สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างสถาบันการเมืองและระบบเศรษฐกิจเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางในการป้องกันการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และเสนอข้อเสนอเกี่ยวกับการสร้างความปรองดองและขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ และการสร้างฐานข้อมูลเพื่อเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ในลําดับถัดไปขออนุญาตใช้เวลาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อนําเรียนถึงภารกิจ ลําดับที่ ๔ ลําดับที่ ๕ ลําดับที่ ๖ และข้อมูลในส่วนสุดท้ายนะครับ

ในส่วนที่ ๔ ซึ่งจะต้องดําเนินกำรควบคู่ไปกับภารกิจในข้ออื่น ๆ นั้น คือ การเยียวยา ดูแล และการฟุ๋นฟูผู้ได้รับผลกระทบ จากการศึกษาเราแยกกลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบเปึน ๕ กลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มผู้บาดเจ็บ พิการ กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้ที่ทรัพย์สิน ได้รับความเสียหาย กลุ่มที่ ๔ คือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางคดี มีข้อหา หมายจับ และถูก ดําเนินคดี กลุ่มที่ ๕ มักจะเปึนกลุ่มที่ถูกมองละเลยไป ก็คือกลุ่มที่เปึนชุมชนในละแวก ใกล้เคียงกับการชุมนุมซึ่งได้รับผลกระทบอยู่พอสมควร ในภารกิจข้อที่ ๔ นั้นมีวิธีดําเนินการ ที่ได้เรียนเสนอไว้ ๖ ประการ ตั้งแต่เรื่องการตั้งศูนย์ประสานงานและรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับ ผลกระทบ เพราะว่าเรายังพบว่ายังมีผู้ที่ ตกหล่น ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงการได้รับการเยียวยา อย่างเหมาะสมอีกเปึนจํานวนพอสมควร ประการที่ ๒ คือการจัดทําฐานข้อมูลผู้ได้รับ ผลกระทบทุกฝ์ายจากเหตุการณ์ชุมนุม ทางการเมือง ประการที่ ๓ คือการเยียวยา ดูแล และฟุ๋นฟูผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ์าย โดยมีมาตรการทั้งที่เปึนตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ส่วนที่ไม่ใช่ตัวเงินอาจหมายรวมถึงตัวอย่างเช่น เรื่องการศึกษา การอบรมด้านอาชีพเพื่อให้ สามารถกลับมาดําเนินชีวิตได้ตามปกติ เปึนต้น ในประการที่ ๔ คือการทําหลักเกณฑ์ฐานคิด การคํานวณอัตราในการชดเชยความเสียหายและการเยียวยาในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิด

การเลือกปฏิบัติ และกลายเปึนเงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งหลายท่านที่ติดตามเหตุการณ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้คงพอได้รับทราบปัญหาในประเด็นตรงนี้อยู่พอสมควรนะครับ ในส่วนสุดท้าย คือการพัฒนาปรับปรุง จัดทํากฎหมาย กฎ ระเบียบที่จําเปึน เพื่อการรองรับการชดเชย เยียวยา ในปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทําให้เปึนปัญหาสืบเนื่อง ต่อเรื่องการเยียวยาอย่างเหมาะสม การดําเนินงานในภารกิจในส่วนนี้จะทําให้ผู้ได้รับ ผลกระทบทุกกลุ่ม ทุกฝ์ายสามารถกลับมาดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม

