พนา ทองมีอาคม อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติโดยชี้ว่ากฎหมายเกาไมสามารถกํากับดูแลการแขงขันได และยืนยันว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินและการคลังมีความสำคัญ พนา ทองมีอาคม หารือเรื่องพฤติการณ์ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและเสนอให้คณะกรรมการดูแลทั้งการขายควบและการทุ่มตลาด โดยเน้นการกำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหาให้กว้างขึ้นเพื่อให้ใช้ดุลยพินิจได้ เพื่อป้องกันข้อพิพาททางคดี และเสนอเรื่องการจับสลากออกเพื่อลดอิทธิพลของสำนักงานหรือเลขาธิการ พนา ทองมีอาคม เสนอแนวทางแก้ไขระบบการเลือกกรรมการโดยเสนอให้ใช้วาระเต็มตามระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งจริง เพื่อลดความซับซ้อนในการประชุมและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ไปเติมชื่อไว้อาจจะช้าไปนิดหนึ่งนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผม พนา ทองมีอาคม หมายเลย ๑๔๖ นะครับ อยากจะอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้นะครับ ผมคิดว่าอันนี้เปึนปัญหาที่ค้างคามานานแล้วก็ ในอดีตที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าพระราชบัญญัติเก่าไม่สามารถที่จะมีผลในการกํากับดูแล การแข่งขันได้นะครับ จะเห็นได้ว่ากรณีที่นําขึ้นสู่การพิจารณาแล้วก็ดําเนินการให้เสร็จสิ้น มีน้อยมาก การที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ชุดที่ ๒ นี่นะครับ เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาผมว่าตรงนี้ถ้าเผื่อเรามองเพียงแค่ว่าเปึนกํากับการแข่งขัน ก็จะเห็นว่ามันไม่ใช่ดูว่ามันไม่ได้เปึ นเรื่องที่ใหญ่เท่าไร
แต่จริง ๆ แล้วผมมองว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะที่สุดแล้วมันหมายถึงการสร้าง ประสิทธิภาพในการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจของเราทั้งหมด แล้วก็สร้างให้เกิด ความเปึนธรรม โดยเฉพาะสร้างเงื่อนไขให้เกิดการพัฒนาทางการค้าของเรา ถ้าตลาด ขาดการแข่งขันที่เปึนธรรม คนที่เข้มแข็งแล้วก็ได้ประโยชน์จากสังคมก็อาจจะไม่ใช่คนที่ มี ประสิทธิภาพที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่เข้มแข็งที่สุด เพราะฉะนั้นคนที่ดีที่สุด เข้มแข็งที่สุด เปึนประโยชน์ที่สุด อาจจะไม่ได้ประโยชน์จากตรงนี้ก็ได้ ลักษณะของคณะกรรมการชุดนี้ เปึนองค์กรที่เรียกว่าเปึนเรกูเลเตอร์ (Regulator) แยกออกมา ถ้าเผื่อเราพูดถึงแนวคิดตอนนี้ ที่แพร่หลายกันอยู่ในสภาของเรา รวมถึงทางส่วนของรัฐบาลที่ดูด้วย ก็คือการแยกเรกูเลเตอร์ ออกมาจากโอเปอเรเตอร์ (Operator) แล้วก็แยกออกมาจากโพลิ ซี เมกเกอร์ (Policy Maker) ด้วย การที่เราแยกเรกูเ ลเตอร์ออกมาเพื่อสร้างให้มีความเปึนอิสระ โดยสร้างในลักษณะที่เปึนองค์ กรที่มีอิสระ และไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ของผู้กําหนดนโยบาย จะทําให้องค์กรเหล่านี้รักษากติกาได้อย่างเที่ยงธรรม แล้วก็สามารถดูแลประโยชน์ ของประเทศให้เต็มที่ ส่วนที่ผมจะขอความเห็นเพิ่มเติมตรงนี้ ผมว่าคณะกรรมการแข่งขัน ตรงนี้ดูแลในเรื่องของการผูกขาดซึ่งเปึนเรื่องของ การกํากับทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็เปึนเรื่อง จําเปึน แล้วก็เปึนเรื่องดีนะครับ แต่ที่อยากจะให้เพิ่มเข้าไปด้วยหรือว่าให้เน้น จริง ๆ แล้ว ในพระราชบัญญัติมีแล้ว คืออยากให้กํากับทางด้านการแข่งขันที่เปึนธรรมด้วย บางครั้ง มันอาจจะไม่ได้เห็นผลในเชิงเศรษฐกิจโดยตรง แต่มันเปึนผลในระยะยาวทางเศรษฐกิจ และทางสังคม