ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการกระจุกตัวของการท่องเที่ยวที่ทำให้จังหวัดบางแห่งได้รับผลกระทบมาก และเรียกร้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ตีกรอบการวิจัยให้ชัดเจนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างระบบการจองและจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต
กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปทาง ท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ก็ขอบคุณมากนะครับที่กรุณาทําการปฏิรูปการท่องเที่ยว ซึ่งผมดูในภาพรวมทั้งหมดแล้วผมยืนยันว่าเปึนการปฏิรูปอย่างแท้จริง แล้วก็มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรหลายต่อหลายอย่างในองค์ประกอบ ก็อยากขอให้ สปช. ทุกท่าน ลองดูในรายละเอียดนะครับ ผมคิดว่าน่าสนใจมาก ผมไปอย่างรวดเร็วนะครับ ก็คือ ในเรื่องแรกเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เราพูดถึงกัน แล้วทางท่านกรรมาธิการ ก็ได้พูดถึงรายละเอียดนี้ ส่วนหนึ่งที่ผมต้องเน้นย้ําว่านอกจากรายได้การท่องเที่ยวของเรา เพิ่มขึ้น หรือนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอะไรต่าง ๆ ทรัพยากรของเราลดน้อยลงอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างสั้น ๆ ก็คืออย่างหมู่เกาะสิมิลัน เมื่อ ๒๐ กว่าป้ก่อนหมู่เกาะสิมิลันเคยเปึนเกาะ ที่สวยที่สุด ๑ ใน ๑๐ ของโลก เช่นเดียวกับหมู่เกาะพีพีสวยที่สุด ๑ ใน ๕ ของโลก ปัจจุบัน ไม่มีใครพูดถึงคําว่า ๑ ใน ๑๐ หรือ ๑ ใน ๕ อีกแล้ว เรียกว่าตกสํารวจไปโดยสิ้นเชิง อันนี้ก็เห็นชัดเจน ฐานทรัพยากรโดยเฉพาะทางทะเลซึ่งมีการใช้ประโยชน์กันมาก ก็เคยพูดแล้ว ก็เน้นย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าแนวปะการังของเราจาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออยู่ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ลดลงในอัตราป้ละ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นใน ๒๐ ป้ ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมี ๑๐๐ ล้านคน หรือไม่ ๑๐๐ ล้านคน ก็อาจจะไม่มีปะการังเหลือ ให้คน ๑๐๐ ล้านคนมาเที่ยวก็ได้ ตรงนี้เอาความชัดเจนว่ามันเสื่อมโทรมลงจริง ๆ ในส่วนของ เรื่องต่าง ๆ ที่ทางคณะกรรมาธิการนําเสนอมาผมเห็นด้วยเกือบทั้งหมดนะครับ แต่จะเน้นย้ํา ความสําคัญบางประการ ยกตัวอย่างเช่น ในข้อเสนอที่ ๒ หน้า ๒๔ ก็จะเห็นได้ว่าในเรื่องของ โครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หน่วยงานต่าง ๆ ทํากันเต็มไปหมดแล้วก็มั่วกระจาย เต็มไปหมด เปึนแนวความคิดที่ดีมากที่จะเอาหน่วยของกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ เอามารวมกัน ไม่อย่างนั้นทุกคนก็ของบประมาณ ขอทําหน่วยงานท่องเที่ยวกัน แล้วก็ไม่ไป ทางไหน มันกระจัดกระจายครับ เอามาบูรณาการรวมกันภายใต้ ททช. อันนั้นเห็นด้วย อย่างยิ่งนะครับ
