สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ทิวา การกระสัง หารือเรื่องความปรองดองในประเทศ โดยใช้ประวัติศาสตร์สมัยสามก๊กเป็นแบบอย่าง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังความขัดแย้ง และการหาวิธีแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยกระบวนการขับเคลื่อนและไกล่เกลี่ย

นายทิวา การกระสัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน กรรมการนะครับ ผมกราบเรียนท่านอาจารย์ เอนกไว้นานแล้วว่าเรื่องปรองดองนั้น จะขอความกรุณาพูดสักนิดหนึ่ง แต่กระผมนั้นอยากจะพูดในเรื่องของทั่วไป จะไม่แสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์ว่ากรอบความคิดทั้ง ๖ แนวทางของท่านนั้นจะก่อให้เกิด ความปรองดองในประเทศนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเล่าพงศาวดาร หรือเล่านิทาน ๒ เรื่อง ที่ทุกท่านในห้องนี้ก็คงจะทราบดี แต่ในประเทศนี้เคยนําแนวคิด ของนิทานทั้ง ๒ เรื่อง หรือพงศาวดารทั้ง ๒ เรื่องมาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือเปล่า เนื่องจากว่ามีการแปลพงศาวดารนี้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ เท่าที่ทราบนะครับ พงศาวดารนิทานเรื่องแรกก็คือความขัดแย้งในยุคปลายราชวงศ์ฮั่น

ที่เราทราบกันดีก็คือเรื่องสามก๊กนะครับ แต่ละฝ์ายต่างคิดว่าตัวเองนั้นคือตัวแทนของ ความถูกต้อง อีกฝ์ายหนึ่งคือตัวแทนของความเลว รบกัน ๗๓ ป้นะครับ ไม่ยอมคุย ไม่ยอมเจรจากัน ปรากฏว่าก๊กทั้งสาม ทั้งเล่าป้ื ทั้งโจโฉ ทั้งซุนกวน ไม่มีใครได้ครองแผ่นดิน โดยแท้จริง ไม่มีใครได้รวมแผ่นดินได้ คนที่ได้คือสุมาอี้เปึนต้นราชวงศ์จิ้น ยุคที่ ๒ คือ ความขัดแย้งในสมัยปลายราชวงศ์สุ่ย คือพงศาวดารสุ่ยถัง หลังจากราชวงศ์สุ่ยล่มสลายไป คนที่เข้าไปที่นครฉางอานได้ก็คือหลี่เอี๋ยนหรือหลี่ซื่อหมิ่น ตอนนั้นมีก๊กต่าง ๆ อยู่ประมาณ ๘ ก๊ก ทุกคนต่างอ้างว่าตัวเองเปึนผู้กล้า ๘ ก๊กก็มีหวากัง หลีซื่อชง หล่ออี้หรืออี้เหวินฮัวจี่ หลี่ ซื่อหมิ่นยกกองทัพไป จะไปถามแต่ละก๊กว่าที่ท่านตั้งกองกําลังขึ้นมาแล้วก็รบกันอยู่ทุกวันนี้ ท่านต้องการอะไร ทุกคนต่างตอบเปึนเสียงเดียวกันว่าต้องการที่จะยุติยุคแห่งความวุ่ นวาย ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ต้องการลดความขัดแย้งและการฆ่าฟันในประเทศ หลี่ซื่อหมิ่น ถามว่าแล้วที่ท่านตั้งกองกําลังในลักษณะนี้ ขัดแย้งกันในลักษณะนี้โดยมีจุดมุ่งหมายและ เปัาประสงค์เดียวกันว่าต้องการให้ประเทศมีความสงบสุขมันจะเปึนไปได้หรือถ้าต่างคนต่างคิด ว่าตัวเองนั้นถูกต้อง แต่ละฝ์ายก็ถามหลี่ซื่อหมิ่นว่าแล้วจะทําอย่างไร หลี่ซื่อหมิ่นบอกว่า เรามารวมกันทิ้งความขัดแย้งที่ผ่านมา ไม่มีใครผิดใครถูกแล้วมาร่วมกันสร้างประเทศ สร้างสังคม แห่งความสงบสุขเปึนไปได้ไหม ทุกก๊กทุกเหล่าทั้ง ๘ ก๊กพากันทิ้งอาวุธและรวมกันสร้าง ราชวงศ์ใหม่คือราชวงศ์ถังเปึนยุคถัง เปึนยุคทองแห่งราชวงศ์ถัง อยู่ได้ถึง ๓๐๐ กว่าป้ นี่คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยการเจรจาโดยมีเปัาประสงค์อันเดียวกันนะครับ ตามที่ท่านเสนอมาผมเห็นด้วย แต่การที่ท่านบอกว่าจะพิสูจน์ความผิดของแต่ละบุคคลก่อน ถ้าเรามาพูดถึงว่าใครผิด ใครถูกผมรับรองว่าคุยกันไม่รู้เรื่องนะครับ ผมจะไม่เสนอว่าให้มี การนิรโทษกรรมหรือไม่ ผมไม่ได้เปึนกลุ่มบุคคล ที่อยู่ในความขัดแย้งของแต่ละฝ์าย แต่ผมติดตามผมเปึนทุกข์ เปึนทุกข์กับประเทศนี้ที่แต่ละวัน ออกมาผมก็ดูทีวี (TV) เห็นแต่ ข่าวความขัดแย้ง เห็นแต่ข่าวคนตาย ผมแทบไม่เชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันเอง นับถือศาสนาพุทธ ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน เราสอนว่าการฆ่าคนนั้นเปึนบาป แต่เราสามารถที่จะนําระเบิด นําป๋นไปยิงคนที่เราไม่รู้จักเลย ทําไมมันถึงก่อให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะนั้น พระพุทธองค์ ท่านสอนว่าก่อนที่ท่านจะระงับเหตุแห่งทุ กข์นั้นต้องดูที่เหตุก่อนว่าเหตุเกิดจากอะไร ท่านต้องศึกษาเหตุก่อนครับว่าเหตุนั้นมันเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากการเมือง การเมืองก็คือ การแบ่งสรรผลประโยชน์ การจัดสรรอํานาจที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญนี้

