย สปาไทยพวกนี้ รวมอยู่ในการท่องเที่ยวสาขาซึ่งเราจําเปึนจะต้องทําให้ชัดเจนมากขึ้นว่านี่คือแหล่งท่องเที่ยว ทั้งในระดับชุมชนที่จะดึงออกมาได้ โดยเฉพาะด้านสุขภาพหรือเฮลต์ ทัวริซึมเราก็ทํางาน ด้านนี้มาค่อนข้างเยอะ และคิดว่าประเทศไทยน่าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ว่าจะมา พักรักษาตัว มาเปึนแหล่งพักฟุ๋น หรือการที่จะอยู่แบบโฮมสเตย์หรือลองสเตย์ (Longstay) คือพักฟุ๋นในระยะยาว ตรงนั้นก็จะเข้าไปอยู่ในส่วนของเราทั้งหมด แล้วในเรื่องของจุดคานงัด ก็คือยังอยู่ที่เรื่องความรู้และเรื่องคนคิดว่าตรงนี้เราไม่หายไปไหน ประเด็นสุดท้ายคือในเชิง ของคอมมิวนิตี เบส ทัวริซึม (Community based tourism) ก็คือการท่องเที่ยวเชิงชุมชน ซึ่งเราเสนอเข้ามาเปึนเรื่องของการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวที่ ๓ นอกจากภาครัฐ ภาคเอกชนเราดึงภาคชุมชนเข้ามาแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งดิฉันคิดว่า

คอมมิวนิตี เบส (Community based) อันนี้เราต้องการให้ทุกชุมชนที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง เซลฟี ซัสเทน (Self-sustain) ก็คือเปึนชุมชนที่ช่วยตัวเองได้ ดูแลตัวเองด้านเศรษฐกิจได้ ถ้าทุกชุมชนในประเทศไทยไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เซลฟี ซัสเทนในเรื่องเศรษฐกิจเขาก็ ไม่ต้องยากจน ไม่ว่าเขาจะเปึนเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนแรงงานหรือเปึนอะไร เขาสามารถ เอาสิ่งเหล่านั้นหรือวัฒนธรรมทั้งหลาย วิถีชีวิตที่เขามีอยู่นี้ดึงออกมาเปึนการท่องเที่ยว ได้หมดเลย ซึ่งเราต้องการให้ชุมชนแต่ละชุมชนสามารถเลี้ยงตัวเองได้จากการท่องเที่ยว ถ้าเปึนอย่างนั้นได้ดิฉันว่าประเทศไทยก็คงจะไปได้อีกไกล เพราะว่าการท่องเที่ยว ไม่ต้องลงทุน คือไม่ต้องลงทุนในแง่เงินทอง แต่ว่าลงทุนในแง่ของจิตใจหรือว่าทรัพยากร ที่เรามี เพราะฉะนั้นจิตใจคนไทยพร้อ มที่จะเปึนผู้ดูแลนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่า ตรงนี้เราคงไม่น่าเปึนห่วง ดิฉันพูดในภาพย่อย เดี๋ยวภาพใหญ่ภาพแมคโคร (Macro) ท่านประธานกงกฤชกับประธานเกริกไกรคงจะได้พูดต่อไป ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญครับ

นายกงกฤช หิรัญกิจ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ผม กงกฤช หิรัญกิจ ครับ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูป การท่องเที่ยว ในบริบทของการนําเสนอในวันนี้จริง ๆ อย่างที่ท่านรองประธานกอบกุลได้พูดว่า เราเน้นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชน และเราก็เน้นบริบทของการบูรณาการของ หน่วยงานภาครัฐที่จะทํางานร่วมกับภาคเอกชนและชุมชนเข้าด้วยกัน อันนี้เปึนบริบทใหม่ ของการนําเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางการท่องเที่ยวที่มี ๖ ประการ ซึ่งตลอดระยะเวลาของการพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรามีทั้ง ๖ เรื่องนี้

ต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งเราก็เชื่อว่าหากว่าเราได้ดําเนินการตามข้อเสนอปฏิรูปทั้ง ๓ เรื่อง คือปฏิรูปวิสัยทัศน์ ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการ และปฏิรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ก็จะทําให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศขยายเติบโตต่อไปได้ แม้จะมีปัญหา โครงสร้างอยู่บ้างแต่ก็จะเบาบางแล้วไม่เกิดผลกระทบต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม จนเรารับไม่ได้ อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอของท่านสมาชิกที่เกี่ยวกับเรื่องของการสร้าง ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และขอให้มีการคุ้มครองทําประกันนักท่องเที่ยว ในอนุกรรมาธิการนี่จริง ๆ เราเห็นด้วยพร้อมกันเพียงแต่ว่าเราไม่อยากเห็นการจัดเก็บ การประกันภัยจากนักท่องเที่ยวโดยตรง เราอยากจะให้บริษัทนําเที่ยวมีการจัดทําประกันภัย สําหรับนักท่องเที่ยวที่ตัวเองรับไปดูแล เราเห็นว่าบริษั ทนําเที่ยวหรือว่าผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวจะต้องเปึนผู้รับผิดชอบต่อการนําพานักท่องเที่ยว อย่างเช่นกรณีที่มีการเอ่ยถึง สวนสัตว์จังหวัดขอนแก่น อย่างนี้กรณีสวนสัตว์ต้องประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว ซึ่งอันนี้เราคิดว่ากําลังหารือกัน อย่างเช่นที่ภูเก็ตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก็ร้องเรียนว่า กรณีนักท่องเที่ยวหายสาบสูญจากเรือล่ม ท่านไม่มีงบประมาณที่จะไปตามบอกว่าแต่ละคน ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก อันนี้เราก็ได้นําเสนอว่าในพระราชบัญญัติธุรกิจนําเที่ยวและ มัคคุเทศก์ก็มีการกําหนดให้สามารถที่จะให้บริษัทนําเที่ยวต่าง ๆ หรือผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวต้องคุ้มครองดูแลนักท่องเที่ยว ในส่วนของการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมทางวัฒนธรรม ซึ่งทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจริง ๆ เราเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรจะมีกองทุนนี้ เพียงแต่ว่า การนํามาซึ่งรายได้จากกองทุนนี่ จริง ๆ แล้วในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผมเคย กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรามีกองทุนส่งเสริม การท่องเที่ยวซึ่งผมเคยเปึนกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวก็มีการขอใช้เงิน ของกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไปเพื่อการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมในหลายรูปแบบ ซึ่งก็มีโครงการที่จะนําเสนอเ พื่อขออนุมัติใช้เงินทุนนี้ได้ ซึ่งผมก็ยังยืนยันว่าหากว่าได้มี การประสานอย่างที่ท่าน สปช. เตือนใจได้พูดว่ามีครอส คัตติงระหว่างกรรมาธิการทางด้าน การท่องเที่ยวแล้วก็ทางด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ผมคิดว่าก็เปึนไปได้ที่เราจะหาช่องทาง ที่จะหาเงินเข้ากองทุนส่งเสริมทาง ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน ซึ่งเปึนวัตถุประสงค์หลัก สําคัญอยู่แล้วที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องพึ่งพาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ขอขอบคุณครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมคิดว่า ๒ ชั่วโมง ๒๕ นาทีที่ผ่านมานั้นผมถือว่าเปึนการดีเบต (Debate) ที่มีคุณภาพมาก แล้วก็กรรมาธิการเองก็ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจาก ความคิดหลากหลายของ ๑๔-๑๕ ท่าน หรือ ๑๖ ท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ผมจดไว้ตั้งแต่ นักสิ่งแวดล้อมทางทะเลทางธรรมชาติ ครูบาอาจารย์ศิลปวัฒนธรรม เอ็นจีโอ (NGO) นักพหูสูต อย่างดอกเตอร์ชิงชัยซึ่งตอนนี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ดอกเตอร์ธรณ์ อาจารย์เปรื่อง จันดา คุณสืบพงศ์ ธรรมชาติ ผมเอ่ยนามด้วยความเคารพ ผมคิดว่า อาจารย์ดอกเตอร์ชาติชายได้ให้ข้อคิดเห็นซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งเลยนะครับ ผมเชื่อว่า อนุกรรมาธิการจะมีเรื่องที่จะไปปรับปรุงค่อนข้างจะได้รสชาติแล้วก็ได้คุณภาพขึ้น ผมขอบคุณสําหรับคําชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอลงกรณ์ที่บอกผมหนึ่งในดวงใจ ท่านก็เปึน หนึ่งในดวงใจของผมเหมือนกัน ใจเราตรงกัน แต่ผมคิดว่าเราคงจะขีดเส้นไว้ตรงนั้น ประเด็น ที่ท่านให้มานั้นผมคิดว่าใครชมก็ตามผมรับด้วยความชื่นชม แล้วก็ใจพองโตคือวันนี้อาจจะ ไม่ต้องรับประทานข้าว แต่ผมอยากจะให้ความดีงามทั้งหลายไปปรากฏแล้วก็ขอบคุณ ท่านประธานอนุกรรมาธิการคือท่านกงกฤช แล้วก็บรรดาผู้เชี่ยวชา ญ อย่างเช่น ท่านสมประสงค์ โขมพัตร ที่เปึนผู้เชี่ยวชาญมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิม จนกระทั่งท่านเกษียณในตําแหน่งรู้สึกจะเปึนผู้ตรวจราชการกระทรวง

ผมขอบคุณท่านจริง ๆ ท่านเปึนเอตทัคคะ เปึนโพรเฟสชันนอล (Professional) ที่ทําเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วผมก็ยกย่องท่านอย่างไม่ป่ดบัง ท่านกงกฤชเองก็เปึนทายาทของผู้ว่าการการท่องเที่ยว คนแรกของประเทศไทย ท่าน พันเอก สมชัย หิรัญกิจ ซึ่งผมมีโอกาสได้ทํางานกับท่านด้วย ตอนที่เปึนหนุ่ม ๆ อยู่ ท่านประธานครับ ที่มาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอนนั้นผมเปึนปลัดกระทรวง เปึนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่อยากจะมีกระทรวง ทบวง กรม ในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีที่รุงรัง ผมจําได้ท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีมีไว้คิดนโยบาย ไม่ได้มีไว้บริหาร ก็เอากรมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ออกไป เปึนกระทรวงใหม่ มีอยู่ ๒ แห่งที่ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีศาลครับ จะต้องมีหลังคาอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยเปึนแมร์ริจ ออฟ คอนวิเนียนซ์ (Marriage of convenience) แต่งงานกันด้วยความสะดวก เอาไปไว้ที่ กระทรวงหนึ่งเรียกว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมไปเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงนั้น อยู่ที่นั่น ๒ ป้กว่า มันอะไรเกิดขึ้นครับ เพราะว่าไปอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปึนอันใหม่ แต่ไม่มีมนุษย์ทําท่องเที่ยวในกระทรวงเลย มีแต่ ททท. ซึ่งทําทุกเรื่องตั้งแต่ พัฒนาเรื่องของการตลาด เรื่องของจิปาถะ ซึ่งไม่มีใครฟังเพราะไม่ได้เปึนส่วนราชการ ทีนี้เมื่อเปึนส่วนราชการก็จําเปึนต้องไปมีสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ตอนนั้นเรียกว่า สํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ระดับกรม แล้วก็เอาอดีต คนของกรมพลศึกษามาเปึน ผู้อํานวยการ แล้วก็บอกว่าไม่พอใจเรียกสํานักงานไม่โก้ ต้องเปึนอธิบดี ก็ไปเปลี่ยนชื่อเปึน สํานักงาน ตรงนี้ทําเรื่องยุทธศาสตร์ ทําเรื่องพัฒนาแหล่ง ทําเรื่องของจิปาถะซึ่ง ททท. ไม่ทํา แต่ว่ามันไม่เกิดผลเท่าไรนัก เพราะไม่มีองค์ความรู้ของสิ่งเหล่านี้อยู่ คุณสมประสงค์ก็มาจาก บีโอไอ (BOI) เก่า ก็มาสร้างองค์ความรู้ของการวางแผน ยุทธศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้ว คนที่ทํางานข้างในนั้นมีแต่คนที่เปึนนักกีฬาเสียเปึนส่วนใหญ่ แล้วก็ ททท. เองก็ไม่ยอมรับ อันนี้ผมเรียนตรง ๆ นี่คือปัญหา ไม่ยอมรับ ทีนี้เอาสั้น ๆ แล้วกันครับ ปัญหาบูรณาการ ปัญหาการสั่งการ เปึนปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังเสนอเดี๋ยวนี้มันจึงเปึน ตอนนั้นเขาคิดไม่ผิดหรอกครับ เขาแบ่งหน้าที่การตลาดมาให้ ททท. แล้วกระทรวงไปทํา เรื่องเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ การพัฒนา ไม่ผิดครับ แต่มันก็ยังไม่เกิดองค์ความรู้ที่จะ บูรณาการได้ เพราะฉะนั้นแนวความคิดใหม่ ๓ ประเด็นที่ทําอันหนึ่งคือปรับโครงสร้างนั้น ที่ท่านอลงกรณ์พูด ไม่มีความแตกต่างในแง่ความตั้งใจเลยครับ เราต้องการทําให้มีน้ํายา

ในการสั่งการบูรณาการได้ แต่ว่าคอนเท กซต์ (Context) ในขณะนี้มันต่างจากเมื่อ ๑๐ กว่าป้ก่อน ๒๐ ป้ก่อนมาก และในอนาคตเรื่องของการท่องเที่ยวก็ต่างมาก เพราะฉะนั้น จึงไม่อาจจะไปใช้แบบ ททท. เหมือนเดิม และอยู่ภายใต้สํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าผมเข้าใจ ไม่ผิดนะครับที่ท่านเสนอนั้นเดี่ยว ๆ ได้ ก็เสนอว่ามันน่าจะมี กลไกหนึ่งเอาไปเปึน เหมือนลักษณะเปึนแพลนเนอร์ (Planner) ของเรื่องการท่องเที่ยว แล้วเพื่อให้มีอํานาจของ ส่วนกลางสั่งอะไรได้ ก็กลับไปอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม กลับมาพร้อมกับมี สํานักงานขึ้นมาเปึนแพลนเนอร์ เปึนนักวางยุทธศาสตร์ แล้วดูประเด็นต่าง ๆ อย่างที่ ท่านทั้งหลายพูดเซฟตี (Safety) เรื่องของควอลิตี (Quality) เรื่องของเอนไวรอนเมนต์ (Environment) เรื่องของคอนเซอร์เวชัน (Conservation) เรื่องของจิปาถะ รวมทั้ง ครีเอทิวิตี (Creativity) ที่ท่านชาติชายพูดถึงนะครับ คอร์ คอมพิเทนต์ ครีเอทิวิตี แวลู (Core competent creativity value) ศิลปวัฒนธรรมที่ท่านปรีชา เถาทอง พูดถึง ทุกอย่างที่ท่านพูดจะต้องมีคนที่จะอินิทิเอ ต (Initiate) และทําให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือ แนวความคิด แต่ทีนี้มีคนถามว่าแล้วก ระทรวงการกีฬาที่จะออกไปแล้วดึงเอาสํานักงาน ปลัดกระทรวงไปทําอย่างไร ขอเรียนว่ามันไม่มี การบูรณาการในเรื่องนี้ระหว่าง ๒ กรรมาธิการ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะ เสนอแยกกระทรวงออกไป แล้วเราเสนอ แยกกระทรวงกลับไปที่เดิมนั้นมันก็เปึนแนวคิดครับ เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าอย่าไปพูดถึง เรื่อง รีออร์แกไนเซชัน (Reorganization) นะ พูดแล้วมันเซนซิทีฟ (Sensitive) เดี๋ยวมีคนไม่ยอม

เราก็เก็บไว้คิดในใจตัวเราเอง มาดูถึงบทสุดท้าย ตอนนี้คิดดัง ๆ แล้วจะเห็นว่าเราไม่บอกว่า ให้ยุบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราไม่ได้บอก แต่เมสเสจ (Message) จนเคลียร์ (Clear) มาก ในเมื่อกระทรวงการกีฬาบอกว่าจะต้องเกิดแล้วเอาสํานักงานปลัดกระทรวงไป เอากรมนั้นกรมนี้ไป กระทรวงนี้ก็มันเหลือแต่กลวง ๆ โบ๋ ๆ ก็มีอยู่แค่กรมพัฒนานี่แหละ กรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เราก็เอาตัวนี้ไปสร้างเปึนเชื้อในสํานักงานใหม่ที่เปึนแพลนเนอร์ ของการท่องเที่ยวและบูรณาการแผนท่องเที่ยว ผมคิดว่าจะลงตัว แต่ตอนที่แบ่งสมบัติ กับการกีฬาเราไม่เคยพูดถึง ตอนนี้เราเห็นชัดว่าเขาเสนอแล้วเราก็เสนอเช่นนี้ในนี้ แล้วให้นายกรัฐมนตรีไปคิดเองว่ามันควรจะเปึนเช่นไร เพราะว่าเราไม่มีเวลาครับที่จะมา คิดถึงรายละเอียดว่าจะพาไปหาหมอแมะไหมนี่เราเห็นแต่ว่ามันเรื่องที่กรมนี้พวกนี้จะต้อง เวิร์กต่อไป กรรมาธิการไม่มีเวลามากพอที่จะคิดถึงรายละเอียดเหล่านี้ แต่ไม่ได้ทิ้งประเด็น พวกนี้เลย ก็ขอเรียนด้วยความเคารพว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราอยากจะเห็นวิสัยทัศน์ที่ดี ยุทธศาสตร์ที่ดี กลไกการบริหารบูรณาการที่ดี แล้วก็มีแผนงานต่าง ๆ ที่ดีออกมาเพื่อรองรับ กับคําว่าคุณภาพรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขายคุณค่า ขายความสามารถ ขายวัฒนธรรม ไม่ใช่ให้คน อื่นเขามาหายใจรดเรา มาถ่าย มาขับถ่าย มากินแล้วก็ไป ผมคิดว่าอันนั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นผมขอบคุณอย่างยิ่งครับท่านประธานที่เคารพสําหรับความเห็นที่ให้มาทั้งหมด ผมคิดว่าผมได้ประโยชน์ ทั้ง ๘-๙ เดือนมาอยู่ที่นี่ ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมาเปึนสิ่งที่ผมได้ประโยชน์ที่สุด ขอบคุณอย่างยิ่งครับ แล้วจะนําไปปรับปรุงให้ดีครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมเราได้พิจารณารายงานวาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้ว คราวนี้คงต้องขอมติจากที่ประชุม แต่จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ไม่น่าจะมี กรรมาธิการประชุมอยู่อีกแล้วใช่ไหมครับเวลานี้หรือยังมีอยู่ น่าจะมาหมดแล้วนะครับ คงครบถ้วนแล้วนะครับ พร้อมแล้วผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่ได้ แสดงตนไหมครับ หรือแสดงตนไม่ได้ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอผลด้วยครับ ๑๗๙ ครบถ้วน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบกับรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบก็จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ

ท่านสมาชิก ขอให้ท่านได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ ม เห็นด้วย ท่านที่ ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงบ้างไหมครับ หรือออกเสียงไม่ได้

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วน ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลครับ ผู้เข้าประชุม ๑๗๙ เห็นด้วย ๑๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ นะครับ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานการพิจารณาเรื่องวาระพัฒนา ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ ขณะนี้ก็จบการพิจารณารายงานของกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ เรื่อง วาระพัฒนาด้านการท่องเที่ยวแล้วนะครับ ขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการและท่านผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านครับ สภาปฏิรูปแห่งชาติยังไม่จบนะครับ ๓.๔ จบวาระ ๓.๔ แล้วจะมีเรื่องสําคัญแจ้งเพื่อทราบด้วยครับ

๓.๔ รายงานการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่นะครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกครับ เรื่องนี้มีคําสั่งของประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดอง ซึ่งมีอํานาจหน้าที่พิจารณาศึกษาและแสวงหาแนวทางเพื่อลดและยุติ ความขัดแย้งทางการเมืองในทุกระดับเพื่อนําไปสู่การสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทําแผนการดําเนินการในการสร้างความปรองดองให้ควบคู่ไปกับกระบวนการ ปฏิรูปประเทศโดยคณะกรรมการได้ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง และได้จัดทํา รายงานนําเสนอต่อประธานสภาและประธานสภาได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่ง ชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีมติเห็นชอบแล้วจึงได้บรรจุ ระเบียบวาระการประชุม เพื่อให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาในวันนี้ และเพื่อให้ ที่ประชุมได้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วนผมได้อนุญาตให้กรร มการศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๖๓ ท่านสมาชิกครับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมใคร่ขอความร่วมมือจาก ท่านคณะกรรมการในการแถลงรายงานและตอบข้อชี้แจงขอให้กระชับและอยู่ในประเด็น สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกขอความกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะ เพิ่มเติม ท่านกรรมาธิการพร้อมแล้วใช่ไหมครับ ขอเชิญท่านแถลงรายงานเลยครับ

ศาสตราจารย์พิเศษเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธาน สปช. สมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๗ เมื่อ ๗ เดือนที่แล้วท่านประธาน สปช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองซึ่งมีผมเปึนประธานกรรมการนะครับ ก็มีสมาชิกของ สปช. หลายท่าน ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปอยู่ในกรรมการชุดนั้น เช่น ท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่านเอกชัย ศรีวิลาศ ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ท่านบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ท่านทิชา ณ นคร ท่านประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ แต่ก็มีสมาชิกจากคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เข้ามาอยู่ด้วยนะครับ

แล้วก็มีสมาชิกจาก สนช. เช่น ท่านศิระชัย โชติรัตน์ มาเปึนที่ปรึกษาและกรรมการด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังมีท่านเดชา ปุญญบาล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในภายหลัง มีท่านอาณันย์ วัชโรทัย แล้วก็มีบุคคลจากนอก สปช. เช่น คุณพะเยาว์ อัคฮาด ซึ่งเปึนผู้ที่ได้รับความสูญเสีย มีคุณนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ซึ่งเปึนผู้ได้รับความสูญเสีย มีคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ซึ่งเปึน ประธานญาติวีรชน ป้ ๒๕๓๕ มีประสบการณ์ นอกจากนั้นก็มีอาจารย์วลัยพร รัตนเศรษฐ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ย์ ได้ทํางานกันอยู่ ๗ เดือน ก็มีแนวทางการดําเนินงาน ๖ แนวด้วยกัน คือ ๑. วางกรอบแนวคิดและออกแบบกระบวนการปรองดองให้ควบคู่ไปกับ การปฏิรูปประเทศ ๒. ร่วมมือทํางานกับกลไกอื่น ๆ ที่ดําเนินการขับเคลื่อนกระบวนการ สร้างความปรองดอง ๓. แสวงหาจุดร่วมของคนในสังคมในการสร้างความปรองดอง ปัองกันมิให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นซ้ํา โดยผ่านการรับฟังพูดคุย ตรวจสอบข้อเท็จจริง และถอดบทเรียนจากประสบการณ์ ๔. จัดทําฐานข้อมูลรวมเกี่ยวกับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุม ๕. สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นทางการเมือง ที่ต่างกัน ๖. ประสานงานและเสนอแนวทางต่อหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ในเบื้องต้นที่ทํางานมา ๗ เดือนได้สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการฟัง การพูดคุย กับผู้ที่ เคยทํางานการสร้างความปรองดองทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ผู้บริหารระดับสูงของ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ผู้มีส่วนได้เสียจากความขัดแย้ง ทางการเมือง แล้วก็ มีข้อสังเกต ๔ ประการดังต่อไปนี้ ๑. สาเหตุของการชุมนุมระหว่างป้ ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ผลประโยชน์และอุดมการณ์ของกลุ่ม บุคคลในหลายระดับ โดยกลุ่มบุคคลเหล่านั้นแสดงออกถึงการต่อต้าน คัดค้าน การใช้อํานาจ ของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในแต่ละช่ วง ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เกิดจากการที่ ฝ์ายหนึ่งเข้าสู่อํานาจและใช้อํานาจโดย ขาดการยอมรับจากอีกฝ์ายว่าชอบธรรม ซึ่งเมื่อ เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันหรือเอาชนะอีกฝ์ายได้นําไปสู่การละเมิดกฎหมายเปึนเหตุจูงใจ ให้ใช้ความรุนแรง เกิดความสูญเสีย ประกอบกับประชาชนไทยที่มีประสบการณ์ และพื้นฐาน การเข้าถึงทรัพยากรในการพัฒนา ที่แตกต่างกันมีความตื่นตัวทางการเมือง ในระบอบ ประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น ทําให้เกิดการตีความให้ความหมายของประชาธิปไตย ที่แตกต่างกัน และมองความขัดแย้งทางการเมืองต่างกัน จนเกิดเปึนขั้วความคิดที่เปึนฝักฝ์าย ไม่พอใจ และ ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ขยายเปึนวงกว้าง โดยที่แต่ละฝ์ายก็มีสื่อของตนเอง ข้อสังเกต

ประการที่ ๒ ก็คือผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อและมีการใช้ความรุนแรง ได้บั่นทอนศักยภาพในการพัฒนาประเทศไปอย่างมาก นอกจากจะสูญเสียทางด้านร่างกายและ จิตใจแล้ว ปัญหาที่เกิดตามขึ้นมาส่งผลกระทบถึงกำรบริหารของรัฐ ของระบบเศรษฐกิจ เกิดความอ่อนแอในด้านสังคม วัฒนธรรม ในทางสถิติมีการคํานวณว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพลังต่าง ๆ ทุก ๆ สี เปึนเวลา ๗๐๐ วันหรือประมาณ ๒ ป้ คิดเปึน ๑ ใน ๔ ของระยะเวลา ๘ ป้ ทําให้มีผู้เสียชีวิตรวม ๑๓๔ ราย ผู้บาดเจ็บมากกว่า ๔,๐๐๐ ราย ผู้ต้องคดีอีก ๑,๘๓๓ คน คิดเปึนจํานวนคดี ๑,๔๕๑ คดี แบ่งเปึนคดีของแกนนํากลุ่มพันธมิตร ๑๕๒ คดี นปช. ๒๐๑ คดี กปปส. ๒๑๒ คดี มีผู้ที่ถูกจองจํา ๒๙๑ ราย ปัจจุบันมี ๑๗๐ ราย ใน ๗ เรือนจําทั่วประเทศ และผู้ที่มีทรัพย์สินเสียหายมากกว่า ๑๕,๐๐๐ ราย อีกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ก็ต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลเยียวยาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ ตามมา ข้อสังเกตประการที่ ๓ ก็คือในการพบปะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เราก็ได้พบว่าในส่วนแรกผู้ที่ได้รับผลกระทบทางคดี ที่ถูกจับกุมคุมขังในเรือนจําซึ่งเราได้ไปเยี่ยมมา ก็พบว่าผู้ต้องขังซึ่งมาจากกลุ่มอุดมการณ์ ความคิดที่แตกต่างกันกลับมีความเอื้ออาทรต่อกัน และยอมรับว่าเมื่อตนได้รับอิสรภาพ พ้นโทษแล้วแม้อุดมการณ์จะยังเหมือนเดิม ก็ยืนยันว่าจะไม่ไปข้ องเกี่ยวกับการใช้ ความรุนแรง และการชุมนุมทางการเมืองที่เปึนการกระทําที่หมิ่นเหม่ผิดกฎหมายอีก เพราะพวกเขาล้วนขาดซึ่งอิสรภาพ และเปึนทุกข์กับการที่ครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหา อย่างยากลําบาก จึงต้องการโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ในอีกส่วนหนึ่งเราได้พบกับแกนนํากลุ่มการเมืองและผู้นําทางความคิด