ในเรื่องของชุมชนนี่เดิมทีเราพยายามที่จะพัฒนาชุมชนให้มีการท่องเที่ยว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็น ก็คือฮับ (Hub) ของการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างอย่างจังหวัดภูเก็ตอย่างนี้ถ้าถามว่าดูภาพปุ็บ ๘๓ เปอร์เซ็นต์อยู่จังหวัดภูเก็ต แต่จริง ๆ แล้วไปเที่ยวจังหวัดพังงา แต่คนจังหวัดพังงา ที่ชุมชนจังหวัดพังงานี่แทบจะไม่ได้อะไรเลย เพราะฉะนั้นตรงนั้นการกระจายการท่องเที่ยว ก็ต้องมองยุทธศาสตร์ตรงส่วนนี้ว่าทําอย่างไรไม่ให้จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเปึนฮับ แล้วก็ นักท่องเที่ยวก็ไปใช้ทรัพยากรของจังหวัดรอบ ๆ เต็มไปหมดแล้วก็กลับมาใช้จ่ายกันที่ฮับ มันก็จะมีปัญหา การท่องเที่ยวกระจุกตัวของเราจะเห็นผล กระทบอย่างตามพื้นที่ต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ ในหน่วยงานทั้ง ๔ หน่วยงานที่พูดถึงนี่ผมเห็นด้วยนะครับโดยเฉพาะหน่วยงาน การวิจัย พอดีผมก็ทํางานวิจัยด้านนี้พอสมควร ผมคิดว่าหน่วยงานการวิจัยนี่ ต้องตีกรอบ ให้ชัดเจนแล้วก็ทํากรอบการวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ อันไหนที่ไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ก็คงจะต้องตีออกไป แล้วก็ต้องเอาสอดคล้องกับในเรื่องของ สกว. แล้วก็ หน่วยงานด้านทุนการบริหารการท่องเที่ยวอื่น ๆ แล้วงานวิจัยที่ขาดแคลนอย่างมากก็คือ งานวิจัยในเรื่องของความยั่งยืนในเรื่องของทรัพยากร ความสมดุลของทรัพยากรและอื่น ๆ อีกมากตรงส่วนนี้คงจะต้องฝากความเน้นย้ํา อีกเรื่องหนึ่งซึ่งอันนี้ก็พูดคุยกันหลายครั้ง ก็คือเรื่องของระบบการจองและจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ในความเปึนจริงผมอยากเห็น เปึนศูนย์กลางอาจจะเปึนอันเดอร์ (Under) อะไรสักอย่างหนึ่งที่ดูแลทั้งหมดเลยมันจะได้หมดปัญหา เพราะว่าอย่างที่ผมทํามาก็เห็นชัดเจนอย่างเกาะพีพีอย่างนี้จากวันละ ๘๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันวันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เดิมทีหายไป ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าธรรมเนียม เข้าอุทยานเกาะพีพีที่เดียวนะครับ ยังไม่พูดถึงที่อื่น ถ้าเกิดมันเปึนหน่วยงานเดียวดูแลหมดเลย ทั้งค่าเข้าไม่ว่าจะเปึนอะไรก็ตามในเรื่องของที่ต้องเสียค่าบัตรค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว รวมถึงศิลปะ วัฒนธรรมด้วยนี่อันเดอร์ วัน รูฟ (Under one roof) อาจจะ มีหลายราคาใช่ แต่อันเดอร์ วัน รูฟมีการจองล่วงหน้า มีการจ่ายล่วงหน้า มีการใช้บัตร เดียวกันเข้าได้หลายที่เหมือนอย่างในต่างประเทศทํากันอันนั้นจะเปึนศูนย์ที่ใหญ่และดูแล เรื่องการทุจริตหรืออะไรต่าง ๆ จบเลย แล้วก็ค่อยมาจ่ายเงินไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่ เหมาะสม เพียงแต่ว่าอันเดอร์ วัน รูฟมันจะกลายเปึนสแตนดาร์ด (Standard) เดียวกัน ไม่ใช่ให้กระทรวงหนึ่งไปทํา กระทรวงวัฒนธรรมไปทําของกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นมาแล้วก็ เก็บค่าธรรมเนียม ค่าเข้าหรืออะไร แล้วก็กรมอุทยานก็ไปทําอีกอันหนึ่งมันหลายอันเหลือเกิน
ทั้งที่หัวใจจริง ๆ ก็คือการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพียงแต่ไม่ใช่เอาเงินไปอยู่กับสํานักหมดครับ ต้องคืนเขาไปด้วยเพราะเขาต้องเปึนคนดูแลด้วย เพียงแต่ว่ามันอันเดอร์ วัน รูฟ มาตรฐานเดียวกันนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ที่ผมดูมาถ้าเกิดเราทําสําเร็จได้ผมคิดว่ามันจะมี ประโยชน์เปึนอย่างยิ่ง จบพอดี เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้และเดี๋ยวที่เหลือนี่อี กยาวหลังไมโครโฟน ก็แล้วกันครับ ตอนนี้ก็ฝากไว้ แต่ชื่นชมมากครับถ้าเกิดทําได้จริง ๆ นี่ชื่นชมมากครับ