สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เสนอแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ่ายสำคัญ 2 ฝ่าย โดยเน้นย้ำว่าความขัดแย้งเกิดจากความเหลื่อมล้ำ ความแตกต่าง และความไม่เป็นธรรมของประชาชน และเสนอแนวคิดการปฏิรูปเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ โดยเน้นย้ำว่าความปรองดองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากที่จะแก้ไข และจุดมุ่งหมายของการปฏิรูปคือการสร้างความสมานฉันท์ให้กับทุกฝ่าย

ศาสตราจารย์พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ

ท่านประธานครับ ผมในฐานะประธานกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่ท่านประธานตั้งขึ้นมานะครับ ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ทั้งท่าน ที่อภิปราย และท่านที่ไม่ได้อภิปรายนะครับ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านเสนอนะครับ เช่น ที่ท่านประสิทธิ์เสนอ ท่านเกรียงไกรเสนอ ท่านเสรีเสนอ ท่านอาจารย์ธรณ์เสนอ ท่านอาจารย์นิรันดร์เสนอ จริง ๆ แล้วมีอยู่ในข้อเสนอในรายงานนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็จะปรับเนื้อหาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเท่าที่จะทําได้นะครับ ข้อท้วงติงของท่านวันชัย ท่านเสรี แล้วก็ท่านอื่น ๆ อีกนะครับที่ว่ามันจะสร้างความปรองดองได้อย่างไร ก็ขอเรียนว่า ในส่วนที่เปึนความปรองดองของประชาชนนั้นในรายงานได้พูดถึงกลไกวิธีการมาเยอะทีเดียว ผมคิดว่าอันนี้เราไม่ค่อยหนักใจเท่าไรนะครับ ยิ่งบวกกับที่คุณพะเยาว์ อัคฮาด ได้พูดเอาไว้ จากประสบการณ์ชีวิตจริงว่าประชาชนไม่ได้ขัดแย้งกันมากมายหรอก แล้วก็ตรงกับที่ ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดว่ามันอยู่ที่ผู้กุมอํานาจกับผู้ที่ต้องการที่จะได้อํานาจนี่ละครับ อันนี้ละที่เปึนปัญหา นอกเหนือจากรายงานฉบับนี้ต้องมีอะไรเสริมเข้าไป ก็ขอกราบเรียนว่า ผมในฐานะที่อยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับพวกเราอีกหลาย ๆ ท่าน ที่อยู่ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนี้ก็ได้คิดปัญหาเรื่องนี้เหมือนกับที่ท่านทั้งหลาย เปึนห่วงนะครับ เราก็ได้คิดหาวิธีการที่จะทําอย่างไรให้ความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ์ายสําคัญ ๒ ฝ์ายนี่ละครับ ทําอย่างไรที่จะให้เปึนความขัดแย้งที่สร้างสรรค์ขึ้นนะครับ เปึนความขัดแย้ง ที่จํากัด เปึนความขัดแย้งที่ไม่ทําให้เกิดความแตกหัก เกิดความแตกแยก แล้วก็ค่อย ๆ ทําให้ ความขัดแย้งมันลดลง แล้วเปึนความขัดแย้งที่นํามาสู่ความสร้างสรรค์แล้วก็ไม่เกิดการกลับไป เปึนเหมือนเดิม ไม่อยากกลับไปเปึนเหมือนเดิมนะครับ ซึ่งก็ได้คิดเอาไว้หลาย ๆ มาตรการ แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะพูดให้ฟังได้ ทั้งหมดนะครับ นอกจากนั้นในรัฐธรรมนูญก็ได้ ตอบคําถาม จะตอบคําถามที่ท่านสมาชิกหลายคนถามว่าดูเหมือนหลายองค์กรหลายหน่วย เหลือเกินที่รับผิดชอบเรื่องนี้นะครับ อยากจะให้มีคล้าย ๆ กับองค์กรกลางที่ช่วยประสาน แล้วก็ช่วยเพิ่มเติมน้ําหนักให้กับการทํางานเรื่องปรองดองสมานฉัน ท์นะครับ ในรัฐธรรมนูญนี่ ก็จะมีเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความปรองดองด้วย ซึ่งก็จะทําหน้าที่