ในระยะแรกนั้นผู้ที่เราเชิญเข้ามาร่วมพูดคุยทั้ง ๒ สีนั้นมีความขัดเขิน กังขา และสงสัยต่อ ความจริงใจในการสร้างความปรองดองของอีกฝ์ายหนึ่ง แต่ก็มีความสุภาพในการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผู้เข้าร่วมพูดคุยทั้ง ๒ ฝ์ายต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของ ผู้อื่นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และสนใจรับรู้สถานการณ์ในเรื่องกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสามารถนําประเทศออกจากความขัดแย้งในสังคมได้อย่างไร มีความเห็นว่า ในการปรองดองนั้น ทั้ง ๒ ฝ์ายมีความเห็นว่าในการปรองดองนั้นต้องอยู่บนฐานของ การที่ทุกกลุ่มทุกฝ์ายได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน เปึนการปรองดองของทุกฝ์าย ไม่ใช่การปรองดองของผู้มีอํานาจรัฐ และแต่ละฝ์ายต่างได้รับทราบว่าพ วกเขาถึงแม้ว่าจะต่างสี ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือถูกดําเนินคดี แล้วก็การดําเนินคดีหลาย ๆ กรณีก็ไม่ได้เปึนไป อย่างรวดเร็วเท่าที่ควร จึงเห็นพ้องต้องกันว่าอํานาจรัฐและกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ได้ เข้าข้างใคร เมื่อได้พูดคุยกันหลายคนก็ได้ตระหนักว่าทั้งที่มาจากสีไ หนก็ตามล้วนแต่มีที่มา หรือมีประวัติศาสตร์การทํางานเพื่อสังคมร่วมกันมาในอดีต บางคนมาจาก ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บางคนมาจาก ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บางคนมาจากพฤษภาคม ๒๕๓๕ บางคนอยู่ในฝักฝ์าย เดียวกันมาก่อนแล้วก็เปลี่ยนสี และกลายมาเปึนคู่ขัดแย้ง บางคนเปึนญาติ บางคนเปึนเพื่อน ร่วมสถาบันการศึกษา สิ่งที่เปึนจุดร่วมของผู้ที่เข้าร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการศึกษา ความปรองดอง จุดร่วมที่สําคัญก็คือพวกเขาต้องการที่จะเห็นความปรองดอง สมานฉันท์ เกิดขึ้นในสังคมไทย อยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบ หลายครั้งที่ทําเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง เขาคิดว่า สิ่งที่เขาทํานั้นถูกต้อง แต่เขาก็ยอมรับว่ามีการกระทําบางครั้งที่เกินเลยไป ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อประชาชน นอกจากนั้นขอกล่าวถึงผู้ได้รับผลกระทบบาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจาก เหตุการณ์ชุมนุมด้วยนะครับ จากการจัดเสวนาโดยคณะกรรมการชุดนี้ระหว่างผู้ที่ประสบกับ เหตุการณ์ในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยจําแนกเปึน ๓ กลุ่ม คือ ๑. ผู้ที่ออกไป ร่วมชุมนุมแล้วได้รับบาดเจ็บ ๒. ครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติการควบคุม ฝูงชน ๓. ครอบครัว และประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งที่ไม่ได้เปึนผู้เข้าร่วมชุมนุม ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทั้ง ๓ กลุ่ม ยังมีความทุกข์ ความโกรธ และ ความลําบากในการดํารงชีวิตอย่างมาก ด้วยเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและเปึนกลุ่มที่ยังไม่ได้รับ การเยียวยาอย่างทั่วถึง เมื่อได้รับฟังสถานการณ์และผลกระทบที่แต่ละฝ์ายเผชิญอยู่ รับรู้ถึง สาเหตุที่เข้าไปในบริเวณที่ชุมนุม ไม่ว่าจะด้วยอุดมการณ์ หรือด้วยหน้าที่ตามภารกิจ

หรือด้วยความบังเอิญที่ไปอยู่ในเหตุการณ์ก็เกิดความเห็นใจกัน โดยได้ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ กับคณะกรรมการเราเกี่ยวกับการเยียวยา รวมทั้งให้แง่คิดเรื่องการสร้างความปรองดองและ ปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอีกด้วย ซึ่งทางคณะกรรมการก็ได้นํามาเปึนแนวทาง ในการจัดทําข้อเสนอใน ๖ ภารกิจที่อยู่ในรายงานที่อยู่ในมือของท่านสมาชิก สปช. แล้วนะครับ ข้อสังเกตประการสุดท้ายที่ผมจะขอพูดถึงก็คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเปึนลําดับในเรื่อง การอํานวยความยุติธรรมของฝ์ายรัฐบาล จากการที่เราติดตามข่าวสารและได้รับฟังรายงาน โดยตรงก็พบว่ามีการเร่งรัดดําเนินคดีกับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในระยะ ไม่กี่เดือนนี้ ทุกกลุ่ม ทุกฝ์ายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มพันธมิตร นปช. กปปส. คปท. กองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทยหรือ กคป. รวมทั้งมีการพิจารณาลดโทษ และพ้นโทษตามเกณฑ์ไปบ้างแล้ว สําหรับผู้ต้องขังที่มีคุณส มบัติเข้าเกณฑ์ และทาง คณะกรรมการของเราได้ทําการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องคดีประเภทคดีเพื่อเตรียมการ และวางแนวทางในการอํานวยความยุติธรรมที่เอื้อกับการสร้างบรรยากาศปรองดอง ถ้าท่านสมาชิกหยิบรายงานมาพลิกดูก็จะเห็นข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ต้องคดีต่าง ๆ ค่อนข้างจะ สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเวลานี้ ท่านสมาชิก สปช. ครับ จากนี้ไปผมจะขอให้กรรมการ อีก ๒ ท่าน คือ ดอกเตอร์บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ จะมานําเสนอภาพรวมของรายงาน ซึ่งมี ๓๙ หน้านี่

แล้วก็ข้อเสนอแนะด้วยนะครับ แล้วก็จะเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภูมิ มูลศิลปี เปึนผู้นําเสนอในเรื่องการอํานวยความยุติธรรมโดยละเอียดนะครับ ๒ ท่านนี้อาจจะพูด หรืออาจจะนําเสนอสลับกันไปมานะครับ ก็ขอทั้ง ๒ ท่าน ขออนุญาตท่านประธาน ให้ทั้ง ๒ ท่านชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญครับ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติและสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ขออนุญาต เปึนตัวแทนในนามของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ได้นําเสนอ รายงานซึ่งจะใช้เวลาไม่นานนะครับ เนื่องจากว่าท่านมีตัวรายงานอยู่ในมือประกอบกับ มีตัวเอกสารเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ขออนุญาตใช้เพำเวอร์พอยต์ประกอบ การนําเสนอในต่อไปด้วยนะครับ ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการมีอยู่ใน เอกสารที่แจกกับทุกท่านนะครับ คณะกรรมการทํางานโดยมีแนวทางทั้งโดยอาศัยทั้งความรู้ และโดยอาศัยทั้งใจที่จะร่วมกันทําให้งานนี้ประสบความสําเร็จเพื่อนําชาติไปสู่สันติสุข ตามแนวทางที่วางไว้ ตามขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ท่านอาจารย์เอนก ได้กล่าวไปนะครับ ๒ ประการแรก เรื่องการแสวงหาแนวทางเพื่อลดและยุติความขัดแย้ง ทางการเมืองนั้นจะมีเอกสารที่นําเสนออยู่ในรายงานบทที่ ๓ เปึนข้อเสนอทั้งในเชิงเนื้อหา และกลไก แล้วก็จะได้เรียนให้ท่านได้ เห็นนะครับ หลายสิ่งสามารถทําได้ก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญและสามารถดําเนินการได้ต่อเนื่องหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ในส่วนของ ภารกิจที่เปึนอํานาจหน้าที่เรื่องการดําเนินงานนั้นเดี๋ยวจะได้นําเรียนเสนอให้ท่านสมาชิก ได้เห็นถึงกลไกหน่วยงานที่รับผิดชอบในการที่จะนําข้อเสนอเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิด ความชัดเจนว่าจะทําอย่างไรได้บ้าง นอกจากนี้ภายใต้ภารกิจที่ท่านประธานได้มอบให้มีการ จัดทําฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุม รวมทั้งการเยียวยาและ ฟุ๋นฟู เราก็ได้ออกแรงกันทําพอสมควรเกี่ยวกับการจัดทําฐานข้อมูลผู้ที่ ได้รับผลกระทบ ผู้ที่ยังต้องการการเยียวยา ซึ่งจะได้นําเรียนเสนอรายละเอียดต่อไป ในการทํางานสิ่งที่เปึน หัวใจสําคัญคือการสร้างความปรองดอง แต่อย่างไรก็ตามคําคํานี้ก่อให้เกิดความสับสน มีความเข้าใจ ที่ต่างกัน คณะกรรมการได้กําหนดนิยามความหมายขอบเขตของ ความปรองดองไว้ดังนี้นะครับ ในการทํางานคณะกรรมการกําหนดการสร้างความปรองดอง

หมายถึงการคลี่คลายความขัดแย้งที่มีการใช้ความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยการถอด บทเรียน สร้างความรับรู้และความเข้าใจถึงสาเหตุและผลกระทบ การสํานึกรับผิดและ การฟุ๋นคืนความสัมพันธ์ การหาข้อตกลงใหม่ในกฎเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ทั้งระหว่างบุคคล กลุ่มพลังทางการเมือง และประชาชนในชาติที่มีความคิดความเชื่อ แตกต่างกันจนแบ่งกันเปึนฝักฝ์าย การหามาตรการปัองกันมิให้ความขัดแย้งขยายตัวและเกิด ความรุนแรงขึ้นซ้ําอีก รวมทั้งการปฏิรูปทั้งกระบวนทัศน์และกลไกของรัฐให้สามารถรองรับ การเคลื่อนของสังคมที่อยู่ในระยะของการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งไปสู่การสร้างฉันทามติใหม่ ต้องขออนุญาตอ่านตรงนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันสําหรับแนวทางที่กําลัง จะนําเสนอต่อไปนะครับ ในส่วนวิธี การของการสร้างความปรองดองนั้นต้องอาศัย การดําเนินงานแบบเปึนกระบวนการบนฐานความเข้าใจในบริบทของความขัดแย้ง โดยนําหลักการที่เหมาะสมกับสภาพปัญหามาปรับใช้ ประการที่สําคัญคือความไว้วางใจและ การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ์ายในการหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อการแสวงหาทางออก จากความขัดแย้งโดยให้เปึนไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยและสันติวิธี นอกจากนี้ ต้องมีการติดตามตรวจสอบให้การดําเนินการนั้นมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับสภาพ สังคมเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน นี่คือแนวทางที่เราสร้างความเข้าใจกันไว้ และพยายามที่จะทําให้แนวทางที่นําเสนอนั้นบรรลุสู่เปัาหมายในการสร้างความปรองดอง ตามกรอบแนวคิดที่ได้เรียนอธิบายนะครับ เราพยายามที่จะดูกลุ่มความขัดแย้งทุกฝ์าย มองถึงภารกิจที่ต้องทําในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญ และช่วงหลังรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ในข้อเสนอแนะที่จะนําเรียนเสนอต่อไปจ ะมีทั้งข้อเสนอในเชิงเนื้อหาที่จะมี ๖ ภารกิจ ที่จะต้องดําเนินการให้ครบอย่างเปึนองค์รวม เพราะว่าทั้ง ๖ ภารกิจนี้มีความเชื่อมโยงกัน อีกส่วนหนึ่งเปึนการนําเสนอข้อเสนอแนะในเชิงกลไกที่จะต้องดําเนินการทั้งก่อน และหลัง การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ๖ ภารกิจดังกล่าวมีอย่างไรบ้าง มีเอกสารที่ประกอบการนําเสนอ ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกรุณาแจกเปึนเอกสารเอ ๓ (A3) ในที่นี้นะครับ

๖ ภารกิจดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจร่วมกัน ของเหตุ ความขัดแย้ง การแสวงหาและเป่ดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง การอํานวยความยุติธรรม การสํานึกรับผิดชอบ และการให้อภัย ประการที่ ๔ เปึนเรื่องของ การเยียวยา ดูแล และการฟุ๋นฟูผู้ได้รับผลกระทบ ประการที่ ๕ คือการสร้างสภาวะที่เอื้อต่อ การอยู่ร่วมกัน ประการสุดท้ายคือการวางมาตรการปัองกันการใช้ความรุนแรง ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ทั้งหมดนี้อยู่บนแนวคิดหลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน และความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ผมจะขออนุญาตนําเรียนสรุปเนื้อหาโดยย่อของ ๖ ประการ ไปตามลําดับ แต่จะมีประการที่ ๓ จะเปึนเรื่องของการอํานวยความยุติธรรม การสํานึกรับผิด และการให้อภัย ที่จะขออนุญาตให้อาจารย์ดอกเตอร์ภูมินําเสนอนะครับ

ในภารกิจประการ รกเรื่องการสร้างความเข้าใจร่วม ของสังคม ต่อเหตุแห่งความขัดแย้งนั้นเปึนภารกิจประการสําคัญที่เราจะมีวิธีการโดยการนําเอาเอกสาร ข้อสังเคราะห์ที่มีการศึกษาอยู่ มาใช้ประโยชน์ การจัดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะจากบุคคล ที่เกี่ยวข้อง ภารกิจนี้จะนําไปสู่ผลลัพธ์ในเรื่องของการที่ทําให้เราเข้าใจสาเหตุของ ความขัดแย้งร่วมกันตรงกัน เพื่อจะนํามาสู่การกําหนดโจทย์ และวิธีการคลี่คลาย ความขัดแย้ง หาทางปัองกันเหตุที่จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงซ้ําอีกในอนาคต ในภารกิจ ในวิธีการเหล่านี้ใครจะทําบ้าง องค์กรใดเปึนองค์กรหลัก องค์กรใดเปึนองค์กรเสริม จะทําเมื่อไร จะขออนุญาตเสนอในตอนท้ายนะครับเพื่อให้เห็นความชัดเจน เพื่อตอบคําถามว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เปึนข้อเสนอนี้จะนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร

ในภารกิจประการที่ ๒ เรื่องการแสวงหาและเป่ดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ความรุนแรงนั้นมีวิธีการหลัก ๆ อยู่ ๒ ข้อ เริ่มตั้งแต่การรวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุแรงจูงใจเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิมนุษยชน อาจจะ มีการเป่ดเผยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ในเวลาที่กําหนดขึ้น ตามกฎหมายและดูความเหมาะสมของสถานการณ์ การดําเนินการในภารกิจนี้จะนําไปสู่ ผลลัพธ์เกี่ยวกับการได้รับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ โดยที่ผ่านการตรวจสอบสังเคราะห์ ด้วยกลไกและวิธีการที่มีความเปึนวิชาการ นอกจากนี้จะทําให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและคนในสังคม ได้เข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความขัดแย้ง ที่สําคัญสังคมจะได้รับการสรุป

บทเรียนเกิดความสํานึกร่วมกันในการปัองกันมิให้ประเทศชาติต้องประสบกับวิกฤตการณ์ เช่นนี้อีก

ในภารกิจประการที่ ๓ คืออํานวยความยุติธรรม การสํานึกรับผิดและการให้อภัย ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับแนวทางที่จะนําไปสู่การนิรโทษกรรม หากรัฐบาลและสังคมมีความพร้อม นั้นจะขออนุญาตให้อาจารย์ดอกเตอร์ภูมิ มูลศิลปี ได้เปึนผู้นําเสนอต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายภูมิ มูลศิลปี กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นายภูมิ มูลศิลปี ขออนุญาตนําเสนอในส่วนที่ ๓ คือการอํานวย ความยุติธรรม การสํานึกรับผิด และการให้อภัย สําหรับภารกิจนี้วิธีการนั้นเราได้ผล ของการศึกษาว่าจะใช้ทั้งกระบวนการของกฎหมายปกติ มาใช้ และอาจจําเปึนจะต้องมี กฎหมายพิเศษที่นํามาใช้ในการอํานวยความยุติธรรมนี้ด้วย ผลที่จะได้รับนั้นประการแรก ก็คือจะได้รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจํานวนผู้ที่ต้องคดี ประเภทคดี แล้วก็สถานะทางคดี ซึ่งการที่เราได้คดีมานั้นเราจะมีการจําแนกออกเปึนอย่างน้อย ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ก็คือ ความผิดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง อันหมายถึงการที่มีบุคคลใดกระทําความผิดเนื่องมาจาก ความเชื่อ หรือว่ามุมมองทางการเมืองของตนเอง หรือกลุ่มของตน ที่อาจจะมีความแตกต่าง จากรัฐบาล ในส่วนที่ ๒ ก็คือความผิดอาญาโดยแท้ ซึ่งความผิดอาญาโดยแท้นั้นจะหมายถึง ความผิดที่รัฐเปึนผู้เสียหายโดยตรง หรือเปึนความผิดต่อเอกชน ซึ่งเปึนความผิดที่มีระดับ ความร้ายแรงของการกระทําผิดนั้น ส่งผลกระทบต่อศีลธรรมขอ งประชาชนเอง หรือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลด้วย ส่วนกลุ่มประเภทที่ ๓ นั้นจะเปึนกลุ่มที่บุคคลใด อาจจะกระทําความผิด โดยมีเหตุจูงใจทางการเมือง รวมกับความผิดที่มีลักษณะเปึนอาญา โดยแท้ด้วย สําหรับกระบวนการในขั้นตอนแรกนั้นจะมีการตั้งโจทย์โดยการแยกแยะ ประเภทคดี สถานะคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงระหว่างป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๗ ไม่ว่าจะเปึนทั้งฝ์ายรัฐหรือว่าประชาชนเองนั้นเปึนผู้ถูกกล่าวหา การที่แยกแยะ แล้วก็ทําสถิติของคดีนั้นจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า

แต่ละฝ์ายนั้นจะอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดนะครับ และ ๒. ก็คือจะมี การเป่ดโอกาสให้ผู้ที่ได้กระทําความผิดและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจะได้เข้าสู่สังคม รวมทั้งฟุ๋นฟูความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ์ายด้วย สําหรับความหมายของ หลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านนั้นจะเปึนกระบวนการยุติธรรมในภาวะพิเศษที่จะ ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ที่สําคัญคือจะมีการคํานึงถึงสิทธิ ของผู้ที่ตกเปึนเหยื่อ แต่ที่สําคัญเหนืออื่นใดจะมีการส่งเสริมก ลไกที่จะนําพาสังคมไปสู่ สันติภาพ การปรองดอง และความเปึนประชาธิปไตย โดยที่จะต้องสร้างความตระหนัก ไม่ให้ความรุนแรงนั้นเกิดย้อนกลับมำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในทางสากลนั้นกระบวนการยุติธรรม ในระยะเปลี่ยนผ่านจะมีขั้นตอนดังนี้ครับ ขั้นที่ ๑ คือจะต้องมีการตรวจสอบและค้นหา ข้อเท็จจริงเพื่อรับรู้ของสาเหตุ สิ่งนี้เปึนสิ่งสําคัญคือจะทําให้ทุกฝ์ายนั้นได้เข้าใจถึงรากเหง้า แห่งปัญหาว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นใ นสังคมนี้ที่จริงแล้วมีสาเหตุมาจากสิ่งใด เพื่อจะได้ แก้ปัญหาให้ถูกต้อง ๒. จะต้องมีการดําเนินคดีต่อผู้ที่ละเมิดกฎหมายด้วยหลักนิติธรรม อันหมายถึงไม่มีการเลือกปฏิบัติ และทุกฝ์ายนั้นจะต้องอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมาย อย่างเท่าเทียมกัน ๓. จะต้องมีการเยียวยาและชด เชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก ความรุนแรง ซึ่งที่สําคัญนั้นการเยียวยาจะต้องไม่เปึนสาเหตุแห่งความขัดแย้งในอนาคตต่อไป นอกจากนี้การเยียวยาหรือชดเชยนั้นมิใช่หมายถึงแต่เปึนเพียงทรัพย์สินหรือว่าเงินเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงการฟุ๋นฟูเกียรติยศหรือว่าศักดิ์ศรีให้แ ก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือเปึนผู้ที่ เปึนเหยื่อของความรุนแรง ลําดับต่อมาในกระบวนการที่ ๔ คือจะต้องมีการยอมรับในการกระทํา มีการขออภัย และที่สําคัญคือจะต้องมีการสํานึกรับผิดต่อสิ่งที่ตนเองนั้นอาจจะได้มีส่วนร่วม ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมด้วย อันดับที่ ๕ ก็คืออาจจะมีการเลือกใช้การนิรโทษกรรม มาเปึนเครื่องมือในการอภัยถึงความผิดที่เกิดขึ้นนะครับ โดยหลักสากลนั้นการจะมี การนิรโทษกรรมจะต้องมีหลักคํานึงอยู่ ๓-๔ ประการที่สําคัญ ข้อที่ ๑ ก็คือจะต้อง ไม่มีการนิรโทษกรรมในสิ่งที่ถือว่าเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ จากการที่ได้รับฟังความเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีการกําหนดไว้ว่าเงื่อนไขของ การนิรโทษกรรมนั้นจะต้องไม่รวมถึงคดีทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption) ไม่รวมถึง การกระทําผิดอาญา มาตรา ๑๑๒ ต่อมาก็คือในการปฏิรูปก็คือกระบวนการขั้นตอนที่ ๖ นั้น การปฏิรูปนี้จะ เปึนสิ่งที่จะแก้ไขต้นตอแห่งความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ

ซึ่งการปฏิรูปนั้นอาจจะหมายรวมถึงการปรับโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเรานําเหตุจากการที่ประชาชนนั้นเห็นว่าเปึนเหตุแห่งความไม่เท่าเทียมกันนํามาแก้ปัญหา สําหรับกระบวนทัศน์อีกประการหนึ่งที่ถูกนํามาใช้ในกระบวนการปรองดองนั้นก็คือ กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ซึ่งจะใช้ในกรณีที่เราจะให้ความสําคัญกับผู้เสียหาย เปึนอันดับแรก ผู้เสียหายนั้นจะเปึนผู้ที่มีบทบาทในการกําหนดว่าความยุติธรรมที่ตนต้องการนั้น คืออะไร โดยรัฐนั้นจะดึงตัวเองออกมาจากการเปึนผู้ที่เสียหายนั้น จะนํามาสู่การเปึน ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันเองนะครับ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า กระบวนการทางกฎหมายในปกตินั้นอาจจะเริ่มได้จากการที่มีการเร่ งรัดคดี แล้วก็อยู่ ในการสืบสวนสอบสวนของชั้นตํารวจ หรือว่าดีเอสไอ (DSI) นะครับ หลังจากนั้น ให้มีการส่งเรื่องไปที่อัยการ ซึ่งขอเรียนว่าสํานักงานอัยการนั้นมีอํานาจตามกฎหมายอยู่แล้ว ในการที่จะพิจารณาสั่งฟัองหรือไม่ฟัอง ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าสืบเนื่องจากมาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ. อัยการที่มีการแก้ไขในป้ ๒๕๕๓ นั้นได้มีการออกระเบียบเกี่ยวกับการฟัอง คดีอาญาที่ไม่เปึนประโยชน์แก่สาธารณะ หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือ ความมั่นคงของชาติ หรือผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศนะครับ ซึ่งในกรณีนี้จากการศึกษา พบว่าอาจจะนํามาใช้ในการจะสั่งไม่ฟัองบุคคลที่กระทําความผิด เนื่องจากมีมูลเหตุจูงใจ ทางการเมืองครับ

อย่างไรก็ตามหากเปึนผู้ที่กระทําความผิดอาญาโดยแท้ มีความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน หรือว่ามีการกระทําผิดฐาน มาตรา ๑๑๒ อัยการอาจจะสั่งฟัองต่อไป กระบวนการที่ดําเนิน ต่อไปนั้นก็เปึนกระบวนการยุติธรรมตามปกตินะครับ หลังจากนั้นผู้ที่ต้องโทษก็จะได้รับโทษ แต่ทั้งนี้สิ่งที่ต้องทําความเข้าใจร่วมกันก็คือว่าหากผู้ที่ได้รับโทษนั้นเข้าเกณฑ์ตามที่กฎหมาย กําหนดเขามีสิทธิตามกฎหมายอยู่แล้วที่จะได้รับการอภัยโทษได้ นอกจากนี้อัยการยังมี อํานาจตามกฎหมายในการพิจารณาว่าการฟัองคดีอาญาที่ไม่เปึนประโยชน์นั้นถึงแม้ว่าอยู่ใน ชั้นศาล พนักงานอัยการอาจใช้อํานาจในการไม่ยื่นคําร้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา รวมถึง ถอนฟัอง ถอนคําร้อง ถอนอุทธรณ์ หรือถอนฎีกาก็ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นเคยมีตัวอย่าง เกิดขึ้นในสมัยกบ ฏ ๙ กันยายน ในป้ ๒๕๒๘ นะครับ สําหรับทางเลือกที่ ๒ ผลจาก การศึกษาพบว่าอาจจะมีการออกกฎหมายพิเศษเพื่อนํามาใช้ในกระบ วนการปรองดอง ซึ่งตามที่ได้เรียนมาหากมีการออกกฎหมายที่ใช้สําหรับความผิดที่รัฐกระทําต่อบุคคลจะมี การนําหลักความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านมาใช้ เริ่มต้นจากการฟัองร้องดําเนินคดี ผู้ที่กระทําความผิด ๒. มีการค้นหาความจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๓. จะต้อง มีการให้ความช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยาแก่เหยื่อที่ได้รับความเสียหาย ๔. ที่สําคัญก็คือ จะต้องมีกระบวนการที่ทําให้สังคมรับรู้อันถือเปึนการจัดการความทรงจําว่าความรุนแรงเช่นนี้ ไม่ได้นําสิ่งใดที่เปึนประโยชน์มาสู่สังคม และสังคมมีหน้าที่ร่วมกันในการจะปัองกัน มิให้ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นมาอีก ๕. จะมีการปฏิรูปสถาบันหรือว่าหน่วยงานที่มีส่วน เกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม ๖. จะมีการสร้างกระบวนการที่ทําให้สังคมนั้น ก้าวข้ามผ่านปัญหาความขัดแย้งอันนําไปสู่การปรองดอง สมานฉันท์ สุดท้ายจะนําไปสู่ กระบวนการสํานึกรับผิดต่อสาธารณะและปลายทางหากจะมีการนําการนิรโทษกรรมมาใช้ ก็จะเปึนการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข ซึ่งการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไขก็คือจะต้องมี การยอมรับของเหยื่อหรือว่าผู้ถูกกระทํา จะต้องมีการแสดงความสํานึกรับผิดต่อสาธารณะ ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้ น จะต้องมีการให้อภัยของเหยื่อหรือว่า ผู้ถูกกระทํา ที่สําคัญคือจะต้องมีการให้ความจริงแก่สังคมได้รับรู้ด้วย ในส่วนการใช้ หลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์นั้นรัฐจะเปึนผู้ที่ทําหน้าที่ในการไกล่เกลี่ย โดยจะมี กระบวนการคัดเลือกคนกลาง มีการเจรจาแต่ละฝ์ายจนสุดท้ายนํามาสู่กำรพูดคุยร่วมกัน เพื่อแสวงหาข้อยุติของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และอาจจะนําไปสู่การคุมประพฤติหากฝ์ายใด

ฝ์ายหนึ่งนั้น ฝ์าฝ๋นก็จะต้องดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สําหรับกระบวนการ ในการปรองดอง จากข้อเสนอแนะของกรรมการศึกษาพบว่าควรที่จะได้ใช้กฎหมาย ที่มีผลบังคับอยู่ในปัจจุบัน หลังจากนั้นจะได้พิจารณาถึงการอํานวยความยุติธรรม ซึ่งประการแรก ควรจะได้มีการแยกประเภทนักโทษออกจากกันเสียก่อน จากการเข้าไป เยี่ยมผู้ต้องหาในเรือนจําพบว่ามีการขังนักโทษทางการเมือ งนั้นรวมกับนักโทษที่ กระทําความผิดอาญารวมกัน แล้วก็ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่ถูกจําคุกเปึนอันมาก ต่อมาจะได้มีการเร่งกระบวนการสืบสวนสอบสวน จัดทําสถิติประเภทสถานะทางคดี ต่อมา คัดกรองประเภทคดีตามมูลเหตุแห่งการกระทําความผิด อันต่อไปอาจจะได้จัดทําเกณฑ์ นิรโทษกรรมเบื้องต้นอันหมายถึงการนิรโทษกรรมต่อผู้ชุมนุมหรือเจ้าหน้าที่ในระดับ ปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งการนิรโทษกรรมนั้นในขั้นตอนแรกทางคณะศึกษาเห็นว่าอาจจะเลือก การนิรโทษกรรมในคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองเท่านั้นเปึนปฐม ซึ่งจะไม่รวมถึง ความผิดอาญาโดยแท้ ไม่รวมถึงความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน ไม่รวมถึงฐานความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และที่สําคัญคือจะไม่นิรโทษกรรม การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

กระบวนการต่อมาในขั้นที่ ๓ ก็คือการสร้างความปรองดองในขั้นต่อไป อันนี้ขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน หรือกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ มาใช้ ซึ่งถ้าทําได้ครบทุกขั้นตอนอาจจะมีการพิจารณาถึงการนิรโทษกรรมในขั้นต่อไป อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าเงื่อนไขของการนิรโทษกรรมในขั้นต่อไปนั้นจะขึ้นอยู่ หากเหยื่อนั้นยอมรับ หรือว่าผู้ถูกกระทํานั้นยอมรับ ๒. จะต้องมีการแสดงความสํานึกรับผิด ต่อสาธารณะ ๓. จะต้องมีการให้อภัยของเหยื่อหรือผู้ถูกกระทํา ๔. จะต้องมีการให้ความจริง ของผู้กระทําที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ทั้งนี้สิ่งที่นําเสนอนั้นเปึนเพียงทางเลือกระหว่าง ๒ ทาง คือการใช้กระบวนการกฎหมายตามปกติหรือการใช้กฎหมายพิเศษที่จะมาใช้ในกระบวนการ ปรองดอง สมานฉันท์ ซึ่งอยู่บนหลักของความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านกับความยุติธรรม เชิงสมานฉันท์เท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ในลําดับถัดไปขออนุญาตใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อนําเรียนถึงภารกิจ ลําดับที่ ๔ ลําดับที่ ๕ ลําดับที่ ๖ และข้อมูลในส่วนสุดท้ายนะครับ