ประการที่ ๕ คือภารกิจในการที่จะสร้างสภาวะที่เอื้อต่ อการอยู่ร่วมกัน เกี่ยวกับภารกิจในตรงนี้มีวิธีการที่ได้นําเรียนเสนอไว้ ๕ ประการ ประการแรก คือการพัฒนา ยุทธศาสตร์สันติวิธีเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งได้เคยมีการประกาศใช้ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ พยายามทําให้เกิดเปึนหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป ประการที่ ๒ คือการสื่อสารกับ สังคมเพื่อสร้างความเข้าใจของประชาชนให้มีความตระหนักถึงผลการใช้ความรุ นแรง ในการจัดการปัญหา ความเคารพและรับผิดชอบในการใช้สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิเสรีภาพ ในการชุมนุมซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อบุคคลอื่น ประการที่ ๓ จําเปึนต้องมีการฟุ๋นฟู ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สังคม องค์กร และสถาบันที่มีความขัดแย้งกัน ประการที่ ๔ การเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปโครงสร้าง สถาบันการเมือง ให้เอื้อต่อการเกิดวัฒนธรรมทาง การเมืองประชาธิปไตยแบบพหุนิยม ให้วาระต่าง ๆ ที่เปึนประเด็นสาธารณะได้ถูกกลั่นกรอง จากมุมมองที่หลากหลายซึ่งจะเปึนส่วนสําคัญต่อการลดความขัดแย้ง ประการที่ ๕ คือ การเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เพื่อขจัดปัญหา ความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรมในสังคม ภารกิจในประการนี้เชื่อมโยงกับภารกิจของ สภาปฏิรูปแห่งชาติเปึนอย่างยิ่งในวาระปฏิรูปทั้ง ๓๖ วาระ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับประเด็นที่กลายเปึนปัญหาอยู่ในทุกวันนี้ที่เปึนรากฐานของ ความขัดแย้งประการหนึ่ง ก็คือความขัดแย้งเกี่ยวกับการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งวันนี้เรายังคงเห็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ที่เปึนข่าวในช่วง ๒ สัปดาห์มานี้ รวมทั้งเหตุการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นในวันนี้ในกรณีเรื่องของ โรงไฟฟัากระบี่ นั่นเปึนตัวอย่างที่เราจําเปึ นที่จะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้าง และระบบ เศรษฐกิจเพื่อการจัดการปัญหาในตรงส่วนนี้ ไม่ให้เหตุการณ์ที่เปึนตัวอย่างเล็ก ๆ เหล่านี้ กลายเปึนพื้นฐานของการบ่มเพาะขยายความขัดแย้งไปสู่การประทุในระดับส่วนบนอย่างที่ ที่ผ่านมา ความคาดหวังในส่วนนี้คือการที่เราจะเกิดสังคมพหุวัฒนธรรมที่สันติ มีความเปึนธรรม ให้ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างและรู้จักการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ที่สําคัญอย่างยิ่งคือการลดและขจัดความเหลื่อมล้ําที่เปึนรากฐาน สาเหตุบ่มเพาะของความขัดแย้งที่ผ่านมา

ในประการสุดท้ายคือภารกิจของการวางมาตรการปัองกันและการใช้ ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง มีรายละเอียดที่นําเสนอไว้ ๑๐ ประการ ขออนุญาตนําเสนอในบางส่วนเพื่อประหยัดเวลา ตัวอย่างเช่นการปฏิรูปและกํากับบทบาท ของสื่อมวลชนไม่ให้เกิดการยุยง บิดเบือนข้อเท็จจริง จนก่อให้เกิดความเกลียดชัง การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในสังคม การสร้างสํานึกและ ความตระหนักถึงการใช้เสรีภาพส่วนบุคคลให้มีความรับผิดชอบแล ะเคารพในสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งการใช้สื่อในรูปแบบต่าง ๆ การควบคุมฝูงชน เน้นการใช้รูปแบบการเจรจา การปฏิบัติ ตามกฎการปะทะตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด การส่งเสริมให้หน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรม หน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องมีการปฏิบัติตามหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด มีการจัดทําเกณฑ์ มาตรฐานขึ้นเพื่อการประเมินผลการดําเนินงานในเรื่องนี้ไว้ด้วย นี่เปึนตัวอย่างบางประการเกี่ยวกับภารกิจในประการที่ ๖ เพื่อวางมาตรการปัองกันการใช้ ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง นั่นคือส่วนข้อเสนอในเชิงเนื้อหา ๖ ประการ ที่มีความเชื่อมโยงกัน และจุดเน้นย้ําคือจําเปึนต้องดําเนินการทั้ ง ๖ ประการควบคู่กันไป อย่างเปึนระบบ

ในข้อเสนอเกี่ยวกับกลไก แยกเปึน ๒ ส่วน ในประการแรกเปึนการวาง แนวทางการสร้างความปรองดองก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในข้อเสนอประการนี้คือ

เพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดําเนินงานอย่างประสานบูรณาการร่วมกันเพื่อเปึน กลไกหรือเปึนเครื่องมือในการสร้างความปรองดอง มีข้อเสนอเกี่ยวกับภารกิจอย่างน้อย ๖ หน่วยงานที่สามารถดําเนินการได้ก่อนมีรัฐธรรมนูญ นับตั้งแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตัวอย่างเช่นการเร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายกองทุนยุติธรรม หรือกฎหมายอื่นที่จําเปึน เพื่อเสริมสร้างความปรองดอง หน่วยงานที่ ๒ คือหน่วยงานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในที่นี้ เกี่ยวกับการเร่งรัดทําข้อสรุปข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างเปึนรูปธรรม เพื่อที่จะมุ่งลดเงื่อนไขความขัดแย้งทั้งทางการเมือง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปการสื่อสารมวลชน เพื่อลดและขจัดการสื่อสารที่ยุยงความแตกแยกและส ร้าง ความเกลียดชัง นี่เปึนตัวอย่างข้อเสนอที่จะมุ่งเน้นสําหรับเวลาที่ยังสามารถดําเนินการได้ ในส่วนที่ ๓ เปึนข้อเสนอต่อศูนย์ปรองดองและสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปที่เราเรียกกันว่า ศปป. ที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้น นับตั้งแต่การสํารวจปัญหาความเดือดร้อน โดยการพบปะเยี่ยมเยือน การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในภูมิภาคต่าง ๆ การประสานให้มีศูนย์รับเรื่องผู้ร้องเรียน ผู้ได้รับผลกระทบจากทุกฝ์าย ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ต้องการการเยียวยาขาดกลไก ในการเข้าถึงตรงส่วนนี้ พัฒนาฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ์า ย ทุกเหตุการณ์ เปึนฐานข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และมีความเปึนปัจจุบัน

