เกริกไกร จีระแพทย์ รายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขาเรื่องการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือและกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และหารือเรื่องการท่องเที่ยวไทย ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้ท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ จำนวนรายได้ และผลกระทบต่อการจ้างงาน และยังเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลกและเอเชีย และเสนอการปฏิรูปแนวคิดในการบริหารจัดการและการกระจายรายได้ เพื่อรองรับการเติบโตประชากรในอนาคต
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ขอบคุณท่านประธานที่ท่านเอ่ยนามคณะกรรมาธิการผมถู กต้องแล้วนะครับ ไม่มีคําว่า อุตะสาหกรรมนะครับ ท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพ รายงานของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจรายสาขา เรื่องการท่องเที่ยวนั้นเปึนการเสนอครั้งแรก ไม่เคย เข้ามาก่อน เนื่องจากเปึนวาระพัฒนา เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตให้ผู้รายงานได้ใช้เวลาเท่าที่ จําเปึน แต่คงจะไม่ให้ยืดยาว เพราะมันมีประเด็นรายละเอียดที่ต้องเสนอเยอะมาก กระผม จะขอกราบเรียนสั้น ๆ เพื่อสร้างภาพใหญ่เพื่อให้ท่านได้เข้าใจถึงกรอบใหญ่ เพื่อจะได้เข้าสู่ ประเด็นที่จะขอให้ท่านได้มีโอกาสตัดสินใจ การท่องเที่ยวเปึนเครื่องมือ เปึนกลไกขับเคลื่อน เศรษฐกิจที่สําคัญที่สุดในขณะนี้
เพราะว่าถ้ามองถึงเรื่องตัวส่งออกก็ดี เรื่องของการลงทุนก็ดี เรื่องของการใช้จ่ายก็ดี เราล้วนแต่มีปัญหาเกิดขึ้นในช่วงขณะนี้ทั้งสิ้น ที่มีความน่าชื่นใจที่สุดในบรรดากลไก ขับเคลื่อนก็คือการท่องเที่ยว ในป้นี้เราคาดว่าเราจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ถึงประมาณ ๒๘ ล้านคน แต่เราลองดูนะครับภาพใหญ่ที่เราทํามาในอดีตจนกระทั่งบัดนี้นั้น เปึนอย่างไร ดูการประเมินขององค์กำรการท่องเที่ยวโลกซึ่งอยู่ที่สเปน ประเทศไทย เปึนอันดับ ๑๐ ของการท่องเที่ยวโลก มีผู้ที่เข้ามาท่ องเที่ยวในประเทศไทยอยู่ที่ ๒๖.๕ ล้านคน เราจะเห็นว่าเราเปึนอันดับ ๑๐ ในเอเชียนั้นเราเปึนรองเพียงประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น แล้วก็อันดับ ๑ ของโลกคือประเทศฝรั่งเศส ตามด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสเปน ในประเด็นเรื่องของรายรับจากการท่องเที่ยวนั้น น่าชื่นใจประเทศไทยอยู่ที่อันดับ ๗ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเปึนอันดับ ๑ อยู่ที่ประมาณ ๔๒ บิลเลียน (Billion) อันนี้เปึนประมาณการในป้ ๒๕๑๓ ในประเทศเองการท่องเที่ยว คนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวกันเองในประเทศก็ ๑๖๑ ล้านคนครั้ง ทํารายได้ถึงประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ามองในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะเห็นว่า การท่องเที่ยวนั้นมีความสําคัญมาก เกษตรสร้างจีดีพี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่องเที่ยว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของท่องเที่ยวนั้นอยู่ในภาคของบริการ ภาคบริการมีทั้งหมด ๔๘ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวจึงมีสัดส่วนในจีดีพีค่อนข้าง สําคัญมากในเศรษฐกิจไทย ทั้งส่วนที่เปึนทางตรงกับส่วนที่ทําให้เกิดคลื่นในระยะต่อไปจาก ระลอกแรกรวมแล้วเปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีผู้ที่อยู่ในการจ้างงานในภาคนี้อยู่ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานของประเทศทั้ งหมด ทีนี้ถ้าเรามองถึงศักยภาพการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวใ นช่วงที่ผ่านมาเราลอง เปรียบเทียบ การท่องเที่ยวโลก ทวีปต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงป้สุดท้าย คือป้ ๒๕๑๓ จากการคํานวณขององค์การการท่องเที่ยวโลก ตั้งแต่ป้ ๒๔๙๕ ถึงป้ ๒๕๑๓ ท่านจะเห็นว่าเส้นที่ เปึนของโลกเส้นบนสุดนั้นก็ชี้ชั นไปนะครับมีนักท่องเที่ยวในโลกนี้ ประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านคน คือประมาณ ๑ ใน ๖ ของคนในโลกนี้ท่องเที่ยวหรือเดินทาง และในเอเชียแปซิฟ่กนั้นอยู่ที่ประมาณ ๒๕๐ ล้านคน ในเชิงรายรับเอเชียแปซิฟ่กนั้นกระโดด ก้าวสูงนะครับ เส้นที่เปึนลูกศรชี้นั้นเปึนการเจริญเติบโตในเชิงชันมากของเอเชียแปซิฟ่กอยู่ที่ ๓๖๐ บิลเลียนเหรียญสหรัฐ เรากลับมาที่ประเทศไทยทุก ๆ ๑๐ ป้การท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น