ในส่วนที่ ๔ ซึ่งจะต้องดําเนินกำรควบคู่ไปกับภารกิจในข้ออื่น ๆ นั้น คือ การเยียวยา ดูแล และการฟุ๋นฟูผู้ได้รับผลกระทบ จากการศึกษาเราแยกกลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบเปึน ๕ กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มผู้บาดเจ็บ พิการ กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้ที่ทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางคดี มีข้อหา หมายจับ และถูก ดําเนินคดี กลุ่มที่ ๕ มักจะเปึนกลุ่มที่ถูกมองละเลยไป ก็คือกลุ่มที่เปึนชุมชนในละแวก ใกล้เคียงกับการชุมนุมซึ่งได้รับผลกระทบอยู่พอสมควร ในภารกิจข้อที่ ๔ นั้นมีวิธีดําเนินการ ที่ได้เรียนเสนอไว้ ๖ ประการ ตั้งแต่เรื่องการตั้งศูนย์ประสานงานและรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับ ผลกระทบ เพราะว่าเรายังพบว่ายังมีผู้ที่ ตกหล่น ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงการได้รับการเยียวยา อย่างเหมาะสมอีกเปึนจํานวนพอสมควร ประการที่ ๒ คือการจัดทําฐานข้อมูลผู้ได้รับ ผลกระทบทุกฝ์ายจากเหตุการณ์ชุมนุม ทางการเมือง ประการที่ ๓ คือการเยียวยา ดูแล และฟุ๋นฟูผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ์าย โดยมีมาตรการทั้งที่เปึนตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ส่วนที่ไม่ใช่ตัวเงินอาจหมายรวมถึงตัวอย่างเช่น เรื่องการศึกษา การอบรมด้านอาชีพเพื่อให้ สามารถกลับมาดําเนินชีวิตได้ตามปกติ เปึนต้น ในประการที่ ๔ คือการทําหลักเกณฑ์ฐานคิด การคํานวณอัตราในการชดเชยความเสียหายและการเยียวยาในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิด

การเลือกปฏิบัติ และกลายเปึนเงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งหลายท่านที่ติดตามเหตุการณ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้คงพอได้รับทราบปัญหาในประเด็นตรงนี้อยู่พอสมควรนะครับ ในส่วนสุดท้าย คือการพัฒนาปรับปรุง จัดทํากฎหมาย กฎ ระเบียบที่จําเปึน เพื่อการรองรับการชดเชย เยียวยา ในปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทําให้เปึนปัญหาสืบเนื่อง ต่อเรื่องการเยียวยาอย่างเหมาะสม การดําเนินงานในภารกิจในส่วนนี้จะทําให้ผู้ได้รับ ผลกระทบทุกกลุ่ม ทุกฝ์ายสามารถกลับมาดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม

ประการที่ ๕ คือภารกิจในการที่จะสร้างสภาวะที่เอื้อต่ อการอยู่ร่วมกัน เกี่ยวกับภารกิจในตรงนี้มีวิธีการที่ได้นําเรียนเสนอไว้ ๕ ประการ ประการแรก คือการพัฒนา ยุทธศาสตร์สันติวิธีเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งได้เคยมีการประกาศใช้ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ พยายามทําให้เกิดเปึนหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป ประการที่ ๒ คือการสื่อสารกับ สังคมเพื่อสร้างความเข้าใจของประชาชนให้มีความตระหนักถึงผลการใช้ความรุ นแรง ในการจัดการปัญหา ความเคารพและรับผิดชอบในการใช้สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิเสรีภาพ ในการชุมนุมซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อบุคคลอื่น ประการที่ ๓ จําเปึนต้องมีการฟุ๋นฟู ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สังคม องค์กร และสถาบันที่มีความขัดแย้งกัน ประการที่ ๔ การเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปโครงสร้าง สถาบันการเมือง ให้เอื้อต่อการเกิดวัฒนธรรมทาง การเมืองประชาธิปไตยแบบพหุนิยม ให้วาระต่าง ๆ ที่เปึนประเด็นสาธารณะได้ถูกกลั่นกรอง จากมุมมองที่หลากหลายซึ่งจะเปึนส่วนสําคัญต่อการลดความขัดแย้ง ประการที่ ๕ คือ การเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพื่อขจัดปัญหา ความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรมในสังคม ภารกิจในประการนี้เชื่อมโยงกับภารกิจของ สภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนอย่างยิ่งในวาระปฏิรูปทั้ง ๓๖ วาระ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับประเด็นที่กลายเปึนปัญหาอยู่ในทุกวันนี้ที่เปึนรากฐานของ ความขัดแย้งประการหนึ่ง ก็คือความขัดแย้งเกี่ยวกับการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งวันนี้เรายังคงเห็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ที่เปึนข่าวในช่วง ๒ สัปดาห์มานี้ รวมทั้งเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นในวันนี้ในกรณีเรื่องของ โรงไฟฟัากระบี่ นั่นเปึนตัวอย่างที่เราจําเปึ นที่จะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้าง และระบบ เศรษฐกิจเพื่อการจัดการปัญหาในตรงส่วนนี้ ไม่ให้เหตุการณ์ที่เปึนตัวอย่างเล็ก ๆ เหล่านี้ กลายเปึนพื้นฐานของการบ่มเพาะขยายความขัดแย้งไปสู่การประทุในระดับส่วนบนอย่างที่ ที่ผ่านมา ความคาดหวังในส่วนนี้คือการที่เราจะเกิดสังคมพหุวัฒนธรรมที่สันติ มีความเปึนธรรม ให้ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างและรู้จักการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ที่สําคัญอย่างยิ่งคือการลดและขจัดความเหลื่อมล้ําที่เปึนรากฐาน สาเหตุบ่มเพาะของความขัดแย้งที่ผ่านมา

ในประการสุดท้ายคือภารกิจของการวางมาตรการปัองกันและการใช้ ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง มีรายละเอียดที่นําเสนอไว้ ๑๐ ประการ ขออนุญาตนําเสนอในบางส่วนเพื่อประหยัดเวลา ตัวอย่างเช่นการปฏิรูปและกํากับบทบาท ของสื่อมวลชนไม่ให้เกิดการยุยง บิดเบือนข้อเท็จจริง จนก่อให้เกิดความเกลียดชัง การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในสังคม การสร้างสํานึกและ ความตระหนักถึงการใช้เสรีภาพส่วนบุคคลให้มีความรับผิดชอบแล ะเคารพในสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งการใช้สื่อในรูปแบบต่าง ๆ การควบคุมฝูงชน เน้นการใช้รูปแบบการเจรจา การปฏิบัติ ตามกฎการปะทะตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด การส่งเสริมให้หน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรม หน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องมีการปฏิบัติตามหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด มีการจัดทําเกณฑ์ มาตรฐานขึ้นเพื่อการประเมินผลการดําเนินงานในเรื่องนี้ไว้ด้วย นี่เปึนตัวอย่างบางประการเกี่ยวกับภารกิจในประการที่ ๖ เพื่อวางมาตรการปัองกันการใช้ ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง นั่นคือส่วนข้อเสนอในเชิงเนื้อหา ๖ ประการ ที่มีความเชื่อมโยงกัน และจุดเน้นย้ําคือจําเปึนต้องดําเนินการทั้ ง ๖ ประการควบคู่กันไป อย่างเปึนระบบ

ในข้อเสนอเกี่ยวกับกลไก แยกเปึน ๒ ส่วน ในประการแรกเปึนการวาง แนวทางการสร้างความปรองดองก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในข้อเสนอประการนี้คือ

เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดําเนินงานอย่างประสานบูรณาการร่วมกันเพื่อเปึน กลไกหรือเปึนเครื่องมือในการสร้างความปรองดอง มีข้อเสนอเกี่ยวกับภารกิจอย่างน้อย ๖ หน่วยงานที่สามารถดําเนินการได้ก่อนมีรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตัวอย่างเช่นการเร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายกองทุนยุติธรรม หรือกฎหมายอื่นที่จําเปึน เพื่อเสริมสร้างความปรองดอง หน่วยงานที่ ๒ คือหน่วยงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในที่นี้ เกี่ยวกับการเร่งรัดทําข้อสรุปข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างเปึนรูปธรรม เพื่อที่จะมุ่งลดเงื่อนไขความขัดแย้งทั้งทางการเมือง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปการสื่อสารมวลชน เพื่อลดและขจัดการสื่อสารที่ยุยงความแตกแยกและส ร้าง ความเกลียดชัง นี่เปึนตัวอย่างข้อเสนอที่จะมุ่งเน้นสําหรับเวลาที่ยังสามารถดําเนินการได้ ในส่วนที่ ๓ เปึนข้อเสนอต่อศูนย์ปรองดองและสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปที่เราเรียกกันว่า ศปป. ที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้น นับตั้งแต่การสํารวจปัญหาความเดือดร้อน โดยการพบปะเยี่ยมเยือน การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในภูมิภาคต่าง ๆ การประสานให้มีศูนย์รับเรื่องผู้ร้องเรียน ผู้ได้รับผลกระทบจากทุกฝ์าย ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ต้องการการเยียวยาขาดกลไก ในการเข้าถึงตรงส่วนนี้ พัฒนาฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ์า ย ทุกเหตุการณ์ เปึนฐานข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และมีความเปึนปัจจุบัน

ข้อเสนอในเชิงกลไกที่ต่อเนื่องมาเกี่ยวกับเรื่องศูนย์ความปรองดองประการถัดมา ขออภัย คือคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง คือคณะกรรมการที่ ท่านอาจารย์เอนกเปึนประธาน ที่จัดตั้งโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในเวลาที่เหลืออยู่เรายังคิดว่า ภารกิจที่สามารถทําได้คือการเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็น การพูดคุย การเยี่ยมเยือนเพื่อสร้าง ความไว้วางใจ ในเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เราก็วางแผนที่จะดําเนินการสร้างเวที พบปะเกี่ยวกับญาติผู้ได้รับความสูญเ สีย ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อจะนํามาสู่การสร้าง ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง การสร้างภาคีเครือข่าย การร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ที่มีภารกิจในการสร้างสันติวิธี ตัวอย่างคือเครือข่ายสันติวิธี ๕ มหาวิทยาลัยก็ดี สถาบันพระปกเกล้าก็ดี เพื่อที่จะทําการศึกษาการจัดทํารายละเอียด

ในการดําเนินการเกี่ยวกับภารกิจสร้างความปรองดองที่จําเปึนต้องมีการศึกษาในรายละเอียด ต่อไป เช่นหลักเกณฑ์การเยียวยาที่เหมาะสมเปึนต้น อันนี้คือตัวอย่างที่คณะกรรมการชุดนี้ จะดําเนินการในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการอํานวยการเยียวยา ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลในชุดปัจจุบันเพิ่งตั้งขึ้นตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอแนะ ในการที่จะให้มีการกํา หนดเกณฑ์เยียวยาที่เปึนมาตรฐานไม่ทําให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และกลายเปึนปัญหาและเงื่อนไขความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ภารกิจที่สําคัญที่เน้นย้ํา จากการนําเสนอในหลายตัวอย่างที่ผ่านมาคือการพัฒนาฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเปึนส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการใช้เปึนฐานในการติดตาม ตรวจสอบ แก้ไขปัญหา การสร้าง องค์ความรู้ในการจัดการปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ในทํานองเดียวกันซ้ํา ซึ่งในความเปึนจริง เราไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ําต่อไป ส่วนสุดท้ายกองทุนสื่อสร้างสรรค์ซึ่งเพิ่งผ่านการพิจารณา กฎหมายจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรจะมีภารกิจในการผลิตสื่อเพื่อสร้างความเข้าใจ การส่งเสริมความปรองดอง ลดความขัดแย้ง ควรจะใช้กลไกนี้เพื่อการดําเนินการต่อไป นั่นคือตัวอย่างที่จะสามารถทําได้ก่อนมีรัฐธรรมนูญ เรายังมีเวลาพอสมควรในการดําเนินการ ส่วนหลังจากมีรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้วางเนื้อหาทั้งในส่วนภาคที่ ๔ เปึนเนื้อหา เฉพาะว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากเรียน ให้ท่านสมาชิกที่เคารพได้ทราบก็คือรัฐธรรมนูญไม่ได้มีกลไกที่เกี่ยวโยงกับเรื่องการสร้าง ความปรองดองเฉพาะภาคที่ ๔ เท่านั้น ท่านมองจากตัวกลุ่มเปัาหมายเปึน ๓ ระดับ คือกลุ่มเปัาหมายตั้งแต่คู่ขัดแย้งกลุ่มหลัก ผู้ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการชุมนุม ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ผู้ต้องคดีจากการชุมนุม และในกลุ่มที่ ๓ คือ ประชาชนทั่วไป รัฐธรรมนูญได้วางกลไกแทบจะทุกหมวดที่จะมีผลเชื่อมโยงกับการนําชาติ สู่สันติสุข การเสริมสร้างความปรองดอง และการปัองกันการใช้ความรุนแรง ยกตัวอย่าง บางประการสําหรับคู่ขัดแย้งกลุ่มหลักกลไกในภาคที่ ๔ คือคณะกรรมการอิสระเสริมสร้าง ความปรองดองจะเปึนกลไกที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ รวมทั้งการออกแบบระบบการเมือง แบบพหุนิยม เปึนการสร้างกติกาทางการเมืองที่ทําให้ทุกฝ์ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ในกลุ่มของผู้ได้รับผลกระทบทางตรงทางอ้อมเกี่ยวกับการชุมนุม รัฐธรรมนูญได้วางกฎกติกา เกี่ยวกับการชุมนุมเพิ่มเติมอีกหลายประการ การวางหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรม

ที่เสมอภาค เคารพสิทธิ มีความรวดเร็วโปร่งใส มุ่งสู่ความสมานฉันท์ ตรงนี้ก็จะเปึน การอํานวยความยุติธรรมให้กับผู้ที่ต้องคดี ในส่วนประชาชนทั่วไปที่เปึนส่วนที่มีจํานวนมากที่สุด ส่วนสําคัญคือภารกิจในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรม นั่นคือภารกิจที่เชื่อมโยงกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งสิ่งที่กําลังดําเนินการเพื่อจัดทํา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป ซึ่งจะนําเอาวาระการปฏิรูปในทุกด้าน รายละเอียดในการดําเนินการจัดวางอยู่ในตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะพยายามทําให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ อันนี้คือส่วนที่จะตอบโจทย์กับทุกกลุ่มเปัาหมาย ในบทที่ ๔ ซึ่งจะเปึนส่วนท้าย ๆ เราได้วางแผนการดําเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า จาก ๖ ภารกิจดังกล่าวจําแนกออกมาเปึน ๑๔ กิจกรรมที่สําคัญนั้นมีหน่วยงานใด ที่รับผิดชอบบ้าง หน่วยงานใดสนับสนุน ส่วนใดสามารถทําได้ก่อนรัฐธรรมนูญ และกิจกรรมใด ควรจะทําต่อเนื่องไปจนถึงหลังรัฐธรรมนูญ ตรงส่วนนี้จะขออนุญาตผ่านไปโดยเร็วนะครับ การอํานวยความยุติธรรม ซึ่งทําได้ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย อันนี้เปึนตัวอย่างที่ได้เรียนนําเสนอให้เห็นภาพไว้ เรื่องการจัดเตรียมสํานึกรับผิดและการให้อภัยก็สามารถดําเนินการไ ด้ โดยคณะกรรมการ อิสระเสริมสร้างความปรองดอง หรือจะดําเนินการโดยกลุ่มผู้สูญเสียซึ่งในวันนี้ทางคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ก็จะได้ริเริ่มดําเนินการร่วมกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งคุณแม่ น้องเกดต่อไป การจัดทําฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบสามารถเริ่มดําเนินการได้โดยศูนย์ ศปป. ศูนย์อํานวยการเสริมสร้างความปรองดอง รวมทั้งคณะกรรมการอํานวยการเยียวยา ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมที่รัฐบาลได้เพิ่งจัดทําขึ้น ในส่วนสุดท้ายทางคณะกรรมการ ศึกษาได้นําเสนอปัจจัยและเงื่อนไขความสําเร็จในการสร้างความปรองดองไว้ ๖ ประการ ตรงนี้เปึนการสรุปบทเรียนจากการดําเนินการสร้างความปรองดองที่ผ่านมาซึ่งมีหลายคณะกรรมการ หลายรัฐบาล รวมทั้งสภาพยายามทําให้เกิดความสําเร็จ

แต่ว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง ตรงนี้ได้มีการสรุปบทเรียนและนํามาเขียนเพื่อมองดูว่า ถ้าจะไม่เดินซ้ํารอยความผิดพลาดเดิม ทําให้เกิดความสําเร็จได้ ปัจจัยและเงื่อนไข ความสําเร็จมีอะไรบ้าง นับตั้งแต่เรื่องเวลาในการดําเนินการ การสร้างความเข้าใจ สาเหตุความขัดแย้ง ภาวะผู้นํา วัฒนธรรมทางการเมือง กติกาใหม่ของสังคม รวมทั้งกลไก ในการสร้างความปรองดอง นําเรียนสรุปโดยย่อนะครับ ในเรื่องของเวลาจําเปึนอย่างยิ่ง การดําเนินงานต้องมีความต่อเนื่อง เนื่องจากเหตุที่ว่าการปรองดองนั้นเปึนเรื่องที่ไม่สามารถ บังคับกันได้ ตรงนี้จะเชื่อมโยงกับกลไกที่จะต้องวางกลไกที่สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงักไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทำงการเมืองหรือมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แล้วกลายเปึนปัญหาที่เราเคยประสบผ่านมา ในประการที่ ๒ การสร้างความเข้าใจกับ สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนสิ่งจําเปึน การแสวงหาข้อเท็จจริง ความเข้าใจร่วมกัน สร้างความตระหนัก แก่ทุกฝ์ายว่าตนเองก็มีส่วนได้เสียเปึนผู้กระทําในเหตุการณ์ ตรงนี้จะเปึนปัจจัยประการที่ ๒ ประการที่ ๓ เปึนเรื่องของผู้นํารัฐบาลที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริง มีเจตจําน งทางการเมืองที่เรียกว่าโพลิ ติคอล วิว (Political view) ที่จะสร้าง ความปรองดองในชาติ ประการที่ ๔ คือปัจจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมืองที่จะทําให้ ฝ์ายต่าง ๆ สามารถยอมรับในความแตกต่าง สามารถหาวิธีแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี และไม่ใช้ความรุนแรง ประการที่ ๕ คือการที่จะทําให้ได้มาซึ่งกติกาในการอยู่ร่วมกันใหม่ จําเปึนต้องมาจากการมีส่วนร่วมของตัวแทนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์าย มิให้มองว่ากติกานั้นถูกสร้าง โดยกติกาของผู้ชนะแต่เพียงฝ์ายเดียว สุดท้ายในประการที่ ๖ คือกลไกในการสร้าง ความปรองดองที่จะต้องมีความเปึนอิสระในการทํางาน ได้รับการยอมรับความไว้วางใจจากทุกฝ์าย มีความต่อเนื่องใช้อํานาจหน้าที่โดยมุ่งให้เกิดความปรองดองอย่างแท้จริง ตรงนี้จึงเปึนเหตุ ที่มาของการวางกลไกนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปรองดองและมีอํานาจพอสมควร ท้ายสุดจริง ๆ คือเรื่องของฐานข้อมูล ที่ขอนําเรียนเสนอเปึนแค่เพียงตัวอย่าง เพราะว่าได้มี ข้อเสนอบางประการที่ได้เรียนย้ําแล้วว่าทั้งศูนย์ปรองดองหรือคณะกรรมการที่รัฐบาลเพิ่งได้ แต่งตั้งขึ้น มีท่านรองนายกรั ฐมนตรีวิษณุเปึนผู้รับผิดชอบนั้น ควรจะต้องทําให้เกิด ความสมบูรณ์ต่อไป ประเด็นสําคัญจากการที่เราได้ดําเนินการเรื่องฐานข้อมูลก็จะเห็นชั ดว่า ผู้ที่บาดเจ็บที่ต้ องการการเยียวยานั้นมีจํานวนกว่า ๔,๐๕๓ ราย ในจํานวนนี้สามารถ ดําเนินการเยียวยาในเรื่องการจ่ายเงินไป ๒,๔๗๐ ราย ยังมีผู้ที่ต้องการการเยียวยาอีก

เปึนจํานวนถึง ๑,๕๘๓ ราย นี่เปึนความเปึนจริงที่เราได้ค้นพบที่จําเปึนต้องดําเนินการ ต่อไป ในเรื่องสถิติเกี่ยวกับการชุมนุมมีผู้ต้องคดี ๑,๘๓๓ คน ข้อมูลที่สําคัญกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อมูลว่ามีประชาชนที่ถูกจับและควบคุมตัวอยู่ ๒๙๑ คน ตรงส่วนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ จํานวนที่จะเข้าข่ายการได้รับการนิรโทษอย่างไร อาจจะขยายความต่อไปถ้ามีคําถาม ในส่วนนี้ สไลด์ (Slide) ๒ อันสุดท้ายนั้นเปึนตัวอย่างข้อมูลเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต การเยียวยาซึ่งจะได้แยกแยะให้เห็นว่ามีอาการอย่างไรบ้าง การเยียวยาเปึนอย่างไรบ้าง เรื่องของฐานข้อมูลคดี จําแนกประเภทคดี สถานะการดําเนินการ ซึ่งตรงนี้เปึนประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการที่ รัฐบาลจะได้วางแนวทางการดําเนินการและ การเยียวยาต่อไป นี่เปึนข้อมูลที่จะได้ทําไว้เปึนฐานข้อมูลแล้วนําเสนอให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ

ศาสตราจารย์พิเศษเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกล่าวกับที่ประชุมว่าคณะกรรมการของเราได้ทํางาน อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ทําอย่างรอบคอบ ระมัดระวังที่สุด แล้วก็ได้เผชิญกับกระแสต่าง ๆ ในสังคม มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการปรองดองและความสมานฉันท์ กระผมคิดว่า เราคงทําอย่างอื่นไม่ได้นอกจากจะต้องปรองดองและสมานฉันท์กัน ชาติ ๆ หนึ่งที่แยกเปึน ๒ ซีก แต่ละซีกใหญ่เท่า ๆ กันอยู่ยากมาก ลําบากมาก แล้วก็ลูกหลานในอนาคตก็ไม่รู้ จะอยู่กันอย่างไร ในการทํางานของเราได้เอกสารมา ๓๙ หน้า ตอนนี้ก็เปึนเอกสาร ของกรรมการศึกษาเสริมสร้างความปรองดอง แต่มันจะมีผลต่อไปมันอยู่ที่ว่าจะต้องเปึ น เอกสารของ สปช. ผ่านมติของ สปช. จึงจะมีพลัง

ผมก็ดีใจที่เห็นพวกเราอยู่กันอย่างค่อนข้างหนาตา เพราะว่าเวลานี้ก็เกือบจะ ๒ ทุ่ม เข้าไปแล้ว และท่านทั้งหลายก็ประชุมกันมาตั้งแต่เช้าก็คงเหน็ดเหนื่อยกัน แต่ที่เห็นกันอยู่ขณะนี้ ก็ทําให้พวกเราที่อยู่บนเวทีก็มีกําลังใจนะครับ แล้วก็ถึงจะเขียนดีแค่ไหนก็คงมีอะไรอีกเยอะ ที่ท่านจะช่วยเติมช่วยเสริมช่วยแต่งหรือช่วยติง ท่านประธานครับ ผมหวังว่าท่านสมาชิก จะช่วยกันให้ข้อแนะนําข้อเสนอในเวลาที่ไม่ช้าจนเกินไป ไม่ยาวจนเกินไปนะครับ เพราะว่า ถึงเราจะดูกันรอบคอบแค่ไหนก็ตามเราก็ต้องมีเวลาที่จะพักผ่อนเหมือนกันนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ปรองดองได้แต่ว่าอาจจะป์วยไข้กัน ก็ขอขอบพระคุณทุกท่าน เชิญท่านประธานดําเนินการต่อไปเลยครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณที่เปึนห่วง สมาชิกจะป์วยไข้นะครับ ท่านสมาชิกที่ได้แสดงความจํานงไว้จะให้ความเห็นมีคุณประสาร มฤคพิทักษ์ คุณบุญเลิศ คชายุทธเดช คุณทิวา การกระสัง คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี แล้วก็คุณวันชัย สอนศิริ ก่อนนะครับ ในชั้นนี้ผมอยากจะเรียนว่าขอตรงประเด็นเลยนะครับ เชิญคุณประสารครับ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. หมายเลข ๑๓๒ ท่านประธานครับ ในฐานะที่เปึนกรรมการคนหนึ่ง ขอเรียนว่ากรรมการและคณะทํางานชุดนี้ได้ออกเหงื่อออกแรงอย่างสําคัญ ไม่เพียงแต่อ่าน เอกสารที่มีอยู่มากมายเท่านั้นแต่ได้ลงไปสัมผัสความเปึนจริง ได้คิดและสังเคราะห์ออกมา บนพื้นฐานความเปึนจริงที่ได้สัมผัสโดยตรงอย่างที่ได้ทราบแล้วนะครับ ผมมีแง่คิดที่ผมขอเสริม ดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑ สังคมไทยขัดแย้งกันมายาวนานและบอบช้ํากันมามาก มากจนเกินพอ ๔๒ ป้ที่แล้ว วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผ่านไป ๓ ป้ เกิดวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผู้คนที่เปึน นักศึกษาประชาชนแตกเข้าป์า เราใช้เวลากัน ๕ ป้กลับเข้ามาด้วยคําสั่ง ๖๖/๒๓ หลังจากนั้น อีกสัก ๒-๓ ป้ก็คลี่คลายไป ไม่มีอะไรที่จะขัดแย้งหรือมีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน ผมเองก็เปึน คนหนึ่งที่อยู่ในผลกระทบแล้วก็รู้สึกว่าสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้โดยไม่ได้รู้สึกว่า มีความขัดแย้งยาวนาน แต่ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรอบ ๑๔ ป้มานี้ร้าวลึกยาวนานและ ทําให้เกิดความรู้สึกที่ค่อนข้างจะไม่สบายใจด้วยกันไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในประเทศไทย ข้อ ๒ สังคมไทยจะทะเลาะหรือจะรบราแบบไม่รู้จบนี่ไม่ได้ จะมาแค้นฝังหุ่นเปึนนิจนิรันดร์ ก็ไม่ได้อีกเหมือนกันมันจะต้องมีวันจบสิ้น แล้วก็ควรจะจบได้ภายในเวลาที่ไม่นานเกินไปนัก

อย่างไรก็ตามข้อ ๓ เราจะนิรโทษกรรมแบบหลับหูหลับตาที่เรียกว่านิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง สุดซอยก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน เราพบมาแล้วว่าเหตุการณ์นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ตามพระราชบัญญัติลงคะแนนกันตอนตี ๔ กว่านั้นทําให้เกิดความร้าวฉานมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นจะก้าวข้ามกระบวนการยุติธรรมด้วยนิรโทษกรรมแบบสุดซอยก็ทําไม่ได้ เพราะถ้าทําเช่นนั้นก็จะสร้างความขัดแย้งใหม่ที่ยุ่งยากขึ้นไปกว่าเดิม ข้อ ๔ การปรองดอง มีความยุ่งยาก มีความซับซ้อน มีหลายมิติ มันไม่ใช่แค่ ๒ สี มันไม่ใช่แค่คน ๒ กลุ่ม แต่มันมี ทัศนคติ มันมีความเชื่อ มันมีสิ่งที่ซ่อนอยู่อีกมากมายเปึนภูเขาน้ําแข็งที่อยู่ใต้น้ํา

