เสรี สุวรรณภานนท์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในชาติ โดยการแยกประเภทคดีและแก้ไขตามกลุ่ม เพื่อยกเลิกคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอแนะให้คสช. มีอํานาจตามมาตรา ๔๔ ให้เหตุผลและข้อมูลเพื่อยุติคดี โดยไม่ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ต้องศึกษาและแบ่งแยกคดีความให้เหลือจํานวนน้อยที่สุด และสุดท้ายคือการปรองดอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ท่านคณะกรรมการทุกท่านนะครับที่เสนอ นวทางเพื่อจะให้เกิดความปรองดองให้กับ คนในชาติ ถือว่าท่านมีเจตนาดี แต่เมื่อผมอ่านรายงานแล้ว ผมคิดว่าเปัาหมาย ในการแก้ปัญหานั้นยังไม่ชัดเจน ที่กราบเรียนก็คืออยากให้เกิดความชัดเจนในความเจตนาดี ของท่าน เรื่องของความปรองดองต้องกราบเรียนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราคิดว่าจะให้มี ออกกฎหมายหรือกําหนดแนวทางแล้วมันจะปรองดองกันได้ สิ่งที่เปึนปัญหาในบ้านเมืองเรา เราต้องดูจากปัญหาต้นตอที่แท้จริง แต่รายงานของท่านดังกล่าวก็ยังคลุม ๆ เครือ ๆ วางหลักเกณฑ์ วางแนวทางไว้ ซึ่งพยายามที่จะตอบโจทย์ว่าการแก้ปัญหาในเรื่อง ความขัดแย้งนั้นจะมีแนวทางอย่างไร
แต่ยังไม่ได้เจาะถึงการแก้ปัญหาที่แท้จริง ส่วนหนึ่งที่เปึนสิ่งสําคัญก็คือความปรองดองที่จะ เกิดขึ้นดังกล่าวท่านก็พยายามที่จะไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ความปรองดองนี้เปึนปัญหา ชั่วเวลา ชั่วสถานการณ์ ผมเห็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเอาเรื่องของความปรองดอง ไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี่ ผมต้องเรียนไว้เลยว่านั่นคือแนวทางที่ผิด เพราะการปรองดองนั้น มันไม่ได้จีรังยั่งยืน มันเปึนปัญหาความขัดแย้งในแต่ละช่วงเวลาแต่เราต้องการให้มี รัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนใช้อย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะนําไปบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เรื่องปรองดองนั้นจึงเปึนแนวทางที่น่าจะไม่ถูกต้อง ส่วนการขอเสนอแก้ปัญหา โดยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นผมคิดว่านั่นก็ยังไม่ใช่การแก้ปัญหา จากสิ่งที่ผ่านมา ท่านจะเห็นนะครับมีการพยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมหลายครั้งแต่ไม่ประสบ ความสําเร็จ เพราะแนวคิดยังมีอยู่ ๒ ด้าน ด้านหนึ่งมีคนคิดว่าสิ่งซึ่งคนได้กระทําความผิดนั้ น เปึนความผิดที่ร้ายแรงต่อบ้านเมืองจะเลิกหรือยกเลิกโทษกันได้อย่างไร แม้แค่คิดว่าจะมี กฎหมายนิรโทษกรรมนั้นก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ แต่การจะให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม ดังกล่าวนั้นอาจจะเปึนการบรรเทาปัญหาได้ ถ้าหากกรรมาธิการหรือกรรมการได้พิจารณา รายละเอียดคดีที่ท่านได้ให้ข้อมูลมานะครับว่ามีคดีทั้งหมดกี่เรื่องกี่คดี แต่ละคดีมีคดีประเภท ไหนบ้าง คดีทั้งหมดมี ๑,๔๕๐ คดี ตามข้อมูลที่ท่านเสนอมา แต่คดีเหล่านี้น่าเสียดายว่าท่าน ไม่มีรายละเอียดว่าแต่ละคดีนั้นมีใครบ้างที่ถูกคดีอะไร ข้อหาไหน ท่านอาจจะปกป่ดชื่อก็ได้ แต่การนําเสนอนั้นผมอยากให้กรรมการเสนอแนวทางว่าปัญหาคดีที่เกิดขึ้นท่านต้องแยก เปึนประเภท คดีไหนที่สามารถจะเลิกได้ทันที คดีไหนที่เปึนเรื่องเกี่ยวกับชาวบ้าน ไม่ได้เกี่ยวกับนักการเมือง แต่เปึนผลพวงที่เขาถูกคดีเพราะเขาเข้ามาร่วมในทางการเมือง ท่านต้องแยกกลุ่มคนที่ถูกต้องหาเหล่านี้ แล้วแก้ให้เขาเปึนกลุ่ม ๆ ไป มิฉะนั้นแล้วถ้าหากว่า จะออกเปึนกฎหมายนิรโทษกรรมและแก้ปัญหาทั้งหมดนี่ผมคิดว่าก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ ท่านต้องแยกครับว่าแต่ละกลุ่มที่เปึนชาวบ้านประชาชนนั้นมีกลุ่มไหนบ้างที่ควรจะต้อง ปลดปล่อยเลิกคดีให้เขาได้ทันที ในยุคปัจจุบันนี้กา รที่จะยกเลิกคดีได้นั้นมีหลายวิธีครับ ให้อัยการถอนฟัองก็ได้ถ้าท่านศึกษาดี ๆ ถ้าหากว่าท่านศึกษาแล้วมีข้อมูลดี ๆ นะครับ เสนอให้อัยการถอนฟัองเลยว่าชาวบ้านประเภทนี้ คนนี้ คดีนี้ควรถอนฟัองไปได้เลย คดีบางประเภทอาจจะมีส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องแต่ไม่ได้เข้าไปกระทําค วามผิดอย่างชัดเจน
ยกตัวอย่างครับท่านประธาน อย่างคดีของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านถูกคดีอะไรครับ ถูกคดีข้อหากบฏ โทษสูงสุดคืออะไร ประหารชีวิตครับ แต่ในการที่ท่านเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นท่านเปึนนักวิ ชาการครับ เสนอแนวคิดแนวทางในทาง วิชาการ แต่ปรากฏว่าถูกคดีต้องโทษหนัก คดีประเภทอย่างนี้ครับท่านต้องตรวจดูครับว่า มีแบบนักวิชาการนี่อีกกี่คนที่จะนําเสนอให้คดียุติโดยเร็ว
แล้วคดีประเภทที่เปึนนักการเมือง แต่ใช้อุดมการณ์ทางการเมืองเข้ามาต่อสู้ทางอุดมการณ์ ต้องแยกแยะออกมา แล้วพยายามเลิกคดีโดยวิธีการให้พ้นไปทีละกลุ่ม ๆ ไป ท่านประธานครับ สิ่งที่จะแก้ปัญหาเรื่องคดีความได้ท่านต้องศึกษาให้ชัดเจนแล้วเสนอ คสช. สิครับ ท่านมีอํานาจตามมาตรา ๔๔ ครับ ท่านไม่ต้องไปรอที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะมีกระบวนการขั้นตอนเยอะ ท่านให้ คสช. ให้เหตุผล ให้ข้อมูล แล้วนําเสนอว่า คดีประเภทนี้ควรยุติคดีได้ ถ้าหากว่าท่านทําอย่างที่ผมเสนอแนะนี่ปัญหาคดี ความต่าง ๆ ตั้ง ๑,๔๐๐ กว่าคดีจะยุติได้เปึนจํานวนมาก ประชาชนที่สัมผัสเกี่ยวข้องก็จะได้รับผลพวง จากการที่หยุดหรือยกเลิกคดีให้เขา แต่ถามว่าสิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องการแก้ปัญหาการปรองดองไหม ผมกราบเรียนท่านเลยครับว่าไม่ใช่ครับ เพราะว่าปัญหาในเรื่องความขัดแย้งที่จะให้เกิด ความปรองดองนี้หลายท่านก็พูดครับ มันเปึนปัญหาทางการเมืองในประเทศ มันเปึนปัญหา ทางการเมืองที่นักการเมืองต่อสู้กันจนกระทั่งประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง แล้วเกิดความแตกแยกในประเทศ ท่านกรรมการได้ศึกษาไหมครับว่าการเมืองที่ต่อสู้กัน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ กว่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี่มันเปึนการเมือง ๒ ขั้ว กลุ่มที่มีปัญหาก็คือกลุ่มที่มีอํานาจที่ผ่านมาทั้ง ๒ ข้าง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นท่านได้เจาะ ลงไปไหมครับ ถ้าเปึนนักการเมืองธรรมดาทั่ว ๆ ไปมีปัญหาความขัดแย้งกันก็จะยกเลิก แล้วก็ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้ง เพราะอะไร เพราะเขาไม่มีกําลังเงิน กําลังทรัพย์ เหมือนนักการเมืองที่เปึนปัญหาอยู่ในปัจจุบัน นี่คือปัญหาใหญ่ครับ นักการเมืองที่มีปัญหา ในปัจจุบันแล้วต่อสู้กัน เอาแพ้เอาชนะกันนี่ก็คือกลุ่มตระกูลชินวัตร สู้กันมาตั้งแต่สมัย พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เขาต่อสู้กันเขาก็อ้างว่าต้องการ ความเปึนธรรม แต่อีกด้านหนึ่งก็บอกว่าถ้าเปึนธรรมก็ต้องเข้ามาสู้คดี จะให้เลิกคดีกันง่าย ๆ นั้น อีกฝ์ายก็ไม่ยอม แล้วอย่างนี้ท่านจะไปปรองดองได้อย่างไร ถ้าหากบ้านเมืองยังอยู่ ในสภาพเช่นนี้ สิ่งที่เปึนปัญหาที่แท้จริงมั นแก้ยากครับ ถ้าหากว่าท่านสามารถใช้เวลา ในการที่จะแบ่งแยกคดีความต่าง ๆ แล้วให้เหลือจํานวนน้อยที่สุด และสุดท้ายครับ ท่านประธาน ทางออก ถ้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วมันทํายาก ทําไม่ได้