๑ เท่าตัวในป้ ๒๕๓๐ เรามีนักท่องเที่ยว ๓.๕ ล้านคน ในป้ ๒๕๔๐ ไปถึง ๗,๒๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ในป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นเท่าตัวอยู่ที่ ๑๔.๕ ล้านคน แล้วก็ขณะนี้ ๗ ป้ให้หลังเราจะมีป้นี้ อีกเปึน ๒๘ ล้านคน ถ้าอัตราการเจริญเติบโตเปึนไปเช่นนี้เรื่ อย ๆ ในอีก ๑๗ ป้ข้างหน้า เราจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศนี้ ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเรามีวิสัยทัศน์จะให้ ประเทศไทยเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วเปึนเทร ดดิง เนชัน ในป้ ๒๕๗๕ เราก็จะมีคน เข้ามาร่วมฉลองกับเราอีก ๑๐๐ ล้านคนในป้นั้น ประเด็นก็คือมันน่าดีใจไหมที่เรามีคนเข้ามาอีก ๑๐๐ ล้านคน ผมคิดว่าคงจะต้องไปดูที่ปัญหาอื่นด้วย
ปัญหาของการท่องเที่ยว ประเด็นที่ ๑ มีการกระจุกตัวของการท่องเที่ยวในจัง หวัด จํานวนไม่มาก ๑๐ จังหวัดแรก พัทยา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสงขลา ๑๐ จังหวัดแรกได้คนไปเที่ยวถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไปใช้จ่ายที่นั่ น ที่บอกว่าทั้งหมด ๔๐ บิลเลียนอะไรนี่ไปอยู่ที่ ๑๐ จังหวัดนี้ถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ที่เหลืออีก ๖๗ จังหวัดนี่ผมคิดว่าเขาคงอาจจะเปึนข้าวที่คอยฝนอยู่นะครับ ประเด็นที่ ๒ ความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวในประเทศไทยวัดจากจํานวน ๑๔๑ ประเทศ เรามีปัญหาอะไรบ้าง ปัญหาที่แย่ที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัยเซฟตี แอนด์ ซิเคียวริตี (Safety and security) หรือที่อันดับ ๑๓๒ อันนี้น่าห่วงใยครับ การท่องเที่ยวนั้นมันมี ความละเอียดอ่อนอยู่ที่ ๒ ปัจจัย คือ ๑. ความปลอดภัย อันที่ ๒ คือโรคระบาด สุขภาพ เมื่อไรที่มี ๒ สิ่งนี้เมื่อนั้นการท่องเที่ยวตกทันที สิ่งที่เปึนปัญหามากของเราคือเรื่องเซฟตี กับซิเคียวริตี อันที่ ๒ ที่เปึนปัญหาใหญ่คือเรื่องข องความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็คือเอนไว รอนเมนทอล ซัสเทนอะบิลิตี (Environmental sustainability) ไพรซ์ คอมเพตทีทีฟเนส (Price competitiveness) ของเรา ข้างล่างสุดตรงประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา อันดับที่ ๓๖ แปลว่าเราก็ไม่ถูกเสียทีเดียว แต่ว่าเราไปอยู่ในค่อนข้าง จะถูกมาก แล้วก็มีเรื่องอื่นอีกซึ่งเปึนเรื่องสําคัญที่เราแข่งขันไม่ได้ เช่น การคมนาคม ขนส่งทางบก แล้วก็ท่าเรือ อยู่ที่อันดับที่ ๗๑ อันนี้เปึนปัญหาสําคัญ ๒ ประการ เราเปึนอันดับ ๓ ในเอเชียแปซิฟ่กในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน เมื่อสักครู่นี้ อะไรเวิล (Arrival) กับรายได้นั้นเราเปึนอันดับ ๗ ในโลก อันดับ ๑๐ อันดับ ๗ แล้วก็ เอเชียแปซิฟ่กเราเปึนอันดับ ๒ แต่ในเชิงของความสามารถในด้านการแข่งขัน ในด้าน การท่องเที่ยว เราเปึนอันดับ ๓ รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น เราจะเห็นได้ว่า ๑. การท่องเที่ยวเราเปึนตัวจักรสําคัญ ประเด็นที่ ๒ มันมีศักยภาพ เราได้ทําดีมาตลอด และมันจะดีไปอีกเรื่อย ๆ แต่ความดีเหล่านั้นมันมีนัยที่ซ่อนอยู่มากเลย การทําลายสิ่งแวดล้อม การทําให้เกิดการกระจุกตัวของรายได้ ความสามารถในการกระจาย ออกไปยังทั้งประเทศ เรื่องของการใช้จ่ายต่อหัวของผู้ที่เข้ามานั้นน้อย ผมจําไม่ได้ว่า สถิติเท่าไร ประมาณวันหนึ่งไม่ถึง ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็อยู่ไม่เกิน ๓ วัน ๔ วัน ทําอย่างไร ถึงจะให้ ๑๐๐ ล้านคนนั้นที่ในอนาคตเข้ามาสักครึ่งหนึ่ง ๕๐ ล้านคน แต่ใช้จ่ายมากขึ้น
๓ เท่า ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่า ๑๕๐ ล้านคน ดีกว่า ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นประเด็น ต่าง ๆ เหล่านี้เปึนประเด็นความท้าทายอย่างมากต่อการที่เราจะต้องปฏิรูปแนวคิด การบริหารจัดการ เรื่องของการกระจายรายได้ เรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ ยว ในประเทศนี้ เพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ท่านประธานครับ ผมจะ ขออนุญาตให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เข้าไปในรายละเอียดว่าประเด็นปัญหา ที่แท้จริงเปึนอย่างไร แล้วเราควรจะมีประเด็นปฏิรูปและแนวทางแก้ไขอย่างไร ขออนุญาตครับ