ข้อ ๕ เราไม่ควรจะหวังผลเร็วว่าการปรองดองจะเกิดผลแบบฉับพลันทันที การปรองดอง ไม่ใช่การบ่มแก๊ส การปรองดองไม่ใช่การเป่ดป่ดสวิตช์ไฟที่มันจะใช้เวลาสั้น ๆ แต่ต้องใช้เวลา ประเทศอาฟริกาใช้เวลา ๒๗ ป้ ประเทศไอซ์แลนด์ก็ใช้เวลาอีกเปึนสิบ ๆ ป้ กว่าที่จะเกิด การปรองดองได้ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเราสิ้นหวัง แต่ขอให้เข้าใจความเปึนจริง ว่ามันไม่ใช่การเป่ดป่ดสวิต ช์ไฟ ข้อ ๖ การปรองดองไม่ใช่เรื่องของการปล่อยไป ตาม ชะตากรรมหรือปล่อยไปอย่างธรรมชาติตามเวรตามกรรมไม่ได้ครับ มันจะต้องเปึน ความพยายามส่วนตนของทุกภาคส่วน ภาครัฐต้องใช้ความพยายามจะเปึนเรื่องการเยียวยา จะเปึนเรื่องของการประชุมจะอะไรก็ตาม ภาคเอกชนก็ต้องใช้ความพยายาม ภาคประชาชน ก็ต้องรวมส่วนในความพยายามและสื่อมวลชนก็ต้องประกอบส่วน ทุกภาคส่วนนี้ต้องใช้ ความพยายามส่วนตนเข้ามาเกื้อหนุนเข้ามาผลักดันและเข้ามาทําให้เกิดผลที่เปึ นจริง ผมขอป่ดการพูดของผม ๕ นาทีด้วยคําพูดของบุคคลสําคัญคนหนึ่ง วาทะนี้บอกว่าไม่มีใคร เกลียดคนอื่นเพราะมีสีผิว พื้นเพ และศาสนาที่แตกต่างมาตั้งแต่เกิด ทุกคนเรียนรู้ที่จะเกลียด ผู้อื่น เมื่อคนเราสามารถเรียนรู้ที่จะเกลียดได้แล้วก็สามารถเรียนรู้ที่จะรักได้เหมือนกั น เพราะโดยธรรมชาติแล้วความรักเกิดขึ้นในหัวใจคนเราได้ง่ายกว่าความเกลียดเสียอีก วรรคสุดท้ายบอกว่าโดยธรรมชาติแล้วความรักเกิดขึ้นในหัวใจคนเราได้ง่ายกว่าความเกลียด เสียอีก นี่คือวาทะของนายเนลสัน แมนเดลา ซึ่งเปึนบุคคลที่มีอภัยวิถีและเปึนตัวอย่าง ของโลกได้ในเรื่องความปรองดอง ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช ครับ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน อาจารย์เทียนฉายที่เคารพครับ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือบุญเลิศ ช้างใหญ่ ความจริงผมควรจะต้องนั่งอยู่ข้างบนนั้นด้วยเพราะผมเปึนรองประธานกรรมการศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดอง ที่ท่านประธานเทียนฉายได้กรุณาแต่งตั้งให้ไปทําภารกิจ ที่สําคัญเพื่อให้ได้ข้อเสนอในการนําสันติสุขความสามัคคีปรอง ดองกลับมาสู่สังคมไทย ในการทํางานของคณะกรรมการที่ผมเข้าร่วมงานกันมาตั้งแต่ต้นเปึนเวลา ๖-๗ เดือนนั้น ก็ทํางานกันด้วยความเข้าใจ ความสมัครสมาน ความสามัคคี แล้วก็ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ แต่กระผม บุญเลิศมีข้อเสนอบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะพูดดัง ๆ ในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้

ในตอนค่ําครับท่านประธาน เรื่องของข้อเสนอทางคณะกรรมการก็ได้นําเสนอไปแล้วว่ามี ภารกิจที่จะนําไปสู่ความปรองดอง ๖ ภารกิจ การดําเนินการก็เปึนหน้าที่ของภาครัฐ กระบวนการยุติธรรม ผมก็อยากจะเรียนว่าเรื่องที่ผมให้ความสําคัญมากที่สุดก็คือ การนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่เข้ำไปสู่ในวังวนแห่งกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีข้อกล่าวหาและ คนเหล่านั้นได้ถูกดําเนินคดีตามข้อกล่าวหาอันเนื่องมาจากการเมืองตามอุดมการณ์แนวคิด ที่ตนเชื่อ แล้วมั่นใจว่าถูก หากดําเนินการไปตามนั้นจะนําประโยชน์สุขความดีงาม ความถูกต้องมาสู่สังคมไทย แต่การที่จะต่อสู้ให้ได้ความถูกต้องแล้วก็เปึนผลดีตามอุดมการณ์ ถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดตั้งแต่การยึดสนามบิน การเข้าไปยึดทําเนียบ ยึดสถานที่ราชการ เกิดการเผาสถานที่ ทรัพย์สินต่าง ๆ ก็เปึนเหตุจลาจลเกิดโศกนาฏกรรมมีคนเจ็บคนตาย กัน เปึนจํานวนมาก ยืดเยื้อเรื้อรังมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

แม้ว่าจะดูเงียบสงบแต่ใครจะไปรู้ได้ว่าคลื่นใต้น้ําที่ชาวบ้าน ประชาชนอยู่ตามภาคต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ตะวันออก ตะวันตก เขาคิดอะไรอยู่ เขามีทุกข์ มีข้อเรียกร้องอย่างไร เราทราบหรือไม่ ท่านประธานครับ เรื่องการกระทําผิดแล้วก็ภาครัฐ ในกระบวนการยุติธรรมตั้งข้อกล่าวหาแล้วจบลงด้วยการนิรโทษกรรมมีมากมายไม่รู้กี่ครั้ง วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นิรโทษกรรม วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นักศึกษา ประชาชน ถูกล้อม ปราบตายอย่างเหี้ยมโหด ต่อมาภาครัฐ รัฐบาลผู้ปกครองนิรโทษกรรม เหตุการณ์ เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ เกิดขึ้นที่ถนนราชดําเนินนิรโทษกรรม ในเหตุการณ์ ๓ ครั้งใหญ่ ไม่ได้มีการพิสูจน์ความถูกต้อง ความผิด เปึนราย ๆ ตามที่มีข้อกล่าวหาถึงศาลฎีกา เพราะว่า มีการนิรโทษกรรม แต่เหตุการณ์ยืดเยื้อเรื้อรัง ๑ ทศวรรษที่กําลังอยู่ในขณะนี้มีการตั้ง ข้อรังเกียจเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม แล้วคิดว่าการดําเนินการไปแบบนี้ประเดี๋ยว มันจะปรองดองขึ้นเอง ผมคิดว่ายังไม่อาจวางใจว่ามันจะเปึนเช่นนั้นได้ ปัญหาความแตกแยก ทาง คสช. ได้เข้ามาจัดการเพื่อที่จะคลี่คลายและหาทางสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ดังปรากฏอยู่ในคําปรารภว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาแต่ว่ายังไม่มีอะไรที่เปึนรูปธรรม เปึนชิ้นเปึนอัน ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าการนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกดําเนินคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชน และใจผมนี่ยังโน้มเอียงไปถึงคนส่วนหนึ่งหลังจากวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ แล้วไม่ได้มา รายงานตัวครับ ไปต่างประเทศ ถ้ามาก็ต้องถูกดําเนินคดีขึ้นศาลทหาร คนเหล่านี้ผมคิดว่า ไม่ใช่กระทําผิดอย่างร้ายแรงในการที่จะปลดล็อก ผมขอที่จะกราบเรียนว่าข้อเสนอของผม ก็คือมาตรา ๔๔ ซึ่งให้อํานาจกับหัวหน้า คสช. ในการที่จะออกคําสั่งไปแก้ไขปัญหาได้ ขออนุญาตใช้เวลาอีกสักนิดเดียวในมาตรา ๔๔ บอกว่าในกรณีที่หัวหน้า คสช. เห็นเปึนการจําเปึนเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ การส่งเสริมความสามัคคีและ ความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ ดําเนินการโดยเร็ว ผมคิดว่าถ้ารอไปจนกระทั่ง จะออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ความรู้สึกของประชาชนที่คุกรุ่นอยู่ จะไม่ได้นําเอาเรื่องรัฐธรรมนูญเขียนดีไม่ดี แต่จะเอาเรื่องอะไรก็ไม่ทราบที่ยังคับข้องใจอยู่ มาแสดงออก แล้วก็นําไปสู่การตัดสินใจลงประชามติ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเปึน ความขัดแย้งใหม่ แล้วก็เรื้อรังต่อไปอีกอย่างยาวนานหรือไม่ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณทิวา การกระสัง ครับ

นายทิวา การกระสัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมการนะครับ ผมกราบเรียนท่านอาจารย์ เอนกไว้นานแล้วว่าเรื่องปรองดองนั้น จะขอความกรุณาพูดสักนิดหนึ่ง แต่กระผมนั้นอยากจะพูดในเรื่องของทั่วไป จะไม่แสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์ว่ากรอบความคิดทั้ง ๖ แนวทางของท่านนั้นจะก่อให้เกิด ความปรองดองในประเทศนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเล่าพงศาวดาร หรือเล่านิทาน ๒ เรื่อง ที่ทุกท่านในห้องนี้ก็คงจะทราบดี แต่ในประเทศนี้เคยนําแนวคิด ของนิทานทั้ง ๒ เรื่อง หรือพงศาวดารทั้ง ๒ เรื่องมาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือเปล่า เนื่องจากว่ามีการแปลพงศาวดารนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เท่าที่ทราบนะครับ พงศาวดารนิทานเรื่องแรกก็คือความขัดแย้งในยุคปลายราชวงศ์ฮั่น

ที่เราทราบกันดีก็คือเรื่องสามก๊กนะครับ แต่ละฝ์ายต่างคิดว่าตัวเองนั้นคือตัวแทนของ ความถูกต้อง อีกฝ์ายหนึ่งคือตัวแทนของความเลว รบกัน ๗๓ ป้นะครับ ไม่ยอมคุย ไม่ยอมเจรจากัน ปรากฏว่าก๊กทั้งสาม ทั้งเล่าป้ื ทั้งโจโฉ ทั้งซุนกวน ไม่มีใครได้ครองแผ่นดิน โดยแท้จริง ไม่มีใครได้รวมแผ่นดินได้ คนที่ได้คือสุมาอี้เปึนต้นราชวงศ์จิ้น ยุคที่ ๒ คือ ความขัดแย้งในสมัยปลายราชวงศ์สุ่ย คือพงศาวดารสุ่ยถัง หลังจากราชวงศ์สุ่ยล่มสลายไป คนที่เข้าไปที่นครฉางอานได้ก็คือหลี่เอี๋ยนหรือหลี่ซื่อหมิ่น ตอนนั้นมีก๊กต่าง ๆ อยู่ประมาณ ๘ ก๊ก ทุกคนต่างอ้างว่าตัวเองเปึนผู้กล้า ๘ ก๊กก็มีหวากัง หลีซื่อชง หล่ออี้หรืออี้เหวินฮัวจี่ หลี่ ซื่อหมิ่นยกกองทัพไป จะไปถามแต่ละก๊กว่าที่ท่านตั้งกองกําลังขึ้นมาแล้วก็รบกันอยู่ทุกวันนี้ ท่านต้องการอะไร ทุกคนต่างตอบเปึนเสียงเดียวกันว่าต้องการที่จะยุติยุคแห่งความวุ่ นวาย ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ต้องการลดความขัดแย้งและการฆ่าฟันในประเทศ หลี่ซื่อหมิ่น ถามว่าแล้วที่ท่านตั้งกองกําลังในลักษณะนี้ ขัดแย้งกันในลักษณะนี้โดยมีจุดมุ่งหมายและ เปัาประสงค์เดียวกันว่าต้องการให้ประเทศมีความสงบสุขมันจะเปึนไปได้หรือถ้าต่างคนต่างคิด ว่าตัวเองนั้นถูกต้อง แต่ละฝ์ายก็ถามหลี่ซื่อหมิ่นว่าแล้วจะทําอย่างไร หลี่ซื่อหมิ่นบอกว่า เรามารวมกันทิ้งความขัดแย้งที่ผ่านมา ไม่มีใครผิดใครถูกแล้วมาร่วมกันสร้างประเทศ สร้างสังคม แห่งความสงบสุขเปึนไปได้ไหม ทุกก๊กทุกเหล่าทั้ง ๘ ก๊กพากันทิ้งอาวุธและรวมกันสร้าง ราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์ถังเปึนยุคถัง เปึนยุคทองแห่งราชวงศ์ถัง อยู่ได้ถึง ๓๐๐ กว่าป้ นี่คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยการเจรจาโดยมีเปัาประสงค์อันเดียวกันนะครับ ตามที่ท่านเสนอมาผมเห็นด้วย แต่การที่ท่านบอกว่าจะพิสูจน์ความผิดของแต่ละบุคคลก่อน ถ้าเรามาพูดถึงว่าใครผิด ใครถูกผมรับรองว่าคุยกันไม่รู้เรื่องนะครับ ผมจะไม่เสนอว่าให้มี การนิรโทษกรรมหรือไม่ ผมไม่ได้เปึนกลุ่มบุคคล ที่อยู่ในความขัดแย้งของแต่ละฝ์าย แต่ผมติดตามผมเปึนทุกข์ เปึนทุกข์กับประเทศนี้ที่แต่ละวัน ออกมาผมก็ดูทีวี (TV) เห็นแต่ ข่าวความขัดแย้ง เห็นแต่ข่าวคนตาย ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันเอง นับถือศาสนาพุทธ ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน เราสอนว่าการฆ่าคนนั้นเปึนบาป แต่เราสามารถที่จะนําระเบิด นําป๋นไปยิงคนที่เราไม่รู้จักเลย ทําไมมันถึงก่อให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะนั้น พระพุทธองค์ ท่านสอนว่าก่อนที่ท่านจะระงับเหตุแห่งทุ กข์นั้นต้องดูที่เหตุก่อนว่าเหตุเกิดจากอะไร ท่านต้องศึกษาเหตุก่อนครับว่าเหตุนั้นมันเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากการเมือง การเมืองก็คือ การแบ่งสรรผลประโยชน์ การจัดสรรอํานาจที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญนี้

จะต้องจัดสรรอํานาจอย่างเปึนธรรม นี่คือเรื่อง หนึ่งเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ถ้าเรายังพูดถึงเรื่องผิดเรื่องถูก ปรองดองไม่ได้ครับ ผมเสนออย่างนี้ว่า ผมดูข่าวในแต่ละฝ์าย แต่ละกลุ่มทุกคนต่างรักประเทศชาติ ที่ทําทําเพื่อประเทศชาติ เพื่อพระเจ้าอยู่หัว ท่านลองไปถามเขานะครับเวลาคุยอยู่ว่าสิ่งที่เขาทํานั้นเขาทําเพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่ หรือทําเพื่อตัวเอง ถ้าไม่หลอกตัวเองนะครับ ขอความกรุณาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ การแก้ปัญหาง่าย ๆ ใช้กระบวนการขับเคลื่อนที่มีอยู่ในประเทศนี้ ถ้าเห็นว่าอัตราโทษใดก็ตาม ที่เกิดจากกระบวนการทางการเมืองที่มีอัตราโทษเล็กน้อย ท่านก็พิพากษาไปถ้าเห็นว่าผิด โดยใช้กระบวนการในการรอการลงโทษและวางข้อกําหนดไว้ก็ได้ โดยห้ามเขายุ่งเกี่ยว หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอีก ถ้ากระทําผิดซ้ําก็นําโทษที่รอการลงโทษนั้น มาลงนะครับ บางทีก็ใช้มาตรการในการลงโทษบ้าง บางคนก็ใช้มาตรการในการไกล่เกลี่ย กระบวนการในการไกล่เกลี่ยและสมานฉันท์ ผมเปึนทนายความแล้วก็มีประสบการณ์ ในเรื่องนี้ตลอดเวลา เราจะไม่พูดว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นใครผิดใครถูก แต่เราจะพูดว่า

สิ่งที่ท่านจะได้นั้นคืออะไร อย่างน้อยทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติก็ถามเขากลับไปว่าสิ่งที่เขา ทํานั้นเขาทําเพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่นะครับ จริง ๆ แล้วผมมีอะไรที่จะพูดเยอะในเรื่อง เกี่ยวกับความปรองดองแต่ก็กินเวลาไป ๑ นาที ขอความกรุณาวันหลังอาจจะพูดกับ ท่านอาจารย์เอนกนะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง และสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี เลขประจําตัว ๐๑๓ ขอสนับสนุน ขอเติมเต็มภารกิจเกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง ข้อที่ ๑ การสร้าง ประชาธิปไตยจะต้องสร้างให้เกิดจิตสํานึกประ เทศชาติได้อะไร เสียอะไร การสร้าง ประชาธิปไตยเกิดการสร้างชาติที่มั่นค ง ข้อที่ ๒ การลดความขัดแย้งคนในชาติ คือการทบทวนตัวเองว่าเข้าใจรู้จักวัฒนธรรมของตนเองแค่ไหน ทําความเข้าใจวัฒนธรรม อื่นด้วย ข้อที่ ๓ การลดการอนุมานการศึกษาว่าลดการมีอคติ การรู้เท่าทันความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือลดความรุนแรงด้วยการลดอคติ เข้าใจความเหมือน เข้าใจความแตกต่าง เข้าใจความแตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยากจะฝากถึงกรรมาธิการ ความปรองดอง หน้า ๓๖ การปรองดองในฐานะดิฉันเปึนคนใต้ การปรองดองจะต้องมี การปรองดองถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ เปึนความปรองดองเหมือนกัน การสร้าง ความปรองดองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เปึนส่วนหนึ่งของประเทศไทย การพูดเจรจาพูดคุย ความคิดเห็น ความต่าง การเกิด เหตุการณ์ พูดคุยเจรจาทุกอย่าง ความไม่สงบ ตอนนี้เจอตัวจริงหรือยังที่จะปรองดอง เพราะฉะนั้นการสร้างความปรองดองต้องพูดคุยกัน คนคิดต่างทุกระดับ ทุกกลุ่ม ต้องให้ กลุ่มเปึนเอกภาพ ต้องเน้นสันติวิธี เอกภาพที่จิตใจ อัตลักษณ์วัฒนธรรม จะต้องสร้าง กระบวนการความปรองดองด้วยตนเองของชุมชนเองที่จะยกระดับการปรองดองสู่ระดับชาติ ดิฉันขอยกตัวอย่างในฐานะที่คุณพ่ อดิฉันเคยสร้างความปรองดองในฐานะที่ท่านได้รางวัล แหนบทองคําสมัยก่อน เอาโจรมามอบป๋นเพื่อเปึนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เขาปกครองตัวเอง สร้างงานให้เขามีงาน มีโรงงานในพื้นที่ ดิฉันเคยเปึนนายก อบต. เปึนกํานัน ดิฉันได้เอาคนที่

อยู่ในที่มืดให้เปึนคนดีของประเทศเพื่อให้เขาดูแลตัวเอง ครอบครัว ชุมชน การที่จะปรองดอง จะต้องปรองดองอาศัยชุมชน จะต้องอาศัยบ้าน ครอบครัว ชุมชน โดยจะอาศัยทหาร อย่างเดียวไม่ได้ เพราะทหารใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขามีป๋น ความเชื่อถือกันหรือว่า ไม่ไว้วางใจเรื่องป๋น หรือว่าเขาไม่นั่น เขาจะต้องอาศัยผู้นําท้องถิ่น ดิฉันก็มีการปรองดองของ ตําบลดิฉัน ตําบลดิฉันไม่มีการยิง การระเบิดในตําบลพร่อน เพราะมีการดูแลปกครองตัวเอง ยกตัวอย่างลูกของดิฉันก็เปึนพยาบาลเขาก็มีการปรองดองในการดูแลเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา ความเปึนธรรมที่โจรไม่สบาย ที่ดูแลในโรงพยาบาล เหมือนเกิดเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัด ของดิฉัน หลานของดิฉันไม่กี่วัน วันที่ ๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา เปึนทหารเรือแล้วก็อยู่ ๆ ก็ถูกทหารเรือจาก ภาคอีสาน ๕ คนรุม พิการเลยค่ะ แล้วเกิดคนอื่นจะไปแก้ปัญหา ความปรองดองได้อย่างไร ตอนนี้คนที่อยากจะเปึนทหารเขากลัวแล้วค่ะ เขาบอกว่าแค่เปึน ทหารเรือไปรับใช้ประเทศชาติยังถูกทหารทางภาคอีสานทําร้ายเกือบพิการ แล้วก็เกือบตาย ตอนนี้ก็กลับไปใต้พูดก็ไม่ได้ แกได้กินข้าวต้มกับนม ดิฉันสงสารมากในฐานะที่ดิฉันก็เปึน ตัวอย่างว่าการที่จะปรองดองจะต้องเริ่มที่ครอบครัว แล้วก็ชุมชน แล้วก็ให้งบประมาณไปให้ ชุมชนปกครองตัวเอง แล้วก็ทหารจะเปึนแบก (Back) เปึนคนดูแลอีกทีค่ะ

นี่คือการปรองดอง การสร้างสังคมคุณธรรม สังคมแห่งการเอื้ออาทร สังคมให้อภัย แล้วก็มีภารกิจที่จะต้องดูแลประเทศชาติ ก็คือการปรองดอง การสร้างความยุติธรรม ด้านสังคม การสร้างความยุติธรรมด้านเศรษฐกิจ การสร้างความยุติธรรมรายได้ ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเปึนธรรม สภาพความเปึนธรรมให้ทุกมิติ ตอนนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเกิดแก้ปัญหาปรองดองจริง ๆ ก็ต้องสงบ ทําอย่างไรให้ ๓ จังหวัดสงบให้ได้ แล้วก็ งบประมาณลงไปก็เยอะมากแต่ยังไม่สงบ ก็ต้องดูจุดการปรองดองด้วย ฝากถึงรัฐบาล ผู้รับผิดชอบด้วย และคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งว่า การปรองดองจะต้องปรองดองที่ครอบครัว แล้วก็หมู่บ้าน ชุมชน แล้วก็ระดับชาติ ตอนนี้ ถือว่าใน ๓ จังหวัดยังไม่ได้ปรองดองเท่าที่ควร ยังระเบิดทุกวัน ดังนั้นการปฏิรูปจะต้องไปถึง ๓ จังหวัดให้เกิดสันติสุขให้ได้ ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณวันชัย สอนศิริ ครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ เรื่องปรองดองที่อาจารย์เอนกเสนอวันนี้ เข้ามาเหมาะกับสถานการณ์อย่างยิ่ง อย่างที่ผมกราบเรียนและได้แถลงต่อสื่อมวลชนไปแล้ว ว่าผมเองนั้นมองข้ามเรื่องรัฐธรรมนูญไปแล้ว รัฐธรรมนูญผมเชื่อโดยสุจริตว่ากรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคนนั้นต้องร่างออกมาดี และเชื่อว่าทุกคนนั้นต้องร่างมาเพื่อแก้ปัญหา ของประเทศนี้ และต้องคิดหาวิธีการป่ดช่องปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ทําอนาคตให้ดี นี่คือคนร่างรัฐธรรมนูญ แต่คุณจะร่างรัฐธรรมนูญดีอย่างไร แต่บ้านนี้เมืองนี้ ยังไม่มีการปรองดองกัน อย่าหวังเลยว่าจะแก้ปัญหาใด ๆ ในประเทศนี้ได้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ที่อาจารย์เอนก ๑ คนมีส่วนร่างนั้นจะวิเศษเลิศประเสริฐศรีขนาดไหนก็แก้ปัญหาประเทศนี้ ไม่ได้ เพราะคนในชาติยังไม่ปรองดองกัน ท่านประธานครับ ปัจจุบันขณะนี้มันก็เหมือนกับ ไฟสุมขอน หรือไม่อย่างนั้นก็เปึนเพียงเอาขี้เถ้าไปกลบ ๆ ไว้ เราก็เห็นว่ามันไม่มีการลุกโชน อะไร แต่ท่านประธานลองดูสิครับ ให้มีการเลือกตั้งกันไฟมันจะลุกโชนขึ้นมาทันทีเลย นี่แหละผมจึงบอกว่าเรื่องที่อาจารย์เอนกเสนอมาวั นนี้จึงเปึนเรื่องสําคัญของแผ่นดินนี้ คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์จะแก้ปัญหาใด ๆ เรื่องอะไรในประเทศนี้ แผ่นดินนี้ แต่แก้ปัญหาเรื่องปรองดองสมานฉันท์ในชาตินี้ไม่ได้ ทุกอย่างจบหมด ลิเกเลิก ทําอะไรไม่ได้

ผมเคยพูดในสภานี้หลายครั้งครับท่านประธานว่านายกรัฐมนตรีหลายคน แม้แต่ นายกรัฐมนตรีคนสุดท้าย คุณยิ่งลักษณ์ยืนตรงนี้ ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีจะมีงบประมาณ ขนาดไหน จะได้เสียงมากขนาดไหน จะมีพลังกองกําลังขนาดไหน คนหนุนขนาดไหน ถ้าคนในชาติไม่รักกันเสียแล้วก็อยู่ไม่ได้ ท่านต้องเริ่มเลยนะ ผมชี้ไปที่คุณยิ่งลักษณ์ ท่านต้องเริ่มต้นเพราะในฐานะผู้ชนะ เอาละครับนั่นอดีต เวลาน้อยครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องนี้จึงเปึนเรื่องใหญ่และเรื่องสําคั ญ แต่ในรายงานของ ชุดท่านประธานเอนกที่เสนอมาต่อท่านประธานนั้น ซึ่งผมอยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตแล้วก็ นํากราบเรียนหารือท่าน

ผมว่าชาวบ้านในประเทศนี้เขาไม่ได้ทะเลาะกันหรอก คนในหมู่บ้าน คนในตําบล คนในอําเภอ คนรากหญ้าไม่ได้ทะเลาะกัน ที่มันทะเลาะกันมันอยู่ตรงนี้ อยู่ในสภานี้ แต่ไม่ใช่ พวกเรานะครับ ไม่ใช่พวกเรา คนในสภานี้ทั้งนั้นเลยครับทะเลาะกัน คือนักการเมือง นั่นแหละทะเลาะกัน คนมีอํานาจก็หวังจะมีอํานาจอยู่ต่อไป แล้วก็สร้างฐานสร้างมวลชน หวังมาชนกัน คนแพ้นี่กําลังพูดถึงอาจารย์เอนกยังไม่เขียนถึงเรื่องนี้ คนแพ้มันก็ไม่ยอมแพ้ ครับท่านประธาน มันก็หวังจะล้มคนชนะ แล้วเวลาเขาแพ้กันเขาชนะกัน อยู่ในสภานี้ ทะเลาะกัน แพ้กัน ชนะกัน ไม่พอครับท่านประธานไปลากชาวบ้านในหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัดมาทะเลาะกันมาเปึนฐานกําลังของ ความขัดแย้งของนักการเมืองเอง แต่ทําไม ในชุดของอาจารย์เอนกก็เหมือนคนอื่นแหละครับท่านประธาน เปลี่ยนผ่าน สมานฉันท์ นิรโทษกรรม โน่นนี่นั่น ประทานโทษครับพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าไปตําหนิติเตียน อาจารย์อะไรนะครับ แต่ผมว่ามันเปึนเรื่องพื้น ๆ ฐาน ๆ ธรรมดา อยากจะทราบว่าในฐานะที่ ศึกษามานี่ทํางานเรื่องนี้มาผมอ่านดูเหมือนกันครับ เมื่อคืนก็นั่งอ่านละเอียด จะแก้อย่างไร ไม่ให้นักการเมืองทะเลาะกันอาจารย์ รัฐธรรมนูญอาจารย์มันใช้ได้หรือครับที่จะแก้ไม่ให้ นักการเมืองทะเลาะกัน ตรงไหนอาจารย์บอกว่าบ้านเมืองมันจะปรองดองสมานฉันท์กัน ผมว่าถ้าแก้ที่นักการเมืองในประเทศนี้ไม่ทะเลาะกันนะครับทุกอย่างจบหมด นิรโทษกรรม ไม่ว่าใครคดีเล็กคดีน้อยเรื่องนี้มันเด็ก ๆ มากเลยครับท่านประธาน นักการเมืองนี่ทะเลาะกัน แหมมีหลายเรื่องเลยนะครับอยากพูดกับอาจารย์เอนก

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คงต้องสรุปแล้ว ละครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ครับ จบเลยครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ถัดไปคือคุณอุดม เฟ๋ืองฟุัง นะครับ คุณคณิศร ขุริรัง คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คุณภัทรียา สุมะโน แล้วคุณนิมิต สิทธิไตรย์ เชิญคุณอุดมครับ

นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมการ ท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง สปช. ๒๔๔ ครับ ผมได้ฟังท่านกรรมการทุกท่าน ให้ความเห็นประกอบเอกสารที่ท่านเสนอต่อที่ประชุมนี้แล้ว ขอแสดงความเห็นบางประการ

ดังต่อไปนี้ก็คือ ข้อที่ ๑ ท่านเสนอหลักการเพื่อความปรองดองมานั้นเปึนแนวคิดที่ดีและ วิธีดําเนินการก็น่าสนใจสามารถทําให้เห็นแสงสว่างแห่งความสามัคคีในชาติที่ปลายอุโมงค์ได้ อันเปึนความหวังของทุกคนในแผ่นดินที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร บุคคลที่ท่านนํามาให้ ความเห็นโดยระบุชื่อมาที่ผ่านมาแล้วนั้น ในความเห็นของผมเห็นว่าทุกท่านเปึนผู้ที่ได้รับผล ของความขัดแย้งทุกท่าน บางคนได้รับผลถึงกับเกิดความสูญเสียในสิ่งที่เปึนทั้งทรัพย์สิน และบุคคลอันเปึนที่รักโดยไม่สามารถที่จะหาใครมาเยียวยาได้ กระผมอยากจะกราบเรียน ต่อที่ประชุมนี้ว่า ผมเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นมานั้นเรียกว่าเปึนความทุกข์ ของประเทศไทย ไม่ว่าเจ้าฟัาข้าแผ่นดินก็ทุกข์กันทั่วไปหมด