จะต้องจัดสรรอํานาจอย่างเปึนธรรม นี่คือเรื่อง หนึ่งเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ถ้าเรายังพูดถึงเรื่องผิดเรื่องถูก ปรองดองไม่ได้ครับ ผมเสนออย่างนี้ว่า ผมดูข่าวในแต่ละฝ์าย แต่ละกลุ่มทุกคนต่างรักประเทศชาติ ที่ทําทําเพื่อประเทศชาติ เพื่อพระเจ้าอยู่หัว ท่านลองไปถามเขานะครับเวลาคุยอยู่ว่าสิ่งที่เขาทํานั้นเขาทําเพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่ หรือทําเพื่อตัวเอง ถ้าไม่หลอกตัวเองนะครับ ขอความกรุณาอีกสักนิดหนึ่งนะครับ การแก้ปัญหาง่าย ๆ ใช้กระบวนการขับเคลื่อนที่มีอยู่ในประเทศนี้ ถ้าเห็นว่าอัตราโทษใดก็ตาม ที่เกิดจากกระบวนการทางการเมืองที่มีอัตราโทษเล็กน้อย ท่านก็พิพากษาไปถ้าเห็นว่าผิด โดยใช้กระบวนการในการรอการลงโทษและวางข้อกําหนดไว้ก็ได้ โดยห้ามเขายุ่งเกี่ยว หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอีก ถ้ากระทําผิดซ้ําก็นําโทษที่รอการลงโทษนั้น มาลงนะครับ บางทีก็ใช้มาตรการในการลงโทษบ้าง บางคนก็ใช้มาตรการในการไกล่เกลี่ย กระบวนการในการไกล่เกลี่ยและสมานฉันท์ ผมเปึนทนายความแล้วก็มีประสบการณ์ ในเรื่องนี้ตลอดเวลา เราจะไม่พูดว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นใครผิดใครถูก แต่เราจะพูดว่า

สิ่งที่ท่านจะได้นั้นคืออะไร อย่างน้อยทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติก็ถามเขากลับไปว่าสิ่งที่เขา ทํานั้นเขาทําเพื่อประเทศชาติจริงหรือไม่นะครับ จริง ๆ แล้วผมมีอะไรที่จะพูดเยอะในเรื่อง เกี่ยวกับความปรองดองแต่ก็กินเวลาไป ๑ นาที ขอความกรุณาวันหลังอาจจะพูดกับ ท่านอาจารย์เอนกนะครับ ขอขอบพระคุณครับ