สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ เสนอแนะการปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างบรรยากาศการค้าเสรีเป็นธรรม เพื่อป้องกันการผูกขาดของธุรกิจขนาดใหญ่ และส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาที่เจอในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น สาระของกฎหมายไม่ชัดเจน คํานิยามของ ผู้ประกอบธุรกิจไม่ครอบคลุมธุรกิจในเครือ และขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายไม่ครอบคลุม และเรียกร้องให้คณะกรรมการการแข่งขันมีอำนาจในการออกกฎระเบียบและแนวปฏิบัติในการแข่งขันทางการค้า

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปการพาณิชย์และการบริการแล้วก็เปึนกรรมาธิการ แล้วก็เปึนสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติด้วย ในวาระปฏิรูปที่ ๑๒ การผูกขาดและการแข่งขันที่เปึนธรรม (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ขออนุญาตเสนอประเด็นต่อที่ประชุมในเรื่องของ หลักการและเหตุผลและจะตามมาด้วยว่าปัญหาที่เราศึกษาตลอดมาตั้งแต่ตอนต้น ๆ ป้

จนกระทั่งจบป่ดในเรื่องนี้ลงไปเราพบอะไรบ้าง แล้วทําไมถึงได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็สิ่งที่มันจะปฏิบัติได้ต้องเรียนให้ทราบว่ากฎหมายนั้นถ้าจะออกให้ครอบคลุมทั้งห มด ก็อย่างที่ภาษาชาวบ้านก็คือรอชาติหน้าเวลาบ่าย ๆ เพราะว่ากฎหมายด้วยหลักการของเขา ถ้าออกรู้เรื่องหมดบังคับใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่จะบังคับใช้กฎหมายให้เปึนผลนั้นจะต้อง โดยหลักการใหญ่ ๆ แล้วโดยเฉพาะการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจการค้า ซึ่งเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผมอยู่ในภาคเรียล เซกเตอร์ เพราะฉะนั้นบริหารธุรกิจที่เราเรียนกันมา ๔ ป้ พอป้ที่ ๕ ความรู้ต่าง ๆ ใช้ไม่ได้แล้วครับ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายในเรื่อง ทางการค้าถ้าออกระบุเฉพาะเจาะจงลงไปปัญหาก็จะเกิดตรงที่ว่าอย่างกรณีในเรื่องตลาด ถ้าตลาดเราระบุเฉพาะเจาะจงไปตลาดเปลี่ยนเปึนดิจิทัล (Digital) ท่านไม่ต้องแก้กฎหมายใหม่ หรือครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถึงได้ไปพ่วงอยู่ในเรื่องของตัวลูกมันไปนะครับ อันนี้ ก็เปึนเบื้องต้นที่เปึนเรื่องของความยากในการที่จะออกกฎหมายมาดูแลในเรื่องของธุรกิจ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าจริง ๆ แล้วถ้าท่านติดตามข่าวจะเห็นว่าแทบทุกประเทศในโลกนี้ เห็นด้วยและส่งเสริมในเรื่องของการค้าที่เสรีและเปึนธรรมนะครับ และจะเห็นว่าอย่างกรณี ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะเห็นว่าการเมืองการปกครองของเขาเปึนไป ในระบอบของคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมมีการเผด็จการแล้วก็มีการผูกขาดในเรื่องของ การค้าก็ยังเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้เลยจะเห็นศัพท์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาว่าแม้จะเผด็จการแต่ก็ เผด็จการแบบทุนนิยมเสรีเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นการเป่ดประเทศของเขาในป้ ๒๕๒๑ ด้วยมูลค่าทางการค้าแค่ ๒๐,๖๔๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ ในป้ ๒๕๒๑ แต่ตัวเลขหลังสุดเมื่อป้ ๒๕๕๖ มูลค่าทางการค้าของประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มเปึน ๔.๑๖ ล้านล้านยูเอสดอลลาร์ ด้วยการเป่ดประเทศ ด้วยการให้ประเทศของเขามีการแข่งขันที่เสรีแล้วก็เปึนธรรมโดยรัฐบาลดูแล แม้การเมือง การปกครองจะเปึนไปในระบอบที่เราคงไม่มีในประเทศไทยเรานะครับ เพราะของเรา ประชาธิปไตย ของเขามันเหมือนเผด็จการ แต่ขณะเดียวกันเขาเป่ดประเทศตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดใน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในประเทศที่มี การเมืองการปกครองอีกแบบหนึ่ง กับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเรา ซึ่งควรจะเป่ดเสรีเปึนธรรมได้ง่ายกว่า แต่บริบทต่าง ๆ กลับต่างกัน จะเห็นว่าของเรา ถ้าจะเปรียบเทียบไปแล้วมันเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๒๕ ป้เลย อีกสักครู่ผมจะ เล่าให้ท่านฟังว่ามันเปึนอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดในขณะนี้ ปัญหาที่จะเกิด ในสังคมที่ประกอบธุรกิจทางเศรษฐกิจในเรื่องของเสรีและเปึนธรรมมันมีอยู่ ๔ เรื่องหลัก ๆ ที่เขายกขึ้นมาเปึนประเด็น เรื่องที่ ๑ คือการใช้อํานาจเหนือตลาดในทางมิชอบ ภาษาฝรั่ง เขาเขียนไว้ว่า อะบิวส์ ออฟ โดมิแนนซ์ (Abuse of dominance) คือโดมิแนน ซ์ (Dominance) อย่างเดียวคือการที่มีอํานาจเหนือตลาดอย่างเดียวยังไม่ผิดนะครับ แต่ใช้ในทางที่มิชอบเมื่อไรถึงจะผิด เพราะฉะนั้นการที่เขามีอํานาจเหนือตลาดแต่เขาทําธุรกิจ แบบปกติ เราไปลงโทษเขาไม่ได้ในเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องของการรวมธุรกิจอันอาจ ก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่ำงมีนัยสําคัญ อันนี้เขาเรียกว่าเมิร์จ แอนด์ แอกควิซิชัน (Merge and acquisition) ในสากล การรวมตัวกันก็ยังไม่ผิด เพราะการควบรวมกัน เปึนเรื่องปกติของธุรกิจโดยเฉพาะในต่างประเทศ ท่านอาจจะเคยได้ยินว่าระหว่างเอ็กซอนกับ โมบิลมาควบรวมกัน ก็เปึนเอ็กซอนโมบิล แต่เขาไม่ได้อะบิวส์ (Abuse) คือไม่ไปทําผิด ในการที่จะขายของแพงหรือว่าในการที่ผูกขาดตลาด ตรงนี้ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะฉะนั้น พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ว่าเกิดพฤติกรรมอย่างนี้แล้วเปึนความผิดนะครับ จะต้องกระทําในสิ่งที่ผิดด้วย เรื่องที่ ๓ เรื่องการตกลงร่วมกันอันเปึนการผูกขาด ลดหรือ จํากัดการแข่งขัน อันนี้คือการฮั้วนั่นเอง ไม่ว่าจะอยู่ในต่างประเทศฮั้ วกับในประเทศ หรือในประเทศฮั้วกันเอง อันนี้คือพฤติกรรมที่จะต้องจับตาดู เรื่องที่ ๔ คือพฤติกรรม ทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม ที่เราเรียกว่า อันแฟร์ เทรด แพรกทิส (Unfair trade practice)

อันนี้บริบททั้งโลกนี้เขาดูตัวนี้เปึนหลัก ทั้งนั้น แต่คําว่าอันแฟร์ เทรด แพรกทิส หรือแฟร์ เทรด แพรกทิส (Fair trade practice) เปึนเรื่องที่จะต้องระบุเพราะพฤติกรรมทางการค้า เปลี่ยนได้ตลอดเวลา จะไประบุให้ชัดเจนในกฎหมายก็เท่ากับฆ่าตัวตาย เพราะว่าถ้ามัน เปลี่ยนไปปัูบท่านบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าบางส่วนซึ่งจะเล่าต่อไปหลังจากนี้ บางมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ใส่รายละเอียดลงไปได้ถ้ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลงสูง แต่บางเรื่องราวเปลี่ยนแปลงเร็วอันนี้จะต้องจํากัดไว้ไปออกทีหลัง ออกเปึนอนุบัญญัติหรือ ออกเปึนกฎหมายลูกตามมาในทีหลังเพื่อให้ทันต่อกา รเปลี่ยนแปลง และกฎหมายนั้น จะทันสมัยอยู่ตลอดเวลา อันนี้คือหลักการใหญ่ ๆ ที่ใช้ในกฎหมายนะครับ ผมจะเล่าเรื่องว่า ทําไมผมได้พูดว่าเราเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ ๑๒๕ ป้ ประเทศสหรัฐอเมริกาในสมัย เมื่อ ๑๒๕ ป้ก่อน เขาถูกผูกขาดโดย ๓ กลุ่มธุรกิจใหญ่ มีกลุ่มธุรกิจน้ํา มัน ไม่ต้องบอก ชื่อบริษัทนะครับ ถ้าบอกไปท่านร้องอ๋อแน่ ธุรกิจน้ําตาล แล้วก็ธุรกิจรถไฟ เพราะฉะนั้น หลักการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาในยุคแรก ๆ มีการให้ สัมปทาน พอไม่ให้สัมปทานไปมันก็เกิดธุรกิจที่เข้ามาดูแลตรงนี้ออกเรียกว่าบริษัทลูก กันเยอะแยะ ที่เขาเรียกคองโกลเมอเรต (Conglomerate) เปึนกลุ่มเปึนก้อนนะครับ แล้วก็ผูกขาดตัดตอนในเรื่องนี้จนกระทั่งธุรกิจเกิดใหม่เกิดไม่ได้ เมื่อถูกผูกขาดโดย ไม่กี่บริษัท เศรษฐกิจมันเดินไปไม่ได้ครับ เมื่อเดินไปไม่ได้มันก็มีวีรบุรุษคนหนึ่งของ ประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นคือนายจอห์น เชอร์แมน คือป้ ๑๘๙๐ ก็ผลักดันกฎหมาย ออกมาฉบับหนึ่งเขาเรียกว่าเชอร์แมน แอกต์ เชอร์แมน แอกต์ตรงนี้ออกมาเพื่ออะไร ออกมาเพื่อคงไว้ซึ่งเศรษฐกิจเสรี ขจัดพฤติกรรม กําจัดการค้าและแข่งขันที่ไม่ถูกต้องตาม แบบวิถีของการค้าปกติ เปึนต้นกําเนิดสําคัญของกฎหมายปัองกันการผูกขาดของโลก ประเทศสหรัฐอเมริกาเปึนต้นฉบับออกกฎหมายฉบับแรกของโลกเรื่องปัองกันการผูกขาด ตัดตอน จนเศรษฐกิจเขาดีขึ้นมาในระยะ ๑๐๐ กว่าป้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในระยะแรก ๆ มีปัญหาเหมือนกัน ออกมาเนื่องจากว่าระบบของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเปึนลักษณะของ กฎหมายที่เปึนคอมมอน ลอว์ (Common law)

อาศัยคําพิพากษา คือคําตัดสินของศาลเปึนบรรทัดฐาน แต่ปรากฏว่าไปเล่นงานบริษัทที่มี อิทธิพล ที่ยักษ์ใหญ่ ขณะเดียวกันไม่เคยมีกรณีอย่างนี้ขึ้นมาก่อนก็บังคับใช้ลําบาก ๒๔ ป้ต่อมาจึงต้องมีกฎหมายตามมาอีก ๒ ฉบับ ในป้ ๑๙๑๔ ก็มีกฎหมายเครตัน แอกต์ ซึ่งสร้างความชัดเจนในการควบรวมธุรกิจออกมา ประกอบไปด้วยอีกฉบับหนึ่งก็คือเฟเดอรัล เทรด คอมมิชชัน แอกต์ หรือเอฟทีซี (FTC) อันนี้คือการจัดตั้งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการผูกขาดดูแลเฉพาะขึ้นมาแทน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพราะปกติกฎหมาย ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้นถูกบังคับใช้โดยดีโอเจ (DOJ) ก็คือดีพาร์ตเมนต์ ออฟ จัสติซ (Department Of Justice) คือกระทรวงยุติ ธรรม เพราะฉะนั้นถ้ามีองค์กรตัวนี้ขึ้นมา ก็ทํางานเปึนอิสระ แล้วก็บังคับใช้กฎหมายอย่างได้ผลในป้ ๑๙๑๔ หลังจากนั้นยังมีกฎหมาย ตามมาอีก ๒ ฉบับเปึนการป่ดท้ายกลุ่มกฎหมายที่เรียกว่าแอนไททรัส ต์ ลอว์ (Antitrust Law) ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะบริษัทที่ได้สัมปทาน บริษัทยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ นั้น เขาควบรวมกันเปึนทรัสตี (Trustee) เพราะฉะนั้นกลุ่มกฎหมายแอนไททรัสต์จึงมีชื่อ มาด้วยประการฉะนี้ ป้ ๑๙๓๖ ประเทศสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายชื่อว่าโรบินสัน แพทแมน แอกต์ ปัองกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติด้านราคาอย่างไม่เปึนธรรมที่เราเรียกว่าไพรซ์ ดิสคริมิเนชัน (Price discrimination) สุดท้ายของแอนไททรัส ต์ก็คือป้ ๑๙๗๖ ออกกฎหมายฮาร์ต สก็อต โรดิโน แอกต์ ปัองกันการมีอํานาจตลาดและอํานาจเศรษฐกิจด้วยการต้อง แจ้งก่อนการควบรวม หมายความว่าการจะควบรวมบริษัทต้องแจ้งเขาก่อน แจ้งเสร็จ เขาจะเข้ามาดูแลว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผู้บริโภคเสียประโยชน์ไหม ธุรกิจเล็กอยู่ได้ หรือไม่ได้ อันนี้คือที่มาที่ไปของแอนไททรัส ต์ ลอว์ หลังจากที่มีกฎหมาย ๕ ฉบับแล้ว การค้าภายในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีการกระจายรายได้ มีการแบ่งบริษัทเล็ก บริษัทน้อยเกิดขึ้นมา เมื่อธุรกิจของเขาเปึนไปตามระบบเรีย บร้อยตามที่ต้องการยังเกิด กฎหมายอีก ๒ ฉบับตามมา กฎหมายอีก ๒ ฉบับนั้นตอนนี้เปึนเรื่องของการไปดูแลธุรกิจของ ประเทศสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศแล้ว ซึ่งจริง ๆ หลักของคอมแพระทีฟ แอดแวนเทจ (Comparative advantage) คือประโยชน์สูงสุดตรงนี้มันต้องแล้วแต่ประเทศใดที่ผลิตอะไร ได้ดี ราคาถูกก็ควรจะเปึนอย่างนั้น แต่ของประเทศสหรัฐอเมริกานี่หลักการก็คือการดูแล ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายกลางของเขาให้เสรีและเปึนธรรมจริง ๆ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่ากฎหมายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาออกมาฉบับต่อมาเปึนฉบับที่ ๖ ก็คือที่เรารู้จักกัน

ในนามของซูเปอร์ ๓๐๑ (Super 301) หรือสเปเชียล ๓๐๑ (Special 301) เปึนมาตรการ ฝ์ายเดียวที่เรียกว่ายูนิแลตเทอรัล เมเจอร์ (Unilateral major) อันนี้คืออะไร อันนี้คือที่ท่าน ได้ยินว่าจัดอันดับประเทศต่าง ๆ อย่างประเทศไทยนี่อยู่ในข่ายของพีดับบลิวแอล (PWL) หรือดับบลิวแอล (WL) วอตช์ ลิสต์ (Watch List) หรือว่าไพรออริตี วอตช์ ลิสต์ (Priority Watch List) แล้วเขาก็จะเล่นงานแซงก์ชัน (Sanction) เราเรื่องอะไรต่ออะไร อันนี้เปึนเรื่อง ที่เริ่มมาดูในเรื่องของลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสหรัฐอเมริกา ในต่างประเทศ แล้วสุดท้ายฉบับที่ ๗ ที่ออกมาในกลุ่มกฎหมายฉบับนี้กลางป้ ๒๐๑๑ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ออกกฎหมายชื่อว่ายูไนเตด สเตท อันแฟร์ คอมเพททิชัน แอกต์ เพื่ออะไร เพื่อปกปัองการผลิตในเรื่องไอที (IT) ของเขา คือคอมพิวเตอร์ ใช้ชิ้นส่วนที่มัน ปลอมหรือไม่ถูกต้องก็จะเกิดการดูแลในเรื่องนี้ เนื่องจากรัฐสภาของประเทศสหรัฐอเมริกา เขามีหน่วยงานยูเอสทีเอ (USTA) ในการที่ออกไปดูแลแล้วมารายงานสภา ถ้ามีเรื่องราวอะไร ที่กระทบทําให้พ่อค้า นักธุรกิจของเขา มีการกระเทือนในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาก็จะ เล่นงานในส่วนนี้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ๑๒๕ ป้ที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดการ กิจการให้เสรีเปึนธรรมภายในประเทศของเขาก่อน แล้วก็ทําให้ธุรกิจของนักธุรกิจอเมริกา ในต่างประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญาของเขาได้รับการคุ้มครอง อันนี้คือที่มาที่ไปโดยยึดถือ การประกอบธุรกิจในระดับเล็ก ระดับกลาง ระดับย่อยของเขานี่ส่งเสริมเอสเอ็มอีจริง ๆ ถึงแม้ว่าในบางเรื่องผู้บริโภคจะไม่ได้รับประโยชน์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่การเกลี่ยหรือ การบาลานซ์ (Balance) กันให้มีความสมดุลในประโยชน์ต่าง ๆ ให้ลงตัว ธุรกิจอยู่ได้เสียภาษี ให้รัฐ ผู้บริโภคก็มีส่วนตรงนี้ ไม่ใช่ใช้ของแพงจนเกินไป มันก็อยู่ร่วมด้วยกันได้ อันนี้คือที่มาที่ไป ของการที่ทําไมถึงได้มีการออกกฎหมายในเรื่องปัองกันการผูกขาดตัดตอน ก็คือเหมือนกับ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าของเรานั่นเอง มาถึงประเทศไทย ประเทศไทยจริง ๆ มันแค่ ๑๖ ป้ เท่านั้นเองที่ผ่านมา เราไม่ต้องการที่จะใช้เวลาถึง ๑๐๐ กว่าป้เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา ในการที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างนี้ แต่ก็มีความจําเปึนในการที่ทําไมเราถึงจะต้องผลักดัน ในการที่จะออกกฎหมายต่าง ๆ เหล่านี้

