สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เกริกไกร จีระแพทย์ หารือเกี่ยวกับการปรับปรุงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเสนอแนวความคิดในการจัดตั้งสํานักงานแพลนเนอร์เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ เช่น ความปลอดภัย คุณภาพ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ และศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแยกกระทรวงการกีฬาและเสนอแนวคิดในการจัดตั้งสํานักงานใหม่ โดยขอเสนอให้กระทรวงการกีฬาเปลี่ยนเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้กรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหน่วยงานหลักในการจัดท่องเที่ยว

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมคิดว่า ๒ ชั่วโมง ๒๕ นาทีที่ผ่านมานั้นผมถือว่าเปึนการดีเบต (Debate) ที่มีคุณภาพมาก แล้วก็กรรมาธิการเองก็ได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจาก ความคิดหลากหลายของ ๑๔-๑๕ ท่าน หรือ ๑๖ ท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็น ผมจดไว้ตั้งแต่ นักสิ่งแวดล้อมทางทะเลทางธรรมชาติ ครูบาอาจารย์ศิลปวัฒนธรรม เอ็นจีโอ (NGO) นักพหูสูต อย่างดอกเตอร์ชิงชัยซึ่งตอนนี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ดอกเตอร์ธรณ์ อาจารย์เปรื่อง จันดา คุณสืบพงศ์ ธรรมชาติ ผมเอ่ยนามด้วยความเคารพ ผมคิดว่า อาจารย์ดอกเตอร์ชาติชายได้ให้ข้อคิดเห็นซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งเลยนะครับ ผมเชื่อว่า อนุกรรมาธิการจะมีเรื่องที่จะไปปรับปรุงค่อนข้างจะได้รสชาติแล้วก็ได้คุณภาพขึ้น ผมขอบคุณสําหรับคําชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอลงกรณ์ที่บอกผมหนึ่งในดวงใจ ท่านก็เปึน หนึ่งในดวงใจของผมเหมือนกัน ใจเราตรงกัน แต่ผมคิดว่าเราคงจะขีดเส้นไว้ตรงนั้น ประเด็น ที่ท่านให้มานั้นผมคิดว่าใครชมก็ตามผมรับด้วยความชื่นชม แล้วก็ใจพองโตคือวันนี้อาจจะ ไม่ต้องรับประทานข้าว แต่ผมอยากจะให้ความดีงามทั้งหลายไปปรากฏแล้วก็ขอบคุณ ท่านประธานอนุกรรมาธิการคือท่านกงกฤช แล้วก็บรรดาผู้เชี่ยวชา ญ อย่างเช่น ท่านสมประสงค์ โขมพัตร ที่เปึนผู้เชี่ยวชาญมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิม จนกระทั่งท่านเกษียณในตําแหน่งรู้สึกจะเปึนผู้ตรวจราชการกระทรวง

ผมขอบคุณท่านจริง ๆ ท่านเปึนเอตทัคคะ เปึนโพรเฟสชันนอล (Professional) ที่ทําเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วผมก็ยกย่องท่านอย่างไม่ป่ดบัง ท่านกงกฤชเองก็เปึนทายาทของผู้ว่าการการท่องเที่ยว คนแรกของประเทศไทย ท่าน พันเอก สมชัย หิรัญกิจ ซึ่งผมมีโอกาสได้ทํางานกับท่านด้วย ตอนที่เปึนหนุ่ม ๆ อยู่ ท่านประธานครับ ที่มาของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอนนั้นผมเปึนปลัดกระทรวง เปึนที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่อยากจะมีกระทรวง ทบวง กรม ในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีที่รุงรัง