ข้อเสนอในเชิงกลไกที่ต่อเนื่องมาเกี่ยวกับเรื่องศูนย์ความปรองดองประการถัดมา ขออภัย คือคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง คือคณะกรรมการที่ ท่านอาจารย์เอนกเปึนประธาน ที่จัดตั้งโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในเวลาที่เหลืออยู่เรายังคิดว่า ภารกิจที่สามารถทําได้คือการเป่ดเวทีรับฟังความคิดเห็น การพูดคุย การเยี่ยมเยือนเพื่อสร้าง ความไว้วางใจ ในเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เราก็วางแผนที่จะดําเนินการสร้างเวที พบปะเกี่ยวกับญาติผู้ได้รับความสูญเ สีย ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อจะนํามาสู่การสร้าง ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง การสร้างภาคีเครือข่าย การร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ที่มีภารกิจในการสร้างสันติวิธี ตัวอย่างคือเครือข่ายสันติวิธี ๕ มหาวิทยาลัยก็ดี สถาบันพระปกเกล้าก็ดี เพื่อที่จะทําการศึกษาการจัดทํารายละเอียด

ในการดําเนินการเกี่ยวกับภารกิจสร้างความปรองดองที่จําเปึนต้องมีการศึกษาในรายละเอียด ต่อไป เช่นหลักเกณฑ์การเยียวยาที่เหมาะสมเปึนต้น อันนี้คือตัวอย่างที่คณะกรรมการชุดนี้ จะดําเนินการในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการอํานวยการเยียวยา ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลในชุดปัจจุบันเพิ่งตั้งขึ้นตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอแนะ ในการที่จะให้มีการกํา หนดเกณฑ์เยียวยาที่เปึนมาตรฐานไม่ทําให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และกลายเปึนปัญหาและเงื่อนไขความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ภารกิจที่สําคัญที่เน้นย้ํา จากการนําเสนอในหลายตัวอย่างที่ผ่านมาคือการพัฒนาฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเปึนส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการใช้เปึนฐานในการติดตาม ตรวจสอบ แก้ไขปัญหา การสร้าง องค์ความรู้ในการจัดการปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ในทํานองเดียวกันซ้ํา ซึ่งในความเปึนจริง เราไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ําต่อไป ส่วนสุดท้ายกองทุนสื่อสร้างสรรค์ซึ่งเพิ่งผ่านการพิจารณา กฎหมายจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรจะมีภารกิจในการผลิตสื่อเพื่อสร้างความเข้าใจ การส่งเสริมความปรองดอง ลดความขัดแย้ง ควรจะใช้กลไกนี้เพื่อการดําเนินการต่อไป นั่นคือตัวอย่างที่จะสามารถทําได้ก่อนมีรัฐธรรมนูญ เรายังมีเวลาพอสมควรในการดําเนินการ ส่วนหลังจากมีรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้วางเนื้อหาทั้งในส่วนภาคที่ ๔ เปึนเนื้อหา เฉพาะว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยากเรียน ให้ท่านสมาชิกที่เคารพได้ทราบก็คือรัฐธรรมนูญไม่ได้มีกลไกที่เกี่ยวโยงกับเรื่องการสร้าง ความปรองดองเฉพาะภาคที่ ๔ เท่านั้น ท่านมองจากตัวกลุ่มเปัาหมายเปึน ๓ ระดับ คือกลุ่มเปัาหมายตั้งแต่คู่ขัดแย้งกลุ่มหลัก ผู้ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากการชุมนุม ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ผู้ต้องคดีจากการชุมนุม และในกลุ่มที่ ๓ คือ ประชาชนทั่วไป รัฐธรรมนูญได้วางกลไกแทบจะทุกหมวดที่จะมีผลเชื่อมโยงกับการนําชาติ สู่สันติสุข การเสริมสร้างความปรองดอง และการปัองกันการใช้ความรุนแรง ยกตัวอย่าง บางประการสําหรับคู่ขัดแย้งกลุ่มหลักกลไกในภาคที่ ๔ คือคณะกรรมการอิสระเสริมสร้าง ความปรองดองจะเปึนกลไกที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ รวมทั้งการออกแบบระบบการเมือง แบบพหุนิยม เปึนการสร้างกติกาทางการเมืองที่ทําให้ทุกฝ์ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ในกลุ่มของผู้ได้รับผลกระทบทางตรงทางอ้อมเกี่ยวกับการชุมนุม รัฐธรรมนูญได้วางกฎกติกา เกี่ยวกับการชุมนุมเพิ่มเติมอีกหลายประการ การวางหลักนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรม

ที่เสมอภาค เคารพสิทธิ มีความรวดเร็วโปร่งใส มุ่งสู่ความสมานฉันท์ ตรงนี้ก็จะเปึน การอํานวยความยุติธรรมให้กับผู้ที่ต้องคดี ในส่วนประชาชนทั่วไปที่เปึนส่วนที่มีจํานวนมากที่สุด ส่วนสําคัญคือภารกิจในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ําและสร้างความเปึนธรรม นั่นคือภารกิจที่เชื่อมโยงกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งสิ่งที่กําลังดําเนินการเพื่อจัดทํา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป ซึ่งจะนําเอาวาระการปฏิรูปในทุกด้าน รายละเอียดในการดําเนินการจัดวางอยู่ในตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะพยายามทําให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ อันนี้คือส่วนที่จะตอบโจทย์กับทุกกลุ่มเปัาหมาย ในบทที่ ๔ ซึ่งจะเปึนส่วนท้าย ๆ เราได้วางแผนการดําเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า จาก ๖ ภารกิจดังกล่าวจําแนกออกมาเปึน ๑๔ กิจกรรมที่สําคัญนั้นมีหน่วยงานใด ที่รับผิดชอบบ้าง หน่วยงานใดสนับสนุน ส่วนใดสามารถทําได้ก่อนรัฐธรรมนูญ และกิจกรรมใด ควรจะทําต่อเนื่องไปจนถึงหลังรัฐธรรมนูญ ตรงส่วนนี้จะขออนุญาตผ่านไปโดยเร็วนะครับ การอํานวยความยุติธรรม ซึ่งทําได้ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย อันนี้เปึนตัวอย่างที่ได้เรียนนําเสนอให้เห็นภาพไว้ เรื่องการจัดเตรียมสํานึกรับผิดและการให้อภัยก็สามารถดําเนินการไ ด้ โดยคณะกรรมการ อิสระเสริมสร้างความปรองดอง หรือจะดําเนินการโดยกลุ่มผู้สูญเสียซึ่งในวันนี้ทางคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ก็จะได้ริเริ่มดําเนินการร่วมกับทางผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งคุณแม่ น้องเกดต่อไป การจัดทําฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบสามารถเริ่มดําเนินการได้โดยศูนย์ ศปป. ศูนย์อํานวยการเสริมสร้างความปรองดอง รวมทั้งคณะกรรมการอํานวยการเยียวยา ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมที่รัฐบาลได้เพิ่งจัดทําขึ้น ในส่วนสุดท้ายทางคณะกรรมการ ศึกษาได้นําเสนอปัจจัยและเงื่อนไขความสําเร็จในการสร้างความปรองดองไว้ ๖ ประการ ตรงนี้เปึนการสรุปบทเรียนจากการดําเนินการสร้างความปรองดองที่ผ่านมาซึ่งมีหลายคณะกรรมการ หลายรัฐบาล รวมทั้งสภาพยายามทําให้เกิดความสําเร็จ