แต่เหตุแห่งทุกข์คือตัวสมุทัยที่เกิดเหตุแห่งทุกข์ประมาณ ๑๐ ป้ในแผ่นดินนั้น ท่านไม่สามารถจะนํามาเพื่อหาเหตุสลายความทุกข์ของแผ่นดินได้ ก็เหมือนกับเราไม่สามารถ ที่จะไปถึงปลายอุโมงค์ให้เห็นแสงสว่างแห่งความสามัคคีได้ ผมเชื่อว่าตราบใดที่สมุทัยของ ทุกข์ในประเทศไทยยังมีตัวตนและไม่สามารถนํามาสลายความคิดเห็นได้ก็ไม่สามารถที่จะ ระงับเหตุให้เกิดความสามัคคีได้ ไม่ว่าจะมีรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็ตาม ผมขอกราบเรียนว่า ในความเห็นของผมนั้นผมก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนใคร ทั้งที่ผมเองนั้นก็เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ มาทั้งหมดทั้ง ๓ ชุด ไม่ว่าเปึน รสช. คมช. คสช. ก็มาเกี่ยวข้องกับเขาด้วย ผมอยากจะ กราบเรียนว่าเหตุแห่งทุกข์ทุกคนนี้คงจะรู้ หรือสมุทัยของประเทศไทยทุกคนคงจะรู้ว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร ก็อยากจะฝากผู้รับผิดชอบในแผ่นดินว่าถ้าไม่สามารถจะทําลายเหตุแห่งทุกข์ คือสมุทัยของประเทศไทยแล้วนี้ ความสามัคคีในผืนแผ่นดินของประเทศไทยหรือความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมืองไทยนั้นจะเกิดขึ้นได้โดยยาก เพราะฉะนั้นผมก็มีความเห็นที่จะเสนอ ต่อที่ประชุมดังนี้ ถ้าหากว่าความเห็นของผมไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของท่านผู้ใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ขอขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศรครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ สาเหตุหนึ่งที่พวกเราชาวสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติได้มานั่งประชุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้นั้นก็เกิดจากสถานการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองขึ้น ภายในประเทศของเรา ประชาชนเกิดความขัดแย้ง แตก แบ่งแยกเปึนฝักเปึนฝ์าย ขาดความสามัคคี มีทัศนคติไม่เปึนมิตรต่อกัน มีการใช้ ความรุนแรง มีการใช้กําลังและอาวุธเข้าห้ําหั่นกัน สวัสดิภาพและการดํารงชีวิต ของ ประชาชนไม่ปกติสุข จนคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติมีความจําเปึนต้อง เข้ายึดอํานาจเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้วนะครับ ผมต้องขอให้กําลังใจคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองที่ได้ศึกษาหาเหตุ หาผล ที่จะลดความแตกแยกของคนในชาติ สร้างความปรองดองคนในชาติ แต่ผมจะขอ เสนอแนะข้อคิดความเห็นเพิ่มเติมตามที่ท่านได้ทํารายงานมาอยู่ ๖ ภารกิจ ผมจะขออนุญาต แสดงความเห็นเพิ่มเติมในภารกิจที่ ๑ และภารกิจที่ ๓ ดังต่อไปนี้ครับ ภารกิจที่ ๑ การสร้าง

ความเข้าใจร่วมของสังคมต่อเหตุแห่งความขัดแย้ง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นของคนในชาตินั้น สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือการปลุกระดมโดยหวังผล ทางการเมืองโดยใช้สื่อไม่ว่าจะเปึนวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ ดาวเทียมต่าง ๆ ทั้ง ๒ ฟาก ๒ ฝัืง ๓ ฟาก ๓ ฝัืง ใครฟังช่องไหน ใครฟังสถานีไหนก็ไปตามสถานีนั้น นี่คือสาเหตุหนึ่ง ที่มันเกิดขึ้น แกนนํา ผู้ชุมนุมต่าง ๆ

ก็ปลุกเร้า ปลุกระดมกัน เพื่อจะให้ประชาชนคนในชาตินั้นห้ําหั่น ฆ่าฟันกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นแนวทางการสร้างความเข้าใจนั้นผมมีความคิดเห็นว่า ท่านต้องไปศึกษาว่าคนที่อยู่ในสังคมชนบท อยู่ในสังคมของรากหญ้า ที่เขากล่าวกันนั้น ผู้ที่ไปปลุกระดมนั้นเขาใช้ อะไรครับ ใช้ ๑. ความเหลื่อมล้ํา ๒. ความไม่เสมอภาค ความไม่เท่าเทียม การปฏิบัติ ๒ มาตรฐาน การเลือกปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมชนบท ไปแทงใจดําเขาครับ เมื่อแทงใจดําแล้วเขาก็มาร่วมชุมนุม นี่คือเหตุผลประการหนึ่ง วิทยุชุมชนเกี่ยวสัญญาณจากส่วนกลาง ชาวบ้านไปท้องไร่ท้องนาต้องแบกทรานซิสเตอร์ ขาดไม่ได้ ฉันต้องฟัง ไม่ฟังไม่ได้นอนไม่หลับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมในชนบท เพราะฉะนั้น ท่านต้องแก้ไขตรงนี้ด้วย ใช้อะไรครับ ใช้ท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ผู้ช่วย สารวัตร กรรมการหมู่บ้าน ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่ น สมาชิกสภาท้องถิ่น วิทยุชุมชน หนามยอก ก็ต้องเอาหนามบ่ง ประชาสัมพันธ์ส ร้างความเข้าใจว่าการปรองดองนั้น จะดีอย่างไร นี่คือประการแรกครับ ประการที่ ๒ ในภารกิจที่ ๒ การแสวงหาและเป่ดเผย ขอโทษครับ ภารกิจที่ ๓ การอํานวยความยุติธรรม การสํานึกรับผิดและการให้อภัย ท่านจะพูดถึง ความผิดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง อันนี้อาจจะสั่งไม่ฟัอง แต่ถ้าเปึน ความผิดอาญา โดยเนื้อแท้อันนี้จะสั่งฟัอง ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ แต่ท่านจะเอามาตรฐานใดที่จะบอกว่า เปึนความผิดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง จะเอามาตรฐานใดว่าเปึนความผิดอาญาโดยเนื้อแท้ ท่านต้องตั้งมาตรฐานให้มันชัดเจน ต้องแยก แยะเนื้อให้มันลงไปในรายละเอียด นี่ประการหนึ่งที่ผมจะขอฝากไว้ สิ่งที่สําคัญที่สุดคณะรัฐมนตรี พี่น้องในสังคมจะต้องเอาด้วย จะต้องเห็นด้วยกับการปรองดอง จะต้องเปึนแรงกําลังสนับสนุนกําลังใจให้ท่านว่าท่านจะต้อง ทําการปรองดองให้สําเร็จ กราบขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ครับ

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ท่านประธานครับ กระผม เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกเลขที่ ๑๑๗ ผมคิดว่า ๑๐ ป้มานี่ตั้งแต่ ๑๔ ตุลาคม สังคมไทยเรา ตื่นตัวครับ ตื่นตัวทางการเมืองมาก แต่อยากจะรู้ว่าตื่นรู้หรือตื่นหลง นี่เปึนปัญหานะครับ ผมผ่านเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคมมาเหมือนกับท่านประธานกรรมการ ท่านเอนก ๖ ตุลาคม ก็ผ่าน ๑๗ พฤษภาคมก็ผ่าน ผ่านมาหมด ผมอยากจะรู้หลายอย่าง แต่ไม่อาจรู้ได้เลย

เพราะอะไรครับ เพราะไม่มีการทําความจริงให้ปรากฏ ผมอยากรู้ว่าทําไมจึงมีการไปปลดป๋นทหาร ทําไมจึงมีการยิงไปสู่สถานีรถไฟฟัาและมีคนตาย ทําไมทหารถูกกระชากลงมาแล้วเอาป๋น จ่อหัวแล้วยิง ทําไมเรานั่งประชุมดี ๆ จึงมีระเบิดมาลง แค่คิดขัดแย้งทําไมถึงต้องฆ่ากันด้วย นี่ไม่อยากจะรื้อฟุ๋นแต่ว่ามันเจ็บปวดตรงนี้ครับ ผมไม่เคยสนใจเรื่องการเมืองมาก่อน แต่ต้องมาสนใจ เพราะว่าเราอยากจะรู้อะไรมันเกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ แต่ไม่เคย มี การทําความจริงให้ปรากฏเลยครับ ผมอยากจะรู้ว่าใครเปึนผู้ทํา ทําเพราะอะไร สื่อก็มี ทําไมไม่ทําให้ปรากฏ ผมเสียดายครบรอบ ๒๒ พฤษภาคมที่ คสช. ขึ้นมา ท่านก็ไม่ได้ทํา ความจริงให้ปรากฏ เพราะอะไร เพราะติดอยู่ว่าท่านต้องการจะปรองดอง ๆ

ผมไม่อยากจะพูดมากหรอกว่าในเหตุการณ์ที่รุนแรงต่าง ๆ มันกลายเปึนว่านักคิดอยู่ นักสู้ตาย คนที่เปึนผู้นําทั้งหลาย คนที่แตกแยกทางความคิดที่เปึนผู้นําอยู่เขาคิดเขาเปึน นักคิด แต่คนที่ตายไม่ใช่เลยครับ เปึนชาวบ้านคนที่ตกเปึนเหยื่ออย่างที่ท่านพูดไปทุกคน ทั้งหลายพูดมานั่นละครับ มันเกิดสภาวะอย่างนั้นจริง ๆ คือนักคิดอยู่ นักสู้ตาย แล้วผมก็ ไม่อยากให้เห็นว่าพวกเราเปึนนักคิดเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไม่อยากให้เปึนนักสู้ มันไม่ควร จะเกิดภาวะอย่างนั้นขึ้นมาอีกแล้ว เพียงแต่ว่าขอให้ทําความจริงให้ปรากฏทั้ง ๒ ฝ์าย ผมชอบคําว่ายุติธรรมเชิงสมานฉันท์ แล้วก็เห็นด้วยที่ว่าจะต้องนิรโทษกรรมใคร พวกใด แล้วก็ไม่นิรโทษกรรมพวกใคร ต้องให้ชัดเจนเลยว่าไม่นิรโทษ กรรมพวกใคร และมีใครบ้าง หรือว่ามันเปึนเพราะอะไร นี่ผมคิดว่าชาวบ้านก็อยากจะรู้ สังคมก็อยากรู้ ถ้ารู้แล้วผมว่า เรื่องนี้ก็จะคลี่คลายไปได้ มิฉะนั้นก็จะอึมครึมกันอย่างนี้ต่อไปครับ มิฉะนั้นก็จะเกิดคําถาม ที่ว่าเราจะปรองดองกันได้อย่างไรระหว่างแมวกับหนู งูกับนก ฝากไว้แค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณภัทรียา สุมะโน ครับ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออภิปรายรายงานและข้อเสนอแนะ ในการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องของการสร้างความปรองดองเปึนเรื่องของ การลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการใช้ความรุนแรงเพื่อนําไปสู่สันติสุขในสังคม ซึ่งในรายงานนี้ก็ได้ระบุไว้เองว่าเปึนเรื่องของการใช้เวลา เปึนเรื่องของการอดทนและความเข้าใจ ดิฉันเคยคิดเหมือนกันว่าความปรองดองมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในสภาพการณ์ต่าง ๆ ที่เปึนอยู่ตลอดมา ซึ่งไม่ต้องเอ่ยถึงนะคะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็คิดว่าเรายังไม่หมดหวัง จากรายงานการศึกษาในการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการชุดนี้ทําให้ดิฉัน มีความหวังว่าจะเปึนไปได้ในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมในประเทศชาติของเรา รายงานนี้ศึกษาไว้ละเอียดรอบด้าน ไม่ฟันธง เปึนเพียงข้อเสนอแนะที่ดิฉันก็อยากที่จะเติมเต็ม เพื่อให้นําไปสู่การปฏิบัติที่สมบูรณ์ค่ะ สําหรับเรื่องของรายงานนี้ดิฉันก็อ่านหมดแล้ว แต่ว่าอยากจะพูดถึงในส่วนของแผนดําเนินงานเพื่อสร้างความปรองดองที่คณะกรรมการ

ได้จัดทําไว้นะคะ คือคณะกรรมการนี้ก็ได้มีข้อเสนอแนะ ๖ ภารกิจ เอา ๖ ภารกิจนี้มาจัดทํา เปึนแผนดําเนินงาน ๑๔ ประการ มีกิจกรรมจํานวนมากที่สามารถดําเนินการได้ทันที แต่ก็ไม่แน่ใจว่าดําเนินการอะไรไปบ้าง เพราะว่าท่านได้เขียนไว้ว่ามีกิจกรรมดําเนิ นการ ก่อนการใช้รัฐธรรมนูญ แล้วก็หลังการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ดิฉันก็ขอเสนอแนะว่า กิจกรรมที่ควรดําเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดก็คือในข้อที่ ๓ การอํานวยความยุติธรรมให้ทุกฝ์าย เพราะว่ามันจะเปึนการแสดงถึงความจริงใจ การสร้างความไว้วางใจ เปึนการทําให้ทุกฝ์าย เกิดความรู้สึกที่ดี แล้วก็หันหน้าเข้ามาสู่ความปรองดองกัน ก็เปึนข้อเสนอแนะ แต่ว่าดิฉัน ก็ขอพูดไปถึงข้อ ๑๑ แล้วก็ข้อ ๑๔ เลยค่ะ เพราะว่าเหลือ ๒ นาทีแล้ว ข้อ ๑๑ ถึงข้อ ๑๔ เปึนแผนดําเนินงานที่สําคัญ แล้วก็จะเห็นผลอย่างชัดเจน ในแง่ของภารกิจของสภาปฏิรูป แห่งชาติและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพราะว่าท่านได้ระบุไว้ว่าจะเปึนหน้าที่ของหน่วยงาน หลักนี้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการผลักดันการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง แล้วก็เร่งรัดผลักดันการพิจารณากฎหมายที่สร้างความยุติธรรม

และสุดท้ายที่สําคัญคือการผลิตสื่อที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะเปึนการสร้างความเข้าใจ ดิฉันอยากจะเสนอความเห็นเพิ่มเติมในหน่วยงานหลักของข้อ ๑๑-๑๔ ซึ่งท่านได้ระบุไว้ว่า เปึนเรื่องของหน่วยงานหลัก ๒ หน่วยก็คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็สภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขอเสนอเพิ่มเติมว่าให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากว่าขณะนี้รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวฉบับแก้ไขได้ประกาศใช้แล้วนะคะ ซึ่งก็เท่ากับว่าเปึนการกําหนดวาระ สิ้นสุดภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติอย่างชั ดเจนแล้วในเดือนกันยายน ถ้าหากว่าไม่มี สภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็เท่ากับว่าข้อเสนอแนะนี้ก็จบลงไปใช่ไหมคะ ดังนั้นก็ควรจะเติม หน่วยงานที่เราจะส่งต่อภารกิจนี้ต่อไป ภารกิจของ สปช. นี้ไปยังสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ซึ่งดิฉันก็คิดว่าน่าจะเติมไว้ แล้วก็ในส่วนของบทบาทของสื่อมวลชนที่กําหนดไว้เปึน หน่วยงานหลักในแผนดําเนินงานข้อ ๑๔ ดิฉันขอเสนอแนะในส่วนของกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ที่เพิ่งจะผ่านการพิจารณาเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาแล้ว กองทุนสื่อสร้างสรรค์ จะมีบทบาทสําคัญในการผลิตสื่อที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์สร้างความรู้สึกที่ดี ความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจต่อกัน การหลีกเลี่ยงการรื้อฟุ๋นเรื่องเก่า ๆ ในอดีตขึ้นมาตอกย้ํา ความรู้สึกเศร้าหมองแล้วก็แตกแยก ดังนั้นจึงควรจะมีการเร่งผลิตสื่อที่สร้างความเข้าใจ โดยด่วนโดยเร็วที่สุด และกองทุนสื่อสร้างสรรค์นี้จึงขอเสนอแนะให้มีหน่วยงานหรือว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนนี้เพื่อให้ดําเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ค่ะ ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าคําขวัญที่คณะกรรมการนี้เขียนไว้ว่า สมานใจ สมานรู้ สู่สันติสุขนั้น จะเปึนความจริงขึ้นมา ขอบคุณค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิมิต สิทธิไตรย์ ค่ะ

นายนิมิต สิทธิไ ตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านคณะกรรมการทุกท่าน ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สปช. ๑๑๔ อุบลราชธานี ผมเองเปึน สปช. จากต่างจังหวัด เหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมานั้นผมติดตาม เฝัาดูมาตลอด ถ้าจะย้อนไปสมัยที่เปึนนักศึกษาอยู่เปึนนักเรียนอยู่ก็เคยสัมผัสในกระบวนการ

ของการคิดและการเข้าร่วมในขบวนการทางประชาธิปไตย ก่อน ๑๔ ตุลาคม คือวันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมอยู่ในกลางของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปึนขบวนแรกที่เดินออกจาก มหาวิทยาลัยมาเพื่อที่จะนําไปสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จิตใจตรงนั้นความคิดตรงนั้น ผมมีความรู้สึกชัดเจนดีว่ากําลังคิดอะไร แล้วทําเพื่ออะไรด้วยอุดมการณ์ ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายไหนก็แล้วแต่คิดดีครับ แต่วิธีอาจแตกต่างกัน วันนี้ผมขออนุญาตที่เอาใจพูด ไม่ต้องเตรียม ไม่ต้องคิด เพราะมันต้องออกจากหัวใจถ้าจะไปพูดถึงเรื่องความปรองดอง ผมขออนุญาตชื่นชมพี่อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ คุณทิชา ณ นคร พี่พะเยาว์ อัคฮาด เพราะทั้ง ๓ ท่านนี้หลังจากที่ผมมีส่วนได้เข้าไปสัมผัสได้แลเห็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากหัวใจ ทุกอย่างที่พูด ทุกอย่างที่คิด ทุกอย่างที่ออกมาเปึนไปด้วยเกิดจากหัวใจ เพราะฉะนั้นความปรองดองนี่ ต้องทําจากใจไม่ได้ทําจากสิ่งที่เปึนลายลักษณ์อักษร บทบัญญัติ บทคําพูดที่กลั่นออกมา ๖ ขั้นตอนนั้น คําถามที่ถามในใจผมเสมอว่าใครทํา ใครจะเปึนคนทําทั้ง ๖ ขั้นตอนนี้ ในใจผม ตอบทันที

ไม่มีใครคนอื่นเลยนอกจากเราทุกคน เราทุกคนเท่านั้นต้องร่วมกันทํา ไม่ใช่เปึนเรื่องของ รัฐบาล ไม่ใช่ว่าวันนี้เรามาลงมติว่าเห็นชอบในหลักการแล้วนําเสนอรัฐบาล แล้วมันจะเปึนไป ตามความรู้สึกว่าจะเกิดความปรองดองขึ้น ถ้าหัวใจของเราทั้งหมดที่นี่ ๒๕๐ กว่าดวง คนทั้งชาติ ๗๗ จังหวัด ต้องนับ ๗๗ นะครับเพราะว่าทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะคนในกรุงเทพฯ เท่านั้น ต้องมีหัวใจแห่งความปรองดอง หัวใจแห่งความสมานฉันท์ จะรู้ได้อย่างไรว่า คนต่างจังหวัดนั้นเขาเรียบร้อย เขาสงบแล้ว เขาไม่คิดอะไรแล้ว เขายังไม่มีความรู้สึกใด ๆ ที่จะคุกรุ่น เย็นแล้ว สงบแล้ว คงไม่อาจตอบคําถามนี้ได้ ผมเห็นพี่อดุลย์ออกรายการทีวี พี่พะเยาว์วิ่งเต้นในการที่จะทํางานเพื่อส่วนรวมนั้น หรือคุณทิชาที่พูดถึงในสิ่งที่ควรพูดนั้น ผมซาบซึ้ง จนกลั่นออกมา ทุกท่านคงทราบว่าผมเปึนคนเสนอต้นปรองดอง ต้นปรองดอง มันต้องปลูก มันต้องเกิด มันต้องเอาหัวใจไปปลูก ไปเกิด ทั่วทุกหนทุกแห่งมันถึงจะเกิด ความปรองดอง มิใช่มาวิจิตรลายลักษณ์อักษร ถ้าลายลักษณ์อักษรนี่ออกมาแล้วมันแก้ได้ มันคงจบไปนานแล้ว ผมยังหวั่นวิตกด้วยซ้ําไปว่าเรามีภารกิจตามที่เราได้รับมา คือต้อง ขจัดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองคือภารกิจของ สปช. ที่ได้รับมาตั้งแต่แรก แล้วเรามีหน้าที่ที่จะกลั่นกรองพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่สามารถที่จะทํา ให้เกิดความปรองดอง และเปึนตัวจักรสําคัญที่จะไม่ทําให้กระบวนการความขัดแย้งกลับคืน มาอีกได้ จะเปึนคําตอบสุดท้ายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ต้องใคร่ครวญครับท่านสมาชิก ทั้งหลาย ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญคือส่วนหนึ่งจะทําให้เกิดความปรองดอง ถ้าหากพิจารณาให้ดี แล้วมิติของความปรองดองนั้นเราต้องถือว่าเปึนความเร่งด่วน และเปึนความสําคัญ อันดับแรก ผมขอย้ําว่าต่างจังหวัดเองตอนนี้มิใช่อยู่ในภาวะที่สงบเรียบร้อยอย่างที่เราเห็น ที่เราคิด เราต้องใช้ความรู้สึก ความร่วมมือร่วมใจกันปลูกต้นปรองดองให้เกิดให้ได้ ปลูกทุกจังหวัด ปลูกทุกแห่งเพื่อจะให้บรรลุเปัาหมายแห่งความสันติสุขในประเทศนี้ สุดท้ายขอเปึนกําลังใจว่าท่านทั้งหลายที่เปึนคณะกรรมการได้เสียสละทําหน้าที่ของท่าน ผมได้ติดตามไปกับท่านตลอดเชื่อว่าสิ่งนี้จะต้องสําเร็จได้ในไม่ช้า ถ้าทุกคนมีหัวใจปรองดอง ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ค่ะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษาครับ ผมอยู่สภานี้มาเกือบป้แล้ว ถ้าเผื่อว่าการพูดวันนี้ ได้ประโยชน์ก็ถือว่าทํางานคุ้มค่า แต่ถ้าวันนี้ไม่มีประโยชน์อะไรช่วงเวลาเกือบป้นั้นก็หาค่า ได้ไม่ ผมเสนออย่างนี้ครับ ผมมองว่ายุทธศาสตร์ที่กรรม การได้เสนอนั้นมี ๖ ประการ คือสร้างความเข้าใจ แสวงหาข้อเท็จจริง อํานวยความยุติธรรม ฟุ๋นฟู เยียวยา และปัองกัน ความรุนแรง แล้วก็มียุทธวิธีอย่างน้อย ๔ เรื่อง สร้างความตระหนัก มีส่วนร่วม กระจายความรับผิดชอบ และจัดลําดับความสําคัญ ภายใต้เงื่อนไข ๔ ประการที่ท่านนําเสนอ ให้ความจริง ยอมรับความจริง สํานึกผิด และไม่สวนกระแสสังคม กรรมการที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ แต่ผมเข้าใจว่ายุทธวิธีที่ใช้นั้นผิด และไม่มีประโยชน์อะไรเลย ความปรองดองถ้าจะเกิดขึ้นได้จะต้องไม่เกิดภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้ อย่างแรกต้องไม่มีเงื่อนไข หลากหลาย แต่ท่านมีเงื่อนไขเยอะเลยที่จะทําให้เกิดความสํา เร็จ ต้องไม่มีผู้เล่นหลายคน

พยายามจํากัดผู้เล่นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ แต่ผู้เล่นตามข้อเสนอของท่าน มากเหลือเกิน ผู้ตัดสินใจไม่มีอํานาจเต็ม ท่านไม่ได้บอกเลยว่าที่สุดแล้วใครเปึนคนตัดสินใจ ที่จะทําให้เกิดยุทธศาสตร์อย่างที่ท่านต้องการ ถ้าไม่มีระบุเรื่องเหล่านี้ให้ชัดข้อเสนอ ก็เพียงแต่เปึนวรรณกรรมเท่านั้น ตราบใดก็ตามที่ไม่ลบสิ่งที่เกิดขึ้นให้มันหมดสิ้นแล้วเริ่มต้นใหม่ อย่าพูดถึงการปรองดองเลยครับ และประการที่ ๕ การปรองดองยิ่งจะเสียหาย ยิ่งจะหาทางไม่พบ ถ้าใช้เวลานานเกินไป กี่เวลาแล้วครับ กี่วันแล้วครับ กี่เดือนแล้วครับ ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ด้วยปรากฏการณ์เหล่านี้ผมจึงมองว่ายุทธศาสตร์ท่านเสนอมา นั้นถูกต้อง แต่ยุทธวิธีล้มเหลว ข้อเสนอของผมก็คือหาคนที่มีความรับผิดชอบมาทําตามยุทธศาสตร์ ที่ท่านกําหนด ผมขอเสนอเบื้องต้นว่าตั้งคณะก รรมการอิสระว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ที่บอกว่าชนชาติไทยนั้นมันไม่ใช่แค่สีเหลืองหรือสีแดงเท่านั้น คุณกูไซหม๊ะ วันซาฟ้หน๊ะ ก็บอกแล้วว่าพี่น้องภาคใต้ก็ต้องการความปรองดองด้วย เพราะฉะนั้นคณะกรรมการอิสระ ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ น่าจะเปึนผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่ท่านพูดถึง ทีนี้คณะกรรมการนี้จะต้องตระหนักว่าถ้าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องคํานึงถึงกฎความผิดพลาด ๔ ประการที่มนุษย์เขาทํากั น ประการแรกก็คือทุกคนทําผิดพลาดกันได้ ประการที่ ๒ ก็คือทุกคนที่ทําผิดนั้นถ้าจะให้เกิดการแก้ไขต้องยอมรับว่าผิดเสียก่อน แล้วข้อ ๓ ทุกคน ที่เข้าสู่กระบวนการนี้ต้องรู้ว่าตัวเองเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนั้น และข้อ ๔ ก็คือเมื่อรู้ว่า ผิดพลาดอย่างไรแล้วเรียนรู้อย่างไรแล้วต้องไม่ทําผิดพลาดแบบเดิมอีก เพราะฉะนั้น ข้อเสนอที่ผมเสนอไว้นั้นอยากจะให้มีปรากฏชัดเจนว่าข้อยุทธศาสตร์ที่ท่านนําเสนอ อย่างสวยสดงดงามนั้นใครเปึนคนขับเคลื่อน คณะกรรมการอิสระว่าด้วยการปรองดอง แห่งชาตินั้นอาจจะตั้งด้วยมาตรา ๔๔ ก็ได้ และให้มีอํานาจเต็ม เราใช้มาตรา ๔๔ ในเรื่องบางเรื่องที่เห็นว่าจําเปึนไปเยอะแล้ว แต่เรื่องที่จําเปึนอย่างยิ่งต้องทํา คณะกรรมการชุดนี้ คณะกรรมการที่ว่านี้ตั้งด้วยมาตรา ๔๔ ให้มีอํานาจเต็มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ๖ ประการของท่านภายใต้หลักการที่จะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด ๔ ข้อ สิ่งเหล่านี้น่าจะ ทําให้สิ่งที่ท่านเสนอเปึนจริงได้ในโลกของความเปึนจริงครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ค่ะ

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๓๓ กระผมเห็นว่าแนวทาง ที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอมานั้นก็เปึนแนวทางเบื้องต้นที่จะนําไปสู่ความสําเร็จในการที่จะ ปรองดองได้ แต่อยากให้มีการขยายเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่ง เพราะผมเชื่อว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าเกิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ แต่ทุกฝ์ายเปึนผู้ที่มีความหวังดี เพียงแต่ว่าอุดมการณ์นั้นต่างกัน เมื่ออุดมการณ์ต่างกันนั้นการขยายปัญหาเดิม ถ้าระงับปัญหาควรจะระงับที่ต้นเหตุด้วย ฉะนั้นถ้าหากว่าขยายไปถึงต้นเหตุถ้าเลือกปฏิบัติ ผมมองอย่างไรก็ไม่จบ แม้กระทั่งขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ถ้าหากว่าไม่มีการระงับ เหมือนเมื่อป้ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น