ผมเปรียบอย่างนี้ว่าถ้าเปรียบรัฐธรรมนูญของไทย เปึนเหมือนเสาหลักของการปกครอง ประเทศ กฎหมายแข่งขันทางการค้าก็เหมือนกับเสาหลักในเรื่องของการค้า และบริการ นั่นเอง ถ้าท่านสร้างบรรยากาศของการค้าที่เสรีเปึนธรรม ท่านสร้างบรรยากาศในการที่ เล็กจะขึ้นไปสู้กับกลางและขึ้นไปสู้กับใหญ่ แล้วปล่อยให้ใหญ่กินเล็กอย่างนี้แล้วสุดท้ายนะครับ ซึ่งผมบอกไม่ได้อีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๑๐๐ ป้ คนที่รับกรรมคนสุดท้ายคือผู้บริโภคนะครับ ขณะนี้ อาจจะไม่เห็นได้ใช้ของราคาถูก เพราะว่าการแข่งขันของใหญ่กินเล็กเขาจะเล่นเรื่องราคาก่อน เพราะฉะนั้นราคาอาจจะได้ถูกแต่เมื่อเล็กหมดแล้วเหลือแต่ใหญ่วันนั้นผมบอกไม่ได้ว่า ราคามันจะเปึนอย่างไร แต่โดยหลักการของสากลแล้วเขาต้องการปัองกันเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ให้เกิดขึ้น เพราะถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วถึงเวลานั้นมันแก้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือ ความจําเปึนซึ่งกรรมาธิการปฏิรูป การเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและ บริการของท่านประธานเกริกไกร ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ถึงได้เร่งรัดว่าสิ่งที่คุณควร จะทําก่อนคือการสร้างบรรยากาศของการค้าเสรีเปึนธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เราคิด ตามมาไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเทรดดิ ง เนชัน (Trading Nation) เรื่องของดิจิทัล อีโคโนมี มันไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้ ตราบใดที่บรรยากาศต่าง ๆ เหล่านี้ยังเปึนในลักษณะของ การผูกขาดใหญ่กินเล็กนะครับ จริง ๆ แล้วหลักการสากลจากสตาร์ต อัพ (Start up) มาสู่ ไมโคร สเกล (Micro scale) ธุรกิจนะครับ ไปสู่เอส (S) ไปสู่เอ็ม (M) ไปสู่แอล (L) แล้วซัพไพล์ เชน (Supply chain) นี่ต้นทุนถูกมันต้องไปรบในต่างประเทศ เพราะว่าต้นทุน ถูกกว่า แต่การที่บางรายไปรบในต่างประเทศ สู้กฎหมายต่างประเทศซึ่งเขาปกปัองธุรกิจ ขนาดเล็ก ขนาดกลางของเขาไม่ได้ ก็กลับมาภายในประเทศมาฆ่ารายเล็ก รายกลาง ของคนไทยง่ายกว่า ถ้าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กฎหมายฉบับนี้ไม่เปึนผลหรือเราพยายามที่จะออกให้ ละเอียดที่สุด และอีก ๑๐ ป้ก็ยังไม่ออก ๒๐ ป้ก็ยังไม่ออก ถามว่าบรรยากาศต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะเดินไปได้ไหม เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายเปึนสิ่งที่ไม่ง่ายสําหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการทําธุรกิจ ถ้าออกให้ละเอียดก็คือช้า แต่ออกให้เร็วบังคับไม่ได้เราถึงได้ศึกษาว่าสิ่งต่าง ๆ ที่มันเกิดนั้นมันเกิดจากอ ะไรแน่ มันเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เรื่องของธุรกิจหรือการดูแลตรงนี้เปึนเรื่องของ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของ สตรักเจอร์ (Structure) คือโครงสร้าง เรื่องที่ ๒ คือเรื่องคอนดัก ต์ (Conduct) คือ ความประพฤติหรือพฤติกรรม เพราะฉะนั้นกฎหมายพยายามเข้าไปดูในเรื่องโครงสร้าง

ใหญ่มากไม่ดี หรือว่าในขณะเดียวกันพฤติกรรมชักจะไม่ค่อยได้เรื่องแล้ว เพราะว่าคําว่าเสรี และเปึนธรรมในสายตาของนักธุรกิจใหญ่เขามองแต่ว่าเสรีคือการทําอะไรก็ได้ตามที่ใจ ปรารถนาเพราะโลกนี้เปึนโลกเสรีประชาธิปไตย เปึนธรรมคือทําได้ตราบที่กฎหมายไม่ได้ บัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นทําไมถึงต้องมีบางเรื่องในการที่จะต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้ควบคุมไว้ เพื่อไม่ให้คนที่เกเร เพราะว่าคนตัวโตไม่ได้เกเรทุกคนแต่คนตัวโตที่เกเรจะต้องถูกไม้เรียว คอยตีเหมือนกันเพื่อให้อยู่ในกรอบเพราะไม่เช่นนั้นจะเที่ยวไปรังแกลูกเด็กเล็กแดงจนกระทั่ง ร้องไห้กระจองอแงแล้วอยู่ร่วมกันไม่ได้ นี่คือหลักใหญ่ในการที่ทําไมถึงได้พุ่งเปัาไปในการ ที่จะดูกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็กลับมาสู่กฎหมายการแข่งขันทางการค้าซึ่งใช้มา ๑๖ ป้ จะเห็นว่าปัญหาใหญ่ ๆ ที่เจอทําไมถึงไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพมันมีอยู่ ๔ เรื่องที่เกี่ยวข้อง เรื่องสาระของกฎหมาย เรื่องคํานิยามของ ผู้ประกอบธุรกิจไม่ครอบคลุมธุรกิจในเครือ คํานิยามหลักเกณฑ์ ผู้มีอํานาจเหนือตลาด ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แนวปฏิบัติกําหนดขึ้นล่าช้าไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน แล้วไม่มีสภาพ บังคับตามกฎหมายนี่อยู่ในเรื่องของสาระของกฎหมายในข้อที่ ๑ ปัญหาข้อที่ ๒ คือขอบเขต การบังคับใช้กฎหมาย ความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้ รัฐวิสาหกิจได้รับการยกเว้นหมด ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีรัฐวิสาหกิจของไทยรายหนึ่งก็ค้าขายแข่งกับต่างประเทศภาษีปัาย ยังไม่เสียเลยครับ ภาษีปัายทั่วประเทศไม่เสียเพราะว่าถือว่าเปึนรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เอกชน ต้องเสีย นี่ดูอย่างเรื่องเล็ก ๆ พวกผมนี่ต้องเสียภาษีปัายแต่เจ้านี้ไม่ต้องเสียในฐานะเปึน รัฐวิสาหกิจนะครับ เพราะฉะนั้นความจําเปึนในการที่จะออกมาแล้วดูว่าไม่ใช่ดิสคริมิเน ต (Discriminate) คือไม่ใช่มี ๒ มาตรฐาน ค้าขายต้องอยู่บนมาตรฐานอันเดียวกัน เราถึงบอกว่า มาตรา ๔ ตามกฎหมายเดิม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ยกเว้นรัฐวิสาหกิจทุกรายที่อยู่ใน บัญชีของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือไม่มีการยกเว้น กฎหมายใหม่เราปรับใหม่ แล้วเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายก็คือขอบเขตการบังคั บใช้ไม่ครอบคลุมนะครับ

อันที่ ๑ ไม่ครอบคลุมอะไร นโยบาย มาตรการรัฐที่ลดหรือจํากัดการแข่งขัน ลดอย่างไร อย่างเช่นอยู่ ๆ ไปออกกฎหมายเก็บภาษีเพิ่มขึ้นมา เหล็กก็โดนไปแล้ว เพราะฉะนั้นปัญหา ผู้ประกอบการภายในก็ยุ่งไปหมด เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะมีเรียกว่าถ้าเรามีกรรมการที่เปึน อิสระจริง ๆ ต้องเข้าไปคุยในเรื่องนโยบายรัฐว่าบางเรื่องท่านจะออกนโยบายอย่างนี้นึกถึง ผู้ประกอบการรายย่อยที่เขาจะล้มหายตายจากหรือเปล่า มันก็ต้องคุยกันรู้เรื่องตรงนี้นะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของการกระทําผิดนอกประเทศที่กระทบการแข่งขันในประเทศ อย่างเช่นเรื่องของคาร์เทล (Cartel) เรื่องไปรวมหัวกันฮั้วอย่างนี้นะครับ เดิมทีเราก้าวไปไม่ถึง ในส่วนที่ ๓ ผู้บังคับใช้กฎหมาย สํานักงานไม่เปึนอิสระเนื่องจากว่าไปแปะอยู่ที่ กรมการค้าภายใน มีคนอยู่ไม่กี่คนเอง ๒๐ กว่าคนเท่านั้น ไม่ถึง ๓๐ คน งบประมาณป้หนึ่ง ไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านคิดว่าจะทําอะไรได้ เราออกกฎหมายนี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ เคพีพียู (KPPU) ของประเทศอินโดนีเซียตามเรามาคือ พ.ศ. ๒๕๔๓ ขณะนี้คนของเราร่วม ๔๐๐ งบประมาณเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท เขาทํางานได้ผลเปึนพัน ๆ คดี ของเราทั้งหมด ตั้งแต่ตั้งขึ้นมามีอยู่ ๙๐ กว่าคดีเฉลี่ยแล้วประมาณ ๖ เรื่องต่อป้ และบางป้ไม่มีการประชุม กรรมการเลยก็มี ในส่วนที่ ๒ ของผู้บังคับใช้กฎหมายคือคณะกรรมการก็สุ่มเสี่ยง ต่อการถูกแทรกแซงโดยนักการเมือง นี่กฎหมายเก่านะครับ รัฐมนตรีเปึนประธาน คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าโดยตําแหน่ง วันไหนเพื่อนของท่านที่เปึนบริษัทใหญ่ มากระซิบบอกว่าเฮ้ยอย่าประชุมเลย มาพูดเรื่องของเขาเดี๋ยวซวยนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ประชุม มันก็บางป้ไม่มีการประชุมเลยก็มี อันนี้เปึนจุดอ่อนที่เราศึกษามา และข้อต่อมา ในเรื่องผู้บังคับใช้กฎหมายคือไม่มีภารกิจด้านการส่งเสริมการแข่งขัน มีแต่ไปเอากฎหมาย ไปควบคุมเขาอย่างเดียว เมืองไทยนี้ชอบควบคุมนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะส่งเสริมเขา ต้องมีด้วย กฎหมายใหม่ถึงได้บัญญัติไว้นะครับ เรื่องต่อมาคือขาดระเบียบด้านความโปร่งใส ในการดําเนินงาน เมื่อปรับปรุงตรงนี้แล้วความโปร่งใสในเรื่องนี้จะชัดเจนขึ้น เรื่องที่ ๔ ของ สาระที่ทําไมกฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ คือการสืบสวนดําเนินคดี บทลงโทษ การสืบค้น พยานหลักฐานจากผู้ร่วมกระทําผิดทําได้ยาก เพราะผู้กระทําผิดจริง ๆ ก็คือพยานนั่นแหละ เขาต้องมาเปึนพยานมันถึงจะเอาบริษัทของเขาเข้าคุกเข้าตะรางได้เพราะมีโทษทางอาญาด้วย และท่านลองคิดดูก็แล้วกันว่าเราไม่มีบทแม้ กระทั่งในการที่จะลดโทษให้ อภัยโทษให้ และจะเอาใครมาเปึนพยาน และในกรณีที่ลงโทษทางอาญา โทษทางอาญาทุกท่านก็ทราบว่า

ต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัย ถ้าศาลยังไม่สิ้นสงสัยยกหมดนะครับ คือเขาถือว่าปล่อยคนผิด ๑๐ คน ดีกว่าขังคนถูกคนเดียว เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า ๑๖ ป้แห่งความหลังที่ผ่านมานี้ ไม่เคยเอาใครเข้าคุกเข้าตะรางได้สักคนหนึ่ง ไม่เคยลงโทษใครได้สักรายหนึ่ง เพราะอะไร เพราะว่าไม่สามารถพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยได้ เนื่องจากว่าถ้าเอาเขามา เปึนพยาน เขาก็ต้อง ติดตะรางด้วยแล้วใครจะยอม อันนี้คือปัญหาที่เกิด เราก็พยายามจะแก้ไขตรงนี้นะครับ ในส่วนของคําสั่งทางปกครองก็ใช้ได้เมื่อพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดจริงเท่านั้นในอดีต