อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ พูดถึงความจำเป็นในการปรองดองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าการปรองดองต้องอาศัยความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนและความรักสามัคคี และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยเน้นการปรองดองและอโหสิกรรม เพื่อให้บ้านเมืองสงบลง
กราบขอบคุณท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานเทียนฉายที่ได้แต่งตั้งให้ผมมาเปึนคณะกรรมการชุดนี้ด้วย จากคนนอกนะครับ แล้วก็บอกตรง ๆ ว่าผมไม่มีความคิดที่จะรับใช้ คสช. หรือทหาร เนื่องจากว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ประชาชนล้มตายจํานวนมากนี่ทําให้ไม่สามารถจะรับใช้ คสช. หรืออะไรได้ ผมต้องเรียนตรงนี้ให้ชัดเจนก่อนเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านประธาน เทียนฉายที่เปึนผู้ตั้งนี่นะครับ ต้องยอมรับว่าท่านมีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างจะกว้างไกล
เพราะว่ามอบภารกิจหน้าที่ แต่ไม่ได้มอบอํานาจอะไรไว้เลย ให้กระดาษเปล่าใบเดียว แล้วคุณไปทํามา ทําอย่างไรถึงจะทําเรื่องปรองดองให้สําเร็จผล มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ ไม่มีแม้กระทั่งอํานาจในการจะเรียกคนมาสอบสวน ไม่มีอํานาจแม้กระทั่งจะใช้งบประมาณ หรืออะไรทั้งสิ้น ไม่มีอะไรเลยครับ แล้วสิ่งที่ผมเข้าไปที่จะหาทางว่าประเทศชาติเรา ลําบากแล้วเราจะปรองดองได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมคิด เพราะการปรองดองนั้น มันเปึนความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน มันมีเรื่องของความรักสามัคคี ผูกพัน มีเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม มีเรื่องของศาสนา มีเรื่องการที่ให้อภัย และการอโหสิกรรมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น จะเปึนสิ่งที่เปึนการตั้งต้นนี่จะต้องคํานึงถึงทุกมิติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมเอง ในฐานะที่เปึนผู้สูญเสียลูกชายคนหนึ่งในเหตุการณ์ป้ ๒๕๓๕ ถามตัวเองว่าผมเจ็บปวดไหม ตลอดเวลา แม้ขณะนี้จะเปึนเวลา ๒๓ ป้แล้ว ผมก็ยังมีความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา แต่ถามว่าความเจ็บปวดนั้นมันบรรเทาไม่ได้เลย ถ้าผมคิดว่ามันจะต้องเกิดเหตุการณ์ ซ้ําแล้วซ้ําอีก เพราะฉะนั้นทําอย่างไรถึงจะทําให้การปรองดอง ความรักสามัคคีตามประเพณี วัฒนธรรมไทยได้เกิดขึ้น
ต่อมาในป้ ๒๕๓๖ ผมและครอบครัวญาติพฤษภาทมิฬได้ประกาศอโหสิให้สุจินดากับพวกคือ รสช. ทั้งหมดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยที่สุจินดาและพวกไม่ต้องร้องขอ นี่คือสิ่งที่ ญาติพฤษภาทมิฬได้ทําไว้ เพราะเราคิดว่าถ้าหากตามหลักศาสนาพุทธถ้าเราตายไป เพราะความแค้นเคืองเอาความแค้นเคืองติดไปด้วยเราคงจะไม่ได้มีความสุขนัก และไม่มี ประโยชน์อะไรที่จะไปอาฆาตแค้นต่อกันต่ อไป ดังนั้นจึงเปึนที่มาของผมต้องพูดกับ คุณพะเยาว์ญาติป้ ๒๕๕๓ แล้วต้องทํา ความเข้าใจกับนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ว่าทําไม ถึงต้องเสียสละ เข้ามาช่วยงานนี้ ถามว่าคุณนิชาอยู่ดี ๆ ก็กลายเปึนแม่หม้ายในวัยสาว ทําอะไรผิดหรือครับ ท่านช่วยตอบด้วย สามีออกมาทําหน้าที่แล้วอยู่ ๆ ก็ต้องเสียชีวิต จากสิ่งที่เกิดขึ้น มาดูอีกด้านหนึ่งของคุณพะเยาว์ถามว่าผิดอะไรหรือครับอยู่ดี ๆ ลูกสาวมาช่วยงาน แล้วก็ถูกยิงตาย ผมต้องขออภัยท่านประธานที่ผมอาจจะพูดยาวนิดหน่อยเพราะผมคงไม่อยู่ ในกฎเกณฑ์ที่ว่านี้นะครับ นี่คือสิ่งที่ผมต้องทําความเข้าใจทั้ง ๒ ท่าน เปึนเวลาเกือบ ๒ ป้ นับจากเหตุการณ์เพื่อจะให้ทําความเข้าใจละทิ้งความเจ็บปวด ละทิ้งความโกรธแค้นที่ฝังแน่นในใจ แม้กระทั่งเร็ว ๆ นี้ยังคิดจะไปฟัองคนที่เกี่ยวข้องเหตุการณ์นอกจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ และท่านพระสุเทพปัจจุบันก็คือนายกรัฐ มนตรี พลเอก ประยุทธ์และคนที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องทําใจอยู่ตลอดเวลาว่าบังคับใจตัวเองว่าเรามาทําหน้าที่ปรองดองแล้วเราต้องเสียสละ อะไรให้กับเขาบ้างนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ เหลียวมองมาทางผมสิครับว่าคนที่แตกแยก ทางความคิดเกิดสีอะไรก็แล้วแต่ ครั้งหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังผมต่อสู้กับอํานาจพิเศษเหล่านี้ เปึนพวกเดียวกันสายธารเดียวกัน แต่มา ณ วันนี้ด้วยความเชื่อทางความคิดของทางการเมือง ความเชื่อในสิ่งที่ตัวเองศรัทธาต้องมาห้ําหั่นกันถึงขนาดพี่น้องสายธารต้องมาฆ่ากันเองถามว่า ความเจ็บปวดผมมีมากขนาดไหน ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมรู้จัก ทุกสีเน้นคําว่าทุกสีนะครับ แกนนําทุกสีผมรู้จักทั้งพรรคเพื่อไทยและรู้จักพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอะไรต่าง ๆ ดี เพราะว่า ๒๓ ป้ที่ผมทนความเจ็บปวดพยายามให้เห็นบ้านเมืองเจริญขึ้นดีขึ้น แล้วสิ่งที่ ผมเห็นก็คือความแตกแยกทางความคิดแบบนี้และร้าวฉานมาจนทุกวันนี้ ถามสิครับ สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยินหลายท่านพูดว่านักการเมืองก็มีส่วนอันนี้แน่นอนนักการเมืองเปึนสิ่งที่ทําให้ ทุกอย่างเสียหายในช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าทหารเองกองทัพก็มีส่วน ในความแตกแยกหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วง ๑๐ ป้นี้เช่นกัน ในหลายเหตุการณ์
เฉพาะบางเหตุการณ์ท่านไม่ใช่เปึนคนกลางท่านเปึนคู่กรณีโดยตรง แต่วันนี้ยอมรับโอเค ท่านพูดว่าท่านจะเข้ามาทําหน้าที่เปึนกรรมการเพื่อจะระงับการทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้น ใช้ความรุนแรงต่อกัน ยอมรับ แต่ถามว่าป้เศษที่ผ่านมาเราได้เห็นความปรองดองเกิดขึ้นไหม หลายท่านพูดอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าอาจารย์เสรี
อาจารย์วันชัยหรือใครก็แล้วแต่พยายามจะพูดว่าเราจะใช้วิธีการปกติได้ไหม ผมยอมรับครับว่า หนังสือเล่มนี้ที่เสนอนี่คือหลักการและแนวทางเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกถึงรูปธรรมที่มันจะ เกิดขึ้น แต่ถามว่ากรรมการที่ทําหน้าที่นี้บางอย่างเราก็ไม่สามารถพูดได้ เราไปขอความเห็น จากท่านอัยการสูงสุดได้รับคําแนะนําจากท่านอัยการประสิทธิ์ ได้ถามทางศาล ได้ถามทั้ง ดีเอสไอหรือใครต่าง ๆ ให้คําแนะนํา แล้วต้องบอกเลยว่าคณะกรรมการชุดนี้ ก็ไม่สามารถจะโชว์ผลงานได้ แต่เราก็ทําให้นักโทษการเมืองส่วนหนึ่งได้รับการพักโทษ ที่เกิดขึ้น แต่เปึนสิ่งที่เราไม่ควรพูดในขณะนี้ เพราะว่าเรารอวัน เวลาที่เราจะบอกเขาว่า การสามัคคีปรองดองได้ดําเนินการไปบางส่วนแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือถามว่าแล้วเราจะขอให้ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ได้ทําอะไร ผมเองก็ได้บอกกับสื่อหลายครั้งสื่อได้ถามผม ผมบอกว่า ทุกอย่างจะสําเร็จได้ก็อยู่ที่ตัว พลเอก ประยุทธ์จะใจใหญ่พอไหมที่จะทําเรื่องนิรโทษกรรม ให้เกิดขึ้นโดยเร่งด่วนก็คือการให้นิรโทษกรรมต้นซอย ณ วันนี้ที่ผมเคยเดินทางไปถึงที่ยูเอ็น (UN) ๒ ครั้งเพื่อจะร้องคัดค้านการออกนิรโทษกรรมเมื่อป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ๒ ครั้ง ได้มีโอกาสขึ้นพูดที่ในห้องปร ะชุมของทางยูเอ็นด้วย เพราะว่าเปึนครั้งแรกที่เหยื่อ มาร้องขอด้วยตัวเองที่ยูเอ็น แต่วันนี้ผมต้องเปึนคนออกมาเรียกร้ องว่าควรจะต้อง มีการนิรโทษกรรมถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบ แม้กระทั่งการที่เสนอความเปึนรัฐบาลช่วยชาติ ซึ่งอาจจะไม่พ้องกับอาจารย์วันชัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นก็คือการที่จะสร้าง ความปรองดองที่เปึนรูปธรรมทันที เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นผมถึงอยากจะบอกว่า ทุกองค์กรที่กล่าวถึงไม่ว่าพรรคการเมือง กลุ่มสีต่าง ๆ รวมทั้งทางด้านสีเขียวคือกองทัพ ทหารด้วย ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างน้อยก็มีส่วนทําให้เกิดวิกฤติ ของบ้านเมืองตลอดระยะเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นถึงขอได้เรียกร้องบุคคลเหล่านี้ตลอดเวลาว่าพวกท่าน ไม่ใช่ออกมาแค่คอมเมนต์ (Comment) แต่พวกท่านต้องออกมาร่วมกันช่วยแก้ปัญหา ที่พวกท่านได้สร้างไว้ ขอประทานโทษที่ผมต้องพูดความจริงว่าทุกอย่างเปึนพวกท่านทั้งหมด สร้างไว้ โดยประชาชนที่ไม่มีสีมาจากภาคต่าง ๆ แล้วเปึนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องรับเคราะห์กรรมกับสิ่งที่พวกท่านทําทั้งหมด ท่านเคยเห็นใจไหม ท่านเคยเอ่ยปาก ขอโทษไหม ท่านยังมีความคิดที่จะห้ําหั่นกันอีกหรือ ประเทศชาติลําบากมากแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้สิ่งที่ผมคิดแล้วก็อยากจะเรียกร้องผ่านไปทางท่านอาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ ในที่นี้ทั้ง ๒๕๐ ท่านรวมทั้งประธานด้วยได้โปรดนําความคิดตรงนี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี
คสช. โดยเร่งด่วน เพราะว่าถ้าเกิดขืนนานไปก็มีปัญหา ผมกล้าพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าสิ่งหนึ่ง ที่ท่านประธานเทียนฉายมอบให้ก็คือการประสานงานทุกรูปแบบที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ ขอให้บรรลุเปัาหมายในการปรองดองเท่านั้น แล้วโดยที่ว่าผมรู้จักทุกคนเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งท่านอาจารย์เอนกก็รู้จักเปึนส่วนใหญ่เช่นกันก็ได้ทําหน้าที่นี้อย่างเต็มที่แล้ว บอกได้เลยว่า ทุกคนยินดีที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่อยากให้มีข้อขัดแย้งอะไรกันอีกแล้ว
แล้วคิดว่าสิ่งที่ทําไปนั้นก็นําความเสียหายให้กับประเทศชาติ รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อผู้ที่ ได้รับผลกระทบจํานวนมากอยู่แล้ว ก็เข้าใจทุกคน ขอขอบคุณท่านอาจารย์ได้เสนอแนะ หลายอย่าง และผมคิดว่าฝากเสียงไปทางท่านอาจารย์เปึนเสียงที่ดังเข้าใจว่าจะสามารถ สะท้อนไปถึงผู้นําของประเทศ ณ ปัจจุบันนี้ว่าไม่มีวิธีใดอื่นแล้วนอกจากการเยีย วยา แต่เพื่อความชัดเจนต่อสาธารณะ เพราะจริง ๆ แล้วสังคมเมื่อ ๓ ป้ที่แล้วสังคมเคยเห็นด้วย ที่จะให้ถึงกลางซอย แต่เมื่อมีบางคนด้วยความโง่เขลาและโลภก็ทําให้เกิดปัญหาเรื่อง ทะลุซอยไปเลย บัดนี้จึงจําเปึนต้องมาเริ่มต้นใหม่ก็คือต้นซอย ผมขอวิงวอนช่วยกันนะครับ ผมว่าบ้านเมืองเราต้องอโหสิกรรม ต้องรักชอบพอ ให้ความเมตตา วัฒนธรรมประเพณีไทย แต่โบราณมาไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วครับ ให้การอโหสิกรรม ให้ความเมตตาเถอะครับ แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างเปึนสุข อย่าไปหวังพึ่งเลยครับ เพราะก่อนที่ผมจะมารับหน้าที่ เปึนกรรมการชุดนี้อย่างน้อยอดีต นายกรัฐมนตรีที่มีชื่อเสียงเปึนที่ยอมรับ ๒ ท่านได้บอก กับผมว่า อดุลย์บอกก่อนนะการปฏิรูปการเลือกตั้งจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าหากว่า การปรองดองยังไม่เกิดขึ้น อย่างที่ท่านอาจารย์บางคนแนะนํา นั่นจึงเปึนสาเหตุที่ผมพยายาม ทําดีที่สุด แล้วก็คิดว่าทุกคนจะเห็นด้วย แล้วก็นําสารตรงนี้ไปสู่การนิรโทษกรรมเพื่อให้ บ้านเมืองสงบลง แต่ว่าสิ่งที่เขียนมาอาจจะไม่ครบสมบูรณ์ก็ขอให้ทุกท่านกรุณาช่วยด้วยครับ คิดว่าช่วยชาติ ช่วยให้บ้านเมืองสงบ ผมขอกราบขอบพระคุณครับ