ผมมองว่าป์านนี้ประเทศชาติไม่ทราบว่าจะเปึนอย่างไร ซึ่งต้องขอบคุณทางคณะรักษา ความสงบแห่งชาติที่มาช่วยระงับเหตุการณ์ไม่ให้บานปลายต่อไป ทีนี้ใคร่จะขอว่า ทางคณะกรรมาธิการนั้นถ้าจะพิจารณาในเรื่องของตัวกฎหมายตรงนั้นขยำยเพิ่มได้ไหม ถ้าขยายเพิ่มนะครับ เห็นด้วยว่าผู้ที่สวมเข้ามาแล้วมาสวมรอยหรือเข้ามามีความประสงค์ ที่ไม่ดีแอบแฝงเข้ามา ตรงนั้นก็ควรจะดําเนินการตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้ที่ถูกชักจูงหรือว่า ไปดําเนินการโดยเข้าใจว่าการกระทําของตนนั้นเปึนการกระทําที่เพื่อประเทศชาติจริง ๆ ขยายออกไปได้ไหมถึงแม้ว่าเขาจะเลยเถิดออกไป จะได้เปึนการสมานฉันท์ได้ แล้วก็จะเข้า ตามหลักของหลาย ๆ หน่วยงานที่ประสงค์จะให้มีการชักจูงให้คนกลับเปึนคนดีหรือจูงคนดี กลับบ้าน หรือคืนคนดีสู่สังคม อันนั้นก็เปึนแนวทางนะครับ ฉะนั้นถ้าหลาย ๆ ฝ์ายได้มี การพูดกันแล้ว ถ้าเราจะระงับเหตุเราปล่อยวางในอดีตได้บ้างไหม แล้วเดินต่อในปัจจุบันว่า ตรงนี้ดําเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้จบสิ้นเสีย ผมเชื่อว่าตรงนั้นจะทําให้ความสงบมีโอกาส กลับคืนมา แล้วก็ในเรื่องของกฎหมายกระผมจะขอเรียนในเรื่องของกฎหมายที่ได้มีเสนอมา ว่าในเรื่องของข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการสร้างความปรองดอง ถ้าดูในหน้า ๑๘ นะครับ จะมีเรื่องกรณีที่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ แล้วก็คดีที่อยู่ ในการพิจารณาของศาลก็คือศาลยุติธรรม ตรงนี้ในฐานะที่ผมเองก็เปึนพนักงานอัยการอยู่ กระผมขอเรียนความมั่นใจนะครับว่าขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าการทํางานของอัยการถึงแม้ว่าใช้ พ.ร.บ. องค์กรอัยการ พนักงานอัยการ มาตรา ๒๑ ที่ทางท่านกรรมาธิการได้เสนอมานั้น ก็เปึนแนวทางที่สร้างความมั่นใจในการทํางานของพนักงานอัยการได้ว่ามีกฎหมายรองรับ ในการที่จะดําเนินการทั้ง ๒ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเปึนก่อนฟัองโดยสั่งไม่ฟัองหรือว่าฟัองไปแล้ว แล้วก็จะดําเนินการถอนฟัอง ถอนอุทธรณ์ ถอนฎีกาหรือว่ายื่นคําร้องต่าง ๆ ตรงนั้นสามารถ ดําเนินการได้ก็จริง ซึ่งมีระเบียบของสํานักงานอัยการสูงสุดรองรับไว้ แล้วระเบียบของ สํานักงานอัยการสูงสุดนั้นที่ออกมาก็มีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการ ก.อ. หรือคณะกรรมการอัยการพิจารณา ซึ่งในส่วนนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับทุกท่านได้ว่า ทางพนักงานอัยการจะดําเนินการด้วยความรอบคอบเพราะว่าคณะกรรมการอัยการนั้น มีบุคคลภายนอกเข้ามาดูแลด้วย ตรวจสอบด้วย ส่วนหนึ่งมาจากวุฒิสภาเปึนผู้เลือก ๒ คน แล้วจากการแต่งตั้งของ ครม. ๑ คน แล้วยังมีอีก ๑ คนที่มาจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งคณะกรรมการ ทั้งหมดมี ๑๕ คน เลือกคนสุดท้ายซึ่งเปึนผู้ที่มีประสบการณ์แล้วต้องไม่ได้เปึน

พนักงานอัยการ ฉะนั้นตรงนี้แหละครับที่จะมีการถ่วงดุลในการที่จะใช้ดุลยพินิจต่าง ๆ ของ พนักงานอัยการว่าทําไปด้วยความรอบคอบ เรียบร้อยแล้วก็ได้รับการยอมรับหรือไม่ ฉะนั้น คดีต่าง ๆ ที่ไม่เปึนประโยชน์เขียนไว้ก็จริงแต่ไม่ใช่ว่าทางอัยการสามารถที่จะใช้โดยพร่ําเพรื่อ จะใช้ด้วยความรอบคอบและระมัดระวังเพื่อให้ทุกฝ์ายนั้นได้รับความเปึนธรรม ฉะนั้น ในการสร้างความปรองดองก็ใคร่จะขออธิบายในส่วนนี้นะครับว่าในเรื่องของที่จะมีการฟัอง หรือไม่ฟัอง หรือว่าขอถอนอุทธรณ์ ถอนฎีกาจะเปึนไปด้วยความรอบคอบ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านกรรมการ เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๑๕ ท่านประธานครับ การพูดเรื่อง ปรองดองสมานฉันท์ผมว่าเปึนเรื่องที่พูดยากมาก ยากจริง ๆ ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมมองว่าในบางครั้งการปรองดองเกิดขึ้นแล้ว เราทําแล้ว

ในรัฐธรรมนูญกําหนดแล้ว กฎหมายบัญญัติแล้ว แล้วเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ กรรมาธิการรับรองได้ไหมครับ ไม่สามารถรับรองได้ ผมตอบแทน นําเรียนด้วยความเคารพ ว่าการปรองดองมันต้องเกิดจากความเข้าใจกันเสียก่อน การไม่เข้าใจกันหรือการแย่งชิง อํานาจและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นที่ท่านกําลังจะทําให้เกิดการนิรโทษกรรม เกิดการปรองดอง อะไรต่าง ๆ นั้น ผมอยากถามว่าท่านทําถูกแล้วหรือ บ้านเมืองวุ่นวาย คนล้มตาย เศรษฐกิจ ฉิบหาย ขอโทษครับท่านประธาน ท่านมองความเปึนจริงสิครับ ถ้าเรามองกลับกันว่า ถ้าเหตุการณ์นี้ใครคือผู้เสียหาย นั่นคือประชาชนโดยทั้งสิ้น แต่ใครคือผู้ได้ประโยชน์ นักการเมืองครับ นักการเมืองโดยทั้งสิ้นที่เสี้ยมสอนผู้คนเหล่านั้นให้มาต่อสู้กัน รบราฆ่าฟันกัน เขาเปึนชาวรากหญ้าครับ ความรู้น้อย ยากจน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเอารัดเอาเปรียบในสังคมไทยมันเกิดมาจากนักการเมือง ๒ ฝ์ายแย่งชิงอํานาจและ ผลประโยชน์กัน ถ้าผมมีอํานาจ มาตรา ๔๔ ผมจับประหารชีวิตหมดแล้ว แต่ผมไม่มีอํานาจ ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องมาตรา ๔๔ มันเหมือนกระบองที่คอยทุบคนที่ก่อ การไม่ดี ทุจริตคอร์รัปชัน โกงบ้านโกงเมือง ท่านประธานครับ แต่ในบางครั้งมันต้องใช้ในทาง สร้างสรรค์ด้วยมันถึงจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ท่านประธานลองนึกสิครับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒๕๐ คน รวมทั้งท่านประธานด้วย ท่านรู้จักกันครบทุกคน หรือยังครับ มีความปรองดองเกิดขึ้นไหม นี่ต่างคน ต่างฝ์าย คิดเองพูดเองหมด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าจะหมดวาระลงภายในวันที่ ๗ กันยายน เริ่มหดหู่ คนอภิปราย เริ่มน้อยลง บางคนเศร้าครับ อย่าคิดอะไรมาก ชีวิตคนเราอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิด แก่ เจ็บ ตาย เปึนเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นผมอยากถามกรรมการกลับไปว่ารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ถ้ามีบทบัญญัติปรองดองสมานฉันท์แบบนี้แล้ว ท่านเคยดูของ ต่างชาติไหมครับ ต่างชาติสู้รบกันล้มตายหลายประเทศ เขาเคยกลับมาเขียนในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรเขาไหม ท่านต้องเอามาวิเคราะห์ ท่านอย่าเอาเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยเท่านั้น บางทีมันเหมือนกับขายความไม่ฉลาด ผมไม่ได้ว่าโง่นะครับ ขายความไม่ฉลาดให้ต่างชาติเห็น นี่หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราต้องกลับไปคิดใหม่ ทําใหม่ แต่ถ้าท่านคิดดีแล้ว ไตร่ตรองดีแล้ว แล้วเอารัฐธรรมนูญต่างชาติทั้งหมดที่มีอยู่มาดูว่า มีบทบัญญัติเช่นนี้ ทําอย่างนี้ มาเปรียบเทียบปรองดอง นิรโทษกรรม คําว่านิรโทษกรรม

ถามว่าใครได้ใครเสีย พี่น้องเคยเปึนข่าว ชาวนายากจน ๒ คนตายายไปเก็บเห็ดในอุทยาน ป์าสงวน ถูกจับติดคุกหลายป้ ผมถามว่าใครเยียวยา ใครดูแล ในที่สุดศาลตัดสินพบความจริง ว่า ๒ ตายายไม่มีความผิดยกฟัอง เกิดขึ้นที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ครับ ถ้าจะเยียวยา จะปรองดองสมานฉันท์มันต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกคดี ท่านประธานครับ มันต้องดูให้ละเอียดนิ ดหนึ่ง นี่ท่านทําแต่เรื่องเดียว เรื่องที่ท่านคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าการดีที่สุดมันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ต้องยอมรับว่าสังคมไทย ณ ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าสังคมไทยเมื่อรัก โลภ โกรธ หลง ยังคงอยู่

ยังมีนักการเมืองน้ําเน่าที่มาแสวงหาอํานาจและผลประโยชน์อยู่ในประเทศไทยแห่งนี้ การปรองดองสมานฉันท์อีก ๑๐ ป้ ๑๐ ชาติก็ไม่จบ ท่านกลับไปคิดว่าพรรคการเมืองใหญ่ ๒ พรรค หัวหน้าพรรค ๒ พรรค จับแต่งงานกันได้ไหม จูบปากกันได้ไหม มันไม่มีครับ ยากมากเอาพวกนั้นเข้าโรงเรียนละลายพฤติกรรม โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม ปลูกฝังสํานึก รักแผ่นดินเกิดมันถึงจะเริ่มเกิดความปรองดอง ทําความเข้าใจก่อนครับว่าคําว่าปรองดอง สมานฉันท์เกิดมาอย่างไร ใครเปึนคนทํา แล้วจุดสิ้นสุดคือใครได้ประโยชน์ ประเทศชาติ ได้ประโยชน์หรือไม่ ประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าคิดได้อย่างนี้แล้วขอให้ท่านทํา คิดดีทําดีจิตใจดีตรงนี้ครับ ขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ : เรียนท่านประธาน ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเกิดมาทันยุค ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ตอนนั้นก็อายุ ๒๐ ป้ ก็ได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ละครับว่า ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เปึนอย่างไร เห็นภาพเห็นการเคลื่อนไหว เก็บภาพจากสื่อเอาไว้ ก็ยังมีจนทุกวันนี้ละครับ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็ได้รู้ได้เห็นได้สัมผัส มาเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ก็เอาอีกละครับ ได้รู้ได้เห็น ได้รู้รสชาติว่าเปึนอย่างไร เข้าร่วมบนเวทีเห็นอะไรต่อมิอะไรเยอะครับ แล้วก็ไม่พ้นที่จะพบ อีกละครับ ที่ผ่านมาไม่นานนี้ก็สลดใจครับ ท่านประธานครับ ผมดีใจครับ ที่ได้มีกรรมการ ชุดนี้ขึ้นมานะครับ ผมได้รู้เห็นของกรรมการชุดนี้เปึนเพราะว่าวันหนึ่งท่านหนึ่งชวนผมไปที่ ห้องประธานแล้วผมไปนั่งรับทราบว่ากรรมการชุดนี้ มีโดยมีท่านศาสตราจารย์พิเศษเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เปึนประธาน เหตุที่ผมดีใจเปึนเพราะว่าตั้งความหวังไว้ว่าน่าจะมีแนวทาง ในการที่จะเกิดการปรองดองได้ จนถึงขณะนี้ที่เสนอเอกสารมานะครับ ก็เห็นแนวทาง เห็นลู่ทางอยู่ครับ แต่ก็เหมือนกับที่หลายท่านอภิปรายละครับว่าในความเปึนจริงนั้น การปรองดองนั้นต้องอาศัยคนกับคนมาสร้างความสัมพันธ์กัน คําว่าปรองในภาษาใต้บ้านผม ปรองมันแปลว่าเสื่อมถอยลงนะครับ อันนี้เปึนคําไทยโบราณครับ เช่น มีสร้อยคอพระถ้าเดิน ลอดใต้ราวตากผ้าเขาบอกว่าปรองครับ ปรองนี่คือเสื่อมถอยลง ทีนี้มีดองเข้ามาต่อ แสดงเอาความเสื่อมนั้นละมาอยู่ด้วยกันคือดอง ก็แสดงว่าจริงละครับ แสดงเสื่อมถอยแล้วก็ เอามาดองเข้าด้วยกัน คือมาอยู่ด้วยกัน ผมได้ข่าวว่ามีระดับแกนนํามาเรียนร่วมกันหัวเราะ

รับประทานอาหารด้วยกันแล้วบางส่วนที่ พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ขออภัยครับ ท่านบอก ผมว่าดีครับ อย่างนั้นนะครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้น ในการเขียนเอกสารออกมานั้น มี ๖ ภารกิจด้วยกัน แต่ภารกิจที่ผมเห็นว่าสําคัญมากคือภารกิจที่ ๓ นะครับ ท่านประธานครับ ในภารกิจที่ ๓ นั้นบอกว่าจะต้องลดเรื่องของอะไรต่อมิอะไรที่ขัดแย้งกันให้มากที่สุดนะครับ เราจะทําอย่างไรถึงจะลดให้ได้ ก่อนหน้านี้นะครับ มีกฎหมายพิเศษบอกว่าจะเอามาใช้เพื่อให้เกิด ความสมานฉันท์กันก็ทํามาเปึนระยะเวลาพอสมควรแต่ว่าถึงขณะนี้หลายคนก็บอกว่า ยังไม่เห็นผลอะไรที่ออกมาลักษณะปรองดองที่จะทําให้เกิดความรักความสามัคคีกัน ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งได้เห็นสิ่งเหล่านี้ก็รู้สึกสลดใจมาตั้งแต่ต้นแล้วละครับ

เห็นมีการลากไทยด้วยกันแล้วใช้อะไรก็ไม่ทราบตอกที่หน้าอกนะครับ อันนั้น คือความเจ็บปวดอย่างรุนแรง เกิดขึ้นได้อย่างไรไทยด้วยกันแต่ทําอย่างนี้ ผมไปประเทศ ประเทศหนึ่งเขาพาไปดูอนุสาวรีย์กะโหลกเห็นหัวกะโหลกจัดเปึนชั้น ๆ กองใหญ่เบ้อเริ่มครับ ใส่ในตู้ ใจหายครับ ไม่กล้าจะดูแต่ว่าต้องดูครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เปึนอุทาหรณ์ที่ผมใคร่วิงวอน พี่น้องชาวไทยที่ยังมีความคิดในเชิงที่อย่างโน้นอย่างนี้นะครับที่หลายท่านพูดนั่นแหละว่า เมื่อได้อํานาจแล้วก็เพื่อผลประโยชน์ตามมา ผมว่าอันนี้ต้องคิดให้น้อยลงครับ แล้วก็กลับมาปรองดอง ก็ต้องกราบวิงวอนนะครับว่าเราคงจะต้องช่วยเหลือกันในเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ตรัสอวยพรป้ใหม่ให้แก่พี่น้องชาวไทยบอกว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลายบัดนี้ถึงวาระจะขึ้นป้ใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ทุก ๆ คนให้มีความสําเร็จ สมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา ขอให้คนไทยมีความสุข ถ้วนหน้ากันด้วยการให้คือให้ความรักความเมตตากัน ให้น้ําใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การ สงเคราะห์อนุเคราะห์กันโดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจทุกคนทุกฝ์าย จะได้สามารถร่วมมือร่วมความคิดอ่านกัน สร้างสรรค์ความสุข ความเจริญมั่นคงให้แก่ตนเอง ประเทศชาติอันเปึนสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สําเร็จผลได้ดังที่ใจปรารถนา พี่น้องชาวไทย ที่เคารพครับ เราเลือดเนื้อเชื้อไทย สยามประเทศตั้งขึ้นมาได้ก็ด้วยเลือดเนื้อของบรรพชน และมาถึงรุ่นเราทําไมถึงแตกแยก ไม่ช่วยกันรักษาแผ่นดินไทยเอาไว้ สิ่งที่เปึนไทยนั้น ประเสริฐสุดเลยครับ ผมก็ไปเห็นมาหลายประเทศ ยกเว้นแอฟริกายังไม่ได้ไป ผมยังไม่เห็น แผ่นดินไหนที่ผมไปว่าจะอบอุ่นและมีความสุขเท่าแผ่นดินไทย ถ้าจะให้ไปอยู่แผ่นดินอื่น ผมว่าผมไม่อยู่ล ะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องหยุดได้ไหมครับ ผมกราบวิงวอนเถอะครับ ผ่านท่านประธานและพี่น้องทางบ้านที่ชมอยู่ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ผ่านมาก็ขอให้หยุดเถอะครับ พฤติกรรมที่ทําให้ประเทศไทยเราลําบากยากแค้นอย่างนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ค่ะ

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ กรรมการ

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผมใช้เวลาไม่ถึง ๕ นาทีนะครับ ผมเองก็เปึนกรรมการนะครับแต่ว่าอยากเติมในรายงาน ผมคิดว่าภารกิจยุคสมัยของพวกเราคือการนําประเทศออกจากวิกฤติ แล้วก็กับดัก ความรุนแรง กรรมการใช้หลักใหญ่ในการสร้างความปรองดองคือหลักความยุติธรรมในระยะ

เปลี่ยนผ่านแล้วก็หลักความยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์นะครับ ผมเองอยากเสริมนะครับ ก็คือว่าอยากเสนอว่าเราควรเน้นกระบวนการที่ใช้คําว่าทรานส์ฟอร์มาทีฟ ซีนาริโอ แพลนนิง (Transformative scenario planning) เปึนแนวคิดของอดัม คาเฮน ที่ใช้แก้ปัญหาวิกฤติ ในแอฟริกา ในโคลัมเบีย ๒๐ ประเทศทั่วโลก มีแนวคิดสําคัญคือไม่ต้องเห็นพ้อง แค่เห็นภาพ ร่วมกัน อะไรเกิดขึ้นได้บ้างท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เปึนแนวคิดที่รวมทีมตัวแทน ทั้งระบบเพื่อมาหาทางออกของประเทศร่วมกัน ในโคลัมเบียทีมตัวแทนของทั้งระบบ ประกอบไปด้วยภาควิชาการ ชนกลุ่มน้อยนะครับ กลุ่มติดอาวุธ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลหรือ เอ็นจีโอ บริษัท ทหารรับจ้าง ชาวนา ชนพื้นเมือง นักการเมือง สื่อมวลชน สหภาพการค้า ทหาร เยาวชน เปึนตัวแทนเพื่อมาหาทางออกวิกฤติของโคลัมเบีย คําถามคือใครควรเปึน ตัวแทนทั้งระบบของประเทศไทยเพื่อร่วมหาทางออกของประเทศนี้นะครับ ป้ ๒๕๕๓ เดือนสิงหาคม พวกผมได้ทําโครงการที่ผมเคยมาพูดที่นี้นะครับ ส่งมอบประเทศไทยแบบไหน ให้ลูกหลาน เราก็ได้ตัวแทนจากภาคธุรกิจ นักวิชาการ เอ็นจีโอ ชาวบ้าน คู่ขัดแย้ง ตอนนั้น แผลยังสด ๆ อยู่นะครับ เราได้ตัวแทนจากพรรคการเมือง จากเสื้อสีต่าง ๆ เปึนแถวที่ ๓ จริง ๆ ต้องได้แถวที่ ๑ เพราะมีพลัง มีอิทธิพลที่จะไปพูดกับมวลชนของตัวเองได้ แต่ครั้งนั้น เราได้แถวที่ ๓

แต่การหารือครั้งนั้น การทํากิจกรรมครั้งนั้น เราได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งก็คือว่าทุกฝ์าย มีความกังวลร่วมกันเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ ไม่มีฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งมีความเชื่อมั่นหรือ มีความมั่นใจว่าสามารถกําหนดอนาคตได้อย่างเบ็ดเสร็จ แม้ว่าตัวเองจะมีอํานาจในการ บริหารก็ตาม เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องหาทางข้ามวิกฤติเฉพาะหน้า แล้วก็มองไปในอนาคต ร่วมกันได้ว่าเราจะทําอะไร อะไรที่ทําได้ อะไรที่ควรทําในสถานการณ์แบบนี้ ผมจึงคิดว่า กระบวนการพูดคุยที่สร้างพื้นที่ปลอดภัย มีกติกา ไม่เป่ดเผย เปึนความลับ มีการพูดคุยที่มีสติ มีปัญญาใช้เหตุใช้ผล ตั้งใจฟัง ไม่เอาจุดยืนของตัวเองไปผูกติด ไม่เอาความคิดของตัวเอง ไปผูกมัดเพื่อทําให้เกิดสิ่งใหม่ เห็นทางออกร่วมกันเปึนเรื่องที่สําคัญ ผมจึงอยากเน้น กระบวนการเหล่านี้ให้เกิดขึ้น สถานการณ์ขณะนี้เราได้ยินข่าวมีการพูดคุยอยู่ตลอด มีการเชิญฝ์ายต่าง ๆ ไปพูดคุยที่ ศปป. เชิญคู่ขัดแย้งไป ต่างฝ์ายต่างก็พูดในมุมมอง ในจุดยืน ผูกติดอยู่กับมุมมองจุดยืนของตัวเอง ไม่ผิดนะครับ แต่โอกาสที่จะเห็นภาพร่วมกัน มองอนาคตร่วมกัน สร้างอนาคตร่วมกัน ลงมือทําร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพปัจจุบัน มันจึงไม่เกิด ผู้ที่มีอํานาจปัจจุบันถ้าได้ศึกษา ได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ บทเรียนต่าง ๆ ในโลกมันมีเครื่องมือมากมายที่จะทําให้ประเทศของเราออกจากวิกฤติ แล้วก็ออกจากกับดัก ความรุนแรงหรือความขัดแย้งต่าง ๆ วันนี้สถานการณ์ประเทศเราต้องการ เราร่วม ไม่ใช่เราเฉย เราสู้แล้ว เราร่วมกัน เราจะร่วมกันสร้างอนาคตประเทศของเราได้อย่างไร ผมจึงมีคําถาม สิ่งที่ควรทําที่สุดวันนี้คือการคัดสรรตัวแทนทั้งระบบ ตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งทหาร ทั้งกองทัพ ทั้งนักวิชาการ ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชนในระดับต่าง ๆ เพื่อมาเปึนทีม ซีนาริโอ (Scenario) ของประเทศไทย และมีการอํานวยการพูดคุยเพื่อ หาทางออก ถ้าเชิญแต่คู่ขัดแย้งรับรองว่าเราจะไม่เจออะไร ทุกคนก็ยังพูดในจุดยืนของตัวเอง ผมจึงอยากเสริมว่าในรายงานชิ้นนี้ควรเน้นเรื่องการพูดคุยที่มีตัวแทนของทุกระบบ ตัวแทนของระบบ มีหุ้นส่วน มีผู้ได้เสียจากทุกส่วนเข้ามาเปึนที มที่จะหาทางออกให้กับ ประเทศ สุดท้ายอยากให้กําลังใจพี่พะเยาว์ พี่อดุลย์ นี่คือตัวอย่างของผู้สูญเสียนะครับ ไม่ลืมหรอกครับ แต่ว่าได้เข้ามาร่วมที่จะทํางานปรองดอง ผมเองก็อยากให้กําลังใจนะครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ ค่ะ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ ประเด็นที่ผมจะพูดนี่อาจจะสั้น ๆ แต่มีอยู่ ๒ ประเด็น ด้วยกัน ที่อยากฝากไปถึงท่านกรรมาธิการทุกคนนะครับ ประเด็นแรกก็คือในเรื่องของ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ผมก็เปึนส่วนหนึ่งที่อาจจะอยู่ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ปัญหาที่แท้จริง อย่างหนึ่งสําหรับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจจะมีแนวคิดคล้ายกับผม ก็คือเราไม่สนใจการเมืองหรอกครับ เราไม่ได้สนใจการเมือง เราไม่ได้สนใจพรรคไหน เราสนใจความเปึนจริงบางอย่างเท่านั้น ที่เรารู้สึกว่ามันผิด มันผิดต่อความรู้สึกของเรา มันผิดต่อความเชื่อ ต่อหลักการ และเหตุผลของเรา เราไม่มีทางออก มันก็เลยต้องออกไปตรงนั้น ไม่ใช่หมายความว่าเราฝักใฝ์ ทางการเมือง เรามีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรืออื่น ๆ อีกมากอย่างดี เราเปึนแค่ ประชาชนธรรมดาส่วนใหญ่ที่รู้สึกว่ามันผิด แล้วฉันจะไปไหน ฉันไม่มีทางไป มันก็ต้อง ไปลงอยู่ตรงนั้น นั่นคือประเด็นแรก ซึ่งผมรู้สึกว่าตรงนี้ถ้าเกิดเรายังคิดอยู่ว่ามันเปึน ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว แล้วยังไม่หาทางออกให้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเปึน คนกลุ่มใหญ่พอสมควรได้ออก ได้มีทางไป มันก็ยังกลับมาสู่ปัญหาเดิม ๆ ว่าท้ายสุดเขาไม่มี ทางไป เขาอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่เขาก็ต้องไปทางนั้นเพราะมันเปึนทางเดียว ที่เหลืออยู่ นั่นคือข้อแรก

ข้อที่ ๒ คงจะไม่เกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งในอดีต แต่ผมรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วตอนที่ ท่านกรรมการพูด ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านบัณฑูรพูดนี่ท่านบัณฑูรก็พูดถึงในบางส่วน ที่เราแทบจะไม่ได้เห็นในตอนนี้ เราไม่ได้พูดถึง ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว ความขัดแย้งที่จําเปึนต้องมีการปรองดองในอนาคตเกิดขึ้นทุกวัน แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังมี ความขัดแย้งที่ท่านบัณฑูรได้ยกมาแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากร ในเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ในเรื่องเกี่ยวกับต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดมันก็เปึนประเด็นจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง แล้วก็กลับเข้าไปสู่ เวทีของการเมืองในที่สุด อย่างไรก็ตามประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะนําเสนอกับท่านประธาน ผ่านไปทางท่านกรรมการทุกคนก็คือว่าผมยังไม่เห็นอะไร ท่านกรรมการพูดถึง แต่ผมยัง ไม่เห็นอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเราได้กระทําใด ๆ ที่จะทําให้ความขัดแย้งในเรื่องอื่น ๆ ที่กําลัง จะกลายเปึนกองไฟเล็ก กองไฟโน้นนี้นั้นต่อเนื่องเกิดขึ้นเปึนไฟประทุตามจุดต่าง ๆ ได้มอดลงไป เราพูดถึงศูนย์เยียวยา เราพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต เราพยายามจะแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต เพื่อให้รู้สึกทุกคนมีทุกฝ์ายอยู่ร่วมกัน นั่นเปึนเรื่องที่ดี แต่ความขัดแย้งมันไม่ใช่อยู่แค่นั้น มันยังมีเรื่องปากท้อง เรื่องความเข้าใจผิด เรื่องข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เรื่องการกระทํา หลายต่อหลายอย่าง ผมอยากเห็นตรงนั้นว่าถ้าเกิดเราจะทํางานด้านการปรองดอง เราต้องมองไปข้างหน้าและเก็บให้ครบทุกประเด็น ไม่ใช่เฉพาะประเด็นการเมือง หรือคู่ขัดแย้ง ๒ ฝ์ายเท่านั้น ยังมีประเด็นที่ท่านกรรมการพูดถึงแล้วแต่มัน ไม่ปรากฏว่าเราทําอะไรกับประเด็นเหล่านั้นให้ชัดเจน ผมอยากเห็นศูนย์ข้อมูลกลาง ที่นําเสนอข้อมูล ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูล ฐานข้อมูลก็คือฐานเก็บข้อมูลไว้ แต่คนไม่ทราบ มันต้อง เปึนอะไรที่แสดงให้เห็น ยกตัวอย่างเช่นในกรณีความขัดแย้งก็รวมความขัดแย้งให้หมด ไม่ใช่ โผล่มาทางไลน์ (Line) วันละครั้งสองครั้ง ด้านโน้นโผล่ครั้ง ด้านนี้โผล่ครั้ง เอามารวมกัน แล้วก็ใครอยากสนใจก็เข้าไปดูในนั้น ในเรื่องของอนาคต ความขัดแย้งเรื่องทรัพยากร เรื่องต่าง ๆ เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องต่าง ๆ ก็มีศูนย์รวมเข้ามา แล้วทําให้ชัดเจนว่าศูนย์ข้อมูล ของกระทรวงไหน กรมไหน ที่เกี่ยวข้องสามารถนําเสนอข้อมูลมาเพื่อให้คนที่สนใจสามารถ เข้าไปในศูนย์ข้อมูล หรือการนําเสนอข้อมูลที่เปึนกลาง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายต่อหลายครั้งเนื่องจากเกิดความขัดแย้งของ ๒ ฝ์าย ถ้าเกิดเปึนจุดยืนทางการเมือง ที่แตกต่างกันแน่นอนมันก็ต้องมี ๒ ฝ์าย แต่ในความขัดแย้งที่เกิดระหว่างภาครัฐ