ผมจําได้ท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีมีไว้คิดนโยบาย ไม่ได้มีไว้บริหาร ก็เอากรมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ออกไป เปึนกระทรวงใหม่ มีอยู่ ๒ แห่งที่ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีศาลครับ จะต้องมีหลังคาอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยเปึนแมร์ริจ ออฟ คอนวิเนียนซ์ (Marriage of convenience) แต่งงานกันด้วยความสะดวก เอาไปไว้ที่ กระทรวงหนึ่งเรียกว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมไปเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงนั้น อยู่ที่นั่น ๒ ป้กว่า มันอะไรเกิดขึ้นครับ เพราะว่าไปอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปึนอันใหม่ แต่ไม่มีมนุษย์ทําท่องเที่ยวในกระทรวงเลย มีแต่ ททท. ซึ่งทําทุกเรื่องตั้งแต่ พัฒนาเรื่องของการตลาด เรื่องของจิปาถะ ซึ่งไม่มีใครฟังเพราะไม่ได้เปึนส่วนราชการ ทีนี้เมื่อเปึนส่วนราชการก็จําเปึนต้องไปมีสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ตอนนั้นเรียกว่า สํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ระดับกรม แล้วก็เอาอดีต คนของกรมพลศึกษามาเปึน ผู้อํานวยการ แล้วก็บอกว่าไม่พอใจเรียกสํานักงานไม่โก้ ต้องเปึนอธิบดี ก็ไปเปลี่ยนชื่อเปึน สํานักงาน ตรงนี้ทําเรื่องยุทธศาสตร์ ทําเรื่องพัฒนาแหล่ง ทําเรื่องของจิปาถะซึ่ง ททท. ไม่ทํา แต่ว่ามันไม่เกิดผลเท่าไรนัก เพราะไม่มีองค์ความรู้ของสิ่งเหล่านี้อยู่ คุณสมประสงค์ก็มาจาก บีโอไอ (BOI) เก่า ก็มาสร้างองค์ความรู้ของการวางแผน ยุทธศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้ว คนที่ทํางานข้างในนั้นมีแต่คนที่เปึนนักกีฬาเสียเปึนส่วนใหญ่ แล้วก็ ททท. เองก็ไม่ยอมรับ อันนี้ผมเรียนตรง ๆ นี่คือปัญหา ไม่ยอมรับ ทีนี้เอาสั้น ๆ แล้วกันครับ ปัญหาบูรณาการ ปัญหาการสั่งการ เปึนปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังเสนอเดี๋ยวนี้มันจึงเปึน ตอนนั้นเขาคิดไม่ผิดหรอกครับ เขาแบ่งหน้าที่การตลาดมาให้ ททท. แล้วกระทรวงไปทํา เรื่องเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ การพัฒนา ไม่ผิดครับ แต่มันก็ยังไม่เกิดองค์ความรู้ที่จะ บูรณาการได้ เพราะฉะนั้นแนวความคิดใหม่ ๓ ประเด็นที่ทําอันหนึ่งคือปรับโครงสร้างนั้น ที่ท่านอลงกรณ์พูด ไม่มีความแตกต่างในแง่ความตั้งใจเลยครับ เราต้องการทําให้มีน้ํายา

ในการสั่งการบูรณาการได้ แต่ว่าคอนเท กซต์ (Context) ในขณะนี้มันต่างจากเมื่อ ๑๐ กว่าป้ก่อน ๒๐ ป้ก่อนมาก และในอนาคตเรื่องของการท่องเที่ยวก็ต่างมาก เพราะฉะนั้น จึงไม่อาจจะไปใช้แบบ ททท. เหมือนเดิม และอยู่ภายใต้สํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าผมเข้าใจ ไม่ผิดนะครับที่ท่านเสนอนั้นเดี่ยว ๆ ได้ ก็เสนอว่ามันน่าจะมี กลไกหนึ่งเอาไปเปึน เหมือนลักษณะเปึนแพลนเนอร์ (Planner) ของเรื่องการท่องเที่ยว แล้วเพื่อให้มีอํานาจของ ส่วนกลางสั่งอะไรได้ ก็กลับไปอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม