กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ นะครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังผ่านท่านประธานว่า ก่อนอื่นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังเปึนอย่างมาก ที่ได้มีส่วนร่วมกันในการที่จะพิจารณาในเรื่องพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้านะครับ ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเกริกไกร มีความสบายใจ และหายแปลกใจนะครับ ผมคิดว่ามันเปึนนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความเปึนเอกภาพ ของสภาเรา ที่กรรมาธิการ ๒ คณะถึงแม้ จะมีความเห็นมุมมองแตกต่างกัน บ้าง แต่ว่าก็สามารถที่จะสนทนาหารื อ ประชุมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันทั้งอย่างกว้างขวาง อย่างลึกซึ้ง แล้วก็เปึนไปด้วยบรรยากาศที่ดีมากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของครอส คัตติง หรือเปึนเรื่องของประชาธิปไตย ผมคิดว่าทั้ง ๒ คณะเรากําลังทําอยู่แล้วเพื่อจะลดความแปลกใจ ของท่านประธานนะครับ ผมเองในการพิจารณาเรื่องนี้แต่ต้นนั้นทราบอยู่แล้วว่าจะมี การพิจารณา ๒ คณะ ผมเองได้วางกรอบจากการหารือกับทางคณะอนุกรรมาธิการของ
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ได้วางกรอบไว้แล้วว่าในเรื่องของกฎหมาย ฉบับนี้นั้นนอกจากจะคุ้มครองผู้บริโภคแล้วเราจะต้องคํานึงด้วยว่าจะต้องเปึนการก่อให้เกิด การค้าที่เปึนธรรม การแข่งขันที่เปึนธรรม และข้อมูลที่ถูกต้อง แน่นอนในตลาดนะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายพระราชบัญญัติที่ดีนั้นจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างกา รพัฒนา เศรษฐกิจเพื่อหากําไรสูงสุด กับการคุ้มครองผู้บริโภคที่เสียเปรียบในสังคม โดยกฎหมาย ต้องออกแบบไม่ให้การประกอบธุรกิจดําเนินการโดยฉ้อฉล หรือการดําเนินการที่ไม่เปึนธรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือได้เปรียบคู่แข่งขันของตน จากประเด็นการปฏิรูปที่ทาง คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอขึ้นไปนั้นเราได้วางประเด็นปฏิรูปไว้ ๔ ประเด็น ซึ่งท่านประธานสารี ก็ได้กล่าวแล้วสั้น ๆ ก็คือเราวางประเด็นปฏิรูปเรื่องโครงสร้างผู้บังคับใช้กฎหมาย เรื่องขอบเขตของกฎหมาย เรื่องบทบัญญัติการปัองกันการผูกขาด แล้วก็กระบวนการบังคับโทษ ซึ่งทั้ง ๔ ประเด็นนั้นโดยเนื้อหาจริง ๆ แล้วผมคิดว่าเราใกล้เคียงกันมากนะครับ อาจจะ มีต่างกันบ้างกับเรื่องการใช้ถ้อยคําเท่านั้น มีเพียงบางประเด็น ๓-๔ ประเด็นเท่านั้น ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคคิดว่าควรจะมีการเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะครับ ทั้งหมดนี้นั้นผมต้องขอขอบพระคุณ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านจิตร์ แล้วก็ท่านคณะอนุกรรมาธิการทุกท่านที่เราได้มีโอกาสปรึกษาหารือกัน ได้คุยกัน สิ่งที่ผมประทับใจมากก็คือว่าทางท่านอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนั้นได้กรุณารับฟังความเห็นของเราด้วยดี
แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาจุดยืนร่วมกันที่จะบาลานซ์ (Balance) ผลประโยชน์ด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ์าย โดยส่วนตัวนั้นผมต้องขอขอบพระคุณท่านพจนีย์เปึนอย่างมากที่วันนั้นได้กรุณา หาทางออกที่จะแก้ไขว่าเราควรที่จะมีข้อยุติอย่างไร ซึ่งวันนั้นผมคิดว่าเราพอใจด้วยกัน ทั้ง ๒ ฝ์าย เราเห็นพ้องต้องกันในประเด็นที่ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะมี ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะได้ ฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะถอยสักนิดหนึ่งเพื่อจะเพิ่มความสมบูรณ์ได้ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้นั้นมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยนะครับท่านถ้าหากว่าไม่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ได้ดี เพราะผมเชื่อมั่นว่าทั้งหมดแล้วในที่สุดแล้วทั้ง ๒ คณะกรรมาธิการเราก็ทําเพื่อ ประชาชนด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าประชาชนนั้นจะเปึนผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ไม่ว่าจะเปึนผู้บริโภคหรือผู้ประกอบธุรกิจ เพราะฉะนั้นเปึน ประชาชนด้วยกันเรามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกัน ผมขออนุญาตนําเสนอประเด็นข้อแตกต่าง เพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในเรื่องนี้นั้นเราได้ทําการแจกไปยังท่านคณะกรรมาธิการ ทั้งหลายแล้วนะครับ สั้น ๆ ก็เพียงว่าเรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนิยามความหมายต่าง ๆ ซึ่งทางเราคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่ ง ที่จะต้องกําหนดคํานิยามของคําว่าตลาด อํานาจเหนือตลาด และผู้ประกอบธุรกิจในเครือ ในรายละเอียดนั้นมีปรากฏอยู่ในหน้า ๒ ของรายงานที่เรานําเสนอไปแล้วนะครับ ผมขออนุญาตเรียนย้ําอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่พูดในวันนี้ที่ท่านสารีพูดและพวกเราพูดนั้นเราไม่ได้มี ข้อขัดแย้ง เพียงแต่เราอยากจะให้เห็นว่าจุดยืนของคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นเรามองอย่างไรแค่นั้นเอง เรื่องที่ ๒ นั้นสําหรับเรื่อง ความจําเปึนในเรื่องตลาดนั้น เราคิดว่าเพื่อให้สามารถจําแนกถึงลักษณะของสินค้า แต่ละประเภทว่าผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน มีการแข่งขันในตลาดเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเมื่อสามารถจําแนกได้ก็จะทําให้ทราบได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจรายนั้นมีส่วนแบ่งตลาด ของสินค้าประเภทนั้นตั้งแต่ร้อยละ ๓๐ มีอํานาจเหนือตลาด เรื่องที่ ๒ ที่เรายังมองมุมมอง แตกต่างกันมากก็คือเรื่องบทบัญญัติของการปัองกันการผูกขาด บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับ การควบคุมพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขันทางการค้า ผมคิดว่า มันยังมีบางส่วนที่น่าจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขหรือสามารถที่จะมาตัดตอนหรือมารวมกันได้ ในเรื่องที่ ๑ ก็คือบทบัญญัติเกี่ยวกับพฤติกรรมต้องห้ามไม่สามารถใช้บังคับได้ตามลักษณะ และพฤติกรรมในการดําเนินธุรกิจที่อาจ เปลี่ยนแปลงไป คือทางเรามองว่าการควบคุม
พฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจในการประกอบธุรกิจไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือจํากัด การแข่งขันทางการค้า เนื่องจากธุรกิจการพัฒนาจะต้องต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง เพราะฉะนั้น พฤติกรรมในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจจึงเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของ การพัฒนาธุรกิจ ดังนั้นบทบัญญัติในการแข่งขันทางการค้าที่บัญญัติเพื่อควบคุมพฤติกรรมของ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องมีลักษณะที่ไม่เข้มงวดหรือแข็งกระด้างจนเกินไปและสามารถใช้บังคับ ได้ตามลักษณะ และพฤติกรรมในการดําเนินธุรกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท ของการพัฒนาธุรกิจได้ ทั้งนี้องค์กรผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถประกาศแนวทางการบังคับ ใช้กฎหมายซึ่งเปึนไกด์ไลน์ (Guideline) เพื่อประกอบการบังคับใช้กฎหมายและ เปึนการแนะแนวทางแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้ทราบว่าพฤติกรรมในลักษณะใดเปึนการต้องห้าม ซึ่งแนวทางการบังคับใช้กฎหมายนั้นมีกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ยุ่งยาก แตกต่างจากกระบวนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ซึ่งแนวทางการบัญญัติกฎหมาย และประกาศแนวทางการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ก็เปึนแนวทางที่ยอมรับเปึนสากล เพราะเราคิดว่าจะทําให้รัฐสามารถควบคุมพฤติกรรมผู้ประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่าทันต่อบริบทการพัฒนาทางธุรกิจและไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติ แห่งกฎหมายบ่อยครั้งจนเกินไปนะครับ ในเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความไม่ชัดเจน ในองค์ประกอบของความผิดอาญา ผมขออนุญาตเรียนนิดหนึ่งว่าสิ่งที่ผมเรียนให้ที่ประชุม ทราบนั้นเปึนการที่ศึกษาของเราในช่วงหลังจากที่เราได้มีการประชุมหารือกับทางท่าน ๆ แล้วนะครับ ซึ่งก็อาจจะมีการพัฒนาไปบ้างแล้ว
เรื่องความไม่ชัดเจนในองค์ประกอบของความผิดอาญานี่นะครับ เนื่องจากพระราชบัญญัติ การแข่งขันทางการค้ากับร่างพระราชบัญญัติที่ ร่างขึ้นมาใหม่ ได้กําหนดให้การกระทํา ที่เปึนปฏิปักษ์ต่อการแข่งขันทางการค้ามีโทษทางอาญา จึงต้องถือว่าบทบัญญัติดังกล่าว เปึนกฎหมายอาญา ดังนั้นในการพิจารณาว่าจําเลยมีความผิด ตามบทบัญญัติหรือไม่ โจทก์จําเปึนจะต้องสืบพิสูจน์พยานหลักฐานให้ครบองค์ประกอบของความผิดทางอาญานั้น ๆ จนสิ้นสงสัยว่าจําเลยได้กระทําความผิดจริงหรือไม่ ฉะนั้นในการบัญญัติกฎหมายดังกล่าว จึงมีความจําเปึนที่จะต้องบัญญัติองค์ประกอบความผิดทางอาญาให้ชัดเจน มิฉะนั้นอาจเกิด ข้อถกเถียงเกี่ยวกับองค์ประกอบความผิดได้ ซึ่งอาจทําให้ศาลไม่สามารถลงโทษ ผู้กระทําความผิดได้ ในรายละเอียดนั้นผมได้นําเสนอแจกแล้วซึ่งทางท่านคณะกรรมาธิการ ข้างบนก็อาจจะเห็นด้วย ในข้อที่ ๓ นั้นก็เปึนการบัญญัติกฎหมายในลักษณะที่ทําให้กฎหมาย ไม่อาจบังคับใช้ได้ทันทีที่พระราชบัญญัตินั้นมีผลใช้บังคับ ในส่วนความผิดและ บทกําหนดการลงโทษ การกําหนดค่าเสียหายและอายุความในคดีแพ่งก็เช่นกัน แล้วก็ การพิจารณาเปรียบเทียบปรับ ทั้งหมดนี้เดี๋ยวผมจะมีในเอกสารที่แจก แต่ผมขอเรียนว่า ทางคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วว่าเรามองจากมุมมองของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน เราพยายามที่สุดเหมือนกันที่จะไม่ให้ไปกระทบกับการประกอบธุรกิจของท่านผู้ประกอบธุรกิจ ขนาดเล็ก และขนาดกลางซึ่งจะไปสู่ขนาดใหญ่ต่อไป ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดนี้นั้น อย่างที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งที่ประชุมว่าจะเปึนการเสริมขึ้นไป และนําเสนอไปพร้อมกัน ต้องขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างมากที่ได้กรุณาให้แนวความคิดนี้ และแน่นอนว่า พระราชบัญญัติตามของท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังนั้น ก็จะเปึนตัวหลักในการที่ ที่ประชุมนี้พิจารณาครั้งนี้ เพียงแต่ว่าเรามีความเชื่อมั่นว่า ร่างพระราชบัญญัติกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคนั้นจะมีส่วนที่จะช่วยเสริมให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีความสมบูรณ์ขึ้น แล้วก็ เปึนประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณครับท่านประธาน