กับภาคประชาชน ชุมชน และอื่น ๆ อีกมาก เราก็จะเห็นได้ว่ามันเกิดขึ้น ๒ ฝ์ายเหมือนกัน ทั้งที่ทางภาครัฐน่าจะมีทางที่จะทําให้ข้อมูลต่าง ๆ ได้รับการเผยแพร่อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมสรุปง่าย ๆ ในประเด็นที่ ๒ ของผมก็คือว่าท่านกรรมการก็คิดถึงแล้ว แต่สิ่งที่ ผมเห็นผมไม่ได้เห็นในสิ่งที่ท่านกรรมการพูดถึงว่าเราทําอะไรกับการทําให้เกิดความปรองดอง ยุติหรือปัองกันให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตในประเด็นอื่น ๆ ที่มีอีกมากมายมหาศาล นอกเหนือไปจากประเด็นเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ท่านคณะกรรมการทุกท่านนะครับที่เสนอ นวทางเพื่อจะให้เกิดความปรองดองให้กับ คนในชาติ ถือว่าท่านมีเจตนาดี แต่เมื่อผมอ่านรายงานแล้ว ผมคิดว่าเปัาหมาย ในการแก้ปัญหานั้นยังไม่ชัดเจน ที่กราบเรียนก็คืออยากให้เกิดความชัดเจนในความเจตนาดี ของท่าน เรื่องของความปรองดองต้องกราบเรียนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราคิดว่าจะให้มี ออกกฎหมายหรือกําหนดแนวทางแล้วมันจะปรองดองกันได้ สิ่งที่เปึนปัญหาในบ้านเมืองเรา เราต้องดูจากปัญหาต้นตอที่แท้จริง แต่รายงานของท่านดังกล่าวก็ยังคลุม ๆ เครือ ๆ วางหลักเกณฑ์ วางแนวทางไว้ ซึ่งพยายามที่จะตอบโจทย์ว่าการแก้ปัญหาในเรื่อง ความขัดแย้งนั้นจะมีแนวทางอย่างไร

แต่ยังไม่ได้เจาะถึงการแก้ปัญหาที่แท้จริง ส่วนหนึ่งที่เปึนสิ่งสําคัญก็คือความปรองดองที่จะ เกิดขึ้นดังกล่าวท่านก็พยายามที่จะไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ความปรองดองนี้เปึนปัญหา ชั่วเวลา ชั่วสถานการณ์ ผมเห็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเอาเรื่องของความปรองดอง ไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี่ ผมต้องเรียนไว้เลยว่านั่นคือแนวทางที่ผิด เพราะการปรองดองนั้น มันไม่ได้จีรังยั่งยืน มันเปึนปัญหาความขัดแย้งในแต่ละช่วงเวลาแต่เราต้องการให้มี รัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนใช้อย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะนําไปบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เรื่องปรองดองนั้นจึงเปึนแนวทางที่น่าจะไม่ถูกต้อง ส่วนการขอเสนอแก้ปัญหา โดยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นผมคิดว่านั่นก็ยังไม่ใช่การแก้ปัญหา จากสิ่งที่ผ่านมา ท่านจะเห็นนะครับมีการพยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมหลายครั้งแต่ไม่ประสบ ความสําเร็จ เพราะแนวคิดยังมีอยู่ ๒ ด้าน ด้านหนึ่งมีคนคิดว่าสิ่งซึ่งคนได้กระทําความผิดนั้ น เปึนความผิดที่ร้ายแรงต่อบ้านเมืองจะเลิกหรือยกเลิกโทษกันได้อย่างไร แม้แค่คิดว่าจะมี กฎหมายนิรโทษกรรมนั้นก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ แต่การจะให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม ดังกล่าวนั้นอาจจะเปึนการบรรเทาปัญหาได้ ถ้าหากกรรมาธิการหรือกรรมการได้พิจารณา รายละเอียดคดีที่ท่านได้ให้ข้อมูลมานะครับว่ามีคดีทั้งหมดกี่เรื่องกี่คดี แต่ละคดีมีคดีประเภท ไหนบ้าง คดีทั้งหมดมี ๑,๔๕๐ คดี ตามข้อมูลที่ท่านเสนอมา แต่คดีเหล่านี้น่าเสียดายว่าท่าน ไม่มีรายละเอียดว่าแต่ละคดีนั้นมีใครบ้างที่ถูกคดีอะไร ข้อหาไหน ท่านอาจจะปกป่ดชื่อก็ได้ แต่การนําเสนอนั้นผมอยากให้กรรมการเสนอแนวทางว่าปัญหาคดีที่เกิดขึ้นท่านต้องแยก เปึนประเภท คดีไหนที่สามารถจะเลิกได้ทันที คดีไหนที่เปึนเรื่องเกี่ยวกับชาวบ้าน ไม่ได้เกี่ยวกับนักการเมือง แต่เปึนผลพวงที่เขาถูกคดีเพราะเขาเข้ามาร่วมในทางการเมือง ท่านต้องแยกกลุ่มคนที่ถูกต้องหาเหล่านี้ แล้วแก้ให้เขาเปึนกลุ่ม ๆ ไป มิฉะนั้นแล้วถ้าหากว่า จะออกเปึนกฎหมายนิรโทษกรรมและแก้ปัญหาทั้งหมดนี่ผมคิดว่าก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ ท่านต้องแยกครับว่าแต่ละกลุ่มที่เปึนชาวบ้านประชาชนนั้นมีกลุ่มไหนบ้างที่ควรจะต้อง ปลดปล่อยเลิกคดีให้เขาได้ทันที ในยุคปัจจุบันนี้กา รที่จะยกเลิกคดีได้นั้นมีหลายวิธีครับ ให้อัยการถอนฟัองก็ได้ถ้าท่านศึกษาดี ๆ ถ้าหากว่าท่านศึกษาแล้วมีข้อมูลดี ๆ นะครับ เสนอให้อัยการถอนฟัองเลยว่าชาวบ้านประเภทนี้ คนนี้ คดีนี้ควรถอนฟัองไปได้เลย คดีบางประเภทอาจจะมีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องแต่ไม่ได้เข้าไปกระทําค วามผิดอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่างครับท่านประธาน อย่างคดีของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านถูกคดีอะไรครับ ถูกคดีข้อหากบฏ โทษสูงสุดคืออะไร ประหารชีวิตครับ แต่ในการที่ท่านเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นท่านเปึนนักวิ ชาการครับ เสนอแนวคิดแนวทางในทาง วิชาการ แต่ปรากฏว่าถูกคดีต้องโทษหนัก คดีประเภทอย่างนี้ครับท่านต้องตรวจดูครับว่า มีแบบนักวิชาการนี่อีกกี่คนที่จะนําเสนอให้คดียุติโดยเร็ว

แล้วคดีประเภทที่เปึนนักการเมือง แต่ใช้อุดมการณ์ทางการเมืองเข้ามาต่อสู้ทางอุดมการณ์ ต้องแยกแยะออกมา แล้วพยายามเลิกคดีโดยวิธีการให้พ้นไปทีละกลุ่ม ๆ ไป ท่านประธานครับ สิ่งที่จะแก้ปัญหาเรื่องคดีความได้ท่านต้องศึกษาให้ชัดเจนแล้วเสนอ คสช. สิครับ ท่านมีอํานาจตามมาตรา ๔๔ ครับ ท่านไม่ต้องไปรอที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะมีกระบวนการขั้นตอนเยอะ ท่านให้ คสช. ให้เหตุผล ให้ข้อมูล แล้วนําเสนอว่า คดีประเภทนี้ควรยุติคดีได้ ถ้าหากว่าท่านทําอย่างที่ผมเสนอแนะนี่ปัญหาคดี ความต่าง ๆ ตั้ง ๑,๔๐๐ กว่าคดีจะยุติได้เปึนจํานวนมาก ประชาชนที่สัมผัสเกี่ยวข้องก็จะได้รับผลพวง จากการที่หยุดหรือยกเลิกคดีให้เขา แต่ถามว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องการแก้ปัญหาการปรองดองไหม ผมกราบเรียนท่านเลยครับว่าไม่ใช่ครับ เพราะว่าปัญหาในเรื่องความขัดแย้งที่จะให้เกิด ความปรองดองนี้หลายท่านก็พูดครับ มันเปึนปัญหาทางการเมืองในประเทศ มันเปึนปัญหา ทางการเมืองที่นักการเมืองต่อสู้กันจนกระทั่งประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง แล้วเกิดความแตกแยกในประเทศ ท่านกรรมการได้ศึกษาไหมครับว่าการเมืองที่ต่อสู้กัน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ กว่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี่มันเปึนการเมือง ๒ ขั้ว กลุ่มที่มีปัญหาก็คือกลุ่มที่มีอํานาจที่ผ่านมาทั้ง ๒ ข้าง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นท่านได้เจาะ ลงไปไหมครับ ถ้าเปึนนักการเมืองธรรมดาทั่ว ๆ ไปมีปัญหาความขัดแย้งกันก็จะยกเลิก แล้วก็ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้ง เพราะอะไร เพราะเขาไม่มีกําลังเงิน กําลังทรัพย์ เหมือนนักการเมืองที่เปึนปัญหาอยู่ในปัจจุบัน นี่คือปัญหาใหญ่ครับ นักการเมืองที่มีปัญหา ในปัจจุบันแล้วต่อสู้กัน เอาแพ้เอาชนะกันนี่ก็คือกลุ่มตระกูลชินวัตร สู้กันมาตั้งแต่สมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เขาต่อสู้กันเขาก็อ้างว่าต้องการ ความเปึนธรรม แต่อีกด้านหนึ่งก็บอกว่าถ้าเปึนธรรมก็ต้องเข้ามาสู้คดี จะให้เลิกคดีกันง่าย ๆ นั้น อีกฝ์ายก็ไม่ยอม แล้วอย่างนี้ท่านจะไปปรองดองได้อย่างไร ถ้าหากบ้านเมืองยังอยู่ ในสภาพเช่นนี้ สิ่งที่เปึนปัญหาที่แท้จริงมั นแก้ยากครับ ถ้าหากว่าท่านสามารถใช้เวลา ในการที่จะแบ่งแยกคดีความต่าง ๆ แล้วให้เหลือจํานวนน้อยที่สุด และสุดท้ายครับ ท่านประธาน ทางออก ถ้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วมันทํายาก ทําไม่ได้

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

สรุปเถอะค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ผมก็จะเสนอว่าให้ออกเปึนกฎหมายหยุดคดี ไว้ก่อน ไม่ใช่นิรโทษกรรมนะครับ ให้หยุดคดีไว้ก่อนแล้วปล่อยตัวคนที่ถูกดําเนินคดีนั้น ออกสู่อิสรภาพ ถ้าหากคนเหล่านี้คนใดคนหนึ่งไปทําความผิดขึ้นมาให้เอาเรื่องเดิมที่หยุดคดีไว้ มาดําเนินคดีต่อ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมกราบเรียนอาจจะยาวไปสักหน่อย แต่มันเปึนสาระที่ต้องพูด ให้ครบถ้วน ก็ฝากกรรมการพิจารณาต่อไป แล้วก็ขอบคุณท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านดอกเตอร์นิรันดร์ พันทรกิจ ค่ะ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ โบราณเขาบอกว่าชาติใด ไร้รักสมัครสมานจะทําการสิ่งใดก็ไร้ผล

ในเวลานี้ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมค่อนข้างสนับสนุนแนวความคิดของท่านอาจารย์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขาบอกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสิ่งที่บำดเจ็บที่สุดคือ ความจริง เพราะฉะนั้นลําดับแรกของการแก้ปัญหาเรื่องความปรองดองก็คือว่าจะต้อง ทําความจริงให้ปรากฏชัดเจน ฝ์ายหนึ่งบอกไม่มีคนเสื้อดํา ฝ์ายหนึ่งบอกมี มีไม่มีมันให้รู้ ต้องชัดเจน เพราะฉะนั้นการฟังความจริงให้ชัดเจนเปึนเรื่องที่จะตอบโจทย์เบื้องต้นข้อสงสัย ทั้งหลายของพี่น้องประชาชน ประเด็นต่อมาก็คือว่าในการทําเรื่องที่เรากําลังทําอยู่ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวความคิด ของท่านวันชัย สอนศิริ ก็คือเรื่องอื่นสําคัญก็จริง แต่ว่าเรื่องที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่ องการสร้าง ความปรองดอง มันมีเรื่องที่สําคัญที่เปึนอยู่ในซีรีส์ (Series) เดียวกันนี่ครับ ๓ เรื่อง ๑. รัฐธรรมนูญ ๒. เลือกตั้ง ๓. ปรองดอง ปัญหาก็คือว่าอันไหนจะมาก่อน มันจะเข้าทํานอง กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ถ้าผ่านรัฐธรรมนูญแล้วไปสู่การเลือกตั้ง แล้วการเลือกตั้งนําไ ปสู่ เหตุการณ์เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาเราอยากจะให้เกิดไหม อยากจะเห็นไหม อยากจะเจอไหม เหตุการณ์อย่างนั้น ถ้าไม่อยากเจอก็ต้องทําความปรองดองให้ชัดเจน ให้ปรากฏ ประกันได้ว่า ถ้าเลือกตั้งแล้วจะต้องไม่มีคนออกมาบนถนน เกะกะ วุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน มีการเข่นฆ่า มีการยิงเอ็ม ๗๙ (M79) ใส่กันอย่างนี้ ไม่ต้องเลือกตั้ง ปรองดองให้เสร็จก่อน ทีนี้ก็เปึนหน้าที่ ของคณะกรรมการชุดนี้ครับที่จะเสนอรัฐบาลว่าจะต้องทําเรื่องปรองดองให้มันเสร็จก่อน ไม่ใช่กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ไม่เอา ต้องปรองดองเสร็จก่อน รัฐธรรมนูญ แล้วเลือกตั้ง แต่ถ้าปรองดองก็ไม่เสร็จ รัฐธรรมนูญผ่าน เลือกตั้งเดี๋ยวก็กลับมาวงจรเดิมอีก มันก็มีปัญหา เดิม ๆ อีกก็แก้ปัญหาไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ศึกษาแนวทาง แล้วก็เสนอรัฐบาล แล้วมองเห็นขั้นตอนเวลาด้วยว่าทําอย่างไรที่จะให้เกิดความปรองดอง และมั่นใจว่าหลังเ ลือกตั้งจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นมาอีก ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ไม่รู้จะ เลือกตั้งไปทําไม เพราะมันก็มาวุ่นวาย พอวุ่นวายก็ยึดอํานาจอีก เขียนรัฐธรรมนูญกันใหม่อีก มันเสียเวลาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเลยจะบอกว่าถ้าจะเรียงลําดับ ปรองดอง รัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ปรองดอง และที่เขียนว่าออกหลังรัฐธรรมนูญ ผมไม่ค่อยเห็นด้วย คือต้องให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เดิม ๆ จะต้องไม่กลับมา ถ้าเหตุการณ์เดิม ๆ ยังกลับมานี่ไม่รู้จะเลือกตั้งไปทําไม สําคัญอยู่ตรงนี้ครับที่ผมพยายาม ที่จะออกมาพูด คือพยายามให้เกิดความมั่นใจจริง ๆ ว่ากระบวนการ ขั้นตอน ระบบของมันควรจะเปึนอย่างนี้

เพราะฉะนั้นภาระหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้เสนอรัฐบาลที่จะทําต่อไปต้องให้รัฐบาล เกิดความมั่นใจว่าจะต้องไม่มีเหตุการณ์ซ้ํารอยประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมา ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ เรากําลังอภิปรายในเรื่องที่มีความสําคัญมากทีเดียวนะคะ ในคืนนี้ ขณะนี้สมาชิก ๑๘ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ที่จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่อง ของแนวทางการสร้างความปรองดอง ได้อภิปรายครบแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญ ท่านประธานกรรมการได้กรุณาตอบข้อซักถามค่ะ

ศาสตราจารย์พิเศษเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ได้ไหมครับ คือผมจะเชิญคุณ ถ้าท่านประธาน อนุญาตนะครับ คุณพะเยาว์ อัคฮาด แล้วก็เชิญคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ในฐานะผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ คุณพะเยาว์ก็จากเหตุการณ์ ป้ ๒๕๕๓ ส่วนคุณอดุลย์ได้รับผลกระทบ จากป้ ๒๕๓๕

คนหนึ่งก็เสียลูกสาว คือคุณพะเยาว์นะครับ ส่วนคุณอดุลย์ก็เสียลูกชายนะครับ สําหรับ พวกเราแล้วเรื่องปรองดองก็เปึนเรื่องที่ใช้เหตุใช้ผลคิด แต่สําหรับ ๒ ท่านนี้ผมคิดว่า อย่างที่ท่านสมาชิกบางคนพูดใช้หัวใจทํา เพราะว่าเปึนผู้สูญเสียทั้งคู่ ที่จริงแล้วมีคุณนิชา อีกท่านหนึ่ง นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พลเอก ร่มเกล้า ก็ได้ช่วยพวกเราอยู่ใน กรรมการนี้เปึนอย่างดี คุณนิชาก็เปึนอีกท่านหนึ่งที่ใช้หัวใจทําเรื่องปรองดอง และใช้ ความกล้าหาญที่จะทํา กระผมจะเชิญ ๒ ท่านนี้พูดอะไรกับพวกเราสักเล็กน้อยนะครับ แล้วจากนั้นก็จะเชิญท่านดิเรก ถึงฝัืง พูดอะไรกับพวกเราอีก ซึ่งท่านเปึนที่ปรึกษาแล้วท่าน เคยทําเรื่องปรองดองมาก่อน พูดอะไรกับพวกเราสักเล็กน้อยแล้วผมจะอภิปรายป่ดนะครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นางพะเยาว์ อัคฮาด กรรมการ 🔗

ขอกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ สมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ ต้องขอขอบพระคุณที่วันนี้ดิฉันได้มีโอกาสได้มานั่งอยู่ในที่นี้ และได้ ฟังจากคําแนะนําของท่าน สปช. ต้องยอมรับว่าต้องขอบพระคุณมากที่ให้ในข้อคิดของดิฉัน แล้วก็ดิฉันมาวันนี้คืออยากจะพูดว่าในกระบวนการปรองดองที่เราพู ดกันอยู่ ณ เวลานี้ ที่บอกว่ายากมากไหม ต้องยอมรับในความรู้สึกใหม่ ๆ ของดิฉันนี่ยากมาก เพราะมันเปึน ความรู้สึกที่ต้องบอกตรง ๆ ว่าดิฉันคือเหยื่อทางการเมือง เปึนเหยื่อทางการเมือง เปึนผู้ได้รับ ผลกระทบที่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราต้องมาถูกเรียกว่ากระบวนการของนั กการเมือง ทั้ง ๒ ฝ์ายที่ขัดแย้งกัน แต่คุณก็เอาประชาชนมาเปึนเหยื่อเพื่อในผลความสําเร็จของพวกคุณกัน ดิฉันก็จะมองตรงนี้ว่าในกรณีแบบนี้ทําไมถึงเวลาตรงนี้ที่ดิฉันเปึนผู้สูญเสีย ดิฉันต้องมานั่ง อยู่ตรงนี้ แล้วทําไมดิฉันต้องมานั่งทําเรื่องการปรองดอง ทําไมดิฉันต้องมานั่งทําอะไรในสิ่งที่ มีความรู้สึกว่าแรก ๆ ฝ๋นใจตัวเองมากเลย จะปฏิเสธ แต่พอมานั่งนึกดูอีกทีว่าในกรณีที่ ผู้ใหญ่ท่านได้พูดแนะนําว่า ณ เวลานี้ประเทศของเรามันมีปัญหาของความขัดแย้ง ของความแตกแยกในสังคมที่เห็นชัด ซึ่งดิฉันก็ต้องยอมรับความจริงว่า ณ เวลานี้เหตุการณ์ ในประเทศเรามันแตกแยกได้เห็นชัดมาก ประชาชนที่ไม่เคยได้รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องกัน แต่สามารถที่เจอหน้ากันแล้วจะทะเลาะกันได้ ทําร้ายกันได้ ถึงฆ่ากันได้ ดิฉันก็มองว่า มันเปึนอะไรที่แบบเริ่มมีความรู้สึกประเทศนี้มันอยู่กันด้วยความลําบาก ความรุนแรง

มันเริ่มเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีสาเหตุก็ทําได้ ทําให้ดิฉันมามองว่าถ้าเปึนไปได้เราจะ ทําอย่างไร ผู้หญิงคนหนึ่งเปึนแม่ ผู้สูญเสียหรือเปึนเหยื่อทางการเมืองก็มาคิดว่าในสังค มปัจจุบัน ของประเทศทําไมเมื่อก่อนจะทะเลาะกันอย่างไรเราก็ไม่ถึงขั้นนี้ ไม่ถึงขั้นที่จะเกลียดชังกัน โดยแค่ความคิดต่าง เราจะทําอย่างไรให้สังคมเดิม ๆ สังคมที่มีความรักกัน ความสามัคคีกัน กลับเข้ามาอยู่เหมือนเดิม ทําให้ดิฉันคิดว่าถ้าดิฉันได้มาทําตรงนี้เปึนส่วนหนึ่งของการที่จะเริ่ม กระบวนการปรองดองได้ดิฉันขอยอมรับตรงนี้ ถึงจะมีความรู้สึกว่า เจ็บไหม เจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดต้องเก็บไว้ข้างใน ความสําคัญคือประเทศ เราก็เปึนคนหนึ่งที่เรารักประเทศ เหมือนกัน เราต้องการให้ประเทศเดินหน้าได้ ในกรณีนี้ดิฉันขอบอกว่าการปรองดองนี่ ต้องพูดตรง ๆ ว่าเราต้องเริ่มที่ประชาชนค่ะ เราต้องเริ่มที่ประชาชนค่ะ ประชาชนเปึนผู้ที่ ได้รับผลกระทบ ประชาชนเปึนผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมือง แต่ประชาชนส่วนมาก และจะเปึนผู้สูญเสียในเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมีกระบวนการที่จะมี การปรองดองกันได้ดิฉันถือว่าความรู้สึกคือของประชาชนต้องความรู้สึกให้ใจ ใจคือความสําคัญที่สุดในเรื่องของการปรองดอง เหมือนกับที่ดิฉันเริ่มใช้ใจในการพิจารณา แล้วมองเห็นความจริงว่าความสําเร็จตรงนั้นมันจะทําได้ก็คือด้วยใจของเราจริง ๆ ที่จะเป่ดกว้างแล้วมองรับมัน แล้วมองปัญหาที่มันเกิดขึ้นเราจะแก้ไขอย่างไรกับในสิ่งตรงนั้น ซึ่งการแก้ไขทั้งหมดดิฉันก็คง จะต้องมอบให้เปึนหน้าที่ของท่านสมาชิกทั้งหลาย ที่เปึนผู้นําเสนอ

ถึงตอนนี้ดิฉันก็จะขอพูดในสิ่งที่คิดว่าความรู้สึกของตัวเองว่าดิฉันอยากเห็นประเทศนี้กลับมา รักและสามัคคีเหมือนเดิม และการนิรโทษกรรมหรือการที่พูดนําเสนอ กันของคณะเรา นี่บอกตรง ๆ ว่าดิฉันคิดว่าประชาชนที่เปึนเห ยื่อทางการเมืองที่ตอนนี้ได้รับความทุกข์คือ ทุกข์ทรมาน อยู่ในเรือนจํา หรือต้องหลบลี้หนีคดีอยู่นี่ ทุกกลุ่ม ทุกฝ์า ย ทุกสีเสื้อนี่ เขาเปึนทุกข์มาก ซึ่งดิฉันได้เคยพาคณะกรรมการซึ่งไม่เคยได้รับการพูดคุยกั บตัวของเหยื่อ ที่อยู่ในเรือนจํา ซึ่งดิฉันบอกว่าขอให้คณะกรรมการทุกท่านได้เข้าไปพู ดคุยหรือให้เขา ได้พูดคุยกับท่าน และท่านจะรับรู้ว่าพวกเขาเปึนอย่างไร ปรากฏว่าในเรือนจํามีทุกสี รวมอยู่ด้วยกันหมด จะเปึน กปปส. พันธมิตร นปช. รวมกันหมด และทุกคนพออยู่ในนั้นแล้ว ไม่มีสีเสื้อ เขารักกันดี และเขาเข้าใจตัวเอง เขาได้พูดกับคณะกรรมการทุกท่านว่าพวกเขารู้แล้ว ว่าเขาเปึนเหยื่อทางการเมือง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเขามีโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่ใน โลกภายนอกอีกครั้งหนึ่ง เขาจะนําประสบการณ์ของเขาที่เขาเปึนเหยื่อนี่ได้เผยแพร่ให้กับ ประชาชนรุ่นต่อไปได้รับทราบว่าคนเราทางความคิดแตกต่างทางการเมืองได้ จะรักใคร ชอบใครได้ แต่ควรจะอยู่ได้โดยสันติ โดยที่ไม่มีการที่เกิดความขัดแย้งถึงขั้นใช้ความรุนแรง ที่จะทําร้ายกัน เพราะตรงนั้นดิฉันคิดว่าถ้าเปึนไปได้การปรองดองที่มันจะเริ่มขึ้นได้ ที่มองเห็นนี่ คณะกรรมการเรามีความมั่นใจว่าสิ่งที่เราตั้งใจทํานี่มันประสบความสําเร็จ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดิฉันจะพูดก็พูดในความรู้สึกในเวลานี้ ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าดิฉันอยากเห็น ประเทศนี้เดินหน้าได้ แล้วมีความสามัคคี มีความรักกันเหมือนเดิม ประชาชน จะไม่เกลียดชังกัน ไม่แตกแยกกันเหมือนเวลานี้ คือสิ่งที่ดิฉันเปึนความหวังค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญท่านต่อไปค่ะ

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ กรรมการ 🔗

กราบขอบคุณท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานเทียนฉายที่ได้แต่งตั้งให้ผมมาเปึนคณะกรรมการชุดนี้ด้วย จากคนนอกนะครับ แล้วก็บอกตรง ๆ ว่าผมไม่มีความคิดที่จะรับใช้ คสช. หรือทหาร เนื่องจากว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ประชาชนล้มตายจํานวนมากนี่ทําให้ไม่สามารถจะรับใช้ คสช. หรืออะไรได้ ผมต้องเรียนตรงนี้ให้ชัดเจนก่อนเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านประธาน เทียนฉายที่เปึนผู้ตั้งนี่นะครับ ต้องยอมรับว่าท่านมีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างจะกว้างไกล

เพราะว่ามอบภารกิจหน้าที่ แต่ไม่ได้มอบอํานาจอะไรไว้เลย ให้กระดาษเปล่าใบเดียว แล้วคุณไปทํามา ทําอย่างไรถึงจะทําเรื่องปรองดองให้สําเร็จผล มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ไม่มีแม้กระทั่งอํานาจในการจะเรียกคนมาสอบสวน ไม่มีอํานาจแม้กระทั่งจะใช้งบประมาณ หรืออะไรทั้งสิ้น ไม่มีอะไรเลยครับ แล้วสิ่งที่ผมเข้าไปที่จะหาทางว่าประเทศชาติเรา ลําบากแล้วเราจะปรองดองได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมคิด เพราะการปรองดองนั้น มันเปึนความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน มันมีเรื่องของความรักสามัคคี ผูกพัน มีเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม มีเรื่องของศาสนา มีเรื่องการที่ให้อภัย และการอโหสิกรรมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น จะเปึนสิ่งที่เปึนการตั้งต้นนี่จะต้องคํานึงถึงทุกมิติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมเอง ในฐานะที่เปึนผู้สูญเสียลูกชายคนหนึ่งในเหตุการณ์ป้ ๒๕๓๕ ถามตัวเองว่าผมเจ็บปวดไหม ตลอดเวลา แม้ขณะนี้จะเปึนเวลา ๒๓ ป้แล้ว ผมก็ยังมีความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา แต่ถามว่าความเจ็บปวดนั้นมันบรรเทาไม่ได้เลย ถ้าผมคิดว่ามันจะต้องเกิดเหตุการณ์ ซ้ําแล้วซ้ําอีก เพราะฉะนั้นทําอย่างไรถึงจะทําให้การปรองดอง ความรักสามัคคีตามประเพณี วัฒนธรรมไทยได้เกิดขึ้น

