ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาทางออกให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่พอสมควร และเรียกร้องการศูนย์ข้อมูลกลางที่แสดงให้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับความขัดแย้งและประเด็นที่เกิดขึ้น โดยภาครัฐควรเผยแพร่ข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ ประเด็นที่ผมจะพูดนี่อาจจะสั้น ๆ แต่มีอยู่ ๒ ประเด็น ด้วยกัน ที่อยากฝากไปถึงท่านกรรมาธิการทุกคนนะครับ ประเด็นแรกก็คือในเรื่องของ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ผมก็เปึนส่วนหนึ่งที่อาจจะอยู่ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ปัญหาที่แท้จริง อย่างหนึ่งสําหรับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจจะมีแนวคิดคล้ายกับผม ก็คือเราไม่สนใจการเมืองหรอกครับ เราไม่ได้สนใจการเมือง เราไม่ได้สนใจพรรคไหน เราสนใจความเปึนจริงบางอย่างเท่านั้น ที่เรารู้สึกว่ามันผิด มันผิดต่อความรู้สึกของเรา มันผิดต่อความเชื่อ ต่อหลักการ และเหตุผลของเรา เราไม่มีทางออก มันก็เลยต้องออกไปตรงนั้น ไม่ใช่หมายความว่าเราฝักใฝ์ ทางการเมือง เรามีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรืออื่น ๆ อีกมากอย่างดี เราเปึนแค่ ประชาชนธรรมดาส่วนใหญ่ที่รู้สึกว่ามันผิด แล้วฉันจะไปไหน ฉันไม่มีทางไป มันก็ต้อง ไปลงอยู่ตรงนั้น นั่นคือประเด็นแรก ซึ่งผมรู้สึกว่าตรงนี้ถ้าเกิดเรายังคิดอยู่ว่ามันเปึน ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว แล้วยังไม่หาทางออกให้คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเปึน คนกลุ่มใหญ่พอสมควรได้ออก ได้มีทางไป มันก็ยังกลับมาสู่ปัญหาเดิม ๆ ว่าท้ายสุดเขาไม่มี ทางไป เขาอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่เขาก็ต้องไปทางนั้นเพราะมันเปึนทางเดียว ที่เหลืออยู่ นั่นคือข้อแรก
ข้อที่ ๒ คงจะไม่เกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งในอดีต แต่ผมรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วตอนที่ ท่านกรรมการพูด ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านบัณฑูรพูดนี่ท่านบัณฑูรก็พูดถึงในบางส่วน ที่เราแทบจะไม่ได้เห็นในตอนนี้ เราไม่ได้พูดถึง ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว ความขัดแย้งที่จําเปึนต้องมีการปรองดองในอนาคตเกิดขึ้นทุกวัน แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังมี ความขัดแย้งที่ท่านบัณฑูรได้ยกมาแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับทรัพยากร ในเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ในเรื่องเกี่ยวกับต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดมันก็เปึนประเด็นจากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง แล้วก็กลับเข้าไปสู่ เวทีของการเมืองในที่สุด อย่างไรก็ตามประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะนําเสนอกับท่านประธาน ผ่านไปทางท่านกรรมการทุกคนก็คือว่าผมยังไม่เห็นอะไร ท่านกรรมการพูดถึง แต่ผมยัง ไม่เห็นอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเราได้กระทําใด ๆ ที่จะทําให้ความขัดแย้งในเรื่องอื่น ๆ ที่กําลัง จะกลายเปึนกองไฟเล็ก กองไฟโน้นนี้นั้นต่อเนื่องเกิดขึ้นเปึนไฟประทุตามจุดต่าง ๆ ได้มอดลงไป เราพูดถึงศูนย์เยียวยา เราพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต เราพยายามจะแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต เพื่อให้รู้สึกทุกคนมีทุกฝ์ายอยู่ร่วมกัน นั่นเปึนเรื่องที่ดี แต่ความขัดแย้งมันไม่ใช่อยู่แค่นั้น มันยังมีเรื่องปากท้อง เรื่องความเข้าใจผิด เรื่องข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เรื่องการกระทํา หลายต่อหลายอย่าง ผมอยากเห็นตรงนั้นว่าถ้าเกิดเราจะทํางานด้านการปรองดอง เราต้องมองไปข้างหน้าและเก็บให้ครบทุกประเด็น ไม่ใช่เฉพาะประเด็นการเมือง หรือคู่ขัดแย้ง ๒ ฝ์ายเท่านั้น ยังมีประเด็นที่ท่านกรรมการพูดถึงแล้วแต่มัน ไม่ปรากฏว่าเราทําอะไรกับประเด็นเหล่านั้นให้ชัดเจน ผมอยากเห็นศูนย์ข้อมูลกลาง ที่นําเสนอข้อมูล ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูล ฐานข้อมูลก็คือฐานเก็บข้อมูลไว้ แต่คนไม่ทราบ มันต้อง เปึนอะไรที่แสดงให้เห็น ยกตัวอย่างเช่นในกรณีความขัดแย้งก็รวมความขัดแย้งให้หมด ไม่ใช่ โผล่มาทางไลน์ (Line) วันละครั้งสองครั้ง ด้านโน้นโผล่ครั้ง ด้านนี้โผล่ครั้ง เอามารวมกัน แล้วก็ใครอยากสนใจก็เข้าไปดูในนั้น ในเรื่องของอนาคต ความขัดแย้งเรื่องทรัพยากร เรื่องต่าง ๆ เรื่องสิ่งแวดล้อมเรื่องต่าง ๆ ก็มีศูนย์รวมเข้ามา แล้วทําให้ชัดเจนว่าศูนย์ข้อมูล ของกระทรวงไหน กรมไหน ที่เกี่ยวข้องสามารถนําเสนอข้อมูลมาเพื่อให้คนที่สนใจสามารถ เข้าไปในศูนย์ข้อมูล หรือการนําเสนอข้อมูลที่เปึนกลาง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หลายต่อหลายครั้งเนื่องจากเกิดความขัดแย้งของ ๒ ฝ์าย ถ้าเกิดเปึนจุดยืนทางการเมือง ที่แตกต่างกันแน่นอนมันก็ต้องมี ๒ ฝ์าย แต่ในความขัดแย้งที่เกิดระหว่างภาครัฐ
กับภาคประชาชน ชุมชน และอื่น ๆ อีกมาก เราก็จะเห็นได้ว่ามันเกิดขึ้น ๒ ฝ์ายเหมือนกัน ทั้งที่ทางภาครัฐน่าจะมีทางที่จะทําให้ข้อมูลต่าง ๆ ได้รับการเผยแพร่อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมสรุปง่าย ๆ ในประเด็นที่ ๒ ของผมก็คือว่าท่านกรรมการก็คิดถึงแล้ว แต่สิ่งที่ ผมเห็นผมไม่ได้เห็นในสิ่งที่ท่านกรรมการพูดถึงว่าเราทําอะไรกับการทําให้เกิดความปรองดอง ยุติหรือปัองกันให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตในประเด็นอื่น ๆ ที่มีอีกมากมายมหาศาล นอกเหนือไปจากประเด็นเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว ขอบคุณครับ