ที่สําคัญเปึนหลัก ให้น้ําหนัก ให้แรงฉุดไปข้างหน้า ซึ่งก็จะมีนายกรัฐมนตรีอยู่ในนี้ด้วย แล้วนอกจากนั้นในรัฐธรรมนูญกําลั งเขียนอยู่นี่ก็จะมีเรื่อง กอส. คณะกรรมการอิสระ เสริมสร้างความปรองดอง ซึ่งมีอยู่ ๑๕ คนนี่นะครับก็จะทําหน้าที่ในส่วนที่เปึนรูปธรรม รายละเอียด เปึนเรื่องของความปรองดองโดยเฉพาะนะครับ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อความปรองดองและการปฏิรูปที่ผมเรียนว่าจะมีนายกรัฐมนตรีอยู่ในนั้นด้วยนี่นะครับ ก็จะทําเรื่องสําคัญเรื่องทิศทาง เรื่องยุทธศาสตร์ของการปรองดองและการปฏิรูปนะครับ แล้วก็ที่หลายท่านบอกว่าความขัดแย้งนี่นะครับ มันอยู่ที่ประชาชนมีความเหลื่อมล้ํา มีความแตกต่าง มีความไม่เปึนธรรม

อันนี้สิ่งที่จะแก้ได้ก็คืองานของ สปช. ทั้งหมด เพราะว่า สปช. ก็ทําหน้าที่ปฏิรูป ปฏิรูปนี่ ถ้าคิดอย่างง่าย ๆ ก็คือปฏิรูปเพื่อจะทําอะไรให้มันดีขึ้น แต่ถ้าคิดในบริบทของปรองดอง การปฏิรูปที่พวกเราช่วยกันทํามาตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน เปัาหมายสําคัญก็คือ เพื่อจะนําไปสู่ความปรองดอง ถ้าเราปฏิรูปอะไรทุก ๆ อย่างได้หรือว่าหลาย ๆ อย่างได้ สิ่งที่มันจะผลิตความขัดแย้งขึ้นมาเรื่อย ๆ มันจะลดลงไปเยอะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้อง ขอกลับไปที่หลายท่านที่ได้พูดเอาไว้นะครับว่าเรื่องความปรองดองเปึนเรื่องที่รอบด้าน เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่จะมาหาว่าอะไรผิดอะไรถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คงยากมากนะครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับมุมมองด้วย แล้วก็ที่สําคัญที่มันยากอีกอย่างก็คือว่าเราพยายามออกแบบ ความปรองดองที่ไม่ใช่เปึนระหว่างผู้แพ้กับผู้ชนะ แต่ทําอย่างไรที่จะให้ชนะกันทุกฝ์าย นี่ก็เปึนสิ่งที่ยากนะครับ และผมก็จะไม่ไปตอบคําถามที่เปึนรายละเอียดมากนักนะครับว่า ใช่หรือเปล่า ตรงกับที่คณะกรรมการคิดหรือเปล่า แต่ว่าผมฟังดูแล้วครับท่ำนประธาน ผมคิดว่าทุกท่านที่อภิปรายไม่มีใครขัดหรือว่าให้ความเห็นอะไรที่ทําให้ผมต้องตอบเปึนพิเศษ อะไรเลยนะครับ เปึนว่ารับไว้ทั้งหมดนะครับ และจะพยายามเอามาปรับปรุงแก้ไข แต่ว่าก็จะ ทําให้เร็วที่สุดนะครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เปึนการอภิปรายถกเถียงทางวิชาการ เราจะต้อง พยายามทําอะไรให้เร็วที่สุด แล้วก็ท่านผู้ใหญ่ที่กุมงาน คสช. หรือกุมงานรัฐบาลก็ถาม อยู่เรื่อยว่า สปช. มีอะไรเสนอมาสิ เราก็ได้เสนอกันตามลําดับนะครับ แต่สิ่งที่ผู้กุมอํานาจ ต้องการมากที่สุดก็คือว่าทําอย่างไรที่จะปรองดอง ทําอย่างไรที่จะสมานฉันท์ รัฐบาลและ คสช. ก็ได้ทํางานไปไม่ใช่น้อยเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แต่เขาก็ถามมาอยู่เรื่อย ๆ ว่า สปช. ทําเสร็จหรือยังเรื่องความปรองดองและสมานฉันท์ พวกเราก็พยายามทําอย่างรวดเร็ว ที่สุด ก็ทํามาได้จนถึงวันนี้นะครับ ก็นํามาเสนอกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สิ่งที่จะขอ จากพวกเราก็คือขอความสนับสนุนจากพวกเราให้มากที่สุด เพื่อที่จะให้รายงานนี้มีพลัง มากที่สุด ผมขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