ต่อมาในป้ ๒๕๓๖ ผมและครอบครัวญาติพฤษภาทมิฬได้ประกาศอโหสิให้สุจินดากับพวกคือ รสช. ทั้งหมดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยที่สุจินดาและพวกไม่ต้องร้องขอ นี่คือสิ่งที่ ญาติพฤษภาทมิฬได้ทําไว้ เพราะเราคิดว่าถ้าหากตามหลักศาสนาพุทธถ้าเราตายไป เพราะความแค้นเคืองเอาความแค้นเคืองติดไปด้วยเราคงจะไม่ได้มีความสุขนัก และไม่มี ประโยชน์อะไรที่จะไปอาฆาตแค้นต่อกันต่ อไป ดังนั้นจึงเปึนที่มาของผมต้องพูดกับ คุณพะเยาว์ญาติป้ ๒๕๕๓ แล้วต้องทํา ความเข้าใจกับนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ว่าทําไม ถึงต้องเสียสละ เข้ามาช่วยงานนี้ ถามว่าคุณนิชาอยู่ดี ๆ ก็กลายเปึนแม่หม้ายในวัยสาว ทําอะไรผิดหรือครับ ท่านช่วยตอบด้วย สามีออกมาทําหน้าที่แล้วอยู่ ๆ ก็ต้องเสียชีวิต จากสิ่งที่เกิดขึ้น มาดูอีกด้านหนึ่งของคุณพะเยาว์ถามว่าผิดอะไรหรือครับอยู่ดี ๆ ลูกสาวมาช่วยงาน แล้วก็ถูกยิงตาย ผมต้องขออภัยท่านประธานที่ผมอาจจะพูดยาวนิดหน่อยเพราะผมคงไม่อยู่ ในกฎเกณฑ์ที่ว่านี้นะครับ นี่คือสิ่งที่ผมต้องทําความเข้าใจทั้ง ๒ ท่าน เปึนเวลาเกือบ ๒ ป้ นับจากเหตุการณ์เพื่อจะให้ทําความเข้าใจละทิ้งความเจ็บปวด ละทิ้งความโกรธแค้นที่ฝังแน่นในใจ แม้กระทั่งเร็ว ๆ นี้ยังคิดจะไปฟัองคนที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์นอกจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ และท่านพระสุเทพปัจจุบันก็คือนายกรัฐ มนตรี พลเอก ประยุทธ์และคนที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทําใจอยู่ตลอดเวลาว่าบังคับใจตัวเองว่าเรามาทําหน้าที่ปรองดองแล้วเราต้องเสียสละ อะไรให้กับเขาบ้างนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ เหลียวมองมาทางผมสิครับว่าคนที่แตกแยก ทางความคิดเกิดสีอะไรก็แล้วแต่ ครั้งหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังผมต่อสู้กับอํานาจพิเศษเหล่านี้ เปึนพวกเดียวกันสายธารเดียวกัน แต่มา ณ วันนี้ด้วยความเชื่อทางความคิดของทางการเมือง ความเชื่อในสิ่งที่ตัวเองศรัทธาต้องมาห้ําหั่นกันถึงขนาดพี่น้องสายธารต้องมาฆ่ากันเองถามว่า ความเจ็บปวดผมมีมากขนาดไหน ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมรู้จัก ทุกสีเน้นคําว่าทุกสีนะครับ แกนนําทุกสีผมรู้จักทั้งพรรคเพื่อไทยและรู้จักพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอะไรต่าง ๆ ดี เพราะว่า ๒๓ ป้ที่ผมทนความเจ็บปวดพยายามให้เห็นบ้านเมืองเจริญขึ้นดีขึ้น แล้วสิ่งที่ ผมเห็นก็คือความแตกแยกทางความคิดแบบนี้และร้าวฉานมาจนทุกวันนี้ ถามสิครับ สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยินหลายท่านพูดว่านักการเมืองก็มีส่วนอันนี้แน่นอนนักการเมืองเปึนสิ่งที่ทําให้ ทุกอย่างเสียหายในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าทหารเองกองทัพก็มีส่วน ในความแตกแยกหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วง ๑๐ ป้นี้เช่นกัน ในหลายเหตุการณ์

เฉพาะบางเหตุการณ์ท่านไม่ใช่เปึนคนกลางท่านเปึนคู่กรณีโดยตรง แต่วันนี้ยอมรับโอเค ท่านพูดว่าท่านจะเข้ามาทําหน้าที่เปึนกรรมการเพื่อจะระงับการทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้น ใช้ความรุนแรงต่อกัน ยอมรับ แต่ถามว่าป้เศษที่ผ่านมาเราได้เห็นความปรองดองเกิดขึ้นไหม หลายท่านพูดอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าอาจารย์เสรี

อาจารย์วันชัยหรือใครก็แล้วแต่พยายามจะพูดว่าเราจะใช้วิธีการปกติได้ไหม ผมยอมรับครับว่า หนังสือเล่มนี้ที่เสนอนี่คือหลักการและแนวทางเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกถึงรูปธรรมที่มันจะ เกิดขึ้น แต่ถามว่ากรรมการที่ทําหน้าที่นี้บางอย่างเราก็ไม่สามารถพูดได้ เราไปขอความเห็น จากท่านอัยการสูงสุดได้รับคําแนะนําจากท่านอัยการประสิทธิ์ ได้ถามทางศาล ได้ถามทั้ง ดีเอสไอหรือใครต่าง ๆ ให้คําแนะนํา แล้วต้องบอกเลยว่าคณะกรรมการชุดนี้ ก็ไม่สามารถจะโชว์ผลงานได้ แต่เราก็ทําให้นักโทษการเมืองส่วนหนึ่งได้รับการพักโทษ ที่เกิดขึ้น แต่เปึนสิ่งที่เราไม่ควรพูดในขณะนี้ เพราะว่าเรารอวัน เวลาที่เราจะบอกเขาว่า การสามัคคีปรองดองได้ดําเนินการไปบางส่วนแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือถามว่าแล้วเราจะขอให้ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ได้ทําอะไร ผมเองก็ได้บอกกับสื่อหลายครั้งสื่อได้ถามผม ผมบอกว่า ทุกอย่างจะสําเร็จได้ก็อยู่ที่ตัว พลเอก ประยุทธ์จะใจใหญ่พอไหมที่จะทําเรื่องนิรโทษกรรม ให้เกิดขึ้นโดยเร่งด่วนก็คือการให้นิรโทษกรรมต้นซอย ณ วันนี้ที่ผมเคยเดินทางไปถึงที่ยูเอ็น (UN) ๒ ครั้งเพื่อจะร้องคัดค้านการออกนิรโทษกรรมเมื่อป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ๒ ครั้ง ได้มีโอกาสขึ้นพูดที่ในห้องปร ะชุมของทางยูเอ็นด้วย เพราะว่าเปึนครั้งแรกที่เหยื่อ มาร้องขอด้วยตัวเองที่ยูเอ็น แต่วันนี้ผมต้องเปึนคนออกมาเรียกร้ องว่าควรจะต้อง มีการนิรโทษกรรมถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบ แม้กระทั่งการที่เสนอความเปึนรัฐบาลช่วยชาติ ซึ่งอาจจะไม่พ้องกับอาจารย์วันชัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือการที่จะสร้าง ความปรองดองที่เปึนรูปธรรมทันที เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นผมถึงอยากจะบอกว่า ทุกองค์กรที่กล่าวถึงไม่ว่าพรรคการเมือง กลุ่มสีต่าง ๆ รวมทั้งทางด้านสีเขียวคือกองทัพ ทหารด้วย ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างน้อยก็มีส่วนทําให้เกิดวิกฤติ ของบ้านเมืองตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถึงขอได้เรียกร้องบุคคลเหล่านี้ตลอดเวลาว่าพวกท่าน ไม่ใช่ออกมาแค่คอมเมนต์ (Comment) แต่พวกท่านต้องออกมาร่วมกันช่วยแก้ปัญหา ที่พวกท่านได้สร้างไว้ ขอประทานโทษที่ผมต้องพูดความจริงว่าทุกอย่างเปึนพวกท่านทั้งหมด สร้างไว้ โดยประชาชนที่ไม่มีสีมาจากภาคต่าง ๆ แล้วเปึนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องรับเคราะห์กรรมกับสิ่งที่พวกท่านทําทั้งหมด ท่านเคยเห็นใจไหม ท่านเคยเอ่ยปาก ขอโทษไหม ท่านยังมีความคิดที่จะห้ําหั่นกันอีกหรือ ประเทศชาติลําบากมากแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้สิ่งที่ผมคิดแล้วก็อยากจะเรียกร้องผ่านไปทางท่านอาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ ในที่นี้ทั้ง ๒๕๐ ท่านรวมทั้งประธานด้วยได้โปรดนําความคิดตรงนี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี

คสช. โดยเร่งด่วน เพราะว่าถ้าเกิดขืนนานไปก็มีปัญหา ผมกล้าพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าสิ่งหนึ่ง ที่ท่านประธานเทียนฉายมอบให้ก็คือการประสานงานทุกรูปแบบที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ ขอให้บรรลุเปัาหมายในการปรองดองเท่านั้น แล้วโดยที่ว่าผมรู้จักทุกคนเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งท่านอาจารย์เอนกก็รู้จักเปึนส่วนใหญ่เช่นกันก็ได้ทําหน้าที่นี้อย่างเต็มที่แล้ว บอกได้เลยว่า ทุกคนยินดีที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่อยากให้มีข้อขัดแย้งอะไรกันอีกแล้ว

แล้วคิดว่าสิ่งที่ทําไปนั้นก็นําความเสียหายให้กับประเทศชาติ รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อผู้ที่ ได้รับผลกระทบจํานวนมากอยู่แล้ว ก็เข้าใจทุกคน ขอขอบคุณท่านอาจารย์ได้เสนอแนะ หลายอย่าง และผมคิดว่าฝากเสียงไปทางท่านอาจารย์เปึนเสียงที่ดังเข้าใจว่าจะสามารถ สะท้อนไปถึงผู้นําของประเทศ ณ ปัจจุบันนี้ว่าไม่มีวิธีใดอื่นแล้วนอกจากการเยีย วยา แต่เพื่อความชัดเจนต่อสาธารณะ เพราะจริง ๆ แล้วสังคมเมื่อ ๓ ป้ที่แล้วสังคมเคยเห็นด้วย ที่จะให้ถึงกลางซอย แต่เมื่อมีบางคนด้วยความโง่เขลาและโลภก็ทําให้เกิดปัญหาเรื่อง ทะลุซอยไปเลย บัดนี้จึงจําเปึนต้องมาเริ่มต้นใหม่ก็คือต้นซอย ผมขอวิงวอนช่วยกันนะครับ ผมว่าบ้านเมืองเราต้องอโหสิกรรม ต้องรักชอบพอ ให้ความเมตตา วัฒนธรรมประเพณีไทย แต่โบราณมาไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วครับ ให้การอโหสิกรรม ให้ความเมตตาเถอะครับ แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างเปึนสุข อย่าไปหวังพึ่งเลยครับ เพราะก่อนที่ผมจะมารับหน้าที่ เปึนกรรมการชุดนี้อย่างน้อยอดีต นายกรัฐมนตรีที่มีชื่อเสียงเปึนที่ยอมรับ ๒ ท่านได้บอก กับผมว่า อดุลย์บอกก่อนนะการปฏิรูปการเลือกตั้งจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าหากว่า การปรองดองยังไม่เกิดขึ้น อย่างที่ท่านอาจารย์บางคนแนะนํา นั่นจึงเปึนสาเหตุที่ผมพยายาม ทําดีที่สุด แล้วก็คิดว่าทุกคนจะเห็นด้วย แล้วก็นําสารตรงนี้ไปสู่การนิรโทษกรรมเพื่อให้ บ้านเมืองสงบลง แต่ว่าสิ่งที่เขียนมาอาจจะไม่ครบสมบูรณ์ก็ขอให้ทุกท่านกรุณาช่วยด้วยครับ คิดว่าช่วยชาติ ช่วยให้บ้านเมืองสงบ ผมขอกราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ เชิญท่านต่อไปค่ะ

นายดิเรก ถึงฝัืง กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายดิเรก ถึงฝัืง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการปรองดองชุดนี้ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ท่านทั้งหลายได้ให้ข้อคิด ให้ข้อแนะนํา รวมทั้งข้อติติง ที่คณะกรรมการของเราได้ดําเนินการมาและได้อธิบายให้ท่านได้ฟังในเบื้องต้นไปแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์นั้นจําเปึนต้องทํา แม้ว่ามันจะยากลําบากสักแค่ไห น เราก็ต้องทํา และต้องทําควบคู่ไปกับการบริหาร ประเทศด้วย ท่านทราบไหมครับว่าคณะกรรมการชุดนี้มีความตั้งใจขนาดไหนเมื่อได้รับคําสั่ง จากท่านประธานของเรา ทุกคนสละเวลา เสียเวลาเดินทางไปในพื้นที่ทุกแห่งที่เห็นว่า

จะเก็บข้อมูล ได้ข้อมู ล รวมทั้งเดินทางเข้าไปในเรือนจําเพื่อไปเยี่ยมผู้ที่กระทบกับ ผลของการเมือง รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ เราก็ไปรับฟังความคิดเห็นของเขามาโดยตลอด ผมจึงยืนยันว่าการสร้างความปรองดองนั้นจะต้องทําควบคู่ไปกับการบริหารประเทศด้วย ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าผมเองนั้นเปึนประธำนกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติมาก่อน ถูกตั้งขึ้นมาท่ามกลางกระแส ท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มสี ผมและคณะกรรมการ ทั้ง ๓๙ คนนั้นมีทุกฝ์ายอยู่ในนี้หมด เหมือนกับที่เราได้เชิญผู้เสียหาย ๓ ท่านมาเปึน กรรมการในชุดนี้ เราทํางานยากลําบากครับ ผมรู้ว่ามันยากลําบาก แต่ยากลําบากก็ต้องทํา

ทําเพื่ออะไรครับ เพื่อให้นักการเมืองทั้งหลายทั้งปวงที่จะเข้ามาสู่การบริหารประเทศ ในอนาคตต่อไปนั้นได้มีสติยั้งคิดได้รําลึกถึงสิ่งที่มันเคยผิดพลาดมาแล้ว ได้รําลึก ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ควรจะต้องเกิดขึ้นจากความปรองดอง เปึนการเตือนสตินักการเมืองเพื่อให้ ลดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ลง เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะยากลําบากอย่างไรก็ควรจะต้องทํากันต่อไป ในคณะกรรมการสมานฉันท์ของผมนั้นเราสรุปตอนท้ายเอาไว้ว่า ๑. เราอยากเห็น คณะกรรมการสมานฉันท์ถาวร แต่จะเปึนถาวรระยะสั้นหรือระยะยาวนั้นขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ของบ้านเมืองเพื่อที่จะได้ช่วยกันเตือนสติแก้ปัญหาดําเนินการในการที่จะ ประสานทุกฝ์ายเข้าด้วยกันนั่นเปึนเรื่องที่ ๑ ที่เราอยากเห็นเราได้เสนอแนะไว้ และในเรื่องที่ ๒ ที่เราได้เสนอแนะ ไว้นั้นเราได้เสนอเ อาไว้ว่าขอให้นักการเมืองทุกฝ์าย ลดวิวาทะ ลดอคติ ลดการใส่ร้ายปัายสีซึ่งกันและกัน แล้วก็หันมาเจรจากัน ผมพูดเอาไว้ว่าสงคราม ไม่มีสงบด้วยการรบ เพราะวันนี้ฝ์ายนี้ชนะ พรุ่งนี้ฝ์ายนี้มีกําลังก็ต้องสู้กันใหม่ สู้กันไป จนกระทั่งย่อยยับไปด้วยกัน สงครามไม่มีสงบด้วยการรบ แต่มันจะสงบด้วยการเจรจา เพราะฉะนั้นในเรื่องที่ ๒ ที่เราอยากจะให้เห็นก็คือเราอยากเห็นคู่กรณีทุกฝ์ายมาพูดคุยกัน โดยมีคณะกรรมการถาวรชุดหนึ่งเปึนตัวเชื่อมในการเจรจากันตลอด เรื่องเหล่านี้ทําไม่จบ หรอกครับในวันสองวัน ป้สองป้ แต่มันต้องทําท่ามกลางความขัดแย้งที่มีขึ้นต้อ งมีการพูดคุย มีการเจรจากัน โดยมีตัวเชื่อมนั่นในเรื่องที่ ๒ ที่เราได้ให้คําแนะนําไว้ และในเรื่องที่ ๓ ผมจะถือว่าเปึนเรื่องสุดท้ายที่จะพูดในวันนี้ ความจริงมีเยอะมาก แต่ผมไม่อยากให้ท่าน ต้องเสียเวลา เราได้พูดเอาไว้ว่าเมื่อทุกฝ์ายเจรจากันจนตกผลึกแล้วเข้าใจกันดี ทุกฝ์ายแล้ว เราจะต้องนําสู่การนิรโทษกรรม คุณอดุลย์พูดเมื่อสักครู่นี้ชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องการนั้น เราไม่ต้องการถึงสุดซอย แต่เราต้องการแค่ต้นซอยหรือกลางซอยเท่านั้นเอง และเราจะไม่ แตะต้องเรื่องคดีอาญา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คนไทยเวลาดุก็ดุ เวลาสู้ก็สู้ เวลาร้ายก็ร้าย แต่เวลาใจดีคนไทยอภัยกันง่ายพูดคุยกันได้ นี่คือสิ่งที่เปึนเลือดเนื้อของชาวไทยทุกคนติดตัวมา เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นบ้านนี้เมืองนี้มันก็จะเกิด ปัญหาไม่รู้จักจบ มันเปึนเรื่องยากอย่างที่ท่านทั้งหลายได้พูด แต่ยากก็ ต้องทํา ทําเพื่อเตือนสตินักการเมืองตามที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เมื่อครั้งที่ผมเปึนประธานกรรมการ สมานฉันท์นั้นเราได้สร้างคําพูดขึ้นมา ๑ คําซึ่งผมจะฝากท่านไว้ให้ท่านได้ระลึกในวันนี้ว่า

คําพูดประโยคนั้นผมถือว่าเปึนปรัชญาสําคัญก็ คือถ้าความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคี จะเกิดขึ้นในชาติไม่ได้ ถ้าความเปึนธรรมไม่มี ความสามัคคีจะเกิดขึ้นในชาติไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝากเพื่อนสมาชิก สปช. ทุกท่านได้ช่วยกรุณานําสิ่งเหล่านี้ไปช่วยกันคิดและสร้าง กระแสแห่งความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นให้ดีที่สุดและนําไปสู่การส ร้างความปรองดอง ทีละเล็กทีละน้อย ผมจึงฝากประโยคนี้ไว้ให้กับท่านทั้งหลาย และต้องขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง ที่ให้คําติติงให้คําเสนอแนะให้คําตักเตือน ก่อนที่จะให้ท่านประธานเอนกได้สรุปอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญท่านประธานค่ะ

ศาสตราจารย์พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ 🔗

ท่านประธานครับ ผมในฐานะประธานกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่ท่านประธานตั้งขึ้นมานะครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ทั้งท่าน ที่อภิปราย และท่านที่ไม่ได้อภิปรายนะครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านเสนอนะครับ เช่น ที่ท่านประสิทธิ์เสนอ ท่านเกรียงไกรเสนอ ท่านเสรีเสนอ ท่านอาจารย์ธรณ์เสนอ ท่านอาจารย์นิรันดร์เสนอ จริง ๆ แล้วมีอยู่ในข้อเสนอในรายงานนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็จะปรับเนื้อหาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเท่าที่จะทําได้นะครับ ข้อท้วงติงของท่านวันชัย ท่านเสรี แล้วก็ท่านอื่น ๆ อีกนะครับที่ว่ามันจะสร้างความปรองดองได้อย่างไร ก็ขอเรียนว่า ในส่วนที่เปึนความปรองดองของประชาชนนั้นในรายงานได้พูดถึงกลไกวิธีการมาเยอะทีเดียว ผมคิดว่าอันนี้เราไม่ค่อยหนักใจเท่าไรนะครับ ยิ่งบวกกับที่คุณพะเยาว์ อัคฮาด ได้พูดเอาไว้ จากประสบการณ์ชีวิตจริงว่าประชาชนไม่ได้ขัดแย้งกันมากมายหรอก แล้วก็ตรงกับที่ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดว่ามันอยู่ที่ผู้กุมอํานาจกับผู้ที่ต้องการที่จะได้อํานาจนี่ละครับ อันนี้ละที่เปึนปัญหา นอกเหนือจากรายงานฉบับนี้ต้องมีอะไรเสริมเข้าไป ก็ขอกราบเรียนว่า ผมในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับพวกเราอีกหลาย ๆ ท่าน ที่อยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็ได้คิดปัญหาเรื่องนี้เหมือนกับที่ท่านทั้งหลาย เปึนห่วงนะครับ เราก็ได้คิดหาวิธีการที่จะทําอย่างไรให้ความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ์ายสําคัญ ๒ ฝ์ายนี่ละครับ ทําอย่างไรที่จะให้เปึนความขัดแย้งที่สร้างสรรค์ขึ้นนะครับ เปึนความขัดแย้ง ที่จํากัด เปึนความขัดแย้งที่ไม่ทําให้เกิดความแตกหัก เกิดความแตกแยก แล้วก็ค่อย ๆ ทําให้ ความขัดแย้งมันลดลง แล้วเปึนความขัดแย้งที่นํามาสู่ความสร้างสรรค์แล้วก็ไม่เกิดการกลับไป เปึนเหมือนเดิม ไม่อยากกลับไปเปึนเหมือนเดิมนะครับ ซึ่งก็ได้คิดเอาไว้หลาย ๆ มาตรการ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะพูดให้ฟังได้ ทั้งหมดนะครับ นอกจากนั้นในรัฐธรรมนูญก็ได้ ตอบคําถาม จะตอบคําถามที่ท่านสมาชิกหลายคนถามว่าดูเหมือนหลายองค์กรหลายหน่วย เหลือเกินที่รับผิดชอบเรื่องนี้นะครับ อยากจะให้มีคล้าย ๆ กับองค์กรกลางที่ช่วยประสาน แล้วก็ช่วยเพิ่มเติมน้ําหนักให้กับการทํางานเรื่องปรองดองสมานฉัน ท์นะครับ ในรัฐธรรมนูญนี่ ก็จะมีเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความปรองดองด้วย ซึ่งก็จะทําหน้าที่

ที่สําคัญเปึนหลัก ให้น้ําหนัก ให้แรงฉุดไปข้างหน้า ซึ่งก็จะมีนายกรัฐมนตรีอยู่ในนี้ด้วย แล้วนอกจากนั้นในรัฐธรรมนูญกําลั งเขียนอยู่นี่ก็จะมีเรื่อง กอส. คณะกรรมการอิสระ เสริมสร้างความปรองดอง ซึ่งมีอยู่ ๑๕ คนนี่นะครับก็จะทําหน้าที่ในส่วนที่เปึนรูปธรรม รายละเอียด เปึนเรื่องของความปรองดองโดยเฉพาะนะครับ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อความปรองดองและการปฏิรูปที่ผมเรียนว่าจะมีนายกรัฐมนตรีอยู่ในนั้นด้วยนี่นะครับ ก็จะทําเรื่องสําคัญเรื่องทิศทาง เรื่องยุทธศาสตร์ของการปรองดองและการปฏิรูปนะครับ แล้วก็ที่หลายท่านบอกว่าความขัดแย้งนี่นะครับ มันอยู่ที่ประชาชนมีความเหลื่อมล้ํา มีความแตกต่าง มีความไม่เปึนธรรม

อันนี้สิ่งที่จะแก้ได้ก็คืองานของ สปช. ทั้งหมด เพราะว่า สปช. ก็ทําหน้าที่ปฏิรูป ปฏิรูปนี่ ถ้าคิดอย่างง่าย ๆ ก็คือปฏิรูปเพื่อจะทําอะไรให้มันดีขึ้น แต่ถ้าคิดในบริบทของปรองดอง การปฏิรูปที่พวกเราช่วยกันทํามาตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน เปัาหมายสําคัญก็คือ เพื่อจะนําไปสู่ความปรองดอง ถ้าเราปฏิรูปอะไรทุก ๆ อย่างได้หรือว่าหลาย ๆ อย่างได้ สิ่งที่มันจะผลิตความขัดแย้งขึ้นมาเรื่อย ๆ มันจะลดลงไปเยอะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้อง ขอกลับไปที่หลายท่านที่ได้พูดเอาไว้นะครับว่าเรื่องความปรองดองเปึนเรื่องที่รอบด้าน เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะมาหาว่าอะไรผิดอะไรถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คงยากมากนะครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับมุมมองด้วย แล้วก็ที่สําคัญที่มันยากอีกอย่างก็คือว่าเราพยายามออกแบบ ความปรองดองที่ไม่ใช่เปึนระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะ แต่ทําอย่างไรที่จะให้ชนะกันทุกฝ์าย นี่ก็เปึนสิ่งที่ยากนะครับ และผมก็จะไม่ไปตอบคําถามที่เปึนรายละเอียดมากนักนะครับว่า ใช่หรือเปล่า ตรงกับที่คณะกรรมการคิดหรือเปล่า แต่ว่าผมฟังดูแล้วครับท่ำนประธาน ผมคิดว่าทุกท่านที่อภิปรายไม่มีใครขัดหรือว่าให้ความเห็นอะไรที่ทําให้ผมต้องตอบเปึนพิเศษ อะไรเลยนะครับ เปึนว่ารับไว้ทั้งหมดนะครับ และจะพยายามเอามาปรับปรุงแก้ไข แต่ว่าก็จะ ทําให้เร็วที่สุดนะครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เปึนการอภิปรายถกเถียงทางวิชาการ เราจะต้อง พยายามทําอะไรให้เร็วที่สุด แล้วก็ท่านผู้ใหญ่ที่กุมงาน คสช. หรือกุมงานรัฐบาลก็ถาม อยู่เรื่อยว่า สปช. มีอะไรเสนอมาสิ เราก็ได้เสนอกันตามลําดับนะครับ แต่สิ่งที่ผู้กุมอํานาจ ต้องการมากที่สุดก็คือว่าทําอย่างไรที่จะปรองดอง ทําอย่างไรที่จะสมานฉันท์ รัฐบาลและ คสช. ก็ได้ทํางานไปไม่ใช่น้อยเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แต่เขาก็ถามมาอยู่เรื่อย ๆ ว่า สปช. ทําเสร็จหรือยังเรื่องความปรองดองและสมานฉันท์ พวกเราก็พยายามทําอย่างรวดเร็ว ที่สุด ก็ทํามาได้จนถึงวันนี้นะครับ ก็นํามาเสนอกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สิ่งที่จะขอ จากพวกเราก็คือขอความสนับสนุนจากพวกเราให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้รายงานนี้มีพลัง มากที่สุด ผมขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ขอบพระคุณมากค่ะ นับว่าเปึนประโยชน์มากนะคะที่เราได้รับทราบความรู้สึกจาก ผู้มีประสบการณ์จริงในความสูญเสียอันเกิดจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในบ้านเรา แล้วก็ทั้งได้รับทราบแนวคิดในเรื่องของการให้อภัยและการปรองดอง รวมทั้งการตอบข้อคําถามของท่านประธานกรรมการแล้วนะคะ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้

ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับรายงานการพิจารณา ของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ซึ่งก่อนที่จะขอมติดิฉันต้อง ขอนับองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ถ้าเผื่อว่าทุกท่านอยู่ในห้องประชุมแล้วดิฉันขอเชิญท่านใช้สิทธิแสดงตนนะคะ ท่านกรุณา เสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอส่งผลค่ะ มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบหรือไม่กับรายงาน การพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของคณะกรรมการตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากท่านเห็นชอบด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ

ขอเชิญท่านลงมติค่ะ หากท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

หากไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน ท่านงดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีค่ะ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงาน ไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เปึนอันจบการพิจารณารายงานการพิจารณา ของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็ได้นําเข้าที่ประชุมนี้ค่ะ ขอขอบคุณ ท่านกรรมการทุกท่านค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

จะขออนุญาตที่จะแจ้งเรื่องอื่น ๆ เพื่อท่านรับทราบการขยายระยะเวลา การจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือ แจ้งว่า ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ นั้น โดยที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๗ ได้บัญญัติว่า คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีมติให้ขยายระยะเวลาพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ออกไปได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันที่พ้นกําหนดเวลาพิจารณาคําขอแก้ไข เพิ่มเติมดังกล่าว และให้แจ้งมติขยายระยะเวลาพร้อมเหตุผลให้สภาปฏิรูปแห่งชาติทราบ ก่อนครบกําหนดเวลานั้นด้วย ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมแล้วเสร็จ อย่างสมบูรณ์ แล้วเพื่อให้การจัดทํารายงานและร่างรัฐธรรมนูญเปึนไปด้วยความรอบคอบ มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของโครงสร้างรัฐธรรมนูญ การอ้างถึงเลขมาตราภายใน ตลอดจนตัวสะกดและถ้อยคําแต่ละมาตราให้เปึนไปอย่างถูกต้อง มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงได้มีม ติให้ขยายระยะเวลาการพิจารณา ออกไม่อีก ๓๐ วันนับแต่วันที่พ้นกําหนด ๖๐ วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง พ้นกําหนดวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ อนึ่ง การขยายระยะเวลาการพิจารณา ในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะสามารถดําเนินงานตามหน้าที่ ความรับผิดชอบพร้อมสรุปวาระการปฏิรูปได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์อีกด้วย และจะขอเชิญ

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมมารับทราบผลการพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ในระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ นี้ จึงขอเรียนแจ้งให้กับที่ประชุม และสมาชิกทุกท่านทราบค่ะ

(ที่ประชุมรับทราบ)

วันนี้ หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่มาประชุมนะคะ แล้วก็สมาชิกที่ได้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ค่ะ ขอป่ดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๐๗ นาฬิกา