สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

สยุมพร ลิ่มไทย หารือเรื่องปัญหาการท่องเที่ยวที่ไม่มีความชัดเจนและไม่ทำงานในเชิงบูรณาการ เธอเรียกร้องการบูรณาการในเชิงนโยบายและทิศทางการพัฒนา รวมถึงการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ท่องเที่ยว และขอให้เขียนแผนแม่บทและบูรณาการกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายสยุมพร ลิ่มไทย

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพครับ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย นะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้กําหนดประเด็นปัญหาไว้นี้ ค่อนข้างจะตรงนะครับ ก็คือเรื่องปัญหาที่เกิดจากนโยบายยุทธศาสตร์ ทิศทางการพัฒนา การท่องเที่ยวที่เปึนอยู่ในปัจจุบันไม่มีความชัดเจนครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหา การที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวนั้นไม่ได้ทํางานในเชิงบูรณาการกัน อันนี้คือปัญหาจริง ๆ แล้วผมจะขอยกตัวอย่างประสบการณ์จริงในพื้นที่ที่ผมได้พบเกี่ยวกับ ปัญหาเหล่านี้เพื่อให้เห็นความชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ตอนผมไปเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ตอนนั้นกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์ พยายามที่จะใช้พื้นที่ ที่ราชพัสดุเพื่อจัดหาประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เปึนนโยบายของกระทรวงการคลัง

กรมธนารักษ์ก็ไปดําเนินการในพื้นที่ที่เรียกว่าเกาะอาดัง บังเอิญเกาะอาดังเปึนพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างกรมธนารักษ์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะนั้นซึ่งเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนหน้าผมก็ไปดําเนินนโยบายตามนโยบายของ กระทรวงการคลัง ก็คือไปส่งเสริมให้เอกชนได้ไปเช่าพื้นที่เกาะอาดังแล้วก็สร้างเปึนรีสอร์ต (Resort) ขึ้นมา แต่ปรากฏว่าพอไปสร้างจนใกล้จะเสร็จกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และ พันธุ์พืชไม่เห็นด้วย เนื่องจากว่าเปึนพื้นที่ในเขตอุทยาน นโยบายของ ๒ กรมไม่ตรงกันเลย ปรากฏว่าคนที่ได้รับผลพวงในขณะนั้นก็คือเอกชนที่ได้ก่อสร้างไปแล้วถูกระงับการก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่ได้ลงทุนไป ๓๐-๔๐ ล้านบาท จนต้องยื่นฟัองศาลปกครอง อันนี้ก็คือยกตัวอย่าง ให้เห็นนะครับว่ามันขาดการบูรณาการในเชิงนโยบายและทิศทางการพัฒนา ก็คือปัญหา พื้นที่ท่องเที่ยวที่มีเจ้าของหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เจ้าของโดยกรมใดกรมหนึ่ง พื้นที่แบบนี้ จะมีมากในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ทับซ้อนกันระหว่างพื้นที่ของกรมธนารักษ์ซึ่งเปึน ที่ราชพัสดุและพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชที่มีความทับซ้อนกัน อันนี้เปึนประเด็นแรก ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าพอไปดูในเรื่องของการก่อสร้างทั้งหลาย การก่อสร้างอาคารในบริเวณพื้นที่ทั้งหลายนี่นะครับ อํานาจในการพิจารณาอนุญาต ก็จะกลายไปเปึนอํานาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือ อบต. เทศบาลทั้งหลาย ทีนี้ ก็จะไปอีกทิศทางหนึ่งเลยนะครับ ก็คือ อบต. หรือเทศบาลก็จะไม่สนใจละครับว่าพื้นที่ตรงนั้น จะมีเปัาหมายในการพัฒนาการท่องเที่ยวเปึนแบบไหน แต่ว่าเมื่อมีการขออนุญาตก่อสร้าง อาคารมาก็จะดูเฉพาะว่าแบบถูกต้องตำมแบบแปลนไหม ผู้ขอมีคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ ครบถ้วนไหม ก็อนุญาตไป เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ที่เราเห็นก็คือว่าทําไมเราเห็นชายหาด หลายแห่งมีการก่อสร้างอาคารที่ระเกะระกะ พื้นที่เกาะบางแห่งทําไมถึงมีการอนุญาตให้ สร้างอาคารในลักษณะเปึนห้องแถวเกิดขึ้น อันนี้ก็เนื่องจากว่าเรื่องของการก่อสร้างทั้งหลาย กลายไปเปึนเรื่องของอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีการกําหนดนโยบายแล้วก็ทิศทาง การพัฒนาให้ชัดเจน พอไปในเรื่องของการตลาด การตลาดก็คือการหาลูกค้าเพื่อที่จะ ปัอนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็กลายเปึนเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อก่อนก็เปึน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต่อมาก็เปึนกรมการท่องเที่ยว กรมนี้หรือหน่วยงานนี้ก็จะมี หน้าที่เพียงไปทําการประชาสัมพันธ์ ไปจัดอีเวนต์ (Event) แล้วก็พยายามดึงให้นักท่องเที่ยว ได้เข้ามาในพื้นที่ท่องเที่ยวมาก ๆ โดยที่ก็ไม่ได้ไปดูหรอกครับว่าในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่ง

ถ้าหากนักท่องเที่ยวเข้ามามากจะมีปัญหา ก็คือพื้นที่หรือศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ไม่สามารถรับคนได้มากขนาดนั้น ผมยกตัวอย่างเช่นพื้นที่เกาะบางแห่งถ้าจะสามารถรับคนได้ ในเชิงคุณภาพ ในแต่ละเดือนไม่ควรจะมีนักท่องเที่ยวเกิน ๓,๐๐๐ คน หรือ ๔,๐๐๐ คน แต่พอปรากฏว่าการตลาดดี นักท่องเที่ยวเข้ามาล้น เกิดปัญหาเลยครับ ไม่มีน้ําใช้ เรื่องของการแย่งพื้นที่ที่เปึนห้องพัก น้ําดื่มไม่พอใช้ เรื่องขยะ เรื่องมลภาวะ เหล่านี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นก็ชี้ให้เห็นว่าแต่ละหน่วยงานก็ไปกันคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวขณะนี้ส่วนใหญ่การเติบโตของการท่องเที่ยวเปึนไปด้วยบทบาท ของเอกชนเปึนหลัก เขาก็จะเน้นไปอีกทิศทางหนึ่งนะครับ เน้นความสะดวก ความปลอดภัย สิ่งที่จะอํานวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ สมมุติจะเข้าไปทําในพื้นที่บางแห่งนี่เรื่องเหล่านี้ ทําไม่ได้หรอกครับ ประปา ไฟฟัา อะไรต่าง ๆ มันไปขัดกับกฎหมายของอีกหลายหน่วยงาน เพราะฉะนั้นที่ผมเรียนให้ทราบก็คือว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือต้องเขียนไว้ให้ชัดเจนจะบูรณาการกัน อย่างไร อาจจะต้องมีแผนแม่บทในเรื่องของการท่องเที่ยว อาจจะไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการท่องเที่ยวหลัก ๆ มาดูกันว่าจะแก้ไขอย่างไร ก็ขอเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