กลับมาพร้อมกับมี สํานักงานขึ้นมาเปึนแพลนเนอร์ เปึนนักวางยุทธศาสตร์ แล้วดูประเด็นต่าง ๆ อย่างที่ ท่านทั้งหลายพูดเซฟตี (Safety) เรื่องของควอลิตี (Quality) เรื่องของเอนไวรอนเมนต์ (Environment) เรื่องของคอนเซอร์เวชัน (Conservation) เรื่องของจิปาถะ รวมทั้ง ครีเอทิวิตี (Creativity) ที่ท่านชาติชายพูดถึงนะครับ คอร์ คอมพิเทนต์ ครีเอทิวิตี แวลู (Core competent creativity value) ศิลปวัฒนธรรมที่ท่านปรีชา เถาทอง พูดถึง ทุกอย่างที่ท่านพูดจะต้องมีคนที่จะอินิทิเอ ต (Initiate) และทําให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือ แนวความคิด แต่ทีนี้มีคนถามว่าแล้วก ระทรวงการกีฬาที่จะออกไปแล้วดึงเอาสํานักงาน ปลัดกระทรวงไปทําอย่างไร ขอเรียนว่ามันไม่มี การบูรณาการในเรื่องนี้ระหว่าง ๒ กรรมาธิการ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะ เสนอแยกกระทรวงออกไป แล้วเราเสนอ แยกกระทรวงกลับไปที่เดิมนั้นมันก็เปึนแนวคิดครับ เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าอย่าไปพูดถึง เรื่อง รีออร์แกไนเซชัน (Reorganization) นะ พูดแล้วมันเซนซิทีฟ (Sensitive) เดี๋ยวมีคนไม่ยอม

เราก็เก็บไว้คิดในใจตัวเราเอง มาดูถึงบทสุดท้าย ตอนนี้คิดดัง ๆ แล้วจะเห็นว่าเราไม่บอกว่า ให้ยุบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเราไม่ได้บอก แต่เมสเสจ (Message) จนเคลียร์ (Clear) มาก ในเมื่อกระทรวงการกีฬาบอกว่าจะต้องเกิดแล้วเอาสํานักงานปลัดกระทรวงไป เอากรมนั้นกรมนี้ไป กระทรวงนี้ก็มันเหลือแต่กลวง ๆ โบ๋ ๆ ก็มีอยู่แค่กรมพัฒนานี่แหละ กรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เราก็เอาตัวนี้ไปสร้างเปึนเชื้อในสํานักงานใหม่ที่เปึนแพลนเนอร์ ของการท่องเที่ยวและบูรณาการแผนท่องเที่ยว ผมคิดว่าจะลงตัว แต่ตอนที่แบ่งสมบัติ กับการกีฬาเราไม่เคยพูดถึง ตอนนี้เราเห็นชัดว่าเขาเสนอแล้วเราก็เสนอเช่นนี้ในนี้ แล้วให้นายกรัฐมนตรีไปคิดเองว่ามันควรจะเปึนเช่นไร เพราะว่าเราไม่มีเวลาครับที่จะมา คิดถึงรายละเอียดว่าจะพาไปหาหมอแมะไหมนี่เราเห็นแต่ว่ามันเรื่องที่กรมนี้พวกนี้จะต้อง เวิร์กต่อไป กรรมาธิการไม่มีเวลามากพอที่จะคิดถึงรายละเอียดเหล่านี้ แต่ไม่ได้ทิ้งประเด็น พวกนี้เลย ก็ขอเรียนด้วยความเคารพว่าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราอยากจะเห็นวิสัยทัศน์ที่ดี ยุทธศาสตร์ที่ดี กลไกการบริหารบูรณาการที่ดี แล้วก็มีแผนงานต่าง ๆ ที่ดีออกมาเพื่อรองรับ กับคําว่าคุณภาพรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขายคุณค่า ขายความสามารถ ขายวัฒนธรรม ไม่ใช่ให้คน อื่นเขามาหายใจรดเรา มาถ่าย มาขับถ่าย มากินแล้วก็ไป ผมคิดว่าอันนั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นผมขอบคุณอย่างยิ่งครับท่านประธานที่เคารพสําหรับความเห็นที่ให้มาทั้งหมด ผมคิดว่าผมได้ประโยชน์ ทั้ง ๘-๙ เดือนมาอยู่ที่นี่ ๒ ชั่วโมงที่ผ่านมาเปึนสิ่งที่ผมได้ประโยชน์ที่สุด ขอบคุณอย่างยิ่งครับ แล้วจะนําไปปรับปรุงให้ดีครับ ขอบพระคุณครับ