แต่ของใหม่ยังไม่ทันพิสูจน์ว่ามีความผิดก็สามารถลงโทษทางปกครองได้ อันนี้ก็เปึน ๔ เรื่อง ปัญหาที่เจอ ประเด็นปฏิรูปของเราก็คือแก้ใน ๔ เรื่องนี้แหละนะครับ สาระของกฎหมาย ในเรื่องแรก สาระของกฎหมายก็คือปรับบทนิยาม เราปรับบทนิยามตรงที่ว่า ผู้ประกอบธุรกิจนั้นให้ครอบคลุมธุรกิจหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน เดิมที นิติบุคคลก็คือ บุคคลตามกฎหมาย บุคคลตามกฎหมายมี ๒ อย่าง คือบุคคลธรรมดากับ นิติบุคคล เพราะฉะนั้นเปึนนิติบุคคลเขาจะเปึนบริษัทลูกของอีกนิติบุคคลหนึ่งก็ถือว่า เปึนคนละคนกัน แต่ปัจจุบันเนื่องจากว่ามีการฮั้วกัน รวมหัวกันในกลุ่มนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นมา เยอะแยะเลยผูกขาดในเรื่องนี้ กฎหมายฉบับที่ร่างใหม่นี้แก้ไขแล้วก้าวไปถึงครับ ปรับนิยาม ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอํานาจเหนือตลาด พิจารณาปัจจัยสภาพการแข่งขันของตลาดด้วย ไม่ดูอํานาจเหนือตลาดธรรมดา ดูสภาพการแข่งขันด้วย ไม่ใช่วอลุม (Volume) เขานิดเดียว แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาทจะไปเล่นงานเขาแล้ว มีผลกระทบอย่างไร เพราะฉะนั้น อันนี้จะดูสภาพการแข่งขันของตลาดด้วยนะครับ ให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า มีอํานาจออกระเบียบ ประกาศหลักเกณฑ์ คําสั่งและแนวปฏิบัติ เพื่อให้มีสภาพบังคับ ตามกฎหมาย ออกประกาศหลักเกณฑ์ ระเบียบ แนวปฏิบัติให้ครบถ้วนภายใน ๓๖๕ วัน นี่คือปัญหาที่เกิด ผมอยู่ในเรียล เซกเตอร์ เคยเข้าไปอยู่ในอนุกรรมาธิการดูหลักเกณฑ์ ในเรื่องของการควบรวมกัน ประชุมกันมาเข้าใจว่าป้ที่ ๓ แล้วกระมัง หรือป้ที่ ๔ ยังออกไม่ได้เลย ยังออกไม่ได้เลยเพราะเถียงกันไปก็เถียงกันมา

แต่กฎหมายฉบับนี้เรารู้ว่าจุดอ่อนมันอยู่ตรงนี้ เดิมทีนั้นใน พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ป้ ๒๕๔๒ มันมีไม้ตะบองอยู่ ๕ ไม้ตะบอง ไม้ตะบองมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ แล้วอันนั้นรายละเอียดไม่ได้ใส่ เพราะให้ไปออกตอนหลังกันเอง แต่ปรากฏว่าไม่เคยออกมา เมื่อไม่ออกมามันก็บังคับใช้ไม่ได้ แต่กฎหมายฉบับใหม่ที่จะแก้ไข แล้วบอกล็อกไว้เลยว่าภายใน ๓๖๕ วัน จะต้องไปออกระเบียบ กติกา หรืออนุบัญญัติต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาให้ครบถ้วนว่าที่จะบังคับใช้นั้นเรื่องอะไ รบ้าง รายละเอียดมันเปึนอย่างไร แล้วขณะเดียวกันใน ๕ ป้ต้องแก้ไขอย่างน้อย ๑ ครั้ง มีการแก้ไขด้วย อันนี้ป่ดประตูไว้ก่อน เนื่องจากว่าธุรกิจการค้าเปึนเรื่องที่มันแปรปรวน เปลี่ยนง่าย แป็บเดียวเปลี่ยน ๆ พวกผมนี่ ต้องปรับกลยุทธ์กันทุกวันในการที่จะทํายอดขายให้มากขึ้น ถ้าไม่มีอะไรบัญญัติไว้ทุกอย่าง ในเรื่องของการค้าก็รู้อยู่แล้วเอากําไรสูงสุดเปึนตัวตั้ง แต่ถ้าคุณมีกฎหมายบัญญัติไว้ไม่มีใครทํา หรอกครับ เพราะทําแล้วมันติดคุกติดตะรางเสียชื่อด้วย เสียเวลาก็เสีย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ได้กําหนดหลักเกณฑ์ไว้ชัดเจนในเรื่องสารบัญญัติของกฎหมายในการที่จะแก้ไข เรื่องที่ ๒ เรื่องของการปฏิรูปขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย รัฐวิสาหกิจที่ได้รับการยกเว้นต่อไปนี้ เปึนรัฐวิสาหกิจที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐเพื่อรักษาความมั่นคง ประโยชน์สาธารณะ หรือ จัดให้มีสาธารณูปโภค อย่างเช่น ไฟฟัา ประปา อะไรพวกนี้นะครับ แต่ธุรกิจหมายความว่า รัฐวิสาหกิจนอกเหนือจากนี้หรืออยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะมีสภาพของความเปึนรัฐวิสาหกิจ อยู่ก็ตาม ต้องไม่เข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้ในการที่จะยกเว้น ต้องถือว่าเท่าเทียมกับธุรกิจอื่น ๆ ตรงนี้ละครับที่สร้างความเปึนธรรม ท่านจะเห็นว่าในอดีตไม่กี่ป้ที่ผ่านมาองค์การธุรกิจน้ํามัน กระเจิงหมดเลย เอสโซ่ เชลล์ หนีกลับประเทศหมด ตอนนี้เริ่มกลับมาเพราะมีข่าวว่า เราจะออกกติกาต่าง ๆ ในการที่จะสร้างความเสรีและเปึนธรรมมากขึ้น ถ้าเขาเชื่อตรงนี้ เขาก็จะกลับมา ถ้าเขาไม่เชื่อเขาก็หนีไปที่อื่น เพราะฉะนั้นเรื่องของการลงทุนทั้งเทรดดิง เนชัน ที่จะเอาต์เวิร์ด (Outward) หรือโดเมสติก (Domestic) ถ้าสภาพบรรยากาศตรงนี้ไม่ชัดเจน ท่านแน่ใจหรือว่าประเทศเราจะไปรอด เราจะมีภาษีใช้หรือ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายนี่ ถึงบอกว่าทําอย่างไรก็ตามสิ่งที่มันใช้อะไรไม่ได้เลยให้มันใช้ในระดับครึ่ง ๆ หน่อยได้ไหม แล้วต่อไปค่อยปรับอีก เพราะว่ามันมีระยะเวลาที่จะต้องปรับตัว ส่วนในเรื่องของการเพิ่มอํานาจ บังคับใช้นอกราชอาณาจักรให้สามารถลงโทษผู้ประกอ บธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ ที่กระทําความผิดนอกประเทศจะส่งผลต่ อการแข่งขันในไทย ในกรณีของคาร์เ ทล