แต่ว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง ตรงนี้ได้มีการสรุปบทเรียนและนํามาเขียนเพื่อมองดูว่า ถ้าจะไม่เดินซ้ํารอยความผิดพลาดเดิม ทําให้เกิดความสําเร็จได้ ปัจจัยและเงื่อนไข ความสําเร็จมีอะไรบ้าง นับตั้งแต่เรื่องเวลาในการดําเนินการ การสร้างความเข้าใจ สาเหตุความขัดแย้ง ภาวะผู้นํา วัฒนธรรมทางการเมือง กติกาใหม่ของสังคม รวมทั้งกลไก ในการสร้างความปรองดอง นําเรียนสรุปโดยย่อนะครับ ในเรื่องของเวลาจําเปึนอย่างยิ่ง การดําเนินงานต้องมีความต่อเนื่อง เนื่องจากเหตุที่ว่าการปรองดองนั้นเปึนเรื่องที่ไม่สามารถ บังคับกันได้ ตรงนี้จะเชื่อมโยงกับกลไกที่จะต้องวางกลไกที่สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงักไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทำงการเมืองหรือมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แล้วกลายเปึนปัญหาที่เราเคยประสบผ่านมา ในประการที่ ๒ การสร้างความเข้าใจกับ สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนสิ่งจําเปึน การแสวงหาข้อเท็จจริง ความเข้าใจร่วมกัน สร้างความตระหนัก แก่ทุกฝ์ายว่าตนเองก็มีส่วนได้เสียเปึนผู้กระทําในเหตุการณ์ ตรงนี้จะเปึนปัจจัยประการที่ ๒ ประการที่ ๓ เปึนเรื่องของผู้นํารัฐบาลที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริง มีเจตจําน งทางการเมืองที่เรียกว่าโพลิ ติคอล วิว (Political view) ที่จะสร้าง ความปรองดองในชาติ ประการที่ ๔ คือปัจจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมืองที่จะทําให้ ฝ์ายต่าง ๆ สามารถยอมรับในความแตกต่าง สามารถหาวิธีแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธี และไม่ใช้ความรุนแรง ประการที่ ๕ คือการที่จะทําให้ได้มาซึ่งกติกาในการอยู่ร่วมกันใหม่ จําเปึนต้องมาจากการมีส่วนร่วมของตัวแทนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ์าย มิให้มองว่ากติกานั้นถูกสร้าง โดยกติกาของผู้ชนะแต่เพียงฝ์ายเดียว สุดท้ายในประการที่ ๖ คือกลไกในการสร้าง ความปรองดองที่จะต้องมีความเปึนอิสระในการทํางาน ได้รับการยอมรับความไว้วางใจจากทุกฝ์าย มีความต่อเนื่องใช้อํานาจหน้าที่โดยมุ่งให้เกิดความปรองดองอย่างแท้จริง ตรงนี้จึงเปึนเหตุ ที่มาของการวางกลไกนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปรองดองและมีอํานาจพอสมควร ท้ายสุดจริง ๆ คือเรื่องของฐานข้อมูล ที่ขอนําเรียนเสนอเปึนแค่เพียงตัวอย่าง เพราะว่าได้มี ข้อเสนอบางประการที่ได้เรียนย้ําแล้วว่าทั้งศูนย์ปรองดองหรือคณะกรรมการที่รัฐบาลเพิ่งได้ แต่งตั้งขึ้น มีท่านรองนายกรั ฐมนตรีวิษณุเปึนผู้รับผิดชอบนั้น ควรจะต้องทําให้เกิด ความสมบูรณ์ต่อไป ประเด็นสําคัญจากการที่เราได้ดําเนินการเรื่องฐานข้อมูลก็จะเห็นชั ดว่า ผู้ที่บาดเจ็บที่ต้ องการการเยียวยานั้นมีจํานวนกว่า ๔,๐๕๓ ราย ในจํานวนนี้สามารถ ดําเนินการเยียวยาในเรื่องการจ่ายเงินไป ๒,๔๗๐ ราย ยังมีผู้ที่ต้องการการเยียวยาอีก

เปึนจํานวนถึง ๑,๕๘๓ ราย นี่เปึนความเปึนจริงที่เราได้ค้นพบที่จําเปึนต้องดําเนินการ ต่อไป ในเรื่องสถิติเกี่ยวกับการชุมนุมมีผู้ต้องคดี ๑,๘๓๓ คน ข้อมูลที่สําคัญกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อมูลว่ามีประชาชนที่ถูกจับและควบคุมตัวอยู่ ๒๙๑ คน ตรงส่วนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ จํานวนที่จะเข้าข่ายการได้รับการนิรโทษอย่างไร อาจจะขยายความต่อไปถ้ามีคําถาม ในส่วนนี้ สไลด์ (Slide) ๒ อันสุดท้ายนั้นเปึนตัวอย่างข้อมูลเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต การเยียวยาซึ่งจะได้แยกแยะให้เห็นว่ามีอาการอย่างไรบ้าง การเยียวยาเปึนอย่างไรบ้าง เรื่องของฐานข้อมูลคดี จําแนกประเภทคดี สถานะการดําเนินการ ซึ่งตรงนี้เปึนประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการที่ รัฐบาลจะได้วางแนวทางการดําเนินการและ การเยียวยาต่อไป นี่เปึนข้อมูลที่จะได้ทําไว้เปึนฐานข้อมูลแล้วนําเสนอให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