ก็คือว่าการแข่งขันบางอย่างมันอาจจะไม่ได้นําไปสู่การผูกขาด แต่มันไม่ได้ เปึนธรรม อย่างที่ท่านพูดเรื่องทุ่มตลาดเมื่อกี้นี้นะครับ การค้าขาย พฤติกรรมที่เราเรียกกันว่า เปึนอันแฟร์ แพรกทิส (Unfair practice) เช่นการขายควบอย่างนี้เปึนต้น หรือมีเงื่อนไข ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่ง และมันจะส่งผลไปถึงผู้บริโภคด้วย อีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าควรจะดูก็คือ ความเปึนธรรมระหว่างคู่ค้า จะเห็นว่าคู่ค้าเวลาที่เอาของเข้าห้าง เข้าร้านอย่างนี้นะครับ บางทีเสียค่าส่วนลดไม่เท่ากัน จริง ๆ แล้วมันไม่ได้จําเปึนต้องเท่ากันหมด แต่มันต้องอธิบาย ได้ว่าทําไมถึงเข้าในราคาต่างกันมาก เพราะตรงนี้จะทําให้เกิดการไม่เปึนธรรมในการแข่งขัน จริง ๆ แล้วมันเปึนการกีดกันการเข้าตลาดด้วยซ้ําไป แต่แพรกทิสพวกนี้มันไม่ได้เกิดจาก คู่แข่ง มันเกิดจากคู่ค้า เช่นห้างอาจจะกําหนดเงื่อนไขที่ไม่เปึนธรรมระหว่างคู่ค้าแต่ละราย
ตรงนี้เราก็ควรจะได้มีการดูแลด้วยนะครับ ทั้งหมดรวมไปถึงการขายควบ การทุ่มตลาด การอะไรพวกนี้ ผมอยากจะรวม ๆ ว่าเปึนพฤติการณ์ทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ควรจะเข้าไปดูด้วย และโดยทางตรงหรือทางอ้อมการกํากับทางด้านนี้ ก็จะส่งผลไปถึงผู้บริโภคด้วย ผมถือว่าเปึนการคุ้มครองผู้บริโภคโดยทางอ้อม ยังมีในเรื่องของ กรรมการ ผมอาจจะเห็นต่างจากท่านอื่น ผมว่าการที่กําหนดไว้ให้แคบเกินไปมันนําไปสู่ การพิพาท จะเห็นว่าในอดีตมีคดี การสรรหากรรมการองค์กรอิสระขึ้นไปสู่ศาลปกครอง ด้วยข้อหาที่ว่าคุณสมบัติไม่ตรงตามนั้นหรือตรงตามนั้น ผมคิดว่ากําหนดคุณสมบัติกว้าง ๆ แล้วให้กรรมการสรรหาท่านใช้ดุลยพินิจเลือก การกําหนดไว้กว้างมันจะเหมาะสมกับสมัย เพราะแต่ละสมัยอาจจะเลือกคนไม่เหมือนกัน ตรงนี้ให้ท่านใช้ดุลยพินิจ การกําหนดให้แคบ อย่าไปคิดว่าเราจะได้คุณสมบัติตามที่เราอยากจะได้ เช่นเราพูดถึงเรื่องกฎหมาย คนที่เชี่ยวชาญกฎหมายนี่นะครับ กฎหมายมันมีอยู่หลายอย่าง ถ้าเผื่อเปึนผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านกฎหมายอาญา กฎหมายอะไรพวกนั้นอาจจะไม่ได้เปึนประโยชน์กับทางด้าน การแข่งขัน เพราะมันไม่ใช่กฎหมายเศรษฐกิจ หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ ก็ไม่แน่ท่านอาจจะเปึนเศรษฐศาสตร์คนละด้านกับที่จําเปึนต้องใช้ตรงนี้ เพราะฉะนั้น ผมว่ากําหนดกว้าง ๆ คลุม ๆ จะได้ไม่มีการกันใครออกไป จะได้ไม่เปึนประเด็นที่จะทําให้เกิด การพิพาททางคดีทีหลัง อีกส่วนหนึ่งผมขออนุญาตอีกนิดเดียวนะครับ เรื่องการจับสลากออก อันนี้ประสบการณ์ผมว่าผมเห็นด้วย เพราะถ้าเผื่อมาพร้อมกันและออกพร้อมกัน กรรมการจะตกอยู่ในอิทธิพลของสํานักงานหรืออาจจะเปึนเลขาธิการ เพราะว่าเวลาเข้ามาใหม่ ๆ จะไม่มีใครรู้เรื่อง กว่าจะปรับตัวกันได้
การที่ให้มีการเหลื่อมวาระกันระหว่างกรรมการจะช่วยให้มีการประคองกันไป แล้วก็ช่วยให้ กรรมการสามารถทํางานได้เปึนหนึ่งมากขึ้น ที่ห่วงว่าการเลือกแต่ละครั้งจะใช้เวลามาก ผมว่าตรงนี้ถ้าเผื่อทําโดยตั้งใจจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ใช้เวลามาก แล้วผมอยากให้คนเข้ามา ถ้าเผื่อเกิดการลาออกก่อนวาระ หรือท่านสิ้นสุดก่อนวาระ เวลาเลือกเข้ามาอยากให้เลือก เต็มเวลาคือให้ท่านเปึนวาระของท่านไปเลย ถ้าท่าน ๕ ป้ ท่านก็อยู่ตลอด ๕ ป้ อยู่ ๖ ป้ ก็อยู่ ๖ ป้ แต่ไม่ใช่แทนตําแหน่งว่างที่เกิดขึ้น เพราะมันก็จะทําให้เกิดการหมดวาระในทาง พร้อม ๆ กัน จริง ๆ แล้วเราอยากให้เกิดธรรมชาติทุกคนอยู่ ๖ ป้ แล้วก็สืบเนื่องกันไป ผมคงใช้เวลาเท่านี้ก็ขอขอบคุณมากครับ