ในกรณีของยา ในหลายเรื่อง ตอนนี้สามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ว่าฮั้วกั นระหว่างบริษัทแม่ ในต่างประเทศกับบริษัทลูกในไทย อันนี้ละก้าวไปถึงนะครับ เรื่องที่ ๓ คือการปฏิรูป ผู้บังคับใช้กฎหมาย มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้กะทัดรัด ตอนนี้ก็ตั้งไว้ตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่จะตามมามี ๗ ท่าน ประกอบไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องของนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ แล้วก็ได้เพิ่มคุ้มครองผู้บริโภคไป ๑ ตําแหน่งด้วย ให้มีคุ้มครองผู้บริโภค และข้อสําคัญคือปฏิบัติงานเต็มเวลา โดยดูรูปแบบ ของแบงก์ ออฟ ไทยแลนด์ (Bank of Thailand) คือแบงก์ชาติ แล้วก็คณะกรรมการ ประกันภัย หลายหน่วยงานที่เปึนอิสระตรงนี้เปึนหลักการ นอกจากนี้แล้วในการตั้ง คณะกรรมการสรรหาภาครัฐ เอกชน ผู้บริโภค เติมที่มาจากส่วนองค์กรของคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ที่ชัดเจนและเปึนนิติบุคคล และมีกระบวนการสรรหาที่โปร่งใสปลอดการเมือง ประการต่อมา คือการจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าที่เปึนอิสระ เหมือนกับเอฟทีซี ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมาเปึนร้อยป้แล้ว เหมือนกับเคพีพียูของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกฎหมายหลังเราแต่เขาเปึนชิ้นเปึนอันมากกว่าเราไปแล้ว ต่อมาคือเพิ่มภารกิจด้านการ ส่งเสริมการแข่งขัน ให้ข้อคิดเห็นต่อนโยบายของรัฐที่อาจจะทําให้การแข่งขันเปลี่ยนแปลงไป หรือกระทบต่อการแข่งขันที่ได้กล่าวไปแล้ว เรื่องที่ ๔ ซึ่งเปึนประเด็นปฏิรูปสุดท้ายนี่นะครับ คือการปฏิรูปการสืบสวน การดําเนินคดี และบทลงโทษ ก็ให้คณะกรรมการการแข่งขัน มีอํานาจกําหนดโทษปรับและออกคําสั่งทางปกครองสําหรับการกระทําที่อาจเข้าข่ายละเมิด บทบัญญัติ แล้วก็ให้ฟัองคดีอาญา และฟัองเรียกค่าเสียหายต่อศาลพิเศษคือศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีแข่งขันต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจทางด้าน ธุรกิจการค้า ไม่ใช่ไปฟัองศาลอาญาหรือศาลไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องฟัองต่อศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ และขณะเดียวกันได้เพิ่มประสิทธิภาพในการนําคดี ขึ้นสู่ศาล ก็มีเปึนขั้นตอนอย่างในกรณีของห้างมอเตอร์ไซค์ห้างหนึ่งก็ติดขัดตรงนี้ตรงที่ว่า พอส่งไปส่งมาระหว่างอัยการกับคณะกรรมการ

ส่งไปถึงทางโน้นก็โยนกลับมาว่าหลักฐานไม่พร้อม พอหาขึ้นไปหาไปหามาอายุความหมดครับ ก็เลยทําอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือเปึนปัญหา ก็เลยบอกว่าในกรณีที่สํานวน ยังไม่สมบูรณ์พร้อมให้ตั้งคณะทํางานร่วมระหว่างอัยการและสํานักงานคณะกรรมการแข่งขัน ซึ่งจะเปึนอิสระมากขึ้นรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ก่อนส่งอัยการสูงสุดใหม่ แล้วในกรณีที่หาข้อยุติไม่ได้ให้คณะกรรมการแข่งขันฟัองคดีได้เอง อันนี้ก็จะทําให้เรื่องต่าง ๆ รวดเร็วขึ้นนะครับ เรื่องต่อมาก็คือปรับลงโทษให้เหมาะสมนะครับ ผสมผสานการใช้บทลงโทษ ทางแพ่ง ทางอาญา แล้วก็เพิ่มทางปกครอง ทางปกครองนี่แหละจริง ๆ แล้วมีโทษปรับ มันเปึนรายได้เข้ามาสํานักงานด้วย ทําให้ดีไม่ดีไม่ต้องไปพึ่งงบประมาณแผ่นดินมากมาย เท่าไรด้วยซ้ํา ถ้าทําเปึนพัน ๆ คดีเหมือนเคพีพียูของประเทศอินโดนีเซียนะครับ นอกจาก ปรับลงโทษให้เหมาะสมแล้วจําแนกบทลงโทษตามพฤติกรรมความผิดนะครับ โทษจําคุก เฉพาะพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อการแข่งขันอย่างรุนแรงเท่านั้นเอง ต่อมาคือปรับโทษปรับ ทางอาญาให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟัอ เพิ่มโทษปรับทางปกครองเปึนสัดส่วนของยอดขาย นะครับ ขณะเดียวกันในสุดท้ายของข้อ ๔ นี้มีมาตรการลดหย่อนโทษสําหรับผู้กระทําผิด มีการตกลงร่วมกันบางประเภทที่ไม่เปึนตัวกลางสําคัญ แต่ให้ข้อมูลพยานหลักฐานที่เปึน ประโยชน์ อย่างที่ผมบอกแล้วว่าพยานจากคดีอย่างนี้มันมาจากผู้ป ระกอบการ มันมาจาก ลูกจ้าง มาจากผู้จัดการ มาจากพนักงาน เพราะฉะนั้นเขามีความผิดด้วยเขาจะยอมมาเปึน พยานไหมนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีการลดหย่อนโทษตรงนี้ก็จะทําให้การดําเนินคดีของเรา การบังคับใช้กฎหมายนั้นเปึนไปตามที่เราปรารถนานะครับ โดยสรุปในเรื่องของการที่ เราทําเรื่องนี้ก็คือว่าเรามีความจําเปึนในการที่จะต้องทําบรรยากาศเนื่องจากว่าสิ่งที่ ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ท่านคิดไว้เปึนเรื่องที่ดีในการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ เรื่องของเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) เอาต์เวิร์ด อินเวส ต์เมนต์ โดเมสติก (Outward investment domestic) แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านเชื่อไหมล่ะครับว่าถ้าบรรยากาศมันไม่อํานวยไม่มีใครเขาอยู่ในนี้ หรอกครับ คนไทยเขาจะไปต่างประเทศ เพราะอยู่ที่นี่ก็สู้เขาไม่ได้ ใหญ่กินเล็กเอาทุกอย่าง แม้กระทั่งกาแฟสดตรงนี้ยังลามมาแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างที่ทําขึ้นมาตรงนี้ อะไรก็ตาม ถ้ากฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ หรือบัญญัติไว้ไม่ครอบคลุม แล้วมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ ไม่มีการพูดถึงไว้เขาทําได้หมด เพราะคําว่าเสรี เปึนธรรม อย่างที่บอกแล้วว่าเสรี

คือนึกอยากจะทําอะไรก็ทํา เปึนธรรมคือกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ถือว่าไม่ทําผิดกฎหมาย การที่สารบัญญัติของกฎหมายจะไปให้ถึง ถ้าไปออกกฎกติกาต่าง ๆ ให้มันชัดเจนอย่างที่เห็น อยู่ทุกวันนี้ ถ้ามันเปลี่ยนไปเขาก็ถือว่าทําไม่ได้ คือไปบังคับเขาไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่านี่คือความยาก เหมือนหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทําในกฎหมายละครับ พอกฎหมาย มันหยุดอยู่ชั่วครู่เพื่อให้ปรับปรุ ง ไม่มีพูดถึงสิ่งที่ทุกคนทําบอกว่าไม่ผิดเขาก็ทําไปได้ แต่ว่า มันเกิดความเหลื่อมล้ําตรงนี้ขึ้นมานะครับ ถ้ารายเล็กโตขึ้นมาเปึนรายกลาง รายใหญ่ไม่ได้ มีแต่ใหญ่อย่างเดียวเหลือไม่กี่เจ้าก็คือการผูกขาดนั่นเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่ใช่บรรยากาศ ของการลงทุนที่เสรีและเปึนธรรม เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนในเรื่องที่จะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ ออกมานะครับ ถ้าเราออกกฎหมายฉบับนี้ออกมาเหมือนรัฐธรรมนูญของการค้าและ การลงทุน ผมย้ําเลยนะครับ บรรยากาศมันดีขึ้น แต่ประการที่ ๒ ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้จะ ออกมาเปึนรูปธรรมได้อย่างไร ถ้าเรามัวแต่คิดให้มันสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีวันได้ออก เมื่อไม่มีวันได้ออกก็คือไม่มีกฎหมาย เมื่อไม่มีกฎหมายทุกคนก็ทําตามใจสะดวก เมื่อทําตามใจสะดวกปัูบมันก็เข้าอีหรอบเดิม ใหญ่กินเล็ก และในที่สุดการที่เราฝันไว้ในเรื่อง สิ่งต่าง ๆ มันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ทุกท่านจะให้ข้อแนะนําในวันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ดี แล้วก็ย้ําอีกอย่างว่าเราไม่ใช่จุดสุดท้ายของ การออกกฎหมาย แต่จะต้องส่งไปที่ ครม. ต้องผ่านกฤษฎีกาส่งไปที่ สนช. เขาจะเอากับเรา ด้วยหรือเปล่าไม่มีใครบอกได้ เขาจะแก้ไขอย่างไรหรือไม่ไม่มีใครบอกได้ แต่เราเปึนจุดเริ่มต้น ในการที่จะผลักดันด้วยเหตุด้วยผลต่าง ๆ ที่ได้อธิบายมาแล้วนะครับ ถ้าเห็นด้วยการค้า การลงทุนในภาพที่กรรมาธิการของเราเห็นมันจะชัดเจนแน่นอนนะครับ แล้วก็จะสร้าง บรรยากาศ ทํารายได้เข้าสู่ประเทศอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจีดีพี (GDP) ของเราจะเตี้ยลง ๆ ทุกวัน ทุกวันนี้เราต่ํากว่า ๕ ตลอดครับ ๑๑ ป้ย้อนหลัง มีป้ที่น้ําท่วมเท่านั้น หรือป้ ๒ ป้ เท่านั้นที่เราเกิน ๕

และถ้าเราต่ํากว่า ๕ งบประมาณแผ่นดินของเราตามงานวิจัยต้องกู้ตลอดครับ ท่านจะเปึน ผู้ที่มีส่วนในหนี้สินที่ประเทศถูกก่อขึ้นหรืออย่างไร แต่ถ้าต้องการให้เสรีเปึนธรรม เกิดการกระจายรายได้ที่ทั่วถึงธุรกิจเล็กก้าวโตไปเรื่อย ๆ สู่ธุรกิจใหญ่และก้าวสู่ต่างประเทศ ท่านต้องผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกไป ถึงแม้ว่าบริบทของกฎหมายจะไม่ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมยืนยันว่าไม่มีใครออกกฎหมายได้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเรา พอที่จะผลักดันออกไปก่อนถ้ามันมีอะไรที่บกพร่องค่อย ๆ แก้ไปเราจะประสบความสําเร็จ ในการที่ทําให้ประเทศไทยของเรารุ่งเรืองขึ้นมาในอนาคต ผมคิดว่าเปึนความหวัง ความฝัน ของทุกท่านอยู่แล้วที่จะทําให้การ ค้าการลงทุนของประเทศไทยนั้นไม่แพ้แม้กระทั่ง ซีแอลเอ็มวี (CLMV) นะครับ ซึ่งผมคิดว่าจากเดิมที่มีไม่กี่ประเทศที่ออกกฎหมายแข่งขัน เพื่อปัองกันการผูกขาดออกมาขณะนี้เปึนร้อยประเทศอย่างที่ท่านประธานได้พูดถึง เพราะฉะนั้นช่วยกันเถอะครับช่วยกันในการที่จะผ่านทั้งเรื่อ งที่เราศึกษามา กฎหมาย แล้วก็ นําความเห็นนี้ขึ้นไปที่ ครม. เพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้ออกมาบังคับใช้ให้ได้ เพื่อความรุ่งเรืองทางการค้าของเราที่จะเปึนไปตามแบบที่รัฐธรรมนูญเองก็กําหนดไว้คือเสรี และเปึนธรรม กราบขอบพระคุณครับ